ครืน!เมื่อหลี่เต้าผิงคำรามอย่างเกรี้ยวโกรธ ถ้ำภูเขาพลันสั่นสะเทือนด้วยแรงพิฆาตในตัวเขา!ฉินหล่างกัดฟันกรอด ก่อนจะพูดกับหลี่เต้าผิงว่า “อาจารย์ครับ จากที่ผมรู้มา นักสู้ยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงในเมืองเจียงจง มีแค่เจ้าคนแซ่จิน ที่ชื่อจินเจิ้นหลงคนเดียว”“ถ้าจะมีใครทำอันตรายศิษย์น้องได้ ก็มีแค่คนคนนี้เท่านั้น”ที่จริงหลายปีมานี้ ซ่งหู่ยังไม่เคยเปิดเผยเรื่องเกี่ยวกับสำนักเฟิ่งให้ใครฟัง เพราะครอบครัวของเขาตายอย่างน่าอนาถเกินไป แม้กระทั่งก่อนที่ซ่งหู่จะกลับไปที่เมืองเจียงจง เขาก็ยังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ฉะนั้น แม้แต่หลี่เต้าผิงกับฉินหล่างก็รู้เพียงแค่ว่าซ่งหู่ต้องการกลับไปแก้แค้นที่เมืองเจียงจงแต่พวกเขาสองคนก็ไม่รู้ว่าศัตรูของเขาเป็นใครฉินหล่างเอง หลังจากที่เห็นคัมภีร์หยกที่เขียนฤกษ์ยามเกิดของซ่งหู่แตก ถึงได้ตรวจสอบเรื่องนักสู้ในเมืองเจียงจงคร่าวๆทั่วทั้งเมืองเจียงจง มีปรมาจารย์ยุทธ์เพียงคนเดียว นั่นก็คือจินเจิ้นหลง!อย่างไรเสียพลังของซ่งหู่ก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้ว ผู้บำเพ็ญพรตที่ฝึกกำลังภายในระดับสูงจนสำเร็จ เรียกได้ว่าในหมู่นักสู้ระดับเดียวกัน เขาคือผู้ไร้เทียมทานแล้ว!คนที่สามา
“เชี่ย นั่นมันกงล้อเพลิงใช่ไหม?”“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ฉันเชื่อในหลักวิทยาศาสตร์!”“วิทยาศาสตร์บ้านเอ็งสิวะ ไม่เห็นเหรอว่าคนเขาบินอยู่เหนือน้ำทะเลโน่นแล้วน่ะ!”เหล่านักท่องเที่ยวและพนักงานบนเรือต่างเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเจอเทพเซียนในตำนาน พวกเขาพากันคุกเข่าและโขกหัวไปทางหลี่เต้าผิงกับฉินหล่างอย่างต่อเนื่องหลี่เต้าผิงเหลือบมองผู้คนบนเรือที่กำลังโขกหัวด้วยความเลื่อมใสอย่างสุดใจแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงอย่างดูแคลนถ้าหากฉู่เฉินอยู่ในฝูงชนด้วย จะต้องเปิดโปงทริคหลอกสายตาง่ายๆ นี้ของหลี่เต้าผิงแน่นอนที่จริงวิชาที่หลี่เต้าผิงกำลังใช้อยู่นี้ ก็คือ ‘วิชาเหยียบคลื่น’ ที่หายสาบสูญไปแล้วนั่นเอง!เพียงแต่ เทียบกับซ่งหู่แล้ว แต่วิทยายุทธ์ของเขานั้นลึกล้ำกว่า คลื่นที่อยู่ใต้เท้าจึงยิ่งควบคุมได้อย่างใจส่วนฉินหล่าง เขาก็แค่อาศัยยันต์เพลิงวายุ ถึงสามารถเหินอยู่เหนือน่านน้ำได้ ความจริงแค่ยิงฉี่ใส่ลูกไฟนั่น ฉินหล่างก็จะร่วงลงมาในพริบตาไม่มีเหตุผลอื่นใดเลย นอกเสียจากว่าของจำพวกยันต์ ล้วนกลัวสิ่งสกปรกแต่คาถายันต์ที่ฉู่เฉินฝึกอยู่นั้น กลับไม่จำเป็นต้องใช้แผ่นยันต์ ฉะนั้นไม่ว่าสิ่งสกป
ตั้งแต่เช้า ทุกครั้งที่มีคนผ่านบ้านเก่าของตระกูลฉู่ อินซู่ซู่จะเปิดประตูรั้วดูว่าฉู่เฉินกลับมาแล้วใช่หรือเปล่าอินซู่ซู่ใช้ความคิดอย่างมากเพื่อที่จะมอบเซอร์ไพรส์ที่น่าตื่นตกใจให้ฉู่เฉินเธอตั้งใจนั่งเฝ้าแพลตฟอร์มไลฟ์สดอยู่หลายวัน เจาะจงเลือกช่องไลฟ์สดของสาว ๆ ที่เต้นเซ็กซี่ยั่วยวน ตั้งแต่แต่งตัวไปจนถึงแต่งหน้า ศึกษาอย่างละเอียดมาสิบกว่าวัน หลังจากนั้นถึงค่อยรีบกลับมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม บอกตามตรง สิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากสาว ๆ เหล่านั้นมีประโยชน์มากจริง ๆ เมื่อก่อนพวกผู้ชายมักจะเดินผ่านไหล่เธอไปโดยที่ไม่หันหน้ากลับมามอง คราวนี้เกรงว่าแค่เดินผ่านตัวเธอก็อดหันหน้ากลับมามองหลายครั้งไม่ได้ถึงขนาดที่ยังมีหนุ่มเดลิเวอรี่ชนเข้ากับเสาไฟฟ้าเพราะว่ามองเพลินมากเกินไป จนอาหารตรงเบาะหลังรถกระจายเต็มพื้นเมื่อเห็นอัตราการหันหน้ากลับมามองของตัวเองพุ่งพรวดพราด อินซู่ซู่ก็คิดอย่างมั่นใจว่าฉู่เฉินจะต้องกระโจนเข้ามาเหมือนผึ้งเห็นดอกไม้อย่างแน่นอน ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉู่เฉินจ้องเธอไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ แถมเวลาสองวินาทีครึ่งจากในนั้นยังทอดมองมายังลูกท้อสองลูกตรงหน้าอกของเ
ท้องทะเลรับน้ำจากสายน้ำนับร้อย ไม่ว่าพลังฝีมือของฝ่ายตรงข้ามจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ทำได้เพียงถูกดูดซับพลังหยางกับพลังวิญญาณเท่านั้น ใครแม่งจะรับได้? ถึงอย่างไรฉู่เฉินก็เข้าใจเคล็ดลับของวิชาเก้าผันกลืนสวรรค์เป็นอย่างดี หากยังหาวิธีการเปลี่ยนแปลงอินซู่ซู่ไม่เจอ เขาก็จะไม่มีวันเข้าไปยุ่งเป็นอันขาด ด้วยเหตุนี้เอง ต่อให้อินซู่ซู่ยั่วยวนทุกวิถีทาง สำหรับฉู่เฉินแล้วแทบไม่มีผลเลย เมื่อฉู่เฉินบรรลุถึงขั้นนี้แล้ว เขาสามารถควบคุมการทำงานของวิชาเก้าผันกลืนสวรรค์ได้ตามใจนึก นับประสาอะไรกับฉู่เฉินในตอนนี้ เขาไม่ขาดแคลนผู้หญิงเลยโอเคไหม ไม่จำเป็นต้องลดพลังฝีมือของตัวเองจำนวนมากเพื่อลองชิมของใหม่ ถึงขนาดที่อาจเสี่ยงต่อการลดระดับขั้นด้วย “มะ ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่อยากให้นายท่านสนใจฉันมากขึ้น อย่างเช่น...” ระหว่างที่พูดอินซู่ซู่ก็ยกเท้าเล็ก ๆ ที่สวมรองเท้าส้นสูงขึ้นมา ขาขาวนวลที่เรียวยาวและกระชับอย่างยิ่งข้างหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าฉู่เฉินยั่วยวน! ไม่สิ น่าจะเป็นการล่อลวงมากกว่า! ถ้าเกิดสาวน้อยคนนี้ได้รับการสั่งสอนเป็นอย่างดี เธอยังทำได้ถึงขนาดได้กันนะ? ฉู่เฉินเพิ่งรู้สึกได้ถึงวิช
“นายท่าน ฉันสาบานว่าไม่ได้เป็นอย่างที่นายท่านคิดแน่นอน ฉะ...ฉันแค่กังวลว่าออกจากสำนักนานเกินไปจะถูก...จะถูกพบได้”“พอถึงตอนนั้นถ้าเกิดทำให้นายท่านเดือดร้อนขึ้นมา ก็...ก็จะเกิดปัญหาใหญ่ได้”อินซู่ซู่พยายามแสร้งทำเป็นอธิบายด้วยความสงบนิ่ง ฉู่เฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้มเฉยชาว่า “ความจริงแล้วการควบคุมบนตัวเธอไม่มีผลกระทบอะไรต่อเธอเลย นอกเสียจากว่าเธอคิดจะฆ่าฉัน ไม่อย่างนั้นก็จะไม่โดนกระตุ้นขึ้นมา” “นอกจากนี้ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการที่เธอกลับไปยังสำนักของเธอด้วย ฉันเชื่อว่าแม้แต่ปรมาจารย์ของเธอก็ไม่สามารถรับรู้ได้” เรื่องความมั่นใจในตัวเองนี้ ฉู่เฉินยังคงมีอยู่อาศัยประสบการณ์ที่รับมือกับสาว ๆ...ไม่สิ กับสำนักใหญ่ต่าง ๆ ของราชันมังกรแห่งแดนเหนือ คนอื่น ๆ จะรับรู้วิชาของเขาได้อย่างไร? ถ้าเกิดไม่ว่าใครก็สามารถรับรู้ถึงความผิดปกติได้ เช่นนั้นราชันมังกรแห่งแดนเหนือคงไม่สิ้นชีพไปนานแล้วเหรอ? “ว่าไงนะ? แม้แต่ปรมาจารย์ของฉันก็ไม่สามารถรับรู้ได้เหรอคะ?”อินซู่ซู่ได้ยินคำพูดนี้ก็อดตกใจยกใหญ่ไม่ได้ เธอไม่กล้าเชื่อหูของตัวเองเลยนับตั้งแต่ที่ออกจากสำนัก อินซู่ซู่ก็ตัดความสัมพันธ์กับสำนักโดยสิ้นเ
“เก้าวิญญาณสวรรค์แปรเปลี่ยน? ไม่ได้ๆ...” หลังจากค้นหาอยู่พักหนึ่ง ฉู่เฉินก็หาเจอจริง ๆ“อันนี้แหละ!”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่เฉินก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “อืม เด็กมีแววสอนได้” ฉู่เฉินจิบชาหอมอีกคำถึงค่อยพูดอย่างเฉยชาว่า “ไปหยิบกระดาษกับปากกามา”อินซู่ซู่คิดไม่ถึงว่าฉู่เฉินจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้เธอจริง ๆ ในใจเธอทั้งตกใจทั้งยินดี ไม่ว่าอย่างไรเธอก็คิดไม่ถึงว่าฉู่เฉินที่เธอเข้าใจผิดว่าเป็นคนหื่นกามและเป็นมารราคะมาโดยตลอดจะใจกว้างเช่นนี้ อีกทั้งยังถ่อมตน ไม่ถือสากับสิ่งที่เธอกระทำลงไปก่อนหน้านี้ แถมยังถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้เธออีกด้วยชั่วขณะหนึ่ง อินซู่ซู่รู้สึกซาบซึ้งใจต่อฉู่เฉินจนขอบตาฉ่ำรื้นเมื่อคิดดูให้ดี เธอกับฉู่เฉินเพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันเองนะ?แต่น่าเสียดายที่หลายปีมานี้ อาจารย์ของเธอไม่ได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาที่พอเข้าท่าให้เธอเลยแถมยังมองเธอจะตายแล้วไม่ยอมช่วยอีก!เมื่อคิดถึงตรงนี้ อินซู่ซู่วิ่งเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็วแล้วหยิบกระดาษกับปากกามาก่อนจะเข้าไปใกล้ฉู่เฉิน เบิกตากลมโตที่เปล่งประกายสดใสจ้องมองฉู่เฉินเขียนตัวอักษรที่ยากจะเข้าใจบนกระดาษ ฉู่เฉินลอบปรายตามองอินซ
ฉู่เฉินเห็นตัวเองในช่องสนทนาถึงค่อยสังเกตเห็นว่ามีรอยจูบสีแดงบนแก้มซ้ายตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขารีบยื่นมือไปเช็ด แต่กลับทำให้รอยจูบขยายใหญ่ยิ่งขึ้น“ฮึ เฉินเฉิน เพิ่งแยกจากกันคืนเดียว ฉันก็เปลี่ยนจากคนรักตัวน้อยไปเป็นคนรักเก่าแล้วสินะ?” แววตาโจวเทียนเฟิ่งเขียนคำว่าริษยาอยู่เต็มไปหมด สีหน้าเรียกได้ว่าหึงมาก ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เธอแทบจะคุ้นชินกับวันเวลาที่ฉู่เฉินอยู่ข้างกายเธอทุกวัน ถึงขนาดที่คิดไปเองว่าเธอเป็นภรรยาคนแรกของฉู่เฉิน ทว่าเมื่อเธอเห็นรอยลิปสติกบนใบหน้าของฉู่เฉิน ทันใดนั้นเธอก็ถูกลากจากภาพลวงตาที่สวยงามกลับมายังโลกความเป็นจริง ความจริงก็คือเธออายุมากกว่าฉู่เฉินหลายปี อีกทั้งฉู่เฉินจะต้องมีสาวงามมากมายอยู่ข้างกายแถมยังผลักไสออกไปไม่ได้แน่นอน เมื่อคิดถึงเรื่องพวกนี้ โจวเทียนเฟิ่งก็อดรู้สึกเจ็บปวดใจไม่ได้ ทำไมเธอถึงไม่เกิดช้ากว่านี้สักหลายปี หรือไม่ฉู่เฉินก็เกิดเร็วกว่านี้สักหลายปีนะ? บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องตลกขำ ๆ ที่พระเจ้าล้อเล่นกับเธอก็ได้ใช่ไหม?ชั่วขณะหนึ่ง ความรู้สึกสับสนต่าง ๆ ประเดประดังขึ้นมาในใจ ดวงตางามของโจวเทียนเฟิ่งมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอขึ้นม
ฉู่เฉินพูดจบก็วางสายทันที “นายท่าน ขอโทษด้วยนะคะ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเองที่ทะ...ทำให้พี่สาวคนนั้นเข้าใจผิด” อินซู่ซู่พูดกับฉู่เฉินด้วยสีหน้ารู้สึกผิดฉู่เฉินโบกมือทีหนึ่งพลางพูดว่า “ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อีกอย่างเธอมีอะไรให้เข้าใจผิดได้ เดิมทีระหว่างพวกเราก็เป็นแค่มิตรภาพอันบริสุทธิ์!”มิตรภาพ...อันบริสุทธิ์เหรอ? อินซู่ซู่มองอย่างไร โจวเทียนเฟิ่งก็ดูเหมือนกำลังหึงอยู่นะ? แถมยังรีบร้อนมา เห็นได้ชัดว่ามีความหมายแฝงอยู่ ท่าทางของโจวเทียนเฟิ่งเมื่อครู่นี้เหมือนกับแมวที่อยากปกป้องปลาแห้งที่ตัวเองรักสุดขีด และปลาแห้งตัวนั้นก็เห็นได้ชัดว่าเป็นฉู่เฉิน “ตอนนี้เธอสามารถฝึกฝนตามเคล็ดวิชาที่ฉันให้เธอได้เลย ถ้าเกิดมีตรงไหนไม่เข้าใจก็ถามฉันได้ตลอด” ฉู่เฉินเห็นอินซู่ซู่นิ่งอึ้งอยู่กับที่ ท่าทางเหมือนทำอะไรถูก เขาก็เอ่ยปากพูดทันที“ได้ค่ะ นายท่าน” อินซู่ซู่พูดจบก็คือเคล็ดวิชาที่ฉู่เฉินเพิ่งเขียนให้เธอแล้วนั่งลงบนม้านั่งหินในลานบ้าน ถึงแม้ว่าตัวอักษรเหล่านั้นดูเข้าใจยาก แต่ในตอนที่อินซู่ซู่นั่งขัดสมาธิเริ่มฝึกหายใจเข้าออก ตัวอักษรบนนั้นก็พุ่งเข้าไปในสมองของเธออย่างร