Intro
ร่างเล็กโยกกายพริ้วไหวไปตามจังหวะเพลงของคลับ หญิงสาวปล่อยตัวปล่อยไปใจกับเสียงเพลง ที่ดังกระหึ่มเข้ามาในโสตประสาท เธอดื่มเหล้าจนเมามาย เพื่อจะลืมเรื่องราวที่หนักอึ้งในหัวใจของตัวเองให้หมด แต่ทว่า ไม่ว่าจะพยายามลืมเเค่ไหน ในหัวก็เอาแต่วนเวียน กับเหตุการณ์ที่ผ่านมา "ฉันล่ะเบื่อแก ที่มีข่าวกับพวกผู้ชายไม่เว้นวัน แกรู้ไหมว่าฉันแสนอับอายแค่ไหน ที่มีแกเป็นลูกนิสัยแย่แบบนี้ ทำตัวโคตรน่ารังเกียจ ให้ฉันตามล้างตามเช็ดข่าวให้ไม่เว้นวัน" "ตอนที่หนูเป็นคนดี พ่อก็ไม่เห็นสนใจหนูเลย พ่อเอาแต่เอาอกเอาใจเมียใหม่ของพ่อ พ่อเคยคิดบ้างไหม ว่าหนูก็ต้องการความรักจากพ่อเหมือนกัน หนูต้องการให้ใครสักคนที่หนูรัก ถามว่าหนูหิว หนูหนาว หนูทุกข์ หนูมีความสุขไหม แต่หนูไม่เคยได้รับจากพ่อเลยสักวัน" "โตแล้วจะมาเรียกร้องอะไร บางทีคำพูดมันก็ไม่ได้ดีเท่าการกระทำหรอก แกควรทำตัวให้มีประโยชน์ ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เลิกทำตัวเหลวไหลแบบนี้สักที" "แล้วพ่อล่ะ ทำหน้าที่พ่อได้ดีแล้วหรือยัง พ่อเป็นพ่อไม่เคยสนใจความรู้สึกลูก เอาแต่พะเน้าพะนอผู้หญิงของพ่อ พ่อเคยสนใจลูกอย่างหนูบ้างไหม หรือหนูเป็นแค่ลูกสนุกน้ำ สนุกเล่น ๆ พอมาเกิดก็เลี้ยงดูแบบทิ้งขว้าง พ่อเคยสนลูกอย่างหนูบ้างไหม ว่าหนูกินหนูชอบหนูเกลียดอะไร" "พนิดา!" "ชีวิตพ่อมีความสุข แต่ลูกอย่างหนูกำลังทุกข์ พ่อเคยสนไหม?" "ทำไมฉันจะไม่สนใจ ถ้าฉันไม่สนใจฉันก็คงไม่มาตามล้างตามเช็ดเก็บกวาดสิ่งที่แกทำเอาไว้หรอก แกรู้ไหมว่าฉันต้องเหนื่อยและระอากับลูกอย่างแกมากแค่ไหน ที่วัน ๆ ไม่เคยทำตัวมีประโยชน์ เอาแต่สร้างเรื่องให้ปวดหัว แล้วที่เป็นข่าวกับคนนั้นคนนี้ ไปอ้าขาให้ผู้ชายกี่คนแล้วล่ะ ถึงไม่เคยสนใจเรื่องเรียน แกเพิ่งเรียนปีหนึ่งนะอย่าลืม อย่าให้มันท้องป่อง ประจานความร่านของแก" "ทำไมพ่อพูดแบบนี้อะ ถึงหนูจะทำตัวแย่ แต่หนูก็ไม่เคยร่านเอาผู้ชายไปทั่ว" "ใครจะไปรู้ แกอาจจะร่านเหมือนแม่แกก็ได้ เลี้ยงไม่เชื่อง ให้อยู่สุขสบายขนาดไหน ก็ทำสารเลวกับฉัน ฉันไม่แปลกใจเลยว่าแกเลวได้ใคร! ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นมั่วผู้ชายไม่เลือก แกมันร่านเหมือนแม่แก" ทรงศีลเอ่ยเสียงสั่น เมื่อนึกถึงความระยำที่อดีตภรรยาทำเอาไว้ เธอทิ้งเขากับลูกไปมีรักใหม่ ไม่ว่าลูกสาวกับเขา จะอ้อนวอนขอความเห็นใจมากแค่ไหน แต่คนมักมากอย่างพริดา ก็ทิ้งเขากับลูกโดยไม่เหลียวแล หนำซ้ำยังไม่กลับมาเยี่ยมหรือเหลียวแลพนิดาเลยแม้แต่น้อย "ร่านเหมือนเมียใหม่พ่อด้วย" "พนิดา!" คำพูดของบิดาวนเข้ามาในหัว พนิดาหยิบแก้วเหล้าชงเข้ม ๆ สาดลงคอเพื่อดับอารมณ์ขุ่นมัว ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการโดนบุพการีดูถูกดูแคลน ที่ทำตัวแย่ทำตัวเลว ทำตัวไม่ดีก็เพราะอยากให้บิดาสนใจเท่านั้น เธอรู้ดีว่าสิ่งกำลังทำมันช่างโง่เง้า เรียกร้องไปก็ไร้ค่า แต่เธอก็ยังหวังว่าท่านจะสนใจ แสดงความรักความห่วงใยใส่ใจต่อเธอ เหมือนที่ท่านแสดงกับภรรยาใหม่ของท่านบ้าง พนิดาเช็ดน้ำตาลวก ๆ เมื่อมันไหลมาประจานความอ่อนแอในหัวใจ ไม่ว่าจะทำตัวดีหรือไม่ดี ท่านก็ไม่เคยมองเธอดีเลย ในเมื่อเป็นคนชั่ว ไม่เคยดีอะไรในสายตาของท่านอยู่แล้ว เธอก็จะชั่วให้สุดไปเลย ดวงตากลมโตกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะไปสะดุดกับคนร่างกำยำ ที่นั่งดื่มกับผู้ชายหกคน ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคาย เขาโดดเด่นกว่าใครในสายตาของเธอ เขาเป็นคนหน้าตาดี มีผู้หญิงนั่งอยู่ข้าง ๆ อีกสองคน ดื่มกันหัวเราะกันอย่างมีความสุข ทุกคนบนโลกนี้กำลังมีความสุข ยกเว้นเธอที่ไม่เคยมีความสุขเลย ตั้งแต่แม่จากไป เธอหยัดกายลุกขึ้นเดินตรงไปหาเขา เเม้ร่างเล็กจะเซถลา แต่เธอก็เดินไปจนถึงเป้าหมายจนสำเร็จ มือบางยันกับพื้นโต๊ะแล้วโน้มตัวมองคนตรงหน้า ท่ามกลางสายตาชายฉกรรจ์ที่นั่งร่วมโต๊ะกับคนที่เธอสนใจ "นอนกับฉันไหม ฉันให้นายห้าพัน!"บทที่1 กล้าดียังไง"นอนกับฉันไหม ฉันให้นายห้าพัน"สิ้นประโยคที่คนตัวเล็กเอื้อนเอ่ย คาเตอร์ ก็กระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียว มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเห็นเขาเป็นผู้ชายขายบริการหรือไง ถึงได้มาพูดจากับเขาแบบนี้ กล้ามาก ช่างกล้าดีจริง ๆ เขาจะไม่โกรธมากขนาดนี้เลย ถ้าสาวเจ้าไม่ยื่นข้อเสนอด้วยเงินจำนวนห้าพันเป็นค่าตัวเขา และแน่นอนเขาโกรธมาก เงินห้าพันแลกกับการที่เขาต้องนอนกับเธอช่างหน้าตลกสิ้นดี เงินน้อยนิดขนาดนี้ซื้ออาหารให้สุนัขที่เขาเลี้ยง อาทิตย์เดียวยังไม่พอเลย "หูยใจกล้ามากเลยว่ะ!" ฉลามหัวเราะเเล้วตบที่บ่าแกร่งของคาเตอร์แรง ๆ "ห้าพันมันแพงไปน้อง สองร้อยก็พอแล้ว ฮ่าๆ" คลาวด์หัวเราะอย่างพอใจ เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างครื้นเครง ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ชายหนุ่มมากกว่าเดิม"สองร้อยเหรอคะ?""ฟรีไปเลยดีกว่านะ ฮ่า ๆ" เวนิสหัวเราะแล้วยื่นแก้วเหล้าให้หญิงสาว แต่หล่อนปฏิเสธด้วยการผลักแล้วเหล้าส่งคืนให้เบา ๆ เขาไหวไหล่เล็กน้อยกับสิ่งที่หญิงสาวแสดงออกมา"ไม่ฟรีก็ได้ค่ะ ขอแค่เขานอนกับฉัน" ไม่รู้ว่าพนิดาเอาความกล้าบ้าบิ่นมาจากไหน ถึงได้พูดออกไปแบบนั้น เธอรู้แต่ว่าเธออยากประชด อยากทำตัวแย่ ๆ
บทที่2 ปากดีพนิดาtalk"อีชบา" (ว่า)"คืนนี้เจอกันที่คลับ ฮึก ๆ" ฉันร้องร้องไห้สะอึกสะอื้น พร้อมกับขับรถจ้องมองถนนไปด้วย แม้ว่าภายนอกที่ฉันพยายามออกว่าแข็งแกร่งแข็งกร้าวมากแค่ไหน แต่ภายใต้ความแข็งแกร่งความเข้มแข็งนั้น กลับมีความอ่อนแอมากมายซ่อนอยู่(ได้สิ ว่าแต่มึงเป็นอะไร ทะเลาะกับพ่ออีกเหรอ?") น้ำเสียงปลายสายแสดงความเป็นห่วงเป็นใยฉายชัด ทุกครั้งที่ฉันมีปัญหากับพ่อ คนที่อยู่เคียงข้างฉันตลอดเห็นทีจะเป็นเพื่อน ๆ"อืม" (ตอนนี้อยู่ไหนอะ?")"บนรถ"(มึงจะไปไหน?")"ไม่รู้สิ อยากขับไปเรื่อยๆ ขับไปแบบไม่มีจุดหมาย กูไม่อยากจะกลับบ้าน บ้านมันไม่ใช่ที่ที่มีความสุขสำหรับกูอีกแล้ว บ้านหลังนั้นไม่มีกูคงจะดี พ่อกับแม่เลี้ยงกูคงจะดีใจที่ไม่มีกู อยู่ที่นั่น"("ใจเย็นๆก่อนสิวะ มึงไม่ต้องขับไปไหน ขับรถมาหากูดีกว่า สบายใจค่อยเที่ยวกัน ขับไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมาย มันอาจจะทำให้มึงสบายใจขึ้น แต่มันจะไม่มีอะไรดีขึ้น สู้มาหากูดีกว่า ถ้ามีอะไรที่กูพอช่วยได้กูก็อยากจะช่วยมึง")"ไม่อยากรบกวนมึง แม่มึงยิ่งขี้บ่นอยู่ กูไม่อยากจะไปเป็นตัวปัญหา ให้มึงกับแม่ต้องทะเลาะกัน" ฉันพูดเสียงสั่นเครือ แม่ของชบาท่านดูไม่ค่อยพออ
บทที่3 ปากหวานพนิดาtalk"มากินข้าวสิลูกคนดีของแม่""มามะ วันนี้มีกับข้าวที่หนูชอบด้วย มีทอดตับไก่กระเทียมแล้วก็ปลาทูทอด ปลาทูแม่แกะก้างแยกเอาเนื้อใส่จานไว้ให้เรียบร้อยแล้ว มากินร็วๆ" เสียงแม่สมใจดังแว่วอยู่ข้างนอก ท่านเสียงอ่อนเสียงหวานฃ ผิดจากที่ว่าฉันกับชบา เมื่อตอนกลางวันมาก "เร็วสิจ้ะ ของที่หนูชอบทั้งนั้นเลย" ถึงท่านจะปากเสีย แต่เวลาเรียกลูกทานอาหาร เรียกซะน่ารักเลย ฉันอยากมีโมเม้นแบบนี้ ฉันอยากมีแม่คอยเรียกฉันทานอาหารแบบนี้จัง แต่เชื่อไหมว่า หลังจากวันนั้นวันที่แม่ออกจากบ้าน ท่านก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย "อีบา" ฉันสะกิดเพื่อนเบาๆ ขณะที่มันกำลังใส่ต่างหู วันนี้มันสวยเซ็กซี่มาก ผู้ชายในคลับคงจ้องเพื่อนฉันเป็นตาเดียวแน่คืนนี้ เพราะเพื่อนฉันแซ่บไฟลุกมาก"อืม" มันพยักหน้า"แม่มึงเรียกกินข้าวอยู่ข้างนอกน่ะ แกเสียงอ่อนเสียงหวานเชียว เวลาไม่บ่นก็น่ารักมากๆ""หึ!" เพื่อนฉันแค่นหัวเราะในลำคอ "กูลืมบอกมึงอย่างหนึ่งอีนิดา""อะไร?""ที่แม่กูเสียงอ่อนเสียงหวานก็เพราะแกเรียกอีไข่ขาวไปแดกข้าวไง!""ไข่ขาวคือใครอะ?" ยังงงอยู่ค่ะ ไข่ขาวคือใคร หรือจะเป็นหลานแก จะว่าไปฉันมาที่นี่หลายครั้งก็ไม่เคยเจอคนท
บทที่4 ไอ้บ้านี่"ลุกไหวไหม?" พี่เชเข้ามาประคองฉันลุกขึ้น แต่สายตาของฉันยังคงจับจ้องผู้ชายที่ทำให้ฉันมากองกับพื้นอยู่ตรงนี้ หืม! กล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้ ถึงจะหล่อและโคตรตรงสเปก แต่นิสัยโคตรจะแย่ ตั้งแง่รังเกียจทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรให้เลย"ไอ้บ้านี่!" ฉันสบถออกมาอย่างหัวเสีย แล้วลุกขึ้นเดินตรงตามเขาไป ชายคนนั้นไปนั่งที่โต๊ะกับบรรดาเพื่อนๆของเขา พอฉันกวาดสายตามองแล้วพิจารณาชัดๆ คนพวกนี้บางคนก็เป็นคนในตระกูลมาเฟีย ที่พ่ออยากให้ฉันแต่งงานด้วยแต่ช่างแม่ง ไม่มีเวลามาสนตระกูลงี่เง่าอะไรทั้งนั้น ฉันโมโหกับความปากแซ่บของเขาเมื่อครู่ "นี่นาย!" ฉันเรียกเขาเสียงห้วน เขามองฉันเล็กน้อยก่อนจะเสมองอย่างอื่นไปเรื่อย ทำราวกับว่าฉันเป็นอากาศที่ไร้ตัวตน หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะมองเห็น "...""นี่!" ฉันดึงเสื้อเขา"หูยยยย!" คนที่ร่วมโต๊ะต่างร้องออกมาพร้อมกัน จับจ้องฉันกับชายตรงหน้าฉันเป็นตาเดียว"อย่ามายุ่งกับฉัน เอามือโสโครกของเธอออกไปด้วย" คำพูดคำจาน่ากลัวน่าตบ ฉันอยากจะกรี๊ด กล้าดียังไง มาพูดกับฉันแบบนี้"ไอ้บ้าเอ้ย!""วูยยย! น้องเขาจะเพิ่มค่าตัวให้มึงหรือเปล่า จัดมาน้องจัดมา" คนที่นั่
บทที่5 ยอมสุดท้ายฉันก็ยอมกลับ ไม่ใช่ยอมเพราะพ่อตามกลับหรอกนะคะ แต่ที่ยอมกลับ เพราะโดนแม่สมใจด่า ใครๆต่างก็รู้ว่าเวลาที่แกด่า แกจะไม่จบแล้วแกจะด่าทั้งวัน สกิลปากของแกร้ายแรงขั้นสูงสุด ถ้าแกได้ด่าทั้งวัน แกก็ไม่หยุด พอฉันกลับมาถึงบ้าน แม่เลี้ยงของฉันก็นั่งอยู่ที่โซฟาเธอยิ้มให้ฉัน สีหน้าเหมือนดีใจ ที่เห็นฉันกลับบ้าน ดูโล่งอกโล่งใจ ที่เห็นฉันปลอดภัยแต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าผู้หญิงอย่างเธอ จะดีใจที่เห็นฉันกลับมา ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะเป็นห่วงฉันจริงๆ แต่ที่พยายามแสดงออกมา เพราะอยากเอาใจพ่อ แต่ความเป็นจริงภายใต้รอยยิ้มนั้น มีแต่ความเสแสร้งทั้งนั้น"หนูนิดา" เธอเสียงอ่อนเสียงหวาน เดินตรงเข้ามาหาฉัน แต่ฉันเดินเลี่ยงไปอีกทาง เพราะไม่อยากจะพูดคุยหรือเสวนาด้วย ฉันเดินขึ้นข้างบนเพื่ออาบน้ำแต่งตัว วันนี้ฉันมีเรียนช่วงบ่าย ฉันอยากรีบไปมหาวิทยาลัยเร็วๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการไปก่อนเวลา แต่ก็ยังดีกว่าที่จะอยู่ที่บ้าน แล้วโดนพ่อพาไปดูตัว"วันนี้แกไม่ต้องไปเรียน" พ่อพูดขึ้นขณะที่ฉันเดินลงบันไดมา "หนูจะไปเรียนค่ะ วันนี้มีเรียนตอนบ่าย" ฉันพูดเสียงราบเรียบ เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี "ฉันก็บอกแกอยู่แล้ว ว่า
บทที่5 ยอมสุดท้ายฉันก็ยอมกลับ ไม่ใช่ยอมเพราะพ่อตามกลับหรอกนะคะ แต่ที่ยอมกลับ เพราะโดนแม่สมใจด่า ใครๆต่างก็รู้ว่าเวลาที่แกด่า แกจะไม่จบแล้วแกจะด่าทั้งวัน สกิลปากของแกร้ายแรงขั้นสูงสุด ถ้าแกได้ด่าทั้งวัน แกก็ไม่หยุด พอฉันกลับมาถึงบ้าน แม่เลี้ยงของฉันก็นั่งอยู่ที่โซฟาเธอยิ้มให้ฉัน สีหน้าเหมือนดีใจ ที่เห็นฉันกลับบ้าน ดูโล่งอกโล่งใจ ที่เห็นฉันปลอดภัยแต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าผู้หญิงอย่างเธอ จะดีใจที่เห็นฉันกลับมา ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะเป็นห่วงฉันจริงๆ แต่ที่พยายามแสดงออกมา เพราะอยากเอาใจพ่อ แต่ความเป็นจริงภายใต้รอยยิ้มนั้น มีแต่ความเสแสร้งทั้งนั้น"หนูนิดา" เธอเสียงอ่อนเสียงหวาน เดินตรงเข้ามาหาฉัน แต่ฉันเดินเลี่ยงไปอีกทาง เพราะไม่อยากจะพูดคุยหรือเสวนาด้วย ฉันเดินขึ้นข้างบนเพื่ออาบน้ำแต่งตัว วันนี้ฉันมีเรียนช่วงบ่าย ฉันอยากรีบไปมหาวิทยาลัยเร็วๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการไปก่อนเวลา แต่ก็ยังดีกว่าที่จะอยู่ที่บ้าน แล้วโดนพ่อพาไปดูตัว"วันนี้แกไม่ต้องไปเรียน" พ่อพูดขึ้นขณะที่ฉันเดินลงบันไดมา "หนูจะไปเรียนค่ะ วันนี้มีเรียนตอนบ่าย" ฉันพูดเสียงราบเรียบ เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี "ฉันก็บอกแกอยู่แล้ว ว่า
บทที่4 ไอ้บ้านี่"ลุกไหวไหม?" พี่เชเข้ามาประคองฉันลุกขึ้น แต่สายตาของฉันยังคงจับจ้องผู้ชายที่ทำให้ฉันมากองกับพื้นอยู่ตรงนี้ หืม! กล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้ ถึงจะหล่อและโคตรตรงสเปก แต่นิสัยโคตรจะแย่ ตั้งแง่รังเกียจทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรให้เลย"ไอ้บ้านี่!" ฉันสบถออกมาอย่างหัวเสีย แล้วลุกขึ้นเดินตรงตามเขาไป ชายคนนั้นไปนั่งที่โต๊ะกับบรรดาเพื่อนๆของเขา พอฉันกวาดสายตามองแล้วพิจารณาชัดๆ คนพวกนี้บางคนก็เป็นคนในตระกูลมาเฟีย ที่พ่ออยากให้ฉันแต่งงานด้วยแต่ช่างแม่ง ไม่มีเวลามาสนตระกูลงี่เง่าอะไรทั้งนั้น ฉันโมโหกับความปากแซ่บของเขาเมื่อครู่ "นี่นาย!" ฉันเรียกเขาเสียงห้วน เขามองฉันเล็กน้อยก่อนจะเสมองอย่างอื่นไปเรื่อย ทำราวกับว่าฉันเป็นอากาศที่ไร้ตัวตน หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะมองเห็น "...""นี่!" ฉันดึงเสื้อเขา"หูยยยย!" คนที่ร่วมโต๊ะต่างร้องออกมาพร้อมกัน จับจ้องฉันกับชายตรงหน้าฉันเป็นตาเดียว"อย่ามายุ่งกับฉัน เอามือโสโครกของเธอออกไปด้วย" คำพูดคำจาน่ากลัวน่าตบ ฉันอยากจะกรี๊ด กล้าดียังไง มาพูดกับฉันแบบนี้"ไอ้บ้าเอ้ย!""วูยยย! น้องเขาจะเพิ่มค่าตัวให้มึงหรือเปล่า จัดมาน้องจัดมา" คนที่นั่
บทที่3 ปากหวานพนิดาtalk"มากินข้าวสิลูกคนดีของแม่""มามะ วันนี้มีกับข้าวที่หนูชอบด้วย มีทอดตับไก่กระเทียมแล้วก็ปลาทูทอด ปลาทูแม่แกะก้างแยกเอาเนื้อใส่จานไว้ให้เรียบร้อยแล้ว มากินร็วๆ" เสียงแม่สมใจดังแว่วอยู่ข้างนอก ท่านเสียงอ่อนเสียงหวานฃ ผิดจากที่ว่าฉันกับชบา เมื่อตอนกลางวันมาก "เร็วสิจ้ะ ของที่หนูชอบทั้งนั้นเลย" ถึงท่านจะปากเสีย แต่เวลาเรียกลูกทานอาหาร เรียกซะน่ารักเลย ฉันอยากมีโมเม้นแบบนี้ ฉันอยากมีแม่คอยเรียกฉันทานอาหารแบบนี้จัง แต่เชื่อไหมว่า หลังจากวันนั้นวันที่แม่ออกจากบ้าน ท่านก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย "อีบา" ฉันสะกิดเพื่อนเบาๆ ขณะที่มันกำลังใส่ต่างหู วันนี้มันสวยเซ็กซี่มาก ผู้ชายในคลับคงจ้องเพื่อนฉันเป็นตาเดียวแน่คืนนี้ เพราะเพื่อนฉันแซ่บไฟลุกมาก"อืม" มันพยักหน้า"แม่มึงเรียกกินข้าวอยู่ข้างนอกน่ะ แกเสียงอ่อนเสียงหวานเชียว เวลาไม่บ่นก็น่ารักมากๆ""หึ!" เพื่อนฉันแค่นหัวเราะในลำคอ "กูลืมบอกมึงอย่างหนึ่งอีนิดา""อะไร?""ที่แม่กูเสียงอ่อนเสียงหวานก็เพราะแกเรียกอีไข่ขาวไปแดกข้าวไง!""ไข่ขาวคือใครอะ?" ยังงงอยู่ค่ะ ไข่ขาวคือใคร หรือจะเป็นหลานแก จะว่าไปฉันมาที่นี่หลายครั้งก็ไม่เคยเจอคนท
บทที่2 ปากดีพนิดาtalk"อีชบา" (ว่า)"คืนนี้เจอกันที่คลับ ฮึก ๆ" ฉันร้องร้องไห้สะอึกสะอื้น พร้อมกับขับรถจ้องมองถนนไปด้วย แม้ว่าภายนอกที่ฉันพยายามออกว่าแข็งแกร่งแข็งกร้าวมากแค่ไหน แต่ภายใต้ความแข็งแกร่งความเข้มแข็งนั้น กลับมีความอ่อนแอมากมายซ่อนอยู่(ได้สิ ว่าแต่มึงเป็นอะไร ทะเลาะกับพ่ออีกเหรอ?") น้ำเสียงปลายสายแสดงความเป็นห่วงเป็นใยฉายชัด ทุกครั้งที่ฉันมีปัญหากับพ่อ คนที่อยู่เคียงข้างฉันตลอดเห็นทีจะเป็นเพื่อน ๆ"อืม" (ตอนนี้อยู่ไหนอะ?")"บนรถ"(มึงจะไปไหน?")"ไม่รู้สิ อยากขับไปเรื่อยๆ ขับไปแบบไม่มีจุดหมาย กูไม่อยากจะกลับบ้าน บ้านมันไม่ใช่ที่ที่มีความสุขสำหรับกูอีกแล้ว บ้านหลังนั้นไม่มีกูคงจะดี พ่อกับแม่เลี้ยงกูคงจะดีใจที่ไม่มีกู อยู่ที่นั่น"("ใจเย็นๆก่อนสิวะ มึงไม่ต้องขับไปไหน ขับรถมาหากูดีกว่า สบายใจค่อยเที่ยวกัน ขับไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมาย มันอาจจะทำให้มึงสบายใจขึ้น แต่มันจะไม่มีอะไรดีขึ้น สู้มาหากูดีกว่า ถ้ามีอะไรที่กูพอช่วยได้กูก็อยากจะช่วยมึง")"ไม่อยากรบกวนมึง แม่มึงยิ่งขี้บ่นอยู่ กูไม่อยากจะไปเป็นตัวปัญหา ให้มึงกับแม่ต้องทะเลาะกัน" ฉันพูดเสียงสั่นเครือ แม่ของชบาท่านดูไม่ค่อยพออ
บทที่1 กล้าดียังไง"นอนกับฉันไหม ฉันให้นายห้าพัน"สิ้นประโยคที่คนตัวเล็กเอื้อนเอ่ย คาเตอร์ ก็กระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียว มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเห็นเขาเป็นผู้ชายขายบริการหรือไง ถึงได้มาพูดจากับเขาแบบนี้ กล้ามาก ช่างกล้าดีจริง ๆ เขาจะไม่โกรธมากขนาดนี้เลย ถ้าสาวเจ้าไม่ยื่นข้อเสนอด้วยเงินจำนวนห้าพันเป็นค่าตัวเขา และแน่นอนเขาโกรธมาก เงินห้าพันแลกกับการที่เขาต้องนอนกับเธอช่างหน้าตลกสิ้นดี เงินน้อยนิดขนาดนี้ซื้ออาหารให้สุนัขที่เขาเลี้ยง อาทิตย์เดียวยังไม่พอเลย "หูยใจกล้ามากเลยว่ะ!" ฉลามหัวเราะเเล้วตบที่บ่าแกร่งของคาเตอร์แรง ๆ "ห้าพันมันแพงไปน้อง สองร้อยก็พอแล้ว ฮ่าๆ" คลาวด์หัวเราะอย่างพอใจ เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างครื้นเครง ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ชายหนุ่มมากกว่าเดิม"สองร้อยเหรอคะ?""ฟรีไปเลยดีกว่านะ ฮ่า ๆ" เวนิสหัวเราะแล้วยื่นแก้วเหล้าให้หญิงสาว แต่หล่อนปฏิเสธด้วยการผลักแล้วเหล้าส่งคืนให้เบา ๆ เขาไหวไหล่เล็กน้อยกับสิ่งที่หญิงสาวแสดงออกมา"ไม่ฟรีก็ได้ค่ะ ขอแค่เขานอนกับฉัน" ไม่รู้ว่าพนิดาเอาความกล้าบ้าบิ่นมาจากไหน ถึงได้พูดออกไปแบบนั้น เธอรู้แต่ว่าเธออยากประชด อยากทำตัวแย่ ๆ
Introร่างเล็กโยกกายพริ้วไหวไปตามจังหวะเพลงของคลับ หญิงสาวปล่อยตัวปล่อยไปใจกับเสียงเพลง ที่ดังกระหึ่มเข้ามาในโสตประสาท เธอดื่มเหล้าจนเมามาย เพื่อจะลืมเรื่องราวที่หนักอึ้งในหัวใจของตัวเองให้หมด แต่ทว่า ไม่ว่าจะพยายามลืมเเค่ไหน ในหัวก็เอาแต่วนเวียน กับเหตุการณ์ที่ผ่านมา "ฉันล่ะเบื่อแก ที่มีข่าวกับพวกผู้ชายไม่เว้นวัน แกรู้ไหมว่าฉันแสนอับอายแค่ไหน ที่มีแกเป็นลูกนิสัยแย่แบบนี้ ทำตัวโคตรน่ารังเกียจ ให้ฉันตามล้างตามเช็ดข่าวให้ไม่เว้นวัน""ตอนที่หนูเป็นคนดี พ่อก็ไม่เห็นสนใจหนูเลย พ่อเอาแต่เอาอกเอาใจเมียใหม่ของพ่อ พ่อเคยคิดบ้างไหม ว่าหนูก็ต้องการความรักจากพ่อเหมือนกัน หนูต้องการให้ใครสักคนที่หนูรัก ถามว่าหนูหิว หนูหนาว หนูทุกข์ หนูมีความสุขไหม แต่หนูไม่เคยได้รับจากพ่อเลยสักวัน""โตแล้วจะมาเรียกร้องอะไร บางทีคำพูดมันก็ไม่ได้ดีเท่าการกระทำหรอก แกควรทำตัวให้มีประโยชน์ ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เลิกทำตัวเหลวไหลแบบนี้สักที""แล้วพ่อล่ะ ทำหน้าที่พ่อได้ดีแล้วหรือยัง พ่อเป็นพ่อไม่เคยสนใจความรู้สึกลูก เอาแต่พะเน้าพะนอผู้หญิงของพ่อ พ่อเคยสนใจลูกอย่างหนูบ้างไหม หรือหนูเป็นแค่ลูกสนุกน้ำ