องค์หญิงห้ารับกล่องมาเปิดพร้อมด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเหล่าองค์หญิงผู้อื่น อีกทั้งองค์หญิงสิบสามหาได้ทักทายผู้ใดไม่นอกจากองค์หญิงห้าจึงทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่นรู้สึกเสียหน้าอยู่ไม่น้อย การกระทำของนางแม้พวกนางไม่อยากสนใจแต่ก็อดที่จะแอบชำเลืองมองไม่ได้"หยกเลือดนี่งดงามมาก"องค์หญิงห้าอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น เสียงฮือฮาของเหล่าสตรีที่อยู่รอบกายเห็นได้ชัดว่าชื่นชอบความงามของหยกเลือดหายากยิ่ง องค์หญิงสิบสามโบกพัดในมือแย้มยิ้มหน้าบาน"หยกนี่หายากมากมีเพียงไม่กี่คนในแคว้นต้าชิงที่ได้ครอบครองข้าเพียงแต่เห็นว่าที่จวนสกุลหยางนั้นไม่ได้ใส่ใจในของล้ำค่าเหล่านี้มากไปกว่าอาวุธ จึงได้ขอสามีมาให้ท่านของล้ำค่าควรคู่กับสตรีงดงามจิตใจดีเช่นพี่ห้า"คำกล่าวขององค์หญิงสิบสามตอบคำถามทุกคนแล้ว นางพูดราวกับว่าที่จวนสกุลหยางมีของล้ำค่าหายากวางเกลื่อนกลาดทั่วจวน อีกทั้งองค์หญิงสิบสามยังสามารถจับหยิบฉวยมาให้ผู้ใดก็ได้จึงนับว่าแม่ทัพหยางรักนางจนยอมปล่อยตามใจเช่นนี้ การโอ้อวดของนางแม้จะดูตื้นเขินและน่ารังเกียจแต่ก็น่าริษยายิ่งนัก"ดูไข่มุกที่ประดับบนปิ่นปักผมของเจ้าสิเม็ดใหญ่และเรียบเนียนกลมกลึงงดงามจริงๆ ข้า
องค์หญิงใหญ่แม้จะตีสีหน้าเรียบเฉยแต่ในใจไม่อาจสงบนิ่งได้ ในขณะที่นางถูกหยางเอ้อหลางปฏิเสธองค์หญิงสิบสามกลับอยู่ที่นี่ด้วยเครื่องแต่งกายงดงามที่นางหมายตาเอาไว้อีกทั้งเครื่องประดับล้วนล้ำค่าหายากพวกนั้นที่ประดับอยู่บนกายของนาง สตรีด้อยค่าผู้นี้ไม่สมควรได้รับสิ่งของดีๆ แม้แต่ชิ้นเดียว"สิบสามเจ้าเป็นคนเช่นไรกันแน่ ที่ผ่านมาพี่หญิงใหญ่ดีกับเจ้ามาตลอด เพียงแต่งให้แม่ทัพผู้หนึ่งก็คิดจะยกตนมาเทียบเคียงพี่หญิงใหญ่แล้วหรือ"องค์หญิงรองเอ่ยขึ้น"ใช่สิบสามเจ้าช่างหน้าไม่อายนัก กำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว" เป็นองค์หญิงสิบที่เอ่ยสำทับ"เอาเถิดพวกเจ้าอย่าว่านางอีกเลย เรื่องเพียงนี้ข้าหาได้ถือสาหากน้องสิบสามจะงดงามขึ้นมาด้วยของราคาแพงข้าเป็นพี่หญิงใหญ่ย่อมต้องยินดี พวกเจ้าอย่าได้ถือสานางผู้เพิ่งเคยได้สวมใส่ของดีมีราคาจึงอวดโอ้ไปบ้าง เรื่องนี้ต้องเห็นใจสิบสาม""พี่หญิงใหญ่ท่านก็ดีเช่นนี้นางถึงได้กำเริบขึ้นมาโดยไม่เห็นผู้ใด"“เป็นความจริงที่พี่หญิงใหญ่กล่าว ข้าสิบสามได้แต่งท่านแม่ทัพหยางผู้เพียบพร้อมจึงมีหน้ามีตาขึ้นมาได้ ว่าแต่พวกท่านเถิดบุรุษในต้าชิงที่เพียบพร้อมอันดับหนึ่งคือสามีข้า ในเมื่อสามีข้าเป็นอ
องค์หญิงสิบสามใช้ค้อนทุบก้ามปูจนเกิดเสียงดัง เพราะความไม่ระวังจึงทำให้เศษก้ามปูกระเด็นไปโดนอาภรณ์ของคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม องค์หญิงสิบสามมองยังองค์หญิงผู้นั้นด้วยสายตาเป็นประกายแต่ไร้ความรู้สึกผิดนางยิ้มเย็นงดงามเพียงมุมปากแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"พี่เก้าข้าทำท่านอาภรณ์เลอะแล้ว"นางกำนัลขององค์หญิงเก้าช่วยปัดเศษปูของจากอาภรณ์ของผู้เป็นนาย องค์หญิงเก้ามองท่าทางขอโทษอย่างเสียไม่ได้อีกทั้งยังดูยโสโอหังขององค์หญิงสิบสามอย่างไม่พอใจ"เจ้าตั้งใจแกล้งข้า""พี่เก้าเหตุใดกล่าวเช่นนั้น ข้าเพียงกินปูแล้วทุบมันเป็นเรื่องปกติเช่นนี้เรียกว่าใส่ร้ายกันชัดๆ "องค์หญิงเก้ากัดฟันข่มความคับแค้นใจเอาไว้ นางไม่อยากเสียมารยาทต่อหน้าพี่หญิงใหญ่ หลายครั้งที่นางเคยได้ยินนางกำนัลในตำหนักแอบต่อว่าผู้อื่นว่าโกหกตาใสครานี้นางประจักษ์ชัดแล้วว่าคำกล่าวนี้เป็นเช่นไร"เจ้ามันโกหก เห็นได้ชัดว่าเจ้าตั้งใจ""โอ๊ะ เช่นนั้นก็แล้วแต่พี่เก้าจะคิด"ได้ฟังคำตอบขององค์หญิงสิบสามที่คล้ายยอมรับกลายๆ องค์หญิงเก้าถึงกับถลึงตาออกมาด้วยความโกรธจัดพร้อมกับชี้นิ้วที่นาง"เจ้าโกรธข้าด้วยเรื่องอันใด จึงได้หาเรื่องเช่นนี้ คงไม่ใช่ค
ฮองเฮาแทบไม่เชื่อหูตนเอง เป็นครั้งแรกที่นางสั่งลงโทษองค์หญิงสิบสามแล้วฝ่าบาทเข้ามายุ่งเกี่ยว“เสด็จพ่อหม่อมฉันหาได้ทำความผิดอันใด เพียงแต่โต้เถียงกันเล็กน้อยฮองเฮาลำเอียงลงโทษเพียงหม่อมคนเดียว”“เอาล่ะ ๆ เจ้าลุกขึ้นเถิด พ่อไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระแล้วแค่เด็กๆ ทะเลาะกันปล่อยไปสักวันเถิด สิบสามเจ้ารีบลุกขึ้น”“ขอบพระทัยเพคะ”ไม่เพียงองค์หญิงที่ตกตะลึงท่าทางของฝ่าบาทที่ดีต่อองค์หญิงสิบสามเป็นอย่างมากก็ทำให้ฮองเฮาและเหล่าองค์หญิงตกตะลึงด้วยเช่นกัน องค์หญิงใหญ่และฮองเฮามองใบหน้ากันเมื่อรับรู้ความเปลี่ยนแปลงที่ฝ่าบาทมีการที่พระองค์ไม่สนใจรับสั่งฮองเอาเช่นเดิม มิใช่หมายความ ฝ่าบาทเริ่มแสดงบทบาทของกษัตริย์ที่ไม่ต้องการผู้ใดมาชี้นำอีกต่อไปแล้วหรือหลังจากวันงานเลี้ยงหลินฮุ่ยหมินก็ได้ข่าวว่าองค์หญิงเก้าถูกลงโทษคุกเข่าหน้าศาลบรรพชนอีกทั้งยังถูกคุมขังสำนึกตนที่ตำหนักเย็น หลักฐานที่หยางเอ้อหลางรวบรวมนั้นถูกส่งถึงมือฝ่าบาทอย่างรวดเร็วหลังจากที่องค์หญิงสิบสามเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อเสด็จพ่อ“ท่านจัดการได้รวดเร็วมาก”“ฝ่าบาทกับข้าทำข้อตกลงกันไว้ ไม่ว่าเรื่องอันใดที่เกี่ยวกับท่าน พระองค์จึงได้ให
ภายในตำหนักเย็นวังหลังองค์หญิงเก้าน้ำตานองหน้ากอดเข่าเพียงลำพังในตำหนักเย็นอันหนาวเหน็บ อยู่ที่นี่นางเพียงแต่ได้กินอิ่มแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่นในเวลากลางคืนอากาศหนาวเย็นเป็นอันมากปากของนางสั่นระริกหูของนางแข็งจนรู้สึกชา มือแดงก่ำมีเพียงเตาอุ่นเล็กๆ ให้กกกอดเพื่อคลายความหนาวนางประมาทองค์หญิงสิบสามเกินไปแล้วที่ผ่านมาเพียงแต่คิดว่าสิบสามนั้นไร้คนหนุนหลังจะรังแกนางอย่างไรก็ย่อมได้ไม่คาดคิดว่าหลังองค์หญิงสิบสามได้แต่งกับหยางเอ้อหลางเหตุการณ์จะพลิกผันได้เพียงนี้องค์หญิงเก้าทอดถอนใจร่างกายสั่นระริกคลุมผ้าห่มผืนหนาและกอดเตาอุ่นไว้แนบกาย คืนนี้นางจะสามารถผ่านความหนาวที่เสียดเข้าถึงกระดูกนี้ไปได้อย่างไรหลายวันต่อมาหยางเอ้อหลางได้รับคำสั่งให้เข้าเฝ้าเป็นการด่วน เขาไม่แปลกใจอันใดที่พบองค์หญิงใหญ่กับฮองเฮาอยู่ที่นี่“หยางเอ้อหลางเรารู้เรื่องหมดแล้ว เจ้าจะแก้ตัวว่าอย่างไร ผ้าผืนนี้อีกทั้งอักษรที่เขียนด้วยเลือดเป็นลายมือของเจ้าใช่หรือไม่”หยางเอ้อหลางมองเศษอาภรณ์สีขาวที่เต็มไปด้วยตัวอักษรเลือดของเขาแล้วยังมีใบหน้าเรียบเฉย หาได้แสดงออกว่าตกใจแต่ประการใด“ฝ่าบาทกระหม่อมเป็นของกระหม่อมจริงพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงใหญ่ถูกนางกำนัลประคองไปนั่งรอที่เก้าอี้ด้านข้าง องค์หญิงใหญ่ยังจดจ้องหยางเอ้อหลางไม่วางตาองครักษ์ฝานเข้ามาถวายความเคารพพร้อมด้วยสตรีผู้หนึ่ง สตรีผู้นั้นคือท่านแม่นมขององค์หญิงสิบสามฝ่าบาทเลิกพระขนงด้วยความประหลาดใจ เรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงตำหนักองค์หญิงสิบสามได้อย่างไร อีกทั้งบัดนี้ในมือขององครักษ์ฝานยังมีหีบใส่อาภรณ์ใบเล็ก องค์หญิงใหญ่มองหีบนั้นด้วยความตื่นกลัวจนเหงื่อเปียกชื้นเกาะเป็นเม็ดขึ้นบนแผ่นหลัง ด้านในหีบนั้นมีสิ่งใดกัน"ฝ่าบาทก่อนอื่นกระหม่อมขออนุญาตทูลขอผ้าผืนนั้นได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"ฝ่าบาทมองผ้าในมือแล้วพยักหน้า พร้อมส่งให้กงกงยื่นต่อให้แม่ทัพหยาง"แม่ทัพหยางจะพิสูจน์สิ่งใดคงไม่หลีกเลี่ยงว่านี่ไม่ใช่ลายมือของตนเองหรอกนะ""หาไม่พ่ะย่ะค่ะ ทั้งหมดเป็นหยางเอ้อหลางที่เขียนด้วยตนเองเป็นเพราะเรื่องที่เกิดกะทันหันไม่อาจหากระดาษได้ เห็นกระโปรงของสตรีผู้นั้นเป็นสีขาวจึงบังอาจล่วงเกินใช้กระบี่ตัดออกมาเพื่อใช้อาภรณ์แทนกระดาษเขียนคำมั่น เพียงแต่ตอนนั้นเหตุการณ์ช่างรางเลือนนักจึงจำหน้าสตรีที่ช่วยเหลือไม่ได้ หยางเอ้อหลางจึงได้รู้สึกละอายใจแก่ผู้มีพระคุณมาเนิ่นนานที่ไม่รีบตอบแทน
ฝ่าบาทถึงกับนั่งไม่ติด พระพักตร์ร้อนผ่าวคิดว่าแม่นมผู้นี้ไม่โกหกเป็นแน่ แต่เขาต้องการความกระจ่างมากกว่านี้"ทูลฝ่าบาท พระองค์ทรงทราบดีว่าเหวินเฟยมีความสามารถด้านการตัดเย็บอาภรณ์เป็นอย่างยิ่งใช่หรือไม่เพคะ”“ใช่ เรื่องนี้เรารู้ดีตอนที่เหวินเฟยยังมีชีวิตนางมักตัดเย็บอาภรณ์ด้วยมือตนเองให้เราเสมอ”“ใช่แล้วเพคะ อาภรณ์ที่องค์หญิงใส่ในวันนั้นเป็นผ้าไหมที่เหวินเฟยถักทอขึ้นมาด้วยตนเองเพคะ หม่อมฉันในครานั้นเป็นผู้ช่วยเหวินเฟยทอผ้าผืนนี้อีกทั้งเมื่อทอสำเร็จได้ทำการย้อมสีอีกทั้งตัดเย็บเป็นอาภรณ์เพื่อมอบให้แก่องค์หญิงสิบสาม ในวันนั้นหม่อมฉันคิดว่าเพราะองค์หญิงสิบสามต้องตามเสด็จฮองเฮาไปวัดกวนอิมจึงอยากให้องค์หญิงที่กำลังไปทำบุญได้ระลึกถึงพระมารดาจึงให้นางสวมชุดนี้ ครั้นกลับมาพบว่าบางส่วนของกระโปรงนั้นได้หายไปแล้ว อีกทั้งองค์หญิงสิบสามยังมีท่าทางหวาดกลัวนัก เพราะเป็นอาภรณ์ที่ตั้งใจทำหม่อมฉันไม่กล้าจะละเลยจึงได้เก็บใส่หีบไว้เป็นอย่างดีอีกทั้งต้องเก็บให้ไกลหูไกลตาองค์หญิงสิบสามด้วยกลัวว่าหากองค์หญิงเห็นอาภรณ์ชุดนี้แล้วจะนึกถึงเหตุการณ์ที่น่าหวาดกลัวอีกเพคะ"“เป็นของสิบสามจริง ๆหรือ”ฝ่าบาทตกตะลึงคาดไม
องค์หญิงใหญ่น้ำตานองหน้า อีกทั้งยังก้มหน้าอย่างหวาดกลัว ฮองเฮาไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้แต่ในตอนนี้นางต้องหาทางช่วยผู้เป็นบุตรสาวให้ได้แต่เหตุการณ์ที่ไม่สมควรเกิดได้เกิดขึ้นแล้วคงได้แต่ขอร้องฝ่าบาทว่าอย่าได้เอาผิดบุตรสาว ฮองเฮาจึงได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้อีกทั้งยังคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์"ฝ่าบาทฉีเออร์คงเลอะเลือน อาจมีเรื่องในอดีตที่นางมีความทรงจำที่สับสน เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันเถิดเพคะหม่อมฉันจะสอบถามฉีเออร์เองเพคะ""ฮองเฮาเจ้าทำขายหน้าท่านแม่ทัพแล้ว"ฝ่าบาทมองแม่ทัพหยางอย่างเกรงใจ ครั้นเห็นใบหน้าราบเรียบของแม่ทัพหยางพลันสะดุ้งอยู่ไม่น้อยราชบุตรเขยผู้นี้ช่างรอบคอบและเก่งกาจยิ่ง สามารถหาหลักฐานมาขัดแย้งได้อย่างว่องไว เห็นท่าทางจิกเล็บของบุตรสาวก็รู้แล้วว่าบุตรสาวกำลังโกหก ใบหน้าของฮองเฮาจึงพลอยซีดเซียวตามไปด้วย เพราะบุรุษผู้หนึ่งถึงกับทำให้องค์หญิงหลินฉียอมทิ้งศักดิ์ศรีของตนได้เชียวหรือ ฮองเฮารู้สึกผิดหวังในตัวบุตรสาวผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง“ไม่ใช่เพคะเสด็จพ่อ ไม่ใช่ลูกเพคะ ลูกไม่ได้กล่าวเท็จ ลูกไม่ได้กล่าวเท็จ”กล่าวจบองค์หญิงใหญ่พลันลุกขึ้นวิ่งออกจากตำหนักไป นางกำนัลอีกทั้งฮองเฮาต่างร
ร่างขององค์หญิงสิบสามอ่อนระทวย ในขณะที่เขาปรนเปรอนวดเฟ้นอกอวบเร่งจังหวะร้อนผ่าว เขาใช้เข่าดันแยกขาของนางออก กดแท่งใหญ่ยาวเข้าไปภายในที่นุ่มชุ่มฉ่ำจนมิดด้ามนางบีดรัดเขา ตอดเขาจนเขาเจียนคลั่ง หยางเอ้อหลางขยับกายดุนดันตนเองเข้าไปจนถึงส่วนที่ลึกที่สุดนางกำลังโอบล้อมเขาบีบบังคับเอาเสียงครางราวสัตว์ป่าบาดเจ็บออกมาจากริมฝีปากของเขา หยางเอ้อหลางครางทั้งที่ยังดูดกลืนปลายถันของนางเอาไว้ เขาเร่งจังหวะควบนางประดุจควบอาชา เข้าออกลึกล้ำแม้อากาศจะหนาวแต่สองร่างกลับเต็มไปด้วยเหงื่อชื้น เขาช้อนสะโพกผายขึ้นกระแทกนางจนร่างอรชรสั่นสะท้าน องค์หญิงสิบสามรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกเขานำลงกระทะใบใหญ่แล้วเคี่ยวให้ละลายครั้งแล้วครั้งเล่าเขาทำอย่างที่พูดดูดกินร่างกายของนางทุกสัดส่วนไม่เหลือเว้นแม้แต่ส่วนเดียว หากนางไม่มีกระพรวนผู้พิทักษ์เกรงว่าทั้งร่างของนางคงเต็มไปด้วยร่องรอยรักที่เขาฝากไว้แล้วจังหวะดูดเม้มของเขาพร้อมกับสองมือที่บีบเคล้นปทุมถันนั้นทำให้นางเสียวสะท้าน ยามที่เขาขบกัดฟันลงมาที่ผิวขาวผ่องทำให้นางขนลุกชันองค์หญิงสิบสามกรีดร้องออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้อายเขาถาโถมร่างลงมา กดสะโพกของนา
ความรู้สึกเสียวแปลบเมื่อมือของเขาและมือของนางสัมผัสที่เต้าอวบ ทำให้องค์หญิงสิบสามครางต่ำ หยางเอ้อหลางดันขาของนางให้กว้างขึ้น สอนนางให้ขยี้ขยำเต้าอวบของตนเองก่อนจะปล่อยมือแล้วแยกขาของนางออกให้สุดเขาลงลิ้นชิมรสภรรยาอย่างหื่นกระหาย ปลายลิ้นแหลมดุนดันในขณะที่ขบกัดและละเลงลิ้นดูดกลืนนางเอาไว้ในปาก องค์หญิงสิบสามสะดุ้งครั้งแล้วครั้งเล่า ดันกายขยับสะโพกเข้าหาเขามือที่ถูกเขาสอนให้ล่วงเกินตัวเองยังคงทำหน้าที่กระตุ้นความรู้สึกร้อนรุ่มของตนเอง เพลิงสวาทที่เขาสร้างให้เกิดขึ้นกับนางอย่างรวดเร็วกำลังเผาไหม้องค์หญิงสิบสามเกือบจนสิ้นสติ นางกรีดร้องในลำคอทุกครั้งที่เขาแยงลิ้นเข้าหา เขารัวลิ้นฟาดฟันเบื้องล่างองค์หญิงสิบสามอย่างไม่ปรานี นางกดศีรษะของเขาลงให้เขากินมากกว่านี้ดื่มด่ำกับนางมากกว่านี้ สุดท้ายเป็นนางที่ดึงเอี๊ยมของตนเองทิ้ง ยันกายมองศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมยาวนุ่มหนาของสามี นางดึงปิ่นปักผมของเขาออก ก่อนจะดึงกวานเงินที่ครอบเส้นผมออกแล้วโยนทิ้งอย่างไม่ปรานี นางเปลือยเปล่าเช่นนี้เหตุใดสามียังมีอาภรณ์ติดกายเห็นแล้วขัดเคืองยิ่งแต่นางยังไม่ทันได้คิดสิ่งใด ลิ้นของเขาก็ฟาดฟันลงมาจนนางบิดกายเร่า เ
เสียงปิดประตูด้านนอกเรือนดังขึ้น หยางเอ้อหลางรินน้ำชาให้องค์หญิงสิบสามนางยกขึ้นมาจิบ เห็นว่ารสชาติมีความหวานยิ่งอีกทั้งหอมกรุ่นอยู่ในปากนางชื่นชอบยกดื่มจนหมดจอก แล้วนางก็คิดขึ้นได้ว่าได้ดื่มชานี้เมื่อครั้นฝ่าบาทพระราชทานให้เมื่อนานมาแล้ว“ชานี้เป็นชาเลื่องชื่อที่หากินได้เพียงปีละครั้ง ข้าเคยชิมมาแล้วคิดไม่ถึงว่าที่นี่จะมีชาประเภทนี้อยู่ด้วย”“เป็นสินค้าของโรงชาของเรา”“โอ้ท่านพี่แม้แต่ชาหายากในแผ่นดินก็เป็นสินค้าของท่านหรือ”องค์หญิงสิบสามหัวเราะอย่างชอบใจ นางเป็นภรรยาเศรษฐีของจริงแล้ว ไม่อดตายแล้ว“แคว้นอิ๋นของท่านยายเชี่ยวชาญเรื่องดอกไม้ ใบชาดังนั้นสินค้าหลายอย่างก็มาจากการคิดค้นของท่านยาย”เขารินชาให้นางอีกจอก ก่อนที่จะเดินไปเทน้ำอุ่นลงในอ่างใบเล็กหยางเอ้อหลางถือชามมาถอดรองเท้าหุ้มแข้งสีขาวของภรรยาออกพร้อมกับถุงเท้าเขาจับเท้านางแช่ในน้ำอุ่นพร้อมกับนวดให้เบา ๆ นางรู้สึกผ่อนคลายยิ่ง คนที่อุ้มนางเดินคือเขาแต่เขากำลังทำราวกับว่านางได้ใช้เท้านี้อย่างหนักมากระนั้นแต่เมื่อเห็นว่าใบหน้าเขาดูอิ่มเอมนักองค์หญิงสิบสามจึงปล่อยให้สามีดูแลอย่างมีความสุข อีกทั้งความหอมของกลิ่นดอกไม้ที่ผสมในน้ำอ
หนุ่มน้อยหลายคนถึงกับอายม้วนเมื่อสบสายตากับองค์หญิงสิบสาม นางกลายเป็นที่นิยมในเวลาเพียงชั่วลมหายใจหยางเอ้อหลางกระแอมอีกครั้งแล้วเอ่ยเสียงต่ำ“ข้าเพียงพาองค์หญิงมาเดินเล่น พวกเจ้าไม่ต้องมากพิธีสิ่งใดที่ควรทำก็ไปทำเสีย”“เจ้าค่ะ” บุรุษหนุ่มหลายคนแยกย้ายออกไปแล้วเหลือเพียงสตรีที่คอยดูแลนำพวกเขาไปที่เรือนพัก องค์หญิงสิบสามจึงสามารถโผล่ศีรษะมาจากอ้อมแขนของเขาได้ หยางเอ้อหลางสนทนากับหญิงชราอีกหลายคำก่อนนางจะประสานมือคารวะแล้วเลี่ยงไปดูแลจัดน้ำร้อนน้ำชาให้กับพวกเขา“ท่านพี่บอกพาข้ามาเดินเล่นแต่ท่านอุ้มข้าอยู่เช่นนี้ข้าจะเดินได้อย่างไร”“พื้นดินลื่นนัก ข้าเกรงท่านจะเสียหลักล้มข้าอุ้มเจ้าเช่นนี้ดีแล้ว”องค์หญิงสิบสามบิดคางของเขาแล้วเอ่ยว่า“ท่านพี่ข้าเป็นวรยุทธ์จะเสียหลักได้อย่างไร”นางหัวเราะแต่สองมือกลับโอบรอบคอของเขาแน่น เห็นได้ชัดว่าแม้เขาจะปล่อยนางลงนางก็จะเกาะเขาเป็นปลิงอยู่เช่นนี้ ใบหน้าขาวใสงดงามท่ามกลางหิมะขาวของท่านพี่หล่อเหลานัก หล่อเหลาจนอดที่จะยกมือลูบไล้อย่างไม่อายสายตาคนรอบข้างได้ จวบจนนางอดทนไม่ไหวโน้มคอของสามีลงมาจุมพิตเบาๆที่ริมฝีปากแดงระเรื่อของเขา “ชื่นใจจัง” นางเอ่ยอย
รูปร่างของเขาที่ว่าขณะสวมอาภรณ์นั้นงดงามมากสมบูรณ์แบบมากแล้วแต่ผู้ใดจะรู้ว่ารูปร่างที่แท้จริงภายใต้อาภรณ์นั้นกลับสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าภาพวาดบุรุษหนุ่มที่งดงามในหนังสือเสียอีกมัดกล้ามแข็งเป็นลอนไหล่กว้างน่าซบช่างเป็นบุรุษที่มีรูปโฉมที่แม้แต่เทพบนสวรรค์ยังต้องริษยาหยางเอ้อหลางมองใบหน้างามล้ำของภรรยาที่แดงระเรื่อนิ้วมือเรียวขาวผ่องที่ลูบไล้บนอกของตนแม้จะมีอาภรณ์หนากั้นกลางกลับส่งผ่านความเร่าร้อนเข้าไปด้านในจนเขากำลังรู้สึกว่าผิวกายบริเวณนั้นกำลังโดนลวก เขาต้องการนางจนไม่อาจรอช้าจึงพานางกระโดดเหาะขึ้นกลางอากาศด้วยเร่งร้อน นางยิ้มบางใบหน้ายังคงแดงระเรื่อดุจสีของกลีบกุหลาบยิ่งมองตัดกับภาพหิมะที่ขาวโพลนอยู่รอบกายช่างดูงามล้ำจนเขาแทบลืมหายใจองค์หญิงสิบสามแท้จริงแล้วนางงดงามยิ่งกว่าหญิงงามล่มเมืองที่เขาได้เชยชมมา มีหญิงงามในอ้อมกอดอีกทั้งเป็นหญิงที่เขาทั้งรักทั้งทะนุถนอมเช่นนี้ความต้องการในตัวนางของเขาจึงมีมากจนแทบคิดว่าตนเองตะกละตะกลามอย่างน่าละอายช่วงล่างของเขาบัดนี้แข็งแกร่งจนดันอาภรณ์ออกมาโชคดียังมีเสื้อคลุมตัวใหญ่คลุมร่างไว้ไม้ให้มันออกมาอวดความใหญ่โตด้านหน้าให้อับอายไปมากกว่านี้สุดปล
"มิน่าเล่าท่านถึงร่ำรวยนัก เป็นเพราะสกุลหยางวางแผนอย่างดีเยี่ยม ข้านับถือยิ่งบรรพบุรุษสกุลหยางนอกจากชำนาญการรบยังสายตากว้างไกลอีกด้วย""ความสุขที่สกุลหยางมีในวันนี้กระนั้นก็ยังแลกกับชีวิตบุรุษสกุลหยางเกือบทั้งสกุล เมื่อเหลือข้าเพียงคนเดียวจึงเป็นความหวังของทุกคนนัก""ท่านไม่ต้องห่วงข้าจะตั้งใจมีทายาทสืบสกุลให้สกุลหยางมากหน่อยเพื่อทำความหวังของสกุลให้เป็นจริง"นางจับมือเขาแน่น หวังเพียงว่าตนเองอาจช่วยคลายความเศร้าโศกในใจของเขาให้มลายไปได้สักเล็กน้อย"ไม่เป็นไรท่านอย่ากดดันตนเองให้มาก แม้ไม่มีก็ไม่เป็นไร"ดวงตาของหยางเอ้อหลางอ่อนแสง องค์หญิงสิบสามไม่ทันสังเกตว่าใบหน้าเขาหม่นหมองลงเล็กน้อยก่อนจะปรับเป็นปกติโดยพลัน"ความจริงแต่งให้ท่านมาก็นานแล้วข้าอย่างไรเสียก็รู้สึกผิดอยู่บ้างที่ยังไม่ท้องเสียที""ท่านมีหินจันทราในร่างกายหากตั้งครรภ์ข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอันตรายใดหรือไม่ เราป้องกันไว้ดีกว่าจะได้ไม่เสียใจภายหลัง""ท่านพี่"องค์หญิงสิบสามน้ำตาคลอแล้วยิ่งเขาดีเช่นนี้นางยิ่งรู้สึกผิด ความจริงที่ว่านางแอบดื่มยาหยุดครรภ์เขาอาจจะรู้แต่นางไม่อาจเสี่ยงให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นได้ หากนางตั้งครรภ์แล
เถ้าแก่เหลาน้ำชาออกมาต้อนรับประดุจพวกเขาเป็นลูกค้าปกติทั่วไป ยามเช้าผู้คนในเหลาน้ำชาแน่นขนัดด้วยเป็นเหลาขึ้นชื่ออันดับหนึ่งในต้าชิงข้างในจึงคึกคักยิ่ง เห็นได้ชัดว่ากิจการดีและทำเงินได้มากเพียงใด ความจริงองค์หญิงสิบสามก็เคยมาที่นี่บ่อยครั้งเมื่อครั้นฉางอ๋องยังประจำการที่เมืองหลวงเถ้าแก่ร้านน้ำชาจึงรู้จักนางเป็นอย่างดี แต่คิดไม่ถึงว่าบุรุษเช่นหยางเอ้อหลางที่อาศัยอยู่ชายแดนมายาวนานจะดูสนิทสนมกับเถ้าแก่ได้เพียงนี้หยางเอ้อหลางจูงมือภรรยาตามเถ้าแก่เข้ามาในห้องรับรองห้องหนึ่งแยกจากห้องโถงรวมเพียงเข้ามาในห้องนี้เสียงด้านนอกที่ดังจอแจโหวกเหวกพลันเงียบสนิทองค์หญิงสิบสามมองไปรอบๆภายในห้องอบอุ่นและตกแต่งอย่างงดงามอีกทั้งยังสะอาดเรียบร้อย"ท่านพี่ที่นี่เหมือนห้องพักในโรงเตี๊ยมมากกว่าเป็นเหลาน้ำชา" นางเอ่ยเบาๆ เมื่อเถ้าแก่ส่งพวกเขาแล้วหยางเอ้อหลางก็ไม่ได้สั่งสิ่งใดเพียงแต่พยักหน้าคนผู้นั้นก็ออกจากห้องทันที "ข้ามีบางสิ่งต้องการให้ท่านเห็น"เขาเอ่ยพลางเดินไปที่เตียงนอนองค์หญิงสิบสามเดินตามสามีมาพบว่าด้านข้างเตียงถูกประดับด้วยเครื่องปั้นสลักลายผลทับทิมงดงามนักหยางเอ้อหลางใช้สองมือหมุนเครื่องปั้
นางลูบแขนที่ขาวผ่องของเขาเบาๆ ราวกับเป็นหยกล้ำค่า ที่สำคัญหากขายของคนต้องเห็นใบหน้าหล่อๆ ของเขาอีกมาก หากมีสตรีใจกล้าหน้าด้านมาทำให้นางปวดหัวคงลำบากน่าดู ครั้นคิดถึงว่าต้องแบ่งเขาให้ผู้อื่นเชยชมแล้วก็รู้สึกขัดใจยิ่ง ค้าขายเช่นนี้แม้ได้กำไรในตัวเงินแต่นางย่อมขาดทุนในเรื่องสามีดังนั้นเลิกคิดตอนนี้จะดีกว่าหยางเอ้อหลางยิ้มแล้วเอ่ยว่า"หมินเออร์อยากให้ข้าทำอาชีพใดเล่า" หยางเอ้อหลางเอ่ยอย่างเอาใจภรรยา"ไม่ต้องทำอันใด"นางขมวดคิ้วทำท่าครุ่นคิดก่อนจะยิ้มออกมาพร้อมกับดีดนิ้วเสียงดัง"หืม ไม่ต้องแล้วหรือ" เขามองท่าทางน่ารักของนางพร้อมกับยีศีรษะนางเบาๆ"ท่านพี่ ข้าว่าเราหาที่เหมาะ ๆ แล้วเอาเงินไปฝังดินหลีกเลี่ยงทางการดีหรือไม่ป้องกันไว้ก่อนย่อมเป็นการดี หากฝังดินแล้วเราก็สามารถเอาสมบัติมาใช้ในภายหลังได้"องค์หญิงสิบสามหัวเราะอย่างมีความสุข สมบัติของเขามีมากต้องเริ่มหาที่ทางที่ปลอดภัยเพื่อจัดการแล้วหยางเอ้อหลางหัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก นางคิดว่าเขาสิ้นไร้ไม้ตอกและฝ่าบาทจะทรงพระทัยดำกับสกุลหยางเพียงนี้หรือ ในที่สุดเขาจึงเอ่ยขึ้นว่า"หมินเออร์ท่านแต่งให้ข้า ข้าสัญญาจะปกป้องเจ้าไม่มีทางให้ลำบ
อาชิงคิดว่าตนเองคงชี้แนะได้เพียงเท่านี้ นางกินให้เขาดูเป็นตัวอย่างพร้อมกับเป็นฝ่ายป้อนหมั่นโถวให้กับองครักษ์ฝาน เขาผู้นั้นไม่ขัดข้องอ้าปากกินอย่างว่าง่ายแต่ว่าอาชิงมองว่าเขาช่างดูไร้วิญญาณชะมัดปากอวบอิ่มของอาชิงที่อ้าปากกินหมั่นโถวนั่นยั่วยวนเกินไปแล้ว นิ้วมือเล็กๆ ที่เขาบังเอิญได้สัมผัสเมื่อยามนางป้อนเขาอ่อนนุ่มจนเขาไม่อยากปล่อยยิ่งนางงดงามยิ่งนางใสซื่อองครักษ์ฝานยิ่งเจ็บปวด เขาชอบทุกสิ่งที่เป็นนางแล้วจะให้เขาปล่อยวางได้อย่างไรคนผู้นั้นมีใบหน้าเป็นอย่างไร องอาจเพียงใดจึงทำให้อาชิงต้องตาต้องใจได้เพียงนั้น จู่ๆ องครักษ์ฝานก็อยากเห็นหน้าคนผู้นั้นนัก"ท่านอย่าบอกว่าวันนี้ยอมตื่นเช้าเพียงเพื่อมาต่อแถวซื้อหมั่นโถวนี่หรอกนะ"หยางเอ้อเอ่ยถามพลางยื่นมือไปรับถุงหมั่นโถวจากภรรยาพร้อมกับล้วงเจ้าก้อนกลมสีขาวนุ่มนิ่มออกมา ก่อนจะเป่าหมั่นโถวเบาๆ ไล่ความร้อนออกไปจนอุ่นดีแล้วจึงป้อนให้องค์หญิงสิบสาม นางอ้าปากรับพร้อมกินอย่างมีความสุข เมื่อชิมรสชาติของหมั่นโถวที่สามีทั้งเป่าทั้งป้อนให้จนหมดไปทั้งลูกแล้วจึงเอ่ยว่า"ไม่ใช่เท่านี้เพียงแต่ว่าข้าเห็นว่าหากท่านออกจากราชการแล้วเราควรค้าขายดีหรือไม่ ข้าว