หลิงเชียนอี้สองมือไพล่หลังเดินเข้ามากล่าว“ท่านน้า ท่านน้าสะใภ้ หรือไม่ลูกก็ชื่อเฟิงเจิ้งชุยเสวีย[1]แล้วกัน เป็นฤดูหนาวที่หิมะตกหนักพอดี ใช้ชื่อนี้ แค่ฟังก็รู้สึกว่ามีเรื่องราว”เขาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ท่าทางดูมีความรู้มากสีหน้าฉู่เชียนหลีไร้อารมณ์ : ข้าเชื่อเจ้าก็บ้าทำไมไม่ชื่อซีเหมินชุยเสวีย[2]? โปหลัวชุยเสวีย[3]เลยล่ะ?เฟิงเย่เสวียนก็ค่อนข้างรังเกียจชื่อนี้เช่นกัน มือข้างหนึ่งโอบเอวฉู่เชียนหลีอย่างเกียจคร้าน ยกเปลือกตาขึ้น“หลิงชุยเสวียก็ไม่เลว”“มีผู้หญิงที่ชอบหรือยัง? เจ้าก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว คลอดเองเลยไป”อย่านำความวิบัติใส่ลูกของเขาหลิงเชียนอี้หน้าแดงเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงผู้หญิงที่ชอบ เขาก็นึกถึง…ก้มหน้าลงอย่างเขินอาย พึมพำเสียงเบา “ชอบไม่ชอบอะไร อายุข้ายังน้อย ยังเป็นเด็ก ถ้าหากข้าแต่งงาน ท่านน้าสามารถใส่ซองให้ข้าหนึ่งแสนตำลึง มันก็ใช่ว่าจะไม่ได้…”เฟิงเย่เสวียน “ไสหัวไป”ฉู่เชียนหลี “ไสหัวไป”อยากหลอกล่ออวิ๋นอิงก็ช่างเถอะ ยังจะตั้งข้อเสนอไว้เสียสูง ขอค่าใส่ซองหนึ่งแสนตำลึง? นางว่าเขากำลังฝันกลางวัน“แหะๆ! เช่นนั้นก็ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ไหนให้ข้าลองดูน้องของข้าหน่
บอกตามตรง อายุของนางชาติที่แล้วกับชาตินี้รวมกัน สามารถเป็นแม่ของเขาแล้ว แต่นางไม่ได้พูดออกมา“ท่านอ๋อง พระชายา ถงเฟยมาขอรับ!”พ่อบ้านวิ่งเข้ามาพร้อมกับรายงานอย่างรวดเร็ว เพิ่งพูดจบ เสียงของถงเฟยก็ดังมาแต่ไกลจากข้างนอก“ลูกแม่! ลูกแม่!”ยกชายกระโปรงขึ้น วิ่งมาไวมาก มวยผมส่ายไปส่ายมา ทั้งร้อนใจทั้งดีใจ ไม่มีมาดของพระสนมแม้แต่น้อยนางกำนัลที่ติดตามมาด้วยชินแล้ว ถ้าหากพระสนมเข้าร่วมการแย่งชิงของวังหลังอย่างจริงจัง ก็ไม่มีทางนั่งตำแหน่งนางสนมยี่สิบกว่าปีถงเฟยปลื้มปีติจนน้ำตาไหล “ลูกแม่ เจ้าจะมีลูกชายแล้วจริงๆ หรือ!”“เสด็จแม่ระวังหน่อยเจ้าค่ะ!” ฉู่เชียนหลีลุกขึ้นเดินไปข้างหน้า “หิมะยังตก เกาะเป็นน้ำแข็ง ระวังลื่นล้มเจ้าค่ะ”“คนที่ควรระวังคือเจ้าต่างหากเสียวฉู่!” ถงเฟยพลิกมือจับมือฉู่เชียนหลีไว้ ตื่นเต้นจนดวงตาแดงก่ำ เบ้าตาเปียกชุ่มตอนที่รู้ข่าวพระชายาอ๋องเฉินมีครรภ์ นางมีดีใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อก่อนอ๋องเฉินชนะสงคราม สร้างผลงานใหญ่ แต่งตั้งยศ นางก็ไม่เคยดีใจเช่นนี้มาก่อน“ข้ากำลังจะมีหลานชายแล้ว มีลูกดี ดี!” นางจับมือทั้งสองข้างของฉู่เชียนหลี ปากก็พึมพำไม่หยุด “มีลูกดี
“พู่!”ฉู่เชียนหลีหลุดหัวเราะ โชคดีที่ไม่ได้อมน้ำในปาก ไม่เช่นนั้นคงพ่นใส่หน้าถงเฟยเฟิงเย่เสวียน “...”เสด็จแม่ ท่านสุภาพหรือ?“แล้วก็กินของเปรี้ยวเยอะๆ เปรี้ยวผู้ชาย เผ็ดผู้หญิง” ถงเฟยกล่าวต่อ “เดินเยอะๆ ออกกำลังกายบ้าง เด็กผู้ชายชอบขยับ เด็กผู้หญิงชอบอยู่เงียบๆ”“ใช่แล้ว แล้วก็เจ้าต้องสวมถุงเท้าผ้าฝ้ายก่อน ค่อยสวมรองเท้าผ้าฝ้าย ไม่สวมรองเท้าผ้าฝ้ายก็ไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายตัวอ้วน”“ใช่แล้ว ข่าวที่เจ้าท้องได้แพร่กระจายออกไปแล้ว อาจมีคนไม่รู้เท่าไรจ้องลูกในท้องของเจ้าอยู่ อย่าออกจากบ้านคนเดียว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องระวังไว้ก่อน”“ใช่แล้ว แล้วก็…”มีลูกแล้ว ถงเฟยทั้งดีใจ ทั้งกังวลเกิดในราชวงศ์ เจ้าโกหกข้าหลอกลวง มีเด็กมากเท่าไรที่ตายตอนเป็นทารกและในท้องแม่ก่อนจะได้เกิด มีเยอะจนกลายเป็นเรื่องปกตินางกำชับสิ่งที่นางคิดได้ ยี่สิบกว่าประโยคในรวดเดียว ความรักนั้นเหนือคำบรรยายฉู่เชียนหลีอุ่นใจ ฟังอย่างอดทน จดจำไว้ทั้งหมดทีละอย่าง“เสด็จแม่ ท่านวางใจได้ มีลูกอยู่ รับรองว่าไม่เกิดปัญหาอะไรแน่นอน” เฟิงเย่เสวียนรับประกันด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมถงเฟยเงยหน้าขึ้น เขม่นเขาแวบหนึ่ง“ก็เพ
ทันใดนั้น สายตาที่เย็นชาของจิ่งอี้กวาดมองไปทางจางเฟย “มีอะไรวางไม่ลง”น้ำเสียงก็เย็นชาเช่นกัน “วาสนาที่เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาด ข้าแค่ยังไม่ได้ปรับสภาพจิตใจของตัวเองก็เท่านั้น แม้ข้าชอบนางไม่ได้ แต่คนที่ควรปกป้อง ก็ยังคงจะปกป้องตลอดไป” ในฐานะของผู้ใต้บัญชาเพื่อนพ้องน้องพี่เขายกเท้าเดินไปทางจวนอ๋องเฉิน ริมฝีปากบางเผยอขึ้น น้ำเสียงเยือกเย็นดั่งหิมะ“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามพูดถึงเรื่องที่เจ้าสำนักคนเก่าเป็นพ่อข้า และเรื่องกำหนดลูกสะใภ้ภายในอีก ถ้าหากคุณหนูรู้แม้แต่คำเดียว ข้าเอาชีวิตสุนัขเจ้า!”พลันคอจางเฟยหด หนาวจนตัวสั่น สองมือถูแขน รีบเพิ่มความอบอุ่นพูดก็พูดสิ จะดุอะไรนักหนา?เจ้าเด็กน้อยคนนี้ พอโตแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะหันมาดุเขาที่เป็นผู้อาวุโสเขาพึมพำเสียงเบาอย่างน้อยใจ “อะไรกัน ว่าก็ว่าไม่ได้แล้วจริงๆ? ข้าเลี้ยงเจ้าโตมากับมือนะ นึกถึงตอนนั้น แม่ที่ไร้ความรับผิดชอบเพิ่งคลอดเจ้า ก็ทิ้งเจ้าแล้ว หากไม่ใช่เพราะข้าเก็บเจ้ากลับมา…”สายตาที่เยือกเย็นเหมือนธนูของจิ่งอี้ยิงมาฉับพลันร่างจางเฟยสั่นสะท้าน รีบหุบปาก ถอยหลังสามก้าวทันทีนี่คือขีดจำกัดและพื้นที่ต้องห้ามของจิ่งอี้
อวิ๋นอิงชักมือกลับฉับพลัน ถอยหลังสามก้าวราวกับเห็นผี ดวงตาทั้งสองข้างแทบถลนออกมานางชอบเขา?บ้าบออะไร?เหมือนว่านางไม่ได้ทำอะไร และไม่ได้พูดอะไรเลยนะ เหตุใดพอคำพูดนี้ออกจากปากของเขา ความหมายก็เปลี่ยนไปแล้ว?มือหลิงเชียนอี้จิกแขนเสื้อ “อวิ๋นอิง…”แก้มของเขาแดงเล็กน้อย แสดงสีหน้าที่ ‘ข้าเข้าใจ’ ออกมา“เจ้าเป็นเด็กผู้หญิง เขินอายเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าเจ้าวางใจได้ พวกเราอยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย พวกเราบริสุทธิ์ใจ ไม่มีใครหัวเราะเจ้าหรอก”“?”บ้าไปแล้ว!ท่านโหวน้อยบ้าไปแล้วแน่ๆ!อวิ๋นอิงรู้สึกว่าหลิงเชียนอี้ถูกพิษ ยิ่งกว่านั้นพิษแทรกซึมเข้าอวัยวะภายในแล้ว อาการหนักมาก นางส่ายศีรษะ หมุนกายก็หนีไปแล้ว“อวิ๋นอิง!”หลิงเชียนอี้รีบสับขาไล่ตาม “อวิ๋นอิงเจ้าไม่ต้องอายจริงๆ ข้าไม่ใช่คนนอก!”อวิ๋นอิงที่อยู่ข้างหน้าเท้าสะดุด เกือบล้มหน้าทิ่มกะทันหันกัดฟัน ลุกขึ้นยืน“ท่านโหวน้อย ท่านโปรดอย่าเอาข้ามาล้อเล่นไร้สาระเช่นนี้ ข้าไม่ใช่ของเล่นของท่าน ข้าไม่สนใจเลยสักนิด!”กล่าวจบ ก้าวเท้าเดินจากไปหลิงเชียนอี้รีบไล่ตาม “ข้าไม่ได้ล้อเล่น! ข้าจริงจังนะ!”“อวิ๋นอิง เจ้าชอบข้าไม่ใช่เรื่อ
“จิ่งอี้ เจ้าเด็กเวร รอข้าด้วย…”ฝีเท้าของจิ่งอี้ไม่ได้เร็ว แต่เป็นเพราะเขาสูงเกือบหนึ่งเมตรเก้า ขายาว เท้าที่ก้าวออกไปจึงยาว แรงข่มขวัญที่ปลดปล่อยออกมาก็รุนแรงมากเช่นกันเขาเดินอยู่ข้างหน้า ทุกสิ่งที่เข้าตาล้วนเป็นภาพหิมะ หิมะที่ขาวบริสุทธิ์สะท้อนเข้าตา กลายเป็นการปลดปล่อยเห็นนางมีความสุข ก็เพียงพอแล้วขอแค่นางมีชีวิตที่ดี ไม่มีโรคไม่มีภัย คนทั้งครอบครัว นั่งล้อมตะเกียง เขาก็ไม่จำเป็นต้องนึกถึงกฎที่พ่อที่ล่วงลับไปแล้วตั้งไว้อีกต่อไปกฎเป็นของตาย มนุษย์เป็นของเป็นเขาก้าวเท้ายาวเดินจากไป เมื่อเดินผ่านตรงหัวมุมของโถงทางเดิน ก็เจอกับคนที่กำลังเดินมา“คุณ…คุณชายจิ่ง?!”เยว่เอ๋อร์เบิกตากว้าง ประหลาดใจมากเมื่อเห็นผู้มา หลังจากนั้นหนึ่งวินาที ก็กลายเป็นความปลื้มปีติที่เปี่ยมล้นดูลักษณะท่าทางนี้ของคุณชายจิ่ง น่าจะเพิ่งออกมาจากเรือนหานเฟิง นางไปชงชาให้พระชายาที่ห้องครัว หากไม่ใช่เพราะเจอระหว่างทางกลับมา ก็คงไม่รู้เรื่องที่คุณชายจิ่งเคยมาเมื่อประมาณเวลา นางรีบกล่าว“คุณชายจิ่ง ท่านน่าจะเพิ่งมาไม่นานกระมัง? เหตุใดจึงไม่นั่งอีกสักครู่? พระชายาตั้งครรภ์แล้ว ต่อไปน่าจะออกจากจวนน้อยลง
เยว่เอ๋อร์พยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ๆ มีคนเยอะมากอยากมาจวนอ๋องของพวกเรา ข้าเพิ่งมาจากห้องครัว เห็นพ่อบ้านรับแขกเยอะมาก บอกว่าอะไรนะ…ใต้เท้าจางมาแล้ว ยังมีอะไรๆ นะ…”เอาเป็นว่าแขกเยอะมากนี่เพิ่งจะวันแรก ก็มีคนใช้ข้ออ้าง ‘เป็นห่วง’ มาเยี่ยมพระชายาเยอะเช่นนี้แล้ว แต่ในความเป็นจริงพวกเขามีเจตนาอะไร ใครจะไปรู้?มีทั้งคนประจบสอพลอ ต้องการใช้โอกาสนี้สร้างความสัมพันธ์มีทั้งคนมาหาความจริง ดูสถานการณ์โดยรวมกับตาตนเอง จึงจะคิดหาวิธีรับมือง่ายและมีจุดประสงค์อื่นด้วยเช่นกัน…“ท่านอ๋อง ถ้าหากมีคนมาทุกวัน ไม่เท่ากับรบกวนการพักผ่อนของพระชายาหรือ? แต่ถ้าไล่พวกเขา พวกเขาจะแอบว่าท่านหยิ่งยโส หรือนินทา กระทบชื่อเสียงพระชายาหรือไม่เจ้าคะ?” เยว่เอ๋อร์กล่าวถามอย่างเป็นห่วงถ้าหากมีคนบอกว่าเพิ่งตั้งครรภ์ ก็วางมาดแล้ว ลูกยังไม่ทันได้คลอดออกมา ไม่รู้ว่าเป็นชายหรือหญิง ก็เย่อหยิ่งเช่นนี้แล้วปีนขึ้นที่สูงเกินไป ตกทีเดียวสาหัส ฉู่เชียนหลีถอนหายใจ ขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนชานี่จะเย็นไปหน่อย?ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเฟิงเย่เสวียนเป่าจนเย็นเกินไป หรือเยว่เอ๋อร์ต้มน้ำไม่เดือด ดื่มแค่จิบเดียวก็วางลง ไม่อยากดื่มแล้ว
กลางคืน ภายในห้องอบอุ่นฉู่เชียนหลีนั่งอยู่บนเตียง สองมือยันขอบเตียง หลุบตามองเฟิงเย่เสวียนที่กำลังแช่เท้าให้นางด้วยมือของเขา เหม่อลอยไปชั่วขณะนางยังจำได้เมื่อก่อนเขาเคยพูดว่า‘เชียนหลี ข้าชอบสภาพการเป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ต้องการให้ลูกมารบกวนพวกเรา…’แต่การแสดงออกของเขาในหลายวันนี้ เขารักเด็กคนนี้มากเฟิงเย่เสวียนโน้มตัวล้างเท้าให้นาง และนวดไปด้วยในคราวเดียว เมื่ออุณหภูมิของน้ำเย็นถึงระดับหนึ่ง ก็เช็ดหยดน้ำบนเท้าให้แห้ง แล้วดึงผ้าห่มมาห่มให้เขาไปเทน้ำ แล้วล้างมือล้างเท้า กลับมาหลังจากนั้นหนึ่งเค่อฉู่เชียนหลีเขยิบเข้าไปข้างใน เว้นที่ไว้ให้เขาเมื่อแสงเทียนดับลง นางยังไม่ง่วงนอน การเขยิบร่างกายเบาๆ ดึงดูดความสนใจของเฟิงเย่เสวียน“นอนไม่หลับ?” เขาถามนางชะงักเล็กน้อย “หลายวันนี้ไม่ได้ออกจากจวนเลย นอนจนร่างกายอ่อนไปหมดแล้ว”“ตอนนี้เจ้าเป็นสองคน นอนก็ต้องนอนสำหรับคนสองส่วนจึงจะถูก” เขานอนตะแคง ใช้แขนยาวกอดนาง วางมืออีกข้างลงบนหลังของนาง ตบเบาๆ“ตบๆ ก็นอนหลับ”อ่อนโยนเหมือนกล่อมเด็กฉู่เชียนหลีหลุดหัวเราะราวกับนางเป็นเด็กโต ยังต้องกล่อมเช่นนี้ แต่นางมีเรื่องในใจ เอาแต่คิดตล
ศาลาพักม้า“ชิงอวี่ ไม่ต้องกลัวนะ เสด็จแม่อยู่นี่ เจ้าจะต้องไม่เป็นอะไร…ท่านหมอ จะต้องรักษาเขาให้หายนะ! ขอร้อง!”ฮองเฮาหนานยวนจับมือของจวินชิงอวี่ลูกชายคนที่สามไว้แน่น มองใบหน้าที่ซีดเผือกของลูกชาย พึมพำอย่างปวดใจหมอกำลังรักษาอย่างเต็มที่จวินลั่วยวนยืนอยู่ตรงประตู กัดฟันกล่าวเสียงเบา“ก็แค่เป็นไข้ ไม่ตายสักหน่อย ตั้งแต่เล็กจนโตอาการของเขาเคยกำเริบครั้งนับไม่ถ้วน มีอะไรต้องกังวล?”เมื่อซวงซวงได้ยิน รีบก้มหน้าอย่างหวาดกลัว“ข้าถูกฉู่เชียนหลีตบหน้าต่อหน้าผู้คน เสด็จแม่ไม่ช่วยข้า เสด็จพี่สามแค่เป็นลม ก็กังวลเช่นนี้แล้ว ดูเหมือนนางจะให้ความสำคัญผู้ชายมากกว่าผู้หญิง”“ไม่ยุติธรรมเลย แม่ที่ลำเอียงเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับแม่เลี้ยงของข้า”ซวงซวงหวาดกลัว“องค์หญิง…”จวินลั่วยวนหันไป จู่ๆ ใบหน้าน้อยที่งดงามก็บิดเบี้ยว “หรือข้าพูดผิด?”ซวงซวงจับแขนเสื้อของตัวเองอย่างตื่นตระหนกรับใช้องค์หญิงสิบกว่าปี นางเป็นคนสนิทขององค์หญิง ก็เพราะเป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าไปพูดอะไรข้างนอก หลายครั้งที่องค์หญิงอยู่ต่อหน้านาง จึงพูดจาไม่คิดเมื่อนางได้ยินก็เก็บไว้ในใจ ไม่กล้าไปพูดกับคนอื่นนางก้มหน้ากล่าว
จวินลั่วยวนพูดโกหกหน้าตาย ฉวยโอกาสใส่ความฉู่เชียนหลีด้วยคำพูดที่ไม่น่าฟังต่างๆ“อ๋องเฉินไม่สามารถทำให้เจ้าพอใจหรือ?”“เจ้าเป็นแม่ที่มีลูกถึงสองคนแล้ว ไม่รู้จักคำว่า ‘ยางอาย’ เลยหรือ?”“เจ้าสำส่อนจัง!”สายตายฉู่เชียนหลีเย็นลง เดินไปที่ตรงหน้านางจู่ๆ ก็เข้าใกล้กลิ่นอายอันเย็นเยียบพุ่งเข้ามากะทันหัน ทำเอาจวินลั่วยวนแน่นหน้าอก ถอยหลังครึ่งก้าวอย่างไม่สามารถควบคุม หลังจากตั้งสติได้ สีหน้าบูดบึ้งทันทีนางกลัวฉู่เชียนหลีได้อย่างไร?ไม่!เป็นไปไม่ได้!ฉู่เชียนหลีจ้องนาง “เสด็จพี่สามของเจ้าป่วยหนัก เขาขอให้ข้าช่วย ข้าจึงแสดงความเมตตา ประคองเขาไปที่โรงหมอ ถ้าหากเจ้าคิดว่าข้ามีเจตนาไม่ดี ข้าไม่สนใจเขาก็สิ้นเรื่อง”เมื่อสิ้นเสียง เดินไปที่ข้างกาย คลายจุดชีพจรที่สกัดไว้เมื่อครู่“อ่า!”ทันใดนั้น ลมปราณของเขาไหลเวียน สีหน้าเปลี่ยนฉับ อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาคว้าคอเสื้อของตัวเองอย่างเจ็บปวด หอบหายใจอย่างทรมานเมื่อจวินลั่วยวนเห็นแล้วเลิกคิ้ว“เจ้าช่วยเขา? น่าขำ เห็นได้ชัดว่าเจ้าพิศวาสในความงามของเขา”นางสั่งให้ซวงซวงเขียนจดหมายให้เสด็จพี่สาม คิดไม่ถึงว่าเสด็จพี่สาม
“อ่า…”ชายคนนั้นล้มอยู่บนพื้น สองมือกอดร่างกายตัวเองแน่น ใบหน้าที่ละเอียดละออจนยากจะแยกออกว่าเป็นเพศใดแดงก่ำ เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและทรมานดวงตาหงส์ที่เรียวยาวพร่ามัว เจ็บจนแทบไม่มีสติแล้วฉู่เชียนหลีขมวดคิ้ว ตรวจชีพจรเขาครู่หนึ่งตัวร้อนจนหน้าตกใจชีพจรยุ่งเหยิงและอ่อนมากถูกพิษ แต่ก็ไม่เหมือนถูกพิษ ไข้สูง แต่ก็ไม่เหมือนไข้สูง ป่วย แต่ก็ไม่เหมือนป่วย รักษาคนมาหลายปี เพิ่งเคยพบอาการแปลกๆ เช่นนี้ครั้งแรกหลังจากครุ่นคิด ทำได้เพียงสกัดจุดชีพจรที่สำคัญต่างๆ ของเขา“ช่วย…ช่วยข้า…”เขาเจ็บมาก มีเส้นเลือดสีฟ้าปูดขึ้นที่หน้าผากเขาคว้าข้อมือของฉู่เชียนหลีไว้มือของเขาร้อนมาก!ดวงตาแดงก่ำฉู่เชียนหลีเม้มริมฝีปาก กวาดมองซ้ายขวา เมื่อเห็นมีโรงหมอที่ท้ายถนน ก็รีบประคองเขาขึ้นมาเตรียมตัวส่งคนไปที่โรงหมอ แต่เนื่องจากรูปร่างของเขาสูงใหญ่และหนักมาก กว่าจะลุกขึ้นได้ น้ำหนักตัวเขาก็ล้มทับไปทางฉู่เชียนหลีทั้งหมดหนึ่งร้อยกว่าชั่ง ทับจนฉู่เชียนหลีล้มลงบนพื้นทันทีปัง!ฉู่เชียนหลีอยู่ข้างล่าง เขาอยู่ข้างบนบนถนน ท่าทางที่เป็นจุดเด่นของคนทั้งสอง ดึงดูดผู้คนไม่น้อยทันที มีชาวบ้านคนหนึ่งยิ
สงครามนำไปสู่ความวุ่นวายพริบตาเดี๋ยวก็ผ่านไปเจ็ดวันแล้ว“รายงาน…”ทหารส่งสารวิ่งเข้าตำหนัก คุกเข่าอยู่บนพื้น กล่าวรายงานด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว “ทูล ทูลฝ่าบาท เมืองเจียหนาน…ถูกยึดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”สีหน้าของเหล่าขุนนางเปลี่ยนฉับพลันบนราชบัลลังก์ เฟิงเจิ้งหลีได้ยินข่าวนี้ สีหน้าสงบ เรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเงียบหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง จึงจะกล่าวอย่างเรียบเฉย“ฮืม”ทหารส่งสารหวาดกลัว กองทัพของอ๋องเฉินมาอย่างดุดัน และโจมตีกะทันหัน บุกโจมตีอย่างดุเดือด เมืองเจียหนานต้านไม่ไหว แค่คืนเดียวก็ถูกยึดแล้วเหล่าขุนศึกกล่าวอย่างร้อนใจ“เมืองเจียหนานขุดเหมืองมากมาย แร่เหล่าหลายหมื่นชั่งล้วนอยู่ที่นั่น หากไม่มีแร่เหล็ก อาวุธของเราก็จะลดลงอย่างมาก เมื่อเกิดการสู้รบ ก็เหมือนกับแม่ครัวไม่มีข้าวให้หุง…”ไม่มีอาวุธจะได้อย่างไร?“เหตุใดอ๋องเฉินโดดข้ามสองเมือง โจมตีเมืองเจียหนานกะทันหัน?”“ไม่มีเหตุผลเลย!”“ใช่”“เมืองมากมายไม่โจมตี ดันไปโจมตีเมืองเจียหนานกะทันหัน…”เหล่าขุนนางเจ้ามองข้า ข้ามองเจ้า ถกเถียงเรื่องนี้กันเบาๆ คนละหนึ่งประโยค บรรยากาศวุ่นวายไปหมดเฟิงเจิ้งหลีหลุบตาเล็กน้อย
พลันจวินลั่วยวนแน่นหน้าอก เมื่อเห็นเสด็จแม่ทำหน้าจริงจัง รีบอธิบายทันที“เสด็จแม่ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…ข้า ข้า…”“ข้าทุ่มเทให้เจ้าทั้งกายและใจ ทุกอย่างที่ทำไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนเลย”นางรัก ‘ลูกสาว’ คนหนึ่งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดมากเช่นนี้ ลองถามใจตัวเองดู นางรู้สึกว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้วเพราะหาลูกสาวแท้ๆ ไม่เจอเพราะรู้สึกผิดดังนั้นจึงยิ่งดีกับจวินลั่วยวนมากๆ หวังเพียงสิ่งที่ตัวเองทำด้วยใจ จะสามารถทำให้สวรรค์ซาบซึ้ง ประทานพรทั้งหมดให้ลูกสาวแท้ๆ หวังว่าลูกสาวแท้ๆ อยู่ในสถานที่ที่นางไม่รู้จัก ก็มีแม่คนหนึ่งที่ดีกับนางเช่นนี้“เสด็จพ่อของเจ้ารักเจ้า พี่ชายทั้งสามของเจ้าตามใจเจ้าทุกอย่าง ทุกคนล้วนเอาเจ้าเป็นที่ตั้ง ทั้งแคว้นหนานยวนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า หรือข้ายังดีกับเจ้าไม่พออีก?”ฮองเฮาหนานยวนกล่าวอย่างปวดใจช่างเถอะพูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์เป็นเพราะพวกเขาปกป้องยวนเอ๋อร์ดีเกินไป ส่งผลให้นางอายุสิบเจ็ดปีแล้ว ยังไม่มีความสามารถในการดูแลตัวเอง และไม่เข้าใจสัจธรรมทางโลกอย่างไรก็เป็นลูกที่นางเลี้ยงมากับมือสิบเจ็ดปี โทษลูกสาวไม่ลง ถอนหายใจแล้วกล่าว“กลั
“ความงามของค่าพังหมดแล้ว!”“ข้ากลายเป็นคนอัปลักษณ์แล้ว!”“ข้าจะฆ่าเจ้า! อ๊ะ!”จวินลั่วยวนนั่งอยู่บนพื้น กรีดร้องถีบเท้างอแงเหมือนเด็กคนหนึ่ง มือทั้งสองข้างก็ทั้งโบกทั้งเหวี่ยงท่าทางที่ป่าเถื่อนนั่น ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้เรื่องราวบานปลายไม่นาน ฮองเฮาหนานยวนมาแล้ว“เสด็จแม่!”เมื่อจวินลั่วยวนเห็นมารดา ก็ปล่อยโฮร้องไห้ทันที “เสด็จแม่ ท่านต้องแก้แค้นให้ยวนเอ๋อร์นะเพคะ พระชายาอ๋องเฉินตีหน้าข้า นางอิจฉาความงามของข้า นางจะทำลายโฉมของข้า!”“ข้ากลายเป็นคนอัปลักษณ์แล้ว ทำอย่างไรดี อ๊ะ! ข้าไม่อยากเป็นคนอัปลักษณ์! ฮือๆ…”นางกล่าวทั้งน้ำตาฮองเฮาหนานยวนยกคางของจวินลั่วยวนขึ้น เมื่อดูอย่างละเอียดบนผิวหนังบริเวณแก้มมีรอยขีดข่วนเล็กๆ และมีเลือดออกเล็กน้อย นอกจากนี้ก็ไม่มีบาดแผลอื่นนางดูจนคิ้วขมวด“ยวนเอ๋อร์!”แผลแค่นี้ ร้องไห้เหมือนจะเป็นจะตาย ทำเอาคนทั้งทำเนียบเจียงหนานวุ่นวายไปหมด ไม่สมกับเป็นองค์หญิงแห่งแคว้นเลยทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะจวินลั่วยวนกำลังเสียใจ ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว“ข้าไม่สวยแล้ว! ใบหน้าของข้าได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง เสด็จแม่ ท่านต้องออก
หลังจากกล่าวจบ ในความมืด เสียงลมหายใจของเฟิงเย่เสวียนแรงขึ้นแรงน้อย“ครึ่งปีมานี้ เขาดีกับเขา และดีกับจื่อเยี่ยมาก ไม่เคยทำร้ายพวกเราเลย ตอนข้าเลือกที่จะหักหลังเขา ไม่รู้เพราะเหตุใด ในใจรู้สึกผิดอย่างน่าประหลาด”ฉู่เชียนหลีจับหน้าอก อธิบายความรู้สึกนี้ไม่ถูก“ถ้าหากเจ้าได้รับชัยชนะของจุดจบ ไม่ฆ่าเขาได้หรือไม่? ทำให้เขาพิการก็ได้ กักบริเวณทั้งชีวิตก็ได้ ข้าไม่อยากให้เขาตายเพราะทำดีกับข้า”สายตาเฟิงเย่เสวียนเคร่งขรึม มือที่วางอยู่บนเอวของนางกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังข่มอารมณ์แต่แค่สองวินาที ก็คลายมือออกอย่างเงียบๆ เปล่งเสียงออกมาจากลำคอแค่คำเดียว“อืม”ทั้งคืนไร้คำพูดวันรุ่งขึ้นฉู่เชียนหลีเพิ่งกินข้าวเช้าเสร็จ มีเสียงที่เกรี้ยวกราดดังขึ้นจากนอกประตู“ฉู่เชียนหลี!”จวินลั่วหยวนสีหน้านางดูโกรธมาก เดินปรี่เข้ามา ไฟโทสะทั้งหมดมุ่งเป้ามาที่ฉู่เชียนหลีสาวใช้เสียวอู่เข้าไปขวางทันที“เจ้าออกไปก่อน” ฉู่เชียนหลีเงยหน้ามองผู้มา “มีอะไร?”จวินลั่วหยวนกล่าวด้วยความโกรธ“ข้าเจ็บที่หน้า ยังไม่ทันมาหาเรื่องเจ้า แต่เจ้ากลับกล้าส่งคนออกไปปล่อยข่าวลือที่ข้างนอก ทำลายชื่อเสียงข
จะไม่ขอพบอีก…อวิ๋นอิงกล่าวอย่างเด็ดขาดเด็ดเดี่ยว เฉียบขาดไร้ความรู้สึกใดๆ ในแววตาชีวิตที่เหลือ นางและเจี๋ยวเจี๋ยวพึ่งพากันและกัน ไม่คิดไม่ต้องการสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ถูกหรือผิดล้วนไม่ยุ่งเกี่ยวชีวิตที่เหลือ อยู่เพื่อเจี๋ยวเจี๋ยวเท่านั้นฉู่เชียนหลีอ้าปาก ยังอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่อวิ๋นอิงตัดสินใจไปแล้ว พูดมากมีแต่จะยิ่งทำให้นางรู้สึกต่อต้านถอนหายใจเบาๆช่างเถอะ!ส่วนวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เส้นทางของวันข้างหน้ายังอีกยาวไกล ใครจะรู้ว่าพรุ่งนี้กับเรื่องไม่คาดคิด อันไหนจะมาก่อนกัน“เจ้าพักผ่อนเถอะ ข้าช่วยเจ้าอุ้มลูกออกไปก่อน แม่นมก็เตรียมไว้แล้ว เจ้าผอมเกินไป อย่าป้อนนมแม่เอง”น้ำนมหนึ่งหยด ก็คือเลือดหนึ่งหยดฉู่เชียนหลียุ่งเรื่องทางนี้เสร็จ เมื่อกลับถึงห้องก็ดึกแล้วหนึ่งวันที่แสนวุ่นวายสิ้นสุดลง ไม่ง่ายเลยที่จะมีเวลาได้นอนกับเว่ยซีและจื่อเยี่ย ยังไม่ทันนอนลงไป ก็ถูกเฟิงเย่เสวียนที่กลับมาไล่ออกไป เปลี่ยนเป็นเขามานอนกับนางแทนตั้งแต่กลับมา ยังไม่เคยได้นอนกับลูกชายและลูกสาวเพียงลำพังเลยถูกเขาไล่ออกไปทุกครั้งเขากล่าว“นี่เป็นเตียงของข้า”ค
จ้านหู่จากไปพร้อมกับคำด่าทอ เหมือนกับเม่นที่อารมณ์ไม่ดีตัวหนึ่งฉู่เชียนหลีไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าเขา คิดเสียว่าเป็นการผูกมิตรแม้จ้านหู่เป็นคนของฮองเฮาซีอวี้ แต่ในใจยังมีความอ่อนโยนอยู่ หวังว่ากันผูกมิตรนี้ของนาง วันข้างหน้าจะสามารถช่วยจิ่งอี้กลับห้องอารมณ์ของอวิ๋นอิงสงบลงมากแล้วฉู่เชียนหลีนั่งอยู่ที่ขอบเตียง “ร่างกายของเจ้ารับปัญหาอะไรไม่ไหวแล้ว ต่อจากนี้สามเดือน เจ้าพักฟื้นเถอะ”พักฟื้นหลังคลอดหนึ่งร้อยวันอวิ๋นอิงไม่สนใจเรื่องนี้ นางกอดลูกที่ได้คืนมาหลังจากสูญเสียไว้แน่น เบ้าตาแดงก่ำ“พระชายา ขอบคุณมาก!”“ขอบคุณที่ท่านช่วยเอาลูกสาวของข้ากลับคืนมา!”ตื้นตันจนน้ำตาไหลฉู่เชียนหลีเช็ดน้ำตาให้นาง “ยายโง่ ระหว่างเจ้ากับข้าต้องใช้คำพูดเช่นนี้ด้วยหรือ? ครึ่งปีที่ข้าไม่อยู่ เจ้าช่วยค่าดูแลเว่ยซีกับลู่ฉิน คนที่ควรพูดขอบคุณคือข้า”“ระหว่างพักฟื้น ห้ามร้องไห้เด็ดขาด และห้ามนั่งนาน ระหว่างทิ้งต้นตอของโรคไว้”“อืม!”อวิ๋นอิงกอดลูกไว้แน่น พยักหน้าแรงๆฉู่เชียนหลีมองเด็กที่นอนหลับสนิทในผ้าห่อทารกตัวน้อยๆ หนังเหี่ยวย่น แก้มแดง ท่าทางคล้ายจิ่งอี้ คิ้วบางเหมือนอวิ๋นอิง และยังมีกลีบริม