Share

บทที่ 128

Author: มู่โร่ว
จ้านเฉิงอิ้นยืนบนที่ราบ ทะเลสาบใหญ่มาก กินพื้นที่ไปหลายสิบหมู่[1]

ถ้าเติมจนเต็มจริง ๆ ด่านเจิ้นกวนจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีก!

เขาเขียนข้อความ “ท่านเทพ ข้าถึงริมทะเลสาบแล้ว”

เย่มู่มู่ตอบกลับ “ท่อน้ำมีมากหน่อย ระวังหน่อยนะ!”

จ้านเฉิงอิ้นเชื่อฟังดั่งเคย ถอยหลังกลับไปราวสิบหมี่

ทันใดนั้น ท่อเป็นม้วน ๆ ขนาดใหญ่ก็ตกลงมาจากฟ้า สู่รอบ ๆ แจกัน

พวกเขาเป็นคนยุคสมัยโบราณ เพิ่งเคยเห็นท่ออ่อนคดงอเป็นครั้งแรก

นี่คือท่อน้ำที่ท่านเทพพูดถึง?

แข็งแรงมาก อ่อนมาก สามารถคดงอได้ตามใจชอบ

ท่อหนึ่งม้วนม้วนไว้หลายรอบ ยาวหนึ่งพันหมี่

มีท่อร่วงลงมาทั้งหมดสิบม้วน

และมีข้อต่ออีกหลายกล่อง กล่องเครื่องมือห้าสิบกล่อง

เปี้ยนจื่อผิงเปิดกล่องเครื่องมืออย่างสงสัย

มีทั้งคีม ไขควง มีดคัตเตอร์ กระดาษทรายและกาวอเนกประสงค์...

แต่ละอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ใช้งานได้จริงทั้งนั้น

จ้านเฉิงอิ้นเปิดแท็บเล็ต ค้นหาวิดีโอวิธีต่อท่อน้ำและวิธีต่อก๊อกน้ำ

ก่อนหน้านี้เปี้ยนจื่อผิงเคยติดตามซ่งตั๋วระยะเวลาหนึ่ง เมื่อซ่งตั๋วไม่อยู่ เขาจึงพูดกับจ้านเฉิงอิ้น “ท่านแม่ทัพ ให้ข้าน้อยทำเถอะขอรับ”

เขาเห็นท่อน้ำในวิดีโอ ทำการฝังไว้ใต้พ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Surirat Yui Chompoo Kampi
สนุกมากๆๆๆ อย่าลืมมาอัตเดตตอนต่อไปด้วยนะคะ จะรออ่านอย่างตั้งใจค่ะ ไรท์เองก็หาอะไรทานด้วยนะคะ อย่าลืมพักผ่อนด้วยนะ สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอ และรออ่านของไรท์ตลอดค่ะ
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 129

    เปี้ยนจื่อผิงที่ติดตั้งก๊อกน้ำอยู่ข้างล่างภูเขา คล้ายว่าเขาจะได้ยินเสียงโห่ร้องจากบนเขาเขาบิดเปิดก๊อกน้ำสายน้ำน้ำแร่ที่หวานชื่นซึบซาบเข้าไปถึงหัวใจ พุ่งออกมาแล้วมีน้ำไหลออกมาจริง ๆ!เขาใช้สองมือกวักน้ำแล้วดื่มอย่างทนรอไม่ไหว ชุ่มชื่นหวานฉ่ำ ยากที่จะลืมอย่างยิ่งคุณภาพน้ำดีกว่าที่บ่อทรายมาก!เมื่อพลเมืองและกลุ่มทหารที่มาช่วยขุดดินเห็นภาพเหตุการณ์นี้ต่างตกตะลึงทุกคนพวกเขาชะงักไม่กี่ลมหายใจ ก็วางอุปกรณ์ในมือแล้วมุ่งหน้ามาทางก๊อกน้ำพวกเขาแย่งชิงเพื่อเป็นคนแรกในการลิ้มลองน้ำแร่อันหวานฉ่ำเป็นน้ำ?เป็นน้ำแร่สดชื่นที่สามารถดื่มได้!ดีอย่างยิ่ง จากนี้ไปเพียงเปิดก๊อกน้ำก็จะมีน้ำไหลออกมาไม่หยุดใช่หรือไม่เหล่าพลเมืองต่างดีใจน้ำตาไหลแม้แต่กลุ่มทหารน้อยยังรู้สึกประทับใจกับเหตุการณ์นี้หลังจากพวกพลเมืองชิมรสชาติของน้ำแล้ว พวกเขาต่างคุกเข่าและกราบสักการะน้ำ“เทวดาฟ้าดิน ในที่สุดก็เห็นน้ำตาของพลเมืองด่านเจิ้นกวน ส่งน้ำจากสวรรค์ลงมาสู่โลก เพื่อให้ทุกคนได้มีน้ำดื่มเสียที”“ท่านแม่ เป็นน้ำ หวานฉ่ำอร่อยเป็นอย่างยิ่ง! ต่อจากนี้ไปพวกเราจะมีน้ำดื่มแล้วใช่หรือไม่ น้องชายกับน้องสาวจะไม

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 130

    กินกันอย่างรวดเร็วและเร่งรีบ ราวกับไม่ได้กินอาหารสัตว์มานานมากม้าที่หิวโซ กินไปน้ำตาไหลไปพวกมันคงรู้เช่นกัน ถ้ายังไม่ได้ดื่มน้ำ ไม่ได้กินหญ้า พวกมันจะหิวตายหลังจากหิวตาย ร่างกายจะกลายเป็นเสบียงอาหารของทหารเผ่าฉู่วันนี้ได้ดื่มน้ำจนอิ่ม มีอาหารสัตว์ชั้นดี ชีวิตแบบนี้ช่างดีเหลือเกินอู๋ซานหลางเรียกทหารมาหา เขาใช้เหล็กเสริมสร้างคอกม้าตลอดทั้งคืนเฉินอู่ค้นพบคนมีสายเลือดชนเผ่าหมานในหมู่พลเมือง ที่ชำนาญด้านการเลี้ยงม้าและให้เขาดูแลม้าศึกโดยเฉพาะเวลานี้ ด่านเจิ้นกวนมีม้าศึกมากกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันตัว!แม้จะเผชิญหน้ากับม้าศึกที่โหดเหี้ยมที่สุดของชนเผ่าหมานแต่กองกำลังก็ไม่เป็นรองเช่นกัน*หลี่หยวนจง หลินต้าจวิน เหอหงไปเผาค่ายพักของทหารเผ่าหมานตรงประตูตะวันตกพวกเขาจุดน้ำมันตะเกียง ใช้หน้าไม้ตระกูลฉินยิงจากระยะไกลลูกธนูจำนวนนับไม่ถ้วนบินผ่านท้องฟ้าข้ามมาพร้อมด้วยประกายไฟกระโจมค่ายพักของสามหมื่นคนไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทหารเผ่าหมานนับไม่ถ้วนถูกยิงเสียชีวิตยังมีทหารอยากโจมตีกลับ แต่ยังไม่ทันหนีออกจากกระโจมก็ถูกยิงเสียชีวิตก่อนรถกระทุ้งกำแพงเมืองห้าคันถูกเผาไม่เหลือซาก กองทัพต

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 131

    ถึงแม้ตอนนี้เป็นฤดูร้อน จะปลูกพืชผลนับว่ายังทันพวกเขาไม่มีเมล็ดพันธุ์ แต่เย่มู่มู่ส่งมั่นฝรั่ง มันเทศ ข้าวโพดมาให้…ปลูกได้ทุกอย่างฟักทอง แตงโม แตงกวา ฟักเขียว…พวกเขาเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ทั้งหมดโรงครัวมีคนเอาเมล็ดออกโดยเฉพาะ จะเก็บเพียงเม็ดพรรณเพื่อใช้ปลูกจ้านเฉิงอิ้นติดป้ายประกาศ: เรียกคืนที่ดินทั้งเมือง ปลูกพืชผลในพื้นที่ขนาดใหญ่ไม่มีเมล็ดพันธุ์ สามารถยื่นขอกับค่ายทหารได้ในค่ายทหารมีคนช่วยวัดขนาดที่ดิน ปลูกพืชผักผลไม้อะไร ต้องใช้เมล็ดพันธุ์เท่าไหร่โดยเฉพาะหลังจากติดป้ายประกาศ พลเมืองทั่วเมืองต่างดีใจเป็นล้นพ้นในที่สุดพวกเขาสามารถปลูกพืชผลได้แล้ว!สามารถผลิตและพึ่งตนเองได้แล้วพ่อค้าในเมืองไม่มีที่นา แต่ล้วนมีลานด้านหน้ากับลานด้านหลัง เอาไว้ปลูกพืชผลได้หลังจากมีการประกาศ ค่ายทหารเต็มไปด้วยขบวนแถวรอรับเมล็ดพันธุ์ทุกคนพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น ว่าจะปลูกพืชอะไรมันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพด หรือว่าแตงกวา ฟักเขียว…มันเทศมันฝรั่งไม่มีในยุคสมัยนี้ แม้จะเป็นแตงโมก็ยังไม่หวานฉ่ำเท่านี้พวกเขาอยากปลูกทุกอย่างช่วงเวลาก่อนหน้าตอนรับโจ๊ก ทุกคนสามารถรับแตงโมได้คนละซีก แทบทุกครัวเรือ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 132

    ให้ทางร้านส่งไปที่โกดังตีนเขาบ้านพักตากอากาศเซียนหยวนเธอโทรหาคนขับหวง ถามว่ารถของเขาเติมน้ำมันเต็มถังคือกี่ลิตรคนขับหวงตอบกลับหนึ่งพันหนึ่งร้อยลิตร ประมาณหนึ่งหมื่นบาทเขาเน้นย้ำว่ารถบรรทุกเปลืองน้ำมันมากเย่มู่มู่กล่าว “คุณไปเติมน้ำมันให้รถ เติมให้เต็มหนึ่งหมื่นบาท กลับมาแล้วดูดน้ำมันลงถังน้ำมัน ฉันจะให้คุณหนึ่งหมื่นห้าพันบาท”คนขับหวงได้กำไรเปล่าห้าพันบาท เขาดีใจมาก จึงตอบตกลงอย่างรวดเร็วเขาถามเย่มู่มู่กลับว่าต้องการน้ำมันเท่าไหร่เย่มู่มู่ตอบ “สองพันลิตรพอแล้ว อย่าเติมเกินเป็นอันขาด ฉันกลัวคุณจะถูกจับ”“ครับ ผมจะแยกไปเติมน้ำมันให้เต็มถังที่ปั๊มน้ำมันสองแห่ง”“แล้วค่าถังน้ำมัน?”“มาเบิกกับฉันได้!”คนขับหวงขับรถเปล่าไปเติมน้ำมันอย่างดีใจสุดท้ายเย่มู่มู่อยู่ที่ร้านขายปุ๋ย กว้านซื้อปุ๋ยในร้านขายปุ๋ยจนเกลี้ยงเธอซื้อกระดูกป่น มูลไก่ มูลแกะ…ปุ๋ยผสมที่มีแม่ปุ๋ยสามธาตุ ยูเรีย…ซื้อมาสิบกว่าถุง!หลังจากบรรทุกท้ายกระบะเต็มแล้ว เธอขับรถไปยังพื้นที่เงียบสงบและส่งปุ๋ยทั้งหมดไปที่นั่นเธอกลับมาถึงโกดังตีนเขารถแทร็กเตอร์สองคัน รถไถนาขนาดใหญ่หนึ่งคัน ส่งมาแล้วทั้งหมดรถพ่วงสา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 133

    ทหารแต่ละนายต่างดีใจเป็นล้นพ้นพวกเขาสามารถคาดการณ์ได้ หากข้าวพันธุ์ผสมออกผลผลิต จะสร้างความสั่นสะเทือนให้กับแผ่นดินหัวเซี่ยและทั้งหกแคว้นยิ่งใหญ่เพียงใดหนึ่งหมู่ให้ผลผลิตถึงแปดร้อยชั่ง!ถ้าแหล่งน้ำต้าฉี่เพียงพอ ปลูกข้าวนาน้ำทั่วเมืองหนึ่งแค้วนต้าฉี่สามารถเลี้ยงดูผู้คนทั้งหกแคว้นได้ข้าวพันธุ์ผสม~สำหรับพวกเขามันไม่ได้เป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ แต่เป็นยุทธภัณฑ์ที่มีความสำคัญมากยิ่งกว่าอาหารหลักของค่ายทหารตอนนี้คือข้าวสาร ทุกคนเห็นหมดแล้วเช่นกันพวกทหารแต่ละนายต่างอ้วนขึ้นชาวบ้านไม่ได้ผอมจนเห็นกระดูกอีก สีหน้าพวกเขาอมชมพูระเรื่อ สภาพจิตใจก็ดีเป็นอย่างยิ่งจ้านเฉิงอิ้นให้ความสำคัญกับเมล็ดพันธุ์ของข้าวนาน้ำมากเป็นพิเศษ จึงตั้งใจให้หลี่หยวนจงและเปี้ยนจื่อผิงมารับผิดชอบในการเพาะปลูกเสบียงอาหารโดยเฉพาะพืชผลผลิตสูงอย่างมันฝรั่ง มันเทศ ข้าวโพดนำไปเพาะปลูกให้หมดข้าวสาลีปลูกผิดฤดู แต่มีการแบ่งที่นาผืนหนึ่งออกมาลองทดสอบ เพื่อดูว่าปริมาณผลผลิตของข้าวสาลีเป็นอย่างไรพวกเขาประกาศรับสมัครพลเมือง มาทำการเกษตรและช่วยหว่านเมล็ดพันธุ์ภายในเมืองจะตอบแทนด้วยเสบียงอาหารหกชั่ง แป้งสามชั่งให้กั

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 134

    มีหัว นอกจากทาสีแดงตรงหัว มันทั้งยาวทั้งใหญ่มีดวงตาทำจากแก้ว!ตรงกลางเป็นเรือนหลังเล็กที่ปิดประกอบด้วยแก้วแผ่นใหญ่ ข้างในเรือนคล้ายว่าจะมีเก้าอี้สีดำ ข้างหน้าเก้าอี้มีอุปกรณ์ทรงกลมสิ่งที่น่าตื่นตามากที่สุด ข้างหลังสิ่งของนี้มีคราดกับส้อมเรียงเป็นแถวนี่คืออุปกรณ์การเกษตรที่ท่านเทพกล่าวถึง?แม่เจ้านี่คืออุปกรณ์การเกษตร?อุปกรณ์การเกษตรในโลกท่านเทพ มีลักษณะเช่นนี้?ของสิ่งนี้โหญ่โตมโหฬารน่าหวาดกลัวยิ่งนัก!มันใหญ่กว่ารถม้าของพระประยูรญาติทั้งหมดในเมืองหลวงด้วยซ้ำยิ่งมันมีรูปร่างที่พวกเขาไม่อาจจินตนาการได้!ทุกคนจึงเกรงขามกับสิ่งของชิ้นนี้ แต่พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเข้าใกล้มันพวกเขารู้ว่าของที่ท่านเทพส่งมา ไม่มีทางทำร้ายพวกเขาเพราะว่า ท่านเทพเป็นคนดีครั้นเห็นของสิ่งนี้นิ่งไม่ขยับอยู่กับพื้น“แม่ทัพใหญ่ นี่ นี่คืออุปกรณ์การเกษตรในโลกของท่านเทพ น่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่งขอรับ!”“อุปกรณ์นี้ใช้งานอย่างไร? เกรงกว่าคนทั้งแคว้นต้าฉี่ก็ไม่มีใครใช้เป็น!”“คราดไถนาสิบกว่าอัน ต้องใช้กี่คนจึงจะลากไหว”“ใช้ม้านับสิบตัว น่าจะลากมาไถนาไหวอยู่กระมัง!”ทุกคนต่างแสดงความคิดเห็น เสนอแนะควา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 135

    จ้านเฉิงอิ้นใช้บลูทูทส่งวิดีโอรถแทร็กเตอร์ รถไถนาให้พวกเขาพวกเขาแสดงความสนใจต่อรถไถนาเป็นอย่างมากบางคนนั่งในที่ร่ม ศึกษาวิดีโอบางคนศึกษาล้อรถขนาดใหญ่บางคนศึกษาหัวรถไฟรถ…มั่วฝานขึ้นนั่งห้องคนขับรถไถนาเป็นคนแรก สร้างแรงบันดาลไว้ว่าจะเป็นผู้ชายขับรถจ้านเฉิงอิ้นเห็นสถานการณ์เช่นนั้น พลางยิ้มจำใจเขาขยับแจกันออกไป รอคอยเสบียงรอบต่อไปที่เย่มู่มู่จะส่งมาให้เย่มู่มู่ส่งจอบ เคียว พลั่ว จอบปลายแหลม ง่าม ส้อมพรวนดิน…มาอย่างละหนึ่งพันเล่มส่งอุปกรณ์การเกษตรมาทั้งหมดหนึ่งหมื่นกว่าชิ้น ครอบคลุมพื้นที่ราบขนาดใหญ่อุปกรณ์การเกษตรทุกชิ้นทาไว้ด้วยสีดำ ส่วนที่ไม่ได้ทาสีดำส่องสว่างเงาวับ แหลมคมเป็นอย่างยิ่งคุณภาพแตกต่างจากของช่างตีเหล็กด่านเจิ้นกวนอย่างสิ้นเชิงจอบหนึ่งพันเล่ม ทุก ๆ เล่มมีขนาด น้ำหนัก เล็กใหญ่เหมือนกันทุกประการคล้ายว่าไม่ใช่คนผลิต!แต่รวมศูนย์ผลิตพร้อมกันในปริมาณมากโลกของท่านเทพ เป็นโลกที่มีลักษณะเป็นอย่างไรกันนะเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจกับยุคสมัยปัจจุบันของเย่มู่มู่แต่ยังไม่จบเพียงเท่านี้เย่มู่มู่หย่อนปุ๋ยชนิดต่าง ๆ ยูเรีย ปุ๋ยผสมมาให้อย่างต่อเนื่อง…มูล

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 136

    จ้านเฉิงอิ้นรับไว้ด้วยมือเดียว แล้วเปิดออก“พระราชโองการแคว้นต้าฉี่: จ้านเฉิงอิ้นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพตระกูลจ้าน ทำกองทัพตระกูลจ้านสองแสนคน เสียชีวิตหนึ่งแสนแปดหมื่นคน”“ฮ่องเต้กล่าวโทษ เขาไม่มีความสามารถของการเป็นผู้บังคับบัญชา ให้ยึดอำนาจทางการทหาร ลดตำแหน่งแม่ทัพผู้บัญชาการสูงสุด”“หลังจากนี้สิบวัน กำลังคนคงเหลือของกองทัพตระกูลจ้าน จะมีสวีหวยเข้าควบคุม”“สวีหวยนำกองกำลังหนึ่งแสนคน เข้าตั้งถิ่นฐานที่ด่านเจิ้นกวน รับมอบภารกิจรักษาด่านเจิ้นกวน ดูแลพลเมืองในอีกสิบวัน!”จ้านเฉิงอิ้นสองมือจับพระราชโองการแน่น กระดูกนิ้วมือบีบจนเป็นสีขาว!ทั้งที่ด่านเจิ้นกวนรักษาไว้ได้แล้วพวกเขามีเมล็ดพันธุ์ มีอุปกรณ์การเกษตรใช้บุกเบิกที่ดินรกร้างว่างเปล่า มีรถไถนากับรถแทร็กเตอร์ มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ มีปุ๋ย…ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทางที่ดี!เหตุใดต้องเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มาลดตำแหน่งของเขา ยึดอำนาจทางการทหารของเขา!มั่วฝานสัมผัสได้ถึงภายในห้องโถงหารือ มีความหนาวเหน็บเย็นเข้ากระดูก เขาจับจมูก ก้าวถอยหลังสองก้าวอย่างระมัดระวังพูดเกลี้ยกล่อม “แม่ทัพอยู่ข้างนอก ไม่อยู่ภายใต้คำสั่งทหาร เจ้าไม่ต

Latest chapter

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 658

    “กองทัพตระกูลจ้านก็จะอยู่รอดต่อไปได้ รัฐทายาทก็จะไม่ต้องมาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร!”หลูซียังกล่าวเสริมด้วยความยินดีว่า “ไม่เพียงแต่จะไม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร เขายังสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งบารมีบรรพบุรุษ!”เย่มู่มู่เห็นพี่น้องทั้งสองดีใจขนาดนี้ “เอาล่ะ วันนี้พวกเราไปโรงงานผลิตอาหารที่ชานเมืองกัน ไปดูว่ามีสินค้าในคลังเป็นยังไงบ้าง”ถ้ามีสินค้าในคลังมาก ก็จะซื้อทั้งหมดเก็บไว้ในที่ว่างเปล่าของแจกันเย่มู่มู่ตรวจสอบแล้ว บริเวณชานเมืองมีนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ทำขนมปัง เค้ก บิสกิตอัดแท่ง...แบรนด์ดังในประเทศ โรงงานล้วนตั้งอยู่ที่ชานเมืองสะดวกต่อเธอในการจัดซื้ออย่างยิ่ง!พวกเขามุ่งหน้าไปยังชานเมืองทันทีฮ่าวอี้ขับรถตามหลังมาอย่างลับ ๆ พร้อมกับหงเหว่ยไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เพราะหลูซีกับหลูหมิงมีความระแวดระวังตัวสูงมากหงเหว่ยเห็นเขาขับรถตาม ก็กินข้าวกล่องไปด้วย พูดไปด้วยว่า “พี่ ไม่ต้องห่วง มีพวกเขาสองคนอยู่ คุณหนูเย่ไม่มีทางเป็นอะไรหรอก!”แค่หลูซีคนเดียวพวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว นี่ยังมีหลูหมิงอีกคน นอกจากจะใช้อาวุธ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางชนะได้ฮ่าว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 657

    คุณนายใหญ่ลู่ผู้ร่ำรวย กำลังช็อปปิงในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แย่งกระเป๋ากับคุณนายที่เธอไม่ชอบหน้ามาโดยตลอด...ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะกระเป๋าแอร์เมสเบอร์กิ้นหนังสัตว์หายาก ทำให้คุณนายคนอื่น ๆ สนใจเข้ามาดูเหตุการณ์ ในขณะนั้นเอง ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นและใส่กุญแจมือเธอเธอร้องโวยวาย กล่าวหาว่าพวกเขาจับผิดคนแต่ตำรวจกล่าวว่า “คุณจ้างวานฆ่าคน เราไม่ได้จับผิดตัว!”การจ้างวานฆ่าคนถูกเปิดเผยออกไปโดยคุณนายที่มีปากเสียงกับเธอตอนนี้ คนในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวง ต่างก็รู้ว่าเธอจ้างวานฆ่าคนภาพถ่ายของเธอที่ถูกสวมกุญแจมือ และถูกนำตัวออกไป ถูกเผยแพร่ไปทั่วทุกวงสังคมทันทีที่เธอก้าวขึ้นรถตำรวจ หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลลู่ก็เริ่มดิ่งลงเงินทุนหลายพันล้านไหลออกเมื่อเธอถูกนำตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ราคาหุ้นก็ร่วงลงต่ำสุดขีดขณะที่เธอถูกพาตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ เธอก็ยังคงอาละวาด ไม่ยอมเข้าไปข้างใน บอกว่าจะโทรศัพท์หาทนายความ และสามีไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองแม้แต่น้อย ด้านหลังยังมีนักข่าวตามถ่ายภาพฮ่าวอี้มองดูคุณหญิงลู่ มุมปากยกยิ้ม “ถึงคราวซวยแล้วแท้ ๆ ยังจะสร้างเรื่องอีก!”หงเหว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 656

    “ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 655

    เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 654

    การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 653

    เย่มู่มู่ลองใช้พลังดูแล้ว แต่เธอไม่สามารถข้ามไปได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งมั่วฝาน หลูซีและหลูหมิง ต่างสามารถข้ามไปได้ตามปกติเธอใช้พลังจนหมดสิ้น ใบหน้าซีดขาว ร่างกายอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงกลับไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวใด ๆเธอคิดว่า การที่เจ้าของแจกันสามารถเดินทางข้ามสองพันปีได้นั้น...บางทีอาจต้องอาศัยสื่อกลางบางอย่าง หรือไม่ก็ตัวแจกันเองอาจต้องผ่านการอัพเกรดขึ้นอีกระดับเมื่อจ้านเฉิงอิ้นได้ยินคำตอบของเย่มู่มู่ เขากลับหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความสุข เห็นได้ชัดว่า เขาดีใจมากจริง ๆการได้พบเย่มู่มู่ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าการได้รับชัยชนะในศึกครั้งนี้เสียอีกเย่มู่มู่ที่ห่วงใยเขา ถึงกับพยายามเผาผลาญพลังทั้งหมดเพื่อจะข้ามมาให้ได้เธอรีบกล่าวเตือน “จ้านเฉิงอิ้น ข้าสัญญากับเจ้าแล้วว่าจะพบเจ้า ข้าจะไม่ผิดคำพูดแน่นอน!”“ตอนนี้เผ่าหมานยังไม่ถูกกวาดล้าง เจ้ายังไม่ต้องรีบร้อนข้ามมายังยุคปัจจุบัน กำจัดเผ่าหมานให้เสร็จเสียก่อน!”“เพราะว่า เพราะว่า...การข้ามกาลเวลานั้นต้องใช้พลังชีวิตอย่างมาก เจ้ายังต้องรักษาสติและพลังงานไว้ให้พร้อม ต้องระวังให้มาก เพราะเผ่าหมานอาจบุกเข้ามา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 652

    บัดนี้ พวกเขาทุกคนกลายเป็นเชลยศึกพวกเขาทำได้เพียงอ้อนวอน ขอให้กองทัพตระกูลจ้านเมตตาปล่อยผ่าน ขอเพียงได้มื้ออาหารให้มีชีวิตรอดก็เพียงพอ!ซ่งตั๋วสั่งให้เชลยรวบรวมศพทั้งหมดมากองรวมกัน นำไปวางบนไม้แห้ง ราดน้ำมัน แล้วจุดไฟเผาขณะที่เหล่าทหารผ่านศึกต่างเหนื่อยล้า นั่งพักกระจัดกระจายเต็มพื้นสนามรบจ้านเฉิงอิ้นหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา สอบถามขบวนรถ “พวกเผ่าหมานส่งกำลังมาสนับสนุนกองทัพธงเหลืองหรือไม่?”“ท่านแม่ทัพ ไม่มีขอรับ...พวกเราไม่กล้าดับเครื่องรถเลย กลัวพวกมันจะควบม้าบุกมาเล่นงานเรา แต่แปลกมาก ทั้งที่พวกมันรู้ดีว่ากองทัพธงเหลืองกำลังรบกับพวกเรา”“เสียงระเบิดดังไปไกลขนาดนั้น แต่พวกมันยังนิ่งเฉย ปล่อยให้พวกนั้นตายไปต่อหน้าต่อตา!”จ้านเฉิงอิ้นกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าจับตาดูต่อไป หากพวกมันบุกเข้ามา ให้ใช้ระเบิดไล่ต้อน”“รับทราบ ท่านแม่ทัพ!”จ้านเฉิงอิ้นปิดวิทยุสื่อสารก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ากองทัพธงเหลืองกับเผ่าหมานม่อเป่ยมีพันธมิตรอันแน่นแฟ้นเมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนจับผู้คนมากินเป็นอาหาร และสังหารประชาชนแคว้นต้าฉี่ แต่กองทัพธงเหลืองกลับทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้นแต่ดูจากสถานการณ์ตอน

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 651

    ครั้งนี้ ทันทีที่ได้ยินเสียงซ่งตั๋วประกาศคำสั่ง กองทัพธงเหลืองทั้งหมดต่างพากันทิ้งอาวุธและยอมจำนนทหารกว่าสิบหมื่นนาย นอกจากผู้ที่เสียชีวิตในสนามรบแล้ว!ที่เหลือล้วนแต่ยอมจำนน!พวกเขาคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ชูอาวุธขึ้นเหนือศีรษะ ก้มหน้าลงต่ำด้วยความพ่ายแพ้ ตามธรรมเนียมของสงครามที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกจับเป็นเชลยจะมีเพียงสองทางเลือกถูกสังหารในที่นั้น หรือกลายเป็นทาส ใช้ชีวิตอย่างต่ำต้อยเหมือนตายทั้งเป็นแต่พวกเขาอยากเสี่ยงเดิมพัน!พวกเขาทั้งหมดเป็นชาวบ้านผู้หิวโหยที่ไม่มีทางรอด จึงมาสมัครเป็นทหารของกองทัพธงเหลืองเพราะรู้ว่าที่นี่มีเสบียงให้กิน พวกเขาจึงเข้าร่วมหากยังพอมีอาหารให้ประทังชีวิต แม้ไม่ใช่ทาส แม้ต้องลงเหมืองทำงานหนัก พวกเขาก็ยอม!ขอเพียงได้รับค่าตอบแทนตามกำหนด ได้ส่งเงินกลับไปเลี้ยงดูครอบครัวพวกเขายอมทำทุกอย่าง!ซ่งตั๋วสั่งให้ทหารผ่านศึกเข้ายึดอาวุธจากผู้ที่ยอมจำนนให้คนที่ยอมจำนนยืนเข้าแถวทีละคน เตรียมพร้อมสำหรับการตรวจนับจำนวนจ้านเฉิงอิ้นยืนอยู่กลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยบาดแผลแห่งสงคราม ซากศพเกลื่อนกลาดทั่วทุกหนแห่ง~ชนะแล้ว!พวกเขาชนะแล้ว!เดิมที คิดว่า

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 650

    ความมุ่งมั่นในการต่อสู้ของเขาดูเหมือนจะสลายไปหมดแล้ว เขาคุกเข่าลงกับพื้นอย่างสิ้นหวังไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะเดินมาถึงจุดนี้!ไม่ยินยอมยิ่งนัก!ต่อให้เป็นเช่นนี้ เขาก็ยังคงไม่ยอมจำนน คำรามอย่างไม่ยอมแพ้ “ข้าไม่...”ด้านหลังของเขา ซ่งตั๋วรังเกียจที่เขาส่งเสียงดัง จึงใช้ดาบในมือฟาดเขาจนสลบ“ยุ่งยากเสียจริง!”หลีชิงกับสวีจู้กล่าวว่า “ชื่อเสียงของคนผู้นี้ไม่ได้แย่นัก เพียงแต่ไม่รู้ว่า ไยมู่ฉีซิวถึงได้มอบหมายตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ให้กับเขา!”ซ่งตั๋วกล่าวว่า “ด้วยความภักดีของเขา สามารถรับตำแหน่งที่สำคัญของมู่ฉีซิวได้ ก็ไม่น่าประหลาดใจอันใด!”ในตอนนี้ ซ่งตั๋วขึ้นไปบนรถคันเล็กของมั่วฝาน นำลำโพงที่อยู่ตรงเบาะหลังของเขา ย้ายไปไว้ที่กระโปรงท้ายรถทั้งหมดหลังจากนั้นก็ขับรถไล่ตามไปยังทิศทางที่ทหารของกองทัพธงเหลืองหลบหนีไปไล่ตามไปด้วย ตะโกนใส่ลำโพงประกาศเสียงขนาดใหญ่ไปด้วย“ผู้ที่ยอมจำนน และมอบอาวุธจะไม่ถูกสังหาร!”“ผู้ที่หันมาพึ่งพิงกองทัพตระกูลจ้านและสร้างผลงาน ไม่มีตำแหน่งขุนนางชั้นสูง ไม่มีที่ศักดินาหนึ่งพันครัวเรือน ที่ดินอันอุดมสมบูรณ์หนึ่งพันหมู่ให้!”“ทหารกองทัพตระกูลจ้านมีอาหารวันละส

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status