หน้าหลัก / วาย / ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า / บทที่ 30+31 เรื่องที่ปิดบัง ในสักวันก็ต้องรู้

แชร์

บทที่ 30+31 เรื่องที่ปิดบัง ในสักวันก็ต้องรู้

ผู้เขียน: เสี่ยวเทีย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-03-16 03:08:32

บ่อยครั้งเขาพยายามแอบเข้าไปหานางในจวนตระกูลเซี่ย ที่ห้องของเสี่ยวลู่แม้จะยังมีสิ่งของเครื่องใช้ตั้งอยู่เหมือนเดิม ไร้ฝุ่นเกาะเหมือนยังมีคนอยู่อาศัยปกติแต่ก็กลับไร้กลิ่นอายของชีวิตเช่นเดียวกัน เหมือนกับว่านางได้หายไปนานแล้ว หายไปในที่ซึ่งเขามิอาจคาดเดาได้ว่าเป็นที่ใด

คราแรกกู่ซิงอียังคิดว่านายท่านเซี่ยคงพานางไปซ่อนไม่ให้พวกเขาได้เจอกันเพราะกลัวเกิดข่าวฉาวจนพลอยทำให้ตระกูลว่านยกเลิกสัญญา แต่เขากลับรู้สึกถึงหมอกควันเจือจางที่คล้ายจะมีอยู่จริงแต่ไม่อาจสัมผัสได้อยู่ตลอดเวลา หมอกนั้นเบาเบาทว่าไม่อาจมองเห็นปลายทาง ดังนั้นวันนี้จึงอดกล่าวถึงมิได้

ว่านฟู่เฉิงได้ฟังก็หายใจติดขัดขึ้นมา แม้ใบหน้าจะยังคงรักษาความสงบนิ่งและท่าทางสง่างามดังเดิมไว้ได้ แต่ในแววตาก็ปรากฏร่องรอยของความอับจนหนทางออกชั่วครู่หนึ่ง

กู่ซิงอีที่เห็นคุณชายว่านเงียบไปนานก็คิดว่าอีกฝ่ายไม่พอใจที่ตนถาม แต่ตอนที่กำลังจะกล่าวว่าไม่เป็นไรออกมาก็ได้ยินคนข้างกายเอ่ยว่า

“เสี่ยวอี...” ว่านฟู่เฉิงสบตาคนข้างกาย “ยังจำสัญญาของข้าได้หรือไม่”

กู่ซิงอีพยักหน้ารับแผ่วเบา สัญญาเดียวระหว่างพวกเขายามนี้มีเพียงเรื่องเ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   บทที่ 31 โกรธ?

    “นางได้สมหวัง!” กู่ซิงอีกล่าวด้วยใบหน้าปราศจากความเสียใจผิดจากที่ว่านฟู่เฉิงคาดคิด ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยแสงที่ทอประกาย ปากที่อ้าออกเล็กน้อยด้วยความดีใจเหมือนมีคำพูดมากมายที่ต้องการเอ่ยแต่ไม่อาจพูดได้หมดในคราเดียว และก็เลือกไม่ถูกว่าควรจะกล่าวสิ่งใดออกไปก่อน กู่ซิงอีจึงยังนิ่งค้างอยู่เหมือนกำลังตกตะลึง มือสองข้างก็ยกขึ้นกำแขนว่านฟู่เฉิงแน่นแถมเขย่าคนตรงหน้าไปมา “นางสมหวังแล้ว!” นึกถึงจดหมายที่ส่งมาหาเขา แม้ไม่ได้เล่าเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านมาในชีวิตแต่ละช่วงให้ฟัง แต่ในถ้อยคำเพียงไม่กี่ตัวอักษรก็บอกตลอดว่านางมีความสุขดี พอได้รู้ว่านางได้อยู่กับคนที่รักโดยไม่ต้องกังวลใจอีกทั้งยังมีความสุข พี่ชายอย่างเขาก็พลอยดีใจไปด้วย ม่านน้ำตาเบาบางเคลือบอยู่ในหน่วยตาของกู่ซิงอี หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยด้วยความปิติยินดีกับเสี่ยวลู่และซาบซึ้งใจในคำสัญญาที่ว่านฟู่เฉิงได้ให้ไว้ “เสี่ยว...อี” ว่านฟู่เฉิงเรียกเสียงเบาด้วยความระวัง “หือ” กู่ซิงอียกยิ้มและขยับเข้าหาคนตรงหน้าอีกนิดเพราะอีกฝ่ายกล่าวเสียงเบาเกินไปจนเขาแทบจะไม่ได้ยิน คาดเดาไปแล้วว่าคุณชายว่านคงมีความลับที่ไม่กล้าเอ่ยเสียงดั

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-16
  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   บทที่ 32 คนบ้าผู้หนึ่ง

    ว่านฟู่เฉิงที่นั่งรออยู่บนรถขนของถูกแสงสว่างบางอย่างกระแทกเข้าตา เป็นจังหวะเดียวกับในตอนที่คนชุดฟ้าอ่อนขยับลุกขึ้นนั่งพอดีจึงรู้ได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ “เสี่ยวอี!” เขาตะโกนร้องห้ามทว่าไม่ทันท่วงที คนผู้นั้นขยับว่องไวยิ่งนัก ใช้เวลาเพียงครึ่งลมหายใจก็ลุกขึ้นนั่งประชิดตัวกู่ซิงอีได้แล้ว สิ้นคำเรียกหาคนของใจด้วยความตื่นตระหนกว่านฟู่เฉิงก็เห็นมีดสั้นมันเงาที่สะท้อนแสงแดดใส่ตาเขาเมื่อครู่กำลังทาบอยู่บนคอกู่ซิงอีพอดี เขาร้อนรนจนเผลอขยับตัวลงจากรถขนของหวังเข้าไปปกป้องกู่ซิงอี หลงลืมความจริงที่ว่าตนเองไม่สามารถเดินได้ไปจนหมด สุดท้ายพอขาถึงพื้นร่างก็ทรุดร่วงลงไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัว “คุณชายว่าน!” กู่ซิงอียังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบนคอคือสิ่งใดเพราะหันไปสนใจคุณชายว่านที่หล่นลงมาจากรถขนของก่อน เผลอร้องเรียกอีกฝ่ายตามความเคยชินเพราะมัวแต่ตกใจอยู่ “อย่าขยับ!” ว่านฟู่เฉิงรีบยกมือห้ามคนของใจไม่ให้ขยับส่งเดช ในขณะที่กำลังพยุงตัวขึ้นมานั่งด้วยความลำบาก ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งเป็นคนทำให้เกิดความวุ่นวายเล็ก ๆ นี้ขึ้นมาก็เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจหลังจากเห็นท่าทางการเคลื่อนไหวของคนบนรถขนของ “เจ้

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-16
  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   บทที่ 32 +33 เกิดเรื่องแล้ว

    สตรีผู้นี้ต่อให้ไม่รู้ที่มาที่ไปแน่ชัดก็เพียงแค่รู้สึกว่าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับนางมากพอแล้ว แต่พอนางเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาก็คล้ายว่าเก่งกาจจนสามารถมองเรื่องราวทุกอย่างได้อย่างทะลุปรุโปร่ง จากเดิมที่ไม่ควรยุ่งเกี่ยวด้วยตอนนี้ยิ่งจำเป็นต้องควรถอยห่างให้ไกลที่สุดแทน ทว่าคนในใจของเขากลับคิดต่างออกไป “ท่านแน่ใจว่าสามารถรักษาขาของเขาได้” กู่ซิงอีไม่ได้เข้าใจความนัยที่แฝงมาด้วยนั้นเลย ในหัวยามนี้คิดแค่อยากให้คุณชายว่านหายดี สิ่งที่ตนไม่อาจช่วยขจัดความกังวลในใจของอีกฝ่ายไปได้หมดก็คิดว่าคงมีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว คุณชายว่านรักหน้ารักตามาแต่ไหนแต่ไร ทว่ากลับต้องมาเดินเหินไม่สะดวก เวลาออกไปข้างนอกก็เอาแต่จะอยู่ในรถม้า หากไม่ถูกเขาจับมานั่งบนรถขนของทำทีเหมือนคนปกติที่ไม่ต้องพึ่งเก้าอี้รถเข็นแบบทุกวันนี้ ก็เกรงว่าชาตินี้คงจะอยู่แค่ที่จวนกับร้านว่านเท่านั้น ระยะเวลาที่ผ่านมาตัวเขาแม้พยายามศึกษาเรื่องขาของคุณชายว่านมาตลอดแต่ก็จนปัญญา จึงคิดว่านี่อาจเป็นความหวังอันน้อยนิดที่ตนบังเอิญได้พบเจอเข้าพอดีก็ได้ ถึงมันจะริบหรี่และไม่น่าเชื่อถือมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมาก็เถอะ แต่อย่างไรก็อย

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-16
  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   บทที่ 33 รู้ใจ

    “...” กู่ซิงอีไม่สนสิ่งใด ขยับว่านฟู่เฉิงเข้ามาพิงแนบตนเองอีกนิดก่อนจะถลกแขนเสื้อตัวเองขึ้นแล้วยื่นแขนส่งไปด้านหน้า โดยที่ยังไม่รู้ว่าหมอท่านนี้ต้องการกรีดส่วนไหนในร่างกายของเขา แต่เขาย่อมยอมทั้งหมด “ทำ!” ในใบหน้านั้นไร้ความกลัวตาย มีเพียงกลัวคนในอกจากไปเท่านั้น แววตาล้วนจริงจังไม่สั่นไหว จ้องมองความหวังเดียวตรงหน้า แม้นจะไม่เคยได้ยินวิธีการรักษาแบบนี้มาก่อน หรือกระทั่งเรื่องงูพิษที่ทำให้คนกระอักเลือดได้ก็ตาม และก็ไม่รู้แน่ชัดด้วยว่าสตรีผู้นี้เป็นหมอหรือไม่ แต่เขายอมทุกอย่างจริง ๆ ขอเพียงคุณชายว่านปลอดภัยก็พอ “ข้ารู้ว่าเจ้าห่วงเจ้านายตนเองมาก แต่ไม่คิดถึงตัวเองบ้างหรือไรว่าเจ้าอาจจะตายได้ ก็แค่เจ้านายคนหนึ่งไหนเลยจะมาสำคัญเท่ากับชีวิตของตัวเอง!” นางกำข้อมือของกู่ซิงอีแน่น กล่าวอย่างเดือดดาลและหัวเสีย หากใครได้อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นย่อมรู้ได้ว่าสตรีคนนี้แสดงเก่งยิ่งนัก ยกตัวอย่างเช่นว่านฟู่เฉิง ทว่าว่านฟู่เฉิงไม่ได้สนใจว่าหลังกระอักเลือดแล้วตนรู้สึกเบาสบายขึ้นมาขนาดไหน หรือกระทั่งว่าสตรีคนนี้แสดงเก่งมากเพียงไร เขาเอาแต่จับจ้องใบหน้าของกู่ซิงอีไม่วางตา ตอนนี้

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-17
  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   บทที่ 34 ที่แท้แล้วเรื่องราวเป็นมาอย่างไร

    ย้อนไปก่อนหน้านั้นราวครึ่งชั่วยาม “ซิงอี! กู่ซิงอี เจ้าทึ่มกลับมานะ เจ้าคนทึ่มทื่อ!” ว่านฟู่เฉิงตะโกนตามหลังด้วยความโกรธผสมความห่วงใยและความร้อนรนไปด้วยอีกหลายส่วน ความรู้สึกมากมายเอ่อล้นตีกันให้วุ่นอยู่ภายในอก ม่านน้ำตาเจือจางเคลือบอยู่ในหน่วยตาคู่สวยอย่างไม่เคยมีมาก่อน เหม่อมองแผ่นหลังที่คุ้นเคยค่อย ๆ หายไปจากครรลองสายตา มือของเขากำอาภรณ์ที่ขาแน่นหนึบ ราวกับว่าอยากบดขยี้มันให้แหลกเป็นผุยผง ในใจนึกเกลียดชังที่ขาของตนไม่อาจวิ่งตามกู่ซิงอีไปได้ ยามนี้ราวกับเห็นภาพที่เคยจินตนาการไว้มาหลายครั้งเกิดขึ้นตรงหน้า เคยนึกกลัวว่ากู่ซิงอีจะวิ่งหนีเขาไปแบบนี้ แม้จะต่างเหตุผลแต่ในใจก็ไม่ได้รู้สึกดีเลยนิด ว่านฟู่เฉิงพยายามระงับอารมณ์ในใจ ร่างที่เอนไปด้านหน้าเพราะต้องการคว้าตัวของกู่ซิงอีไว้ก่อนหน้านี้ก็เอนกลับมาพิงที่ต้นไม้ตามเดิม สตรีคนนั้นพอสร้างเรื่องสร้างราวเสร็จก็เดินไปลากม้ามาหลบข้างทางให้ ทำเหมือนเป็นคนดีมีจิตใจเมตตาก็ไม่ปาน แต่แล้วก็หยิบของกินในรถขนของขึ้นมากินหน้าตาเฉย ในระหว่างที่กินอยู่ก็เดินกลับมายืนที่เดิมแล้วคุยไปเคี้ยวไปกับว่านฟู่เฉิงที่นั่งอยู่ว่า “คนทึ่มทื่อหาได

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-17
  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   บทที่ 34 (2.2) สตรีที่บอกว่าตัวเองเป็นหมอสุดท้ายคือแม่สื่อ

    แต่หมอเถื่อนผู้นี้ต่อให้พูดเอาดีเข้าตัวจนนึกรำคาญ ทว่าคำกล่าวต่อมาของนางก็พาให้ผู้คนหวาดหวั่นมากอยู่ดี “เจ้ากลัวสิ่งใดเล่าถึงไม่เคยพูดเรื่องนี้ออกมา กลัวคนวางยาเจ้าจะเสื่อมเสียชื่อเสียง...เอ๊ะ! หรือเป็นคนทึ่มผู้นั้นที่วางยาเจ้ากันแน่ เจ้าถึงไม่ยอมรักษาเพื่อให้เขาอยู่กับเจ้าตลอดไปเพราะรู้สึกผิด” ว่านฟู่เฉิงไม่เคยเจอคนที่แค่เพียงมองก็สามารถเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างทะลุปรุโปร่งราวกับมานั่งอยู่ในจิตใจของเขาขนาดนี้มาก่อน เขาถึงขั้นประหม่าจนเสียงเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวด้วยความระแวดระวัง “ไม่ใช่เขา” “เช่นนั้นเจ้าจะยอมรักษาหรือไม่” นางมองหน้าว่านฟู่เฉิงก็รู้ว่าคิดอะไร เข้าใจแล้วว่าขาของเขาไม่ได้มาจากเด็กหนุ่มคนนั้น แต่เหตุผลหลายอย่างที่ไม่ยอมรักษาตั้งแต่ที่นางบอกว่าช่วยได้ก็คงมีเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองรวมอยู่ด้วยเป็นแน่ “เจ้าหนุ่มน้อยคนนั้นยอมกระทั่งปีนหน้าผาเด็ดดอกไม้มาให้เจ้า แต่เจ้ากลับกลัวว่าถ้าขาเจ้าหายดีเขาจะหายไปใช่หรือไม่เล่า” จบประโยคนางก็เดาะลิ้นไปหลายที พลางคิดในใจ บอกแล้วว่าคนทึ่มทื่อหามีผู้เดียวไม่! “เหอะ ตกลงเป็นหมอรักษาคนหรือหมอดูกันแน่” ว่านฟู่เฉ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-17
  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า    บทส่งท้าย

    ปัจจุบัน “เสี่ยวอี หยุดร้องไห้เถิด” ว่านฟู่เฉิงเท้ามือกับพื้นดันตัวเองขึ้นมานั่งในขณะที่กู่ซิงอียังคงซุกหน้าร้องไห้อยู่กับอกของเขา ตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากปล่อยอ้อมกอดนี้ไปหรอก แต่ยามนี้เพียงต้องการพิสูจน์บางอย่างก่อน จึงประคองร่างในอกออกจากตัวเองอย่างระมัดระวัง ครั้นเจ้าทึ่มของเขาผละตัวออกมาแล้วก็พบว่าอีกฝ่ายดวงตาแดงช้ำไปทั้งสองข้าง ท่าทางน่าสงสารจนพาให้ใจของเขารู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก ว่านฟู่เฉิงบรรจงยกมือประคองใบหน้าที่ตนคนึงหาเพียงหนึ่งเดียวไว้ในมืออย่างทะนุถนอม พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไล่คราบน้ำตาให้อย่างเบามือ “ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว” กล่าวจบยังจูบซับน้ำตาที่หางตาให้แผ่วเบา กู่ซิงอีมัวแต่เป็นห่วงว่านฟู่เฉิงจนจิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอยไม่ทันได้รู้ตัวว่าเมื่อครู่ตนเพิ่งโดนว่านฟู่เฉิงจูบที่หางตาไป “ท่านไม่เจ็บตรงไหนใช่หรือไม่ เมื่อครู่ ฮึก เมื่อครู่ยังหน้าซีดกระอักเลือดอยู่เลย” กู่ซิงอียกมือลูบคราบเลือดที่มุมปากของว่านฟู่เฉิงแล้วปาดออกให้อย่างเบามือ นี่เลือดชัด ๆ ไหนเลยจะว่าไม่เป็นไรอีก “ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว” ว่านฟู่เฉิงลองล้วงมือเข้าไปในอก หยิบกระดาษห่อหนึ่งออกมาดู ครั้

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-17
  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   ตอนพิเศษ 1 เรื่องราวที่มิได้กล่าวถึง

    ในค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงครานั้น มีเหตุการณ์หนึ่งซึ่งมีเพียงว่าน‍ฟู่‍เฉิงเท่านั้นที่จดจำได้ แต่จะไม่ให้จำได้เพียงคนเดียวได้อย่างไรเล่า ก็เพราะอีกคนหลับเป็นตายเช่นนี้... อาจด้วยเพราะรู้สึกว่าริมฝีปากสีชมพูดั่งกลีบดอกท้อของกู่‍ซิง‍อีที่อยู่ไม่ห่างดูน่าลิ้มลองจนเกินไป กอปรกับคำกล่าวที่ว่ามิได้รังเกียจกันของอีกฝ่าย บวกกับที่กำลังอ้างในใจไปแล้วว่าตนเองกำลังเมามาย ตัวเขาจึงเผลอไผลไปชั่วครู่ มิอาจหักห้ามใจไว้ได้ แต่เมื่อได้ลองสัมผัสความหวานล้ำที่เกินบรรยายกลับพบว่าไม่เพียงพอ เขาจึงขอลองอีกครั้ง และอีกครั้ง ทว่าด้วยไม่อาจสู้หน้ากู่‍ซิง‍อีได้โดยตรงจึงแสร้งล้มทับกู่‍ซิง‍อีไปทั้งอย่างนั้น แต่ไหนเลยคนที่หลับยากเช่นเขากลับหลับไปโดยไม่รู้ตัว ตื่นขึ้นมาก็เป็นช่วงใกล้ฟ้าสางแล้ว ในตอนที่ตื่นมาก็พบว่าตัวเขายังคงนอนกอดกู่‍ซิง‍อีไว้ไม่ยอมปล่อย ทาบทับอยู่บนร่างของกู่‍ซิง‍อีไปครึ่งตัว เตียงคับแคบมากนัก หากไม่นอนเช่นนี้ก็เกรงว่าคงต้องมีคนใดคนหนึ่งที่ตกเตียงไป ว่าน‍ฟู่‍เฉิงพยายามลุกขึ้นด้วยความเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในตอนที่ไม่ทันระวังมือดันลื่นทำให้ล้มลงไปทับกู่‍ซิง‍อีอีกร

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-17

บทล่าสุด

  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   ตอนพิเศษ บทส่งท้าย ตราบจนนิรันดร์

    ค่ำคืนวันนี้ไร้ดวงจันทร์คอยส่องแสงอย่างเคย ทางเบื้องหน้ามืดสนิทจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน แต่กู่‍ซิง‍อีกลับไม่รู้สึกว่ามันน่ากลัวอย่างที่คิด อาจเป็นเพราะยามนี้เขาได้ขี่อยู่บนหลังผู้อื่น ลำตัวแนบชิดกับคนที่กำลังเดินอยู่จนไร้ช่องว่างระหว่างกาย รับรู้ได้ถึงแผ่นหลังที่สั่นไหวเบา ‍ๆ‍ ทำให้รู้ว่ายังมีใครอีกคนอยู่กับตนเสมอ กู่‍ซิง‍อีกระชับอ้อมแขนที่เกี่ยวคอคนออกแรงอยู่เพิ่มขึ้นอีกนิด “อีกนานหรือไม่” เขาเอ่ยถามออกไปเพราะรู้สึกว่าตนถูกแบกมาไกลมากแล้ว กระนั้นว่าน‍ฟู่‍เฉิงก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเดิน “เสี่ยว‍อี เหนื่อยแล้วหรือ” ว่าน‍ฟู่‍เฉิงเดินช้าลงและย่ำเท้าด้วยความเบา ด้วยเกรงว่าตนอาจจะเดินเร็วไปจนตัวสะเทือนทำให้คนที่อยู่บนหลังรู้สึกไม่สบายตัว “ข้าจะเหนื่อยได้อย่างไร ท่านเป็นคนแบกข้าอยู่นะ” กู่‍ซิง‍อีซบคางลงที่ไหล่ของว่าน‍ฟู่‍เฉิง ใจจริงแล้วเขาอยากให้เวลาหยุดอยู่เช่นนี้ตลอดไปเลยต่างหาก ถึงได้กำลังกลัวว่าจุดหมายปลายทางจะมาถึงเร็วเกินไป กระนั้นก็ยังอดห่วงว่าว่าน‍ฟู่‍เฉิงจะหนักอยู่ดีเลยไม่ได้บอกความในใจออกไป กู่‍ซิง‍อีเพิ่งได้รู้ว่าเมื่อก่อนตอนที่ว่าน‍ฟู่‍เฉิงถูกเขาแบกขึ้นบนหลังเดินไ

  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   ตอนพิเศษ 10 กาลก่อนท่านเป็นคนเอ่ย ว่าข้าไร้มารยาท

    หลี่เซียวที่กำลังเดินอยู่ในจวนก็พบกับคุณชายของตนกำลังเดินมาหาด้วยท่าทางเร่งรีบ เขาไม่ได้เดินไปหาอย่างที่ควรจะเป็น กลับรอคุณชายเดินเข้ามาหาตนที่หยุดรออยู่ก่อนแล้วแทน พลางคิดในใจว่า เอาอีกแล้ว ‍!‍ “เห็นเสี่ยว‍อีของข้าหรือไม่” นั่นไง จะมีสิ่งใดที่เขาเดาผิดไปจากท่าทางเร่งรีบของคุณชายได้อีก ‍!‍ “เมื่อ‍ครู่พอคุณชายกู่เตรียมรากบัวต้มน้ำตาลอยู่ในครัวเสร็จแล้วคิดจะถือนำไปให้คุณชายด้วยตัวเอง แต่ไม่ทันระวังเผลอสะดุดจนของในมือหกรดตัวเอง ตอนนี้น่าจะกำลังไปเปลี่ยนชุดขอรับ” “สะดุดหรือ ‍!‍ แล้วเสี่ยว‍อีบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่” ว่าน‍ฟู่‍เฉิงพูดค่อนข้างเร็วอย่างหาได้อยาก แทบจะยืนไม่ติดที่อยู่แล้ว ตอนนี้ร่างกายอยู่ตรงนี้แต่หัวใจกลับลอยไปไกลแล้ว “ไม่เป็นอะไรมากขอรับ คุณชายกู่ทรงตัวได้ทันจึงไม่ได้ล้มพับไปกับพื้น แถมรากบัวก็มิได้ร้อนมากและก็เพียงเปื้อนโดนปลายอาภรณ์เล็กน้อยเท่านั้น” สิ่งที่หลี่เซียวไม่ได้กล่าวจนหมดก็คือกู่‍ซิง‍อีนั้นร้อนรนขนาดไหนหลังจากทำขนมหกใส่ตัวเอง เอ่ยปากบ่นอยู่หลายประโยคว่าชุดนั้นคุณชายเป็นคนเลือกให้ตนเองกับมือแถมยังแพงมากด้วย ครั้นบ่นเสร็จก็รีบจาก

  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   ตอนพิเศษ 9 ถูกจับได้เสียแล้ว

    ด้วยเพราะรู้ว่ากู่‍ซิง‍อีหลับลึกขนาดไหน ว่าน‍ฟู่‍เฉิงจึงใช้เรื่องนี้ในการแอบเอาเปรียบกู่‍ซิง‍อีอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่นเมื่อคืนที่เขาตื่นมากลางดึกและพบว่ามีใครแอบขยับมาซุกกายแนบชิดตนอยู่ แบบนั้นมีหรือจะอดใจไหว เผลอกัดกู่‍ซิง‍อีไปหลายทีจนกระทั่งอีกฝ่ายส่งเสียงฮึมฮัมในลำคอเหมือนจะรู้สึกตัวเขาถึงได้แสร้งหลับลงไปตามเดิม แต่กลับไม่ได้ปล่อยคนในอ้อมกอดให้เป็นอิสระ เมื่อก่อนจะแอบทำทีไรต้องหักห้ามใจตลอด แต่บัดนี้ทั้งคู่ตบแต่งกันแล้ว เขาขอเชยชมสักนิดก็คงไม่เป็นไรกระมัง แต่อาจเพราะเผลอตัวมากไป กลับกระทำการไม่แนบเนียน โดนจับได้ตั้งแต่อีกฝ่ายลืมตาตื่นขึ้นมา “คุณ‍ชาย‍ว่าน เมื่อคืนทำอะไรแปลก ‍ๆ‍ หรือไม่” ว่าน‍ฟู่‍เฉิงหันมองคนที่ลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียง เพราะกู่‍ซิง‍อีขี้ร้อนเป็นทุนเดิมเวลาสวมเสื้อผ้านอนมักจะมัดหลวม ‍ๆ‍ พอตื่นนอนมาทีไรเสื้อผ้าที่มัดไม่แน่นก็จะหลุดลุ่ยอย่างเช่นตอนนี้ อาภรณ์ที่เปิดกว้างเผยให้เห็นแผ่นอกขาวเนียนบางส่วนที่มีรอยช้ำจาง ‍ๆ‍ ผมดำเงาชี้ฟูเล็กน้อย ดวงตาก็หรี่เล็กลงยังไม่ทันลืมตาได้เต็มที่ แต่กลับถามเหมือนรู้บางอย่างเช่นนี้ เล่นเอาคนที่กำลังยกน้ำชาไปให้รู้สึกร

  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   ตอนพิเศษ 8.2 เทศกาลฉีเฉียวมาเยือนอีกครา

    รุ่งอรุณก่อนวันงานเทศกาลฉีเฉียว “เสี่ยว‍อี เจ้ากำลังจะไปที่ใด” ว่าน‍ฟู่‍เฉิงเพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาและกำลังลุกขึ้นนั่งก็ทันได้เห็นกู่‍ซิง‍อีที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จเข้าพอดี แถมดูท่าทางรีบร้อนเหมือนจะออกไปจากห้อง เมื่อถามเสร็จเขาก็เบนสายตามองดูท้องฟ้าข้างนอกหน้าต่าง ฟ้ายังไม่ทันสว่างเท่าไรนักน่าจะเลยยามเฉิน[1]มาเพียงไม่นาน ([1] ยามเฉิน คือ 07.00 – 08.59 น. ) แน่นอนว่าปกติทั้งสองคนต่างพากันตื่นเช้ากว่านี้นัก แต่เมื่อวานคุยกันแล้วว่าจะหยุดทำงานสามวัน เหตุใดกู่‍ซิง‍อีถึงลุกมาแต่งตัวคล้ายจะไปทำงานอีก ต่อให้ปกติพวกเขาจะสลับทำงานที่จวนและที่ร้านว่าน และวันนี้คือวันที่ต้องทำงานที่จวน ทว่าว่าน‍ฟู่‍เฉิงอยากให้ดูไม่มีความน่าสงสัยจึงเปลี่ยนเป็นหยุดงานทั้งหมดแทน คำกล่าวเช่นนั้นก็รวมถึงงานที่จวนก็ไม่ต้องทำมิใช่หรือ หยุดก็คือหยุด ไหนเลยกลับคาดไม่ถึงว่ากู่‍ซิง‍อีจะไม่เข้าใจสิ่งที่หมายถึงให้หยุดอยู่จวนจริง ‍ๆ‍ ครั้นพอได้เห็นอีกฝ่ายแต่งตัวก็คิดว่าจะออกไปที่ห้องทำงาน “ไปร้านขนมไฉ่ที่ข้าชอบอย่างไรเล่า นานครั้งเราถึงจะว่างในช่วงเช้าแบบนี้ รอบนี้ก็ไม่ต้องวานให้คนอื่นไปต่อแถวแทน ได้

  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   ตอนพิเศษ 8.1 เทศกาลฉีเฉียวมาเยือนอีกครา (4.4)

    อีกทั้งด้ายแดงที่เด่นชัดแม้อยู่ห่างไกลกันถึงเพียงนี้จากข้อมือแต่ละข้างของว่าน‍ฟู่‍เฉิงและกู่‍ซิง‍อีก็ดูคล้ายกันยิ่งนัก คนแอบมองจิตใจลนลานรีบหันกลับไปด้วยดวงตาเบิกโพลง ก้าวเดินตามหลังคนนำทางไปติด ‍ๆ‍ ด้วยท่าทางที่เร่งรีบขึ้นกว่าเดิมราวกับกำลังโดนไฟไล่เผาก้นมา สิ่งที่คนภายนอกกล่าวมาเรื่องฮูหยินของตระ‍กูล‍ว่านไม่มีที่มาที่ไปที่แน่ชัดหลอมรวมกับการกระทำของคนทั้งสองด้านหลัง และยังบวกกับก่อนหน้านี้ที่ได้พูดคุยกับกู่‍ซิง‍อีก็คล้ายว่างานทั้งหมดของตระ‍กูล‍ว่านได้ตกอยู่ในมือกู่‍ซิง‍อีแล้ว ดังนั้นทุกอย่างที่นึกขึ้นได้จึงไม่ใช่ตนคิดไปเองแน่ ‍ๆ‍ ทว่าเซี่ย‍หลี่‍จวินแม้จะได้ล่วงรู้ความลับเรื่องนี้เข้าแต่ก็ไม่ได้คิดจะป่าวประกาศให้คนอื่นได้รับรู้หรอก เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเป็นหลัก เนื่องจากตระ‍กูล‍ว่านเป็นคนเปิดเส้นทางหลายสายให้เขา ดังนั้นนอกจากแตะว่าน‍ฟู่‍เฉิงไม่ได้แล้ว ก็ยิ่งห้ามทำให้กู่‍ซิง‍อีไม่พอใจอีกด้วย ‍!‍ ถ้าล่วงรู้อนาคตได้ว่าเรื่องราวจะดำเนินมาเป็นแบบนี้เขาคงจะเห็นใจกู่‍ซิง‍อีอีกสักหน่อย บางทีตัวเขาอาจได้ผลประโยชน์มากกว่าให้บุตรสาวของตนตบแต่งกับน้องชายบุญธรรมของว่าน‍ฟู่

  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   ตอนพิเศษ 8.1 เทศกาลฉีเฉียวมาเยือนอีกครา (3+4.)

    “ขอรับ ‍!‍” หลี่เซียวรีบร้อนรับคำก่อนจากไป ฉี‍หย่าหันมองซ้ายขวาด้วยความตกใจ นางจะถูกปฏิบัติอย่างนี้จริง ‍ๆ‍ หรือ นางไม่งดงามหรือไรทำไมคุณ‍ชาย‍ว่านถึงไม่คิดจะสนใจหรือเมตตานางสักนิด แม้จะต้องยอมรับว่าสองคนตรงหน้านางรูปงามไร้ที่ติ แต่นางไม่คิดว่าตนเองจะด้อยค่าถึงเพียงนี้ ‍!‍ จังหวะนั้นเองประตูห้องบานเดิมพลันเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เป็นนาย‍ท่าน‍เซี่ยเดินออกมา พอเห็นบ่าวในจวนของตนที่นั่งกองกับพื้นก็ฉงน ที่แท้คนที่ส่งเสียงดังเมื่อ‍ครู่ก็คือฉี‍หย่าสาวรับใช้ที่บุตรสาวทิ้งไว้ที่จวนเมื่อสองปีก่อน สตรีนางนี้แม้หน้าตาจะงดงามแต่กลับทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง มีดีแค่ดนตรีกับร่ายรำ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรกับการทำงานในจวนได้เล่า ดังนั้นสำหรับเขาแล้วนางแทบไม่มีสิ่งใดให้ใช้งานได้เลย ตัวเขาแทบไม่อยากพามาทว่านางก็ดื้อดึงขอตามมาจนได้ เขายังกลัวว่าฮูหยินของตนจะเข้าใจผิดด้วยซ้ำ บัดนี้ยังจะมาสร้างความเดือดร้อนให้อีก ช่างน่าขายหน้าจริง ‍ๆ‍ เซี่ย‍หลี่‍จวินหันมองว่าน‍ฟู่‍เฉิงด้วยความระวัง กลัวว่าสิ่งที่เคยสัญญาไว้จะถูกยกเลิกเพียงเพราะบ่าวรับใช้ในจวนของตนเอง “คุณ‍ชาย‍ว่าน เป็นข้าไม่อบรมบ่

  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   ตอนพิเศษ 8.1 เทศกาลฉีเฉียวมาเยือนอีกครา (2.4)

    แล้วนางไหนเลยจะคาดเดาอนาคตได้ ตนย้ายไปอยู่ตระ‍กูล‍เซี่ยเพียงไม่นานยังไม่มีโอกาสได้มาพบคุณ‍ชาย‍ว่านเลยสักครั้ง คุณชายผู้นี้ก็ตบแต่งภรรยาเสียแล้ว แต่นางยินยอม ยินยอมเป็นเพียงอนุภรรยาคนหนึ่งของเขาก็ได้ การค้าของตระ‍กูล‍ว่านเติบโตในชั่วข้ามคืนแค่ไหน ใครในเมือง‍จางไม่รู้บ้างเล่า ดังนั้นทุกวันนางจึงตั้งตารอคอยมาโดยตลอด กาลก่อนแม้คุณ‍ชาย‍ว่านจะนั่งเก้าอี้รถเข็นแต่อย่างไรก็ยังรูปงามมากนัก บัดนี้พอเดินเหินได้ปกติด้วยใบหน้าสง่างามเป็นทุนเดิมก็ไม่ต่างอะไรกับเทพเซียนลงมาเดินบนดิน พอได้พบเห็นคนที่ตนคะนึงหาอีกคราก็พาให้หัวใจนางเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าพลันขึ้นสีแดงด้วยความขวยเขิน “คุณ‍ชาย‍ว่าน...” นางเอ่ยเรียกเสียงหวาน “...เจ้ามาทำไม” ว่าน‍ฟู่‍เฉิงกลับไม่สบอารมณ์ทันทีที่ได้เจอนาง นึกรังเกียจสายตาเช่นนี้ยิ่งนัก หากเป็นกู่‍ซิง‍อีมองเขาด้วยสายตาแบบนี้เจ้าตัวคงไม่อาจหนีรอดเขาไปได้ แต่พอเป็นสตรีตรงหน้าส่งสายตาเฉกเช่นนี้มาให้เขากลับรู้สึกอยากจะอาเจียนขึ้นมา ถึงขั้นดึงหลี่เซียวมาบังตัวเองไว้ครึ่งหนึ่ง “คุณ‍ชาย‍ว่านถามเช่นนี้ ข้าเสียใจยิ่งนัก” ฉี‍หย่าตอบด้วยน้ำเสียงน้อยใจ เดินก้าว

  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   ตอนพิเศษ 8.1 เทศกาลฉีเฉียวมาเยือนอีกครา (1.4)

    วันนี้หลี่เซียวรอจังหวะที่ว่าน‍ฟู่‍เฉิงอยู่ตัวคนเดียวถึงได้มีโอกาสเข้ามาเตือนอะไรบางอย่าง “คุณชาย ไม่รู้ว่าสองสามวันที่ผ่านมาคุณชายเห็นรายงานร้านค้าที่เพิ่มขึ้นมาในถนนสายฝนแล้วหรือยังขอรับ” “มีงานเทศกาลหรือ ‍?‍” ช่วงนี้งานปกติที่เขาเคยทำล้วนส่งมอบให้ฮูหยินของตนเกือบทั้งหมด ส่วนตัวเองไปมองหาลู่ทางการขยายกิจการแทน ขณะนี้เองก็กำลังดูเครื่องประดับที่ส่งมาจากแคว้นอื่นด้วยความตั้งใจ พอถูกถามจึงไม่ได้ทันคิดถึงว่าวันนี้คือวันที่เท่าไร มีงานอะไรสำคัญหรือไม่ เพราะนอกจากจะนับวันรอที่จะได้หยุดเพื่อออกไปชมต้นไม้ใบหญ้าลำธารกับคนของใจแล้ว วันเวลาอย่างอื่นล้วนไม่อยู่ในสายตาของเขา แต่ที่ถามออกไปได้อย่างแม่นยำและถูกถึงเก้าส่วนก็เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาล้วน ‍ๆ‍ เนื่องจากถนนสายฝนเป็นหนึ่งในกิจการร้านค้าที่เขามีมากที่สุดในเมือง‍จาง หากมีร้านค้าเพิ่มขึ้นมาก็หมายถึงมีการแบ่งพื้นที่หน้าร้านแต่เดิมจากหนึ่งเป็นสองร้าน หรือก็คืออาจมีงานเทศกาลยามค่ำคืนร่วมด้วย แถมบางครั้งยังเป็นตระ‍กูล‍ว่านที่ต้องออกหน้ารับจัดงานด้วยซ้ำ แต่แน่นอนว่าในส่วนนี้เขาย่อมมีผู้ดูแลแทนอยู่แล้วเลยไม่ค่อยสนใจที่หลี่เซี

  • ทั่วทั้งใต้หล้า ข้ามองหาเพียงเจ้า   ตอนพิเศษ 7 ตกถังข้าวสารแล้ว งานไม่ต้องทำก็ได้

    ใกล้เข้าเหมันตฤดูแล้ว ว่าน‍ฟู่‍เฉิงยืนกอดอกมองคนขนของเข้ามาในจวน เขาสั่งไหมาเยอะมาก เอามาทุกขนาดที่หาได้ หากคำนวณผ่านตาคร่าว ‍ๆ‍ ตั้งแต่ครึ่งก้านธูปที่แล้วไหที่ถูกขนเข้าไปก็ปาไปหลายร้อยใบแล้ว กู่‍ซิง‍อีที่เดินหาวหวอดออกมาก็มองตามกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังพากันขนไหเข้าไปด้านหลังจวน “ท่านสั่งไหมาทำไมเยอะแยะ” เมื่อเดินเข้ามาใกล้ถึงคนรักของตนก็เอ่ยถามออกไป “ไว้ให้เจ้าหมักสุรา” ว่าน‍ฟู่‍เฉิงกล่าวแย้มยิ้ม ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาจนถึงตนเอง ว่าน‍ฟู่‍เฉิงก็ก้าวยาว ‍ๆ‍ เดินไปหยุดยืนข้างกายดวงใจของตนแล้ว เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจมองมาทางนี้จึงขยับหอมแก้มกู่‍ซิง‍อีด้วยความรวดเร็วไปหนึ่งที กู่‍ซิง‍อีตกใจจนตัวแข็ง รีบหันมองซ้ายมองขวา เมื่อไม่เห็นใครก็โล่งใจ แต่อดที่จะมองค้อนเขาไปทีหนึ่งมิได้ “เหอะ ท่านยังคิดจะใช้ข้าทำงานอีก ‍!‍ ข้าตกถังข้าวสารแล้ว ไหนเลยจะไปทำงานให้เหนื่อย” ว่าน‍ฟู่‍เฉิงไม่ได้เสียใจหรือน้อยใจกลับยกยิ้มมองกู่‍ซิง‍อีและพูดเสริมว่า “ข้าสั่งทำห้องหมักสุราโดยเฉพาะไว้ให้เจ้าแล้วไม่ต้องรวมกับครัวของจวนแบบครั้งก่อนอีก และทั้งข้าว ไห เชือก ผ้ากรองก็มีให้ใช้ไม

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status