บทที่1 กล้าดียังไง
"นอนกับฉันไหม ฉันให้นายห้าพัน" สิ้นประโยคที่คนตัวเล็กเอื้อนเอ่ย คาเตอร์ ก็กระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียว มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเห็นเขาเป็นผู้ชายขายบริการหรือไง ถึงได้มาพูดจากับเขาแบบนี้ กล้ามาก ช่างกล้าดีจริง ๆ เขาจะไม่โกรธมากขนาดนี้เลย ถ้าสาวเจ้าไม่ยื่นข้อเสนอด้วยเงินจำนวนห้าพันเป็นค่าตัวเขา และแน่นอนเขาโกรธมาก เงินห้าพันแลกกับการที่เขาต้องนอนกับเธอช่างหน้าตลกสิ้นดี เงินน้อยนิดขนาดนี้ซื้ออาหารให้สุนัขที่เขาเลี้ยง อาทิตย์เดียวยังไม่พอเลย "หูยใจกล้ามากเลยว่ะ!" ฉลามหัวเราะเเล้วตบที่บ่าแกร่งของคาเตอร์แรง ๆ "ห้าพันมันแพงไปน้อง สองร้อยก็พอแล้ว ฮ่าๆ" คลาวด์หัวเราะอย่างพอใจ เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างครื้นเครง ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ชายหนุ่มมากกว่าเดิม "สองร้อยเหรอคะ?" "ฟรีไปเลยดีกว่านะ ฮ่า ๆ" เวนิสหัวเราะแล้วยื่นแก้วเหล้าให้หญิงสาว แต่หล่อนปฏิเสธด้วยการผลักแล้วเหล้าส่งคืนให้เบา ๆ เขาไหวไหล่เล็กน้อยกับสิ่งที่หญิงสาวแสดงออกมา "ไม่ฟรีก็ได้ค่ะ ขอแค่เขานอนกับฉัน" ไม่รู้ว่าพนิดาเอาความกล้าบ้าบิ่นมาจากไหน ถึงได้พูดออกไปแบบนั้น เธอรู้แต่ว่าเธออยากประชด อยากทำตัวแย่ ๆ ในคืนนี้เท่านี้ "หูยยย!" ทุกคนร้องออกมาพร้อมกัน มองคนตัวเล็กเป็นตาเดียว คาเตอร์เม้มปากเล็กน้อย แล้วหยิบแก้วเหล้ากระดกดื่มลงคอ "คิดผิดคิดใหม่ได้นะ ไอ้เตอร์หล่อรวยคว.ยเท่าแขนนะน้อง" "...." "มันเย็.ดโหดเหมือนโกรธหลี ถอนตัวตอนนี้ก็ยังไม่สายนะน้อง" "ฉันต้องการเขา" "หูย กูชอบว่ะ ตรง ๆ แรง ๆ ดี" "หรือนายต้องการเยอะกว่านั้น ฉันให้นายหมื่นก็ได้" "หูย! เอาไงวะคาเตอร์ หมื่นหนึ่งเลยนะเว้ย! มึงต้องรีบคว้าเอาไว้นะ" "สองหมื่นหรือสามหมื่น" ปึง! แก้วเหล้าถูกกระแทกลงบนโต๊ะอย่างเเรง "จะไปร่านที่ไหนก็ไป! อย่ามายุ่งกับฉัน!" "นี่ นายอยากได้เงินเยอะๆใช่ไหม ถึงได้เอาแต่เล่นตัวแบบนี้ จะเอาเท่าไหร่ฉันจะจ่ายให้นายตอนนี้เลย" "ฉันไม่ได้เล่นตัวอะไรทั้งนั้น ที่สำคัญฉันไม่ได้อยากจะได้เงินของเธอ อย่ามาเสนอเพราะฉันจะไม่มีวันสนอง ในสิ่งที่เธอต้องการ" "ทำไม นายกลัวฉันเลี้ยงดูนายไม่ได้เหรอ ดูเงินในบัญชีของฉันซะก่อน ฉันสามารถเลี้ยงดูนายให้สุขสบายได้ เพียงแค่นายมาเป็นผู้ชายของฉันก็พอ" พนิดาเปิดแอพพลิเคชั่นของธนาคารสีม่วง โชว์ยอดเงินในบัญชี ที่มากมาย ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดให้ชายหนุ่มตรงหน้าดู "ยัยบ้าเอ้ย! ฉันไม่ใช่ผู้ชายขายตัวของใคร ถ้าร่านมากก็ไปหาซื้อกินที่บาร์โฮส อย่ามายุ่งกับฉัน เพราะฉันไม่ใช่ผู้ชายขายตัว ฉันไม่ได้ต้องการเงินของเธอ" คาเตอร์พยายามสะกัดกลั้นอารมณ์ ที่กำลังปะทุอย่างยิ่งยวด มองคนร่างเล็กที่แต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อย ด้วยแววตาเดือดดาล "ถ้าไม่ต้องการเงินของฉัน จะให้ฉันกินฟรี ๆ ฉันก็ไม่ขัดอะไร" สิ้นประโยคที่บุคคลเเปลกหน้าเอ่ย คาเตอร์ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินออกไปอย่างไม่พอใจทันที ผู้หญิงอะไรหน้าด้านร่านเหลือทน เขาล่ะสงสารคนเป็นพ่อเป็นแม่จริง ๆ ที่มีลูกร่านทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ พนิดาไหวไหล่เล็กน้อย เดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง ในเมื่อเสนอเขาไม่สนองก็ไม่เป็นไร "ดื่มด้วยคนสิครับ" ชายร่างท้วมถือแก้วเหล้าเดินเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ "ได้สิคะ" เธอฉีกยิ้มให้ชายคนนั้น พร้อมกับยกเหล้าชนแก้วกัน คาเตอร์มองคนทั้งสองด้วยแววตาสมเพช ก่อนจะกลับมานั่งดื่มที่เดิม ผู้หญิงอะไรสวยซะเปล่า แต่ร่านเหลือทน วันต่อมา ปึก! "ฉันไม่รู้จะทำยังไงกับแกแล้วพนิดา! เป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวัน แกจะให้ฉันทำยังไงแกถึงจะหยุดทำตัวร่านแบบนี้" ผู้เป็นบิดาโยนหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะแรง ๆ จ้องมองบุตรสาว ที่ยืนกอดอกอย่างไม่พอใจ ยิ่งเจ้าหล่อนทำเฉย ทำตัวเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด นิ่งเฉยเหมือนทองไม่รู้ร้อน กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันยิ่งทำให้ทรงศีล รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก "ก็ไม่ต้องทำอะไรนิ่คะ" "แกก็พูดได้นิ่ แกไม่ต้องมารู้สึกอะไรเหมือนฉัน" "พ่อจะรู้สึกอะไร พ่อเคยไม่สนใจหนูยังไง ก็ไม่ต้องสนใจแบบนั้น" "ฉันก็ไม่อยากจะสนใจหรอกนะ แต่แกเป็นลูกของฉัน ถ้าแกไม่ใช่ลูก ฉันเฉดหัวแกออกจากบ้านนี้ไปนานแล้ว" ทรงศีลเสียงขุ่นมองบุตรสาวอย่างท้อในหัวใจ พนิดาเป็นคนดื้อรั้น ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรเธอก็ไม่เคยจะฟัง ในแต่ละวันเธอก็สร้างแต่ปัญหา มันยิ่งทำให้ผู้เป็นบิดารู้สึกไม่สบายใจ "แล้วทำไมถึงไม่ทำล่ะคะ?" "เพราะแกเป็นลูกฉัน!" "ยังดีที่ยังคิดว่าหนูเป็นลูกพ่อ นึกว่าหลงเมียใหม่ จนลืมว่ามีลูกแบบหนูอยู่ หลงกีจนลืมลูกตัวเอง" หล่อนกระแทกเสียงไปที "หุบปากของแกซะ! ลูกที่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง ลูกที่เอาแต่สร้างปัญหาให้ไม่เว้นวัน แกรู้ไหมว่าฉันโคตรจะเอือมระอาแกเลย" "ค่ะ หนูรู้ว่าหนูมันน่าเอือมระอา หนูรู้ว่าหนูมันไม่ได้น่ารักเหมือนเมียใหม่ของพ่อ ไม่ว่าหนูจะทำอะไรหนูก็ไม่เคยดีในสายตาพ่อ" "คุณคะ ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จากันดีกว่าค่ะ" ระรินพยายามปรามสามี ระรินกำลังทำของว่างในครัว พอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็รีบออกมาดู พอเห็นสามีกับลูกเลี้ยงทะเลาะกัน ก็ยิ่งไม่สบายใจ แม้รู้ดีว่าทั้งสองจะทะเลาะกันเป็นประจำ แต่ระรินก็ไม่เคยชินเลยสักที "เสแสร้ง!" "นั่นไง จะให้ฉันปรามมันได้ยังไง ดูมันทำกิริยามารยาทใส่คุณสิ!" "ไม่เป็นไรค่ะคุณทรงศีล พนิดาเธอยังเด็กเลยพูดไม่ทันคิด ระรินไม่สนใจหรอกค่ะ ครอบครัวเดียวกัน ควรจะปรองดองมากกว่ามาทะเลาะกันนะคะ" "ไม่ว่าเธอจะพยายามทำตัวเสแสร้งว่าแสนดี ฉันก็ดูออกว่าเนื้อแท้ของเธอมันเน่าเฟะมากแค่ไหน อย่ามาแอ๊บสะตอหน่อยเลยคุณแม่เลี้ยง ต่อให้ภายนอกคุณกำลังจะพยายามช่วยฉัน แต่ในใจของคุณก็กำลังสมน้ำหน้าฉันอยู่" "ฉันไม่เคยคิดจะทำอะไรแบบนั้นเลยนะคะคุณพนิดา ฉันแค่หวังดีกับคุณ" "เลิกตอแหลสักทีเถอะค่ะ ฉันเห็นแล้วโคตรสะอิดสะเอียนเลย" "หยุดพูดจาก้าวร้าวกับคุณระรินแบบนี้" ทรงศีลชี้หน้าบุตรสาว "หนูพูดความจริงเมียของพ่อต่อหน้าก็เสแสร้งทำเป็นพูดดี แต่ความจริงแล้วเมียของพ่อโคตรตอแหล ตอแหลๆๆ" เพียะ! ทรงศีลฟาดฝ่ามือลงไปหน้านุ่มนิ่มของบุตรสาว "หุบปากแล้วออกไป!" "พ่อก็ดีแต่เข้าข้างมัน!" พนิดามองบิดาด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนจะใช้มือจับแก้ม แล้วรีบผลุนผลันออกจากบ้าน ทรงศีลมองมือตัวเองอย่างเสียใจ ทุกครั้งที่มีปากเสียง เขาจะไม่เคยลงไม้ลงมือกับบุตรสาวเลย แต่การทะเลาะกันครั้งนี้ พนิดากร้าวร้าวมาก มันจึงทำให้เขาเดือดถึงขีดสุด เลยพลั้งมือทำร้ายเธอ ครั้งนี้เขาทำรุนแรงเกินไปจริง ๆบทที่2 ปากดีพนิดาtalk"อีชบา" (ว่า)"คืนนี้เจอกันที่คลับ ฮึก ๆ" ฉันร้องร้องไห้สะอึกสะอื้น พร้อมกับขับรถจ้องมองถนนไปด้วย แม้ว่าภายนอกที่ฉันพยายามออกว่าแข็งแกร่งแข็งกร้าวมากแค่ไหน แต่ภายใต้ความแข็งแกร่งความเข้มแข็งนั้น กลับมีความอ่อนแอมากมายซ่อนอยู่(ได้สิ ว่าแต่มึงเป็นอะไร ทะเลาะกับพ่ออีกเหรอ?") น้ำเสียงปลายสายแสดงความเป็นห่วงเป็นใยฉายชัด ทุกครั้งที่ฉันมีปัญหากับพ่อ คนที่อยู่เคียงข้างฉันตลอดเห็นทีจะเป็นเพื่อน ๆ"อืม" (ตอนนี้อยู่ไหนอะ?")"บนรถ"(มึงจะไปไหน?")"ไม่รู้สิ อยากขับไปเรื่อยๆ ขับไปแบบไม่มีจุดหมาย กูไม่อยากจะกลับบ้าน บ้านมันไม่ใช่ที่ที่มีความสุขสำหรับกูอีกแล้ว บ้านหลังนั้นไม่มีกูคงจะดี พ่อกับแม่เลี้ยงกูคงจะดีใจที่ไม่มีกู อยู่ที่นั่น"("ใจเย็นๆก่อนสิวะ มึงไม่ต้องขับไปไหน ขับรถมาหากูดีกว่า สบายใจค่อยเที่ยวกัน ขับไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมาย มันอาจจะทำให้มึงสบายใจขึ้น แต่มันจะไม่มีอะไรดีขึ้น สู้มาหากูดีกว่า ถ้ามีอะไรที่กูพอช่วยได้กูก็อยากจะช่วยมึง")"ไม่อยากรบกวนมึง แม่มึงยิ่งขี้บ่นอยู่ กูไม่อยากจะไปเป็นตัวปัญหา ให้มึงกับแม่ต้องทะเลาะกัน" ฉันพูดเสียงสั่นเครือ แม่ของชบาท่านดูไม่ค่อยพออ
บทที่3 ปากหวานพนิดาtalk"มากินข้าวสิลูกคนดีของแม่""มามะ วันนี้มีกับข้าวที่หนูชอบด้วย มีทอดตับไก่กระเทียมแล้วก็ปลาทูทอด ปลาทูแม่แกะก้างแยกเอาเนื้อใส่จานไว้ให้เรียบร้อยแล้ว มากินร็วๆ" เสียงแม่สมใจดังแว่วอยู่ข้างนอก ท่านเสียงอ่อนเสียงหวานฃ ผิดจากที่ว่าฉันกับชบา เมื่อตอนกลางวันมาก "เร็วสิจ้ะ ของที่หนูชอบทั้งนั้นเลย" ถึงท่านจะปากเสีย แต่เวลาเรียกลูกทานอาหาร เรียกซะน่ารักเลย ฉันอยากมีโมเม้นแบบนี้ ฉันอยากมีแม่คอยเรียกฉันทานอาหารแบบนี้จัง แต่เชื่อไหมว่า หลังจากวันนั้นวันที่แม่ออกจากบ้าน ท่านก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย "อีบา" ฉันสะกิดเพื่อนเบาๆ ขณะที่มันกำลังใส่ต่างหู วันนี้มันสวยเซ็กซี่มาก ผู้ชายในคลับคงจ้องเพื่อนฉันเป็นตาเดียวแน่คืนนี้ เพราะเพื่อนฉันแซ่บไฟลุกมาก"อืม" มันพยักหน้า"แม่มึงเรียกกินข้าวอยู่ข้างนอกน่ะ แกเสียงอ่อนเสียงหวานเชียว เวลาไม่บ่นก็น่ารักมากๆ""หึ!" เพื่อนฉันแค่นหัวเราะในลำคอ "กูลืมบอกมึงอย่างหนึ่งอีนิดา""อะไร?""ที่แม่กูเสียงอ่อนเสียงหวานก็เพราะแกเรียกอีไข่ขาวไปแดกข้าวไง!""ไข่ขาวคือใครอะ?" ยังงงอยู่ค่ะ ไข่ขาวคือใคร หรือจะเป็นหลานแก จะว่าไปฉันมาที่นี่หลายครั้งก็ไม่เคยเจอคนท
บทที่4 ไอ้บ้านี่"ลุกไหวไหม?" พี่เชเข้ามาประคองฉันลุกขึ้น แต่สายตาของฉันยังคงจับจ้องผู้ชายที่ทำให้ฉันมากองกับพื้นอยู่ตรงนี้ หืม! กล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้ ถึงจะหล่อและโคตรตรงสเปก แต่นิสัยโคตรจะแย่ ตั้งแง่รังเกียจทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรให้เลย"ไอ้บ้านี่!" ฉันสบถออกมาอย่างหัวเสีย แล้วลุกขึ้นเดินตรงตามเขาไป ชายคนนั้นไปนั่งที่โต๊ะกับบรรดาเพื่อนๆของเขา พอฉันกวาดสายตามองแล้วพิจารณาชัดๆ คนพวกนี้บางคนก็เป็นคนในตระกูลมาเฟีย ที่พ่ออยากให้ฉันแต่งงานด้วยแต่ช่างแม่ง ไม่มีเวลามาสนตระกูลงี่เง่าอะไรทั้งนั้น ฉันโมโหกับความปากแซ่บของเขาเมื่อครู่ "นี่นาย!" ฉันเรียกเขาเสียงห้วน เขามองฉันเล็กน้อยก่อนจะเสมองอย่างอื่นไปเรื่อย ทำราวกับว่าฉันเป็นอากาศที่ไร้ตัวตน หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะมองเห็น "...""นี่!" ฉันดึงเสื้อเขา"หูยยยย!" คนที่ร่วมโต๊ะต่างร้องออกมาพร้อมกัน จับจ้องฉันกับชายตรงหน้าฉันเป็นตาเดียว"อย่ามายุ่งกับฉัน เอามือโสโครกของเธอออกไปด้วย" คำพูดคำจาน่ากลัวน่าตบ ฉันอยากจะกรี๊ด กล้าดียังไง มาพูดกับฉันแบบนี้"ไอ้บ้าเอ้ย!""วูยยย! น้องเขาจะเพิ่มค่าตัวให้มึงหรือเปล่า จัดมาน้องจัดมา" คนที่นั่
บทที่5 ยอมสุดท้ายฉันก็ยอมกลับ ไม่ใช่ยอมเพราะพ่อตามกลับหรอกนะคะ แต่ที่ยอมกลับ เพราะโดนแม่สมใจด่า ใครๆต่างก็รู้ว่าเวลาที่แกด่า แกจะไม่จบแล้วแกจะด่าทั้งวัน สกิลปากของแกร้ายแรงขั้นสูงสุด ถ้าแกได้ด่าทั้งวัน แกก็ไม่หยุด พอฉันกลับมาถึงบ้าน แม่เลี้ยงของฉันก็นั่งอยู่ที่โซฟาเธอยิ้มให้ฉัน สีหน้าเหมือนดีใจ ที่เห็นฉันกลับบ้าน ดูโล่งอกโล่งใจ ที่เห็นฉันปลอดภัยแต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าผู้หญิงอย่างเธอ จะดีใจที่เห็นฉันกลับมา ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะเป็นห่วงฉันจริงๆ แต่ที่พยายามแสดงออกมา เพราะอยากเอาใจพ่อ แต่ความเป็นจริงภายใต้รอยยิ้มนั้น มีแต่ความเสแสร้งทั้งนั้น"หนูนิดา" เธอเสียงอ่อนเสียงหวาน เดินตรงเข้ามาหาฉัน แต่ฉันเดินเลี่ยงไปอีกทาง เพราะไม่อยากจะพูดคุยหรือเสวนาด้วย ฉันเดินขึ้นข้างบนเพื่ออาบน้ำแต่งตัว วันนี้ฉันมีเรียนช่วงบ่าย ฉันอยากรีบไปมหาวิทยาลัยเร็วๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการไปก่อนเวลา แต่ก็ยังดีกว่าที่จะอยู่ที่บ้าน แล้วโดนพ่อพาไปดูตัว"วันนี้แกไม่ต้องไปเรียน" พ่อพูดขึ้นขณะที่ฉันเดินลงบันไดมา "หนูจะไปเรียนค่ะ วันนี้มีเรียนตอนบ่าย" ฉันพูดเสียงราบเรียบ เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี "ฉันก็บอกแกอยู่แล้ว ว่า
Introร่างเล็กโยกกายพริ้วไหวไปตามจังหวะเพลงของคลับ หญิงสาวปล่อยตัวปล่อยไปใจกับเสียงเพลง ที่ดังกระหึ่มเข้ามาในโสตประสาท เธอดื่มเหล้าจนเมามาย เพื่อจะลืมเรื่องราวที่หนักอึ้งในหัวใจของตัวเองให้หมด แต่ทว่า ไม่ว่าจะพยายามลืมเเค่ไหน ในหัวก็เอาแต่วนเวียน กับเหตุการณ์ที่ผ่านมา "ฉันล่ะเบื่อแก ที่มีข่าวกับพวกผู้ชายไม่เว้นวัน แกรู้ไหมว่าฉันแสนอับอายแค่ไหน ที่มีแกเป็นลูกนิสัยแย่แบบนี้ ทำตัวโคตรน่ารังเกียจ ให้ฉันตามล้างตามเช็ดข่าวให้ไม่เว้นวัน""ตอนที่หนูเป็นคนดี พ่อก็ไม่เห็นสนใจหนูเลย พ่อเอาแต่เอาอกเอาใจเมียใหม่ของพ่อ พ่อเคยคิดบ้างไหม ว่าหนูก็ต้องการความรักจากพ่อเหมือนกัน หนูต้องการให้ใครสักคนที่หนูรัก ถามว่าหนูหิว หนูหนาว หนูทุกข์ หนูมีความสุขไหม แต่หนูไม่เคยได้รับจากพ่อเลยสักวัน""โตแล้วจะมาเรียกร้องอะไร บางทีคำพูดมันก็ไม่ได้ดีเท่าการกระทำหรอก แกควรทำตัวให้มีประโยชน์ ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เลิกทำตัวเหลวไหลแบบนี้สักที""แล้วพ่อล่ะ ทำหน้าที่พ่อได้ดีแล้วหรือยัง พ่อเป็นพ่อไม่เคยสนใจความรู้สึกลูก เอาแต่พะเน้าพะนอผู้หญิงของพ่อ พ่อเคยสนใจลูกอย่างหนูบ้างไหม หรือหนูเป็นแค่ลูกสนุกน้ำ
บทที่5 ยอมสุดท้ายฉันก็ยอมกลับ ไม่ใช่ยอมเพราะพ่อตามกลับหรอกนะคะ แต่ที่ยอมกลับ เพราะโดนแม่สมใจด่า ใครๆต่างก็รู้ว่าเวลาที่แกด่า แกจะไม่จบแล้วแกจะด่าทั้งวัน สกิลปากของแกร้ายแรงขั้นสูงสุด ถ้าแกได้ด่าทั้งวัน แกก็ไม่หยุด พอฉันกลับมาถึงบ้าน แม่เลี้ยงของฉันก็นั่งอยู่ที่โซฟาเธอยิ้มให้ฉัน สีหน้าเหมือนดีใจ ที่เห็นฉันกลับบ้าน ดูโล่งอกโล่งใจ ที่เห็นฉันปลอดภัยแต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าผู้หญิงอย่างเธอ จะดีใจที่เห็นฉันกลับมา ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะเป็นห่วงฉันจริงๆ แต่ที่พยายามแสดงออกมา เพราะอยากเอาใจพ่อ แต่ความเป็นจริงภายใต้รอยยิ้มนั้น มีแต่ความเสแสร้งทั้งนั้น"หนูนิดา" เธอเสียงอ่อนเสียงหวาน เดินตรงเข้ามาหาฉัน แต่ฉันเดินเลี่ยงไปอีกทาง เพราะไม่อยากจะพูดคุยหรือเสวนาด้วย ฉันเดินขึ้นข้างบนเพื่ออาบน้ำแต่งตัว วันนี้ฉันมีเรียนช่วงบ่าย ฉันอยากรีบไปมหาวิทยาลัยเร็วๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการไปก่อนเวลา แต่ก็ยังดีกว่าที่จะอยู่ที่บ้าน แล้วโดนพ่อพาไปดูตัว"วันนี้แกไม่ต้องไปเรียน" พ่อพูดขึ้นขณะที่ฉันเดินลงบันไดมา "หนูจะไปเรียนค่ะ วันนี้มีเรียนตอนบ่าย" ฉันพูดเสียงราบเรียบ เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี "ฉันก็บอกแกอยู่แล้ว ว่า
บทที่4 ไอ้บ้านี่"ลุกไหวไหม?" พี่เชเข้ามาประคองฉันลุกขึ้น แต่สายตาของฉันยังคงจับจ้องผู้ชายที่ทำให้ฉันมากองกับพื้นอยู่ตรงนี้ หืม! กล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้ ถึงจะหล่อและโคตรตรงสเปก แต่นิสัยโคตรจะแย่ ตั้งแง่รังเกียจทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรให้เลย"ไอ้บ้านี่!" ฉันสบถออกมาอย่างหัวเสีย แล้วลุกขึ้นเดินตรงตามเขาไป ชายคนนั้นไปนั่งที่โต๊ะกับบรรดาเพื่อนๆของเขา พอฉันกวาดสายตามองแล้วพิจารณาชัดๆ คนพวกนี้บางคนก็เป็นคนในตระกูลมาเฟีย ที่พ่ออยากให้ฉันแต่งงานด้วยแต่ช่างแม่ง ไม่มีเวลามาสนตระกูลงี่เง่าอะไรทั้งนั้น ฉันโมโหกับความปากแซ่บของเขาเมื่อครู่ "นี่นาย!" ฉันเรียกเขาเสียงห้วน เขามองฉันเล็กน้อยก่อนจะเสมองอย่างอื่นไปเรื่อย ทำราวกับว่าฉันเป็นอากาศที่ไร้ตัวตน หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะมองเห็น "...""นี่!" ฉันดึงเสื้อเขา"หูยยยย!" คนที่ร่วมโต๊ะต่างร้องออกมาพร้อมกัน จับจ้องฉันกับชายตรงหน้าฉันเป็นตาเดียว"อย่ามายุ่งกับฉัน เอามือโสโครกของเธอออกไปด้วย" คำพูดคำจาน่ากลัวน่าตบ ฉันอยากจะกรี๊ด กล้าดียังไง มาพูดกับฉันแบบนี้"ไอ้บ้าเอ้ย!""วูยยย! น้องเขาจะเพิ่มค่าตัวให้มึงหรือเปล่า จัดมาน้องจัดมา" คนที่นั่
บทที่3 ปากหวานพนิดาtalk"มากินข้าวสิลูกคนดีของแม่""มามะ วันนี้มีกับข้าวที่หนูชอบด้วย มีทอดตับไก่กระเทียมแล้วก็ปลาทูทอด ปลาทูแม่แกะก้างแยกเอาเนื้อใส่จานไว้ให้เรียบร้อยแล้ว มากินร็วๆ" เสียงแม่สมใจดังแว่วอยู่ข้างนอก ท่านเสียงอ่อนเสียงหวานฃ ผิดจากที่ว่าฉันกับชบา เมื่อตอนกลางวันมาก "เร็วสิจ้ะ ของที่หนูชอบทั้งนั้นเลย" ถึงท่านจะปากเสีย แต่เวลาเรียกลูกทานอาหาร เรียกซะน่ารักเลย ฉันอยากมีโมเม้นแบบนี้ ฉันอยากมีแม่คอยเรียกฉันทานอาหารแบบนี้จัง แต่เชื่อไหมว่า หลังจากวันนั้นวันที่แม่ออกจากบ้าน ท่านก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย "อีบา" ฉันสะกิดเพื่อนเบาๆ ขณะที่มันกำลังใส่ต่างหู วันนี้มันสวยเซ็กซี่มาก ผู้ชายในคลับคงจ้องเพื่อนฉันเป็นตาเดียวแน่คืนนี้ เพราะเพื่อนฉันแซ่บไฟลุกมาก"อืม" มันพยักหน้า"แม่มึงเรียกกินข้าวอยู่ข้างนอกน่ะ แกเสียงอ่อนเสียงหวานเชียว เวลาไม่บ่นก็น่ารักมากๆ""หึ!" เพื่อนฉันแค่นหัวเราะในลำคอ "กูลืมบอกมึงอย่างหนึ่งอีนิดา""อะไร?""ที่แม่กูเสียงอ่อนเสียงหวานก็เพราะแกเรียกอีไข่ขาวไปแดกข้าวไง!""ไข่ขาวคือใครอะ?" ยังงงอยู่ค่ะ ไข่ขาวคือใคร หรือจะเป็นหลานแก จะว่าไปฉันมาที่นี่หลายครั้งก็ไม่เคยเจอคนท
บทที่2 ปากดีพนิดาtalk"อีชบา" (ว่า)"คืนนี้เจอกันที่คลับ ฮึก ๆ" ฉันร้องร้องไห้สะอึกสะอื้น พร้อมกับขับรถจ้องมองถนนไปด้วย แม้ว่าภายนอกที่ฉันพยายามออกว่าแข็งแกร่งแข็งกร้าวมากแค่ไหน แต่ภายใต้ความแข็งแกร่งความเข้มแข็งนั้น กลับมีความอ่อนแอมากมายซ่อนอยู่(ได้สิ ว่าแต่มึงเป็นอะไร ทะเลาะกับพ่ออีกเหรอ?") น้ำเสียงปลายสายแสดงความเป็นห่วงเป็นใยฉายชัด ทุกครั้งที่ฉันมีปัญหากับพ่อ คนที่อยู่เคียงข้างฉันตลอดเห็นทีจะเป็นเพื่อน ๆ"อืม" (ตอนนี้อยู่ไหนอะ?")"บนรถ"(มึงจะไปไหน?")"ไม่รู้สิ อยากขับไปเรื่อยๆ ขับไปแบบไม่มีจุดหมาย กูไม่อยากจะกลับบ้าน บ้านมันไม่ใช่ที่ที่มีความสุขสำหรับกูอีกแล้ว บ้านหลังนั้นไม่มีกูคงจะดี พ่อกับแม่เลี้ยงกูคงจะดีใจที่ไม่มีกู อยู่ที่นั่น"("ใจเย็นๆก่อนสิวะ มึงไม่ต้องขับไปไหน ขับรถมาหากูดีกว่า สบายใจค่อยเที่ยวกัน ขับไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมาย มันอาจจะทำให้มึงสบายใจขึ้น แต่มันจะไม่มีอะไรดีขึ้น สู้มาหากูดีกว่า ถ้ามีอะไรที่กูพอช่วยได้กูก็อยากจะช่วยมึง")"ไม่อยากรบกวนมึง แม่มึงยิ่งขี้บ่นอยู่ กูไม่อยากจะไปเป็นตัวปัญหา ให้มึงกับแม่ต้องทะเลาะกัน" ฉันพูดเสียงสั่นเครือ แม่ของชบาท่านดูไม่ค่อยพออ
บทที่1 กล้าดียังไง"นอนกับฉันไหม ฉันให้นายห้าพัน"สิ้นประโยคที่คนตัวเล็กเอื้อนเอ่ย คาเตอร์ ก็กระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียว มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเห็นเขาเป็นผู้ชายขายบริการหรือไง ถึงได้มาพูดจากับเขาแบบนี้ กล้ามาก ช่างกล้าดีจริง ๆ เขาจะไม่โกรธมากขนาดนี้เลย ถ้าสาวเจ้าไม่ยื่นข้อเสนอด้วยเงินจำนวนห้าพันเป็นค่าตัวเขา และแน่นอนเขาโกรธมาก เงินห้าพันแลกกับการที่เขาต้องนอนกับเธอช่างหน้าตลกสิ้นดี เงินน้อยนิดขนาดนี้ซื้ออาหารให้สุนัขที่เขาเลี้ยง อาทิตย์เดียวยังไม่พอเลย "หูยใจกล้ามากเลยว่ะ!" ฉลามหัวเราะเเล้วตบที่บ่าแกร่งของคาเตอร์แรง ๆ "ห้าพันมันแพงไปน้อง สองร้อยก็พอแล้ว ฮ่าๆ" คลาวด์หัวเราะอย่างพอใจ เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างครื้นเครง ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ชายหนุ่มมากกว่าเดิม"สองร้อยเหรอคะ?""ฟรีไปเลยดีกว่านะ ฮ่า ๆ" เวนิสหัวเราะแล้วยื่นแก้วเหล้าให้หญิงสาว แต่หล่อนปฏิเสธด้วยการผลักแล้วเหล้าส่งคืนให้เบา ๆ เขาไหวไหล่เล็กน้อยกับสิ่งที่หญิงสาวแสดงออกมา"ไม่ฟรีก็ได้ค่ะ ขอแค่เขานอนกับฉัน" ไม่รู้ว่าพนิดาเอาความกล้าบ้าบิ่นมาจากไหน ถึงได้พูดออกไปแบบนั้น เธอรู้แต่ว่าเธออยากประชด อยากทำตัวแย่ ๆ
Introร่างเล็กโยกกายพริ้วไหวไปตามจังหวะเพลงของคลับ หญิงสาวปล่อยตัวปล่อยไปใจกับเสียงเพลง ที่ดังกระหึ่มเข้ามาในโสตประสาท เธอดื่มเหล้าจนเมามาย เพื่อจะลืมเรื่องราวที่หนักอึ้งในหัวใจของตัวเองให้หมด แต่ทว่า ไม่ว่าจะพยายามลืมเเค่ไหน ในหัวก็เอาแต่วนเวียน กับเหตุการณ์ที่ผ่านมา "ฉันล่ะเบื่อแก ที่มีข่าวกับพวกผู้ชายไม่เว้นวัน แกรู้ไหมว่าฉันแสนอับอายแค่ไหน ที่มีแกเป็นลูกนิสัยแย่แบบนี้ ทำตัวโคตรน่ารังเกียจ ให้ฉันตามล้างตามเช็ดข่าวให้ไม่เว้นวัน""ตอนที่หนูเป็นคนดี พ่อก็ไม่เห็นสนใจหนูเลย พ่อเอาแต่เอาอกเอาใจเมียใหม่ของพ่อ พ่อเคยคิดบ้างไหม ว่าหนูก็ต้องการความรักจากพ่อเหมือนกัน หนูต้องการให้ใครสักคนที่หนูรัก ถามว่าหนูหิว หนูหนาว หนูทุกข์ หนูมีความสุขไหม แต่หนูไม่เคยได้รับจากพ่อเลยสักวัน""โตแล้วจะมาเรียกร้องอะไร บางทีคำพูดมันก็ไม่ได้ดีเท่าการกระทำหรอก แกควรทำตัวให้มีประโยชน์ ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เลิกทำตัวเหลวไหลแบบนี้สักที""แล้วพ่อล่ะ ทำหน้าที่พ่อได้ดีแล้วหรือยัง พ่อเป็นพ่อไม่เคยสนใจความรู้สึกลูก เอาแต่พะเน้าพะนอผู้หญิงของพ่อ พ่อเคยสนใจลูกอย่างหนูบ้างไหม หรือหนูเป็นแค่ลูกสนุกน้ำ