ทุกคนแต่งตัวตั้งแต่เช้าเพื่อไปรายงานตัวก่อนที่จะแข่งขันพรุ่งนี้ เฉินเฟิ่นอี้เก็บของทุกอย่างในห้องใส่คลังเก็บของไม่เว้นแม้แต่กระเป๋าที่ใช้เวลาเดินทางไปไหนมาไหน เพราะไม่รู้ว่าสามารถนำกระเป๋าเข้าไปได้ไหม เธอไม่ต้องการทิ้งไว้ที่ห้องจึงต้องนำเข้าไปเก็บในระบบทั้งหมดเสียงเคาะประตูดังขึ้นเพื่อบ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปแล้ว มือที่กำลังทาครีมชะงักก่อนพยักหน้าให้น้องสาวออกไปก่อน ถึงจะเพิ่งพ้นฤดูหนาวไปแต่แดดกลับร้อนเร็วกว่าหลายปีก่อน ทำให้เฉินเฟิ่นอี้ต้องบำรุงผิวเวลาจะไปไหนมาไหน ยิ่งช่วงนี้ต้องออกจากบ้านทุกวันเฉินเฟิ่นอี้ตรวจสอบของในห้องว่าไม่มีสิ่งที่ทิ้งเอาไว้จึงเดินออกจากห้องและเจอเข้ากับกลุ่มคนในชุดแบบเดียวกัน ด้านหลังมีชื่อโรงเรียน ส่วนบนหน้าอกของทุกคนจะมีเข็มกลัดชื่อแต่ละคนติดเอาไว้ เฉินเฟิ่นอี้ปิดห้องพร้อมกับล็อกกุญแจ จากนั้นจึงทำทีเก็บใส่กระเป๋ากางเกง"เสร็จกันแล้วหรือ" ทั้ง ๆ ที่ไปอาบน้ำและกลับมาแต่งตัวพร้อมกันแต่ทุกคนกลับเสร็จก่อนเธอ ไม่เว้นแม้กระทั่งเฉินเหม่ยเย่ที่แต่งตัวทีหลังยังเสร็จก่อน"ใช่" เฉินไห่หลิวพยักหน้าครูที่ปรึกษาจูไห่หลิวล่วงหน้าไปที่โรงเรียนพร้อมรักษาการเซียว ปล่อยให้ตัวแ
หน้าหอประชุมเต็มไปด้วยตัวแทนที่จะแข่งขัน แต่ละคนแยกกันไปห้องที่ต้องแข่ง เฉินเฟิ่นอี้ให้โอวหยางจิงเดินนำเข้าหอประชุมเพื่อจะเข้าไปแข่งขัน คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องรอข้างนอก มีเพียงครูที่ปรึกษาคนเดียวที่จะเข้าไปด้วยได้ ยังดีที่เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่จึงรองรับตัวแทนได้ทั้งหมดเฉินเฟิ่นอี้ส่งจดหมายแนะนำตัวให้กับกรรมการที่ยืนหน้าห้องพร้อมกับคนอื่น แต่ละคนต้องมีจดหมายแนะนำตัวว่าเป็นใครพร้อมป้ายชื่อ พอทำเสร็จก็เดินไปประจำที่ มีชื่อของโรงเรียนและมีครูที่ปรึกษาจูไห่หลิวที่ยืนรออยู่ก่อน"รายการแรกเป็นการแข่งขันประเภทคู่หญิง" ครูที่ปรึกษาจูไห่หลิวชี้ไปที่ตารางการแข่ง มีเวลากำกับอย่างชัดเจนและคะแนนที่นี่จะเป็นการสะสมคะแนนเริ่มจากศูนย์ เมื่อการแข่งขันจบลงโรงเรียนไหนที่มีคะแนนเยอะจะเข้ารอบไปก่อน นั่นหมายความว่าวันนี้จะมีการคัดออกทั้งหมดสามสิบโรงเรียน และไม่มีโอกาสที่จะแข่งต่อได้อีก ยกเว้นว่าโรงเรียนลำดับสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบจะมีคะแนนเท่ากับโรงเรียนที่ตกรอบถึงจะมีการจัดแข่งอีกครั้ง"ถ้าอย่างนั้นรุ่นพี่ลู่เสียนกับรุ่นน้องมี่หยางเตรียมตัวเลย" เฉินเฟิ่นอี้บอกการแข่งขันหมวดภาษาต่างประเทศจะนับคะแนนไม่เห
การแข่งขันวันที่สองพวกเฉินเฟิ่นอี้ไม่จำเป็นต้องไปตั้งแต่เช้าเพราะเหลือคนแข่งไม่เยอะ เวลาจึงถูกเลื่อนไปแข่งช่วงบ่าย แต่หมวดคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์เหลือสามสิบโรงเรียนจึงต้องแข่งขันให้เหลือน้อยที่สุด พรุ่งนี้จะแข่งขันตัดออกวันสุดท้ายก่อนจะไปรวมกลุ่มแข่งขันทั้งหมด เพราะจำนวนโรงเรียนที่ผ่านเข้ารอบน้อยกว่าที่คิด บางโรงเรียนตกรอบทั้งหมดตั้งแต่เมื่อวานเลยก็มีถึงจะแข่งกันช่วงบ่ายแต่พวกเฉินเฟิ่นอี้ยังต้องพาอีกสองหมวดมาแข่งขันรวมถึงให้กำลังใจ ยังดีที่เวลาการแข่งขันออกมาอย่างแน่ชัดแล้ว พวกเธอจึงไม่ต้องมาโรงเรียนตั้งแต่เช้า เฉินเฟิ่นอี้แต่งตัวด้วยชุดที่พร้อมแข่งจะได้ไม่ต้องกลับไปเปลี่ยนชุดอีกเพราะเมื่อวานตัวแทนของโรงเรียนอำเภอจวี่หมวดวิทยาศาสตร์ไม่มีครูที่ปรึกษาเข้าห้องด้วยจึงได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษสามารถให้เพื่อนเข้าไปอยู่ในห้องด้วยหนึ่งคน เฉินเฟิ่นอี้จึงถูกสองพี่น้องบ้านเฉินบังคับให้เข้าไปเป็นที่ปรึกษา ส่วนคนอื่นไปดูเฉินไห่หลิวกับซ่งเวยหลานเฉินเฟิ่นอี้มองการแข่งขันแรกที่ดุเดือดมากกว่าเมื่อวานพร้อมสังเกตถึงจุดที่ควรปรับเปลี่ยน วันนี้ยังไงเฉินตงกับเฉินจางต้องผ่านเข้ารอบไปอย่างแน่นอน แต่พรุ่ง
ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นตามที่เฉินเฟิ่นอี้คาดการณ์เอาไว้ และเมื่อวานพวกเธอก็ยังผ่านเข้ารอบคะแนนนำลิ่ว สูงจนหลายโรงเรียนเทียบไม่ติด และสิบสามโรงเรียนที่แข่งขันไปเมื่อวานวันนี้เหลือเพียงห้าโรงเรียนเท่านั้น จำนวนน้อยกว่าปีที่แล้วจนน่าตกใจทำให้วันนี้เฉินเฟิ่นอี้ไม่มีแข่งและปล่อยให้อีกสี่โรงเรียนที่เหลือหาคนผ่านเข้ารอบอีกสองโรงเรียนเท่านั้น ส่วนอีกสองหมวดที่แข่งยังต้องแข่งขันกันต่อ แต่คะแนนยังนำลิ่วเหมือนเดิม กล่าวได้ว่าพวกเฉินเฟิ่นอี้ถูกจับตาจากทั้งกรรมการและตัวแทนทั้งหลายเฉินเฟิ่นอี้ปล่อยให้น้องของเธอแข่งโดยมีครูที่ปรึกษาจูไห่หลิวกับผู้ช่วยของรักษาการเซียวเข้าไปเป็นที่ปรึกษาของน้องชาย ส่วนคนที่เหลือเดินซื้อของกินเล่นผ่อนคลายในวันที่ไม่มีแข่ง ในขณะที่คนอื่น ๆ ยังต้องแข่ง คงมีเพียงพวกเธอที่ผ่านเข้ารอบไปได้เลย และจากที่ได้ยินหลายโรงเรียนสนทนากัน วันนี้แต่ละหมวดจะคัดเหลือเจ็ดไม่ก็แปดโรงเรียน แต่กลุ่มพวกเธอตอนนี้เหลือเพียงห้าโรงเรียน แต่ยังต้องแข่งกันต่อ โรงเรียนที่มีคะแนนนำจึงผ่านเข้ารอบไปแข่งได้เลยหน้าโรงเรียนเต็มไปด้วยแผงของกินที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้ามาเช่าสถานที่ขายให้กับแขกที่มาแข่งขัน
หลายคนมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ใคร ๆ ก็รู้จักน้องสาวของนักแสดงชื่อดังอย่างเฉินหว่านที่หน้าตาสวยคนหนึ่ง และหลายคนต่างเดากันว่าเมื่อหล่อนเรียนจบก็คงถูกทาบทามไปเป็นนักแสดง แต่คนที่รู้ถึงนิสัยของเฉินหว่านกลับคิดตรงกันว่าหล่อนคงไปเป็นเพียงนักแสดงตัวประกอบเฉินเฟิ่นอี้ลุกขึ้นยืน คนอื่น ๆ ก็ลุกขึ้นตาม ตอนนี้ทุกสายตาจับจ้องมา พวกเธอควรจะย้ายที่นั่งไปมุมอื่น แต่ถ้าไม่จัดการเป้าหมายก็คงไปไม่ได้ เฉินหว่านหันมามองเฉินเฟิ่นอี้ที่ยืนด้านหน้าและบ่งบอกว่าเธอสามารถเป็นผู้นำของกลุ่มได้"พวกเราไม่รู้จักกันนะคะ อย่าสร้างปัญหาเลยค่ะ หากกรรมการปรับแพ้ขึ้นมาจะยุ่งเอา" หมายถึงหากพวกหล่อนสร้างปัญหาอีกเรื่องนี้จะไปถึงหูกองหลางแน่นอน"เมื่อวานไม่ปากเก่งแบบนี้" หล่อนนำเรื่องนี้ไปบอกให้คนที่บ้านจัดการให้ แต่พวกเขากลับให้เธออยู่เฉย ๆ แน่นอนว่าหล่อนยอมไม่ได้ เพื่อนของหล่อนก็ไม่ยอมเหมือนกัน"จำคนผิดหรือเปล่าคะ เมื่อวานฉันมีแข่ง"เฉินเฟิ่นอี้แสดงท่าทางงุนงงและยังคงความสุภาพเอาไว้แม้ไม่อยากจะทำเท่าไร ยิ่งตอนนี้คนเดินมามุง การจะทำอะไรก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก และสิ่งที่ไม่ชอบใจก็คือทุกคนหันมามองเธอไม่ใช่พวกเฉินหว่าน
จากสามสิบโรงเรียน เฉินเฟิ่นอี้พาทุกคนผ่านเข้ามาถึงรอบสุดท้ายและเหลือเพียงสองโรงเรียนสุดท้าย ยิ่งโรงเรียนที่จะแข่งครั้งสุดท้ายเป็นโรงเรียนเจ้าภาพที่คะแนนเท่า ๆ กันในรอบนี้ ยิ่งสร้างความกดดันให้กับเฉินเฟิ่นอี้ ทุกคนผ่านมาหลายรอบจนมาถึงรอบสุดท้ายขนาดนี้แล้วย่อมต้องการรางวัลเฉินตงกับเฉินจางผ่านเข้ารอบสุดท้าย แต่คู่แข่งที่เหลือกดดันจนล้มป่วยทำให้ทั้งสองได้อันดับหนึ่งไม่ต้องแข่งรอบสุดท้าย ส่วนการแข่งขันวิชาการหมวดคณิตศาสตร์ของเฉินไห่หลิวกับซ่งเวยหลานยังต้องแข่งและไม่กดดันเท่าของพวกเฉินเฟิ่นอี้วันสุดท้ายของการแข่งขันเฉินเฟิ่นอี้ให้ทุกคนนอนตั้งแต่หัวค่ำ ตื่นมาเช้าอีกวันแต่ละคนมีใบหน้าที่สดชื่น และมีการวางแผนถึงคนที่ต้องแข่งขันรอบสุดท้าย เฉินเหม่ยเย่จะสลับกับมี่หยางหากหยุดพัก เพราะหล่อนกดดันจนอาเจียนเมื่อวานนี้ ส่วนเฉินเฟิ่นอี้ไม่ได้กดดันตัวเองขนาดนั้นยิ่งการแข่งขันเหลือเพียงวันเดียวตัวแทนแต่ละโรงเรียนก็แทบจะไม่เหลือ ส่วนมากหากอยู่ไกลโรงเรียนแถวนี้การแข่งขันไหนตกรอบก็จะกลับเลย แต่ถ้าอยู่ไกลก็รอกลับเมื่อแข่งขันเสร็จไม่ก็ตกรอบไป ตัวแทนของโรงเรียนอำเภอจวี่เป็นโรงเรียนที่น่ากลัวโรงเรียนหนึ่ง จน
การแข่งขันวิชาการรอบตัดสินเพื่อหาโรงเรียนที่ชนะของหมวดภาษาต่างประเทศหยุดชะงักพร้อมกับการประท้วงของกรรมการหมวดภาษาต่างประเทศของส่วนกลาง รวมถึงกรรมการผู้ช่วยที่เป็นคนของส่วนกลางและครูที่มากจากโรงเรียนรอบข้างการที่จะให้กรรมการผู้ช่วยมาตัดสินผลแพ้ชนะในรอบสุดท้ายหากเกิดปัญหาจริง ๆ ควรให้ผู้ช่วยกรรมการของกรรมการที่ตัดสินมาแทนไม่ใช่ว่าจะเอาใครมาแทนที่ก็ได้ จริงอยู่ที่ว่าเขาสามารถใช้ภาษาต่างประเทศได้ แต่ไม่เชี่ยวชาญเหมือนกรรมการหมวดภาษาต่างประเทศ และการเอากรรมการหมวดอื่นมาตัดสินย่อมข้ามหน้าข้ามตากรรมการอีกหลายท่าน"จริง ๆ ผมว่ามันไม่น่ามีปัญหาอะไรเลยนะครับ กรรมการเหวินเป็นบุคลากรของที่นี่ เขาย่อมเป็นกลางอยู่แล้ว" รองประธานยังคงยืนยันที่จะให้คนเดิมเป็นกรรมการ"ไม่ใช่เรื่องเป็นกลางไม่เป็นกลาง คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอครับว่าโรงเรียนที่จะแข่งรอบนี้มีโรงเรียนอะไรบ้าง กรรมการเหวินเป็นบุคลากรของที่นี่ หากผลแพ้ชนะมันค้านสายตาของผู้คน โรงเรียนอาจเสียหายเอาได้" รักษาการเซียวชี้แนะให้กับรองประธานการแข่งขันวิชาการของปีการศึกษานี้หากโรงเรียนของที่นี่ชนะอาจมีคนพูดถึงโรงเรียนในทางที่ไม่ดีได้ หากผลการแข่งไม่ค้าน
การแข่งขันจบลงพร้อมร่างกายของเฉินเฟิ่นอี้ที่เป็นลมล้มต่อหน้าน้องชายและน้องสาว สร้างความตกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก เฉินเฟิ่นอี้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาบนเตียงพิเศษในโรงพยาบาลและมีน้องสาวนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง เธอพยุงตัวขึ้นนั่งด้วยอาการมึนหัว"ทำไมพี่มาอยู่ที่นี่ได้"ความทรงจำล่าสุดของเธอก็คือทรุดลงพื้นพร้อมอาการหน้ามืดเพราะหมดห่วงเมื่อได้รับชัยชนะ อีกทั้งการแข่งขันเต็มไปด้วยความกดดันตัวแทนแต่ละฝั่งก็อ่อนแรงกันมาก ยิ่งต้องแข่งขันกันถึงแปดคน ความวุ่นวายย่อมมีอยู่แล้วจึงเหนื่อยมากขึ้น"พี่เป็นลมค่ะ"โชคดีที่รักษาการเซียวรีบพามายังโรงพยาบาลพร้อมจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ จึงจองห้องพิเศษที่เหลือห้องเดียว ส่วนตอนนี้เขากลับไปจัดการรางวัลที่ตัวแทนของโรงเรียนอำเภอจวี่ต้องได้ ที่โรงพยาบาลเหลือเพียงเฉินเหม่ยเย่เฝ้าพี่สาว คนอื่น ๆ ต้องรอรับรางวัลก่อนเฉินเฟิ่นอี้มองไปที่ประตูเมื่อเห็นว่ามันล็อกจากด้านในจึงเปิดเผยกระดานใสให้น้องสาวได้เห็น จริง ๆ เฉินเหม่ยเย่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วแต่กลัวว่าหล่อนจะตกใจหากหยิบออกมาจากกลางอากาศ พร้อมหยิบน้ำอุ่นออกมาจิบให้ลำคอที่แห้งผากลื่นคอ อยากจิบน้ำหวานแต่กลัวว่าหมอที่รักษาจะด
เฉินเฟิ่นอี้นอนไม่หลับ หลังจากแยกย้ายกับกลุ่มเเพื่อนเธอนอนลืมตาในห้องจนถึงเช้าที่ต้องตื่นมาเตรียมอาหารนั่นแหละถึงไม่นอนต่อ เมื่อคืนเฉินเฟิ่นอี้ถึงจะไม่ค่อยสนุกเท่าไรแต่ก็อยู่จนจบและเก็บของ พออยู่คนเดียวความคิดมันฟุ้งซ่าน"หลานสาวสาม" สะใภ้ใหญ่เรียกหลานสาวที่นั่งอยู่หน้าเตา"ป้าสะใภ้ใหญ่"อาหารมื้อเช้าวันนี้เป็นโจ๊ก เฉินเฟิ่นอี้จึงต้องอยู่คนหม้อไม่ให้ข้าวติดก้นกระทะจนไหม้ เธอขยับให้ป้าสะใภ้นั่งลงด้วย วันนี้คนที่มีสอนก็ต้องไปสอนคนที่มีเรียนก็ต้องไปเรียนและไม่รู้ว่าพวกผู้ชายบ้านเฉินจะมาทำงานหรือเปล่า หลานสาวอย่างเหรินอี้ก็ไม่รู้ว่าพ่อของเขาจะมาส่งไหมเฉินเฟิ่นอี้นั่งเงียบเพื่อคิดหาทางออก อันที่จริงก็นอนคิดมาทั้งคืน แต่เพราะไม่รู้ว่าคนแปลกหน้าที่ว่าคือใครจึงยังไม่ฟันธง เสียงรถยนต์จอดลงหน้าบ้านเฉินเฟิ่นอี้รีบยกหม้อข้าวมาวางลงเตาถ่านที่ว่างแล้วรีบเดินออกไปหน้าบ้านที่คาดว่าจะเป็นคนที่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อวาน"ลุงสาม"มีเพียงลุงสามกับหลานสาวตัวน้อยของพวกเธอเหรินอี้ เฉินเฟิ่นอี้ยังไม่ได้ถามอะไรรีบพาหลานสาวไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียน เหรินอี้อายุเจ็ดขวบหล่อนเป็นลูกสาวของพี่สาวใหญ่ที่ตอนแรกจะใ
บรรยากาศที่ควรสนุกสนานแต่ตอนนี้เด็กบ้านเฉินไม่ได้สนุกเท่าไรนัก ผู้ชายบ้านเฉินกลับไปที่หมู่บ้านจนถึงตอนนี้เกือบห้าชั่วโมงและยังไม่กลับมา เฉินเฟิ่นอี้ลงมือทำอาหารให้เพื่อนที่มางานเลี้ยง เด็กบ้านเฉินออกไปร่วมด้วย ส่วนสะใภ้ใหญ่ช่วยหลานสาวทำอาหารในครัวแล้วเข้าไปพักในบ้านเลี้ยงฉลองทั้งทีเครื่องดื่มเฉินเฟิ่นอี้ก็นำออกมาให้ทุกคนดื่มยกเว้นเหล้าที่พวกผู้ชายเอาออกมาเอง เมื่อคืนเธอคั้นน้ำผลไม้ทิ้งไว้ในตู้จึงนำออกมาให้ทุกคนได้ดื่ม และมีเครื่องดื่มอัดลมที่นำออกมากจากในระบบซึ่งนาน ๆ ทีเฉินเฟิ่นอี้จึงจะนำออกมาเพราะกลัวว่าจะเกิดปัญหากับแกล้มที่ดีที่สุดก็คือย่างเนื้อหมู เฉินเฟิ่นอี้จุดไฟย่างอยู่ไม่ไกลจากม้านั่ง ต่อให้ในใจยังมีความกังวลอยู่แต่วันนี้กว่าจะรวมตัวได้เฉินเฟิ่นอี้จึงไม่อยากให้เสียบรรยากาศ ชิงช้าแกว่งไปมาหลังเธอนั่งลงและมองกลุ่มเพื่อนที่ดื่มฉลองกัน อาหารหลายอย่างของวันนี้ส่วนมากจะเป็นเมนูที่เฉินเฟิ่นอี้เคยกินมาในชีวิตก่อน ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง แกงส้ม ไข่ทอดชะอม และยังมีอีกหลายอย่างตั้งแต่ที่เรียนจบต้องบอกว่าทุกคนจะแวะเวียนกันมาที่บ้านเช่าให้เฉินเฟิ่นอี้ทำอาหารให้กิน แรก ๆ ก็เป็นเมนูที่เคยท
พอรู้ว่าวันนี้เพื่อนคนอื่น ๆ จะมาที่บ้าน เฉินเฟิ่นอี้ก็ให้น้องชายเป็นคนเอาปิ่นโตไปส่งที่สถานีตำรวจและกองทัพทหาร ส่วนตนเองกับน้องสาวและคนที่เหลือช่วยกันจัดสถานที่สำหรับคืนนี้ และมีจี้หลัน ซ่งเวยหลาน กับเจียวซีที่ตอนนี้รับหน้าที่เก็บค่าเช่าห้องแถวให้บ้านมาสามีมาช่วยด้วยอันที่จริงมันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง หากมีการจัดงานเลี้ยงจะมีคนมาช่วยตั้งแต่เช้าเพื่อไม่ให้พวกเฉินเฟิ่นอี้ต้องเหนื่อยอยู่ฝ่ายเดียว ที่สำคัญค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทุกคนจะหารจ่ายเท่ากันและนำเงินมาให้เฉินเฟิ่นอี้ทำอาหาร และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีงานฉลองทุกคนจึงรู้หน้าที่โดยไม่ต้องบอกในบ้านคือพื้นที่ส่วนตัว เฉินเฟิ่นอี้ให้เพื่อนเข้าไปได้และเป็นพวกเขาเองที่ไม่ยอมเข้าไป ม้านั่งหน้าบ้านที่เคยนั่งเรียนภาษาต่างประเทศคือสถานที่สำหรับจัดงานเลี้ยง ปกติมันจะไม่มีไฟห้อยบริเวณนี้แต่พอมาฉลองกันบ่อย ๆ เฉินเฟิ่นอี้ก็ให้ช่างมาต่อไฟไว้ และมีชิงช้าแขวนที่ทำขึ้นเพราะต้นไม้มันใหญ่ขึ้นมากงานเลี้ยงฉลองบางคนอาจทำเพียงอาหาร กับแกล้ม และเครื่องดื่ม แต่ไม่ใช่กับเฉินเฟิ่นอี้ที่จัดเต็มกับอาหาร สถานที่ และบรรยากาศ เพราะฉะนั้นผ้าสีขาวถูกนำมาผูกตกแต่งไว้ที่เสา
ตรวจผ้าถุงเสร็จเฉินเฟิ่นอี้ก็พาเฉินเหม่ยเย่เดินดูกระบวนการตัดเย็บและแนะนำเทคนิคดี ๆ ให้หล่อนได้ลองใช้ เฉินเหม่ยเย่ตัดเย็บเสื้อผ้าได้แต่ช่วงหลัง ๆ มาต้องสอนหนังสือให้รุ่นน้องทำให้หล่อนไม่มีเวลาตัดเย็บเสื้อผ้าส่วนมากจะซื้อมาใส่เฉินเฟิ่นอี้ใช้เวลาไม่นานก็พาน้องสาวออกจากโรงงานเย็บผ้าของตระกูลโอวหยางไปยังร้านเซี่ยเซี่ยที่อยู่ในย่านการค้าที่เริ่มเปิดตัวขึ้นมา หลายร้านกำลังปรับปรุงสถานที่ขายไม่ต่างจากบ้านเฉิน และไม่ไกลจากร้านเซี่ยเซี่ยยังมองเห็นร้านเสื้อผ้าของตระกูลโอวหยางอีกบริเวณหน้าร้านมีสิ่งของสำหรับการก่อสร้างวางไว้อยู่ เฉินเฟิ่นอี้บอกน้องสาวให้เดินระวังก่อนเข้าไปดูข้างใน ห้องเช่านี้จะว่าใหญ่ก็ใหญ่แต่สำหรับเฉินเฟิ่นอี้มันยังเล็กอยู่ดี เธอทำสัญญาเช่าที่นี่ห้าปีและหากฝ่ายไหนผิดสัญญาต้องจ่ายสิบเท่าของราคาเช่า และเฉินเฟิ่นอี้จ่ายค่าเช่าห้าปีไปวันที่เซ็นสัญญากัน อันที่จริงก็อยากเซ็นสัญญาปีต่อปีแต่พอมาคำนวณราคาแล้วมันไม่คุ้มยิ่งต้องปรับเปลี่ยนห้องเช่าในแบบที่เฉินเฟิ่นอี้ต้องการก็ใช้เงินอีกมาก หากอยู่ ๆ เจ้าของห้องเช่าเห็นว่าที่นี่ขายของได้ดีจะไม่ต่อสัญญา ทำให้เฉินเฟิ่นอี้ตัดสินใจเซ็นสัญญาข
ถึงเวลาพักกลางวัน เฉินเต๋อหมิงเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารมามองลูกสาวสองคนที่นั่งอิงแอบกันพร้อมหลับตา เขาส่ายหน้าลุกขึ้นไปหยิบผ้าที่ลูกสาวเอามาให้ใช้ไปห่มให้ลูกสาวทั้งสองคน พร้อมหิ้วปิ่นโตออกจากห้องทำงานไปหาพี่ชายอีกสองคนที่อยู่ข้างนอกเฉินเฟิ่นอี้ลืมตาตื่นทันทีที่ประตูปิดลง เธอไม่ได้หลับเพียงแค่พักสายตาเท่านั้น ตั้งแต่เปิดการค้าเสรีเธอก็ทำงานหนักเพราะกลัวว่าผ้าถุงและร้านจะเสร็จไม่ทันวันที่จะเปิด พวกเธอแวะมาสถานีตำรวจอีกสักพักจะไปโรงงานเย็บผ้าของตระกูลโอวหยางและจะไปดูร้านที่กำลังอยู่ในขั้นตอนปรับปรุง"พักกลางวันแล้วเหรอคะ" เฉินเหม่ยเย่อ้าปากหาวพร้อมยกมือขึ้นขยี้ดวงตา อันที่จริงหล่อนง่วงมากแต่อยากตามพี่สาวมาที่ทำงานของบรรดาพ่อและลุง"ใช่"ผ้าถูกพับและนำไปเก็บไว้ที่เดิม เฉินเฟิ่นอี้คว้ากระเป๋าผ้าของเธอเดินนำน้องสาวออกจากห้องไปยังโรงอาหารของที่นี่ จริง ๆ พวกเธอไม่จำเป็นต้องทำอาหารมาส่งก็ได้เพราะสถานีตำรวจมีโรงอาหารให้เจ้าหน้าที่ได้รับประทานอาหารตลอดทั้งวันและไม่ต้องจ่ายเงิน แต่อาหารที่มีประโยชน์ที่ร่างกายควรได้รับมีน้อยมาก เฉินเฟิ่นอี้ที่เคยมากินครั้งหนึ่งจึงไม่ยอมให้พ่อและลุงของเธอกินอาหารที
ต้นปี 1977 รัฐบาลประกาศการค้าเสรี สามารถผลิตสินค้าและซื้อขายได้อย่างอิสระ หลายบ้านเริ่มหาช่องทางการค้าขายและบางบ้านยังคิดว่าพ่อค้าแม่ค้าเป็นอาชีพที่ไม่มีเกียรติจึงไม่ยอมเริ่มต้นที่จะค้าขาย จริง ๆ ข่าวลือเรื่องนี้มีตั้งแต่ปลายปี 1976 แล้ว แต่เพิ่งมีประกาศอย่างเป็นทางการบ้านเฉินซื้อที่ีดินรอบ ๆ บ้านเพื่อเลี้ยงไก่และเป็ดตามคำบอกของเฉินเฟิ่นอี้ตั้งแต่ที่มีข่าวลือ แม้จะกลัวว่าเป็นเพียงข่าวลือแต่บ้านเฉินก็เชื่อใจหลานสาวโดยเฉพาะย่าเฉิน พอมีการประกาศอย่างเป็นทางการไก่และเป็ดก็โตพอที่จะขายออกไปได้แล้วนอกจากเลี้ยงไก่และเป็ดไว้ขายเฉินเฟิ่นอี้ยังหาซื้อพันธุ์ที่ออกไข่โดยเฉพาะให้บ้านเฉินเลี้ยง การทำความสะอาด ขั้นตอนการเลี้ยงไก่และอาหารเฉินเฟิ่นอี้เป็นคนบอกผู้ใหญ่บ้านเฉิน นอกจากสัตว์ปีกที่เลี้ยงไว้จะไม่ป่วยแล้วพวกมันยังอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นมากระบบหน่วยผลิตถูกยกเลิกไปพร้อมกับการแบ่งที่ดินให้แต่ละคนที่ยังคงทำงานของหมู่บ้าน ซึ่งบ้านเฉินไม่มีใครได้ทำงานในแปลงนาเพราะลุงใหญ่ ลุงรอง และอาสี่ของบ้านเฉินเข้าอำเภอไปทำงานในสถานีตำรวจจากการช่วยเหลือของลุงสามของบ้าน หลายปีมานี้บ้านเฉินจึงมีเงินและเป็นที่อิจฉาขอ
ตัวแทนของโรงเรียนอำเภอจวี่เดินทางกลับมาถึงโรงเรียนสิ้นเดือนมกราคมพร้อมกับชัยชนะและเงินสำหรับทุนการศึกษา พวกเฉินเฟิ่นอี้ได้รับเกียรติบัตรกับทุนการศึกษาที่หน้าเสาธงและกล่าวถึงการแข่งที่ผ่านมาก ต่างจากปีก่อน ๆ ที่ต้องขอบคุณครูที่ปรึกษาแต่ปีนี้ทุกคนรู้กันดีว่าเป็นใครที่ฝึกสอนให้ผลตรวจสุขภาพถูกส่งมาตามมาหนึ่งเดือนให้หลัง และได้รับการยืนยันว่าเฉินเฟิ่นอี้ไม่มีปัญหาเรื่องการมีลูก และสุขภาพของเธอก็ดีมาก ส่วนวันนั้นที่หมดสติเป็นเพราะความกดดันที่รับไม่ไหวแล้ว เด็กบ้านเฉินสุขภาพร่างกายดีทั้งหมดเพราะได้รับการบำรุงที่ดีเฉินชิงชิงน้องชายคนเล็กของบ้านถูกเฉินเฟิ่นอี้พาไปตรวจสุขภาพในมณฑลส่วนพวกผู้ใหญ่ไม่มีใครยอมไป เฉินเฟิ่นอี้ไม่ได้บังคับจึงมีเพียงน้องชายคนเล็กที่ได้ไปตรวจ และเรื่องผลตรวจของเฉินเฟิ่นอี้สร้างความโล่งใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก เรื่องที่สำคัญกับผู้หญิงมากที่สุดนั้นก็คือการมีลูกการสอนพิเศษภาษาต่างประเทศเฉินเฟิ่นอี้ถูกคะยั้นคะยอจากรักษาการเซียวให้สอนกับเด็กในโรงเรียนอำเภอจวี่ทุกวันที่มีเรียน และคาบเรียนที่ว่างจะถูกแทนที่ด้วยการสอน พร้อมกับเงินตอบแทนวันละหนึ่งหยวนและเฉินเฟิ่นอี้ตอบรับที่จ
การแข่งขันจบลงพร้อมร่างกายของเฉินเฟิ่นอี้ที่เป็นลมล้มต่อหน้าน้องชายและน้องสาว สร้างความตกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก เฉินเฟิ่นอี้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาบนเตียงพิเศษในโรงพยาบาลและมีน้องสาวนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง เธอพยุงตัวขึ้นนั่งด้วยอาการมึนหัว"ทำไมพี่มาอยู่ที่นี่ได้"ความทรงจำล่าสุดของเธอก็คือทรุดลงพื้นพร้อมอาการหน้ามืดเพราะหมดห่วงเมื่อได้รับชัยชนะ อีกทั้งการแข่งขันเต็มไปด้วยความกดดันตัวแทนแต่ละฝั่งก็อ่อนแรงกันมาก ยิ่งต้องแข่งขันกันถึงแปดคน ความวุ่นวายย่อมมีอยู่แล้วจึงเหนื่อยมากขึ้น"พี่เป็นลมค่ะ"โชคดีที่รักษาการเซียวรีบพามายังโรงพยาบาลพร้อมจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ จึงจองห้องพิเศษที่เหลือห้องเดียว ส่วนตอนนี้เขากลับไปจัดการรางวัลที่ตัวแทนของโรงเรียนอำเภอจวี่ต้องได้ ที่โรงพยาบาลเหลือเพียงเฉินเหม่ยเย่เฝ้าพี่สาว คนอื่น ๆ ต้องรอรับรางวัลก่อนเฉินเฟิ่นอี้มองไปที่ประตูเมื่อเห็นว่ามันล็อกจากด้านในจึงเปิดเผยกระดานใสให้น้องสาวได้เห็น จริง ๆ เฉินเหม่ยเย่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วแต่กลัวว่าหล่อนจะตกใจหากหยิบออกมาจากกลางอากาศ พร้อมหยิบน้ำอุ่นออกมาจิบให้ลำคอที่แห้งผากลื่นคอ อยากจิบน้ำหวานแต่กลัวว่าหมอที่รักษาจะด
การแข่งขันวิชาการรอบตัดสินเพื่อหาโรงเรียนที่ชนะของหมวดภาษาต่างประเทศหยุดชะงักพร้อมกับการประท้วงของกรรมการหมวดภาษาต่างประเทศของส่วนกลาง รวมถึงกรรมการผู้ช่วยที่เป็นคนของส่วนกลางและครูที่มากจากโรงเรียนรอบข้างการที่จะให้กรรมการผู้ช่วยมาตัดสินผลแพ้ชนะในรอบสุดท้ายหากเกิดปัญหาจริง ๆ ควรให้ผู้ช่วยกรรมการของกรรมการที่ตัดสินมาแทนไม่ใช่ว่าจะเอาใครมาแทนที่ก็ได้ จริงอยู่ที่ว่าเขาสามารถใช้ภาษาต่างประเทศได้ แต่ไม่เชี่ยวชาญเหมือนกรรมการหมวดภาษาต่างประเทศ และการเอากรรมการหมวดอื่นมาตัดสินย่อมข้ามหน้าข้ามตากรรมการอีกหลายท่าน"จริง ๆ ผมว่ามันไม่น่ามีปัญหาอะไรเลยนะครับ กรรมการเหวินเป็นบุคลากรของที่นี่ เขาย่อมเป็นกลางอยู่แล้ว" รองประธานยังคงยืนยันที่จะให้คนเดิมเป็นกรรมการ"ไม่ใช่เรื่องเป็นกลางไม่เป็นกลาง คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอครับว่าโรงเรียนที่จะแข่งรอบนี้มีโรงเรียนอะไรบ้าง กรรมการเหวินเป็นบุคลากรของที่นี่ หากผลแพ้ชนะมันค้านสายตาของผู้คน โรงเรียนอาจเสียหายเอาได้" รักษาการเซียวชี้แนะให้กับรองประธานการแข่งขันวิชาการของปีการศึกษานี้หากโรงเรียนของที่นี่ชนะอาจมีคนพูดถึงโรงเรียนในทางที่ไม่ดีได้ หากผลการแข่งไม่ค้าน