บทที่2 ปากดี
พนิดาtalk "อีชบา" (ว่า) "คืนนี้เจอกันที่คลับ ฮึก ๆ" ฉันร้องร้องไห้สะอึกสะอื้น พร้อมกับขับรถจ้องมองถนนไปด้วย แม้ว่าภายนอกที่ฉันพยายามออกว่าแข็งแกร่งแข็งกร้าวมากแค่ไหน แต่ภายใต้ความแข็งแกร่งความเข้มแข็งนั้น กลับมีความอ่อนแอมากมายซ่อนอยู่ (ได้สิ ว่าแต่มึงเป็นอะไร ทะเลาะกับพ่ออีกเหรอ?") น้ำเสียงปลายสายแสดงความเป็นห่วงเป็นใยฉายชัด ทุกครั้งที่ฉันมีปัญหากับพ่อ คนที่อยู่เคียงข้างฉันตลอดเห็นทีจะเป็นเพื่อน ๆ "อืม" (ตอนนี้อยู่ไหนอะ?") "บนรถ" (มึงจะไปไหน?") "ไม่รู้สิ อยากขับไปเรื่อยๆ ขับไปแบบไม่มีจุดหมาย กูไม่อยากจะกลับบ้าน บ้านมันไม่ใช่ที่ที่มีความสุขสำหรับกูอีกแล้ว บ้านหลังนั้นไม่มีกูคงจะดี พ่อกับแม่เลี้ยงกูคงจะดีใจที่ไม่มีกู อยู่ที่นั่น" ("ใจเย็นๆก่อนสิวะ มึงไม่ต้องขับไปไหน ขับรถมาหากูดีกว่า สบายใจค่อยเที่ยวกัน ขับไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมาย มันอาจจะทำให้มึงสบายใจขึ้น แต่มันจะไม่มีอะไรดีขึ้น สู้มาหากูดีกว่า ถ้ามีอะไรที่กูพอช่วยได้กูก็อยากจะช่วยมึง") "ไม่อยากรบกวนมึง แม่มึงยิ่งขี้บ่นอยู่ กูไม่อยากจะไปเป็นตัวปัญหา ให้มึงกับแม่ต้องทะเลาะกัน" ฉันพูดเสียงสั่นเครือ แม่ของชบาท่านดูไม่ค่อยพออกพอใจเวลาที่ฉันกับเพื่อนๆไปหา ท่านไม่ชอบให้ฉันลูกของท่าน ไปกินเที่ยวดื่มเสเพล ผู้ใหญ่ก็แบบนี้แหละชอบห้ามปราม ฉันรู้ว่าท่านหวังดี แต่เด็กๆอย่างพวกฉันก็ดูจะไม่ชอบความหวังดีของพวกท่าน ("ต่อให้มึงไม่มากูกับแม่ก็ทะเลาะกันทุกวันอยู่แล้ว วันนี้แม่กูไปขายหวย แม่กูขายหวยตอนบ่ายลุ้นหวย ตอนเย็นไปฉลองถูกหวยหรือไม่โดนหวยแดก กว่าจะมาก็ดึกมึงเชื่อกูสิ") "อืม เดี๋ยวกูจะไปหามึง" ("เออๆ") ฉันกดวางสายแล้วเปลี่ยนเส้นทาง ฉันปาดน้ำตาแล้วขับรถไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงหน้าบ้านของเพื่อน เพื่อนของฉันไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร แม่มันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ขายหวยขายเลี้ยงลูกสองคน แม่มันเลี้ยงมันกับพี่เติบโตขึ้นมาได้ คนที่เลี้ยงลูกได้โดยไม่ทอดทิ้งลูก เป็นเสาหลักให้ครอบครัวได้ ผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวโคตรเก่งและแกร่งเลย ฉันจอดรถแล้วหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าออกมาจากรถ เดินตรงเข้าไปบ้านของชบา พี่ชายของมันนั่งอยู่หน้าบ้านพูดคุยสังสรรค์กับเพื่อน "อ้าวนิดามาหาชบาเหรอ?" "ค่ะ" ฉันพยักหน้าแล้วเดินไปที่ประตู "มาหากันแต่หัววันเลยวุ้ย จะนัดกันไปไหนเหรอ?" "เปล่าค่ะ นิดาแค่มาหาเพื่อนเฉยๆ" "สนใจมานั่งดื่มกับพวกพี่ๆไหม?" พี่นัดพูดขึ้น เขาเป็นรุ่นพี่ที่คณะ นิสัยชอบเต๊าะสาวมาก "ไม่อะ!" "เห็นมีข่าวกับคนนั้นคนนี้บ่อยๆ มานั่งดื่มกับพวกพี่ๆ มีข่าวลงโซเชียลบ่อยๆดีจะตาย ไหนๆก็ชอบให้มีข่าวเสียหายอยู่แล้ว" "เรื่องของนิดาไหมอะ ไม่เกี่ยวกับพี่!" "แต่พี่อยากเกี่ยว มาๆมานั่งดื่มกับพวกพี่" พี่นัดพยายามมาดึงแขนฉันไปนั่งข้างๆ ถึงฉันจะเสเพลจะเที่ยวเตร่มากแค่ไหน ถ้าฉันจะนั่งกับใครมันต้องเป็นความพอใจหรือความสมัครใจของฉัน ไม่ใช่มายัดเยียดหรือพยายามทำให้ฉันเป็น "ถ้าชอบจะกินเอง ไม่ชอบให้ใครมาสาระแนมาบอกมาวุ่นวาย ที่บ้านพี่เคยสั่งสอนไหมคะว่าการที่พี่ทำแบบนี้โคตรไม่มีมารยาท นิดาไม่รู้หรอกนะคะว่าพี่ถูกเลี้ยงดูมาแบบไหน แต่พี่ไม่มีสิทธิ์มาพูด หรือมายัดเยียดในสิ่งที่นิดาไม่ต้องการ จะเรียกว่าจุ้นจ้านก็คงไม่ผิด ขอตัวนะคะ!" ว่าจบก็สะบัดแขนเดินเข้าบ้านเลย "แม่งอย่างร้าย!" "ก็มึงเสือกไปยุ่งกับน้องเขาก่อนทำไหมล่ะไอ้เวร!" เสียงพี่เชด่าเพื่อน ฉันเดินเข้ามาในบ้านก็เจอชบานั่งทำรายงานกลุ่มส่งอาจารย์ "อ้ะ ฉันให้" ฉันล้วงเงินในกระเป๋า แล้ววางให้เพื่อน "เอามาให้ทำไมอะ?" "ให้แกเอาไว้ใช้ ทำรายงานคนเดียวเหนื่อยแย่ เดี๋ยวจะช่วยทำ ถึงแม้อาจจะช่วยไม่ได้เต็มที่ แต่ฉันจะช่วยแกเรื่องเงิน เรื่องอื่นๆก็แล้วกัน" "อืม ขอบใจนะ ว่าแต่ทะเลาะกับพ่อเรื่องอะไรวะ?" "เรื่องเดิมๆ" ฉันพูดแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ บางทีก็ไม่อยากจะคิดหรอก แต่เรื่องแบบนี้มันสลัดออกไปจากหัวไม่ได้จริงๆ บางทีฉันก็คิดนะว่าสิ่งที่ฉันอยู่เนี่ย มันมีประโยชน์หรือเปล่า เพราะยิ่งฉันทำมัน ทุกอย่างยิ่งแย่ลงกว่าเดิม "น้าระรินแกก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรนะ แกดูจะใจดีมากด้วยซ้ำ" "มึงไม่รู้อะไรอย่ามาพูดดีหน่อยเลย ตั้งแต่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามา ครอบครัวของกูก็ไม่เคยสงบอีกเลย พ่อเองก็เอาแต่หลงเมีย ภายนอกของผู้หญิงคนนั้นดูอ่อนหวานอ่อนโยนก็จริง แต่แกรู้ไหมว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของผู้หญิงคนนั้นโคตรจะเน่าเฟะ เข้ามาในครอบครัวกู มึงคิดเหรอว่าจะอยากมาเป็นเมียพ่อกู อายุห่างจากพ่อกูทั้งหลายปี คงไม่มีใครอยากจะได้ผัวแก่ๆหรอก นอกจากหวังสมบัติกู" "แกโตแล้วนะนิดา แกควรปล่อยวางบ้าง" "ฉันรู้ว่าฉันโตแล้ว ฉันแค่อยากให้เขาสนใจฉันบ้างไม่ใช่หลงแต่เมีย" "เขาก็คงสนใจแกอยู่ แต่เขาคง..." ชบาพูดไม่ทัน แม่ของชบาก็เปิดประตูเข้ามา แกชื่อว่าแม่สมใจ "พวกมึงขลุกอยู่ด้วยกันอีกแล้ว มึงรีบทำรายงานแล้วไปช่วยก็จดหวยเลยนะอีชบา" แกท้าวสะเอวมองหน้าฉันอย่างไม่พอใจ "ไหนมึงบอกว่าแม่มึงไปขายหวยจะไม่มาบ้านแล้ววะ!" ฉันกระซิบกระซาบเพื่อนรักเบาๆ จากที่กำลังเศร้าเรื่องพ่อฉันหายทันทีเลย เมื่อเจอหน้าแม่ของมัน "ปกติไปแล้วไปลับนะเว้ย!" "ไปลับเหี้ยไร ถ้ากูไม่หลับมาเอาสมุดฉีกที่กูลืมเอาไว้ กูคงไม่ได้มาเห็นพวกมึงอยู่ด้วยกันสองคนหรอก" "แม่สมใจเกลียดนิดาขนาดนั้นเลยเหรอ?" "ฉันไม่ได้เกลียดแต่ไม่อยากให้ลูกฉันทำตัวเสเพเหมือนเธอ" "...." "เธอมีเหตุผลอะไรที่ทำตัวแบบนั้น" "มีเยอะเลยค่ะ" ฉันถอนหายใจออกมาแรงๆ "เธอไม่กลัวพ่อเธอเสียใจเหรอนิดา" "ท่านคงไม่เสียใจหรอกค่ะ เพราะท่านไม่เคยสนใจหนู ไม่สนไม่ใส่ใจจะเสียใจทำไมคะ?" ฉันยิ้มเศร้า "พ่อแม่ทุกคนรักและห่วงลูกเสมอแหละ ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำเท่านั้น ที่จะแสดงออกมามากน้อยแค่ไหน" "แต่คงไม่ใช่กับพ่อหนู" ฉันพูดอย่างดื้อรั้น ในหัวตอนนี้มีแต่ความคิดของตัวเอง "แล้วหน้านี่ไปโดนอะไรมา?" ท่านจิ้มมาที่หน้าฉัน มันเป็นปื้นแดง ลเห็นรอยฝ่ามือชัดเจนมาก ก็แหง๋ล่ะพ่อตบฉันแรงขนาดนั้น มันก็ทิ้งร่องรอยเหลือเอาไว้อยู่แล้ว "เปล่าค่ะไม่มีอะไร!" "เฮ้อ" ท่านถอนหายใจแล้วหันไปหาชบา "ชบาเอ้ย" "ค่ะแม่" "ไปเอายาขวดสีขาวมาให้แม่ที แม่จะทายาให้นิดา" "ค่ะแม่" "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ต้องทาให้หนูก็ได้ แม่สมใจรีบไปขายหวยเถอะ เดี๋ยวลูกค้าจะรอ" "ฉันขายผ่านโทรศัพท์ได้ย่ะ ไม่ต้องมาพูดดี" "ขอบคุณนะคะแม่สมใจ" แล้ววันนั้นฉันกับเพื่อนก็โดนสวดไปหลายยก หลายเรื่องมาก ท่านก็บ่นก็ด่าไปงั้น ที่พูดก็เพราะอยากให้ฉันคิดได้แล้วเลยทำตัวเสเพลสักที ติ้ง! ข้อความฉันดังขึ้น ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู เป็นพ่อที่ส่งมา ("ตอนเย็นมีนัดกินข้าวกับลูกคุณคริสเตียน นัดสำคัญมาก") "สำคัญแค่ไหนก็ไม่ไป!" "ต้องไปเพราะนัดนี้เป็นนัดสำคัญ แกต้องไปดูหน้าว่าที่เจ้าบ่าวของแก" ("หนูไม่สน") รีบกดตอบด้วยมือสั่นเทา หมดสมัยคลุมถุงชนแล้ว ทำไมถึงเขาแต่บังคับลูกแบบฉัน ("ถ้าไม่มา เราเห็นดีกันแน่ พนิดา!") ท่านส่งข้อความมาหลายข้อความมาก แต่ฉันเลือกที่จะกดปิดแล้วไม่อ่านมัน ส่งได้ส่งไปเพราะฉันไม่แคร์ ฉันไม่ไปไม่สน เรื่องอะไรฉันจะแต่งกับไอ้บ้านั่น ไม่เคยรู้จักและไม่อยากรู้จัก ท่านคงระอาฉันมาก ถึงอยากให้ฉันแต่งกับเวรนั่น คงอยากจะให้ฉันออกไปให้พ้นจากบ้านหลังนั้น เต็มแก่แล้วสินะ หึ! ฉันไม่ยอมหรอก!บทที่3 ปากหวานพนิดาtalk"มากินข้าวสิลูกคนดีของแม่""มามะ วันนี้มีกับข้าวที่หนูชอบด้วย มีทอดตับไก่กระเทียมแล้วก็ปลาทูทอด ปลาทูแม่แกะก้างแยกเอาเนื้อใส่จานไว้ให้เรียบร้อยแล้ว มากินร็วๆ" เสียงแม่สมใจดังแว่วอยู่ข้างนอก ท่านเสียงอ่อนเสียงหวานฃ ผิดจากที่ว่าฉันกับชบา เมื่อตอนกลางวันมาก "เร็วสิจ้ะ ของที่หนูชอบทั้งนั้นเลย" ถึงท่านจะปากเสีย แต่เวลาเรียกลูกทานอาหาร เรียกซะน่ารักเลย ฉันอยากมีโมเม้นแบบนี้ ฉันอยากมีแม่คอยเรียกฉันทานอาหารแบบนี้จัง แต่เชื่อไหมว่า หลังจากวันนั้นวันที่แม่ออกจากบ้าน ท่านก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย "อีบา" ฉันสะกิดเพื่อนเบาๆ ขณะที่มันกำลังใส่ต่างหู วันนี้มันสวยเซ็กซี่มาก ผู้ชายในคลับคงจ้องเพื่อนฉันเป็นตาเดียวแน่คืนนี้ เพราะเพื่อนฉันแซ่บไฟลุกมาก"อืม" มันพยักหน้า"แม่มึงเรียกกินข้าวอยู่ข้างนอกน่ะ แกเสียงอ่อนเสียงหวานเชียว เวลาไม่บ่นก็น่ารักมากๆ""หึ!" เพื่อนฉันแค่นหัวเราะในลำคอ "กูลืมบอกมึงอย่างหนึ่งอีนิดา""อะไร?""ที่แม่กูเสียงอ่อนเสียงหวานก็เพราะแกเรียกอีไข่ขาวไปแดกข้าวไง!""ไข่ขาวคือใครอะ?" ยังงงอยู่ค่ะ ไข่ขาวคือใคร หรือจะเป็นหลานแก จะว่าไปฉันมาที่นี่หลายครั้งก็ไม่เคยเจอคนท
บทที่4 ไอ้บ้านี่"ลุกไหวไหม?" พี่เชเข้ามาประคองฉันลุกขึ้น แต่สายตาของฉันยังคงจับจ้องผู้ชายที่ทำให้ฉันมากองกับพื้นอยู่ตรงนี้ หืม! กล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้ ถึงจะหล่อและโคตรตรงสเปก แต่นิสัยโคตรจะแย่ ตั้งแง่รังเกียจทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรให้เลย"ไอ้บ้านี่!" ฉันสบถออกมาอย่างหัวเสีย แล้วลุกขึ้นเดินตรงตามเขาไป ชายคนนั้นไปนั่งที่โต๊ะกับบรรดาเพื่อนๆของเขา พอฉันกวาดสายตามองแล้วพิจารณาชัดๆ คนพวกนี้บางคนก็เป็นคนในตระกูลมาเฟีย ที่พ่ออยากให้ฉันแต่งงานด้วยแต่ช่างแม่ง ไม่มีเวลามาสนตระกูลงี่เง่าอะไรทั้งนั้น ฉันโมโหกับความปากแซ่บของเขาเมื่อครู่ "นี่นาย!" ฉันเรียกเขาเสียงห้วน เขามองฉันเล็กน้อยก่อนจะเสมองอย่างอื่นไปเรื่อย ทำราวกับว่าฉันเป็นอากาศที่ไร้ตัวตน หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะมองเห็น "...""นี่!" ฉันดึงเสื้อเขา"หูยยยย!" คนที่ร่วมโต๊ะต่างร้องออกมาพร้อมกัน จับจ้องฉันกับชายตรงหน้าฉันเป็นตาเดียว"อย่ามายุ่งกับฉัน เอามือโสโครกของเธอออกไปด้วย" คำพูดคำจาน่ากลัวน่าตบ ฉันอยากจะกรี๊ด กล้าดียังไง มาพูดกับฉันแบบนี้"ไอ้บ้าเอ้ย!""วูยยย! น้องเขาจะเพิ่มค่าตัวให้มึงหรือเปล่า จัดมาน้องจัดมา" คนที่นั่
บทที่5 ยอมสุดท้ายฉันก็ยอมกลับ ไม่ใช่ยอมเพราะพ่อตามกลับหรอกนะคะ แต่ที่ยอมกลับ เพราะโดนแม่สมใจด่า ใครๆต่างก็รู้ว่าเวลาที่แกด่า แกจะไม่จบแล้วแกจะด่าทั้งวัน สกิลปากของแกร้ายแรงขั้นสูงสุด ถ้าแกได้ด่าทั้งวัน แกก็ไม่หยุด พอฉันกลับมาถึงบ้าน แม่เลี้ยงของฉันก็นั่งอยู่ที่โซฟาเธอยิ้มให้ฉัน สีหน้าเหมือนดีใจ ที่เห็นฉันกลับบ้าน ดูโล่งอกโล่งใจ ที่เห็นฉันปลอดภัยแต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าผู้หญิงอย่างเธอ จะดีใจที่เห็นฉันกลับมา ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะเป็นห่วงฉันจริงๆ แต่ที่พยายามแสดงออกมา เพราะอยากเอาใจพ่อ แต่ความเป็นจริงภายใต้รอยยิ้มนั้น มีแต่ความเสแสร้งทั้งนั้น"หนูนิดา" เธอเสียงอ่อนเสียงหวาน เดินตรงเข้ามาหาฉัน แต่ฉันเดินเลี่ยงไปอีกทาง เพราะไม่อยากจะพูดคุยหรือเสวนาด้วย ฉันเดินขึ้นข้างบนเพื่ออาบน้ำแต่งตัว วันนี้ฉันมีเรียนช่วงบ่าย ฉันอยากรีบไปมหาวิทยาลัยเร็วๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการไปก่อนเวลา แต่ก็ยังดีกว่าที่จะอยู่ที่บ้าน แล้วโดนพ่อพาไปดูตัว"วันนี้แกไม่ต้องไปเรียน" พ่อพูดขึ้นขณะที่ฉันเดินลงบันไดมา "หนูจะไปเรียนค่ะ วันนี้มีเรียนตอนบ่าย" ฉันพูดเสียงราบเรียบ เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี "ฉันก็บอกแกอยู่แล้ว ว่า
Introร่างเล็กโยกกายพริ้วไหวไปตามจังหวะเพลงของคลับ หญิงสาวปล่อยตัวปล่อยไปใจกับเสียงเพลง ที่ดังกระหึ่มเข้ามาในโสตประสาท เธอดื่มเหล้าจนเมามาย เพื่อจะลืมเรื่องราวที่หนักอึ้งในหัวใจของตัวเองให้หมด แต่ทว่า ไม่ว่าจะพยายามลืมเเค่ไหน ในหัวก็เอาแต่วนเวียน กับเหตุการณ์ที่ผ่านมา "ฉันล่ะเบื่อแก ที่มีข่าวกับพวกผู้ชายไม่เว้นวัน แกรู้ไหมว่าฉันแสนอับอายแค่ไหน ที่มีแกเป็นลูกนิสัยแย่แบบนี้ ทำตัวโคตรน่ารังเกียจ ให้ฉันตามล้างตามเช็ดข่าวให้ไม่เว้นวัน""ตอนที่หนูเป็นคนดี พ่อก็ไม่เห็นสนใจหนูเลย พ่อเอาแต่เอาอกเอาใจเมียใหม่ของพ่อ พ่อเคยคิดบ้างไหม ว่าหนูก็ต้องการความรักจากพ่อเหมือนกัน หนูต้องการให้ใครสักคนที่หนูรัก ถามว่าหนูหิว หนูหนาว หนูทุกข์ หนูมีความสุขไหม แต่หนูไม่เคยได้รับจากพ่อเลยสักวัน""โตแล้วจะมาเรียกร้องอะไร บางทีคำพูดมันก็ไม่ได้ดีเท่าการกระทำหรอก แกควรทำตัวให้มีประโยชน์ ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เลิกทำตัวเหลวไหลแบบนี้สักที""แล้วพ่อล่ะ ทำหน้าที่พ่อได้ดีแล้วหรือยัง พ่อเป็นพ่อไม่เคยสนใจความรู้สึกลูก เอาแต่พะเน้าพะนอผู้หญิงของพ่อ พ่อเคยสนใจลูกอย่างหนูบ้างไหม หรือหนูเป็นแค่ลูกสนุกน้ำ
บทที่1 กล้าดียังไง"นอนกับฉันไหม ฉันให้นายห้าพัน"สิ้นประโยคที่คนตัวเล็กเอื้อนเอ่ย คาเตอร์ ก็กระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียว มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเห็นเขาเป็นผู้ชายขายบริการหรือไง ถึงได้มาพูดจากับเขาแบบนี้ กล้ามาก ช่างกล้าดีจริง ๆ เขาจะไม่โกรธมากขนาดนี้เลย ถ้าสาวเจ้าไม่ยื่นข้อเสนอด้วยเงินจำนวนห้าพันเป็นค่าตัวเขา และแน่นอนเขาโกรธมาก เงินห้าพันแลกกับการที่เขาต้องนอนกับเธอช่างหน้าตลกสิ้นดี เงินน้อยนิดขนาดนี้ซื้ออาหารให้สุนัขที่เขาเลี้ยง อาทิตย์เดียวยังไม่พอเลย "หูยใจกล้ามากเลยว่ะ!" ฉลามหัวเราะเเล้วตบที่บ่าแกร่งของคาเตอร์แรง ๆ "ห้าพันมันแพงไปน้อง สองร้อยก็พอแล้ว ฮ่าๆ" คลาวด์หัวเราะอย่างพอใจ เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างครื้นเครง ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ชายหนุ่มมากกว่าเดิม"สองร้อยเหรอคะ?""ฟรีไปเลยดีกว่านะ ฮ่า ๆ" เวนิสหัวเราะแล้วยื่นแก้วเหล้าให้หญิงสาว แต่หล่อนปฏิเสธด้วยการผลักแล้วเหล้าส่งคืนให้เบา ๆ เขาไหวไหล่เล็กน้อยกับสิ่งที่หญิงสาวแสดงออกมา"ไม่ฟรีก็ได้ค่ะ ขอแค่เขานอนกับฉัน" ไม่รู้ว่าพนิดาเอาความกล้าบ้าบิ่นมาจากไหน ถึงได้พูดออกไปแบบนั้น เธอรู้แต่ว่าเธออยากประชด อยากทำตัวแย่ ๆ
บทที่5 ยอมสุดท้ายฉันก็ยอมกลับ ไม่ใช่ยอมเพราะพ่อตามกลับหรอกนะคะ แต่ที่ยอมกลับ เพราะโดนแม่สมใจด่า ใครๆต่างก็รู้ว่าเวลาที่แกด่า แกจะไม่จบแล้วแกจะด่าทั้งวัน สกิลปากของแกร้ายแรงขั้นสูงสุด ถ้าแกได้ด่าทั้งวัน แกก็ไม่หยุด พอฉันกลับมาถึงบ้าน แม่เลี้ยงของฉันก็นั่งอยู่ที่โซฟาเธอยิ้มให้ฉัน สีหน้าเหมือนดีใจ ที่เห็นฉันกลับบ้าน ดูโล่งอกโล่งใจ ที่เห็นฉันปลอดภัยแต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าผู้หญิงอย่างเธอ จะดีใจที่เห็นฉันกลับมา ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะเป็นห่วงฉันจริงๆ แต่ที่พยายามแสดงออกมา เพราะอยากเอาใจพ่อ แต่ความเป็นจริงภายใต้รอยยิ้มนั้น มีแต่ความเสแสร้งทั้งนั้น"หนูนิดา" เธอเสียงอ่อนเสียงหวาน เดินตรงเข้ามาหาฉัน แต่ฉันเดินเลี่ยงไปอีกทาง เพราะไม่อยากจะพูดคุยหรือเสวนาด้วย ฉันเดินขึ้นข้างบนเพื่ออาบน้ำแต่งตัว วันนี้ฉันมีเรียนช่วงบ่าย ฉันอยากรีบไปมหาวิทยาลัยเร็วๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการไปก่อนเวลา แต่ก็ยังดีกว่าที่จะอยู่ที่บ้าน แล้วโดนพ่อพาไปดูตัว"วันนี้แกไม่ต้องไปเรียน" พ่อพูดขึ้นขณะที่ฉันเดินลงบันไดมา "หนูจะไปเรียนค่ะ วันนี้มีเรียนตอนบ่าย" ฉันพูดเสียงราบเรียบ เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี "ฉันก็บอกแกอยู่แล้ว ว่า
บทที่4 ไอ้บ้านี่"ลุกไหวไหม?" พี่เชเข้ามาประคองฉันลุกขึ้น แต่สายตาของฉันยังคงจับจ้องผู้ชายที่ทำให้ฉันมากองกับพื้นอยู่ตรงนี้ หืม! กล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้ ถึงจะหล่อและโคตรตรงสเปก แต่นิสัยโคตรจะแย่ ตั้งแง่รังเกียจทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรให้เลย"ไอ้บ้านี่!" ฉันสบถออกมาอย่างหัวเสีย แล้วลุกขึ้นเดินตรงตามเขาไป ชายคนนั้นไปนั่งที่โต๊ะกับบรรดาเพื่อนๆของเขา พอฉันกวาดสายตามองแล้วพิจารณาชัดๆ คนพวกนี้บางคนก็เป็นคนในตระกูลมาเฟีย ที่พ่ออยากให้ฉันแต่งงานด้วยแต่ช่างแม่ง ไม่มีเวลามาสนตระกูลงี่เง่าอะไรทั้งนั้น ฉันโมโหกับความปากแซ่บของเขาเมื่อครู่ "นี่นาย!" ฉันเรียกเขาเสียงห้วน เขามองฉันเล็กน้อยก่อนจะเสมองอย่างอื่นไปเรื่อย ทำราวกับว่าฉันเป็นอากาศที่ไร้ตัวตน หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะมองเห็น "...""นี่!" ฉันดึงเสื้อเขา"หูยยยย!" คนที่ร่วมโต๊ะต่างร้องออกมาพร้อมกัน จับจ้องฉันกับชายตรงหน้าฉันเป็นตาเดียว"อย่ามายุ่งกับฉัน เอามือโสโครกของเธอออกไปด้วย" คำพูดคำจาน่ากลัวน่าตบ ฉันอยากจะกรี๊ด กล้าดียังไง มาพูดกับฉันแบบนี้"ไอ้บ้าเอ้ย!""วูยยย! น้องเขาจะเพิ่มค่าตัวให้มึงหรือเปล่า จัดมาน้องจัดมา" คนที่นั่
บทที่3 ปากหวานพนิดาtalk"มากินข้าวสิลูกคนดีของแม่""มามะ วันนี้มีกับข้าวที่หนูชอบด้วย มีทอดตับไก่กระเทียมแล้วก็ปลาทูทอด ปลาทูแม่แกะก้างแยกเอาเนื้อใส่จานไว้ให้เรียบร้อยแล้ว มากินร็วๆ" เสียงแม่สมใจดังแว่วอยู่ข้างนอก ท่านเสียงอ่อนเสียงหวานฃ ผิดจากที่ว่าฉันกับชบา เมื่อตอนกลางวันมาก "เร็วสิจ้ะ ของที่หนูชอบทั้งนั้นเลย" ถึงท่านจะปากเสีย แต่เวลาเรียกลูกทานอาหาร เรียกซะน่ารักเลย ฉันอยากมีโมเม้นแบบนี้ ฉันอยากมีแม่คอยเรียกฉันทานอาหารแบบนี้จัง แต่เชื่อไหมว่า หลังจากวันนั้นวันที่แม่ออกจากบ้าน ท่านก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย "อีบา" ฉันสะกิดเพื่อนเบาๆ ขณะที่มันกำลังใส่ต่างหู วันนี้มันสวยเซ็กซี่มาก ผู้ชายในคลับคงจ้องเพื่อนฉันเป็นตาเดียวแน่คืนนี้ เพราะเพื่อนฉันแซ่บไฟลุกมาก"อืม" มันพยักหน้า"แม่มึงเรียกกินข้าวอยู่ข้างนอกน่ะ แกเสียงอ่อนเสียงหวานเชียว เวลาไม่บ่นก็น่ารักมากๆ""หึ!" เพื่อนฉันแค่นหัวเราะในลำคอ "กูลืมบอกมึงอย่างหนึ่งอีนิดา""อะไร?""ที่แม่กูเสียงอ่อนเสียงหวานก็เพราะแกเรียกอีไข่ขาวไปแดกข้าวไง!""ไข่ขาวคือใครอะ?" ยังงงอยู่ค่ะ ไข่ขาวคือใคร หรือจะเป็นหลานแก จะว่าไปฉันมาที่นี่หลายครั้งก็ไม่เคยเจอคนท
บทที่2 ปากดีพนิดาtalk"อีชบา" (ว่า)"คืนนี้เจอกันที่คลับ ฮึก ๆ" ฉันร้องร้องไห้สะอึกสะอื้น พร้อมกับขับรถจ้องมองถนนไปด้วย แม้ว่าภายนอกที่ฉันพยายามออกว่าแข็งแกร่งแข็งกร้าวมากแค่ไหน แต่ภายใต้ความแข็งแกร่งความเข้มแข็งนั้น กลับมีความอ่อนแอมากมายซ่อนอยู่(ได้สิ ว่าแต่มึงเป็นอะไร ทะเลาะกับพ่ออีกเหรอ?") น้ำเสียงปลายสายแสดงความเป็นห่วงเป็นใยฉายชัด ทุกครั้งที่ฉันมีปัญหากับพ่อ คนที่อยู่เคียงข้างฉันตลอดเห็นทีจะเป็นเพื่อน ๆ"อืม" (ตอนนี้อยู่ไหนอะ?")"บนรถ"(มึงจะไปไหน?")"ไม่รู้สิ อยากขับไปเรื่อยๆ ขับไปแบบไม่มีจุดหมาย กูไม่อยากจะกลับบ้าน บ้านมันไม่ใช่ที่ที่มีความสุขสำหรับกูอีกแล้ว บ้านหลังนั้นไม่มีกูคงจะดี พ่อกับแม่เลี้ยงกูคงจะดีใจที่ไม่มีกู อยู่ที่นั่น"("ใจเย็นๆก่อนสิวะ มึงไม่ต้องขับไปไหน ขับรถมาหากูดีกว่า สบายใจค่อยเที่ยวกัน ขับไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมาย มันอาจจะทำให้มึงสบายใจขึ้น แต่มันจะไม่มีอะไรดีขึ้น สู้มาหากูดีกว่า ถ้ามีอะไรที่กูพอช่วยได้กูก็อยากจะช่วยมึง")"ไม่อยากรบกวนมึง แม่มึงยิ่งขี้บ่นอยู่ กูไม่อยากจะไปเป็นตัวปัญหา ให้มึงกับแม่ต้องทะเลาะกัน" ฉันพูดเสียงสั่นเครือ แม่ของชบาท่านดูไม่ค่อยพออ
บทที่1 กล้าดียังไง"นอนกับฉันไหม ฉันให้นายห้าพัน"สิ้นประโยคที่คนตัวเล็กเอื้อนเอ่ย คาเตอร์ ก็กระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียว มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเห็นเขาเป็นผู้ชายขายบริการหรือไง ถึงได้มาพูดจากับเขาแบบนี้ กล้ามาก ช่างกล้าดีจริง ๆ เขาจะไม่โกรธมากขนาดนี้เลย ถ้าสาวเจ้าไม่ยื่นข้อเสนอด้วยเงินจำนวนห้าพันเป็นค่าตัวเขา และแน่นอนเขาโกรธมาก เงินห้าพันแลกกับการที่เขาต้องนอนกับเธอช่างหน้าตลกสิ้นดี เงินน้อยนิดขนาดนี้ซื้ออาหารให้สุนัขที่เขาเลี้ยง อาทิตย์เดียวยังไม่พอเลย "หูยใจกล้ามากเลยว่ะ!" ฉลามหัวเราะเเล้วตบที่บ่าแกร่งของคาเตอร์แรง ๆ "ห้าพันมันแพงไปน้อง สองร้อยก็พอแล้ว ฮ่าๆ" คลาวด์หัวเราะอย่างพอใจ เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างครื้นเครง ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ชายหนุ่มมากกว่าเดิม"สองร้อยเหรอคะ?""ฟรีไปเลยดีกว่านะ ฮ่า ๆ" เวนิสหัวเราะแล้วยื่นแก้วเหล้าให้หญิงสาว แต่หล่อนปฏิเสธด้วยการผลักแล้วเหล้าส่งคืนให้เบา ๆ เขาไหวไหล่เล็กน้อยกับสิ่งที่หญิงสาวแสดงออกมา"ไม่ฟรีก็ได้ค่ะ ขอแค่เขานอนกับฉัน" ไม่รู้ว่าพนิดาเอาความกล้าบ้าบิ่นมาจากไหน ถึงได้พูดออกไปแบบนั้น เธอรู้แต่ว่าเธออยากประชด อยากทำตัวแย่ ๆ
Introร่างเล็กโยกกายพริ้วไหวไปตามจังหวะเพลงของคลับ หญิงสาวปล่อยตัวปล่อยไปใจกับเสียงเพลง ที่ดังกระหึ่มเข้ามาในโสตประสาท เธอดื่มเหล้าจนเมามาย เพื่อจะลืมเรื่องราวที่หนักอึ้งในหัวใจของตัวเองให้หมด แต่ทว่า ไม่ว่าจะพยายามลืมเเค่ไหน ในหัวก็เอาแต่วนเวียน กับเหตุการณ์ที่ผ่านมา "ฉันล่ะเบื่อแก ที่มีข่าวกับพวกผู้ชายไม่เว้นวัน แกรู้ไหมว่าฉันแสนอับอายแค่ไหน ที่มีแกเป็นลูกนิสัยแย่แบบนี้ ทำตัวโคตรน่ารังเกียจ ให้ฉันตามล้างตามเช็ดข่าวให้ไม่เว้นวัน""ตอนที่หนูเป็นคนดี พ่อก็ไม่เห็นสนใจหนูเลย พ่อเอาแต่เอาอกเอาใจเมียใหม่ของพ่อ พ่อเคยคิดบ้างไหม ว่าหนูก็ต้องการความรักจากพ่อเหมือนกัน หนูต้องการให้ใครสักคนที่หนูรัก ถามว่าหนูหิว หนูหนาว หนูทุกข์ หนูมีความสุขไหม แต่หนูไม่เคยได้รับจากพ่อเลยสักวัน""โตแล้วจะมาเรียกร้องอะไร บางทีคำพูดมันก็ไม่ได้ดีเท่าการกระทำหรอก แกควรทำตัวให้มีประโยชน์ ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เลิกทำตัวเหลวไหลแบบนี้สักที""แล้วพ่อล่ะ ทำหน้าที่พ่อได้ดีแล้วหรือยัง พ่อเป็นพ่อไม่เคยสนใจความรู้สึกลูก เอาแต่พะเน้าพะนอผู้หญิงของพ่อ พ่อเคยสนใจลูกอย่างหนูบ้างไหม หรือหนูเป็นแค่ลูกสนุกน้ำ