มั่วฝานจะไปยับยั้งการร่วมมือของราชสำนักกับกองทัพธงเหลือง โดยผ่านมุมมองนี้ได้ เป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึงในบันทึกประวัติศาสตร์ไม่เป็นทางการ การตายของฮ่องเต้น้อย เกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพธงเหลืองบุกเข้าไปในเมืองหลวง ฆ่าเขาขณะเกิดการนองเลือดในราชวังแน่นอนว่าในหนังสือประวัติศาสตร์บันทึกอย่างไม่เป็นทางการจดบันทึกอย่างเร่งรีบข้ามไปข้ามมา ไม่มีประโยคเพิ่มเติมมาเขียนถึงฮ่องเต้น้อยเลยคงเป็นเพราะตายในการนองเลือดที่ราชวัง!ทว่าตอนนี้มั่วฝานร้อนใจอยากจะฆ่าเขาให้ตาย เย่มู่มู่ไม่มีอะไรจะพูด“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าของให้เจ้าประสบความสำเร็จ”“แน่นอนว่า ก่อนเจ้าจะกลับไปต้าฉี่ พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปที่หนึ่งก่อน!”มั่วฝานถามขึ้นว่า “สำคัญมากหรือไม่?”ตอนนี้เขาค่อนข้างร้อนใจกับต้าฉี่เย่มู่มู่ตอบ “สำคัญมาก พรุ่งนี้เช้าเราจะไปนั่งรถไฟความเร็วสูงกัน!”“คืนนี้พวกเจ้าพักผ่อนให้สบายใจ ทางนั้นยังมีจ้านเฉิงอิ้นอยู่”“เขาเป็นถึงโหวขั้นหนึ่งที่มีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อย เติบโตมาอยู่ในค่ายทหารตั้งแต่เด็ก เคยรับมือกับแม่ทัพใหญ่ในสงครามมานับไม่ถ้วน!”“กะอีแค่การโจมตีของพันธมิตรไม่กี่ฝ่ายไม่ใช่หรือ? เ
กระทั่งสื่อยังหันกล้องมาจ่อเขาหลังจากนั้นหลูหมิงและหลูซีที่อยู่บนรถก็ลงมาวันนี้ทั้งสองคนบรรจงแต่งตัว สวมชุดคลุมยาวเนื้อผ้าเดียวกับมั่วฝาน ทว่าคนละแบบ และผูกผมยาวไว้ตรงท้ายทอยหลูซีกระทั่งลวดมือหยิบกระบี่ยาววัสดุสไตล์โบราณเอาไว้ตลอดกระบี่ยาวอยู่ในมือเขา กลับกลมกลืนอย่างคาดไม่ถึง!เย่มู่มู่ให้เขาเลือกมาหนึ่งเล่ม จากในบรรดากระบี่ชื่อดังสิบกว่าเล่มที่เถ้าแก่โรงงานเลียนแบบของโบราณเคยส่งมา!เขาเลือกกระบี่มังกรเล่มหนึ่ง!ในวินาทีที่เย่มู่มู่ลงมาจากรถ เมื่อรองผู้อำนวยการจางได้ยินเสียงข่าว ก็ออกมาต้อนรับพวกเขาเข้าไปด้วยตนเอง“มู่ม่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ผมคิดว่าคุณจะมาถึงสายกว่านี้ซะอีก ไม่คิดเลยว่าจะมาเร็วที่สุด!”“มา ๆ เชิญชั้นบนเลย!”“พวกผู้อาวุโสจาง ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่เขามาหรือยังคะ?”“ยังครับ เหล่าจางยังไม่ได้ขึ้นเครื่องบิน เหล่ามู่ยังเข้าสอนนักเรียนอยู่ ผู้อาวุโสสวี่อีกคนติดต่อไม่ได้ ไม่เป็นไรครับ ติดต่อกับผู้ช่วยของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว ต้องมาอย่างแน่นอน เกรงก็แต่ว่าไม่ถึงวินาทีสุดท้ายของพิธีตัดริบบิ้น จะไม่โผล่หัวมา!”“คุณวางใจเถอะครับ ขอแค่คุณมาถึงแล้ว พวกเขาจะต้องมา
เย่มู่มู่ฟังแล้วตะลึงตาค้าง…นี่มัน ทำไมพูดไม่เหมือนกับผู้บรรยายเลยล่ะมีเด็กน้อยที่ยืนข้าง ๆ พวกเขาคนหนึ่งพลางยกมือขึ้น“คุณน้าผู้บรรยาย คุณน้าพูดไม่ถูก พี่ชายคนนี้ทั้งที่พูดว่าเป็นอ๋องของชนเผ่าหนึ่ง ได้พาคนของเขาไปออกล่าสัตว์ พวกเขาล่าเหยื่อได้จำนวนมาก ท่านอ๋องดีใจมากจึงสังหารทาสสามคนเพื่อเฉลิมฉลอง!”ทันใดนั้น ทุกคนก็มองมาส่วนผู้บรรยายอยากจะโต้กลับในตอนแรก แต่พอเห็นชายหนุ่มสวมชุดโบราณหน้าตาหล่อเหลากับเย่มู่มู่…พวกเขาเป็นแขกพิเศษของพิพิธภัณฑ์ รองผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สั่งไว้ว่าต้องดูแลพวกเขาให้เป็นอย่างดีเธอพลันหน้าแดงพร้อมยิ้มเขินอายและไม่ได้โต้แย้งมั่วฝานเย่มู่มู่จึงใช้โอกาสนี้พาทั้งสามคนเดินออกมาและปล่อยให้ผู้บรรยายยืนบรรยายให้คนอื่นอยู่ที่เดิม ส่วนพวกเขาจะเดินดูตามใจชอบโบราณวัตถุที่ห้องโถงชั้นหนึ่ง มีของหลายราชสมัยและเป็นเครื่องลายครามส่วนใหญ่แจกัน ชามและจาน…มีลวดลายและไม่มีลวดลายและยังมีของใช้ในชีวิตประจำวันของสมัยโบราณ อย่างเช่นเครื่องปั้นดินเผาสำหรับต้มข้าว อุปกรณ์ในครัวและอุปกรณ์มีด…ของเหล่านี้ เมื่ออยู่ในยุคสองพันปีที่ต้าฉี่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปแน่นอนว่
“เสียดายจัง สวรรค์อิจฉาคนมีความสามารถ!”“ถ้าเขารอดชีวิต ประวัติศาสตร์ก็จะถูกแก้ไข ฉันสังเกตเห็นว่าในช่วงระยะเวลาเดียวกัน ความสามารถการเป็นกุนซือด้านการรบของเขาแข็งแร่งที่สุด ที่สำคัญยังหนุ่มมาก ทำไมถึงได้มาเกิดในต้าฉี่บ้านเมืองที่เป็นแบบนี้กันนะ!”“ดูสิ บันทึกประวัติศาสตร์อย่างไม่เป็นทางการบันทึกไว้ว่า ฮ่องเต้โง่เขลาเบาปัญญาไร้ซึ่งศีลธรรม ยิ่งไปกว่านั้นยังขี้สงสัยมาก แต่ละวันคิดแต่จะยึดอำนาจทางทหารของเขากลับมายังไง!”“ราชวงศ์ที่สถานการณ์ไม่มีความมั่นคงและยังเกิดทุพภิกขภัย ฮ่องเต้กลับคิดจะแย่งอำนาจทางทหารของแม่ทัพกลับคืน นี่ไม่ใช่การวิ่งเข้าหาความตายเหรอ?”“ก็แค่เสียดายแม่ทัพหนุ่มผู้นี้เท่านั้น!”“นั่นสิ น่าเสียดาย ดูตอนเขาเสียชีวิตสิเพิ่งจะอายุยี่สิบเอง หนุ่มกว่าแม่ทัพขุนชนะศึกอีก!”มีเด็กคนหนึ่งถือลูกบอลไว้ในมือและอยากวางไว้ข้างหน้าภาพวาดของจ้านเฉิงอิ้น แต่ถูกพนักงานห้ามไว้เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ตอนที่พี่ชายคนนี้ตายเขาเพิ่งจะอายุยี่สิบปี ผมอยากให้ลูกบอลเขาหนึ่งลูก เขาจะต้องชอบแน่ ๆ !”และยังมีเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งวางนาฬิกาโทรศัพท์ลงไป“หนูให้นาฬิกาโทรศัพท์กับเขา ตอน
หลังจากเขากลับไป เขาไม่ควรทำตามอำเภอใจอย่างเมื่อก่อนอีกควรเป็นคนที่มีประโยชน์ต่อพลเมืองและต่อต้าฉี่เขาพูดพร้อมดวงตาแดงก่ำ “ท่านเทพ ข้ารู้แล้วว่าเส้นทางหลังจากนี้ควรจะเดินอย่างไร!”เย่มู่มู่เห็นตาแดงสองข้างของเขาการพาเขามาที่พิพิธภัณฑ์ส่งผลกระทบกับเขามากเหมือนกันเขากล่าวเพิ่ม “คืนนี้ ข้าจะกลับไปเลย หลูซีกับหลูหมิงรบกวนท่านด้วย!”เย่มู่มู่ยืนยันซ้ำ ๆ “เจ้าตัดสินใจแล้ว?”“ใช่ ข้ากลับไป ถึงแม้ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ แต่ก็อยากให้จ้านเฉิงอิ้นผ่อนคลายบ้าง ข้าจะให้ไทเฮาคิดหาวิธีกำจัดฮ่องเต้น้อย!”ถ้าเขาตาย จ้านเฉิงอิ้นจะสบายขึ้นเยอะมาก“ได้ ถ้าเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็สนับสุน!”ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับมั่วฝานนั้นรุนแรงมาก เขายืนกรานว่าจะกลับไปวันนี้เย่มู่มู่ไม่ได้อยู่รอผู้อาวุโสมู่และคนอื่น ๆ มาร่วมพิธีเปิดงานและเธอพาพวกเขากลับไปก่อนก่อนเดินออกมา เธอได้ขอวิดีโอบรรยายห้านาทีของพิพิธภัณฑ์สองนาทีครึ่งเป็นการบรรยายเกี่ยวกับห้องโถงต้าฉี่ หนึ่งนาทีครึ่งเป็นการบรรยายเกี่ยวกับจ้านเฉิงอิ้นการบรรยายเกี่ยวกับเขา ล้วนพรรณนาด้วยคำพูดอย่างมังกรบินจากฟากฟ้า แม่ทัพหนุ่มน้อย เทพสงครามแห่งต้าฉ
เย่มู่มู่ หลูซีและหลูหมิงตาแดงทุกคนเธอขึ้นไปชั้นบนและเหลือพื้นที่ไว้ให้พวกเขาหลังจากเย่มู่มู่เดินออกไปมั่วฝานพูดกับหลูหมิง “ข้าจะกลับแล้ว ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีโอกาสกลับมาไหม พวกเจ้าต้องปกป้องท่านเทพให้ดี ท่านมีจิตใจที่เมตตา ควรมีอายุยืนร้อยปี!”หลูซีกับหลูหมิงคุกเข่าและอยากโค้งคำนับเขาเขาพยุงพวกเขายืนขึ้น “ท่านเทพเคยพูดไว้ หัวเข่าของชายหนุ่มนั้นมีทองคำ ในเมื่อพวกเจ้ามาถึงยุคปัจจุบันแล้ว ก็ควรดำเนินชีวิตตามกฎระเบียบของยุคปัจจุบัน!”“ไม่ต้องเป็นห่วงข้ากับกองทัพตระกูลจ้าน!”“ถ้าทำได้ ข้าอยากส่งคนมาปกป้องท่านเทพเพิ่มอีกสองสามคน!”“ตอนนี้ปกป้องท่านเทพให้ดีมีความสำคัญยิ่งกว่าปกป้องข้า!”“เอาล่ะ ข้าจะไม่พูดไปมากกว่านี้แล้ว พวกเจ้าก็จงดูแลตัวเองให้ดี!”น้ำตาของพวกเขาหมุนวนในดวงตา สุดท้ายพวกเขาคุกเข่าและยกมือประสานกลางอกคารวะมั่วฝาน“รัฐทายาท กรุณาดูแลตัวเองด้วย!”“รัฐทายาท โปรดระมัดระวังทุกเรื่อง เรื่องของการสู้รบก็ยกให้คนอื่นไปทำ ความปลอดภัยของท่านสำคัญที่สุดต่างหาก!”มั่วฝานพยักหน้าตอนที่เย่มู่มู่เดินลงมา เจ้านายและคนรับใช้สามคนล้วนร้องไห้จนขอบตาแดงเธอไม่พูดอะไรมาก พลางหย
กลุ่มหน่วยกล้าตายได้ยินเสียงเคลื่อนไหว ไม่รู้ว่าใครตะโกนเสียงดัง “รัฐทายาทกลับมาแล้ว!”ทุกคนมุ่งเข้าไปราวฝูงผึ้งโดยใช้ความเร็วที่เร็วที่สุดของวิชาตัวเบาบินมาถึงข้าง ๆ มั่วฝานหัวหน้าพ่อบ้านของมั่วฝานได้ยินว่าเขากลับมา ก็ตะโกนด้วยเสียงเศร้าท่ามกลางฝูงชน “รัฐทายาท ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”คนรับใช้สองคนพาหัวหน้าพ่อบ้านฝ่าออกจากฝูงชนจนมาถึงตรงหน้ามั่วฝานครั้นเห็นสภาพของเขา…ไม่มีเครื่องประดับมีค่าติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว หยกแขวนที่แขวนติดตัวตลอดเวลาก็หายไปศีรษะไม่มีการรวบมัดด้วยซ้ำ แต่รวบไว้ด้านหลังอย่างสบาย ๆผิวดำขึ้น!และผอมลง!เขาใช้แขนเสื้อแอบเช็ดน้ำตา “ท่านรัฐทายาท ท่านลำบากแล้ว!”ในความเป็นจริง มั่วฝานได้กินอาหารดีมากในโลกปัจจุบัน ถึงแม้เขาอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างและกินข้าวร่วมกับพวกพี่ซุนอาหารไม่ได้ทำด้วยความประณีตเท่ากับของในครัว แต่เขาก็ทนส่วนผสมที่หลากหลายและความมันเยิ้มไม่ไหว เขาเพลิดเพลินกับการกินมากเขารู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นด้วยซ้ำเขากล่าวปลอบใจพ่อบ้าน “ไม่เป็นไรเลย นี่ข้าก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้วไม่ใช่เหรอ?”พ่อบ้านมองนิ้วมือแห้งกร้านของเขาต่อ หลังมือมีบาดแผลด้
“ของเหล่านี้มีค่าเป็นอย่างยิ่ง ระมัดระวังหน่อย…”บังเอิญหยางชิงเหอมาหาจ้านเฉิงอิ้นและต้องการเพิ่มกำลังคนไปช่วยทำแม่พิมพ์พอดีครั้นเธอเห็นเครื่องถ่ายเอกสารกับโน้ตบุ๊กยี่ห้อจวี๋ เธอแทบจะวิ่งเหยาะและเบียดเข้าไปท่ามกลางฝูงชน“อ๊ากกก…โน้ตบุ๊ก เครื่องถ่ายเอกสาร น้ำหมึกและกระดาษสี่เอ…”เธอต้องการใช้ของเหล่านี้เป็นอย่างมากหลังจากนี้เธอสามารถวาดพิมพ์เขียวในโน้ตบุ๊กได้แล้วและยังปริ้นท์ออกมาได้อีกด้วยทันใดนั้น เธอทอดสายตาแวววาวกับมั่วฝาน“พี่คนหล่อ ของเหล่านี้ให้ข้ายืมใช้ระยะหนึ่งได้หรือไม่ ข้าจะรีบนำมาคืนอย่างรวดเร็ว!”มั่วฝานได้ยินหยางชิงเหอเรียกเขาพี่คนหล่อและส่งสายตามองมาเป็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดสีคราม ผิวพรรณแห้งกร้าน หน้าตาเป็นเอกลักษณ์ สายตาแวววาวเป็นอย่างยิ่งทอดมองมาจนมั่วฝานขุนลุกไปทั้งตัวแววตาของนางคล้ายหมาป่าเกินไป“เจ้าคือหยางชิงเหอ?”เขาเคยได้ยินท่านเทพกล่าว มีผู้หญิงจากยุคปัจจุบันชื่อหยางชิงเหอทะลุมิติข้ามมายังยุคโบราณ ตอนนี้ถูกจ้านเฉิงอิ้นรับเอาไว้มาอยู่ใต้ล่างเป็นคนมีความสามารถที่แข็งแกร่งคนหนึ่งเธอพยักหน้าด้วยความเร่งรีบและหนักแน่นแม้ว่าเขายังไม่เคยสัมผัสโน
เย่มู่มู่เพิ่งกลับถึงบ้าน เมื่อเธอกลับมาก็ให้คนใช้และบอดี้การ์ดช่วยกันย้ายขนมปัง และขนมปังแข็งที่ซื้อมาวันนี้กลับโกดังทุกครั้งที่เธอซื้อของข้างนอก มักจะเหลือไว้บนรถหนึ่งถึงสองลังเสมอ ให้คนย้ายกลับโกดังมาเรียนที่เมืองหลวง เพิ่งจะแค่สิบกว่าวัน โกดังก็มีของกองเต็มไปหมดแล้วเหล่าคนรับใช้ไม่เข้าใจระดับความบ้าคลั่งในการตุนของเย่มู่มู่เป็นอย่างมาก ทำเป็นว่าคุณหนูเย่เสพติดการช็อปปิงเธอได้ยินเสียงแหบแห้งของจ้านเฉิงอิ้น พร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้น กล่าวว่า : ท่านเทพ ขอบคุณนะขอรับ!เธอก็ฉีกยิ้มออกมา“จ้านเฉิงอิ้น ข้าดีใจมาก! มู่ฉีซิวตายแล้ว แปลว่าเราเปลี่ยนประวัติศาสตร์แล้ว?”“เขาซี้แหงแก๋แล้ว ถูกระเบิดจนสลายหายไปเป็นเถ้าถ่าน ฉะนั้น...เจ้าคงไม่ตายแล้ว ใช่หรือไม่?”จ้านเฉิงอิ้นฉีกยิ้มในสายตามีความอาลัยอาวรณ์ เขากล่าวขึ้นว่า “ใช่ขอรับ ข้าจะไม่ตาย!”“เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก เจ้ารู้หรือไม่? เจ้าประสบความสำเร็จไม่น้อยไปกว่ากว้านจวินโหวเลย เจ้ารวมให้เป็นหนึ่งได้ล่วงหน้าก่อนจริง ๆ จะต้องกลายเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้! จะถูกพิมพ์ด้วยตัวหนาและตัวใหญ่ในหนังสือประวัติศาสตร์ แม้จะผ่านไปหนึ่งพันปี สองพันปี หนึ่
ทหารหลายพันนายรีบขึ้นรถทันที พวกเขาง้างธนู ยิงปืนไรเฟิลใส่ทหารเผ่าหมานที่เข้ามาที่รถ...แม้ทหารเผ่าหมานจะขี่ม้า ทว่า เมื่อรถบรรทุกเร่งความเร็ว ม้าก็ยังตามไม่ทันอยู่ดียิ่งตามยิ่งห่างไกลไม่พูดถึง พวกเขายิงปืนในห้อง ทำให้ทหารม้าของเผ่าหมานล้มลงไม่น้อยทว่าที่ล้มลงเยอะกว่าคือม้าศึกตามออกมาครั้งหนึ่ง มีม้าศึกตายนับพันตัว กับอีกหลายร้อยคนทว่ากองทัพตระกูลจ้านกลับไม่ถูกฆ่าเลยแม้แต่คนเดียวแม้พวกเขาอยู่บนหลังม้าก็ยังยิงธนูได้ ทว่าระยะของการยิงธนู ไกลไม่สู้หน้าไม้ราชวงศ์ฉิน...ในตอนที่พวกเขากลับมารายงานอย่างทุลักทุเล แล้วหลัวซู่ได้ยินว่าฆ่าไม่ตายเลยแม้แต่คนเดียว ก็เดือดดาลจนฟันทิ้งเสียตรงนั้นเลย พร้อมกับนำทหารไล่ล่าแม่ทัพของกองทัพตระกูลจ้าน!นี่ต่างจากบทที่เขาจัดวางเอาไว้!ทำไมกัน?ทำไมกองทัพตระกูลจ้านถึงมีอาวุธที่ล้ำหน้ามากมายขนาดนั้นทำไมถึงได้มีกรงขนาดใหญ่ที่วิ่งเร็วเสียยิ่งกว่าม้า!ไม่ง่ายเลยกว่าพวกเขาจะหาวัตถุระเบิดมาได้!สุดท้าย กองทัพตระกูลจ้านก็เปลี่ยนอาวุธที่ร้ายกาจกว่า และมีประสิทธิภาพสูงกว่าออกมาไม่ เขาบุกมาจนถึงบริเวณใกล้กับเมืองหลวงของต้าฉี่แล้ว เห็นได้ว่าจะสำเร็จอ
เหล่าทหารยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้อง ก็ร่วงลงมาจากหอคอยสูงและเสียชีวิตในทันทีหน้าผากของเขาถูกแรงระเบิดฉีกจนแหลกเละเหล่าทหารเผ่าหมานจำนวนมากพากันกรูเข้าไปดูเมื่อได้เห็นสภาพศพ ทุกคนล้วนเผยสีหน้าตื่นตระหนกนี่คืออาวุธลับอาวุธลับชั้นยอดที่มีระยะยิงไกลพวกเขาแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากระสุนถูกยิงมาจากทิศไหน และเป้าหมายที่แท้จริงคือใครผู้คนล้มตายไปโดยไม่ทันได้รู้ตัวแม้แต่น้อยจะสู้อย่างไร?นี่มันน่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว!หลัวซู่เห็นเหล่าทหารพากันล้อมเข้ามา เขาตะโกนลั่น เสียงนั้นดุดันจนฝูงชนรีบแตกกระเจิงออกจากกันเขาก้าวไปหาศพของทหารที่เสียชีวิตเมื่อเห็นหน้าผากที่ถูกระเบิดเปิดเป็นโพรงดำสนิท เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุดเขาชักดาบออกมา ก่อนจะฟันลงไปตรงกะโหลกในสมองของทหารคนนั้น มีหัวกระสุนขนาดใหญ่ที่ระเบิดอยู่ภายในทุกคนที่ถูกยิง โดนเข้าทีเดียวก็ตายคาที่!สีหน้าหลัวซู่ซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างจนแทบฉีกขาด เขาจ้องมองกระสุนลูกซองแน่นิ่ง“นี่มัน...”นี่มันอะไรกันแน่?ทำไมมันถึงสามารถฆ่าทหารยามของเขาได้จากระยะไกล?เดิมที ศึกครั้งนี้เขามั่นใจเต็มสิบส่วนว่าจะสังหารจ้านเฉิงอิ้นได้ เพื่อแก้แ
จ้านเฉิงอิ้นเหลือบมองหลัวซู่ที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พบว่าอากาศยานไร้คนขับกำลังบินอยู่แต่เขาไม่ได้ยิงมันตก เขาเฉยเมย ราวกับจงใจปล่อยให้มันบันทึกภาพเหตุการณ์อันโหดร้ายนี้เอาไว้แสดงว่าเขากำลัง วางกับดักล่อเสือออกจากถ้ำอย่างนั้นหรือ?ต้องการให้กองทัพตระกูลจ้านโกรธจนขาดสติ ลุกขึ้นมาโจมตีเผ่าหมานด้วยไฟแค้นเต็มอกทำไมกัน?เป็นเพราะพวกนั้นเพิ่งผ่านศึกหนักกับกองทัพธงเหลืองมา จำนวนทหารจึงอ่อนแอลงแล้วอย่างนั้นหรือเมื่อตรวจสอบจำนวนพลเมื่อครู่ พบว่ามีผู้เสียชีวิตกว่าพันคน และบาดเจ็บอีกสามพันตอนนี้ กำลังพลที่ยังสามารถสู้รบได้ เหลือเพียงสองหมื่นหกพันนายกองทัพย่อมอ่อนแอลงไปบ้างแต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้เผ่าหมานท้าทายได้!พวกมันกล้าท้าทายเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีอะไรให้มั่นใจ ถึงได้ทำให้กล้าบุ่มบ่ามขนาดนี้อะไรคือความมั่นใจของหลัวซู่กันแน่ ถึงได้กล้ากระตุ้นโทสะเช่นนี้?ซ่งตั๋ว เฉินอู่ และมั่วฝานต่างจ้องมองจ้านเฉิงอิ้น เฝ้ารอให้เขาออกคำสั่งเคลื่อนทัพแต่จ้านเฉิงอิ้นกลับกล่าวว่า “เราใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรไม่ได้ และห้ามบุกจู่โจมโดยตรง!”เฉินอู่เอ่ยขึ้นทันที “ถ้าอย่างนั้นจะ
“กองทัพตระกูลจ้านก็จะอยู่รอดต่อไปได้ รัฐทายาทก็จะไม่ต้องมาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร!”หลูซียังกล่าวเสริมด้วยความยินดีว่า “ไม่เพียงแต่จะไม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร เขายังสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งบารมีบรรพบุรุษ!”เย่มู่มู่เห็นพี่น้องทั้งสองดีใจขนาดนี้ “เอาล่ะ วันนี้พวกเราไปโรงงานผลิตอาหารที่ชานเมืองกัน ไปดูว่ามีสินค้าในคลังเป็นยังไงบ้าง”ถ้ามีสินค้าในคลังมาก ก็จะซื้อทั้งหมดเก็บไว้ในที่ว่างเปล่าของแจกันเย่มู่มู่ตรวจสอบแล้ว บริเวณชานเมืองมีนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ทำขนมปัง เค้ก บิสกิตอัดแท่ง...แบรนด์ดังในประเทศ โรงงานล้วนตั้งอยู่ที่ชานเมืองสะดวกต่อเธอในการจัดซื้ออย่างยิ่ง!พวกเขามุ่งหน้าไปยังชานเมืองทันทีฮ่าวอี้ขับรถตามหลังมาอย่างลับ ๆ พร้อมกับหงเหว่ยไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เพราะหลูซีกับหลูหมิงมีความระแวดระวังตัวสูงมากหงเหว่ยเห็นเขาขับรถตาม ก็กินข้าวกล่องไปด้วย พูดไปด้วยว่า “พี่ ไม่ต้องห่วง มีพวกเขาสองคนอยู่ คุณหนูเย่ไม่มีทางเป็นอะไรหรอก!”แค่หลูซีคนเดียวพวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว นี่ยังมีหลูหมิงอีกคน นอกจากจะใช้อาวุธ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางชนะได้ฮ่าว
คุณนายใหญ่ลู่ผู้ร่ำรวย กำลังช็อปปิงในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แย่งกระเป๋ากับคุณนายที่เธอไม่ชอบหน้ามาโดยตลอด...ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะกระเป๋าแอร์เมสเบอร์กิ้นหนังสัตว์หายาก ทำให้คุณนายคนอื่น ๆ สนใจเข้ามาดูเหตุการณ์ ในขณะนั้นเอง ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นและใส่กุญแจมือเธอเธอร้องโวยวาย กล่าวหาว่าพวกเขาจับผิดคนแต่ตำรวจกล่าวว่า “คุณจ้างวานฆ่าคน เราไม่ได้จับผิดตัว!”การจ้างวานฆ่าคนถูกเปิดเผยออกไปโดยคุณนายที่มีปากเสียงกับเธอตอนนี้ คนในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวง ต่างก็รู้ว่าเธอจ้างวานฆ่าคนภาพถ่ายของเธอที่ถูกสวมกุญแจมือ และถูกนำตัวออกไป ถูกเผยแพร่ไปทั่วทุกวงสังคมทันทีที่เธอก้าวขึ้นรถตำรวจ หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลลู่ก็เริ่มดิ่งลงเงินทุนหลายพันล้านไหลออกเมื่อเธอถูกนำตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ราคาหุ้นก็ร่วงลงต่ำสุดขีดขณะที่เธอถูกพาตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ เธอก็ยังคงอาละวาด ไม่ยอมเข้าไปข้างใน บอกว่าจะโทรศัพท์หาทนายความ และสามีไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองแม้แต่น้อย ด้านหลังยังมีนักข่าวตามถ่ายภาพฮ่าวอี้มองดูคุณหญิงลู่ มุมปากยกยิ้ม “ถึงคราวซวยแล้วแท้ ๆ ยังจะสร้างเรื่องอีก!”หงเหว
“ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ
เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู
การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข