หวังหยวนพูดกับเขาให้เห็นแง่มุมอื่น หลังจากที่พูดจบเช่นนี้แล้ว สีหน้าของหลี่ว์ไฉหลิงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆพูดตามจริงแล้วเขาก็เป็นบัณฑิตผู้หนึ่ง และในใจก็ปรารถนาที่จะเป็นคนดีมาโดยตลอดแต่ความเป็นจริงไม่อนุญาตให้เป็นเช่นนั้นบางครั้งความซื่อสัตย์สุจริตและความยุติธรรมก็ไม่สามารถทำให้มีชีวิตอยู่รอดได้เพียงแต่ว่าความตั้งใจของหวังหยวนที่ทำให้กล่าวออกมาเช่นนั้น คือต้องการบอกให้เขารู้ว่าให้เขาทำสิ่งใดก็ได้ตามใจต้องการ แต่สิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือทำให้ความยากจนในที่แห่งนี้หมดไป!หลี่ว์ไฉหลิงย่อมปรารถนาที่จะทำเช่นนั้น แต่ว่า...ด้วยความที่มีเฉียนทงและโอวหยางซานอยู่ แม้ว่าเขาจะปรารถนาที่จะทำเช่นนั้นแต่ก็ไม่สามารถทำได้!เพราะทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นอันธพาลที่มีอำนาจในท้องถิ่น!เขาคงไม่สามารถต่อสู้กับพวกเขาได้!แท้จริงแล้วในตอนที่เพิ่งเดินทางมาถึงหลิงหนาน เขาปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของที่แห่งนี้ให้ที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์แต่ในวันแรกที่เดินทางมาถึงที่นี่ เขาก็ได้รับของขวัญอันล้ำค่าจากเฉียนทงและโอวหยางซาน มีทั้งเงินทองและสตรีเนื่องจากเขาไม่ได้ต่อต้านจึงจมดิ่งลงไป!
“ส่วนเฉียนทงและโอวหยางซานก็ล้วนจัดการได้ง่ายมาก พวกเขาได้กระทำความชั่วไว้มากมาย จึงยิ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงความตายได้ เพียงแค่เกณฑ์ทหารมาห้าพันนายก็สามารถกำจัดพวกเขาให้สิ้นซากได้!”“แล้วทุกสิ่งทุกอย่างในที่แห่งนี้ก็จะได้รับการแก้ไข!”“แต่เหตุผลที่ข้าไม่ได้กระทำเช่นนั้นเพราะว่ายุ่งยากเกินไป ดังนั้น...ราชสำนักจึงตั้งใจที่จะให้โอกาสแก่ท่าน โอกาสที่จะได้แสดงความสามารถ”“ส่วนเฉียนทงและโอวหยางซานนั้น ข้าจะหาวิธีจัดการเองเมื่อถึงเวลานั้น ท่านเพียงแค่ช่วยข้าลงมือก็เพียงพอ”หลังจากที่หวังหยวนพูดเช่นนี้จบ หลี่ว์ไฉหลิงที่ได้ฟังแล้วก็เข้าใจแท้จริงแล้วเป้าหมายในครั้งนี้ไม่ใช่ตัวเขาเอง!แต่เป็นการพัฒนาด้านงบประมาณท้องถิ่น!“ท่านอ๋อง ข้าเข้าใจแล้ว วันนี้ได้ฟังคำพูดของท่านจึงได้กระจ่างแจ้ง”หลังจากที่หลี่ว์ไฉหลิงพูดจบก็คำนับหวังหยวนด้วยความเคารพอย่างใจจริง“ฮ่าฮ่าฮ่า การได้พูดคุยกับบัณฑิตนั้นช่างสบายใจนัก หลี่ว์ไฉหลิง เมื่อท่านเข้าใจคำพูดของข้าก็จัดการได้ง่ายขึ้นมาก”หวังหยวนมองเขาด้วยรอยยิ้ม จากนั้นหลี่ว์ไฉหลิงจึงจากไปอย่างนอบน้อมเพียงแต่ว่าเกาเล่อเดินออกมาถามว่า “พี่หยวน ท่านคิดว่า... หล
ยามเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ภารกิจบรรเทาทุกข์ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง หลังจากไตร่ตรองตลอดทั้งคืน หลี่ว์ไฉหลิงก็ตัดสินใจว่าจะลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์จริง ๆ!ขั้นตอนแรกที่เขารู้ดีก็คือการกำจัดโอวหยางซานและเฉียนทง!แต่เฉียนทงคนนี้เป็นหัวหน้าโจร เขาไม่เข้าใจเรื่องอะไรมากมายนัก ทำอะไรก็ไม่คิดหน้าคิดหลัง คนเช่นนี้หลี่ว์ไฉหลิงไม่อยากมีความขัดแย้งด้วยตั้งแต่แรก!ดังนั้น...เขาจึงไปหาโอวหยางซานก่อน“พี่โอวหยาง ข้าเกรงว่าคราวนี้ที่หวังหยวนกับพวกของเขามาที่นี่ อาจจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!”หลี่ว์ไฉหลิงรู้ดีว่าโอวหยางซานมีที่ดินมากมาย เขาเป็นคนร่ำรวยที่สุดแต่คนผู้นี้เป็นพ่อค้าย่อมมีความคิดแบบพ่อค้า กล่าวได้ว่าเห็นแก่ได้ เน้นการแสวงหากำไรและกลัวความตาย!ทว่าเขาไม่ใช่เฉียนทง คนผู้นั้นใช้ชีวิตอยู่บนคมดาบ อารมณ์ฉุนเฉียว สามารถทำในสิ่งที่คาดไม่ถึงได้โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่จะตามมาแต่โอวหยางซานไม่เหมือนกัน!เขาต้องคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจทำ!“ใต้เท้าหลี่ว์พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”โอวหยางซานหรี่ตามอง เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะถาม“ท่านดูสิ หวังหยวนมาท
นอกจากพวกเขาแล้วยังจะมีใครอีก?“ใต้เท้าหลี่ว์ ท่านหมายความว่า... ราชสำนักต้องการให้พวกเรารับผิดชอบแทนหรือ?”โอวหยางซานกลืนน้ำลาย สีหน้าแย่ลงเล็กน้อย!“ข้าคิดว่าเป็นเช่นนั้น หากเงินบรรเทาทุกข์และเสบียงจากราชสำนักไม่มาเสียที แล้วจะบรรเทาภัยพิบัติอย่างไร?”“หากจู่ ๆ หวังหยวนก็จากไป แล้วข้าได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบ ข้าก็จะกลายเป็นผู้ต้องหาหลักหรือเปล่า?”“แน่นอนว่าหากเกิดเรื่องขึ้นกับข้า พวกท่าน... ก็คงไม่รอด!”“เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ครั้งนี้เป็นการบรรเทาทุกข์ แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องการคือเงิน หากพูดถึงเรื่องเงิน ท่านกับเฉียนทงมีเยอะที่สุด!”“หรือแม้แต่ท่านเองก็เป็นคนที่โด่งดังมากที่สุดด้วยไม่ใช่หรือ?”หลังจากที่หลี่ว์ไฉหลิงพูดจบ โอวหยางซานก็เบิกตากว้างทันทีนี่หมายความว่าราชสำนักต้องการจัดการกับเขาหรือ?คิดจะถลกหนังเขาหรือ?เลี้ยงให้อ้วนแล้วค่อยฆ่า ฆ่าเขาแล้วให้หลิงหนานผ่านพ้นภัยแล้งครั้งนี้ไป!“ใต้เท้าหลี่ว์ ท่านอย่าทำให้ข้ากลัวสิ ข้ายิ่งขี้กลัวอยู่!”โอวหยางซานรีบพูด หลี่ว์ไฉหลิงจึงหัวเราะ“ขู่ท่านหรือ? โอวหยางซาน ท่านลองบอกมาสิว่าในบรรดาพวกเราสามคน ราชสำนักต้องการฆ่
หลี่ว์ไฉหลิงรีบพยักหน้า พลางอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “นั่นแหละคือเรื่องที่ข้าพูดถึงเมื่อครู่! ข้าเกรงว่าราชสำนักอาจจะลงมือทำเช่นนั้น!”“หากเป็นเช่นนั้นจริง... เวลาที่เรามีก็แทบจะไม่เหลือแล้ว!”โอวหยางซานได้ฟังเช่นนั้นจึงกล่าวว่า “เช่นนั้น... เหตุใดจึงไม่แจ้งเรื่องนี้แก่เฉียนทงด้วยเล่า?”โอวหยางซานรู้สึกว่าเรื่องนี้สำคัญมาก อย่างน้อยพวกเขาทั้งสามก็ควรจะรับรู้แต่หลี่ว์ไฉหลิงรีบพูดว่า “บอกเขาหรือ? คนผู้นั้นดื้อรั้นนัก หากเขาไม่ยินยอมและดันทุรังต่อต้านราชสำนักด้วยการนำกองทัพมา เมื่อนั้นพวกเราคงจะถูกกำจัดไปอย่างง่ายดายเป็นแน่”โอวหยางซานได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าเห็นด้วยเฉียนทงผู้นี้โหดเหี้ยมที่สุด ทุกครั้งก็เป็นเขาที่ลงมือฆ่าคน!หากเป็นเช่นนั้นจริง หากเขาโกรธแค้นและลงมือฆ่าหวังหยวน!ราชสำนักก็คงจะต้องฆ่าล้างบางทั้งหลิงหนานเป็นแน่!เมื่อถึงเวลานั้น...คงจะพินาศสิ้น!“ใต้เท้าหลี่ว์ ท่านหมายความว่า... เราทั้งสองจะต้องลงทุนจ่ายกันเองงั้นหรือ?”โอวหยางซานกล่าวจบจึงหันไปมองหลี่ว์ไฉหลิง“ก็ไม่ใช่เช่นนั้น เรื่องเช่นนี้จะให้เราจ่ายกันเองได้อย่างไร? ก็ให้เฉียนทงรับรู้ด้วย แล้วค่อยดูว่าเขาจ
ส่วนโอวหยางซานนั้น เขาไม่ได้ใส่ใจเลย หากเขาอาศัยช่วงชุลมุนกำจัดโอวหยางซานทิ้งเสีย แล้วเขาจะไม่ได้ทุกอย่างกลับคืนมาหรือ?หลังจากออกจากที่นี่แล้ว เฉียนทงก็ยิ้มเยาะ จากนั้นไปหาโอวหยางซาน“พี่โอวหยาง ใต้เท้าหลี่ว์มาหาท่านแล้วหรือใช่หรือไม่?”โอวหยางซานได้ยินเช่นนั้นก็ย่อมรู้ว่าเฉียนทงหมายความว่าอย่างไร“มาหาแล้ว บอกให้ข้าช่วยเอาเงินมาบรรเทาทุกข์!”หลังจากได้ยินเช่นนั้น เฉียนทงก็หัวเราะพลางอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “ฮึ่ม ตาเฒ่าคนนี้ เขาสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง แล้วมาให้พวกเราตามล้างตามเช็ดให้”เมื่อโอวหยางซานได้ฟังคำพูดนี้ก็ถึงกับตกตะลึง“เอ๊ะ! นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?”โอวหยางซานไม่เข้าใจว่าเหตุใดเฉียนทงจึงพูดเช่นนี้เฉียนทงย่อมไม่สามารถบอกได้ว่าหวังหยวนให้เงินเขาสองแสนตำลึงทอง เขาจึงไม่พูดถึงเรื่องนี้!แต่กลับเปลี่ยนไปพูดว่า “พี่โอวหยาง ท่านหลงเชื่อเสียแล้ว ยังมองไม่ชัดอีกหรือ?”“หลี่ว์ไฉหลิงหวังจะทำความดีความชอบ ในครั้งนี้ภัยพิบัติรุนแรงที่สุด เขาที่เป็นข้าหลวงปกครองที่นี่ย่อมยากที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ หากไม่สามารถบรรเทาทุกข์ได้อย่างรวดเร็ว ราชสำนักก็คงจะไม่ละเว้นเขา”
โอวหยางซานรู้สึกว่าเฉียนทงนั้นเป็นภัยร้าย เป็นปัจจัยที่ไม่แน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าร่วมมือกับเฉียนทงอีกต่อไป!หากเกิดเรื่องขึ้น เขาก็จะต้องได้รับผลกระทบไปด้วย!เดิมทีเขาก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ควรจะโจ่งแจ้งมากเกินไป ดังเช่นที่หลี่ว์ไฉหลิงกล่าวไว้ ปัญหาที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่หวังหยวน!แต่กลับอยู่ที่ราชสำนัก!หากราชสำนักคิดจะจัดการกับพวกเขาจริง พวกเขาก็จะต้านทานไม่ได้ แม้ว่าพวกเขาจะเก่งกาจเพียงใดก็ตาม!ทั้งยังมีอีกประการหนึ่งที่สำคัญยิ่ง!นั่นคือบัดนี้หลิงหนานเกิดภัยแล้ง สายตาของราชสำนักจึงจับจ้องมาที่นี่ หากพวกเขาไม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ ราชสำนักก็จะต้องลงโทษพวกเขาอย่างแน่นอนในสิ่งที่กระทำลงไป!ซึ่งนั่นก็เหมือนกับการขุนให้อ้วนแล้วจึงเชือดเสีย!ดังนั้น...เขาจึงรีบไปหาหลี่ว์ไฉหลิง แล้วเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ฟัง!หลังจากที่หลี่ว์ไฉหลิงได้ฟังแล้วก็พ่นลมหายใจด้วยความเย้ยหยัน แล้วกล่าวว่า “เจ้าโง่คนนี้ คิดว่าตัวเองฉลาดนักหรือ แท้จริงแล้วโง่เง่าสิ้นดี!”“ถึงตอนนี้ คนผู้นี้... เราปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว!”หลังจากที่หลี่ว์ไฉหลิงกล่าวจบ โอวหยางซานก็รีบพยักหน้าเห็นด้วย“ถูกแล้ว ใต้เท
แต่หวังหยวนก็ยังคงไม่จากไปเขายังมีเงินอีกห้าแสนตำลึงทองอยู่ในมือ ซึ่งสามารถทำอะไรได้อีกมากมายสำหรับหลิงหนาน!ยังมีอีกประการหนึ่งซึ่งสำคัญยิ่ง นอกจากการบรรเทาทุกข์แล้ว หากเขาไม่เห็นสภาพเช่นนี้ก็คงจะไม่เป็นอะไร แต่เมื่อได้เห็นแล้วก็ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้!ดังนั้นจึงต้องแก้ไขเสียหน่อย!เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เจ็ดวันผ่านไปไวเหมือนโกหก!ขณะที่ฝุ่นยังตลบอยู่ ตอนนี้หวังหยวนได้เรียกหลี่ว์ไฉหลิงและโอวหยางซานมาหา แล้วมองไปที่ทั้งสอง“การบรรเทาทุกข์ในครั้งนี้ลำบากพวกท่านทั้งสองมากนัก ขอให้วางใจเถิด ข้าจะขอรางวัลตอบแทนความดีความชอบให้แก่พวกท่านจากราชสำนัก”หลังจากที่หวังหยวนกล่าวจบ คนทั้งสองก็รู้สึกตึงเครียดยังจะขอความดีความชอบอีกหรือ?ไม่ถูกตำหนิก็ดีมากเพียงใดแล้ว!“ใต้เท้าหลี่ว์ ท่าน... บัดนี้ท่านก็คงจะรู้แล้วว่าปัญหาของหลิงหนานนั้นอยู่ที่ใด ดังนั้น... ท่านคงจะรู้แล้วว่าควรจะทำอย่างไรใช่หรือไม่?”หลังจากที่หวังหยวนกล่าวจบ หลี่ว์ไฉหลิงก็ย่อมเข้าใจเฉียนทงนั้นจบสิ้นไปแล้ว!แต่ยังมีโอวหยางซานอยู่!คนผู้นี้...ครอบครองที่ดินอุดมสมบูรณ์จำนวนมาก แน่นอนว่าปล่อยผ่านไปไม่ได้!หลี่ว์ไฉห
กองทัพทั่วหล้าตกอยู่ในมือของเขาแล้ว!หากเกิดสงครามกับหวังหยวน เขาก็ต้องเป็นแนวหน้า!ซือหม่าอันหรี่ตา จากนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “เรื่องที่ท่านขุนพลหานกังวล มีหรือที่ข้าจะไม่กังวล?”“ข้าได้กราบทูลเรื่องนี้กับฝ่าบาทแล้ว แต่ฝ่าบาทกลับไม่ได้ใส่ใจ ตอนนี้ท่านโปรดปรานการใช้ดินปืน ซ้ำยังให้คนไปคิดค้นอาวุธร้อนเพิ่มด้วย!”“เพียงแต่ว่าการจะพัฒนาอาวุธร้อนให้สมบูรณ์ ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในชั่วข้ามคืน!”หานเทาถอนหายใจยาว มีหรือที่เขาจะไม่เข้าใจหลักการนี้?น่าเสียดายที่ไม่สามารถพูดคุยกับฝ่าบาทให้เข้าใจได้!“เช่นนั้นตามความคิดเห็นของท่านซือหม่า ต่อไปพวกเราต้องทำอย่างไร?”หานเทาเอ่ยถามเขาเป็นเพียงขุนศึก ในสถานการณ์เช่นนี้ ย่อมต้องการความช่วยเหลือจากซือหม่าอันเมื่อทั้งสองปรึกษาหารือกัน อาจจะสามารถหาผลลัพธ์ที่ดีได้!ซือหม่าอันหรี่ตาลง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ จากนั้นกล่าวว่า “หรือว่าพวกเราจะก่อตั้งสถานที่ที่คล้ายกับหอไร้เทียมทาน จากนั้นก็ป่าวประกาศเรื่องนี้ให้ทั่ว ให้ผู้คนทั่วหล้าเดินทางมา เช่นนี้แล้ว ต่อให้พวกเราไม่สามารถรวบรวมยอดฝีมือได้มากมาย อย่างน้อยก็ไม่ปล่อยให้
“เจ้านี่นะ! ถึงกับหึงหวงเพราะผู้ชายเลยหรือ? หากกลับไปยังหมู่บ้านต้าหวัง เช่นนั้นข้าจะมีความสุขได้อย่างไร?”หวังหยวนส่ายหน้าอย่างจนใจ ที่บ้านเขายังมีภรรยาสาวสวยอีกหลายคน ท่าทางของหลิ่วหรูเยียนเช่นนี้ ช่างทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นที่สำคัญที่สุดก็คือ ภรรยาในบ้านแต่ละคนล้วนไม่ใช่คนธรรมดา!โดยเฉพาะหวงเจียวเจียว นิสัยของนางร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ นอกจากหลี่ซื่อหานและคนอื่น ๆ แล้ว ก็เกรงว่าจะไม่ยอมรับใครอีกหากสตรีทั้งสองนี้มาพบกัน ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ในเมื่อรับพวกนางมาเป็นภรรยาแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เขาก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมดเวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงสามวันนี้ หวังหยวนอยู่ในหอไร้เทียมทานต้องยอมรับว่าการก่อตั้งหอไร้เทียมทานได้ดึงดูดผู้มีความสามารถมากมายมาให้หวังหยวนที่สำคัญที่สุดก็คือหวังหยวนเป็นเพียงผู้ดูแล เรื่องราวทั้งหมดมอบให้เกาเล่อจัดการ โดยเพียงแค่ใช้ชื่อเสียงของหวังหยวนเท่านั้น!ต้องรู้ว่าหวังหยวนมีชื่อเสียงไปทั่วทั้งดินแดนทั้งเก้า เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด แม้แต่ปวงประชาแห่งดินแดนทั้งเก้าก็เคารพหวังหยวน แล้วใครเล่าจะไม่อยากมาอยู่ใต้บัญชาของหวังหยวน?ยิ่งไป
การประลองย่อมต้องดำเนินต่อไปเพียงแต่ว่าตำแหน่งอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้านั้นมีมากมาย หวังหยวนจึงไม่ได้อยู่ดูการแข่งขันต่อคาดว่าในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า หอไร้เทียมทานคงจะคึกคักเป็นอย่างมากในไม่ช้า หวังหยวน ไฉจวิ้น และหลิ่วหรูเยียนทั้งสามก็กลับมาถึงห้อง ส่วนเรื่องภายนอกมอบให้เกาเล่อจัดการทันทีที่เดินเข้าห้อง หวังหยวนจึงรีบจับมือไฉจวิ้นมาตรวจดูอย่างละเอียด“พี่ใหญ่ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรอกขอรับ ข้าสบายดี!”“ต่อให้ต้องประลองต่อ ข้าก็ยังไหว!”“เพียงแต่ข้าคิดไม่ถึงว่าเจ้านั่นจะยอมแพ้...”“เช่นนี้ก็ดี ทำให้ข้าไม่ต้องเปลืองแรง!”“อีกอย่าง หากต้องประลองกันต่อ เกรงว่าแม้แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่...”นี่เป็นความจริงทุกคนรู้ว่าไฉจวิ้นมีพละกำลังมหาศาล ตัวเขาเองก็รู้ดีแก่ใจ แต่ขีดจำกัดของตนอยู่ที่ใด เกรงว่าแม้แต่เขาเองก็คงจะไม่รู้“เห็นว่าเจ้าไม่เป็นอะไร ข้าก็โล่งใจ”“แต่ต่อไปเมื่อทำสิ่งใด ต้องใช้ความคิดให้มาก”“แม้ว่าเจ้าจะมีพละกำลังมหาศาล แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน เจ้าไม่มีทางรู้ได้ว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าแข็งแกร่งเพียงใด”“ดังนั้นเมื่อทำสิ่งใด อย่าได้อวดดี เข้าใจหรือไม่?”
“ช่างมีพละกำลังมหาศาลจริง ๆ!”ขณะที่หวังหยวนกับพวกกำลังสนทนากัน สายตาของพวกเขาก็จับจ้องไปที่ดาร์เนล ซึ่งในตอนนี้ได้ยกติ่งหนักถึงเจ็ดร้อยชั่งขึ้นเหนือศีรษะบนเวทีเหลือเพียงไฉจวิ้นและดาร์เนลเมื่อดาร์เนลยกติ่งขึ้นได้ สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่ไฉจวิ้น ตอนนี้เขาคือความหวังของปวงประชาแห่งดินแดนทั้งเก้า ตำแหน่งจอมพลังอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้าจะไปตกอยู่ในมือของชาวต่างชาติได้อย่างไร?เช่นนี้แล้ว ภายภาคหน้าปวงประชาแห่งดินแดนทั้งเก้าจะเชิดหน้าชูตาได้อย่างไร?ทางด้านสายตาของหวังหยวนนั้นจับจ้องไปที่ดาร์เนล ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่“ดูท่าแล้วไฉจวิ้นยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ดาร์เนลมีความสามารถจริง ๆ ข้าเห็นว่าตอนที่เขายกติ่งขึ้นเมื่อครู่ไม่ได้มีความลังเลแม้แต่น้อย ช่างมีพละกำลังมหาศาลนัก หากบอกว่าคนผู้นี้คือจอมพลังอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า นั่นไม่ถือว่าเป็นการดูหมิ่นชื่อเสียงอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า”หลิ่วหรูเยียนที่อยู่ด้านข้างเอ่ยอย่างช้า ๆการกระทำทั้งหมดของดาร์เนลล้วนอยู่ในสายตาของพวกเขา นี่คือผู้ที่มีความสามารถอย่างแท้จริงหากเปลี่ยนเป็นคนอื่น เกรงว่าจะไม่มีใครทำได้อย่างเข้าไม่ใช่หรือ?
แต่ทั้งหมดนี้นั้น นับว่าเป็นความดีความชอบของปู่ของไฉจวิ้นด้วย หากไม่ใช่เพราะมีปู่ช่วยเหลืออยู่ข้าง ๆ และใช้ชีวิตอยู่ในป่ามาหลายปี แล้วเขาจะมีพละกำลังแข็งแกร่งเพียงนี้ได้อย่างไร?เมื่อไฉจวิ้นยกติ่งใหญ่ขึ้น ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ก็ทยอยแสดงความสามารถของตนน่าเสียดาย ในท้ายที่สุดผู้ที่สามารถยกติ่งใหญ่ขึ้นได้ นอกจากไฉจวิ้นแล้วมีเพียงชาวต่างชาติที่มาจากต่างแดนเท่านั้นเสียงปรบมือดังกึกก้องจากข้างล่างเวที “คนผู้นี้มีความสามารถยิ่งนัก”หวังหยวนกอดอกมองชาวต่างชาติผู้นั้น พลางกวักมือเรียกเกาเล่อในชั่วพริบตา เกาเล่อก็มาอยู่ข้างกายหวังหยวน แต่สีหน้ากลับดูตึงเครียด“คนผู้นั้นคือชาวต่างชาติที่เจ้าเพิ่งพูดถึงหรือ?”หวังหยวนชี้ไปที่อีกคนบนเวที แล้วเอ่ยถามเกาเล่อพยักหน้า จากนั้นก็ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “คนผู้นี้มีที่มาไม่ธรรมดา ก่อนหน้านี้ข้าได้บอกข้อมูลของเขาให้ท่านทราบแล้ว คนผู้นี้มีชื่อว่าดาร์เนล ว่ากันว่ามีพละกำลังมหาศาลตั้งแต่เด็ก และเคยต่อยเสือร้ายตายด้วยหมัดเดียว!”“เดิมทีคิดว่าทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องเล่า ตอนนี้ดูเหมือนว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องโกหก...”สามารถยกติ่งใหญ่หนักห้าร้อยชั่งได้ นั่นก็
เขามีความมั่นใจในตัวน้องชายคนนี้ก่อนหน้านี้ หวังหยวนเคยเห็นความสามารถของไฉจวิ้นมาก่อน อย่าว่าแต่จะหาผู้ที่เทียบเทียมเขาในบรรดาคนรุ่นเดียวกันได้ยากเลย แม้แต่คนที่อายุมากกว่าเขาก็ยังไม่มีใครมีพละกำลังเท่าเขา!ยิ่งไปกว่านั้น หวังหยวนเองก็ยังไม่รู้ขีดจำกัดของไฉจวิ้น!ดูท่าแล้ววันนี้คงมีเรื่องสนุกให้ชมกันเกาเล่อกลับเอ่ยว่า “ข้าเห็นว่าไม่เป็นเช่นนั้น คนที่อยู่ข้างกายไฉจวิ้นล้วนไม่ใช่คนธรรมดา! หนึ่งในนั้นมาจากต่างแดน คนผู้นี้มีชื่อเสียงมานาน ว่ากันว่าสามารถยกหินใหญ่หนักสองร้อยจินได้ด้วยมือเดียว!”“หากใช้สองมือ คาดว่าของหนักห้าร้อยจินก็คงไม่คณนามือขอรับ!”นี่...หวังหยวนกลืนน้ำลาย คนเหล่านี้กินหินเป็นอาหารกันหรืออย่างไร?ฝึกฝนร่างกายจนแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เลยหรือ?อย่าว่าแต่ยกของหนักห้าร้อยจินเลย แม้แต่สองร้อยห้าสิบจิน เขาก็ยังยกไม่ขึ้น!“รอดูไปก่อน ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าศักยภาพของไฉจวิ้นมีขีดจำกัดอยู่ที่ใด”“เจ้าจำไว้ว่าต้องไปเตือนเขาด้วยว่าอย่าได้มุทะลุดุดัน!”“เขายังเด็กนัก ภายภาคหน้ายังมีโอกาสอีกมากที่จะพิสูจน์ตนเอง หากได้รับบาดเจ็บเพราะเรื่องนี้แล้วนั้น ย่อมไม่คุ้มค่า”ห
ดูท่าแล้ว เกาเล่อคงจะทุ่มเทไปไม่น้อยเลย!เดินชมอยู่ราวหนึ่งชั่วยาม หวังหยวนจึงพาหลิ่วหรูเยียนกลับไปยังห้องโถง “คืนนี้พวกเราพักที่นี่ ดีหรือไม่?”แม้ว่าเมืองอู่เจียงจะอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านต้าหวัง แต่ก็ยังมีระยะทางที่ต้องใช้เวลาอีกหนึ่งวันหลายวันมานี้ หวังหยวนและคนอื่น ๆ เดินทางมาโดยตลอด ย่อมต้องพักผ่อนให้เต็มที่หลิ่วหรูเยียนรีบพยักหน้า พลางเอ่ยอย่างสมเหตุสมผลว่า “หากสามารถอยู่ที่นี่ได้ย่อมเป็นเรื่องดี!”“ที่นี่น่าสนุกกว่าเผ่าทางเหนือมาก!”หวังหยวนส่ายหน้ายิ้มขื่นเห็นได้ชัดว่าแต่งงานเป็นภรรยาผู้อื่นแล้ว อีกไม่นานก็จะกลายเป็นแม่คน แต่กลับยังคงทำตัวเหมือนเด็กน้อย!น่าสนใจ ช่างน่าสนใจยิ่งนัก!“จริงสิ ไฉจวิ้นเล่าหายไปไหน?”หวังหยวนมองไปรอบ ๆ แต่กลับไม่เห็นร่องรอยของไฉจวิ้นเขาจำได้อย่างชัดเจนว่าทุกคนเข้ามาในหอไร้เทียมทานพร้อมกัน แต่ไม่รู้ว่าไฉจวิ้นหายไปตอนไหน?“คงจะออกไปเที่ยวเล่นกระมัง?”“ท่านก็อย่าไปใส่ใจน้องชายคนนี้ของท่านเลย เขายังเป็นเด็ก การเล่นสนุกคือสัญชาตญาณของเขา!”หลิ่วหรูเยียนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจช่างเป็นพวกเดียวกันโดยแท้!ทันใดนั้น ทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านข้างก
หอไร้เทียมทานตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองอู่เจียง ปกติแล้วแม้ว่าที่นี่จะรกร้าง แต่ก็เงียบสงบยิ่งนักแต่หลังจากที่หอไร้เทียมทานได้ก่อสร้างขึ้น ที่นี่มีผู้คนมากมายเมื่อมองออกไป รอบนอกของหอไร้เทียมทานมีชาวบ้านมากมายยืนชมอยู่ ยามนี้กำลังพูดคุยกันถึงเรื่องราวบางอย่างอย่างไรเสีย พวกเขาก็เพิ่งเคยเห็นสถาปัตยกรรมอันสวยงามยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก!หอไร้เทียมทานมีพื้นที่กว้างใหญ่ เพียงแค่มองผ่านประตูใหญ่ก็สามารถมองเห็นภาพภายในได้อย่างง่ายดาย ต้องยอมรับว่าความโอ่อ่านี้ไม่ด้อยไปกว่าวังหลวงเลย!แม้แต่หวังหยวนยังอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง“เจ้าใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนไม่ใช่หรือ?”“เหตุใดจึงสามารถสร้างพระราชวังที่ยิ่งใหญ่เพียงนี้ได้?”หวังหยวนมองเกาเล่อด้วยความสงสัยเกาเล่อตอบด้วยรอยยิ้มว่า “นั่นก็เพราะคนผู้นี้ที่อยู่ข้างกายข้าขอรับ!”ขณะที่พูดคุยกัน เกาเล่อแนะนำคนผู้หนึ่งให้หวังหยวนรู้จัก คนผู้นั้นสวมชุดผ้าป่าน ผิวสีคล้ำ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มซื่อ“นี่คือช่างเทวดาอันดับหนึ่งใต้หล้า ความเร็วในการก่อสร้างเร็วกว่าช่างทั่วไปมาก!”“ภายใต้การนำของเขา พระราชวังนี้ไม่เพียงแต่มีคุณภาพ ยังสร้างเสร็จอย
ตอนนี้หวังหยวนกลับพูดจาเยาะเย้ยเช่นนี้ นางจะไม่โกรธได้อย่างไร?“ดีนัก!”“พวกเราเพิ่งจะอยู่ร่วมกันไม่ถึงครึ่งปี ท่านก็เริ่มรังเกียจข้าแล้วหรือ?”“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ให้ข้าไปตอนนี้เลยแล้วกัน!”“ถือเสียว่าพวกเราไม่เคยรู้จักกัน!”หลิ่วหรูเยียนยังคงแข็งกร้าวเช่นเดิม พูดจบนางก็ลุกขึ้น เตรียมจะกระโดดลงจากรถม้าหวังหยวนรีบคว้าแขนของหลิ่วหรูเยียนไว้ พลางเอ่ยขอโทษอย่างอ่อนโยนว่า “ข้าพูดผิดไป เจ้าเป็นคนใจกว้าง อย่าได้ถือสาข้าเลย!”“อีกอย่าง ต่อให้ร่างกายของเจ้าจะมีรอยแผลเป็น แล้วจะเป็นอย่างไร? ใจของข้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง!”“ข้ารู้ดีว่ารอยแผลเป็นบนร่างกายของเจ้าเกิดขึ้นเพราะข้า หากไม่มีรอยแผลเป็นนี้ บางทีข้าอาจจะลืมเลือนความดีของเจ้าที่มีต่อข้า แต่หากรอยแผลเป็นนี้ยังคงอยู่ ย่อมทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้น!”“อย่างน้อยก็ทำให้ข้าจดจำความดีของเจ้าได้ตลอดไป!”หลิ่วหรูเยียนพ่นลมหายใจ แต่ในใจกลับรู้สึกยินดีนางรู้ดีว่าหวังหยวนไม่ใช่คนอกตัญญู ไม่เช่นนั้นในคืนนั้นนางคงไม่ยืนหยัดต่อสู้เต็มที่อยู่เคียงข้างหวังหยวน!ความทุ่มเทถือว่าได้รับผลตอบแทน!หลายวันผ่านไป หวังหยวนและพรรคพวกได้เดินทางมาถึงเชิงเขา