ทว่าแม้แต่ฉู่จวินหลุนในตอนนี้เองก็ยังคิดไม่ออกว่าท้ายที่สุดแล้วใครกันที่จะเป็นวางยาให้กับฉู่จื่อซีนอกจากนี้แล้ว พวกเขาตอนนี้ยังอยู่ในเมืองอินเป่ย บวกกับไม่อาจตามหาคนวางยาพิษคนนั้นได้เจี่ยนอันอันก็เป็นกังวลขึ้นมาเล็กน้อย ภายในคลังยาในห้วงมิติของนาง ทั้งหมดล้วนแต่เป็นยาตะวันตกและยาสิทธิบัตรจีนหากจะแก้พิษในร่างกายของฉู่จื่อซี จะต้องใช้วัสดุยาที่หายากถึงจะถูกนางต้องการวัสดุยา ทว่าตอนนี้ไม่มีวัสดุยาที่จะขุดขึ้นมาได้เจี่ยนอันอันมองไปยังร้านค้าอีกครั้ง และก็ไม่อาจหาวัสดุยาที่จะนำมาแก้พิษได้และในตอนที่เจี่ยนอันอันกำลังเป็นกังวลอยู่นั้น เบื้องหน้าของนางก็ปรากฏภารกิจห้วงมิติใหม่ขึ้นมา[จูบฉู่จวินสิง ก็จะได้คลังวัสดุยา ด้านในมีวัสดุยาหายากเป็นจำนวนมาก]ในตอนที่เจี่ยนอันอันมองเห็นภารกิจของห้วงมิตินี้นั้น มุมปากก็อดที่จะกระตุกขึ้นมาไม่ได้ห้วงมิตินี้กำลังล้อนางเล่นหรืออย่างนั้น?ทำไมถึงได้ให้นางทำภารกิจเช่นนี้ จะไม่อาจมอบภารกิจที่ปกติเสียหน่อยให้นางอย่างนั้นหรือ?ความคิดของเจี่ยนอันอันเพิ่งจะเกิดขึ้น ก็มองเห็นภารกิจของห้วงมิติแสดงข้อความใหม่ขึ้นมา[ภารกิจทั่วไปดูจะไม่มีความหมายจนเ
เมื่อถูกเจี่ยนอันอันพูดออกมาเช่นนี้ ฟางอิ๋งก็ตื่นตกใจเสียนใบหน้าซีดขาว นางอดไม่ได้ที่จะก้าวถอยกลับไปก้าวหนึ่ง“เจ้าหมายความว่า เดิมทีคนที่ถูกวางยาพิษ ควรจะเป็นข้า เป็นข้าที่ทำให้จื่อซีกลายเป็นแบบนี้?”เมื่อคิดว่าฉู่จื่อซีที่ถูกวางยาพิษนั้น สี่ปีมานี้ไม่อาจจะได้ยินเสียงและไม่อาจพูดได้ที่แท้ผู้ร้ายตัวจริง กลับกลายเป็นนาง!ทันใดนั้นจมูกก็แสบร้อนขึ้นมา กอดร่างกายเล็กๆ ของฉู่จื่อซีเอาไว้ ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดเสียงร้องของนางดึงดูดให้สมาชิกคนอื่นๆ ในตระกูล พวกเขาต่างก็หันมามองยังฟางอิ๋งอย่างไม่เข้าใจ“เกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ทำไมถึงได้ร้องไห้ออกมาแบบนี้กัน?” ฮูหยินใหญ่มายังเบื้องหน้าของทั้งสามคนอย่างปวดใจเล็กน้อยฮูหยินรองเองก็มองไปยังฟางอิ๋งด้วยใบหน้าเป็นกังวล ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ร้องไห้ออกมาจนกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ฉู่จวินหลุนได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวในลานดังขึ้น ก็เรียกให้เด็กรับใช้แบกเขาออกมาฉู่จื่อซีเมื่อเห็นว่าแม่ของเขาร้องไห้ เขาก็รีบเอื้อมมือเล็กๆ ออกมาเช็ดน้ำตาให้กับฟางอิ๋งเจี่ยนอันอันเหลือบมองสมาชิกในตระกูลที่อยู่รอบๆ นางรู้สึกว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องบอกกับทุกคนนางให้ฉ
นางรู้ว่าฉู่จวินหลุนไม่ชอบฉู่ชางเหยียนเพื่อไม่ให้ทั้งสองคนทะเลาะกัน นางก็เลยหยิบชาขึ้นมาดื่มแทนเหล้าฉู่ชางเหยียนในตอนนั้นเองก็ไม่ได้แสดงท่าทีแปลกประหลาดใดออกมาหลังจากที่เขาดื่มชาไปแล้วก็ไม่ได้รั้งอยู่นาน ลุกขึ้นออกไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มในตอนนั้นที่ฉู่จวินหลุนและฟางอิ๋งทั้งสองคนก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นอีกเพราะอย่างไรแล้วเมื่ออยู่ในจวนจิ้นอ๋อง ฉู่ชางเหยียนคิดจะทำร้ายพวกเขา เขาเองก็ต้องชั่งน้ำหนักความสารชมารถของตนเองหลังจากที่ฉู่จวินหลุนพูดเรื่องในปีนั้นออกมา เหล่าสมาชิกในตระกูบที่อยู่ที่นั่นทุกคนต่างก็เข้าใจกันขึ้นมาจะต้องเป็นฉู่ชางเหยียนที่ลอบวางยาเอาไว้ในน้ำชาเขาจะต้องคิดอยากจะฆ่าฉู่จวินหลุนแน่!เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็จะสามารถแย่งชิงบัลลังก์ฮ่องเต้ได้อย่างสบายใจหลังจากที่เจี่ยนอันอันได้ยินแล้ว ก็ถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ “ในเมื่อเขาคิดอยากจะทำร้ายพวกเจ้า ทำไมถึงได้วางยาที่แพร่กระจายได้ช้าเช่นนี้มาทำร้ายพี่สะใภ้ใหญ่กัน?”ฟางอิ๋งในตอนนี้ น้ำตาก็หยุดไหลลงแล้วนางใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาบนใบหน้า ก่อนจะพูดออกมา “ถ้วยชาในตอนนั้น เดิมทีเพื่อให้ฉู่จวินหลุนดื่ม ทว่าในตอนน
เจี่ยนอันอันหันไปมองยังฉู่จวินสิง ก็พบใบหน้าเศร้าสร้อยของเขา ในใจของนางก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างไม่รู้สาเหตุนางพึมพำออกมา “ที่จริงแล้ว วัตถุดิบเหล่านี้อยากจะได้มาก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป เพียงแต่ต้องการให้ท่านร่วมมือด้วย”ฉู่จวินสิงเมื่อได้ยิน ในตาก็เผยร่องรอยแห่งความหวังออกมาเขาคว้ามือของเจี่ยนอันอันเอาไว้ “ต้องให้ข้าร่วมมืออย่างไร เจ้ารีบบอกออกมาก็พอแล้ว”เจี่ยนอันอันคิดจะดึงมือกลับมา แต่เมื่อคิดถึงภารกิจของห้วงมิตินั้น นางก็ล้มเลิกความตั้งใจไปเมื่อรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของฉู่จวินสิง ก็สูดลมหายใจเข้าลึกในที่สุดก็รวบรวมความกล้าแล้วพูดออกมา “ขอเพียงแค่สามารถจูบกับท่าน ข้าก็จะสามารถได้รับคลังวัสดุยา ที่นั่นมีวัตถุดิบยาที่จะช่วยแก้พิษได้”ฉู่จวินสิงมองไปยังเจี่ยนอันอันด้วยสายตาลึกซึ้ง นานกว่าเขาจะพ่นออกมาสี่คำ“ข้าเข้าใจแล้ว”เจี่ยนอันอันไม่รู้ว่าฉู่จวินสิงหมายความว่าอย่างไร เขาเห็นด้วยแล้วหรือว่าจะไม่เห็นด้วยกัน?เมื่อเห็นว่าฉู่จวินสิงไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก มีเพียงแค่สายตาที่จับจ้องเขม็งมายังตนเองเท่านั้นใบหน้าของเจี่ยนอันอันก็แดงก่ำไปจนทั่วนางรีบพยายามจะดึงมือกล
เมื่อเห็นว่าเจี่ยนอันอันวิ่งออกไปด้วยความตื่นตระหนก มุมปากของฉู่จวินสิงก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มน่ามองความอบอุ่นบนริมฝีปากยังคงหลงเหลืออยู่ ฉู่จวินสิงยกมือขึ้น ไล้ไปยังริมฝีปากของตนเองเขาไม่เคยจูบกับใครมาก่อน แต่ความรู้สึกนี้ดูเหมือนว่าจะไม่เลวเลยเจี่ยนอันอันวิ่งออกไปยังลานบ้าน แก้มของนางเห่อร้อนขึ้น หัวใจก็เต้นแรงอย่างบ้าคลั่งนางนั่งอยู่ในลานบ้าน ใช้มือพัดให้ตนเองเพียงแค่อยากลบภาพฉากเมื่อครู่นี้ให้หายออกไปจากสมองจนหมดสิ้นโชคดีที่ท้ายที่สุดแล้วก็สามารถทำภารกิจของห้วงมิติได้สำเร็จ และก็สามารถเลือกวัสดุยาที่ช่วยฉู่จื่อซีแก้พิษได้และก็เป็นในตอนที่เจี่ยนอันอันเลือกวัสดุยาอยู่นั้น ซ่างชิวที่ทำงานอยู่ด้านหลังเรือนอยู่ตลอดเวลาก็เดินเข้ามา“แม่นาง น้ำที่พวกเราเอามาไม่เพียงพอใช้ ข้าอยากจะกลับไปเอาน้ำมาอีกสักสองถัง”เจี่ยนอันอันไม่ได้ห้ามเอาไว้ ปล่อยให้ซ่างชิวกลับไปตักน้ำมาซ่างชิวกลับไม่ได้ตักน้ำในเรือนนี้ แต่กลับไปยังบ้านของตนเองไม่นานนัก เขาก็เลือกถังน้ำมาสองถังแล้วย้อนกลับมาเจี่ยนอันอันเองก็อยากรู้ว่าพวกเขาทำงานกันอย่างไรบ้างนางเดินไปยังด้านหลังเรือน ก็พบว่าด้านหลังเรือนนั้น
เจี่ยนอันกลอกตา หลังจากที่นางหรี่ไฟเตาหลอมยาแล้ว ก็เดินมายังเบื้องหน้าของฉู่จวินสิงนางถลึงตาใส่ฉู่จวินสิงอย่างอารมณ์ไม่ดีนัก “นี่ ท่านคิดจะทำอะไรกัน? ที่นี่มีผู้ชายอยู่ตั้งมากมาย ท่านไม่ยอมให้เขาพาไปให้ปลดทุกข์ ทำไมจะต้องเป็นข้าด้วย?”ฉู่จวินสิงไม่ได้โมโหเพราะว่าคำพูดของเจี่ยนอันอัน มุมปากกลับยกเป็นรอยยิ้มขึ้นมาเจี่ยนอันอันเห็นว่าฉู่จวินสิงยังคงยิ้มออกมา นางคิดอยากจะเหวี่ยงหมัดต่อยเขากลับไปบนเตียงจริงๆฉู่จวินสิงเก็บรอยยิ้ม แล้วพูดออกมาอย่างจริงจัง “ข้าไม่ชอบชอบแตะต้องผู้อื่นมาโดยตลอด แม้แต่จะเป็นฉู่อันเจ๋อก็ไม่ได้”เจี่ยนอันอันโมโหเสียจนอยากจะกระอักเลือดออกมาอะไรที่เรียกว่าไม่ชอบให้ผู้อื่นแตะต้องกัน ตลอดทางมานี้ ฉู่อันเจ๋อแบกเขามาไม่น้อยและเมื่อวานนี้เขายังให้ฉู่อันเจ๋อประคองเขาออกมาจากบ้านในขณะที่เจี่ยนอันอันกำลังจะพูดคำในใจ กลับพบว่าฉู่จวินสิงพูดออกมาด้วยใบหน้าร้อนรน “ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว รีบพาข้าไปปลดทุกข์เถอะ”เจี่ยนอันอันถูกฉู่จวินสิงทำให้พ่ายแพ้ไปนางใช้แขนข้างหนึ่งประคองฉู่จวินสิงมาอย่างอารมณ์ไม่ดีนัก ก่อนจะคล้องลงบนไหล่ของตนเองทั้งสองคนเดินมุ่งตรงไปยังห้องปลดทุกข
“ข้าเข้าไปได้หรือไม่?” เจี่ยนอันอันเคาะประตูห้อง ไม่นานนักด้านในก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นฟางอิ๋งเปิดประตู ก็มองเห็นในมือของเจี่ยนอันอันประคองชามยาเอาไว้ ยืนอยู่ตรงหน้าประตูนางรีบเชิญเจี่ยนอันอันเข้ามาในห้องตอนนี้ฉู่จวินหลุนกำลังนั่งอยู่บนเตียง เล่นอยู่กับฉู่จื่อซีทั้งสองคนเมื่อเห็นว่าเป็นเจี่ยนอันอันที่เข้ามา ก็หยุดเล่นลงเจี่ยนอันพยักหน้าให้กับฉู่จวินหลุน ก่อนจะส่งชามยาให้กับฟางอิ๋ง“พี่สะใภ้ใหญ่ นี่เป็นยาแก้พิษของจื่อซี ท่านให้เขาดื่มเสียก่อน ค่ำวันนี้ข้าจะปรุงยาให้เขาอีกชุดหนึ่ง”ฟางอิ๋งอิ๋งรีบรับชามยามา ก่อนจะกล่อมให้ฉู่จื่อซีดื่มยาที่ขมมากนั้นลงไปดีที่ฉู่จื่อซีเป็นเด็กรู้ความ จึงไม่ได้ร้องไห้งอแงออกมาเพราะว่ายาขมเจี่ยนอันอันชอบเด็กดีว่านอนสอนง่ายอย่างฉู่จื่อซีมากนางหยิบขนมลูกกวาดกระต่ายขาวออกมาชิ้นหนึ่ง ส่งให้กับฉู่จื่อซี“จื่อซีเด็กดี กินยาขมก็ยังไม่ร้องไห้ไม่งอแง ลูกกวาดนี้เป็นรางวัลให้เจ้า กินเสียสิ”ฉู่จื่อซีรับลูกกวาดกระต่ายขาวมาแล้ว สายตาก็จับจ้องไปยังลูกกวาดในมือตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยพบลูกกวาดเช่นนี้มาก่อน บนกระดาษห่อลูกกวาดนั้นยังวาดรูปกระต่ายน้อยเอาไว้
เจี่ยนอันอันเมื่อเห็นว่าฟางอิ๋งมีท่าทีลังเล ก็ถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ “พี่สะใภ้ใหญ่มีอะไรจะพูดอย่างนั้นหรือ?”ฟางอิ๋งเหลือบมองไปยังฉู่จวินหลุน แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ “อันอัน ตระกูลในตอนนี้ล้วนแต่ต้องอาศัยเจ้าเพียงแค่คนเดียวคอยจัดการ ข้าที่เป็นพี่สะใภ้ใหญ่รู้สึกผิดจริงๆ”เจี่ยนอันอันโบกมืออย่างเร่งรีบ “ไม่เป็นไรเลย ข้าเองก็หวังว่าทุกคนจะสามารถอยู่ดีกินดีก็เท่านั้นเองเจ้าค่ะ”ฟางอิ๋งมองไปยังฉู่จื่อซีที่กำลังกินลูกกวาดอยู่ นางก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง“จื่อซีเด็กคนนี้ช่างมีชะตาที่น่าสงสารเสียจริง อายุยังน้องก็ต้องมาทนลำบากกับพวกเรา” “หากไม่ใช่เพราะว่ามีเจ้ารู้ว่าที่เขาเป็นเช่นนี้เพราะว่ามีพิษอยู่ในร่างกายแล้ว” “เกรงว่าทั้งชีวิตนี้ของพวกเราก็คงจะต้องอยู่ในความมืดมิดไปตลอดชีวิต”เจี่ยนอันอันเข้าใจแล้ว ฟางอิ๋งกำลังจะพูดคำขอบคุณกับนางนางรีบพูดออกมา “พี่สะใภ้ใหญ่ พวกเราตอนนี้เป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว คำพูดที่เกรงใจกันเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงแล้ว” “นอกจากนี้ ข้าเองก็คงจะไม่ให้วันเวลาอันยากลำบากเช่นนี้ดำเนินต่อไปอีก ข้าจะต้องคิดหาวิธี ให้พวกท่านได้หวนกลับมาเป็นใหญ่อีกครั้งหนึ่งแน่”
เจียงหว่านเอ๋อร์กอดร่างน้อยของเสิ่นคังไว้ พร้อมร่ำไห้น้ำตานองเจี่ยนหลิงเยว่เห็นกู้มั่วหลีเชื่อฟังเจี่ยนอันอันเช่นนี้ นางยิ่งโมโหโกรธาจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเจี่ยนอันอันเป็นตัวอะไร จึงทำให้กู้มั่วหลีอยู่ใต้โอวาทได้เช่นนี้นางต้องทำให้เจี่ยนอันอันจบชีวิตลง!ขอเพียงเจี่ยนอันอันตายเสีย นางจึงจะได้ครอบครองทั้งกู้มั่วหลีและฉู่จวินสิงเพียงผู้เดียวเมื่อนึกถึงตรงนี้ เจี่ยนหลิงเยว่จึงไม่สนใจใบหน้าที่ยับเยินอีกนางเดินไปหาเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงอย่างองอาจเมื่อสบสายตาเข้ากับฉู่จวินสิง ใบหน้านางจึงปรากฏแววเขินอายแดงเรื่อออกมา“พี่สาว ท่านนี้คงเป็นพี่เขยของข้ากระมัง” เจี่ยนหลิงเยว่กล่าว และไม่รอให้เจี่ยนอันอันตอบกลับ นางรีบหันไปคารวะต่อฉู่จวินสิง “คารวะพี่เขย ข้าคือเจี่ยนหลิงเยว่ เป็นคนที่ฮ่องเต้เคยประทานสมรสให้แก่ท่าน”เจี่ยนหลิงเยว่เปิดเผยฐานะที่แท้ ขณะพูดจานั้น นางยังเงยหน้าขึ้นพร้อมใช้สายตาจ้องมองฉู่จวินสิงแต่ฉู่จวินสิงกลับแสร้งมองไปทางอื่น แม้เพียงสายตาจริงจังก็ยังไม่ยอมมอบให้นางเจี่ยนหลิงเยว่กัดฟันเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่“พี่เขยมาที่นี่เพื่อตามหาข้ากระนั้นรึ? ทั้งหมดน
“คุณชายกู้ รีบปล่อยคังเอ๋อร์ของข้าเสีย”เจียงหว่านเอ๋อร์ไม่สนใจจะคิดบัญชีกับเจี่ยนอันอันอีก พลางรีบวิ่งไปเบื้องหน้ากู้มั่วหลีแต่กู้มั่วหลีก็หาได้ยอมปล่อยตัวเสิ่นคังเพราะคำพูดของนางไม่เจี่ยนอันอันเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา นางยังไม่รู้สึกตื้นตันเจี่ยนหลิงเยว่เห็นการกระทำของกู้มั่วหลีเช่นนี้ กลับยิ่งเสียใจเป็นทวีคูณเมื่อครู่ขณะเจียงหว่านเอ๋อร์พุ่งตัวมาทำร้ายนาง กู้มั่วหลีกลับนิ่งเฉย ไม่คิดช่วยเหลือแม้แต่น้อยแต่ไฉนพอเจี่ยนอันอันปรากฏตัว เขากลับออกหน้าช่วยเหลือทันทีเจี่ยนหลิงเยว่โกรธเคืองเสียจนหน้าอกกระเพื่อมแรง แต่กลับจนปัญญาที่จะตอบโต้กู้มั่วหลีกู้มั่วหลีกล่าวเสียงเย็นชา “เจี่ยนอันอันเป็นหญิงที่ข้าชอบพอ พวกเจ้าใครก็ห้ามแตะต้องนางแม้แต่ปลายเล็บ”ขณะเอ่ยปากนั้น แรงมือหาได้ลดน้อยลงไม่และคำพูดของเขา ก็ยิ่งเพิ่มความเกลียดชังให้แก่ฉู่จวินสิงมากขึ้นอะไรคือเป็นหญิงที่ชอบพอ เจ้ายังมียางอายบ้างหรือไม่!เจี่ยนอันอันเป็นภรรยาของฉู่จวินสิงแล้ว หาใช่สตรีที่ชายใดจะมาหมายปองง่ายๆ ได้อีกสองมือของฉู่จวินสิงกำเป็นหมัดแน่น แววตายิ่งกลายเป็นเย็นชา สีหน้าแทบจะกินเลือดกินเนื้อกู้มั่วหลีให้จ
เจียงหว่านเอ๋อร์นัยน์ตาแดงต่ำ นางไม่นำพาต่อการร่ำไห้ของเจี่ยนหลิงเยว่ พร้อมยื่นมือไปยังใบหน้าฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งเสียงประตูถูกเตะอย่างแรง ยับยั้งการกระทำของนางไว้คนในห้องทั้งสี่คนต่างหันหน้าไปดูเห็นเพียงเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงยืนอยู่หน้าประตู ท่าทางคล้ายตั้งใจมาดูเรื่องสนุกบางอย่างกู้มั่วหลีไม่คาดคิดว่า จู่ๆ เจี่ยนอันอันจะมาปรากฏตัวในเวลานี้เพราะเขาตามหานางมาหลายวัน ค้นแทบทุกซอกทุกมุมเมืองอินเป่ยก็ว่าได้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจี่ยนอันอัน จนแม้แต่ฉู่จวินสิงก็ไม่พบร่องรอยเขายังนึกว่าทั้งสองคนได้หายสาบสูญไปแล้ว มิคาดว่าคืนนี้จะมาปรากฏตัวที่จวนเป่าจวิ้นอีกช่างเป็นการได้มาโดยมิต้องเปลืองแรงโดยแท้“เจี่ยนอันอัน ในที่สุดเจ้าก็ยอมโผล่จนได้” ขณะกู้มั่วหลีทักทายนั้น สีหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มมันเป็นสิ่งที่เจี่ยนหลิงเยว่รอคอยมาตลอด ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากเขาบ้างแต่กลับกลายเป็นรอยยิ้มนี้มิใช่ของนาง เขามอบให้เจี่ยนอันอันต่างหากความแค้นที่นางมีต่อเจี่ยนอันอัน จึงยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นครั้นเมื่อเห็นฉู่จวินสิงซึ่งอยู่ข้างกายเจี่ยนอันอัน ก็ยิ่งตะลึงกับรูปโฉมสง่างามนั้นราวกับเทพบุตรก็ไ
อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ เรื่องที่นางยืนกรานจะมาหาฉู่จวินสิง ได้ทำให้บิดาโกรธเคืองเป็นอย่างมากฉะนั้นแม้ยามนี้นางจะตายอยู่ในเมืองอินเป่ย บิดาก็คงไม่มาเหลียวแลแม้แต่น้อยจนวันนี้นางไม่ได้พบหน้าฉู่จวินสิงสักครั้ง แต่กลับมาอยู่กับกู้มั่วหลีแทนเดิมคิดว่ากู้มั่วหลีอาจจะดีต่อนางบ้าง เพราะคนผู้นี้มีใบหน้าที่หล่อเหลา หากได้อยู่กับเขาก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนักมิคาดว่ากู้มั่วหลีกลับเห็นนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นเครื่องระบายอารมณ์เท่านั้นหากนางปรนนิบัติไม่เป็นที่ถูกใจเขา ก็จะถูกเตะลงเตียงได้ในบัดดลนางจึงรู้สึกเสียใจยิ่งที่มาเมืองอินเป่ย จนบัดนี้แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้า ก็ยังไม่ห่วงความเป็นตายของนางเจี่ยนหลิงเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ จนอดไม่ได้ที่จะร่ำไห้ออกมา“พอที อย่ามาบีบน้ำตาให้เห็นอีก นึกว่าข้าจะห่วงใยเจ้าหรือไร”น้ำเสียงตวาดของกู้มั่วหลี แทบทำให้เสียงสะอื้นของเจี่ยนหลิงเยว่จุกอยู่ในลำคอเจี่ยนอันอันยืนอยู่ด้านนอก ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในห้องแล้ว ในใจก็อดยิ้มหยันเสียมิได้“เจี่ยนหลิงเยว่ เจ้าโอหังนักมิใช่หรือ ในที่สุดก็ถูกกรรมตามสนองแล้ว”ขณะที่เจี่ยนอันอันเตรียมจะบ
มุมปากเจี่ยนอันอันกระตุกเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่ากู้มั่วหลียังใช้แผนชั่วกับนางอีกทั้งคู่ต่างสบสายตา ในที่สุดฉู่จวินสิงก็อุ้มเจี่ยนอันอันขึ้น พร้อมใช้วิชาตัวเบาะเหาะข้ามเถาวัลย์หนามบนพื้นไปเคราะห์ดีที่หน้าประตูห้องใหญ่ ไม่ได้ปูหนามไว้ ฉู่จวินสิงจึงค่อยๆ ร่อนลง พร้อมวางตัวเจี่ยนอันอันลงด้วยทั้งคู่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ เปิดประตูห้องพร้อมเบี่ยงกายเข้าไปภายในห้องไม่มีผู้ใดอยู่แม้แต่สักคนเจี่ยนอันอันมองสำรวจรอบข้าง แม้แต่ตามขื่อหลังคาก็ไม่เว้นเสียดายกู้มั่วหลีไม่อยู่ในห้องนี้ทั้งคู่จึงรีบถอยออกไป พร้อมปิดประตูสนิทจวนเป่าจวิ้นมีห้องหับมากมาย ทั้งคู่หาต่อไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของกู้มั่วหลีจนแม้แต่เจี่ยนหลิงเยว่ก็ไม่เห็นเช่นกันฉู่จวินสิงกล่าวเสียงเบา “ดูท่าพวกเขาคงไม่อยู่ที่นี่”แต่เจี่ยนอันอันกลับคิดว่า คนเจ้าเล่ห์เช่นกู้มั่วหลี อย่างไรก็ต้องมีห้องลับอยู่ในจวนเป่าจวิ้นอย่างแน่นอนนางเคยถูกจับตัวมาอยู่นี่ จึงพอคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมบ้างนางแนบไปใกล้หูฉู่จวินสิง พลางกล่าวเสียงค่อย “ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ไปดู”ที่นั่นเคยเป็นห้องที่กักขังนางมาก่อนต
ฉู่จวินสิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ความคิดพวกเจ้าถูกต้อง ในเมื่อมาถึงเมืองอินเป่ยแล้ว ก็ต้องหาวิธีอยู่ต่อให้จงได้”“ส่วนทางข้าก็จะหาหนทางขยายอิทธิพลให้มากขึ้น ถึงตอนนั้นเราจะบุกไปเมืองจิงโจวด้วยกัน”“และถัดจากนี้ไป พวกเจ้าก็จงวางใจอยู่นี่ให้ดี”คำพูดของฉู่จวินสิง ถือว่าพูดให้คนอื่นฟังด้วยทุกคนจึงยิ่งมีกำลังใจ พร้อมช่วยกันขนย้ายผักและเสบียงต่างๆ เข้าไปยังห้องเก็บของหลังจากทำงานเสร็จ จึงได้พูดคุยสนทนากับเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่ออีกครู่ใหญ่ฉู่จวินสิงลุกขึ้นยืนเตรียมตัวอำลา“นายท่าน พวกท่านจะกลับแล้วหรือ คืนนี้พักที่นี่สักคืนก็ได้”“บ้านนี้มีห้องว่างหลายห้อง พวกเราพออยู่กันเบียดเสียดได้บ้าง”เฉินเช่อชิงเอ่ยปากก่อน เขาไม่อยากให้ทั้งคู่กลับไปหมู่บ้านชิงสุ่ยในยามวิกาลเช่นนี้เจี่ยนอันอันโบกมือกล่าวตอบ “เรายังมีงานอื่นต้องทำ คงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้”“พวกเจ้าก็รีบพักผ่อนเสีย เราลากันตรงนี้”ทุกคนเดินส่งฉู่จวินสิงและเจี่ยนอันอันจนถึงหน้าประตู มองดูพวกเขาขึ้นรถม้าจากไปจึงหันหลังกลับเข้าบ้านไปพักผ่อนทีนี้ค่อยโล่งใจหน่อย มีผักสดและเสบียงอีกมากมาย พวกเขาไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกิ
หลังจากกินข้าวจนอิ่มหนำ ทุกคนจึงลุกขึ้นอำลาเซิ่งฟางเจี่ยนอันอันยังพะวงกับเรื่องที่จะไปเข้าเมือง นางเองก็ไม่ชอบออกจากบ้านเพื่อไปเข้าเมืองบ่อยครั้งนักคิดว่าวันนี้จะรีบสะสางงานให้เสร็จสิ้น แล้วหลังจากนี้อีกหลายวันจะได้พักผ่อนอยู่บ้านให้สบายเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ยิ่งบานปลาย เพราะถ้ากู้มั่วหลีก่อเรื่องอันใดขึ้นอีก อาจกลายเป็นยุ่งยากจนยากจะรับมือได้เจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่างขึ้นรถม้า แล้วมุ่งไปทางตัวเมืองส่วนถังหมิงเซวียนกลับไปยังโรงเตี๊ยมเขานอนอยู่บนเตียง พลิกไปพลิกมา ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับเสียทีเขาอยากให้เวลาผ่านไปโดยเร็ว จะได้รีบไปหมู่บ้านชิงสุ่ยแล้วพักอยู่ที่นั่นเสียเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เขาจะได้กระชับความสัมพันธ์กับเหยียนซวงให้มากขึ้น ดั่งคำว่าน้ำตาลใกล้มดแต่เมื่อนึกถึงว่าบ้านของเหยียนซวง อยู่ติดกับบ้านของเสิ่นจือเจิ้งถังหมิงเซวียนก็อดรู้สึกเครียดในใจไม่ได้อีกเขานึกถึงคำพูดของเจี่ยนอันอัน เกิดวันดีคืนร้าย เสิ่นจือเจิ้งเห็นถึงความดีของเหยียนซวง เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอแต่งงานกับนางแล้วจะทำอย่างไร?เขากับเหยียนซวงยังมีสัญญาหมั้นหมายต่อกันอยู่ เพียงแต่การหมั้นหมายนี้ เกิดจาก
เขาก้มหน้าปรุงยาต่อไป หากสมุนไพรไม่พอก็ขอจากเจี่ยนอันอันอีกทั้งคู่ช่วยกันทำงานถึงช่วงบ่าย ในที่สุดยาถอนพิษสี่พันกว่าเม็ด ก็สำเร็จลุล่วงออกมาในขณะที่เซิ่งฟางได้ไต่สวนคดีเรียบร้อย หัวขโมยผู้นั้นได้โจรกรรมของของผู้อื่นจริงๆจึงถูกเซิ่งฟางส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำก่อนที่ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าทุกข์กำลังจะอำลา เจี่ยนอันอันได้เรียกตัวเขาไว้“บ้านท่านมีสมาชิกทั้งหมดกี่คน?”ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าทุกข์ชะงักเล็กน้อย พร้อมมองหน้าเซิ่งฟางเซิ่งฟางแสดงท่าทีให้เขาตอบตามความจริงเขาจึงได้กล่าวตอบ “บ้านข้ามีทั้งหมดเจ็ดคนขอรับ”เจี่ยนอันอันได้ยินดังนี้ จึงหยิบยาถอนพิษออกมาเจ็ดเม็ด ส่งให้คนผู้นั้น“นี่คือยาถอนพิษ ท่านกินไปหนึ่งเม็ดก่อน ที่เหลือนำไปให้คนในครอบครัวได้กิน”คนผู้นั้นมองดูยาเม็ดในมือด้วยความมึนงง ไม่เข้าใจถึงเจตนาของเจี่ยนอันอันเซิ่งฟางเห็นเข้าจึงกล่าวแทน “ในอำเภอไถหยางมีคนถูกวางยา ท่านรีบกินยาถอนพิษเร็วเข้า แม้ไม่ได้รับพิษก็ถือเป็นการป้องกันไว้ก่อน”“ส่วนที่เหลือก็นำไปให้คนในครอบครัวแบ่งกิน อย่ารอให้ถูกพิษแล้ว ค่อยวิ่งมาขอยาถอนที่นี่”ชาวบ้านผู้นั้นเมื่อได้ยินดังนี้ จึงรีบลนลานกินยา
เหล่าทหารรับคำสั่ง พร้อมรีบเดินออกจากอำเภอไปสำรวจจำนวนประชากรผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ทุกคนจึงได้กลับมาพร้อมรายงานต่อเซิ่งฟาง “เรียนใต้เท้า พวกเราได้ไปสำรวจมา ในอำเภอไถหยางปัจจุบันมีผู้คนทั้งสิ้นสี่พันหกร้อยสามสิบเจ็ดคนขอรับ”เจี่ยนอันอันพลันขมวดคิ้ว ลำพังแค่อำเภอไถหยางก็มีตั้งสี่พันกว่าคนแล้วหากพวกเขาล้วนถูกพิษ และไม่อาจเข้าถึงยาถอนพิษได้ทันเวลาจะต่างกับการกวาดล้างทั่วเมืองในอดีตที่ตรงไหน?เพียงแต่การกวาดล้างในหนนี้ มิได้เกิดจากน้ำมือฉู่ชางเหยียน หากแต่เป็นกู้มั่วหลีผู้เดียวคนบ้าที่สมควรตายผู้นี้ นอกจากเขาแล้ว เจี่ยนอันอันแทบนึกไม่ออกว่าจะมีผู้ใด กล้าทำเรื่องเช่นนี้ได้อีกนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งพลางกล่าว “พี่เซิ่งฟาง ข้าต้องรีบปรุงยาถอนพิษ ถึงเวลาท่านค่อยสั่งให้ทหารนำไปแจกจ่ายแก่ชาวบ้านที่อยู่ในอำเภอไถหยาง”“ผู้ได้รับพิษจะช่วยถอนพิษโดยเร็ว แม้ไม่ถูกพิษก็จะได้กินเพื่อป้องกันไว้”เซิ่งฟางรีบรับปากในบัดดลเจี่ยนอันอันรีบทำการปรุงยาทันที ฉู่จวินสิงเกรงว่านางจะเหนื่อย จึงให้คนของเซิ่งฟางยกเก้าอี้มานั่งดีที่บริเวณนี้มีเงาไม้พอให้ร่มรื่น เจี่ยนอันอันจึงไม่ถูกแดดแผดเผามากนัก