“ซ่อนอยู่ที่นี่?” ดวงตาซ่งหลินทอประกาย คิดไม่ถึงลูกสาวยังมีความสามารถเช่นนี้!โจวหลี่เผยสีหน้าตกตะลึง อันที่จริงเขาเองก็ตามหาภายในจวนมาก่อน แต่ตามหาทุกสถานที่ที่สามารถหาได้แล้ว กลับไม่พบว่าตกลงซ่อนอยู่ที่ใด จึงคิดว่าตอนหยางฮูหยินจากไปได้นำไปทั้งหมดแล้ว“นี่ไม่ใช่จำนวนน้อย สามารถซื้อเสบียงอาหารได้มากมาย”ซ่งรั่วเจินหัวเราะเบาๆ ลดเสียงให้เบาลงพูดกับซ่งหลิน “หาคนที่ดูเข้าท่าสักหน่อยแล้วซื้อเสบียงอาหารไม่ต้องมาก รอพี่สามมาแล้วค่อยซื้อจากพี่สามทั้งหมดเจ้าค่ะ!”“เจินเอ๋อร์ฉลาดนัก!” ซ่งหลินยิ้มกว้าง ลูกสาวของเขามีความสามารถไม่ธรรมดาจริงๆ!ทุกคนได้เห็นสมบัติซ่อนอยู่ใต้ดินภายในสวนดอกไม้ทางด้านหลังอย่างว่องไวพูดให้ถูกก็คือไม่มีคนรู้ว่าใต้ดินนี้ซ่อนห้องลับเอาไว้แห่งหนึ่ง!หลายปีมานี้นายอำเภอหยางซ่อนเงินเหล่านี้ไว้ภายในห้องลับใต้ดินโดยที่ไม่รู้คนรู้ส่วนซ่งรั่วเจินทำนายออกมาได้ว่าเงินอยู่ใต้ดิน กลับไม่ได้หาเส้นทางของห้องลับ แต่ให้คนขุดลงไปทีแรกคนขุดยังรู้สึกแปลกใจ ไม่เข้าใจอยู่ดีๆ ขุดดินทำอันใด แต่ขุดลงไปได้ครู่หนึ่งก็พบว่าข้างล่างแข็งผิดปกติ ต่อมาจึงเจาะเปิดออกได้เห็นกล่องเงินทองเครื
โจวหลี่ได้รู้ว่าซ่งรั่วเจินวางแผนเชิญหัวหน้าตระกูลที่กักตุนเสบียงอาหารมา รีบก้าวเท้าฉับไวเข้ามา สีหน้าเปี่ยมความกังวล “แม่นางซ่ง ข้ารู้เจ้าทำเช่นนี้เพื่อราษฎรทั้งเมือง แต่ก่อนหน้านี้ข้าเคยไปเจรจากับพวกเขามาก่อน ไม่ว่าพูดเยี่ยงไรก็ล้วนไร้ความหมาย”ได้ยินดังนั้น ซ่งรั่วเจินก็หัวเราะเบาๆ “ไร้ความหมายก็ไม่เป็นไร ตรงข้ามกันเพียงแต่เชิญมาเจรจาดูเท่านั้น”“ข้ากังวลพวกเขาพูดจาไม่ไพเราะ โดยเฉพาะแม่นางในห้องหอคนหนึ่งอย่างเจ้า จะต้องถูกรังแกแน่”โจวหลี่เผยสีหน้าเอือมระอา เขาไม่เข้าใจแม่ทัพซ่งกำลังคิดอันใด ถึงขั้นมอบเรื่องนี้ให้แม่นางซ่งไปจัดการต้องรู้ว่าพวกพ่อค้าเหล่านั้นแต่ละคนล้วนเจ้าเล่ห์ หากขัดแย้งกันขึ้นมา ก็สามารถทำให้คนโมโหตายได้!แม้แต่ชายตัวโตอย่างเขาพูดกับพวกเขาก็ไร้ประโยชน์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงซ่งรั่วเจินแม่นางอ่อนแอบอบบางคนหนึ่ง น่ากลัวว่าจะรังแกจนนางร้องไห้“ใต้เท้าโจวไม่จำเป็นต้องกังวล เรื่องเล็กนี้ไม่สามารถทำให้ข้าตกใจได้”ซ่งรั่วเจินยกมุมปาก นางเป็นถึงเจ้าสำนักเต๋าผู้ยิ่งใหญ่ ก็แค่พวกตาเฒ่าดื้อรั้นสองสามคน คิดจะขู่นางรึ?ต่อให้เป็นเจ้าของร่างเดิม ทำการค้าในเมืองหลวงมานานหล
หากไม่มีทางการ เดิมทีพวกเขาก็ไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้!โจวหลี่คนนี้ยังเป็นคนมีมโนสำนึกคนหนึ่ง น่ากลัวว่าก่อนหน้านี้ยามนายอำเภอหยางยังอยู่ เขาจะต้องเกลี้ยกล่อมหลายครั้งแน่ ดังนั้นสกุลสือเห็นเขาแล้วจึงไม่สบอารมณ์ บัดนี้จึงอยากหาทางทำให้เขาลำบากหลังหัวหน้าตระกูลเมืองผิงหยางทุกคนได้รับคำเชิญแล้ว กลับไม่ได้มาจวนของนายอำเภอในทันที ตรงข้ามกันไปยังสกุลสือก่อน“คาดว่าทุกท่านล้วนรู้สถานการณ์ในตอนนี้แล้ว แม่ทัพซ่งอยู่ที่จวนนายอำเภอ ครั้งนี้เชิญพวกเราไปจะต้องเพื่อกดราคาเสบียงอาหารแน่ พวกเราน่าจะรู้ว่าสมควรทำเยี่ยงไรกระมัง?”สีหน้าหัวหน้าตระกูลสือเย่อหยิ่งอย่างเห็นได้ชัด ต่อให้แม่ทัพซ่งมาแล้วอย่างไร?พวกเขาเพียงแต่ทำการค้า นอกจากแม่ทัพซ่งจะสามารถฆ่าพวกเขาทุกคนได้!หากทำเช่นนี้จริง ต่อให้เป็นแม่ทัพซ่ง ก็ไม่สามารถฆ่าคนเป็นผักปลาได้ หรือว่าเพื่อราษฎรเมืองผิงหยางจึงไม่เป็นแม้แต่ขุนนางแล้ว?“หัวหน้าตระกูลสือ ได้ยินมาว่าท่านอ๋องและราชครูกู้มาเพื่อควบคุมสถานการณ์โดยรวม คาดว่าอีกไม่นานก็จะมาถึงแล้ว หากถึงตอนนั้นถูกลงโทษ...”“ลงโทษแล้วกลัวอันใด? บัดนี้กำลังขาดแคลนเสบียงอาหาร นั่นเป็นเรื่องของทางการ พ
แววตะลึงในความงามวาบผ่านดวงตาของหัวหน้าตระกูลสือ เขาเคยเห็นหญิงงามมาไม่น้อย แต่ยังไม่เคยเห็นแม่นางที่งามล่มเมืองเช่นนี้มาก่อนเลยเรือนกายอรชร ผิวพรรณขาวผ่องยิ่งกว่าหิมะ เครื่องหน้าประณีตหยาดเยิ้ม ถึงตอนนี้จะตีหน้าเย็นชาแต่ก็พิลาสล้ำในแดนดิน ถ้ายิ้มออกมาไม่รู้ว่าจะยิ่งงามเลิศล้ำถึงปานไหนโจวหลี่เห็นว่ายืมเงินไม่สำเร็จจึงเปลี่ยนมาใช้แผนคนงามอย่างนั้นรึ?แต่ถ้าโจวหลี่สามารถกำนัลคนงามเช่นนี้ให้เขาได้จริงๆ เขาก็ไม่ถือสาที่จะนำข้าวสารมามากหน่อย“โจวหลี่ เจ้าไม่มีปัญญาจัดการเอง ยามนี้พาแม่นางคนหนึ่งมาด้วย คิดจะยกให้ข้าอย่างนั้นรึ?”โจวหลี่เห็นว่าหัวหน้าตระกูลสือถึงกับกล้าหมายตาซ่งรั่วเจิน แววเหลือเชื่อวาบผ่านดวงตา เขารีบกล่าวว่า “หัวหน้าตระกูลสือ ท่านพูดจาให้มันดีๆ หน่อย นี่คือลูกสาวของแม่ทัพซ่งนะ!”แต่มือของซ่งจืออวี้เร็วกว่าโจวหลี่“เพียะ!”ฝักกระบี่ของซ่งจืออวี้ฟาดแสกกลางใบหน้าของหัวหน้าตระกูลสือ เสียงดังลั่นจนคนได้ยินใจสั่นสะท้าน รู้สึกว่าคงเจ็บมาก“โอ๊ย!”หัวหน้าตระกูลสือร้องลั่นพลางลูบปากตัวเอง ถูกฟาดจนเลือดไหล ถึงขั้นรู้สึกว่าฟันหน้าเริ่มคลอนเลยทีเดียวแต่พอเขาสบกับสายตาเย็น
ถึงหัวหน้าตระกูลสือจะหนังหน้าหนา แต่ถูกเปิดโปงเรื่องแบบนี้ต่อหน้าต่อตา ใบหน้าก็แดงก่ำขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ ยากจะกลบเกลื่อนโทสะได้“ข้าเชิญทุกท่านมาเพราะอยากเจรจาการค้ากับพวกท่าน” ซ่งรั่วเจินกล่าวขึ้นอย่างสงบ“ก็แค่อยากให้พวกข้าลดราคาข้าวสารไม่ใช่หรือไร?” หัวหน้าตระกูลสือเอ่ยหน้าตึงซ่งรั่วเจินพยักหน้า “ใช่แล้ว ข้าหวังว่าทุกท่านจะสามารถลดราคาข้าวสารลงจริงๆ”พวกหัวหน้าตระกูลเฉามองหน้ากันแล้วโบกไม้โบกมือทันที “ไปๆๆ เดิมทีราคาข้าวสารก็ไม่ถูกอยู่แล้ว อุทกภัยครานี้ยังหนักหนาปานนี้ ที่นาดีๆ ถูกน้ำท่วมไปตั้งมากมาย”“ต่อให้ปลูกข้าวใหม่ กว่าจะเก็บเกี่ยวได้ก็ต้องรอปีหน้า พวกข้าก็ต้องกักตุนเสบียงเอาไว้เพื่อเลี้ยงปากท้อง จะให้ขายออกไปแบบนี้ได้อย่างไร?”“โจวหลี่ ก่อนหน้านี้พวกเราก็คุยกันชัดเจนแล้วนะ เจ้าจะต้องหาเรื่องพวกข้าให้ได้เลยอย่างนั้นรึ?”หัวหน้าตระกูลเหยาร้องออกมาติดๆ เอาเป็นว่าการลดราคาข้าวสารเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!ซ่งรั่วเจินมองข้ามตัวปัญหาเหล่านี้ กล่าวว่า “ยามนี้ราคาข้าวสารขึ้นเป็นแปดเท่าแล้ว ชาวบ้านในเมืองซื้อไม่ไหว ข้าวสารในมือทุกท่านก็ขายออกไปไม่ได้”“ราชสำนักส่งฉู่อ๋องและราชครู
ซ่งรั่วเจินเหลือบมองหัวหน้าตระกูลสือนิ่งๆ นางรู้ว่าคนพวกนี้ถ้าไม่เห็นผลประโยชน์ก็คงไม่ยอมขยับตัวง่ายๆ จึงมีการเตรียมตัวมาแต่แรกแล้ว“ใครก็ได้ ขนสิ่งของเข้ามา!”คนข้างนอกได้ยินเสียงของซ่งรั่วเจินก็รีบขนเงินทองของล้ำค่าที่เตรียมไว้แต่แรกเข้ามาทันทีเมื่อเงินทองของล้ำค่าหีบแล้วหีบเล่าถูกคนยกเข้ามา ทุกคนก็ถูกภาพอันเจิดจ้าตรงหน้าบาดตาจนตาพร่า ตระหนักว่าซ่งรั่วเจินไม่ได้กำลังล้อเล่นนางพูดความจริง!นี่ก็คือกำลังทรัพย์ของตระกูลซ่งอย่างนั้นรึ?เดิมเข้าใจว่าแม่ทัพซ่งมาเมืองผิงหยางเพราะคิดจะใช้อำนาจกดดันคน ไม่คิดเลยว่าแม่ทัพซ่งจะใช้เงินฟาดคนตรงๆ เช่นนี้!ซ่งรั่วเจินเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของทุกคนเต็มสองตา “ทุกท่านคงจะเชื่อในความจริงใจของข้าแล้วสินะ ตระกูลซ่งของข้าทำการค้า สิ่งที่ให้ความสำคัญก็คือความจริงใจ”“ฝ่ายหนึ่งมอบเงิน ฝ่ายหนึ่งมอบสินค้า ทุกท่านโปรดวางใจ จะกลับไปคิดดูก่อนก็ได้ ถ้าคิดว่าสามารถดำเนินการได้ค่อยมาเจรจากับข้าอีกครั้ง”“สาเหตุที่ข้ากับพี่ชายมาเมืองผิงหยางครานี้เพื่อมาตามหาท่านพ่อ ตอนนี้พ่อข้ากลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง จึงอยากออกแรงช่วยราษฎรในเมืองผิงห
“ประจวบกับเมื่อคืนวานพวกท่านแม่ทัพซ่งก็ไปเหมือนกัน ไม่รู้ว่าหัวหน้าตระกูลสือได้รับความตกใจหรืออย่างไรจึงสลบคาอกไปเลย”“โชคดีที่มีหมออยู่ด้วยจึงสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด แต่ดูเหมือนจะสาหัสเอาการ”“ได้ยินมานานแล้วว่าหัวหน้าตระกูลสือประพฤติตัวเหลวไหล ที่บ้านจัดงานเลี้ยงอยู่ แต่ก็ยังจะทำเรื่องหวาดเสียวแบบนั้น จุ๊ๆ ถูกคนมากมายเห็นเรื่องชวนขายหน้าเลยไหม!”“ไม่เพียงเท่านั้น ได้ยินว่ามีอนุภรรยาคนอื่นที่ถูกจับไปมาขอร้องให้ท่านแม่ทัพช่วยพวกนางออกไป ได้ยินว่าในบรรดาผู้หญิงที่หัวหน้าตระกูลสือเล่นด้วย มีคนที่ถูกเขาทรมานจนตายไปก็หลายคน!”เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอนแรกเพียงรู้สึกว่าน่าขัน คราวนี้ตระกูลสือขายหน้าไม่เหลือชิ้นดี แต่หลังจากได้ยินว่าอนุภรรยาที่ถูกจับตัวไปเหล่านั้นมีชีวิตแสนอาภัพก็เปลี่ยนมาโกรธแค้นใจแทน“คนสารเลวแบบนี้ เมื่อวานทำไมถึงไม่ตายไปเสียเลยนะ!” ไป๋จื่อมีสีหน้าเดือดดาลชิงเถิงมองนางอย่างอ่อนใจ “ไป๋จื่อ เจ้าพูดอะไรต่อหน้าคุณหนูน่ะ?”“ไป๋จื่อคงโมโหเพราะได้ฟังเรื่องของหัวหน้าตระกูลสือมาสินะ?” ซ่งรั่วเจินยิ้มบาง “ผู้ก่อกรรมชั่วไว้มากย่อมวิบัติในที่ส
ความจริงซ่งรั่วเจินเลือกคนไว้แต่แรกแล้ว ก็คือสองคนที่โจวหลี่แนะนำมา ล้วนแต่เป็นคนจิตใจดี แต่แสดงละครทั้งทีก็ต้องแสดงให้จบ นางยังพบคนอีกหลายคนแล้วก็เป็นดังคาด ตอนเจอหน้าไม่จำเป็นต้องให้นางพูดมาก ฝ่ายตรงข้ามก็เสนอลดราคาให้เองตอนบอกราคาห้าเท่าเห็นนางไม่สะทกสะท้านก็รีบเปลี่ยนราคาเป็นสี่เท่าทันที นางพยักหน้าอย่างไม่กระโตกกระตาก บอกว่าจะไปพบคนต่อไป รอจนเลือกคนได้แล้วค่อยเจรจากันอย่างละเอียดอีกทีนางรู้จากข้อมูลที่ไปสืบหามาแต่แรกว่า คนเหล่านี้นัดแนะกันไว้ว่าจะลดราคาลงเหลือสี่เท่า ทำเช่นนี้จึงสามารถทำกำไรได้มากที่สุดน่าเสียดายที่ทุกคนล้วนอยากได้เงินก้อนนี้ ดังนั้นทุกคนจึงลดราคาลงเป็นสามเท่าสุดท้าย ซ่งรั่วเจินก็ซื้อข้าวสารจากเถ้าแก่อวี๋และเถ้าแก่จินที่โจวหลี่แนะนำมาในราคาสองเท่า แต่ยื่นเงื่อนไขไปหนึ่งข้อให้พวกเขาบอกคนอื่นว่าขายออกในราคาสี่เท่าเดิมคนทั้งสองก็กังวลว่าหากเรื่องราคาสองเท่าลือออกไป คนอื่นๆ จะกีดกันพวกเขา ด้วยเหตุนี้ หลังจากได้ยินเงื่อนไขของซ่งรั่วเจินจึงเลิกคิ้วด้วยความดีใจแล้วตอบรับทันทีหลังจากคนอื่นๆ ทราบข่าวนี้ สีหน้าก็ปั้นยากอย่างมาก แต่พวกเขาก็รู้ว่าสองคนนี้สนิทก
ซ่งรั่วเจินที่ถูกด่าไปยกหนึ่งอย่างปุบปับเลิกคิ้วขึ้น “ในบรรดาคนที่อยู่ตรงนี้ทั้งหมด คนที่เหมาะสมกับคำว่าเดรัจฉานมากที่สุดควรเป็นชายารองของเช่ออ๋องมากกว่ากระมัง?”“เจ้าไม่สำนึกเลยสักนิดอย่างนั้นรึ?”ฉู่เทียนเช่อเห็นว่าซ่งรั่วเจินยังกล้าตีฝีปากกับตนเองอีกก็ยิ่งโมโหกว่าเดิม “น้องสาม เจ้ากับซ่งรั่วเจินยังไม่แต่งงานกัน เจ้าจะให้ท้ายนางจนไม่เห็นกฎเกณฑ์อยู่ในสายตาเลยงั้นรึ?”“คนในครอบครัวชายารองของข้า จะปล่อยให้พวกเจ้ามารังแกเช่นนี้ได้อย่างไร?”“ถ้าวันนี้พวกเจ้าไม่มอบคำอธิบายที่สมเหตุสมผลให้ข้า ข้าไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ แน่!”ฉู่เทียนเช่อเดิมก็เป็นเชื้อพระวงศ์ แม้ยามปกติจะค่อนข้างสงวนท่าทียามต่อหน้าฉู่จวินถิง แต่เมื่อเดือดดาลขึ้นมาเช่นนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีอำนาจน่าเกรงขามไม่เบาเลยทีเดียวทว่าในชั่วขณะนี้สีหน้าของทุกคนในบริเวณนั้นกลับแลดูแปลกประหลาดอยู่บ้างยามนี้กำลังจ้องมองเช่ออ๋องด้วยสายตาแปลกประหลาด ตนเองควบคุมคนในบ้านไม่ได้เองจนกระทำเรื่องเหลวไหลพวกนี้ลงไป แต่กลับชิงเป็นฝ่ายตำหนิแม่นางซ่งก่อนเสียอย่างนั้น?“เสด็จพี่ ไม่ถามหาต้นสายปลายเหตุก็มาตำหนิคนเช่นนี้ คนที่ควรขอโทษคือท่านต่างหา
ครั้นเช่ออ๋องได้ยินว่าฉู่จวินถิงเชิญเขาไปที่สกุลเฉียนก็มีสีหน้ากังขา“เจ้าฟังผิดไปหรือเปล่า? ฉู่อ๋องให้ข้าไปที่สกุลเฉียน? สกุลเฉียนบ้านเฉียนหย่าหลินน่ะรึ?”“ใช่แล้ว ท่านอ๋อง ตอนนี้ฉู่อ๋องรวมถึงอวิ๋นอ๋องล้วนอยู่ที่สกุลเฉียน ส่วนว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นนั้นกลับไม่กระจ่างนัก”“คนที่มาแจ้งข่าวเมื่อครู่คืออวิ๋นหยางคนสนิทข้างกายฉู่อ๋อง เพียงแจ้งว่าท่านไปแล้วก็จะทราบเอง”ฉู่เทียนเช่อขมวดคิ้วมุ่น เฉียนหย่าหลินเดิมก็เป็นตัวปัญหา เรื่องนี้เขารู้ดียิ่งแล้ว แต่เรื่องนี้เหตุใดจึงไปเกี่ยวข้องกับสกุลเฉียนด้วยเล่า?หรือว่า...เฉียนหย่าหลินจะวางอำนาจบาตรใหญ่ไปรังแกซ่งรั่วเจินอีกแล้ว?“บัดซบ นางคนชั้นต่ำนี่อยู่เฉยๆ บ้างไม่เป็นหรือไร?”ฉู่เทียนเช่อตีหน้าเย็นชา ในใจเริ่มบังเกิดความไม่พอใจต่อซ่งรั่วเจินด้วยเช่นกัน ถึงเฉียนหย่าหลินจะมีนิสัยป่าเถื่อน แต่ก็ไม่ถึงกับไปหาเรื่องซ่งรั่วเจินซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดว่าตัวซ่งรั่วเจินเองก็คงมีปัญหาเหมือนกันวันนี้พอไปแล้ว เขาจะต้องพูดจาให้รู้เรื่องเสียหน่อยแล้ว!ระหว่างที่รอฉู่เทียนเช่อ นายหญิงเฉียนก็ขอขมาต่อคนสกุลจ้าวอย่างจริงจัง แต่เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ได้สำคัญสำหรับส
“เรื่องแบบนี้ข้าเคยได้ยินมามากแล้ว แค่ฟังก็รู้ว่านางจะต้องจงใจแน่นอน ถึงได้ถูกวิญญาณอาฆาตตามรังควานตอนกลางคืน”“นางบอกว่าถ้าข้าสามารถหาวิธีแก้ไขได้ก็จะมอบเงินก้อนโตให้ข้า ถ้าข้าแก้ไขไม่ได้ก็จะฆ่าข้า ข้าไร้ทางเลือกถึงได้เสนอให้แต่งงานกับคนตาย”“แม่นางผู้นี้ตายไปตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงาน นอกจากนี้ยังมีเพื่อนเล่นสมัยเด็กคนหนึ่ง ขอแค่แต่งงานกับคนตายสำเร็จก็คงจะไม่มารังควานนางต่อไปอีกแล้ว”“ข้า ข้าก็แค่อยากรักษาชีวิตไว้เท่านั้น! ถ้าไม่เชื่อพวกท่านดูบาดแผลบนลำคอข้าก็ได้ เป็นแผลตอนที่นางใช้มีดจ่อคอขู่ให้ข้ารับปากตอนก่อนหน้านี้”ไต้ซือรีบแหวกอาภรณ์ออก เผยให้เห็นรอยแผลตรงลำคอ นั่นเป็นบาดแผลที่ค่อนข้างสดใหม่แผลหนึ่ง“เจ้าพูดเหลวไหลใส่ร้ายข้า เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะเอาชีวิตเจ้า!”เฉียนหย่าหลินพรวดพราดเข้าไปหาราวกับเสียสติไปแล้วก็ไม่ปาน แต่กลับถูกฉู่อวิ๋นกุยถีบกระเด็น“เรื่องชั่วช้าที่ตัวเองทำเอาไว้ถูกเปิดโปงออกมาหมดแล้ว ยังมาแผลงฤทธิ์อยู่ตรงนี้อีก เจ้าว่าหลังจากเช่ออ๋องรู้เรื่องพวกนี้ที่เจ้าทำไปพวกนี้แล้ว ตำแหน่งชายารองของเจ้ายังจะรักษาไว้ได้อีกงั้นรึ?”นายท่านจ้าวมีสีหน้าเคร่งขรึม “เจ้ากล้าวา
ปีนั้นเพราะเรื่องของเหมียวเหมียว ภรรยาของเขาเสียใจอย่างหนักจนร่างกายทรุดโทรม หลังจากนั้นก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกเลยช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเขาเข้าใจว่านี่เป็นผลกรรมของพวกเขาสามีภรรยาที่ไม่สามารถดูแลลูกสาวให้ดี ทำให้นางต้องตายไปอย่างน่าอนาถตั้งแต่อายุยังน้อย พวกเขาโทษทั้งหมดนี้ว่าเป็นความผิดของสกุลจ้าว มีแต่ทำเช่นนี้จิตใจพวกเขาจึงจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ยามนี้กลับได้รู้ว่าทั้งหมดนั้นเป็นการกระทำของลูกสาวคนดีที่พวกเขาเลี้ยงดูมาคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่เคยทำลงไปในตอนนี้ พวกเขาช่างโง่งมยิ่งนัก!“ไม่แปลกใจเลยที่พวกท่านเลี้ยงลูกสาวคนดีเช่นนี้ออกมาได้ ทั้งบ้านมีแต่พวกไม่แยกแยะดีชั่ว!”แววตานายหญิงจ้าวเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เพียงคิดว่าหลายปีที่ผ่านมาเพราะรู้สึกผิดต่อเหมียวเหมียว ไม่ว่าสกุลเฉียนจะล้ำเส้นอย่างไร พวกเขาล้วนอดทนอดกลั้นเพราะว่าหลังสูญเสียเหมียวเหมียวไป นายหญิงเฉียนก็จมอยู่ในความเศร้าเสียใจ สุดท้ายก็ทำร้ายสุขภาพจนไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก ส่วนนางก็ไม่ตั้งครรภ์อีกเลยหลังให้กำเนิดซวี่ไป๋ ทุกคนล้วนพูดกันว่าเป็นผลกรรมของพวกตนในใจนางไม่รู้ว่าเจ็บช้ำใจปานไหน แต่ก็รู้สึกว่าบางทีอาจกำลัง
“อะไรกัน? คงไม่ได้ร้อนตัวจึงไม่กล้าหรอกนะ?” ฉู่อวิ๋นกุยพูดเสียดสี“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเขาจงใจให้ร้ายข้า พวกท่านอย่าไปฟังพวกเขาพูดนะเจ้าคะ”เฉียนหย่าหลินมองไปทางนายท่านเฉียนและนายหญิงเฉียนด้วยความร้อนใจ ทว่าชั่วขณะนี้ หัวใจของนายท่านเฉียนและนายหญิงเฉียนล้วนเย็นเฉียบไปหมดแล้วแม้นางจะไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ท่าทีในเวลานี้ของนางก็บ่งบอกทุกอย่างแล้วนางกำลังร้อนตัวและหวาดกลัว“หย่าหลิน เหมียวเหมียวเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเจ้า ตอนนั้นเจ้าอายุแค่สิบขวบ ทำเรื่องโหดร้ายอำมหิตเช่นนั้นลงไปได้อย่างไร?”แววตานายท่านเฉียนเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เขารู้ว่าเฉียนหย่าหลินมีนิสัยเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ สิ่งเหล่านี้ในสายตาเขาไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด ขอแค่พวกเขาให้อภัยและอดทนอดกลั้นหน่อยก็พอแล้วแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงเลยว่านางจะสามารถลงมือโหดเหี้ยมต่อน้องสาวแท้ๆ ได้เช่นนี้!“ไม่ ข้าเปล่านะ” เฉียนหย่าหลินส่ายหน้าไปมาซ่งรั่วเจินเลิกคิ้ว “มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไม่ยอมพูดความจริงอีก เห็นทีคงได้แต่ใช้มาตรการเล็กน้อยเสียแล้ว”ทันใดนั้นก็เห็นซ่งรั่วเจินเขียนยันตร์แผ่นหนึ่งออกมากลางอากาศ จุดแต้มรัศมีสีทองพลันปราก
“วันนั้นข้าเห็นกับตาตัวเองว่าเฉียนหย่าหลินปรากฏตัวขึ้นบริเวณใกล้ๆ นางวิ่งหนีไปอย่างลนลาน ตอนนั้นข้าพูดออกไปก็ไม่มีใครเชื่อ” เฉิงเฉินกล่าว“พวกเจ้าพูดเหลวไหล!” เฉียนหย่าหลินร้อนใจเสียแล้ว หันไปพูดกับบิดามารดาว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านอย่าไปฟังพวกเขานะเจ้าคะ พวกเขาอยากปัดความรับผิดชอบจึงจงใจพูดเช่นนี้!”เฉิงเฉินกลับมีสีหน้าจริงจัง “เรื่องในปีนั้น ทางการก็สืบสวนแล้ว ตอนนั้นข้าพูดถึงเรื่องนี้ในคำให้การ พวกท่านสามารถไปหาคำให้การในปีนั้นที่ศาลาว่าการได้ เพียงอ่านก็จะทราบเอง!”เขาจำเรื่องในตอนนั้นได้อย่างชัดเจน ตอนพูดออกมายังถูกคนในครอบครัวตำหนิเอายกหนึ่ง บอกว่าเขาพูดจาเหลวไหล ดังนั้นต่อมาเขาจึงไม่ได้พูดถึงอีกเมื่อครู่ได้ยินท่านป้าจ้าวบอกว่าเฉียนหย่าหลินเคยทำเรื่องเลวร้ายขนาดนั้นมาตั้งแต่สมัยเด็ก เขาก็ยิ่งแน่ใจว่าตอนนั้นตนเองไม่ได้ดูผิด ผู้ร้ายสังหารคนก็คือเฉียนหย่าหลิน!“หย่าหลิน เจ้าไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้ใช่หรือไม่?” นายหญิงเฉียนพุ่งไปตรงหน้าเฉียนหย่าหลิน ในดวงตาเต็มไปด้วยความร้อนรน นางไม่เชื่อว่าลูกสาวจะทำเรื่องพรรค์นี้เฉียนหย่าหลินส่ายหน้าติดต่อกัน สีหน้าแลดูบริสุทธิ์ยิ่ง “แน่นอนส
นายหญิงจ้าวถ่มน้ำลาย พวกเขาช่างอับโชคโดยแท้ ถึงขั้นถูกพวกสวะเหล่านี้ตามรังควานอยู่ได้!นายท่านเฉียนได้ยินถ้อยคำนี้ก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “คำนี้ของพวกเจ้าหมายความว่าอันใด?”“ปีนั้นคนที่ทำร้ายเหมียวเหมียวจนตายเป็นลูกสาวตัวดีของพวกเจ้า!” นายท่านจ้าวพูดด้วยสีหน้าแข็งทื่อดุจเหล็ก“ลูกสาวของพวกเรา?” นายหญิงเฉียนอึ้งงัน จากนั้นสบถด่าออกมา “พวกเจ้ายังมีศักดิ์ศรีอยู่หรือไม่? เพื่อปัดความรับผิดชอบ แม้แต่ถ้อยคำเช่นนี้ก็พูดออกมาได้!”สายตานายหญิงจ้าวเปี่ยมความเย้ยหยัน “เฉียนหย่าหลินอุปนิสัยเยี่ยงไรพวกเจ้าไม่รู้หรือ? ใจคอโหดร้ายตั้งแต่เด็ก แม้แต่ตอนที่เหมียวเหมียวยังอยู่ นางทำเรื่องเพราะความริษยาออกมาน้อยกระนั้นรึ?”“ที่ผ่านมาไม่ใช่เจ้าเล่าให้ข้าฟังว่าเหมียวเหมียวเพิ่งเปลี่ยนชุดกระโปรงก็สกปรกแล้ว บ้างก็ปิ่นปักผมที่เจ้ามอบให้นางหายไป”“เจ้าพูดไปทุกคำว่าสาวใช้มือเท้าไม่สะอาด แต่เจ้าเปลี่ยนสาวใช้คนแล้วคนเล่า หรือว่าเจ้าที่เป็นแม่ไม่รู้จริงๆ ว่าคนทำเรื่องพรรค์นี้เป็นใคร?”นายหญิงเฉียนหลบเลี่ยงสายตา นางย่อมรู้ว่านี่เกิดอันใดขึ้น เพียงแต่เรื่องฉาวโฉ่ภายในบ้านไม่อาจแพร่งพรายออกไป อีกทั้งยังคิดว่าตอนนั
สีหน้าเฉียนหย่าหลินแข็งทื่อดุจเหล็ก “เจ้าเป็นตัวอะไรกัน? บ่าวคนหนึ่ง ถือสิทธิ์อะไรมาขวางข้า?”จากนั้น อวิ๋นหยางเผชิญหน้ากับคำถามนี้ สายตากลับไม่เปลี่ยนไป คนที่องค์ชายของพวกเขาต้องการขวางไว้ ผู้ใดก็อย่าคิดจะจากไปได้!“นี่ไม่ใช่ชายารองเฉียนหรือ? พ่อแม่เจ้าตีกันแล้ว เป็นลูกสาวไม่ไปช่วย เหตุใดถึงคิดหนีเล่า?” ซ่งรั่วเจินพูดเย้าเสียงเรียบเฉียนหย่าหลินว้าวุ่นใจอย่างมาก ใบหน้ากลับเย่อหยิ่ง “ข้าทำเยี่ยงไรเกี่ยวอันใดกับเจ้าด้วย? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน? ยุ่งมากเกินไปแล้วกระมัง!”สีหน้าซ่งรั่วเจินเย็นชาเรียบเฉย เฉียนหย่าหลินมีอุปนิสัยเย่อหยิ่งไม่ผิดไปดังคาด โดยเฉพาะหลังได้รู้สาเหตุการตายของเฉียนชิ่งเหมียวแล้ว ก็รู้ว่ากระดูกคนผู้นี้เน่าเฟะไปแล้ว“ไม่จำเป็นต้องมีโทสะกับคนเช่นนี้ ไม่คู่ควร” สายตาฉู่จวินถิงสะท้อนแววรังเกียจ สุ้มเสียงเรียบเฉยเฉียนหย่าหลินรู้ว่าฉู่จวินถิงดูเบานางมาโดยตลอด แต่อย่างน้อยเมื่อก่อนก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจนถึงเพียงนี้ ทว่าบัดนี้เป็นเพราะซ่งรั่วเจินจึงไม่เห็นพี่สะใภ้อย่างนางอยู่ในสายตา!“ซ่งรั่วเจิน เจ้าก็แค่อาศัยฉู่อ๋องคอยหนุนหลังถึงเย่อหยิ่งโอหังเช่นนี้มิใช่หรือ? ความ
ทว่าท่าทีตอบสนองของคนผู้นี้เชื่องช้ามากอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าคิดไม่ถึงว่าจะมีคนทำลาย ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจ หากตอนนี้ยังฝืนต่อไป ด้วยฝีมือระดับนั้น จะต้องกระอักโลหิตอย่างแน่นอนจู่ๆ เสียงชวนให้คนสกุลเฉียนตกตะลึงก็ดังขึ้น หันหน้าก็มองเห็นคนสกุลจ้าวที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่ยามใด“เกิดอันใดขึ้น? เหตุใดไม่มีคนแจ้ง?” นายหญิงเฉียนร้อนใจแทบแย่จากนั้น นายหญิงจ้าวก็ถลันเข้าไปตบหนึ่งฉาด “เจ้า นังแพศยาคนนี้ ถึงขั้นคิดเอาชีวิตลูกชายของข้า วันนี้ข้าขอสู้กับเจ้า!”เพราะก่อนหน้านี้ได้รู้ว่าคนสกุลเฉียนกำลังทำพิธี ดังนั้นตอนนายหญิงจ้าวมาจึงพาคนกลุ่มหนึ่งมาด้วย นับตั้งแต่เข้าสกุลเฉียนจึงไม่มอบโอกาสให้พวกเขาแจ้งข่าวไม่ผิดไปดังคาด เพียงเข้ามาก็ได้เห็นเหตุการณ์ใหญ่โตเช่นนี้ ส่วนหุ่นผู้ชายกระดาษทางด้านข้างก็เขียนเวลาตกฟากของลูกชายบ้านตนเอาไว้นางมีลูกชายเพียงคนเดียว เห็นเป็นแก้วตาดวงใจมาโดยตลอด ปรากฏว่าเฉียนฮูหยินที่ปกติมีความสัมพันธ์ไม่เลวกับนาง ลับหลังฝีมือโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!อีกเพียงนิดเดียว ลูกชายของนางก็จะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว!พวกซ่งรั่วเจินเองก็คิดไม่ถึงว่านายหญิงจ้าวจะดุดันเช่นนี้ หลังเข้ามาแล้ว