“ครับ เร็วหน่อยก็ดีนะครับ หากไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ผมของตัวก่อนนะครับ”ฉู่เฉินยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ถานหลิงและเดินไปที่ประตูเมื่อเห็นฉู่เฉินจะออกไป จ้าวอีม่านก็รีบยื่นมือไปหาเขาแล้วพูดว่า “คุณฉู่ ช่วยดึงฉันลุกขึ้นหน่อยค่ะ ฉัน... ฉันลุกไม่ขึ้นค่ะ”ไม่ใช่ว่าเธอกำลังอ้อนฉู่เฉินอยู่แต่อย่างใด แต่เธอไม่สามารถยืนขึ้นเองได้จริงๆเธอยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยมาเกือบชั่วโมงครึ่งแล้ว ขาทั้งสองข้างของเธอยืนจนเป็นตะคริวฉู่เฉินหันศีรษะไปมองจ้าวอีม่านแล้วขมวดคิ้วพูดว่า “ไม่สิ คุณเคยกินไส้กรอกต่างประเทศมาก่อน คุณบอบบางขนาดนี้เลยเหรอครับ?”เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวอีม่านก็แก้มแดงขึ้นมาทันที เธอพูดอย่างแหนมอายว่า “ฉันไปเรียน ไม่ได้... ไม่ได้ไปกินไส้กรอกสักหน่อย”“เป็นความผิดของคุณที่ปล่อยให้ฉันยืนนานขนาดนั้น และ... แล้วก็ยกขาข้างหนึ่งขึ้น ไม่อย่างนั้นฉันจะลุกไม่ได้ได้ยังไงล่ะคะ?”เมื่อได้ยินเช่นนี้ สมองของถานหลิงก็ไม่สามารถประมวลผลได้ทั้งหมดเมื่อกี้ฉู่เฉินทำอะไรในห้องผู้ป่วยกันแน่?นี่มันห้องผู้ป่วย หรือห้องนัดทำเรื่องอย่างว่ากันแน่?“โอเคครับ งั้นคุณอยากจะขอบคุณผมยังไงดี?”ฉู่เฉินเอื้อมมือไปคว้า
สามวันก่อนงั้นเหรอ?น่าจะเป็นตอนที่เธอกับฉู่เฉินอยู่ในห้องผู้ป่วยแล้ว...เมื่อคิดเช่นนี้ ดวงตาที่สวยงามของถานหลิงก็หรี่ลงเล็กน้อย และเธอจ้องมองฉินอวี่ซานด้วยความตกใจนังแพศยานี่ ทำเอาเธอตกหลุมพรางงั้นเหรอ?“หนูแค่ถูกเขาจูบสองสามครั้ง หากเทียบกับเรื่องเร่าร้อนของคุณป้าวันนั้น มันคงเทียบไม่ติดใช่ไหมคะ? ดังนั้นหนูคิดว่าเราลองมาหารือกันดีไหมคะ?”ริมฝีปากของฉินอวี่ซานยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันขณะที่เธอกล่าว“เธอ... เธอจะเอายังไง?”ถานหลิงกัดฟัน เธอทำอะไรกับนังแพศยานี่ไม่ได้จริงๆ“มันง่ายมากเลยค่ะ หนูแค่อยากแต่งงานกับตระกูลจาง ไม่มีเงื่อนไขอื่นใดเลยค่ะ หากคุณป้าทำให้หนูได้ เรื่องสุดเร้าใจของคุณป้าจะถูกปิดตายไว้ค่ะ”“แต่ถ้าความฝันของหนูพัง คุณป้าก็อย่างหวังว่าจะมีความสุข!”ใบหน้าที่สวยงามของฉินอวี่ซานก็มืดลง และเธอก็ลบความเสแสร้งทั้งหมดของเธอออกทันทีถานหลิงถอยหลังไปหลายก้าวติดต่อกัน เธอไม่ยอมเสียเปรียบหรอกนะแม้ว่าฉินอวี่ซานจะถูกไล่ออกจากตระกูลจาง แต่เธอยังเด็กและมีโอกาสที่จะแต่งงานใหม่แต่ในวัยของถานหลิง ลูกชายของเธอโตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้ว ผู้ชายที่ร่ำรวยคนไหนจะแต่งงานกับเธอ?
“วันนี้ฉันยินดีรับใช้นายอย่างเหมาะสม นายช่วยฉันผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ ได้ไหม?”พูดจบ หลิ่วชิงเหอก็คว้ามือของฉู่เฉินและถูมันที่หน้าอกของเธอฉู่เฉินยิ้มเยาะ ผลักหลิ่วชิงเหอออกไป และดึงมือของเขาออก พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าเธออยากรับใช้ฉันจริงๆ ก็ได้ พรุ่งนี้ตอนบ่ายสามที่สวนสาธารณะเป่ยลิ่ง และใส่ชุดเดิมมานะ”“แต่เธอต้องข้างในไม่ใส่อะไรนะ ฉันหมายถึงเปลือยกายทั้งตัว เข้าใจไหม?”เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิ่วชิงเหอก็อดไม่ได้ที่จะตกใจสวนสาธารณะเป่ยลิ่ง?นั่นคือสถานที่รวมตัวเหล่าป้าๆ เต้นออกกำลังที่มีชื่อเสียงในเจียงจงเลยนะ ไม่เพียงแต่มีคนเต้นเท่านั้น แต่ยังมีคนปีนเขา ออกกำลังกาย และผู้คนทุกวัย ฝูงชนมากมายเลยนะฉู่เฉินนัดเธอไปสวนสาธารณะเป่ยลิ่งหมายถึงอะไร?และตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสาม ซึ่งเป็นเวลาที่สวนสาธารณะคึกคักที่สุด!“ฉู่เฉิน นะ... นายอยากจะทำลายชื่อเสียงของฉันหรือเปล่า!”หลิ่วชิงเหอโกรธจนจุกไปหมด“ฉันได้บอกเงื่อนไขของฉันไปแล้ว แล้วแต่เธอจะปฏิบัติตามหรือไม่ก็แล้วแต่เธอ จำไว้ว่านี่เป็นโอกาสเดียวของเธอ!”ฉู่เฉินยิ้มเยาะและผลักหลิ่วชิงเหอออกไปอย่างจัง แล้วก้าวเข้าไปในบ้านใหญ
“แคว่ก”กี่เพ้าตัวยาวสีแดงเพลิงบนตัวกุหลาบเพลิงถูกฉู่เฉินกระชากจนขาดตั้งแต่คอเสื้อลงมาผิวที่ขาวเนียนดุจหิมะ และเรียวขายาวสวยเผยสู่สายตาโดยไร้สิ่งบดบังกุหลาบเพลิงตะลึงงันเธอคิดว่าฉู่เฉินตั้งใจจะแนะนำให้เธอกับอินซู่ซู่รู้จักกันเสียอีกเธอยืนเก้อรอจับมือทักทายกับอินซู่ซู่ แต่นึกไม่ถึง พริบตาต่อมา สายลมเย็นๆ พัดผ่าน เรือนร่างของเธอเผยสู่สายตาภายใต้แสงอาทิตย์อินซู่ซู่แทบจะแข็งเป็นหินไปแล้วเมื่อมือใหญ่ๆ ของฉู่เฉินล้วงเข้าไปในสวนน้ำผึ้ง จากนั้นก็กระดกนิ้วเบาๆ แม้อินซู่ซู่จะไร้เดียงสาแค่ไหน แต่เธอก็รู้แล้วว่ากุหลาบเพลิงกับฉู่เฉินเป็นอะไรกัน“กรี๊ด”อินซู่ซู่กรีดร้องเสียงแหลม ยกมือขึ้นปิดใบหน้าเล็กๆ จากนั้นก็สะบัดหน้าวิ่งหนีออกไป“วิธีการแนะนำตัวของนายช่างไม่เหมือนใครจริงๆ”กุหลาบเพลิงหน้าแดง หันมาจ้องหน้าฉู่เฉินเขม็ง“ไม่เห็นมีอะไร ต่อไปทุกคนก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ใช่สิ เมื่อกี้วิธีการฝึกพลังของเธอไม่ถูกต้อง มา ฉันจะสอนเธอ”ขณะเอ่ย ฉู่เฉินจูงมือสองพี่น้องเดินเข้าไปในห้องด้านใน……กระทั่งเมื่อไฟยามพลบค่ำเริ่มสว่าง สองพี่น้องถึงซบลงบนหน้าอกของฉู่เฉินพร้อมกับหอบหายใจอย่างเ
เย่ชิ่นเหยียนยิ้มถามอย่างมีความหมายแฝงถึงยังไงฉู่เฉินก็ยังเด็กมาก แถมยังเก่งกาจขนาดนั้น ข้างกายจะไม่มีผู้หญิงเลยได้ยังไงกันตามหลักทั่วไปแล้ว เวลาอย่างนี้ผู้ชายทุกคนมักจะกำลังบ่มเพาะความรักอยู่กับแฟนสาว โทรศัพท์สายนี้อาจขัดจังหวะฉู่เฉินก็เป็นได้แต่ในขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นการหยั่งเชิงอย่างหนึ่งของเธอเหมือนกันถ้าหากฉู่เฉินมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ข้างกายก่อนแล้ว พอได้ยินเสียงของเธอ อีกฝ่ายจะต้องจงใจแสดงความเป็นเจ้าของออกมาอย่างแน่นอน“เปล่าครับ ผมกำลังออกกำลังกายอยู่”ได้ยินเสียงที่เหมือนกำลังตบหลังดังมาจากปลายสาย เย่ชิ่นเหยียนอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ว่า “ออกกำลังกาย?”ไม่แปลกที่เย่ชิ่นเหยียนจะสงสัย ไม่ว่าใครถ้าได้ยินเสียงที่ชวนอายแบบนี้ ก็ยากที่จะไม่จินตนาการไปไกล“ผมกำลังฝึกเหวี่ยงหมัดอยู่น่ะครับ”พอฉู่เฉินพูดอย่างนี้ ต้วนหลิงเสวี่ยกับต้วนหลิงเวยหน้าแดงแปร๊ดทันที นี่เขากำลังเล่นมุกคำพ้องเสียงอยู่เหรอแต่ฉู่เฉินก็เหมือนหมัดเล็กๆ จริงๆ นั่นแหละ พอได้ใช้งานแล้วก็รู้สึกโล่งปลอดโปร่ง“คุณฉู่เรียนวิชาต่อสู้ด้วยเหรอคะ”เย่ชิ่นเหยียนที่อยู่ปลายสาย ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตกตะลึงอย่างเห็น
เช้าวันต่อมา เย่ชิ่นเหยียนตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ เธอแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงสีขาวพลิ้ว คอแหวกลึกเป็นรูปตัววี ลูกแพร์อวบอิ่มขาวเนียนสองลูกโผล่พ้นสายตาออกมาครึ่งหนึ่ง เห็นแล้วชวนให้จินตนาการไปไกลเธอเดินลากรองเท้าแตะสีขาวคู่หนึ่งออกจากบ้านตั้งแต่เช้าพอมาถึงหน้าบ้านใหญ่ตระกูลฉู่ เป็นเวลาแปดโมงห้าสิบนาทีพอดี หลังจากส่งข้อความหาฉู่เฉินขณะที่นั่งอยู่ในรถเสร็จ เย่ชิ่นเหยียนเปิดประตูรถ ก่อนจะยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปผู้ชายที่มาส่งดิลิเวอร์รีคนหนึ่ง เหลือบมองมาทางเย่ชิ่นเหยียนโดยบังเอิญเพียงแวบเดียว ผู้ชายคนนั้นถึงขั้นไม่อาจละสายตา ทำเอาเกือบพุ่งชนเข้ากับเสาไฟฟ้าเย่ชิ่นเหยียนเห็นแล้วก็หัวเราะเสียงเล็กแหลมอย่างอารมณ์ดีรอยยิ้มของเธอดูสวยสะดุดตา ทั้งสดใสเป็นประกายผ่านไปไม่นาน ฉู่เฉินอ้าปากหาวกว้างๆ สาวเท้าเดินออกจากประตูบ้านช่วยไม่ได้ เมื่อคืนแทบจะไม่ได้นอน ถึงจะเป็นฉู่เฉินก็ยังรู้สึกเหนื่อย“เป็นอะไรไป เมื่อคืนไม่ได้นอนหรือ”เย่ชิ่นเหยียนเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเป็นห่วง พลางถามฉู่เฉิน“พอไหวครับ ฝึกเหวี่ยงหมัดมาทั้งคืน เหนื่อยนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร”ฉู่เฉินหาว ก่อนตอบ“ขึ้นรถสิ บนรถฉันมีก
ดูจากอายุ ฉู่เฉินน่าจะอายุน้อยกว่าเย่ชิ่นเหยียนสี่ห้าปี นอกจากนี้ ด้วยนิสัยของเย่ชิ่นเหยียน เธอไม่มีทางคบเด็กผู้ชายแบบนี้เป็นเพื่อนแน่แขกพวกนั้นของเธอมีคนไหนบ้างที่ไม่ใช่ผู้ชายอายุสามสิบสี่สิบปี บางคนถึงขนาดเป็นนักธุรกิจร่ำรวยวัยกลางคนด้วยซ้ำไม่ต้องถามก็รู้ เจ้าแซ่ฉู่คนนี้ต้องเป็นไอ้หนุ่มหน้าอ่อนที่เย่ชิ่นเหยียนเลี้ยงต้อยไว้แน่ๆพอนึกมาถึงตรงนี้ สีหน้าของเชอฮุยยิ่งดูแย่ลงกว่าเดิมเขาเคยตามจีบเย่ชิ่นเหยียนอยู่สองปี นับรวมแล้วก็เสียเงินไปหลายล้าน แต่กลับไม่เคยได้จับแม้แต่มือของเธอ สุดท้ายก็ทำได้เพียงยอมตัดใจแต่ไอ้หน้าอ่อนที่หน้าตาไม่ได้สะดุดตา ฐานะทางบ้านก็ดูจะสู้เขาไม่ได้อย่างฉู่เฉินกลับได้หญิงงามไปครอง เรื่องนี้แหละที่เขาไม่พอใจสุดๆ“เอาคันนี้ก็แล้วกัน เอาตัวท็อป”ฉู่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบฉู่เฉินไม่ได้ติดใจเรื่องราคารถ ขอแค่รูปลักษณ์ภายนอกของรถต้องดูเรียบหรู ไม่ดูสะดุดตาเกินไป อีกเรื่องหนึ่งก็คือขับคล่องมือ ที่เหลือเขาล้วนไม่สนใจ“เอาตัวท็อป?”เชอฮุยได้ยินก็ขมวดคิ้ว หันไปมองเย่ชิ่นเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆชั่วขณะหนึ่ง ปลายจมูกของเย่ชิ่นเหยียนมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาบอกต
“เรื่องเป็นมายังไง?!”หยางเส้าหัวขมวดคิ้ว หันไปถามเชอฮุยที่อยู่ข้างๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชาเชอฮุยเขย่งเท้าชะโงกหน้าเข้าไปข้างหูของหยางเส้าหัว กระซิบกระซาบอยู่ครู่หนึ่ง เขายังจงใจแต่งเติมประวัติความเป็นมาของฉู่เฉิน บอกว่าเขาเป็นลูกคนรวยที่มาจากชนบทพอได้ยินอย่างนั้น หยางเส้าหัวสีหน้าดำทะมึนในพริบตาเขาคบกับเย่ชิ่นเหยียนเกือบครึ่งปีก็จริง แต่เขาไม่เคยได้นอนกับเธอเลยสักครั้งเดียวแต่นังสารเลวนั่นกลับซื้อรถให้ไอ้บ้านนอกนั่น หนำซ้ำยังซื้อรถหรูราคาหลายสิบล้านให้ด้วย ดูก็รู้ว่าไอ้หมอนั่นต้องได้เธอแล้วแน่ๆว่ากันว่ารักแต่ไม่ได้มา เป็นเรื่องที่เจ็บปวดที่สุด ที่จริงประโยคนี้ไม่ได้ถูกทั้งหมดรักแต่ไม่ได้มา ซ้ำยังต้องทนมองคนอื่นได้มันไป นี่ต่างหากที่ทำให้คนเราเคียดแค้นยิ่งกว่า!โดยเฉพาะยิ่งกับหยางเส้าหัวแล้ว เขาคิดว่าในเมืองเจียงจงไม่มีใครเทียบเขาได้เรื่องการคั่วสาว แต่กลับถูกไอ้บ้านนอกนั่นทำพังหมด เรื่องนี้ทนไม่ได้เด็ดขาดนึกมาถึงตรงนี้ หยางเส้าหัวผลักเชอฮุยออก สาวเท้าเดินไปทางเย่ชิ่นเหยียนกับฉู่เฉิน“คุณชายหยาง… คุณชายหยางอย่าวู่วาม…”“ไสหัวไป!”หยางเส้าหัวตะคอกเสียงดัง ทำเอากลุ่มคนที่ก
แม้ว่าฉู่เฉินจะมีมรดกของมังกรเฒ่า แต่เวลานี้เขาตกอยู่ท่ามกลางอาคมประตูกลมหัศจรรย์โดยสิ้นเชิงแล้วตั้งแต่โบราณมาวิชาประตูกลมหัศจรรย์ก็คือวิชาลี้ลับที่แย่งชิงพลังจากฟ้าเพื่อสร้างโชค ลึกลับอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเห็นใต้เท้าของฉู่เฉินเกิดเป็นน้ำวน “กินคน” เสิ่นเจี้ยนเฟิงรีบตะโกนเสียงดังบอกเกาเซิ่งอี้ว่า “รีบไปเร็วเข้า! ที่นี่กำลังจะถล่มแล้ว!”เมื่อสิ้นเสียงพูด เสิ่นเจี้ยนเฟิงก็พุ่งปราดออกไป เกาเซิ่งอี้เองก็ไม่สนใจอาการบาดเจ็บบนร่างกาย รีบทะยานออกไปอย่างรวดเร็วโครม!วินาทีต่อมา ทั่วทั้งห้องโถงถล่มลงไปจริง ๆ เกิดเป็นหลุมลึกที่มองไม่เห็นพื้นขึ้นมาที่ใต้ดินโครมคราม!ชั่วขณะหนึ่ง อาณาเขตคฤหาสน์กว่าครึ่งคล้ายกับอยู่ท่ามกลางทรายดูดในทะเลทราย แม้แต่ตัวคฤหาสนทั้งหลังก็จมลงไปในหลุมลึกเช่นกันส่วนฉู่เฉินก็จมลงไปสู่ใต้ดินตามคฤหาสน์ไปเช่นเดียวกัน“ฮ่า ๆๆ...”เสิ่นเจี้ยนเฟิงเห็นฉู่เฉินโดนฝังลึกอยู่ในใต้ดินแล้ว เขาก็อดแหงนหน้าหัวเราะเสียงดังไม่ได้แล้วพูดว่า “ไอ้เด็กไม่รู้ความ ยังกล้าอวดดีต่อหน้าพวกเราอีกเหรอ? นี่ก็คือจุดจบของแก!”จางจิ่งหลงมองคฤหาสน์ที่โดนฝังลึกอยู่ในใต้ดินแวบหนึ่ง ก่อนจ
ฉู่เฉินกลับไม่สนใจเขาเลย เพราะว่าจางจิ่งหลงที่อยู่ข้างหลังเขาก็ออกหมัดสังหารเข้ามาเช่นกัน“ลองดูหมัดมังกรดำของฉัน!”ฟิ้ว!สายลมรุนแรงที่ขนาบโดยหมอกดำพุ่งตรงมาที่กลางหลังของฉู่เฉิน“ตายซะ!”ในขณะเดียวกัน เกาเซิ่งอี้พุ่งกายหลายครั้งราวกับภูตผีจนมาถึงด้านหลังของฉู่เฉิน เขายกฝ่ามือดำทะมึนขึ้นมาก่อนจะฟาดตรงไปที่เอวของฉู่เฉินถึงแม้ว่าฉู่เฉินจะพุ่งตัวหลบหมัดมังกรดำของจางจิ่งหลงแล้ว แต่เขาก็รับหมัดของเกาเซิ่งอี้ไปเต็ม ๆผัวะ!ลอบโจมตีสำเร็จ เกาเซิ่งอี้ยกมุมปากเล็กน้อย เผยรอยยิ้มหยันออกมาสุดท้ายฉู่เฉินก็ยังเด็กเกินไป ไม่เคยผ่านประสบการณ์ต่อสู้ตะลุมบอนเช่นนี้มาก่อนขอเพียงเขาโดนฝ่ามือนี้ แค่ไอชั่วร้ายด้านในก็เพียงพอเปลี่ยนให้ฉู่เฉินกลายเป็นน้ำเลือดน้ำหนองแล้วอย่างไรก็ตาม วินาทีถัดมา รอยยิ้มของเขาก็แข็งค้างโดยสิ้นเชิงฉู่เฉินถูกเขาซัดฝ่ามือใส่เอว ไม่เพียงไม่ล้มลงคาที่ แต่ว่าลมปราณกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราวกับว่าไอชั่วร้ายของเขาไม่ได้สร้างความเสียหายใด ๆ ให้กับฉู่เฉินเลย ตรงกันข้ามยังเป็นยาบำรุงให้ฉู่เฉินแทนเวรเอ๊ย!นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?ต้องรู้เอาไว้ว่า วิชาที่เขาฝึกฝนคือ
เมื่อไอชั่วร้ายแผ่กระจายออกมา อุณหภูมิรอบด้านพลันลดฮวบลงถึงจุดเยือกแข็งในพริบตา เวลานี้เอง ผู้ทรงอิทธิพลมากมายที่อยู่ด้านล่างเวทีพากันส่ายหน้า แปดเก้าในสิบส่วนคิดว่าฉู่เฉินจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยแล้วถูกยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานสามคนล้อมเอาไว้ แม้ว่าร่างกายของฉู่เฉินเป็นเหล็ก จะบดขยี้ตะปูหลายเล่มได้เหรอ?ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เป็นเกาเซิ่งอี้ที่มีความสามารถอ่อนด้อยที่สุดในหมู่ทั้งสามคนก็ไม่ใช่ว่าจะจัดการได้ง่ายเหมือนกัน“คนแซ่ฉู่ ต่อให้ฉันต้องตายก็จะให้แกตายไปเป็นเพื่อนด้วย”ทางด้านข้าง ฉีอวี่ไท่ที่นอนประคับประคองชีวิตอยู่บนเสาปูนมาตลอด ไอเป็นเลือดไปพลาง เอ่ยพร้อมกับหัวเราะหยันติดต่อกันไปพลางเวลานี้เอง เขารู้ว่าอวัยวะภายในของตัวเองถูกฉู่เฉินทำลายจนหมดแล้ว ต่อให้ฉู่เฉินไม่ฆ่าเขา เขาก็มีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่พอเขาเห็นฉู่เฉินโดนยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานสามคนรุมโจมตี ดวงตาก็เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งส่วนผู้ทรงอิทธิพลมากมายที่ชมความคึกคัก เวลานี้ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความอันตรายเลยพากันถอยออกไปจากห้องโถง หลบออกไปไกลถึงอย่างไรยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานสี่คนต่อสู้กัน ต่อให้
“ไอ้หนู แกล้าดีนักนะ!”จางจิ่งหลงถลึงตาสองข้างอย่างเกรี้ยวกราด เดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว จ้องมองฉู่เฉินอย่างขุ่นเคืองเกาเซิ่งอี้ก็ลุกขึ้นมาช้า ๆ แล้วเอ่ยด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มเย็นชาว่า “ฉู่เฉิน แกโอหังเกินไปหน่อยแล้วมั้ง? ต่อให้อาจารย์ของแกมาก็ไม่กล้าท้าทายพวกเราสามคนพร้อมกันหรอก!”เสิ่นเจี้ยนเฟิงลุกขึ้นมาเช่นกันแล้วกล่าวว่า “เจ้าหนุ่ม เปิดเผยความสามารถมากเกินไป บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ”ถังเทียนอวี่เป็นอัจฉริยะของตระกูลถังจริง ๆ แต่ถึงอย่างเขาก็มีแค่พลัง ไม่มีประสบการณ์ต่อสู้จริงเท่าไหร่นัก แต่พวกเกาเซิ่งอี้กับจางจิ่นหลงไม่เหมือนกันตลอดทางมาเดินมานี้ มีใครบ้างที่ไม่ได้ผ่านศึกมานับร้อย?เมื่อเทียบกันแล้ว ความสามารถอันน้อยนิดของถังเทียนอวี่ไม่นับว่าเป็นอะไรเลยพูดได้ว่า ถึงแม้จะอยู่ระดับสร้างรากฐานชั้นสี่เหมือนกัน แต่ถังเทียนอวี่สองคนก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจางจิ่งหลงยิ่งไม่ต้องพูดถึงจางจิ่งหลงกับเสิ่นเจี้ยนเฟิงที่เป็นยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานชั้นสี่นอกจากนี้ เกาเซิ่งอี้ก็อยู่ห่างจากระดับสร้างรากฐานชั้นสี่แค่ก้าวเดียวเท่านั้น“เดิมทีฉันไม่อยากเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก ขอเพียงแกย
พรวด!คราวนี้ เจ็บมากเกินไปแล้วถังเทียนอวี่อ้าปากกว้างกระอักเลือดคำโตโดยที่มีเศษอวัยวะภายในปะปนอยู่ด้วยออกมาแม้แต่แสงสีทองบนร่างของเขาสายนั้นก็หมองหม่นลงไปในพริบตาเวลานี้ถังเทียนอวี่รู้สึกแค่ว่าเหมือนอวัยวะภายในเคลื่อนที่หมดแล้ว เจ็บจนเส้นเลือดบนหน้าผากของเขาปูดโปนขึ้นมา อ้าปากกว้าง ทว่าร้องโหยหวนไม่ออกแม้แต่นิดเดียว“นี่ก็คืออัจฉริยะของตระกูลถังเหรอ?”ฉู่เฉินใช้เท้าเหยียบใบหน้าของถังเทียนอวี่ แล้วขยี้กับพื้นไม่หยุด ก่อนจะหัวเราะหยันแล้วพูดว่า “ต่อให้เป็นหมูก็ยังเก่งกว่าอัจฉริยะแบบนี้อีกมั้ง?” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หางตาของถังเทียนอวี่ก็แทบจะเบิกโพลง เขากัดฟันแน่น ปรายตามองฉู่เฉินพลางเอ่ยว่า “นะ...นายกล้าดูถูก...”“ผัวะ!”ฉู่เฉินเตะเข้าที่ปากของถังเทียนอวี่ จากนั้นก็หัวเราะหยันแล้วเอ่ยว่า “ผมดูถูกตระกูลถังของคุณแล้ว คุณจะทำอะไรผมได้? ผมดูถูกคุณแล้ว คุณจะทำอะไรได้?”ถังเทียนอวี่โกรธจนตัวสั่นเทิ้มไม่หยุด แต่ก็เป็นเหมือนกับที่ฉู่เฉินพูดไว้ ตันเถียนของเขาถูกฉู่เฉินเตะจนแตกไปหมดแล้ว เขายังจะทำอะไรได้อีก?เวลานี้ บรรดาผู้ทรงอิทธิพลที่อยู่รอบด้านต่างมองไปทางฉู่เฉินด้วยสายตาที่เ
บรรดาผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งใกล้หน้าประตูมากมาย เห็นกับตาว่าแม้แต่รถกอล์ฟก็ถูกอัดจนผิดรูปไปแล้ว พวกเขาก็รีบถอยไปทางมุมกำแพง กลัวว่าจะต้องตายอย่างอนาถโดยไร้ความผิดส่วนหมัดของถังเทียนอวี่นี้ก็มีอานุภาพสะเทือนฟ้าดินจริง ๆพูดได้ว่าเป็นการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉู่เฉินเคยพบเจอนับตั้งแต่ที่เข้าวงการมาถึงอย่างไรตระกูลถังก็เป็นตัวตนที่กดขี่ทั้งเมืองได้ด้วยตระกูลเดียว ไม่ว่าจะเป็นวรยุทธ์หรือความสามารถของตัวถังเทียนอวี่เอง สำนักเล็ก ๆ ระดับล่างอย่างสำนักเสวียนเทียนกับสำนักอวี้ซือไม่อาจเทียบได้เลยพูดได้ว่าสำนักเล็ก ๆ ทั้งสองนั้นเป็นเพียงเศษธุลีที่ลอยวนเวียนอยู่ขอบโลกแห่งการหยั่งรู้เท่านั้นแต่ตระกูลถังกลับไม่เป็นเช่นนั้น ตัวตนที่สามารถสยบทั้งเมืองได้ด้วยพลังอำนาจของตระกูล มีใครบ้างที่ไม่ได้มาจากสำนักใหญ่ ครอบครองวิชาชั้นสูงเป็นมรดกตกทอด?เวลานี้เอง ภายในดวงตาของถังเทียนอวี่เต็มไปด้วยจิตสังหารเย็นเยียบ แทบอยากจะต่อยฉู่เฉินให้เนื้อแหลกละเอียดในหมัดเดียวเมื่อเห็นเขาจะลงมือสังหารฉู่เฉินจริง ๆ เกาเซิ่งอี้ที่นั่งอยู่บนที่สูงรีบเอ่ยปากกล่าวว่า “หลานถัง ห้ามต่อยเขาให้ตายในหมัดเดียวเด็ดขาด
เธอไม่อยากเอาชีวิตเล็ก ๆ ของตัวเองไปทิ้งตอนนี้ที่หลิ่วหรูเยียนยังอยู่กับฉู่เฉินไม่ไปไหน ก็เพราะต้องการใช้ประโยชน์จากเขา ให้ช่วยพวกเธอสองแม่ลูกก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ก็เท่านั้น ไม่ตายเป็นเพื่อนฉู่เฉินแน่!“ฉู่เฉิน คนพวกนี้ไม่ใช่คนธรรมดาเลยนะ หรือว่านายจะลองยอมรับปากพวกเขาไปก่อนดีไหม ถึงยังไง...”ไม่รอให้หลิ่วหรูเยียนพูดจบ ฉู่เฉินก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะพูดขัดขึ้นมา “พวกมันเคยเป็นใครมาก่อนฉันไม่รู้ แต่อีกไม่นาน เดี๋ยวพวกมันก็จะเป็นศพแล้ว”ซี้ด!ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ บรรดานักธุรกิจทรงอิทธิพลหลายคนที่นั่งอยู่รอบ ๆ ถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจติด ๆ กันชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านล่างแถวหน้าสุดก็ลุกขึ้นยืน และพูดกับฉู่เฉิน “นี่น้องชาย แกรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอยู่กับใคร?”“คนที่อยู่ตรงนั้นน่ะ คือปรมาจารย์เสิ่น บุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดของตระกูลผู้บำเพ็ญพรตแห่งปินเฉิง!”“ส่วนท่านผู้อาวุโสท่านนี้ คือผู้นำตระกูลจางแห่งเซียงเฉิงเชียวนะ!”“แล้วก็ยังท่านผู้นั้นอีก เขาคือถังเทียนอวี่อัจฉริยะของตระกูลถังแห่งอวิ๋นเฉิง!“มีท่านไหนบ้างที่สามารถเทียบเคียงกับคนแบบฉันและแกได้? เอ
“แม่คุณแซ่อะไรเหรอ?”ฉู่เฉินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะมองเกาเซิ่งอี้ด้วยแววตาแข็งกร้าว“แก! แกหมายความว่าอะไร?”ใบหน้าของเกาเซิ่งอี้แฝงไปด้วยความเยือกเย็น เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะจ้องฉู่เฉินตาเขม็ง“คุณสั่งให้ผมมอบหยกโลหิตกิเลนให้คุณ ผมก็ต้องยอมมอบให้คุณง่าย ๆ? แล้วถ้าผมบอกให้คุณมอบชีวิตให้ผม คุณจะยอมปาดคอฆ่าตัวตายไหม?”ฉู่เฉินพูดออกมาด้วยสีหน้าหยันเกาเซิ่งอี้หายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความโกรธในใจเอาไว้ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “นี่ไอ้หนุ่ม แกไม่รู้คุณสมบัติที่แท้จริงของหยกโลหิตกิเลนด้วยซ้ำ ถ้าแกมีมันอยู่ในมือ ก็ถือเป็นการทำลายสมบัติที่มีค่าและยังจะนำพาปัญหายิ่งใหญ่ตามมาอีก”“การให้แกมอบหยกโลหิตกิเลนให้ฉัน ก็เพราะหวังดีต่อแกนะ”ฉู่เฉินพยักหน้าอย่างหนักแล้วพูดว่า “พูดได้มีเหตุผลดีจริง ๆ”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ ก็ปรากฏความเย้ยหยันออกมา เพราะยังไงสุดท้ายแล้วฉู่เฉินก็ต้องยอมศิโรราบอยู่ดีไม่ใช่หรือไง?แต่ในวินาทีถัดมา ไม่ใช่แค่ถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ เท่านั้น แม้แต่เกาเซิ่งอี้เองก็ถึงกับหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ เพราะคำพูดต่อมาของฉู่เฉิน“ความจ
บางทีสักวันหนึ่ง เธออาจจะสามารถเหยียบผู้ชายเฮงซวยพวกนี้ให้จมดินได้ในตอนนี้ คนที่ตกใจมากที่สุดก็ยังเป็นฉีอวี่ไท่ ความจริงแล้ว ฉีอวี่ไท่เป็นคนเดียวในรุ่นที่สองของตระกูลฉีที่มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังเคยกราบอาจารย์เก่ง ๆ หลายคนตอนที่ตระกูลฉีมาพึ่งพิงเกาเซิ่งอี้ เขาก็มีพลังระดับปรมาจารย์แล้ว และหลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหลายปี ประกอบกับทรัพยากรจำนวนมากที่เกาเซิ่งอี้มอบให้ เขาจึงประสบความสำเร็จเหมือนในวันนี้แต่ฉู่เฉินกลับสามารถใช้ลูกเตะเดียวทำลายพลังของเขา สะเทือนอวัยวะภายในร่างของเขาจนเละอย่างน้อยสิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ฉู่เฉินต้องเป็นยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานอย่างแน่นอนในความทรงจำของเขา ตระกูลฉู่แห่งเจียงจง ไม่มีพื้นฐานด้านการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย และในช่วงเวลาสามปีที่พ่อแม่ของฉู่เฉินหายสาบสูญไป ฉู่เฉินก็อยู่ในสภาพ เกือบตายตลอดเวลาอย่าว่าแต่การฝึกวรยุทธ์หรือบำเพ็ญพรตเลย แม้แต่การลุกขึ้นยืนและเดิน สำหรับฉู่เฉินแล้ว นี่เป็นเพียงความฝันที่ไม่สามารถเป็นความจริงได้ในเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่เดือน ทำไมฉู่เฉินถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้?เมื่อครู่เขาได้ทำการยืนยันหล