“เพราะเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่นี่ล้วนเชื่อมต่อไปทุกทิศทาง บัดนี้ข้ากำลังดำเนินโครงการชลประทาน จวนใกล้จะเสร็จแล้ว”“แต่ข้างกายข้ากลับไม่มีคนไว้ใจได้ แม้ว่าจะมีพี่น้องมากมาย แต่พวกเขาก็ไม่อาจปกครองเมืองนี้ได้!”“เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว ท่านคือตัวเลือกที่ดีที่สุด!”“ยิ่งกว่านั้น ท่านตงฟางก็ยังยกย่องนับถือท่าน เขามั่นใจว่าท่านจะสามารถปกครองเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี!”หวังหยวนกล่าวถึงตงฟางฮั่นบัณฑิตย่อมชื่นชมบัณฑิต และตงฟางฮั่นก็เป็นบัณฑิตที่โดดเด่น แม้ว่าจะไม่มีชื่อเสียง แต่นับว่ามีความสามารถมาก!ไม่เช่นนั้นคนของพรรคทมิฬคงไม่หมายตาเขา!แม้ในท้ายที่สุดจะไม่ได้ตัวตงฟางฮั่น พวกมันก็ยังคิดที่จะฆ่าตงฟางฮั่น!หากมองจากมุมนี้เพียงอย่างเดียว หวังหยวนต้องขอบคุณพรรคทมิฬอยู่ไม่น้อย เพราะเหตุการณ์นั้นเอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับตงฟางฮั่นแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น!“ท่านตงฟางอยู่กับท่านด้วยหรือ?”“ไม่ใช่ว่าเขาประกาศว่าจะไม่เป็นที่ปรึกษาให้ผู้ใดหรือ?”“ดูเหมือนว่าท่านต้องมีข้อดี จึงทำให้ท่านตงฟางเปลี่ยนใจ!”“ข้าย่อมไม่อาจเทียบกับท่านตงฟาง แต่ข้ายินดีอยู่เคียงข้างท่านเพื่อช่วยเหลือท่าน!”หวังเถี่ยก่า
งานเลี้ยงสิ้นสุดลง หวังหยวนและคนอื่น ๆ ต่างร่ำสุรากันอย่างสำราญเพราะทุกปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว ทุกคนจึงอารมณ์ดี โดยเฉพาะหวังเถี่ยก่านที่ไม่เคยแตะต้องสุรา เพราะมัวแต่ครุ่นคิดเรื่องความแค้นมาโดยตลอด แต่วันนี้เขากลับดื่มหนักจนเมามายไม่ได้สติ!อาการหนักกว่าหวังหยวนและคนอื่น ๆ เสียอีก!แต่ที่จริงแล้วหวังเถี่ยก่านก็แค่มีความสุขที่สามารถแก้แค้นให้บิดามารดาได้ นี่เป็นสิ่งที่เขารอคอยมาครึ่งชีวิต!บัดนี้เขามีอายุเกินห้าสิบปีแล้ว เดิมทีเขาคิดว่าคงไม่มีโอกาสแก้แค้นให้บิดามารดา แต่หวังหยวนกลับช่วยให้เขาสมหวัง ในเมื่อไร้ซึ่งห่วงใด ๆ ก็คงต้องปลดปล่อยบ้าง!เกิดมาชาตินี้ต้องไม่เสียชาติเกิด!ภายในห้อง หลิ่วหรูเยียนพยุงหวังหยวนที่เมามายไปยังข้างเตียง แล้วผลักเขาลงบนเตียงอย่างแรง“น่าโมโหจริงเชียว!”“ข้าต้องมาดูแลเขาอีก!”หลิ่วหรูเยียนกำหมัดแน่น จ้องมองหวังหยวนด้วยความโกรธพลางบ่นพึมพำนางล้วงมือเข้าไปในอก แล้วหยิบกริชออกมา แม้ว่าในห้องจะมีแสงเทียน แต่กริชก็ยังคงเปล่งประกายเย็นยะเยือก!เต็มไปด้วยรังสีอำมหิต!ทหารยามที่ควรจะเฝ้าอยู่หน้าประตูพากันหายไปหมดนี่เป็นโอกาสที่ดี!“จะฆ่าหรือไม่ฆ่าดี?
“หากเจ้าลงมือเมื่อสักครู่นี้ ข้าคงไม่ลังเลที่จะใช้ปืนคาบศิลาให้เจ้าได้รู้ถึงฤทธิ์เดชของมัน!”“อย่าลืมว่าชีวิตของเจ้าอยู่ในมือข้า ในโลกนี้ไม่มีผู้ใดสามารถแก้พิษให้เจ้าได้!”“หากข้าตายที่นี่ เจ้าก็คงอยู่ได้อีกไม่นาน!”หวังหยวนพูดพลางเดินเข้าไปใกล้หลิ่วหรูเยียน หลิ่วหรูเยียนยิ่งระแวดระวัง คอยเฝ้าดูหวังหยวนอยู่ตลอดเวลาหวังหยวนไม่ได้สนใจนาง กลับเดินไปที่โต๊ะแล้วรินน้ำชาให้ตัวเองเมื่อดื่มน้ำชาอุ่น ๆ แล้วจึงรู้สึกสบายตัวขึ้นมากหวังหยวนบิดขี้เกียจ ก่อนกล่าวอย่างใจเย็นว่า “ข้ายังคงไม่เข้าใจ เหตุใดเจ้าจึงมาหาข้า”“แม้ว่าเจ้าจะไม่ใช่ระดับสูงของพรรคทมิฬ แต่เจ้าก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง!”“นั่นแสดงว่าเจ้าต้องมีแผนการอื่น!”“แต่ข้าก็ยังคิดไม่ออกว่าเจ้ามอบของขวัญชิ้นใหญ่เช่นนี้ให้ข้าเพื่ออะไร?”หลายวันที่ผ่านมา หวังหยวนครุ่นคิดเรื่องนี้มาโดยตลอดเขาไม่ได้ไล่หลิ่วหรูเยียนไป เพราะต้องการรู้ความคิดของนางหลิ่วหรูเยียนคงไม่ได้มาที่นี่โดยไม่มีจุดประสงค์ นางต้องมีแผนการบางอย่าง แต่เขายังไม่รู้ว่านางคิดอะไรอยู่!นี่คือสิ่งที่หวังหยวนกังวลที่สุดศัตรูที่ไม่รู้จักนับว่าน่ากลัวยิ่งนัก!“ท่านไม่จ
“ท่านยินดีปล่อยข้าไปจริงหรือ?”หลิ่วหรูเยียนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองในพรรคทมิฬ หวังหยวนถูกเรียกว่าปีศาจร้าย ส่วนพรรคทมิฬก็อ้างว่าต้องการกอบกู้แผ่นดินและช่วยเหลือประชาชน!ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่หวังหยวนกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพรรคทมิฬ!“แล้วจะอย่างไรเล่า?”“ข้าจะเก็บเจ้าไว้ข้างกายเพื่ออะไร?”“ชายอื่นอาจจะหลงใหลในความงามของเจ้า แต่เจ้าคิดว่าข้าเหมือนคนทั่วไปหรือ?”“เป็นพวกเห็นหญิงงามแล้วเดินไม่ตรงทางงั้นหรือ?”ในบ้านของเขามีสาวงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหลี่ซื่อหาน หวงเจียวเจียว หรือหูเมิ่งอิ๋ง มีใครบ้างไม่เป็นหญิงงามดุจเทพธิดา?หากพวกนางเข้าไปในหอนางโลม คงไม่มีที่ยืนให้หลิ่วหรูเยียน!“ขอบคุณสำหรับยาถอนพิษ!”หลิ่วหรูเยียนไม่ได้โกรธเพราะคำพูดของหวังหยวน นางกลับหยิบขวดยาบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะกลืนยาลงไป!ทันใดนั้นก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมากดูเหมือนว่าหวังหยวนไม่ได้หลอกลวงนาง เขายังคงเป็นสุภาพบุรุษ!“ลาก่อน!”หลิ่วหรูเยียนกล่าวลา แล้วเตรียมตัวจากไป“จริงสิ”“ข้าไม่ใช่คนเนรคุณ ในเมื่อท่านไม่ได้ฆ่าข้าก็นับว่าข้าติดหนี้ชีวิตท่าน!”“แต่ต่อไปพวกเราคงไม่มีโอกาสพบกันอีก วันนี้ข้าจะตอบแท
อีกฝ่ายยังคงไม่ตอบ บนใบหน้าของเขามีหน้ากากปิดบังเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าจงใจปิดบังตัวตน!“เจ้าไม่ใช่คนของหวังหยวน!”“เขาเป็นคนเที่ยงตรง หากต้องการฆ่าข้าคงไม่ต้องลงทุนถึงเพียงนี้!”“และไม่จำเป็นต้องให้ยาถอนพิษแก่ข้า!”หลิ่วหรูเยียนพลันเข้าใจ นางเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดจากบาดแผลทำให้นางคาดเดาตัวตนของชายตรงหน้าได้!“เจ้าเป็นคนของพรรคทมิฬหรือ?”“โอวหยางอวี่!”หลิ่วหรูเยียนร้องด้วยความตกใจ น่าขันที่นางก็กลายเป็นหมากที่ถูกทิ้งเช่นกัน!“เจ้าเดาถูกแล้ว!”“นางชั่วไร้ประโยชน์!”“ไม่เพียงแต่เจ้าฆ่าหวังหยวนไม่ได้ แต่ยังทำให้พวกเราต้องเสียสละสาวกไปมากมายด้วย!”“หากไม่ฆ่าเจ้า ข้าคงไม่อาจรายงานท่านผู้นำได้!”“โทษฐานที่เจ้าทำงานไม่สำเร็จ จงรับโทษเสีย!”น้ำเสียงของโอวหยางอวี่เย็นยะเยือก ยิ่งกว่านั้น เขายังโกรธที่หลิ่วหรูเยียนนอนร่วมห้องกับหวังหยวนด้วย!ชายหญิงอยู่ด้วยกัน ใครจะเชื่อว่าทั้งสองจะไม่มีอะไรกัน?อย่างน้อยเขาคนหนึ่งที่ไม่เชื่อ!หากหวังหยวนเป็นสุภาพบุรุษจริง คงไม่มีผู้หญิงมากมายอยู่รอบกายเขาเช่นนี้!“หากจะตาย เจ้าต้องตายก่อน!”หลิ่วหรูเยียนรีบชักกริชออกมาปาใส่โอวหยางอวี่!โชคดีที
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”“หลิ่วหรูเยียนไม่ได้ออกจากเมืองอู่เจียงไปแล้วหรอกหรือ?”“หรือว่ามีผู้ใดขัดคำสั่งข้า จงใจทำร้ายนาง?”หวังหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายหลิ่วหรูเยียน ในทางตรงกันข้าม เขายังเห็นนางเป็นเพื่อนด้วยซ้ำบัดนี้เมื่อรู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นกับนาง หวังหยวนจึงรู้สึกไม่สบายใจ!“ไม่ใช่คนของเราเป็นผู้ลงมือขอรับ”“ตอนที่คนของเราพบนาง นางก็ล้มจมกองเลือด บาดแผลสาหัสไปแล้ว!”“เพราะนางพยายามรักษาบาดแผลด้วยตัวเองเลยทำให้เสียเลือดมาก หากคนของเรามาไม่ทัน นางคงตายไปแล้วขอรับ!”ต่งอวี่รีบรายงานสถานการณ์ไม่นานทั้งสองก็ออกจากวังครู่ต่อมา เมื่อหวังหยวนและคนอื่น ๆ มาถึงหน้าโรงหมอหลังจากที่ทหารยามพบหลิ่วหรูเยียนที่ได้รับบาดเจ็บก็พานางมารักษาที่นี่เมื่อหวังหยวนมาถึง ทุกคนต่างรีบทักทายเขา“อาการนางเป็นอย่างไรบ้าง?”หวังหยวนรีบก้าวเข้าไปถาม“ข้าได้ควบคุมอาการบาดเจ็บและทำแผลให้เรียบร้อยแล้วขอรับ”“โชคดีที่ลูกธนูไม่มีพิษ จึงไม่มีอันตรายถึงชีวิต!”หมอรีบตอบหวังหยวนจึงโล่งใจ“หญิงผู้นี้ช่างมีบุญนัก”“ตำแหน่งบาดแผลอยู่ใกล้หัวใจมาก หากพลาดไปเพียงนิด นางคงตายไปแล้
“แต่ก็ยังไร้วี่แวว คาดว่าคนร้ายคงไหวตัวทันเลยหนีไปแล้วขอรับ!”ต่งอวี่ขมวดคิ้ว สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักอย่างไรเสียก็เป็นเพราะเขาทำงานพลาด!“ไม่ใช่ความผิดของเจ้า”“พรรคทมิฬเจ้าเล่ห์นัก ครั้งหนึ่งแม้แต่ข้าก็ยังเคยพลาดท่า เจ้าอย่าได้คิดมาก”หวังหยวนโบกมือ ไม่ได้ตำหนิต่งอวี่เขามองเห็นความสามารถของต่งอวี่ เพียงแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ จึงไม่ใช่ความผิดของต่งอวี่หากจะโทษ ก็คงต้องโทษพรรคทมิฬที่เจ้าเล่ห์เกินไป!ไม่เช่นนั้นคงไม่เกิดเรื่องวุ่นวายเช่นนี้“เจ้าทำงานหนักมาทั้งคืนแล้ว ไปพักผ่อนเถิด”“ความปลอดภัยของเมืองอู่เจียงยังต้องฝากไว้กับเจ้า เจ้ามีหน้าที่สำคัญ!”หวังหยวนตบบ่าต่งอวี่พลางปลอบใจเขาสองสามคำต่งอวี่จึงจากไปหวังหยวนอยู่ที่โรงหมอจนถึงค่ำ แต่หลิ่วหรูเยียนก็ยังไม่ฟื้นในที่สุด เพื่อความสะดวกในการดูแลหลิ่วหรูเยียน หวังหยวนจึงตามหมอชื่อดังทั่วเมืองมา แล้วพาหลิ่วหรูเยียนไปพักรักษาตัวที่วัง“ได้ยินมาว่าพี่หรูเยียนบาดเจ็บหรือ?”“นางบาดเจ็บสาหัสหรือไม่?”“ข้าเข้าไปเยี่ยมนางได้หรือไม่?”เจียงเสี่ยวอวี๋ที่ยืนอยู่หน้าประตูพยายามจะเข้าไปในวังหลายครั้งนางกับหลิ่วหร
คำพูดของหวังหยวนไม่ได้กล่าวกับเจียงเสี่ยวอวี๋เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงทหารยามทั้งสองด้วยทหารยามทั้งสองรู้สึกซาบซึ้งใจหวังหยวนช่างเห็นใจพวกเขาจริง ๆ!การได้ติดตามท่านผู้นำเช่นนี้นับเป็นบุญวาสนา!ต่อไปแม้จะต้องสละชีวิตเพื่อหวังหยวน พวกเขาก็ยินดีอย่างไม่ลังเล!“ขอบคุณเจ้าค่ะ!”เจียงเสี่ยวอวี๋กล่าวขอบคุณ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในวัง โดยไม่มีทหารยามขัดขวางหวังหยวนตะโกนตามหลังไปว่า “เจ้ารู้หรือว่าหลิ่วหรูเยียนอยู่ห้องไหน?”“คนอย่างท่านที่แสนจะอ่อนโยน ต้องให้นางพักอยู่ในห้องของท่านเป็นแน่!”“แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าใครอยู่ที่ไหนในวัง และวังมีกี่ห้อง แต่ครั้งก่อน ข้าก็เคยไปห้องของท่านไม่ใช่หรือ?”“ข้ายังจำทางได้! ไม่ต้องเตือนข้าหรอก!”เจียงเสี่ยวอวี๋พูดตอบด้วยรอยยิ้ม แล้ววิ่งไปยังห้องของหลิ่วหรูเยียนหวังหยวนเดินตามนางไปด้วยเมื่อทั้งสองเข้าไปในห้อง สีหน้าของเจียงเสี่ยวอวี๋ก็พลันเปลี่ยนไป นางนั่งลงข้างหลิ่วหรูเยียน แล้วจับมือหลิ่วหรูเยียนไว้ พลางกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “พี่หรูเยียน เหตุใดท่านจึงเป็นเช่นนี้?”“รีบฟื้นขึ้นเถิด!”“ข้ามีเพื่อนน้อย ข้าเห็นท่านเป็นเพื่อน หากท่านเป็นอะไ
เมื่อหลิ่วหรูเยียนและชายผู้นั้นหยดเลือดลงในชาม ก็เห็นเลือดทั้งสองหยดรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว เป็นเช่นนี้จริง ๆ!นั่นแสดงว่าทั้งสองมีสายเลือดเดียวกัน!“ท่านลุง!”ทันใดนั้น หลิ่วหรูเยียนก็ร้องไห้ออกมา แล้วจับมือชายผู้นั้นพลางเรียกเขานางไม่นึกเลยว่านางยังมีญาติอยู่ในโลกนี้!ทุกคนที่อยู่ข้าง ๆ ต่างพากันยินดีกับหลิ่วหรูเยียนช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดี!เจียงเสี่ยวอวี๋ตื่นเต้นจนน้ำตาไหลส่วนหวังหยวนส่ายหน้าพลางยิ้มฝืดเฝื่อน เขาเป็นคนต่างยุคย่อมเข้าใจความจริงอย่างหนึ่งการพิสูจน์สายเลือดด้วยการหยดเลือดลงน้ำไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดมารองรับ!ตราบใดที่เลือดสองชนิดเป็นหมู่เดียวกันย่อมสามารถรวมตัวกันได้ แต่หมู่เลือดเป็นแค่การแบ่งประเภทเท่านั้นบางทีนี่อาจเป็นฟ้าลิขิตก็ได้ใช่หรือไม่?ยิ่งกว่านั้น คนในยุคนี้ยังไม่เข้าใจเรื่องหมู่เลือดด้วย ในเมื่อเลือดของทั้งสองสามารถรวมตัวกันได้ ประกอบกับเกาเล่อได้สืบหาข้อมูลมานานแล้ว ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าทั้งสองเป็นญาติกันจริง!ยิ่งไปกว่านั้น นี่ก็เป็นการช่วยให้หลิ่วหรูเยียนมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอีกด้วยเขาจึงไม่ขัดจังหวะ“ดี! ดี! ดี!”“น้องชายข้าม
“ฆ่าหมดแล้วขอรับ!”“ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว!”สมาชิกองครักษ์นองเลือดตอบ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมโหด ปลาเน่าอยู่กับปลาเน่า กุ้งเน่าอยู่กับกุ้งเน่า คนของพรรคทมิฬล้วนไม่ใช่คนดี เป็นไปตามที่หวังหยวนกล่าวไม่มีผิด!ลั่วเฉินยิ้มอย่างพึงพอใจ“ดี!”“เช่นนั้นพวกเรากลับไปรับรางวัลได้แล้ว!”พูดจบ ทุกคนก็หายตัวไปจากยอดเขา!...ครึ่งชั่วยามต่อมา ขบวนรถม้าที่พาญาติของหลิ่วหรูเยียนมาก็เข้ามาในเมือง ก่อนจะถูกพามายังวังของหวังหยวน!วังของหวังหยวนนับว่าเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในเมืองอู่เจียง!ในดินแดนทั้งเก้า สถานที่ที่ปลอดภัยยิ่งกว่าคือหมู่บ้านต้าหวัง!ไม่เพียงแต่มีทหารมากมาย แต่ยังมีเอ้อหู่คอยดูแลปกป้อง!แต่เนื่องจากหวังหยวนอยู่ที่นี่ จึงไม่จำเป็นต้องกลับไปที่หมู่บ้านต้าหวัง!“ญาติของข้าอยู่ที่ไหน?”เมื่อหลิ่วหรูเยียนรู้ข่าวก็รีบมาที่ห้องโถงใหญ่ แล้วตะโกนถามหวังหยวนและคนอื่น ๆ อยู่ที่นี่ด้วยบนเก้าอี้ตัวหนึ่งมีชายสวมชุดสีขาวนั่งอยู่ เขามีอายุมากกว่าหกสิบปี ผมสีดอกเลา ในมือถือไม้เท้าเมื่อเห็นหลิ่วหรูเยียน ดวงตาของเขาก็แดงก่ำ จากนั้นพยักหน้ากล่าวว่า “ใช่แล้ว! นี่คือหรูเยียน!”“เจ้าเป็นห
“แต่เจ้าจงวางใจ ข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น”หวังหยวนกล่าวอย่างใจเย็นหลิ่วหรูเยียนที่อยู่ด้านข้างพยักหน้าในตอนนี้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด นางจึงรู้สึกว่าหวังหยวนดูสง่างามขึ้นมากดูเหมือนว่าหวังหยวนจะดีกว่าที่นางคิดไว้ ที่นางมีอคติกับหวังหยวน ล้วนเป็นเพราะประมุขพรรคทมิฬและโอวหยางอวี่คอยเป่าหูล้างสมองแต่เมื่อได้สัมผัสกับตัวจริง นางกลับพบว่าหวังหยวนไม่ได้เป็นอย่างที่ทั้งสองคนกล่าว!ไม่เช่นนั้นเขาจะได้รับความเคารพรักได้อย่างไร?ยิ่งไปกว่านั้น จากการทดสอบก็พอจะพิสูจน์ได้ว่าญาติของนางมีตัวตนอยู่จริง และคนของพรรคทมิฬคงต้องการปิดบังบางอย่าง จึงได้ทำเรื่องลับหลังเช่นนี้!ถูกผิด ประเดี๋ยวจะได้รู้กัน!“ข้าเข้าใจแล้ว”หลิ่วหรูเยียนกล่าวเบา ๆ แล้วเดินออกไปเมื่อถึงหน้าประตู นางก็หันกลับมามองหวังหยวน “เมื่อญาติข้ามาถึง ขอให้ท่านช่วยแจ้งข้าด้วย ข้าอยากพบเขาโดยเร็วที่สุด”“ขอบคุณมาก”หวังหยวนพยักหน้า ไม่ได้เอ่ยคำใด“ครั้งนี้เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว”“เจ้าทำได้ดีมาก!”หวังหยวนตบบ่าเกาเล่อ บนใบหน้ามีรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจแต่น่าเสียดาย เกาเล่อกลับมีสีหน้าเศร้าหมอง เขาส่ายหน้ากล่าวด้วยความเสียใจว่า “
ฟึ่บ!สีหน้าของหวังหยวนพลันเปลี่ยนไปหากเป็นเช่นนี้ เขาจะอธิบายกับหลิ่วหรูเยียนอย่างไร?ขณะที่เขากำลังคิด หลิ่วหรูเยียนก็วิ่งเข้ามา เห็นได้ชัดว่านางก็ได้รับข่าวเช่นกัน!นางนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เพราะเฝ้ารอคอยญาติของนางแต่กลับได้รับข่าวร้าย...“เขาตายแล้วจริงหรือ?”“ใครเป็นคนร้าย?”“เป็นคนของพรรคทมิฬใช่หรือไม่?”หลิ่วหรูเยียนคว้าตัวสมาชิกองค์กรเครือข่ายผีเสื้อมาถามด้วยความร้อนใจ“คนร้ายลงมืออย่างรวดเร็ว พวกเรายังไม่รู้ว่าเป็นใคร!”“แต่พวกเรากำลังสืบหาอยู่!”“พวกเราไม่มีวันยอมให้พี่น้องตายโดยเปล่าประโยชน์เช่นนี้!”สมาชิกองค์กรเครือข่ายผีเสื้อกล่าวด้วยความมุ่งมั่นเพื่อสร้างกลุ่มที่แข็งแกร่งและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมาชิกองค์กรเครือข่ายผีเสื้อต่างฝึกฝนร่วมกันและกลายเป็นพี่น้องร่วมสาบาน!บัดนี้พี่น้องของพวกเขาตาย พวกเขาจะไม่เสียใจได้อย่างไร? ความแค้นบัญชีเลือดต้องชำระ!“เรื่องราวไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่เจ้าคิด”“ข้าคาดการณ์ทุกอย่างไว้แล้ว”ทันใดนั้น เกาเล่อก็รีบวิ่งเข้ามาเมื่อหวังหยวนได้รับข่าว ก็มีคนไปรายงานเกาเล่อเช่นเดียวกัน แต่เกาเล่อกลับไม่ใส่ใจเพียงแ
น้ำเสียงของประมุขพรรคทมิฬเย็นยะเยือกน่าสะพรึงกลัว แววตาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าราวกับพร้อมจะฆ่าทุกคน!โอวหยางอวี่หวาดผวา เสื้อด้านหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น!เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นบนหน้าผาก!ตอนนี้เขาอยากรู้ความจริงโดยเร็ว!ไม่มีทางที่หลิ่วหรูเยียนจะยังมีชีวิตอยู่!“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราต้องเตรียมรับมือ!”ทันใดนั้น ชายสวมชุดดำคนหนึ่งก็เดินออกมาเขาเป็นหนึ่งในสี่องครักษ์ผู้มีอำนาจสูงส่ง“ลั่วเฉิน!”“นับจากนี้เจ้าจงรับผิดชอบองครักษ์นองเลือด!”“ข้าได้รับข่าวมาแล้ว จึงรู้เส้นทางของพวกหวังหยวน และเพิ่งรู้ว่าหลิ่วหรูเยียนยังมีญาติอยู่!”“ห้ามปล่อยให้คนผู้นั้นเข้าเมืองอู่เจียงได้!”“ต้องฆ่าให้ได้!”“แม้ว่าหวังหยวนจะช่วยชีวิตหลิ่วหรูเยียน แต่หลิ่วหรูเยียนก็คงจะนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับนาง คงไม่ยอมบอกที่ตั้งฐานทัพของเราให้หวังหยวนรู้!”“แต่หากเกาเล่อสืบจนรู้ความจริง แล้วพาญาติของหลิ่วหรูเยียนมาพบ หลิ่วหรูเยียนอาจจะทรยศพวกเรา ทำให้พวกเราเสียเปรียบ!”“จำไว้! ต้องฆ่าคนผู้นั้นให้ได้!”“และส่งคนไปสืบที่เมืองอู่เจียง ดูว่าหลิ่วหรูเยียนยังมีชีวิตอยู่หรือไม่!”ประมุขพรรคทมิฬออกคำ
“ข้าไม่ได้ไม่เชื่อใจเจ้า!”หวังหยวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม“เพียงแต่ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดชังพรรคทมิฬยิ่งนัก จึงอาจมองพวกเขาในแง่ลบเกินไป ข้าแค่อยากให้เจ้าใจเย็นสักหน่อย อย่าได้บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อหลอกล่อให้หลิ่วหรูเยียนบอกความจริง”“หากเป็นเช่นนั้น เมื่อหลิ่วหรูเยียนรู้ความจริง เรื่องราวคงจะยุ่งยากยิ่งกว่าเดิม!”“เมื่อถึงเวลานั้น การจะล้วงข้อมูลจากนางคงจะเป็นเรื่องยาก!”เกาเล่อพยักหน้า ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดแต่เขารู้ดีว่าตนเองทำอะไรอยู่ จึงไม่ได้ใส่ใจคำพูดของหวังหยวน!ยิ่งกว่านั้น เขายังตระหนักถึงมิตรภาพระหว่างเขากับหวังหยวนมากขึ้นด้วย!ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นได้!หวังหยวนจะสงสัยและตำหนิเขาได้อย่างไร?ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เขากล่าวล้วนเป็นความจริง!“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะไม่จัดงานเลี้ยงต้อนรับเจ้าแล้ว”“เจ้าคงเหนื่อยล้าจากการเดินทาง รีบไปพักผ่อนเถิด”“เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจนี้ ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม!”หวังหยวนกล่าวด้วยรอยยิ้มเกาเล่อพยักหน้า แล้วจากไป เป็นเช่นที่หวังหยวนกล่าว เขารู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่งเพราะช่วงนี้เขาทำงานหนักจนดึกดื่นทุกวันเพื่อสืบหาความจริงโดยเร็ว โชคดีที่
“ข้าคิดว่าเจ้าคงรู้ดีใช่หรือไม่?”เกาเล่อกล่าวอย่างหนักแน่น“เท่าที่ข้ารู้ คนที่ลงมือทำร้ายเจ้าครั้งนี้คือพรรคทมิฬ! แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าพวกเจ้ามีความขัดแย้งอะไรกัน แต่ข้ารู้สึกว่าเจ้าคงหมดประโยชน์แล้ว พวกเขาจึงคิดกำจัดเจ้า!”“เพราะเจ้ารู้ความลับมากมาย พวกเขาคงไม่ปล่อยเจ้าไป!”เกาเล่อกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาหลิ่วหรูเยียนกัดฟันแน่น ไม่เอ่ยคำใดแม้ว่านางจะไม่อยากเชื่อ แต่ความจริงก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น...หลิ่วหรูเยียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นว่า “ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร?”“เพียงแค่จดหมายฉบับนี้จะทำให้ข้าเชื่อเจ้าได้หรือ?”แม้ว่าคนของพรรคทมิฬจะไม่น่าไว้ใจ แต่เกาเล่อก็ไม่ต่างกันไม่ใช่หรือไง?บางทีหวังหยวนอาจจะแค่ต้องการใช้ประโยชน์จากนางก็เป็นได้!เพราะต้องการล้วงข้อมูลจากนางเพื่อไปจัดการพรรคทมิฬ!“ข้าพบญาติสายตรงของเจ้าแล้ว!”“เจ้าแค่ไปพิสูจน์กับเขาก็จะรู้เองว่าข้าพูดจริงหรือไม่?”เกาเล่อกล่าวพลางดื่มน้ำชาในเมื่อเขากลับมาแล้ว ฤก็แสดงว่าสืบเรื่องทุกอย่างจนกระจ่างแล้ว ไม่เช่นนั้นจะมาพูดเช่นนี้ได้อย่างไร?ดวงตาของหลิ่วหรูเยียนเบิกกว้าง รีบถามว่า “ข้ายังมีญาติอยู่หรือ?”
“ข้ารีบเดินทางกลับมาเมื่อคืนนี้ และได้สืบเรื่องที่ท่านสั่งไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ!”เกาเล่อโค้งคำนับก่อนจะรายงานหวังหยวนเมื่อเขากลับมาถึงก็รีบมาหาหวังหยวนทันที เมื่อรู้ว่าหวังหยวนอยู่ที่สวนหลังวังจึงรีบตามมาที่จริงแล้วเขาเห็นหวังหยวนกับหลิ่วหรูเยียนทะเลาะกันอยู่ จึงไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะแต่ต้องยอมรับว่าแม้ว่าทั้งสองจะทะเลาะกัน แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนคู่สามีภรรยาที่มักจะมีปากเสียงกันเสมอ“ท่านให้เขาไปสืบเรื่องอะไร?”หลิ่วหรูเยียนรีบคว้ามือหวังหยวนพลางถามขึ้นนางมีความรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับนาง!เจียงเสี่ยวอวี๋ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้เอ่ยคำใดหวังหยวนยกยิ้ม แล้วกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าเจ้าจะไปแล้วหรือ? ยังจะมายุ่งเรื่องนี้เพื่ออะไร?”“ท่าน...”หลิ่วหรูเยียนกัดฟัน ช่างเป็นผู้ชายที่น่าโมโหนัก!ให้เขาลงจากบันไดแล้วยังไม่ยอมลงอีกหรือ?หากผู้ชายทั้งโลกเป็นเหมือนหวังหยวน นางขออยู่เป็นโสด ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายเช่นนี้!ไม่เช่นนั้นคงต้องตายเพราะความโมโห!“ไป!”“พวกเราไปคุยกันที่อื่นดีกว่า”หวังหยวนมองไปที่เกาเล่อ แล้วพาเขาไปยังห้องโถงใหญ่เป็นไปตามที่เขาคาด แม้จะไม่ได้ช
“เช่นนั้นท่านก็บอกข้ามาสิ ข้าอยากรู้ว่าข้านั้นด้อยตรงไหน?”“ใครบ้างไม่รู้ว่าในบ้านท่านมีภรรยาโฉมงามหลายคน แต่แล้วอย่างไรเล่า?”“หากท่านเป็นสุภาพบุรุษจริงคงไม่หาภรรยามามากมายเช่นนี้หรอก!”เจียงเสี่ยวอวี๋ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หัวเราะไม่หยุดคนทั้งสองนี้ช่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะพบกันเมื่อใดก็ต้องทะเลาะกันเสมอ!หวังหยวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าจะเป็นสุภาพบุรุษหรือไม่ เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ แล้วข้ามีภรรยากี่คน เกี่ยวกับเจ้าอย่างไรไม่ทราบ?”“ผู้ชายมีสามภรรยาสี่อนุไม่ใช่เรื่องปกติหรือ?”“ลองดูฮ่องเต้ในยุคนี้สิ มีนางสนมตั้งหลายร้อยคนไม่ใช่หรือ?”“แม้ว่าข้าจะไม่ใช่ฮ่องเต้ แต่ข้าก็เป็นผู้ชาย พวกนางอยากอยู่กับข้า เจ้าจะทำอะไรได้?”ช่างพูดจาคารมคมคาย!น่าโมโหยิ่งนัก!หลิ่วหรูเยียนกลอกตามองหวังหยวน ก่อนจะเลิกสนใจเขาอีกหวังหยวนขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง มีคนกล่าวว่าสตรีและคนถ่อยคบด้วยได้ยาก วันนี้เขาเข้าใจแล้วว่าคำกล่าวนี้ถูกต้อง!อย่างน้อยหลิ่วหรูเยียนตรงหน้าเขาก็ยังร้ายกาจกว่าคนถ่อยด้วยซ้ำ!“อะแฮ่ม”ขณะที่ทั้งสองกำลังเถียงกันก็มีเสียงกระแอมเบา ๆ ดังขึ้น เจียงเสี่ยวอวี๋รีบยืนขวางหน้าทั้งสอง แล้วกล่