เพียะ! ฝ่ามือหนาตวัดไปที่แก้มนวลของหญิงสาวอย่างลืมตัว ทุกคนยืนตกตะลึง วิศราชาวาบไปทั้งร่าง มือสั่นระริกกุมแก้มใสๆ ของตัวเองที่มีรอยนิ้วมือบิดาแต้มชัด ไม่เคยเลย...ตั้งแต่เด็กจนโตพ่อของเธอไม่เคยตีหรือว่าให้เจ็บช้ำน้ำใจสักครั้ง แต่พอคนพวกนี้ก้าวเข้ามาเพียงวันแรก เธอก็ถูกพ่อตบจนหน้าหัน
“ส้ม! พ่อ...พ่อไม่ได้ตั้งใจ...” ผู้เป็นพ่อเพิ่งได้สติ เมื่อเห็นรอยนิ้วมือตนบนใบหน้าสวยสดใสของลูกรัก หัวใจก็กระตุกวาบด้วยความรู้สึกผิดที่พลั้งมือไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ “พ่อขอโทษ...”
“ในที่สุดคุณพ่อก็เห็นคนอื่นดีกว่าลูก คุณพ่อไม่รักส้มแล้ว คุณพ่อใจร้าย” ดวงตากลมโตมีน้ำตาคลอเบ้า แต่เจ้าตัวไม่ยอมให้หยดจากตา ไม่ได้เจ็บที่แก้ม แต่ปวดร้าวที่หัวใจต่างหาก
“ส้มเกลียดคุณพ่อแล้ว เกลียดที่สุด!” หญิงสาวตะโกนใส่ก่อนวิ่งพรวดพราดออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
“ยายส้ม!” ประมุขของบ้านถึงกับกุมขมับ มองฝ่ามือตัวเองอย่างเสียใจที่สุด เขาผิดเองที่ตามใจลูกมาตลอด คำน้อยก็ไม่เคยว่า ซ้ำยังเลี้ยงอย่างทะนุถนอมมาตลอด เพราะต้องการชดเชยการสูญเสียมารดาของบุตรสาว แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งเหล่านั้นจะทำให้ลูกสาวของเขากลายเป็นเด็กก้าวร้าวอย่างนี้
“ผมผิดใช่ไหมคุณปูที่ตามใจลูกจนเสียคนแบบนี้” ชายกลางคนหันไปถามเสียงอ่อนระโหย สิ่งเดียวที่เขาพลาดคือการพาภรรยาใหม่เข้าบ้านโดยไม่ได้บอกกล่าวหรือให้เวลาเตรียมใจกับลูกสาวสุดที่รัก เพียงเพราะมั่นใจว่าวิศราโตพอที่จะเข้าใจอะไรๆ อีกทั้งคิดว่าความอ่อนโยนใจดีของปุริมาจะมาเติมเต็มความอบอุ่นของมารดาที่ลูกสาวของเขาโหยหามาตลอดชีวิตได้ แต่เขาชะล่าใจเกินไป ผลเลยออกมาเป็นด้านลบแบบนี้
“ผมควรเชื่อสิ่งที่คุณเคยเตือนว่าลูกจะรับเรื่องนี้ไม่ได้ ผมมั่นใจในตัวแกมากไป ทุกอย่างเป็นความผิดของผมเอง...”
“คุณคะ” ปุริมาก้าวเข้ามาปลอบโยนผู้เป็นสามีอย่างเห็นใจ หากเธอไม่มีปัญหาเรื่องบ้านที่เคยอยู่ติดจำนองจนถูกยึดกะทันหันเสียก่อน วิศรุตก็คงไม่ต้องเจอปัญหาเรื่องลูกสาวแบบนี้ ที่จริงเขาจะให้พวกเธอไปอยู่ที่อื่นก่อนก็ได้ แต่คนตรงหน้ากลับคิดว่าวันหนึ่งเขาก็ต้องพาเธอเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วยอยู่ดี สู้พามาตอนนี้เสียเลยจะได้ทำความรู้จักกับลูกสาวของเขา โดยไม่คิดว่าจะมีปัญหาเช่นนี้ตามมา
“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะ เราต้องให้เวลาหนูส้มเธอหน่อยนะคะ ปูคิดว่าเธอคงไม่มีเจตนาจะทำแบบนี้ เพียงแต่น้อยใจไปตามประสา และที่ต่อต้านก็เพราะคิดว่าจะถูกใครมาแย่งความรักจากคุณไป เธอรักคุณมากนะคะ รอให้อารมณ์เธอสงบลงอีกสักนิดดีกว่า แล้วเราค่อยๆ อธิบายให้แกเข้าใจทีหลัง ใจเย็นๆ นะคะ ปราบจ๊ะ พี่วานตามไปดูน้องที วิ่งเตลิดหายไปไหนแล้วไม่รู้”
“ครับพี่ปู” ปราบดารับคำ ก่อนผละไปตามร่างแน่งน้อยที่วิ่งเตลิดลงไปทางหลังบ้าน พลางนึกเข่นเขี้ยวในใจ
คอยดูเถอะ ยายตัวยุ่ง ดื้อมากนักพ่อจะจับหักคอให้หายซ่าเลยทีเดียว
ร่างสูงใหญ่แข็งแรงสาวเท้าตามมาจนได้พบกับเด็กดื้อที่วิ่งหนีลงมาแอบนั่งกอดเข่าร้องไห้เงียบๆ ข้างๆ กองดิน ที่โคนต้นไม้ในสวนหลังบ้านนั่นเอง ชายหนุ่มไม่ได้เข้าไปปลอบโยน เพียงยืนดูอยู่ห่างๆ ในใจยังขุ่นเคืองกับสิ่งที่เธอทำกับพี่สาวของเขา ทั้งต่อต้าน ก้าวร้าว ไม่มีมารยาท
โธ่เอ๊ย นึกว่าจะแน่ ฮึ!
ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเตือนพี่สาวเกี่ยวกับปัญหาเรื่องแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงมาก่อน ตั้งแต่รู้ว่าพี่เขยซึ่งเป็นเจ้านายของพี่สาวมีลูกติด ปราบดาก็คอยกีดกันมาตลอด จนเมื่อเห็นความดีและความรักที่จริงใจแบบเสมอต้นเสมอปลายของวิศรุตที่มีต่อพี่สาวคนเดียวมานานหลายปี หลายครั้งที่วิศรุตเคยยื่นมือมาช่วยเหลือพี่สาวเขา รวมถึงคอยจุนเจือครอบครัวของเขา แม้กระทั่งยามที่ขาดเสาหลักอย่างพ่อกับแม่ไป ก็เป็นบุรุษผู้นี้ที่เข้ามาประคับประคองเขาและพี่สาว นานวันเข้าเขาก็เริ่มมั่นใจว่าหากปุริมามีผู้ชายคนนี้เป็นคู่ชีวิต กอปรกับความรักที่ปุริมามีต่อบุรุษผู้นี้มีมากล้น เขาจึงยอมถอยให้เพื่อความสุขของพี่สาว แต่กระนั้นก็ยังอดห่วงจนต้องติดตามมาอยู่ด้วยไม่ได้ แล้วเขาก็คิดไม่ผิดจริงๆ วิศรา แม่หนูส้มตัวแสบนั่นตั้งป้อมรังเกียจพี่สาวแสนดีของเขาตั้งแต่แรกพบทีเดียว ยังดีที่พี่เขยเขามีความยุติธรรมอยู่บ้าง หาไม่ชีวิตของปุริมาคงหาความสงบไม่ได้
เขาคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องพี่สาวของเขา และเพื่อกำราบความร้ายกาจและเอาแต่ใจของยายเด็กดื้อผู้นี้ไม่ให้ล้ำเส้นทำให้พี่สาวของเขาต้องเสียใจ ต่อให้ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเขาก็จะทำ!
“เอ...เสียงแมวดื้อที่ไหนมาร้องไห้แถวนี่นะ”วิศราชะงักกึก ถอนสะอื้น ก่อนหันไปมองร่างสูงโปร่งที่กำลังเดินตรงมา“อ้าว คนหรอกเหรอ” เสียงนั้นยียวนกวนประสาทยิ่งนัก “อ้อ คุณหนูส้มคนสวย แอบมารดน้ำต้นไม้ยามดึกตรงนี้นี่เอง”หญิงสาวกัดฟันแน่น ความโกรธพลุ่งพล่านจนอยากหักคอคนขึ้นมาตงิดๆ แต่ติดที่เสียเปรียบเรื่องรูปร่าง ไม่ทันที่จะได้หักคอเขา เธอนี่แหละคงถูกเขาจับทุ่มคอหักเสียก่อน แต่...ฮึ ใครกลัว!“แล้วพวกปลิงหน้าด้านมาสะเออะอะไรด้วยล่ะ”ปราบดาชะงักกึกกับความโอหังของหญิงสาวตรงหน้า“ก็แค่อยากมาดูหน้าหมาหัวเน่าเท่านั้น” คนพูดชะโงกหน้าทำจมูกฟุดฟิดๆ ก่อนยิ้มเยาะ “หึ หน้าตาเป็นอย่างนี้เอง น่าสมเพชเนอะ!”“เอ๊ะ! นาย!” วิศราชาวาบไปทั้งร่าง ดวงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว “ไอ้...”“จุ๊ๆ ลองด่าสิ ถ้าอยากลองดีก็เชิญ แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าผมไม่ได้ใจดีเหมือนหน้าตาหรอกนะ”“ฮึ พวกหลงตัวเอง ไอ้ฆาตกรใจทราม... อุ๊ย!”ยังพูดไม่ทันจบร่างหญิงสาวก็ลอยขึ้นจากพื้นโดยฝีมือคนตัวโตกว่า ปราบดาอุ้มร่างอรชรของหญิงสาวพาดบ่าก่อนฟาดฝ่ามือหนาเข้าที่ก้นของเธอเน้นๆ เสียงดังเพียะ“โอ๊ย! ไอ้บ้ามาตีฉันทำไม ปล่อยนะ โอ๊ย! เจ็บ...” วิศราร้
“ว้าย! คุณหนูจะทำอะไรคะ”สาวใช้เก่าแก่ร้องเอะอะเมื่อเห็นคุณหนูคนสวยคว้ากรรไกรตัดหญ้าตรงปรี่เข้าไปที่เจ้ากุหลาบงาม ก่อนตัดมันฉับๆ จนกลีบกุหลาบแหว่งวิ่นร่วงกระจายเกลื่อนพื้น เท่านั้นยังไม่หนำใจคนเจ้าอารมณ์ยังผลักกระถางจนตกลงมาแตกไม่มีชิ้นดี“คุณส้ม!” เจ้าของเสียงหวานเรียกอย่างตกใจ เมื่อได้เห็นกุหลาบต้นโปรดย่อยยับไปต่อหน้าต่อตา ปุริมารีบวิ่งเข้าไปรั้งแขนเรียวเสลาหมายหยุดการกระทำอุกอาจของลูกเลี้ยงสาว แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมหยุดง่ายๆ จนเกิดการยื้อแย่งชุลมุนขึ้น"ถอยไป! อย่ามายุ่ง ถอยไป ฉันบอกให้ถอยได้ยินไหม...เพียะ!"“โอ๊ย!” โดยไม่ทันระวังมือของคนเป็นลูกเลี้ยงจึงสะบัดฟาดเข้าที่ใบหน้าซีกขวาของแม่เลี้ยงเต็มแรงจนหน้าหันเสียหลักล้มไปกองที่พื้น“ว้าย! คุณผู้หญิง!”วิศราหันขวับมองใบหน้านวลของฝ่ายตรงข้ามที่มีรอยมือของเธอปรากฏชัด ที่มุมปากมีรอยเลือดซึมออกมาให้เห็น ลึกๆ แล้วเจ้าของฝ่ามือพิฆาตก็แอบตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะเธอไม่ได้ตั้งใจหรือต้องการทำร้ายร่างกายใครถึงกับเลือดตกยางออก แต่มันช่วยไม่ได้ก็ฝ่ายนั้นสะเออะเข้ามาเกะกะขวางทางเธอเองนี่นา“เอะอะอะไรกัน เสียงดังไปถึงข้างล่าง...ว้าย! คุณหนู! คุณผู้หญิง!”
“ปราบ พี่กำลังคิดว่าเรามาทำให้บ้านคุณวิศเดือดร้อนหรือเปล่า พี่น่าจะเชื่อปราบแต่แรก เราไม่ควรมาอยู่ที่นี่เลย” ปุริมาเอ่ยเสียงเครือ น้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้รินอาบแก้มคนเป็นน้องชายถอนหายใจอีกเฮือก ก่อนโอบร่างที่สั่นเทาด้วยแรงสะอื้นเข้ามากอดปลอบโยนอย่างเห็นใจ เขาเคยได้ยินแต่ว่าแม่เลี้ยงส่วนใหญ่จะร้ายกาจกับลูกเลี้ยง แต่เพิ่งเคยเจอนี่แหละที่แม่เลี้ยงใจดีกลับถูกลูกเลี้ยงจอมร้ายกาจรังแกเอาทุกครั้งที่มีโอกาส“พี่ปูรักพี่วิศหรือเปล่าครับ” คนเป็นน้องเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพี่สาวคลายสะอื้นลงแล้ว“ทำไมถามพี่แบบนั้นล่ะจ๊ะ ถ้าไม่รักพี่จะมายอมทนแบบนี้ทำไม”“นั่นสิครับ จะทนทำไม” ชายหนุ่มจ้องหน้าพี่สาวอย่างจริงจัง ปุริมานิ่งอึ้งไป ที่ผ่านมาเธอพยายามจะอดทน เพราะเห็นแก่สามีที่มีน้ำใจและเอื้ออาทรกับเธอมาตลอด เธอรักเขามากจึงไม่อยากทำให้เขาต้องหนักใจ อะไรยอมได้ก็ยอมไป แต่นั่นกลับทำให้ลูกเลี้ยงสาวยิ่งเกเรหนักข้อขึ้นทุกวัน ยิ่งคิดก็ยิ่งท้อใจ ทำอย่างไรนะเธอถึงจะเอาชนะใจวิศราได้ เธอไม่อยากเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายเลยจริงๆ“พี่ควรทำยังไงดีปราบ พี่คิดอะไรไม่ออกแล้ว”น้ำเสียงอ่อนล้าของพี่สาวทำให้คนเป็นน้องนึกโกรธตัวต
“แต่ส้มเกลียดหมอนั่น คนเลว! เมื่อไหร่คนพวกนั้นจะไปพ้นๆ บ้านเราเสียทีคะ เมื่อไหร่ยายผู้หญิงคนนั้นจะคืนคุณพ่อให้ส้มสักที” เสียงฮึดฮัดไม่สบอารมณ์“ตายจริงคุณหนู ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะ เดี๋ยวคุณปราบเธอมาได้ยินเข้า”“ได้ยินก็ดีสิคะ จะได้ไปๆ ให้พ้นบ้านเราสักที ส้มเกลียดขี้หน้าจะตายแล้ว ไหนจะยายพี่สาวอีกคน อย่าคิดว่ารู้ไม่ทันว่ามันประจบให้คุณพ่อพาไปเที่ยวสองต่อสอง” หญิงสาวเม้มปากอย่างขุ่นเคือง “หึ! คอยดูนะ ส้มจะทำทุกวิถีทางให้สองพี่น้องนั่นกระเด็นออกไปจากบ้านเราให้เร็วที่สุด ต่อให้ต้องใช้วิธีสกปรกก็ตาม”“โธ่...คุณหนูคะ” นางรื่นรมย์ได้แต่ส่ายหน้าระอาในความเจ้าคิดเจ้าแค้น มองตามหลังนายสาวที่ผละวิ่งขึ้นห้องไป โดยไม่รู้เลยว่ามีใครแอบมองอยู่ห่างๆ อย่างเข่นเขี้ยวปราบดากัดฟันกรอด หลังได้ยินคำประกาศศึกจากหญิงสาวร่วมบ้านเต็มสองหู ลำพังตัวเขานั้นไม่แคร์อยู่แล้วว่าเธอจะมาไม้ไหน แต่ถ้าเด็กคนนั้นจ้องจะเล่นงานพี่สาวสุดที่รักของเขา งานนี้เขาคงจะปล่อยเธอไปไม่ได้เสียแล้วสินะ แต่คนหัวดื้อแบบวิศราคงปราบด้วยวิธีธรรมดาไม่ได้ เขาต้องหามาตรการขั้นเด็ดขาดมาจัดการกับเธอตามแบบของเขา มาลองดูกันสักตั้ง ระหว่างคุณหนูตั
หญิงสาวเคลื่อนรถเข้าจอดขวางหน้ารถสีดำคันนั้น ถ้าไม่เกรงใจพ่อกับเสียดายรถคันโปรดของตัวเองที่บิดาเพิ่งให้เป็นของขวัญฉลองสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ต้องมีรอยถลอกละก็ เธอจะถอยชนรถหมอนั่นให้พังยับเยินไปเลย แต่ก็ใช่ว่าเธอจะทำอะไรไม่ได้นี่นา“คุณหนูจะทำอะไรครับ!” คนรถเอะอะเสียงหลง เมื่อเห็นคุณหนูของเขาหยิบอะไรบางอย่างออกจากในรถก่อนตรงเข้าไปแทงที่ยางล้อรถทั้งสี่ด้านจนแบนแต๊ดแต๋วิศราคลี่ยิ้มร้าย ก่อนปัดไม้ปัดมือยืนมองผลงานตรงหน้าอย่างสะใจ สั่งสอนแค่นี้ก่อน ถ้าไม่สำนึกคราวต่อไปจะวาดลวดลายให้รอบคันเลยคอยดู!ทว่า หญิงสาวตัวแสบไม่รู้เลยว่ามีใครคนหนึ่งกัดกรามแน่นมองลงมาจากด้านบนบ้านอย่างหมายมาด ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ราวกับมีประกายไฟบรรลัยกัลป์ ก่อนที่จะกระตุกยิ้มมุมปากออกมาอย่างมีเลศนัย...บ้านเงียบกริบผิดจากทุกวัน เพราะบิดาของเธอเดินทางไปฮันนีมูนที่ญี่ปุ่นสองสัปดาห์กับยายแม่เลี้ยงสาวนั่น ทั้งบ้านจึงเหลือเพียงเธอกับคนรับใช้ที่มักไปรวมตัวกันที่ครัวหลังบ้านกันตอนกลางวัน อ้อ...แล้วก็กาฝากหนุ่มจอมโอหังนั่น วิศราพยายามอยู่ให้ห่างจากหมอนั่น เพราะไม่อยากไปสุงสิงกับคนแปลกหน้า และอีกเหตุผลก็คือ...เธอเกลียดดวงตาจาบจ
จู่ๆ เธอก็รู้สึกโกรธผู้ชายตรงหน้าขึ้นมาจนควันออกหู เรื่องนี้ต้องถึงหูคุณพ่อแน่ คอยดูฤทธิ์เธอสิน่า เอ...หรือควรส่งไลน์ให้พ่อดูตอนนี้เลยดีนะไม่! ยังส่งตอนนี้ไม่ได้ เธออยากเห็นสีหน้าของนายปราบดาและพี่สาวของเขาตอนถูกพ่อของเธอไล่ตะเพิดออกจากบ้านกับตาตัวเอง มันคงสะใจพิลึก หญิงสาวค่อยๆ เก็บโทรศัพท์มือถือก่อนเร้นกายออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบมองเธอจนหายลับไปจากห้องปราบดากระตุกยิ้มมุมปากอย่างสมใจที่เหยื่อก้าวมาติดกับ...หึ! ยายเด็กบ้าเอ๊ย...จะแอบดูแอบถ่ายทั้งทียังแอบไม่มิดเลย ฝีมือการสอดแนมของยายนั่นเทียบชั้นอนุบาลยังสูงไปด้วยซ้ำ เขาเห็นตั้งแต่เธอเข้ามาในห้องแล้ว หรืออีกนัยคือเขาจงใจแง้มประตูไว้รอให้เธอเข้ามาชมกิจกามนี้เลยต่างหาก มันเป็นแผนที่เสี่ยงอยู่ แต่หนังติดเรตที่เขาจงใจแสดงให้หญิงสาวจอมหยิ่งชมดูท่าจะได้ผล เมื่อเขาแอบเห็นปฏิกิริยาของเธอที่คล้อยไปตามความต้องการตามธรรมชาติทางเพศโดยไม่รู้ตัวปราบดารู้โดยสัญชาตญาณว่า...แม่เด็กตรงหน้าคงยัง ‘ไม่เคย’ แต่นับจากนี้เขาจะเป็นฝ่ายสอนให้เธอเคยกับเขาเป็นคนแรกให้ได้ หยิ่งดีนัก ดื้อดีนัก ดูซิถ้ามาอยู่บนเตียงด้วยกันจะด
วัยสาวแรกผลิทำให้รูปร่างอรชรมีน้ำมีนวลน่ามองไปทุกสัดส่วน แถมมีส่วนโค้งส่วนเว้าที่ควรมีมากเกินวัย โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจนี่แทบจะล้นทะลักออกมาเลยทีเดียว ปลีขาขาวเรียวยาวที่ยามเยื้องย่างก้าวเดินทำให้แทบละสายตาไปไม่ได้ สระว่ายน้ำนี้ถือเป็นอาณาเขตต้องห้ามของคนในบ้าน มีเพียงเจ้าของบ้านและลูกสาวคนงามที่มีสิทธิ์ใช้ วิศราทำการวอร์มอัปก่อนก้าวไปหย่อนปลายเท้าในน้ำเย็นฉ่ำอย่างผ่อนคลาย ก่อนแช่ร่างลงไปแหวกว่ายในสระน้ำใสสะอาดราวกับเงือกสาวเริงร่าก็ไม่ปานค่อยยังชั่ว น้ำเย็นฉ่ำช่วยให้กายอันร้อนเร่าของเธอลดอุณหภูมิลงได้นิดหน่อย กายอรชรค่อยๆ พลิกร่างนอนหงายขึ้นในท่ากรรเชียงมองท้องฟ้าหม่นยามเย็นอย่างสบายใจ ปล่อยอารมณ์ล่องลอยไปไกล จนกระทั่งได้ยินเสียงอะไรบางอย่างหล่นตูมลงมาข้างๆ กาย“ว้าย!”น้ำในสระแตกกระจายกระเด็นเข้าใบหน้าสวยเต็มเปาจนเธอสะดุ้งและสำลักน้ำ จู่ๆ วัตถุสิ่งนั้นก็โผล่พรวดประชิดตัวอย่างรวดเร็ว เอวบางถูกกระตุกรวบเข้าปะทะร่างแกร่งของผู้บุกรุกอย่างแนบชิดภายใต้น้ำใสเย็น ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนเธอจับต้นชนปลายไม่ถูก วิศราพยายามตั้งสติเงยหน้ามองคนที่บังอาจลวนลามตนอย่างไม่พอใจ“ไอ้ปราบดา!” หญิงสาวตาค
ปราบดาสูดหายใจลึกๆ มองดอกบัวตูมเต่งที่แทบจะเด้งเข้าใส่หน้าเขาด้วยความตื่นตะลึงในความงามวิจิตรสวยมาก...ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเห็นทรวงอกผู้หญิงมาก่อน แต่ต้องยอมรับว่าวิศราแม่สาวจอมหยิ่งลูกเลี้ยงคนใหม่ของพี่สาวเขามีเรือนร่างงดงามทีเดียว โดยเฉพาะทรวงอกอวบอิ่มที่สวยและน่าหลงใหลเหลือเกิน ชายหนุ่มหอบหายใจสะท้านเป็นจังหวะแปลกประหลาด เขาอยากจะลิ้มลองมากกว่าริมฝีปากร้ายกาจนี่ ทั้งที่เมื่อแรกนั้นเพียงต้องการหยอกเย้าแม่สาวตรงหน้าให้หายซ่าที่กล้าไปแอบดูเขาถึงในห้อง แต่ตอนนี้อะไรๆ กำลังจะเลยเถิดเกินการควบคุมของเขาเสียแล้ว ร่างแกร่งพยายามประคับประคองร่างงดงามว่ายเข้าหาขอบสระฝั่งที่ตื้นขึ้น โดยที่ริมฝีปากยังไม่หยุดที่จะควานหาความหวานฉ่ำจากเธอ หญิงสาวดูเหมือนจะมึนงงกับรสจูบของเขาจนลืมที่จะขัดขืน ความเย็นชื่นของน้ำไม่อาจช่วยดับความต้องการของเขาได้ มือแกร่งค่อยๆ กอบกุมดอกบัวตูมอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่ามันจะช้ำเสียก่อนที่เขาจะได้ชื่นชมมันให้สาสมกับความงาม“อื้ม...” เสียงหวานครวญครางใต้ร่างอย่างรัญจวน หญิงสาวบิดกายอย่างอึดอัด รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้ร่างกึ่งเปลือยขยับแนบชิดไปกับกายส่วนล่างของชายหนุ่ม
‘เด็กคนนั้นคลอดแล้ว...ในที่สุดพ่อของฉันก็มีลูกคนใหม่กับผู้หญิงคนนั้น เขากำลังมีความสุขกับครอบครัวใหม่ที่ไม่มีฉันรวมอยู่ด้วย ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว ไม่เหลือใครเลย...’เสียงอ่อนล้าเจือรอยสะอื้นของอีกฝ่ายบีบหัวใจคนฟังให้อ่อนยวบ อลันลูบแผ่นหลังของเธอเบาๆ อย่างปลอบขวัญ‘ใครว่าไม่เหลือล่ะ’ มือใหญ่จับมือเรียวงามมาวางลงที่หน้าท้องนูนเบาๆ ‘นี่ไง กำลังใจของคุณอยู่ในนี้แล้วคุณก็ยังมีผมอยู่อีกทั้งคน ผมจะอยู่เคียงข้างคุณกับลูกเสมอนะ อ้อ! แล้วคุณก็ยังมียอร์ชชี่เพื่อนรักของคุณอีกคนด้วยไง อย่าพูดให้เขาได้ยินเชียวละว่าไม่มีใคร ไม่งั้นคุณได้หูดับไปทั้งวันแน่ๆ’ คนพูดหัวเราะเบาๆ เมื่อเอ่ยถึงเพื่อนรักของเธอที่เขามองออกในที่สุดว่าอีกฝ่ายมีรสนิยมที่แท้จริงเช่นไร ทว่าอลันก็ไม่เคยรังเกียจ ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่คิดจะจับเขากินตับแทนมื้อค่ำ‘พวกเราจะอยู่ข้างๆ คุณเสมอ และเราจะผ่านทุกอย่างไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือร้ายก็ตาม ผมสัญญา’คำสัญญาที่ออกจากปากของเขาทำให้คนฟังอบอุ่นในใจ คลายความเศร้าลงได้บ้างทว่ายามนี้เจ้าของคำสัญญาอยู่ห่างไกลถึงอีกซีกโลก ทำให้หัวใจดวงน้อยเคว้งคว้างเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตามลำพัง
“เอ๊ะ! คะ...คุณส้ม!”ราวกับสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาที่ร่าง รอยยิ้มเอ็นดูมลายหายไปจากใบหน้าสวยหวานในชั่วพริบตาหลายปีที่ไม่ได้พบกันดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด ‘ปุริมา’ แม่เลี้ยงที่เธอแสนชิงชังยังคงสาวและสวยสง่าไม่ต่างจากวันนั้น ไม่สิ! คนตรงหน้าดูดีกว่าวันนั้นด้วยซ้ำ แน่ละ ในเมื่อบิดาของเธอทั้งรักและทะนุถนอมอีกฝ่ายยิ่งกว่าอะไรดี ดวงตาคู่งามฉาบด้วยไอเย็นเยียบยามมองไปยังร่างป้อมของเด็กหญิงวัยสี่ขวบในชุดนักเรียนอนุบาลน่ารัก ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อนึกถึงสถานะของเด็กน้อยตรงหน้าที่เธอไม่อยากจะยอมรับน้องสาวต่างแม่!‘ฮัลโหล...ส้มเหรอลูก รู้ไหมว่าตอนนี้ลูกมีน้องสาวแล้วนะ เดี๋ยวพ่อส่งรูปน้องไปให้ดูในไลน์ น้องน่ารักมากๆ แก้มยุ้ยเหมือนลูกตอนเด็กๆ เลย...’เสียงที่ทั้งเห่อทั้งตื่นเต้นของบิดากระชากหัวใจคนเป็นลูกให้ด่ำดิ่งสู่ห้วงอเวจีทันใดดวงตาหวานเจือเศร้าทอดมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มีภาพครอบครัวสุขสันต์ของบิดาตนเอง พร้อมด้วยสมาชิกตัวน้อยคนใหม่ที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงสัปดาห์ในอ้อมแขนของวิศรุตอย่างเหม่อลอยน้องสาว! ในที่สุดเธอก็ได้น้องสาวต่างแม่ และกลายเป็นหมา
แววตาคาดคั้นเจือด้วยความปวดร้าวคู่นั้นทำให้เขาจำต้องรับคำอย่างหนักใจ “เออๆ ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น แต่แกคิดว่าจะปิดที่บ้านได้นานแค่ไหนกัน ในเมื่อ เอ่อ...ท้องแกต้องโตขึ้นทุกวัน สักวันคนที่บ้านก็ต้องรู้...”“ถ้าฉันไม่พูด แกไม่พูด ก็จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ทั้งนั้น เพราะว่า...” ดวงตาคนพูดแสดงถึงความเด็ดเดี่ยวแรงกล้า “ฉันจะไม่กลับไปเมืองไทยอีกแล้ว”“ไอ้ส้ม!” ยุทธนาอุทานเสียงหลง “แกพูดอะไรน่ะ พูดเล่นใช่ไหม ไม่กลับเมืองไทยเนี่ยนะ จะบ้าเหรอ บ้านแกอยู่ที่นั่น ขืนไม่กลับพ่อแกคงยอมหรอก”“แต่มันก็ยังดีกว่าทำให้พ่อขายหน้าด้วยการหอบลูกไม่มีพ่อกลับไปประจานตัวเองไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวพยายามกดความขมปร่าที่แล่นมาจุกอก ดวงตาร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงสีหน้าผิดหวังรุนแรงของบิดา“ส้ม...แกเห็นฉันเป็นเพื่อนแกหรือเปล่า” ยุทธนาสูดหายใจเข้าปอด มองหน้าเพื่อนรักด้วยสายตาจริงจัง “ถ้าแกยังเห็นว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกัน บอกฉันได้ไหมว่า...ใครคือพ่อของเด็ก”ริมฝีปากอิ่มสวยเม้มแน่น ทว่าแววตาที่แข็งกร้าวเจือด้วยร่องรอยแห่งความปวดร้าวทำให้คนตั้งคำถามหายใจสะดุด“ฉันเห็นแกเป็นเพื่อนเสมอ แต่...ฉันไม่อยากจะพูดหรือค
‘หยุด-ทา-หน้า’เขาเลยจำต้องยอมให้ฝ่ายนั้นออกสำเนียงตามที่ถนัดปากและกลายเป็นคุณยอร์ชตั้งแต่วันนั้น แต่ก็ไม่วายแอบค่อนขอดแม่เพื่อนสาวในใจ เพราะกับวิศราแล้ว อลันกลับฝึกออกเสียงชื่อจริงของเธอได้ค่อนข้างชัดกว่า แต่กระนั้นแม่เพื่อนสาวก็ไม่ไว้ใจให้อีกฝ่ายเรียกชื่อเล่นภาษาไทยของตัวเอง ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะออกเสียงเพี้ยนจากส้มเป็น ‘ส้วม’ เข้าให้ จึงให้อีกฝ่ายเรียกว่า ‘วีวี่’ (Vivi) แทน“แยม...เอ๊ย! ผมก็ดีใจมากครับที่ได้พบคุณ” คนพูดแอบหันมาขยิบตาให้เพื่อนสาว “ที่จริงผมก็สบายเหมือนเคยแหละครับ ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้ ที่สบ๊ายสบายกว่า เพราะมีคนดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษจนหน้าตาสดใสขึ้นแบบนี้...”ใบหน้าหล่อเหลาเจือสีแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนหันไปเอ่ยกับหญิงสาวข้างๆ กาย “รอผมตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมไปเอารถมารับที่นี่”“บอกแล้วไงคะว่าฉันกลับเองได้” วิศราหันไปบอกชายหนุ่มคู่กรณี เธอพยายามบอกเขาเป็นล้านรอบแล้วว่าเธอไม่ติดใจเอาเรื่องแล้ว และเขาไม่จำเป็นต้องมาตามรับผิดชอบอะไรเธออีก“ผมรู้ แต่ผมอยากไปส่ง คุณรอตรงนี้ก่อน...ฝากเธอด้วยนะครับคุณยอร์ช” ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ ร่างสูงโปร่งสง่างามก็เดินไปทางที่จอดรถวีไอพีที
“ปล่อยนะ...คุณเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วย อย่ามาแตะต้องตัวฉัน อย่ามายุ่ง ฮือ...ออกไปสิ...โอ๊ะ...โอ๊ย!”จู่ๆ คนไข้สาวก็รู้สึกจุกเสียด การขยับกายพยายามจะดิ้นหนีอ้อมกอดอบอุ่นนั้นทำให้ร่างกายที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มร้อยร้าวระบมขึ้นมาอีกครั้ง แม้กระนั้นเธอก็ยังกัดฟันกำหมัดทุบอีกฝ่ายอย่างคลุ้มคลั่ง แต่เขาก็ทนยอมให้เธอทำร้ายโดยไม่ปริปากอะไร จนกระทั่งหญิงสาวเหนื่อยล้าและหยุดทุบไปเองในที่สุด ร่างอ่อนแรงหอบหายใจสะท้านพลางซบลงที่อกของอีกฝ่ายอย่างสิ้นฤทธิ์ เสียงสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารทำให้ดวงตาสีเทาหม่นทอดมองอาการนั้นของเธออย่างเห็นใจ“ผมไม่รู้ว่าคุณเจอปัญหาหนักหนาสาหัสอะไรมา”เขาปลอบประโลมเสียงทุ้มนุ่ม มือใหญ่ลูบแผ่นหลังที่สั่นสะท้านของอีกฝ่ายแผ่วเบา “แต่ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ในตัวมันเอง เด็กคนนี้ไม่มีความผิดอะไร คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินประหารชีวิตใคร...”“แล้วฉันล่ะ ฉันผิดอะไร ทำไมถึงต้องโดนตัดสินโทษประหารแบบนี้ ไม่ยุติธรรมเลย ไม่ยุติธรรมสักนิด ทำไมมีแต่ฉันคนเดียวที่ต้องเป็นฝ่ายสูญเสีย...” วิศราเอ่ยเสียงสั่นเครือปนสะอื้น ร่างผอมบางสั่นสะท้าน น้ำตาอุ่นร้อนรินไหลรดอกอุ่นของบุรุษแปลกหน้าอย่างไม่อายเสียพ่อให้คนอื
หญิงสาวร่างผอมซูบนอนมองเพดานห้องพักผู้ป่วยพิเศษอย่างเลื่อนลอย‘Bed Rest!’นั่นคือคำสั่งล่าสุดที่เธอเพิ่งได้รับจากแพทย์เจ้าของไข้ แม้จะเคราะห์ดีที่ผลจากอุบัติเหตุรถชนไม่ได้ร้ายแรงหรือทำให้เธอแท้งอย่างที่ควรเป็น แต่กระนั้นเธอก็ยังต้องนอนนิ่งๆ เพื่อรอดูอาการจนกว่าจะพ้นระยะอันตรายของการตั้งครรภ์ ซึ่งมันช่างน่าอึดอัดสิ้นดีสำหรับคนที่เคยขยับร่างกายได้อย่างอิสระและช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ตอนนี้กลับต้องมานอนแบ็บนิ่งๆ รอคอยวันเวลาที่ผ่านไปอย่างไร้จุดหมาย หลับเพราะฤทธิ์ยา และตื่นมาพร้อมคราบน้ำตาจากความฝัน ต้องรอคอยความช่วยเหลือแม้ในเรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวันเช่นการกินอาหาร หรือการเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่าย ทำธุระส่วนตัวก็ยังต้องพึ่งคนอื่น แล้วไหนจะต้องขาดเรียนอีกล่ะแม้อาการต่างๆ ทางร่างกายจะเริ่มดีขึ้นบ้างแล้วเพราะได้รับการดูแลอย่างดีจากหมอ พยาบาล ยุทธนา และเจ้าของไข้อีกคนที่หมั่นมาเยี่ยมไข้ทุกวันไม่ได้ขาด แต่สภาพจิตใจของเธอกลับหดหู่ สิ้นหวัง ยังไม่มีทีท่าจะกลับมาเป็นปกติได้อย่างเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์มือเรียวสวยวางทาบที่หน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นนิดๆ ของตัวเองแล้วลูบไปมาอย่างครุ่นคิด บางครั้งก็มี
“ใช่ครับ ก็เธอเป็นภรรยาคุณไม่ใช่เหรอ”ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติยุทธนาคงกรี๊ดแตกที่ถูกจับคู่กับชะนีแม้จะเป็นเพื่อนรัก แต่ยามหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เขาต้องแอ๊บแมนเก็บอาการไว้ก่อน“เดี๋ยวนะครับ คุณหมายถึงอะไร ลูกในท้องใครกัน ผมคิดว่าคุณคงต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ วิศรา เอ่อ ผมหมายถึงเธอ” คนพูดพยักพเยิดไปทางห้องคนป่วย “เราทั้งสองเป็นแค่...” ยังไม่ทันได้แก้ความใจผิด พยาบาลสาวก็เดินออกมาจากในห้องเสียก่อน“ขอโทษนะคะ พอดีคุณหมอขอเชิญญาติคนไข้เข้าไปคุยที่ห้องสักครู่ ไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของไข้คะ”“ผมเป็นเจ้าของไข้ครับ ส่วนเขาเป็นสามีเธอ”ยุทธนาหันขวับ อ้าปากค้าง ทำตาปริบๆ นึกว่าตัวเองหูฝาด อยู่ดีๆ ก็ดันมีเมียเป็นชะนีเฉยเลยแหม ถ้าเปลี่ยนจากวิศราเป็นพ่อหนุ่มน่าเจี๊ยะตรงหน้า เขายังจะปลื้มเสียกว่า แต่จะว่าไปเขารู้สึกคุ้นหน้าอีกฝ่ายเหลือเกิน แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน แต่ยังไม่ทันได้ถามก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน“งั้นขอเชิญพวกคุณทั้งคู่ทางนี้ค่ะ”ทั้งสองหนุ่มหันไปมองหน้ากัน ก่อนเดินตามพยาบาลคนนั้นเข้าไปในห้องเวลาผ่านไปพักใหญ่ คนทั้งสองเดินออกจากห้องแพทย์ด้วยอาการที่ต่างกัน ยุทธนานั้นถึงขั้นช็อก ใบ้รับประท
“ผมคงไม่ได้กรนดังจนปลุกคุณใช่ไหม” คนพูดคลี่ยิ้มจนแลเห็นเขี้ยวเสน่ห์น่ามอง เขายืดกายขึ้นนั่งตัวตรงด้วยท่วงท่าสง่างามอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ยังคงจับมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย“คะ...คุณเป็นใคร” เอ่ยถามเสียงแหบพร่าอย่างยากลำบากเพราะมีเครื่องช่วยหายใจครอบอยู่“ผมคือฮีโรของคุณไง...” เขาเอ่ยติดตลก แต่คนเจ็บไม่ทันสังเกตว่าดวงตาสีเทาคู่นั้นแอบไหววูบไปนิดๆ“คุณคือคนที่ช่วยฉะ...แค่กๆ” คนเจ็บไอออกมาเพราะคอที่แห้งผาก จนเขาต้องรีบกดปุ่มเรียกพยาบาลประตูห้องถูกเปิดผลัวะอย่างรีบร้อน แต่คนที่โผล่เข้ามาก่อนพยาบาลกลับกลายเป็นเพื่อนชายคนสนิทของวิศรานั่นเอง“ยายส้ม!” ร่างสูงโปร่งปราดเข้ามาเกาะที่ข้างเตียงด้วยความเป็นห่วง ถามด้วยเสียงร้อนรน “แกเป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหน...”ภาพความห่วงใยนั้นทำให้เจ้าของดวงตาสีเทาต้องขยับถอยฉากไปยืนห่างๆ พยายามเงี่ยฟังภาษาแปลกหูนั้นแต่ก็ไม่เข้าใจสักคำ ใบหน้าหล่อเหลาหม่นแสงลงเมื่อเห็นชายหนุ่มผู้นั้นแสดงออกถึงความห่วงใยใกล้ชิดสนิทสนมกับคนเจ็บสาวสวย ในใจว้าวุ่นทำไมนะ คนข้างกายของเธอผู้นี้ถึงไม่เป็น...เขา“ฉันโทร. หาแกเป็นร้อยๆ สายเลยรู้ไหม ไปหาที่อะพาร์ตเมนต์ก็ไม่เจอ ถามใครก็ไม่มีใครรู้เร
คิดไปแล้วก็ยิ่งเจ็บปวดใจ หยาดน้ำใสๆ ไหลรินออกมาจากหางตาเพื่อระบายความอัดอั้นในหัวใจที่ผุพังยับเยิน“เป็นอะไรไป คุณร้องไห้ทำไม เจ็บหรือ...” ปลายนิ้วอุ่นๆ ปาดไล้ซับน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา “ผมจะไปตามหมอให้นะ...”“มะ...ไม่ ไม่ต้องตาม” วิศรารีบรั้งเขาผู้นั้นไว้ด้วยเสียงแหบพร่า พร้อมกับดวงตาคู่สวยที่ลืมขึ้นมองไปทางต้นเสียงชายหนุ่มชาวต่างชาติร่างสูงใหญ่ก้มลงมองสบตาเธอกลับมา นัยน์ตาสีเทาลึกซึ้งทอดมองมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอย่างจริงใจ เขารวบมือบางของเธอขึ้นมากุมไว้ราวกับจะช่วยถ่ายทอดกำลังใจให้คนป่วย“ทำไมล่ะ คุณไม่อยากให้ผมเรียกหมอมาดูอาการเหรอ”หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ ดวงหน้าหวานซึ้งยังคงซีดเผือดไร้ชีวิตชีวา เธอไม่ได้ต้องการหมอ เพราะอาการเจ็บของเธอไม่มีหมอคนไหนในโลกสามารถเยียวยามันได้เขาผู้นั้นถอนหายใจเบาๆ พลางโน้มกายลงมาใกล้ ก่อนส่งยิ้มละมุนปนขมขื่นอยู่ลึกๆ ให้“คุณกับลูกเก่งมากเลยรู้ตัวไหม เลือดออกมากขนาดนั้น ทีแรกผมนึกว่าจะไม่รอดเสียแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคงต้องรู้สึกผิดต่อคุณและ...เอ่อ...พ่อของเด็กไปชั่วชีวิตแน่ๆ”จู่ๆ มือบางก็เกร็งขึ้นนิดๆ“จริงสิ ต้องการให้ผมโทร. ไปบอกสามีของคุณไหมว่าคุณอยู