ปีนั้นเพราะเรื่องของเหมียวเหมียว ภรรยาของเขาเสียใจอย่างหนักจนร่างกายทรุดโทรม หลังจากนั้นก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกเลยช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเขาเข้าใจว่านี่เป็นผลกรรมของพวกเขาสามีภรรยาที่ไม่สามารถดูแลลูกสาวให้ดี ทำให้นางต้องตายไปอย่างน่าอนาถตั้งแต่อายุยังน้อย พวกเขาโทษทั้งหมดนี้ว่าเป็นความผิดของสกุลจ้าว มีแต่ทำเช่นนี้จิตใจพวกเขาจึงจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ยามนี้กลับได้รู้ว่าทั้งหมดนั้นเป็นการกระทำของลูกสาวคนดีที่พวกเขาเลี้ยงดูมาคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่เคยทำลงไปในตอนนี้ พวกเขาช่างโง่งมยิ่งนัก!“ไม่แปลกใจเลยที่พวกท่านเลี้ยงลูกสาวคนดีเช่นนี้ออกมาได้ ทั้งบ้านมีแต่พวกไม่แยกแยะดีชั่ว!”แววตานายหญิงจ้าวเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เพียงคิดว่าหลายปีที่ผ่านมาเพราะรู้สึกผิดต่อเหมียวเหมียว ไม่ว่าสกุลเฉียนจะล้ำเส้นอย่างไร พวกเขาล้วนอดทนอดกลั้นเพราะว่าหลังสูญเสียเหมียวเหมียวไป นายหญิงเฉียนก็จมอยู่ในความเศร้าเสียใจ สุดท้ายก็ทำร้ายสุขภาพจนไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก ส่วนนางก็ไม่ตั้งครรภ์อีกเลยหลังให้กำเนิดซวี่ไป๋ ทุกคนล้วนพูดกันว่าเป็นผลกรรมของพวกตนในใจนางไม่รู้ว่าเจ็บช้ำใจปานไหน แต่ก็รู้สึกว่าบางทีอาจกำลัง
“เรื่องแบบนี้ข้าเคยได้ยินมามากแล้ว แค่ฟังก็รู้ว่านางจะต้องจงใจแน่นอน ถึงได้ถูกวิญญาณอาฆาตตามรังควานตอนกลางคืน”“นางบอกว่าถ้าข้าสามารถหาวิธีแก้ไขได้ก็จะมอบเงินก้อนโตให้ข้า ถ้าข้าแก้ไขไม่ได้ก็จะฆ่าข้า ข้าไร้ทางเลือกถึงได้เสนอให้แต่งงานกับคนตาย”“แม่นางผู้นี้ตายไปตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงาน นอกจากนี้ยังมีเพื่อนเล่นสมัยเด็กคนหนึ่ง ขอแค่แต่งงานกับคนตายสำเร็จก็คงจะไม่มารังควานนางต่อไปอีกแล้ว”“ข้า ข้าก็แค่อยากรักษาชีวิตไว้เท่านั้น! ถ้าไม่เชื่อพวกท่านดูบาดแผลบนลำคอข้าก็ได้ เป็นแผลตอนที่นางใช้มีดจ่อคอขู่ให้ข้ารับปากตอนก่อนหน้านี้”ไต้ซือรีบแหวกอาภรณ์ออก เผยให้เห็นรอยแผลตรงลำคอ นั่นเป็นบาดแผลที่ค่อนข้างสดใหม่แผลหนึ่ง“เจ้าพูดเหลวไหลใส่ร้ายข้า เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะเอาชีวิตเจ้า!”เฉียนหย่าหลินพรวดพราดเข้าไปหาราวกับเสียสติไปแล้วก็ไม่ปาน แต่กลับถูกฉู่อวิ๋นกุยถีบกระเด็น“เรื่องชั่วช้าที่ตัวเองทำเอาไว้ถูกเปิดโปงออกมาหมดแล้ว ยังมาแผลงฤทธิ์อยู่ตรงนี้อีก เจ้าว่าหลังจากเช่ออ๋องรู้เรื่องพวกนี้ที่เจ้าทำไปพวกนี้แล้ว ตำแหน่งชายารองของเจ้ายังจะรักษาไว้ได้อีกงั้นรึ?”นายท่านจ้าวมีสีหน้าเคร่งขรึม “เจ้ากล้าวา
ครั้นเช่ออ๋องได้ยินว่าฉู่จวินถิงเชิญเขาไปที่สกุลเฉียนก็มีสีหน้ากังขา“เจ้าฟังผิดไปหรือเปล่า? ฉู่อ๋องให้ข้าไปที่สกุลเฉียน? สกุลเฉียนบ้านเฉียนหย่าหลินน่ะรึ?”“ใช่แล้ว ท่านอ๋อง ตอนนี้ฉู่อ๋องรวมถึงอวิ๋นอ๋องล้วนอยู่ที่สกุลเฉียน ส่วนว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นนั้นกลับไม่กระจ่างนัก”“คนที่มาแจ้งข่าวเมื่อครู่คืออวิ๋นหยางคนสนิทข้างกายฉู่อ๋อง เพียงแจ้งว่าท่านไปแล้วก็จะทราบเอง”ฉู่เทียนเช่อขมวดคิ้วมุ่น เฉียนหย่าหลินเดิมก็เป็นตัวปัญหา เรื่องนี้เขารู้ดียิ่งแล้ว แต่เรื่องนี้เหตุใดจึงไปเกี่ยวข้องกับสกุลเฉียนด้วยเล่า?หรือว่า...เฉียนหย่าหลินจะวางอำนาจบาตรใหญ่ไปรังแกซ่งรั่วเจินอีกแล้ว?“บัดซบ นางคนชั้นต่ำนี่อยู่เฉยๆ บ้างไม่เป็นหรือไร?”ฉู่เทียนเช่อตีหน้าเย็นชา ในใจเริ่มบังเกิดความไม่พอใจต่อซ่งรั่วเจินด้วยเช่นกัน ถึงเฉียนหย่าหลินจะมีนิสัยป่าเถื่อน แต่ก็ไม่ถึงกับไปหาเรื่องซ่งรั่วเจินซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดว่าตัวซ่งรั่วเจินเองก็คงมีปัญหาเหมือนกันวันนี้พอไปแล้ว เขาจะต้องพูดจาให้รู้เรื่องเสียหน่อยแล้ว!ระหว่างที่รอฉู่เทียนเช่อ นายหญิงเฉียนก็ขอขมาต่อคนสกุลจ้าวอย่างจริงจัง แต่เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ได้สำคัญสำหรับส
ซ่งรั่วเจินที่ถูกด่าไปยกหนึ่งอย่างปุบปับเลิกคิ้วขึ้น “ในบรรดาคนที่อยู่ตรงนี้ทั้งหมด คนที่เหมาะสมกับคำว่าเดรัจฉานมากที่สุดควรเป็นชายารองของเช่ออ๋องมากกว่ากระมัง?”“เจ้าไม่สำนึกเลยสักนิดอย่างนั้นรึ?”ฉู่เทียนเช่อเห็นว่าซ่งรั่วเจินยังกล้าตีฝีปากกับตนเองอีกก็ยิ่งโมโหกว่าเดิม “น้องสาม เจ้ากับซ่งรั่วเจินยังไม่แต่งงานกัน เจ้าจะให้ท้ายนางจนไม่เห็นกฎเกณฑ์อยู่ในสายตาเลยงั้นรึ?”“คนในครอบครัวชายารองของข้า จะปล่อยให้พวกเจ้ามารังแกเช่นนี้ได้อย่างไร?”“ถ้าวันนี้พวกเจ้าไม่มอบคำอธิบายที่สมเหตุสมผลให้ข้า ข้าไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ แน่!”ฉู่เทียนเช่อเดิมก็เป็นเชื้อพระวงศ์ แม้ยามปกติจะค่อนข้างสงวนท่าทียามต่อหน้าฉู่จวินถิง แต่เมื่อเดือดดาลขึ้นมาเช่นนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีอำนาจน่าเกรงขามไม่เบาเลยทีเดียวทว่าในชั่วขณะนี้สีหน้าของทุกคนในบริเวณนั้นกลับแลดูแปลกประหลาดอยู่บ้างยามนี้กำลังจ้องมองเช่ออ๋องด้วยสายตาแปลกประหลาด ตนเองควบคุมคนในบ้านไม่ได้เองจนกระทำเรื่องเหลวไหลพวกนี้ลงไป แต่กลับชิงเป็นฝ่ายตำหนิแม่นางซ่งก่อนเสียอย่างนั้น?“เสด็จพี่ ไม่ถามหาต้นสายปลายเหตุก็มาตำหนิคนเช่นนี้ คนที่ควรขอโทษคือท่านต่างหา
ราชวงศ์ฉู่โยว เมืองหลวงเกี้ยวเจ้าสาวสองหลังหยุดเรียงกันหน้าประตูจวนหลินโหว ตามมาด้วยเสียงประทัดฆ้องกลอง ครึกครื้นมากเป็นพิเศษแขกเหรื่อมาร่วมงานเห็นภาพนี้แล้วก็ตกตะลึง “เหตุใดมีเกี้ยวเจ้าสาวสองหลังกันเล่า?”“แม่นางห้าสกุลซ่ง—ซ่งรั่วเจิน รอหลินโหวมานานสองปี ดูแลงานทั้งจวนโหวแทนเขา บัดนี้หลินโหวคว้าชัยชนะกลับมา ตบแต่งแม่นางซ่งก็คือเรื่องดีของเมืองหลวง แต่เกี้ยวเจ้าสาวเข้าประตูพร้อมกัน มิใช่ว่ายังแต่งกับคนอื่นด้วยหรือ?”“คุณหนู ตอนนี้จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?”ซ่งรั่วเจินรู้สึกเพียงเสียงดังเอะอะอยู่ข้างหูพักหนึ่ง ขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว ลืมตาทั้งสองข้างก็มองเห็นชุดแต่งงานสีแดงเข้ม?เกิดเหตุอันใดขึ้น?ชุดแต่งงานซิ่วเหอและเกี้ยวเจ้าสาวสีแดงเข้ม นี่มิใช่ขบวนแต่งงานหรอกหรือ?“ท่านโหวทำเกินไปแล้ว ก่อนนี้เขาออกรบอยู่ภายนอก หากมิได้ท่านดูแลฮูหยินผู้เฒ่า ไฉนเลยเขาจะสามารถออกรบอย่างสบายใจได้? บัดนี้กลับมาอย่างยากลำบาก เขาถึงขั้นตบแต่งฉินซวงซวงเป็นภรรยาหลวงลำดับเดียวกันในวันแต่งงาน ไม่บอกกล่าวแม้คำเดียว เห็นได้ชัดว่ากำลังรังแกคุณหนู!”เฉินเซียงยิ่งพูดยิ่งโมโห บัดนี้เกี้ยวเจ้าสาวทั้งสองหลังหยุดอ
ซ่งรัวเจินถามไล่เรียงกระแทกลงไป กระแทกเสียจนสีหน้าหลินจือเยว่เผือดซีด หวุดหวิดจะเป็นลมหมดสติไปแล้วเหตุใดนางกล้าพูดเรื่องเหล่านี้ออกมาต่อหน้าคนมากมายเพียงนี้!“เรื่องนี้ก็ไม่ซื่อสัตย์จริงใจจริงนั่นล่ะ ได้ยินมาว่าหลินโหวและฉินซวงซวงมีใจปฏิพัทธ์ต่อกันมาตั้งแต่แรกแล้ว สองปีก่อนฉินซวงซวงไม่ยอมแต่งกับเขา นี่เขาถึงตกลงหมั้นหมายกับสกุลซ่ง ใครเคยคิดเล่าว่าทำความดีความชอบกลับมา ฉินซวงซวงกลับยอมแต่งกับเขาแล้ว ดังนั้นจึงคิดทำเช่นนี้ จุ๊ ๆ ...”“แม่นางสกุลซ่งไม่กลายเป็นตัวโง่งมไปแล้วหรือ?”ความทุ่มเทตลอดสองปีสูญเปล่าไปแล้ว เย็บชุดเจ้าสาวให้ผู้อื่นสวม ได้รับความทุกข์อย่างแสนสาหัสแต่ยังต้องกลั้นก้อนสะอื้น นี่ใครยังสามารถทนได้กันเล่า?“พี่หญิง อย่าโมโหไปเลย”ฉินซวงซวงก้าวเท้าฉับไวขึ้นมา มิอาจข่มความแปลกใจภายในใจเอาไว้ได้เห็นได้ชัดว่าซ่งรั่วเจินเป็นพลับอ่อนให้คนบดขยี้ แต่งเข้าบ้านพร้อมกันก็เป็นนางและจือเยว่ร่วมกันวางแผน แม้นางไม่ยอมแต่ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนรับปาก ไม่โวยวายใหญ่โตอันใดใครคาดคิดนางถึงขั้นเปิดผ้าคลุมหน้าลงจากเกี้ยวเจ้าสาว โวยวายอยู่ที่หน้าประตูเช่นนี้?“ล้วนเป็นความผิดของซวงซวง ท่าน
“แม่นางฉิน ได้โปรดถอดออก เพียงมองดูก็จะทราบได้” เฉินเซียงเอ่ยเพียงฉินซวงซวงถอดออก เฉินเซียงก็หยิบกำไลหยกไปให้ทุกคนดูหนึ่งรอบ “ทุกท่านล้วนเห็นอย่างชัดเจนแล้ว ด้านบนแกะสลักชื่อเล่นของคุณหนูข้าเจินเอ๋อร์เอาไว้!”“ยังไม่ต้องพูดว่าท่านโหวและคุณหนูข้ายังไม่แต่งงานกัน ต่อให้แต่งงานแล้วจริง คนมีหน้ามีตาที่ใดยักยอกสินเดิมของฮูหยินตนเองด้วยหรือ?”นับแต่โบราณจนถึงตอนนี้ สินเดิมล้วนเป็นสิ่งของติดตัวฝ่ายหญิง แม้แต่บ้านสามีก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง เว้นเสียแต่ตนเองยินยอม ทว่าหลินจือเยว่หยิบไปโดยตรงไม่บอกกล่าวเช่นนี้ เรียกว่าขโมยก็ไม่เกินจริงครั้นซ่งจืออวี้พี่ชายสามของซ่งรั่วเจินเร่งเดินทางมาถึงก็ได้ยินว่าหลินจือเยว่ยกกำไลหยกที่ท่านแม่มอบให้เจินเอ๋อร์เป็นสินเดิมให้กับฉินซวงซวง กำปั้นเจือความเกรี้ยวกราดกระแทกเข้าไปโดยตรงหนึ่งหมัด!“ไอ้สารเลว!”หลินจือเยว่ถูกกำปั้นกระแทกหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงหน้าหันไปอีกฝั่งหนึ่ง เลือดไหลออกจากมุมปากซ่งจืออวี้ไม่คิดยั้งมือเลยแม้แต่น้อย วันนี้เป็นวันมงคลยิ่งใหญ่ของน้องหญิง พวกเขาทั้งครอบครัวส่งนางออกจากจวนอย่างดีใจมีความสุข ใครคาดคิดมาถึงจวนหลินโหวจะถูกหมิ่นแคล
“เรื่องนี้โทษท่านแม่ไม่ได้ พูดได้เพียงว่าหลินจือเยว่แสดงละครได้อย่างยอดเยี่ยม หน้าหนาไร้ยางอาย!”ซ่งรั่วเจินยิ่งพูดยิ่งรังเกียจ โชคดีช่วงเวลาที่นางทะลุมิติเข้ามาในหนังสือยังมิได้แต่งเข้าจวนสกุลหลิน หากแต่งเข้าไปแล้ว นั่นต่างหากถึงจบสิ้น!หลิ่วหรูเยียนเห็นลูกสาวผู้เพียบพร้อมของตนพูดถ้อยคำหล่านี้ออกมา ยิ่งมั่นใจว่านางกำลังเสียใจ น้ำตาคลอหน่วย “ลูกสาวชะตาอาภัพของข้า...”แต่น้ำตาที่หางตายังไม่ทันตกก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากด้านนอก ของทั้งใหญ่ทั้งเล็กถูกยกเข้ามา หยาดน้ำตาหยุดชะงักในทันใด“เจินเอ๋อร์ นี่ นี่คืออะไรกัน?”“อย่างไรเสียก็ไม่แต่งแล้ว สิ่งของย่อมต้องนำกลับมา ฉินซวงซวงคนนั้นพูดทุกคำว่ารักชอบท่านโหว ข้าอยากเห็นเหลือเกินว่านางจะยอมหักใจชดเชยจวนโหวโล่งโจ้งนั่นหรือไม่!”ซ่งรั่วเจินเคยอ่านต้นฉบับหนังสือมาก่อน ย่อมรู้ว่าฉินซวงซวงก็คือคนมีอุปนิสัยชมชอบความร่ำรวยคนหนึ่ง หาไม่แล้วเพียงนางเอ่ยปาก หลินจือเยว่ก็ต้องถอนหมั้นนางเป็นแน่!แต่นางกลับไม่ทำ ก็เพื่อเงินของจวนสกุลซ่งบัดนี้เงินตกอยู่ในมือนางแล้ว ฉินซวงซวงทางหนึ่งคิดจะหลับนอนกับบุรุษของเจ้าของร่างเดิม ทางหนึ่งใช้จ่ายเงินของเจ้า
ซ่งรั่วเจินที่ถูกด่าไปยกหนึ่งอย่างปุบปับเลิกคิ้วขึ้น “ในบรรดาคนที่อยู่ตรงนี้ทั้งหมด คนที่เหมาะสมกับคำว่าเดรัจฉานมากที่สุดควรเป็นชายารองของเช่ออ๋องมากกว่ากระมัง?”“เจ้าไม่สำนึกเลยสักนิดอย่างนั้นรึ?”ฉู่เทียนเช่อเห็นว่าซ่งรั่วเจินยังกล้าตีฝีปากกับตนเองอีกก็ยิ่งโมโหกว่าเดิม “น้องสาม เจ้ากับซ่งรั่วเจินยังไม่แต่งงานกัน เจ้าจะให้ท้ายนางจนไม่เห็นกฎเกณฑ์อยู่ในสายตาเลยงั้นรึ?”“คนในครอบครัวชายารองของข้า จะปล่อยให้พวกเจ้ามารังแกเช่นนี้ได้อย่างไร?”“ถ้าวันนี้พวกเจ้าไม่มอบคำอธิบายที่สมเหตุสมผลให้ข้า ข้าไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ แน่!”ฉู่เทียนเช่อเดิมก็เป็นเชื้อพระวงศ์ แม้ยามปกติจะค่อนข้างสงวนท่าทียามต่อหน้าฉู่จวินถิง แต่เมื่อเดือดดาลขึ้นมาเช่นนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีอำนาจน่าเกรงขามไม่เบาเลยทีเดียวทว่าในชั่วขณะนี้สีหน้าของทุกคนในบริเวณนั้นกลับแลดูแปลกประหลาดอยู่บ้างยามนี้กำลังจ้องมองเช่ออ๋องด้วยสายตาแปลกประหลาด ตนเองควบคุมคนในบ้านไม่ได้เองจนกระทำเรื่องเหลวไหลพวกนี้ลงไป แต่กลับชิงเป็นฝ่ายตำหนิแม่นางซ่งก่อนเสียอย่างนั้น?“เสด็จพี่ ไม่ถามหาต้นสายปลายเหตุก็มาตำหนิคนเช่นนี้ คนที่ควรขอโทษคือท่านต่างหา
ครั้นเช่ออ๋องได้ยินว่าฉู่จวินถิงเชิญเขาไปที่สกุลเฉียนก็มีสีหน้ากังขา“เจ้าฟังผิดไปหรือเปล่า? ฉู่อ๋องให้ข้าไปที่สกุลเฉียน? สกุลเฉียนบ้านเฉียนหย่าหลินน่ะรึ?”“ใช่แล้ว ท่านอ๋อง ตอนนี้ฉู่อ๋องรวมถึงอวิ๋นอ๋องล้วนอยู่ที่สกุลเฉียน ส่วนว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นนั้นกลับไม่กระจ่างนัก”“คนที่มาแจ้งข่าวเมื่อครู่คืออวิ๋นหยางคนสนิทข้างกายฉู่อ๋อง เพียงแจ้งว่าท่านไปแล้วก็จะทราบเอง”ฉู่เทียนเช่อขมวดคิ้วมุ่น เฉียนหย่าหลินเดิมก็เป็นตัวปัญหา เรื่องนี้เขารู้ดียิ่งแล้ว แต่เรื่องนี้เหตุใดจึงไปเกี่ยวข้องกับสกุลเฉียนด้วยเล่า?หรือว่า...เฉียนหย่าหลินจะวางอำนาจบาตรใหญ่ไปรังแกซ่งรั่วเจินอีกแล้ว?“บัดซบ นางคนชั้นต่ำนี่อยู่เฉยๆ บ้างไม่เป็นหรือไร?”ฉู่เทียนเช่อตีหน้าเย็นชา ในใจเริ่มบังเกิดความไม่พอใจต่อซ่งรั่วเจินด้วยเช่นกัน ถึงเฉียนหย่าหลินจะมีนิสัยป่าเถื่อน แต่ก็ไม่ถึงกับไปหาเรื่องซ่งรั่วเจินซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดว่าตัวซ่งรั่วเจินเองก็คงมีปัญหาเหมือนกันวันนี้พอไปแล้ว เขาจะต้องพูดจาให้รู้เรื่องเสียหน่อยแล้ว!ระหว่างที่รอฉู่เทียนเช่อ นายหญิงเฉียนก็ขอขมาต่อคนสกุลจ้าวอย่างจริงจัง แต่เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ได้สำคัญสำหรับส
“เรื่องแบบนี้ข้าเคยได้ยินมามากแล้ว แค่ฟังก็รู้ว่านางจะต้องจงใจแน่นอน ถึงได้ถูกวิญญาณอาฆาตตามรังควานตอนกลางคืน”“นางบอกว่าถ้าข้าสามารถหาวิธีแก้ไขได้ก็จะมอบเงินก้อนโตให้ข้า ถ้าข้าแก้ไขไม่ได้ก็จะฆ่าข้า ข้าไร้ทางเลือกถึงได้เสนอให้แต่งงานกับคนตาย”“แม่นางผู้นี้ตายไปตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงาน นอกจากนี้ยังมีเพื่อนเล่นสมัยเด็กคนหนึ่ง ขอแค่แต่งงานกับคนตายสำเร็จก็คงจะไม่มารังควานนางต่อไปอีกแล้ว”“ข้า ข้าก็แค่อยากรักษาชีวิตไว้เท่านั้น! ถ้าไม่เชื่อพวกท่านดูบาดแผลบนลำคอข้าก็ได้ เป็นแผลตอนที่นางใช้มีดจ่อคอขู่ให้ข้ารับปากตอนก่อนหน้านี้”ไต้ซือรีบแหวกอาภรณ์ออก เผยให้เห็นรอยแผลตรงลำคอ นั่นเป็นบาดแผลที่ค่อนข้างสดใหม่แผลหนึ่ง“เจ้าพูดเหลวไหลใส่ร้ายข้า เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะเอาชีวิตเจ้า!”เฉียนหย่าหลินพรวดพราดเข้าไปหาราวกับเสียสติไปแล้วก็ไม่ปาน แต่กลับถูกฉู่อวิ๋นกุยถีบกระเด็น“เรื่องชั่วช้าที่ตัวเองทำเอาไว้ถูกเปิดโปงออกมาหมดแล้ว ยังมาแผลงฤทธิ์อยู่ตรงนี้อีก เจ้าว่าหลังจากเช่ออ๋องรู้เรื่องพวกนี้ที่เจ้าทำไปพวกนี้แล้ว ตำแหน่งชายารองของเจ้ายังจะรักษาไว้ได้อีกงั้นรึ?”นายท่านจ้าวมีสีหน้าเคร่งขรึม “เจ้ากล้าวา
ปีนั้นเพราะเรื่องของเหมียวเหมียว ภรรยาของเขาเสียใจอย่างหนักจนร่างกายทรุดโทรม หลังจากนั้นก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกเลยช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเขาเข้าใจว่านี่เป็นผลกรรมของพวกเขาสามีภรรยาที่ไม่สามารถดูแลลูกสาวให้ดี ทำให้นางต้องตายไปอย่างน่าอนาถตั้งแต่อายุยังน้อย พวกเขาโทษทั้งหมดนี้ว่าเป็นความผิดของสกุลจ้าว มีแต่ทำเช่นนี้จิตใจพวกเขาจึงจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ยามนี้กลับได้รู้ว่าทั้งหมดนั้นเป็นการกระทำของลูกสาวคนดีที่พวกเขาเลี้ยงดูมาคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่เคยทำลงไปในตอนนี้ พวกเขาช่างโง่งมยิ่งนัก!“ไม่แปลกใจเลยที่พวกท่านเลี้ยงลูกสาวคนดีเช่นนี้ออกมาได้ ทั้งบ้านมีแต่พวกไม่แยกแยะดีชั่ว!”แววตานายหญิงจ้าวเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เพียงคิดว่าหลายปีที่ผ่านมาเพราะรู้สึกผิดต่อเหมียวเหมียว ไม่ว่าสกุลเฉียนจะล้ำเส้นอย่างไร พวกเขาล้วนอดทนอดกลั้นเพราะว่าหลังสูญเสียเหมียวเหมียวไป นายหญิงเฉียนก็จมอยู่ในความเศร้าเสียใจ สุดท้ายก็ทำร้ายสุขภาพจนไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก ส่วนนางก็ไม่ตั้งครรภ์อีกเลยหลังให้กำเนิดซวี่ไป๋ ทุกคนล้วนพูดกันว่าเป็นผลกรรมของพวกตนในใจนางไม่รู้ว่าเจ็บช้ำใจปานไหน แต่ก็รู้สึกว่าบางทีอาจกำลัง
“อะไรกัน? คงไม่ได้ร้อนตัวจึงไม่กล้าหรอกนะ?” ฉู่อวิ๋นกุยพูดเสียดสี“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเขาจงใจให้ร้ายข้า พวกท่านอย่าไปฟังพวกเขาพูดนะเจ้าคะ”เฉียนหย่าหลินมองไปทางนายท่านเฉียนและนายหญิงเฉียนด้วยความร้อนใจ ทว่าชั่วขณะนี้ หัวใจของนายท่านเฉียนและนายหญิงเฉียนล้วนเย็นเฉียบไปหมดแล้วแม้นางจะไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ท่าทีในเวลานี้ของนางก็บ่งบอกทุกอย่างแล้วนางกำลังร้อนตัวและหวาดกลัว“หย่าหลิน เหมียวเหมียวเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเจ้า ตอนนั้นเจ้าอายุแค่สิบขวบ ทำเรื่องโหดร้ายอำมหิตเช่นนั้นลงไปได้อย่างไร?”แววตานายท่านเฉียนเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เขารู้ว่าเฉียนหย่าหลินมีนิสัยเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ สิ่งเหล่านี้ในสายตาเขาไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด ขอแค่พวกเขาให้อภัยและอดทนอดกลั้นหน่อยก็พอแล้วแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงเลยว่านางจะสามารถลงมือโหดเหี้ยมต่อน้องสาวแท้ๆ ได้เช่นนี้!“ไม่ ข้าเปล่านะ” เฉียนหย่าหลินส่ายหน้าไปมาซ่งรั่วเจินเลิกคิ้ว “มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไม่ยอมพูดความจริงอีก เห็นทีคงได้แต่ใช้มาตรการเล็กน้อยเสียแล้ว”ทันใดนั้นก็เห็นซ่งรั่วเจินเขียนยันตร์แผ่นหนึ่งออกมากลางอากาศ จุดแต้มรัศมีสีทองพลันปราก
“วันนั้นข้าเห็นกับตาตัวเองว่าเฉียนหย่าหลินปรากฏตัวขึ้นบริเวณใกล้ๆ นางวิ่งหนีไปอย่างลนลาน ตอนนั้นข้าพูดออกไปก็ไม่มีใครเชื่อ” เฉิงเฉินกล่าว“พวกเจ้าพูดเหลวไหล!” เฉียนหย่าหลินร้อนใจเสียแล้ว หันไปพูดกับบิดามารดาว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านอย่าไปฟังพวกเขานะเจ้าคะ พวกเขาอยากปัดความรับผิดชอบจึงจงใจพูดเช่นนี้!”เฉิงเฉินกลับมีสีหน้าจริงจัง “เรื่องในปีนั้น ทางการก็สืบสวนแล้ว ตอนนั้นข้าพูดถึงเรื่องนี้ในคำให้การ พวกท่านสามารถไปหาคำให้การในปีนั้นที่ศาลาว่าการได้ เพียงอ่านก็จะทราบเอง!”เขาจำเรื่องในตอนนั้นได้อย่างชัดเจน ตอนพูดออกมายังถูกคนในครอบครัวตำหนิเอายกหนึ่ง บอกว่าเขาพูดจาเหลวไหล ดังนั้นต่อมาเขาจึงไม่ได้พูดถึงอีกเมื่อครู่ได้ยินท่านป้าจ้าวบอกว่าเฉียนหย่าหลินเคยทำเรื่องเลวร้ายขนาดนั้นมาตั้งแต่สมัยเด็ก เขาก็ยิ่งแน่ใจว่าตอนนั้นตนเองไม่ได้ดูผิด ผู้ร้ายสังหารคนก็คือเฉียนหย่าหลิน!“หย่าหลิน เจ้าไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้ใช่หรือไม่?” นายหญิงเฉียนพุ่งไปตรงหน้าเฉียนหย่าหลิน ในดวงตาเต็มไปด้วยความร้อนรน นางไม่เชื่อว่าลูกสาวจะทำเรื่องพรรค์นี้เฉียนหย่าหลินส่ายหน้าติดต่อกัน สีหน้าแลดูบริสุทธิ์ยิ่ง “แน่นอนส
นายหญิงจ้าวถ่มน้ำลาย พวกเขาช่างอับโชคโดยแท้ ถึงขั้นถูกพวกสวะเหล่านี้ตามรังควานอยู่ได้!นายท่านเฉียนได้ยินถ้อยคำนี้ก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “คำนี้ของพวกเจ้าหมายความว่าอันใด?”“ปีนั้นคนที่ทำร้ายเหมียวเหมียวจนตายเป็นลูกสาวตัวดีของพวกเจ้า!” นายท่านจ้าวพูดด้วยสีหน้าแข็งทื่อดุจเหล็ก“ลูกสาวของพวกเรา?” นายหญิงเฉียนอึ้งงัน จากนั้นสบถด่าออกมา “พวกเจ้ายังมีศักดิ์ศรีอยู่หรือไม่? เพื่อปัดความรับผิดชอบ แม้แต่ถ้อยคำเช่นนี้ก็พูดออกมาได้!”สายตานายหญิงจ้าวเปี่ยมความเย้ยหยัน “เฉียนหย่าหลินอุปนิสัยเยี่ยงไรพวกเจ้าไม่รู้หรือ? ใจคอโหดร้ายตั้งแต่เด็ก แม้แต่ตอนที่เหมียวเหมียวยังอยู่ นางทำเรื่องเพราะความริษยาออกมาน้อยกระนั้นรึ?”“ที่ผ่านมาไม่ใช่เจ้าเล่าให้ข้าฟังว่าเหมียวเหมียวเพิ่งเปลี่ยนชุดกระโปรงก็สกปรกแล้ว บ้างก็ปิ่นปักผมที่เจ้ามอบให้นางหายไป”“เจ้าพูดไปทุกคำว่าสาวใช้มือเท้าไม่สะอาด แต่เจ้าเปลี่ยนสาวใช้คนแล้วคนเล่า หรือว่าเจ้าที่เป็นแม่ไม่รู้จริงๆ ว่าคนทำเรื่องพรรค์นี้เป็นใคร?”นายหญิงเฉียนหลบเลี่ยงสายตา นางย่อมรู้ว่านี่เกิดอันใดขึ้น เพียงแต่เรื่องฉาวโฉ่ภายในบ้านไม่อาจแพร่งพรายออกไป อีกทั้งยังคิดว่าตอนนั
สีหน้าเฉียนหย่าหลินแข็งทื่อดุจเหล็ก “เจ้าเป็นตัวอะไรกัน? บ่าวคนหนึ่ง ถือสิทธิ์อะไรมาขวางข้า?”จากนั้น อวิ๋นหยางเผชิญหน้ากับคำถามนี้ สายตากลับไม่เปลี่ยนไป คนที่องค์ชายของพวกเขาต้องการขวางไว้ ผู้ใดก็อย่าคิดจะจากไปได้!“นี่ไม่ใช่ชายารองเฉียนหรือ? พ่อแม่เจ้าตีกันแล้ว เป็นลูกสาวไม่ไปช่วย เหตุใดถึงคิดหนีเล่า?” ซ่งรั่วเจินพูดเย้าเสียงเรียบเฉียนหย่าหลินว้าวุ่นใจอย่างมาก ใบหน้ากลับเย่อหยิ่ง “ข้าทำเยี่ยงไรเกี่ยวอันใดกับเจ้าด้วย? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน? ยุ่งมากเกินไปแล้วกระมัง!”สีหน้าซ่งรั่วเจินเย็นชาเรียบเฉย เฉียนหย่าหลินมีอุปนิสัยเย่อหยิ่งไม่ผิดไปดังคาด โดยเฉพาะหลังได้รู้สาเหตุการตายของเฉียนชิ่งเหมียวแล้ว ก็รู้ว่ากระดูกคนผู้นี้เน่าเฟะไปแล้ว“ไม่จำเป็นต้องมีโทสะกับคนเช่นนี้ ไม่คู่ควร” สายตาฉู่จวินถิงสะท้อนแววรังเกียจ สุ้มเสียงเรียบเฉยเฉียนหย่าหลินรู้ว่าฉู่จวินถิงดูเบานางมาโดยตลอด แต่อย่างน้อยเมื่อก่อนก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจนถึงเพียงนี้ ทว่าบัดนี้เป็นเพราะซ่งรั่วเจินจึงไม่เห็นพี่สะใภ้อย่างนางอยู่ในสายตา!“ซ่งรั่วเจิน เจ้าก็แค่อาศัยฉู่อ๋องคอยหนุนหลังถึงเย่อหยิ่งโอหังเช่นนี้มิใช่หรือ? ความ
ทว่าท่าทีตอบสนองของคนผู้นี้เชื่องช้ามากอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าคิดไม่ถึงว่าจะมีคนทำลาย ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจ หากตอนนี้ยังฝืนต่อไป ด้วยฝีมือระดับนั้น จะต้องกระอักโลหิตอย่างแน่นอนจู่ๆ เสียงชวนให้คนสกุลเฉียนตกตะลึงก็ดังขึ้น หันหน้าก็มองเห็นคนสกุลจ้าวที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่ยามใด“เกิดอันใดขึ้น? เหตุใดไม่มีคนแจ้ง?” นายหญิงเฉียนร้อนใจแทบแย่จากนั้น นายหญิงจ้าวก็ถลันเข้าไปตบหนึ่งฉาด “เจ้า นังแพศยาคนนี้ ถึงขั้นคิดเอาชีวิตลูกชายของข้า วันนี้ข้าขอสู้กับเจ้า!”เพราะก่อนหน้านี้ได้รู้ว่าคนสกุลเฉียนกำลังทำพิธี ดังนั้นตอนนายหญิงจ้าวมาจึงพาคนกลุ่มหนึ่งมาด้วย นับตั้งแต่เข้าสกุลเฉียนจึงไม่มอบโอกาสให้พวกเขาแจ้งข่าวไม่ผิดไปดังคาด เพียงเข้ามาก็ได้เห็นเหตุการณ์ใหญ่โตเช่นนี้ ส่วนหุ่นผู้ชายกระดาษทางด้านข้างก็เขียนเวลาตกฟากของลูกชายบ้านตนเอาไว้นางมีลูกชายเพียงคนเดียว เห็นเป็นแก้วตาดวงใจมาโดยตลอด ปรากฏว่าเฉียนฮูหยินที่ปกติมีความสัมพันธ์ไม่เลวกับนาง ลับหลังฝีมือโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!อีกเพียงนิดเดียว ลูกชายของนางก็จะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว!พวกซ่งรั่วเจินเองก็คิดไม่ถึงว่านายหญิงจ้าวจะดุดันเช่นนี้ หลังเข้ามาแล้ว