ดั่งร้ายรักมาเฟียร้าย
ตอนที่1
คาร์ล (เหยา อวี่หาน)
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าหนักทั้งสองข้างของมาเฟียหนุ่มที่ก้าวเท้าเดินเข้ามาภายในห้องห้องหนึ่งของคอนโดหรูย่านกลางใจเมืองก่อนที่สายตาคมจะกวาดมองไปรอบๆห้องที่ว่างเปล่าที่เหมือนไม่มีใครอยู่แต่เขามั่นใจว่าก่อนหน้านี้มันเคยมีคนอยู่ในห้องนี้
"สองคนนั้นหนีไปได้ครับนายหนีไปก่อนหน้าเราจะมาได้สักสิบห้านาที"เจกรายงานให้เจ้านายทราบว่าเฟิงอี้กับเจียอิ่งคนที่กำลังตามตัวอยู่นั้นได้หนีไปแล้ว
"ตามตัวพวกมันสองคนให้เจอให้เร็วที่สุดเข้าใจไหม?"คาร์ลตวัดสายตาดุดันไปมองเจกและลูกน้องคนอื่นที่ยืนอยู่ด้วยสายตาที่ดุดันทำให้ลูกน้องคนอื่นๆรวมถึงเจกต่างรีบก้มหน้าหลบสายตาลงด้วยความกลัวต่อสายตาของผู้เป็นเจ้านาย
"ได้ครับนายผมจะหาที่อยู่ของสองคนนั้นให้เร็วที่สุด"เจกเอ่ยบอกอย่างมั่นใจ
"..."มาเฟียหนุ่มไม่ได้พูดอะไรก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปโดยมีเจกเดินตามออกไปเช่นกัน
คาร์ลหรือ(เหยา อวี่หาน)เป็นลูกชายคนเดียวของไมเคิลหรือ(เหยา เหวินเล่อ)กับภาวิดาหรือ (วีด้า เหยา)เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับห้าของฮ่องกง คาร์ลเป็นลูกครึ่งไทย-ฮ่องกงพ่อเป็นคนฮ่องกงส่วนแม่เป็นคนไทยแท้ๆเลยทำให้คาร์ลพูดภาษาไทยได้เพราะถูกผู้เป็นแม่สอนมาตั้งแต่เด็กๆ คาร์ลขึ้นรับตำแหน่งประธานบริษัทแทนผู้เป็นพ่อเมื่อหลายปีก่อนและไม่ใช่แค่นั้นคาร์ลยังรับตำแหน่งที่สืบต่อกันมาตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นนั่นก็คือตำแหน่งผู้นำมาเฟียของตระกูลเหยา ตระกูลเหยาเป็นมาเฟียมาตั้งแต่รุ่นทวดจนมาถึงรุ่นคาร์ลนอกจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้วตระกูลเหยายังมีธุรกิจสีดำอีกมากที่ทำอยู่ไม่ว่า ฟอกเงิน ค้ายาเสพติด ค้าไม้เถื่อน ค้าอาวุธเถื่อน ค้ามนุษย์ ธุรกิจการพนัน รวมทั้งเงินที่ได้จากการทุจริตคอร์รัปชันตระกูลเหยาทำหมด
คาร์ลบินมาประเทศไทยเพื่อคุยธุรกิจและมาดูบริษัทลูกที่ตั้งอยู่ที่ประเทศไทยที่ถูกขยายมาจากบริษัทแม่ที่ฮ่องกงแต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้นคาร์ลยังมาตามล่าคนทรยศสองคนที่กล้าทรยศเขา
เหยา เฟิงอี้เป็นลูกพี่ลูกน้องของคาร์ลพ่อแม่ของเฟิงอี้โดนฆ่าตายตั้งแต่เฟิงอี้ยังเป็นเด็กๆพ่อของคาร์ลเลยรับอุปถัมป์รับเลี้ยงเฟิงอี้เหมือนเป็นลูกชายแท้ๆอีกคนแต่เฟิงอี้มีนิสัยที่อิจฉาโลภมากอยากได้อยากมีพยายามจะอยากจะเอาชนะคาร์ลทุกอย่างแต่ก็ไม่เคยทำสำเร็จจนสุดท้ายเฟิงอี้ขโมยข้อมูลในบริษัทไปขายให้กับคู่แข่งแถมยักยอกเงินในบริษัทไปอีกหลายร้อยล้านและหนีมาพร้อมกับจางเจียอิ่งหญิงสาวคนโปรดที่เขาเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีรับเธอออกมาจากซ่องโสเภณีเพื่อให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้นแต่เธอกับหักหลังคิดคดทรยศแอบมีอะไรกับเฟิงอี้ลับหลังเขาเฟิงอี้และเจียอิ่งทั้งสองคนหอบเงินหนีมาที่ประเทศไทยคงคิดที่จะหนีมาใช้ชีวิตและมีความสุขกันที่นี้แต่คงต้องเสียใจด้วยที่ความสุขนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน สิ่งเดียวที่คนทรยศจะได้ไปก็คือความตายเท่านั้นและเขาจะเป็นคนมอบมันให้กับทั้งสองคนเอง
"นายครับ"เจกเอ่ยเรียกคาร์ลที่เอาแต่นั่งนิ่งและมองออกไปที่ด้านนอกกระจกรถ
"มีอะไร?"คาร์ลละสายตาจากการมองวิวที่ด้านนอกหน้าต่างและหันมามองเจกผ่านกระจกมองหลัง
"ผมขอถามอะไรนายได้ไหมครับ?"
"อือ"คาร์ลรับคำในลำคอและรอฟังว่าเจกจะถามอะไร
"นายคิดจะฆ่าคุณเฟิงอี้จริงๆเหรอครับ?"
"แล้วกูมีเหตุผลอะไรที่ต้องเก็บงูพิษไว้ด้วย"คาร์ลเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
"แต่คุณเฟิงอี้เป็นลูกพี่ลูกน้องของนายนะครับนายจะไม่โอกาสคุณเฟิงอี้เหรอครับ"
"แล้วอย่างไงมึงจะให้กูปล่อยเฟิงอี้ไปงั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่ครับนายแต่..."เจกถึงกับหลบสายตาลงเมื่อโดนสายตาคมของคาร์ลจ้องมองมาผ่านกระจกหลัง
"มึงคิดว่าคนอย่างเฟิงอี้ควรเก็บไว้หรือไงควรค่าแก่การให้อภัยงั้นเหรอมึงก็รู้ดีไม่ใช่หรือไงเจกว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เฟิงอี้ทำ"
"ผมทราบแล้วครับนาย"เจกพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
"จำไว้นะเจกชีวิตเราไม่ได้ว่างพอที่จะมานั่งให้โอกาสคนที่ทำผิดซ้ำซากแล้วยิ่งคนอย่างเฟิงอี้ยิ่งไม่ควร"
"ผมเข้าใจแล้วครับนาย"
"ดี!ครั้งหน้าก็อย่าถามอะไรที่มันไร้สาระแบบนี้อีก"
"ขอโทษครับนาย..เออนายครับพรุ่งนี้นายมีนัดไว้กับคุณสิบทิศที่โรงแรมxxxนะครับ"
"อืม"คาร์ลพยักหน้ารับก่อนที่จะหันมองออกไปที่ด้านนอกหน้าต่างรถเช่นเดิม
เจกเมื่อเห็นว่าเจ้านายหันมองออกไปที่ด้านนอกหน้าต่างรถเช่นเดิมก็หันมาสนใจในการขับรถต่อ
วันต่อมา
โรงแรมXXX
โซนVIP
"สวัสดีครับคุณเหยา อวี่หาน"สิบทิศเอ่ยทักกับลูกค้าคนสำคัญทันทีเมื่อเดินมาถึงโต๊ะอาหารที่จองไว้โดยมีเหยา อวี่หานได้นั่งรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
"สวัสดีครับคุณสิบทิศเรียกผมว่าคาร์ลดีกว่าครับสะดวกกว่า"คาร์ลลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นมือออกไปจับมือของสิบทิศ
"ครับคุณคาร์ล"สิบทิศพยักหน้าและยกมือขึ้นไปจับกับลูกค้าคนสำคัญก่อนที่ทั้งสองจะปล่อยมือออกจากกัน
"เชิญนั่งครับคุณสิบทิศ"เจกลูกน้องคนสนิทของคาร์ลเดินมาเลื่อนเก้าอี้ให้กับสิบทิศได้นั่ง
"ขอบใจ"สิบทิศเอ่ยบอกกับเจกพร้อมกับนั่งลงเจกค้อมศีรษะเล็กน้อยเเล้วเดินไปยืนอยู่ที่ด้านหลังของคาร์ลเช่นเดิม
"ผมไม่คิดว่าคุณคาร์ลกับคนสนิทจะพูดไทยได้นะครับ"สิบทิศถามขึ้นอย่างสงสัยเพราะลูกค้าคนสำคัญของเขาวันนี้เป็นคนฮ่องกงตอนที่คาร์ลสวัสดีเขาเป็นภาษาไทยเขาเองก็ตกใจเล็กน้อยไม่คิดว่าลูกค้าที่มาจากฮ่องกงจะพูดภาษาไทยได้
"ผมเป็นลูกครึ่งไทยฮ่องกงครับแม่เป็นคนไทยพ่อเป็นคนฮ่องกง แม่ผมสอนภาษาไทยให้ผมกับเจกตั้งแต่ๆเด็กเราสองคนก็เลยพูดภาษาไทยได้ครับ"คาร์ลเอ่ยบอก
"อ๋ออย่างนี้นี่เอง"สิบทิศพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนที่พนักงานจะเดินมาเสิร์ฟไวน์แดงราคาแพงให้กับสิบทิศ
"คุณสิบทิศจะสั่งอะไรทานไหมครับ?"คาร์ลเอ่ยถามก่อนจะยกแก้วไวน์ที่วางอยู่ที่ด้านขวามือของตัวเองขึ้นมาดื่ม
"ไม่เป็นไรครับเชิญคุณคาร์ลตามสบาย"สิบทิศบอก
"ถ้างั้นก็ไม่เป็นไรครับเรามาคุยเรื่องธุรกิจเราจะดีกว่าเพราะดูแล้วคุณคงจะมีธุระที่สำคัญกว่ากำลังรออยู่"คาร์ลเอ่ยบอกพร้อมกับมองไปยังโต๊ะอาหารที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งโดยมีสายตาของสิบทิศมองตามไปเช่นกัน คาร์ลเห็นสิบทิศเดินเข้ามาพร้อมหญิงสาวคนหนึ่งแต่เธอแยกตัวออกไปนั่งอีกฝั่งหนึ่งก่อนที่สิบทิศจะเดินเข้ามาหาเขา
"ครับ"สิบทิศละสายตากลับมามองคาร์ลเช่นเดิมจากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจกัน
ผ่านไปสักพัก
"เอาเป็นว่าผมตกลงในการที่จะให้คุณใช้บริการท่าเรือของผมขนส่งสินค้าจากฮ่องกงมาไทยส่วนรายละเอียดและข้อตกลงผมจะให้เลขาส่งให้คุณคาร์ลทางอีเมลแล้วกันนะครับถ้าคุณโอเคเราค่อยนัดวันมาเซ็นสัญญากัน"สิบทิศเอ่ยบอกหลังจากที่นั่งคุยเรื่องธุรกิจจบ
"โอเคครับ...ผมยินดีนะครับที่จะได้ทำธุรกิจกับคุณสิบทิศ"คาร์ลลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นมือออกไปเพื่อจะจับมือกับสิบทิศ
"เช่นกันครับคุณคาร์ล"สิบทิศลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือไปจับมือของคาร์ลก่อนที่ทั้งสองจะปล่อยมือออกจากกัน
"ถ้างั้นผมขอตัวเลยแล้วกันนะครับคุณสิบทิศขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ด้วย"คาร์ลเอ่ยบอก
"ยินดีครับ"สิบทิศพยักหน้าก่อนที่คาร์ลจะเดินออกไปในทันที
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้าย ตอนที่2 หนูนา หนึ่งฤทัยบ้านวราจิรกานต์"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหนู""อรุณสวัสดิ์ค่ะป้าพร"หนูนาที่พึ่งเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านเอ่ยทักทายและส่งยิ้มให้กับแม่บ้านประจำบ้านอย่างป้าพรด้วยท่าทางที่อารมณ์ดี"คุณท่านทั้งสองรอคุณหนูอยู่ที่ห้องอาหารค่ะ""ค่ะป้าพร"หนูนายิ้มและเดินตรงไปยังห้องอาหารทันที"อรุณสวัสดิ์ค่ะป๊าม๊า"หนูนาเดินมาหย่อนสะโพกนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับผู้เป็นแม่ส่วนผู้เป็นพ่อนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะเป็นที่ประจำของป๊าเธอ"อารมณ์ดีแต่เช้าเลยนะลูก"เจ้าสัวสินธุเอ่ยถามลูกสาวคนเดียวด้วยรอยยิ้ม"แน่นอนค่ะป๊าเพราะว่าวันนี้กระเป๋าที่นาพรีออเดอร์ไปกำลังจะมาบ่ายนี้แล้ว"หนูนาพูดพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อกระเป๋าแบรนด์หรูยี่ห้อหนึ่งที่เขาว่ากันว่าเป็นแรร์ไอเทมของหายากแถมราคาก็พุ่งแรงแพงหูฉีกอีก แต่เธอก็สามารถฝ่าฟันจนได้มันมาเป็นของเธออย่างง่ายดายและวันนี้เธอก็จะได้สัมผัสมันด้วยมือของเธอแล้ว"ป๊าคิดว่าหนูดีใจที่มหาลัยเปิดซะอีกนะ""อันนั้นก็ส่วนหนึ่งค่ะ"หนูนายิ้มตอบวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเทอมสองของหนูนา"ใบนี้เท่าไหร่อีกล่ะคะคุณหนึ่งฤทัย?"คุณหญิงธีรยาเอ่ยถามกับลูกส
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่3ไม่มีทางเป็นไปได้"หน้าบูดมาเลยเป็นอะไรยัยหนูท่อ?"หลินหลินเอ่ยถามกับเพื่อนสนิททันทีเมื่อหนูนาเดินมานั่งลงที่โต๊ะไม้ใต้ตึกด้วยท่าทีที่อารมณ์ไม่ดี"ก็ไอ้โอมมันแย่งที่จอดรถฉันน่ะสิฉันกำลังจะขับรถเข้าไปจอดแต่ไม่รู้ว่าไอ้โอมมันมาจากไหนไม่รู้พุ่งเข้าไปจอดแทนที่ฉันเฉยเลยแบบที่ไม่เกรงใจแถมมันยังบอกอีกนะว่ามันไม่เห็นรถฉัน สีเขียวกระแทกตาแบบนั้นมันจะไม่เห็นได้อย่างไงตามันบอดสีหรือไงกัน"หนูนาพูดขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด"สรุปคือทะเลาะกับโอมมาใช่ไหม?"หลินหลินถาม"ก็ใช่นะสิเจอหน้ามันและพาให้อารมณ์เสียได้ตลอดเวลาเลย""ฉันว่าเธอควรชินก็ทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอกันอยู่แล้วนี่"หลินหลินพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติก็มันก็ปกติจริงๆนี่น่า"ฉันก็ไม่อยากทะเลาะแต่มันก็กวนประสาทฉันตลอดเลยแล้วมันทำให้อารมณ์เสียเข้าใจไหม""หรือว่าที่โอมมันชอบกวนประสาทเธอบ่อยๆเพราะว่ามันชอบเธอหรือเปล่ายัยหนูท่อ"หลินหลินเอ่ยบอก"แบบนั้นอะนะที่เรียกว่าชอบ?""ใช่ไงแบบเหมือนอยากให้อยู่ในสายตาตลอดเวลาอะไรประมาณนี้""ไม่มีทางที่มันจะชอบฉันเพราะฉันพึ่งเห็นว่ามันลงสตอรี่ไอจีไปกินข้าวกับสาวอ
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่4ครั้งนี้จะปล่อยไปก่อนคาร์ลเดินลงมาจากรถและเดินก้าวขาไปยังคนสองคนที่เขาตามหาตัวมานานซึ่งตอนนี้กำลังถูกคนของเขาจับเอาไว้อยู่ คาร์ลจ้องมองคนทรยศทั้งสองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาก่อนที่จะเลื่อนสายตามองไปที่รถMini cooperสีเขียวที่จอดอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง"ไอ้อวี่หานมึงปล่อยกูสิวะ!(ภาษาจีนกวางตุ้ง)"เฟิงอี้ตะโกนบอกพร้อมกับพยายามดีดดิ้นเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากการถูกจับตัวไว้"นะ...นายคะยะ...อย่าทำอะไรเจียอิ่งเลยนะคะ นายเจียอิ่งกลัวแล้ว ฮึก!(ภาษาจีนกวางตุ้ง)"เจียอิ่งร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน"..."คาร์ลละสายตาจากรถMini cooperสีเขียวเมื่อได้ยินเสียงของคนทรยศเอ่ยพูดแต่คาร์ลกลับไม่ได้สนใจในเสียงนั่นเลยก่อนจะหันหน้าไปหาเจก"เจก""ครับนาย"เจกพยักหน้าแล้วหันไปสั่งลูกน้องให้พาตัวเฟิงอี้กับเจียอิ่งขึ้นรถ"ไม่กูไม่ไปปล่อยกูบอกให้ปล่อย!"เฟิงอี้ตะโกนออกมาพร้อมกับขืนตัวไว้ไม่ยอมให้ลูกน้องของคาร์ลพาตัวเขาไปเด็ดขาด"กรี๊ดดดด!ปล่อยฉันนะฉันไม่ไปปล่อย!"เจียอิ่งเองก็พยายามดีดดิ้นตัวเพื่อให้พ้นจากการถูกจับ"กูบอกให้ปล่อยไงวะ!"ตุบ! ตุบ!"โอ๊ย/โอ๊ย"เฟิ
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่5เหมือนมีคนมองอยู่ตลอดเวลา"นายจะปล่อยเธอไปจริงๆเหรอครับ?"เจกเอ่ยถามกับเจ้านายอีกครั้งเมื่อหญิงสาวขับรถไปแล้ว"สืบประวัติเธอมาให้กูแล้วให้คนของเราคอยจับตาดูเธอไว้ทุกฝีก้าวแล้วรายงานกู"คาร์ลเอ่ยบอก"ได้ครับนาย"เจกพยักหน้ารับถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลของเจ้านายเท่าไรที่ให้ตามดูหญิงสาวคนนั้นแต่เขารู้ว่าเจ้านายของเขาคงต้องมีเหตุผลอะไรแน่"อืม...แล้วศพของเฟิงอี้ให้คนของเราจัดการให้เรียบร้อย"คาร์ลเอ่ยบอกพร้อมกับจ้องมองร่างไร่วิญญานของลูกพี่ลูกน้องของตัวเองนิ่ง"ได้ครับนายแล้วเออ...นายครับแล้วเจียอิ่งจะทำอย่างไงกับเธอดีครับ?"เจกเอ่ยถาม"ส่งเธอกลับไปหาลี่มี่ให้เธอกลับไปอยู่ในที่ของเธอ"คาร์ลเอ่ยสั่งเสียงเรียบก่อนจะเดินหมุนตัวขึ้นรถไป"ได้ครับนาย"เจกพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ลี่มี่คือแม่เล้าที่ดูแลซ่องโสเภณีที่คาร์ลเจ้านายของเขาคอยดูแลและคุ้มครองอยู่ เจกไม่อยากจะนึกว่าถ้าเจียอิ่งกลับไปอยู่ในซ่องนั้นจะเป็นอย่างไงเธอคงต้องกลับไปตกขุมนรกแบบเก่าโชคดีแค่ไหนแล้วที่เจ้านายของเขาคอยเลี้ยงดูปูเสื่อเธออย่างดีไม่ต้องทำงานหนัก คอยรับใช้แค่เจ้านายของเขาคนเดียวแต่เธอดันคิดทรยศกั
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่6เรื่องผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยฮ่องกงคฤหาสน์ตระกูลเหยาตึก ตึก ตึกเสียงฝีเท้าหนักทั้งสองข้างของมาเฟียหนุ่มที่ก้าวเท้าเดินเข้ามาภายในคฤหาสน์ของตระกูลหลังจากจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จคาร์ลก็บินกลับมาที่ฮ่องกงทันทีภายในเมื่อคืนทันที เท้าหนาก้าวเดินมุ่งตรงไปยังห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์ที่ตอนนี้กำลังมีคนนั่งรออยู่"คาร์ลกลับมาแล้วเหรอลูก?"วีด้าฉีกยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นลูกชายกลับมาแล้ว"ครับ"คาร์ลเอ่ยตอบพร้อมกับเดินไปหย่อนสะโพกนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับผู้เป็นแม่อย่างวีด้าและไมเคิลผู้เป็นพ่อ"แกกลับมาคนเดียว?"ไมเคิลเอ่ยถามกับลูกชายพร้อมกับยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่ม"แล้วป๊าหวังจะให้ใครกลับมากับผมล่ะเฟิงอี้หลานชายสุดที่รักของป๊างั้นเหรอ?"คาร์ลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบและจ้องมองผู้เป็นพ่อด้วยสายตาเย็นชาอย่างไม่กะพริบตา"เฟิงอี้อยู่ไหน?"ไมเคิลเอ่ยถามถึงแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเฟิงอี้หลานชายของเขา"ตายแล้ว"คาร์ลตอบออกมาด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาผิดกับวีด้าที่มีท่าทีตกใจเล็กน้อย"แกฆ่าเฟิงอี้?"ไมเคิลถามย้ำอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่วูบไหวเ
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่7เลิกคิดสักทีคฤหาสน์ตระกูลซือ"ไอ้คาร์ลมันบินกลับมาแล้วเหรอ?"จางเหว่ยเอ่ยถามกับลูกน้องคนสนิทอย่างเจาเมื่อเจาได้มารายงานว่าคาร์ลบินกลับมาจากประเทศไทยแล้วจางเหว่ยหรือซือ จางเหว่ยเป็นผู้นำมาเฟียแห่งตระกูลซือ ตระกูลซือของเขากับตระกูลเหยาเราทั้งสองตระกูลไม่ค่อยจะลงรอยกันหรือเรียกง่ายๆว่าเป็นศัตรูกัน ตระกูลซือและตระกูลเหยาทั้งสองตระกูลเป็นศัตรูกันมานานตั้งแต่สมัยรุ่นทวดจนมาถึงรุ่นเหลนอย่างพวกเขา ถ้ามีตระกูลซือที่ไหนที่นั่นต้องไม่มีตระกูลเหยา"ครับนาย"เจาพยักหน้าจางเหว่ยสั่งให้คนของเขาค่อยติดตามดูความเคลื่อนไหวของคาร์ลตลอดเวลาเพื่อจะได้มีโอกาสที่จะกำจัดคาร์ลทิ้งไปถ้าคาร์ลตายไปก็จะไม่มีผู้นำตระกูลเหยาและตระกูลซือของเขาก็จะขึ้นมาเป็นใหญ่แทนตระกูลเหยา"มันบินไปไทยทำไม?"จางเหว่ยถาม"คนของเรารายงานมาว่าคุณคาร์ลบินไปไทยเพื่อไปดูบริษัทที่ตั้งอยู่ที่ประเทศไทยครับ""งั้นเหรอ?""ครับนาย...แต่มีอีกเรื่องคนของเรารายงานมาว่าที่คุณคาร์ลบินไปประเทศไทยไม่ใช่แค่ไปดูบริษัทอย่างเดียวแต่ตามล่าคนทรยศด้วยครับ"เจาเอ่ยรายงานในเรื่องที่ได้รู้มา"คนทรยศใครกันที่กล้าทรยศมัน?"จางเหว่ยเอ่
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่8พบเจอกับคนที่ไม่อยากเจอฮ่องกงPenthousesของคาร์ล"วันนี้นายจะเข้าไปที่บริษัทหรือเปล่าครับ?"เจกเอ่ยถามกับเจ้านายในขณะเจ้านายกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าอยู่ภายในห้องอาหาร"ไม่"คาร์ลตอบ"แล้วนายจะเข้าไปที่โกงดังไหมครับ?""ดึกๆค่อยไป"คาร์ลตอบ"ครับนาย...เออนายครับเรื่องเซ็นสัญญาที่ท่าเรือประเทศไทยทางฝั่งนู้นคุณสิบทิศตกลงแล้วนะครับที่จะเซ็นสัญญากับเราแล้วนะครับนาย"เจกบอก"อืมดี...เดี๋ยวมึงก็จองตั๋วเครื่องบินด้วยอาทิตย์หน้ากูจะบินไปประเทศไทย"คาร์ลบอก"ได้ครับนาย"เจกพยักหน้ารับโกงดังสินค้า"สวัสดีครับนายคุณลี่หยางกับคุณไฉรออยู่ที่ด้านบนห้องรับรองหนึ่งครับ"ลูกน้องที่ยืนเฝ้าประตูหน้าโกงดังเอ่ยบอกพร้อมกับค้อมศีรษะเล็กน้อยให้กับคาร์ล"อือ"คาร์ลรับคำในลำคอก่อนจะเดินผ่านหน้าลูกน้องไปโดยมีเจกค่อยเดินตามหลังมาติดๆ"ไม่ต้องเข้าไปรออยู่ข้างนอก"คาร์ลเอ่ยบอกเจกเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องรับรอง"ครับนาย"เจกพยักหน้าก่อนที่คาร์จะเปิดประตูเข้าไปในห้องรับรองแกร๊ก"มาช้า"ลี่หยางหรือ(ถัง ลี่หยาง)พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าคาร์ลเดินเข้ามาในห้อง"..."คาร์ลไม่ตอบก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาข้างๆกับ
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่9 เจอกันอีกแล้ว"กำลังจะลงไปแล้ว...รู้แล้วฉันก็รีบอยู่นี้ไงแค่นี้ก่อนนะหลินหลินจะลงไปแล้ว"หนูนากดวางสายจากหลินหลินทันทีเมื่อคุยจบเพราะว่าหลินหลินโทรมาหาเธอมากกว่าสามสายแล้วเพื่อบอกว่าจอดรถรออยู่ที่หน้าคอนโดของเธอนานมากแล้วให้เธอรีบลงไปเร็วๆสักทีวันนี้เธอกับหลินหลินมีนัดกันออกไปสังสรรค์ตามประสาสาวโสดกันโดยมีเพื่อนต่างคณะอีกสองคนไปร่วมแจมด้วยส่วนลูกแก้วตั้งแต่ย้ายไปอยู่กับคู่หมั้นอย่างเจ้าสมุทรที่บ้านก็ไม่ค่อยออกไปไหนเลย"ลืมอะไรอีกหรือเปล่านะ อ๊ะ...ลืมฉีดน้ำหอม"หนูนายืนเช็กความเรียบร้อยอยู่ที่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งและนึกขึ้นได้ว่าเธอลืมฉีดน้ำหอมก่อนจะยกขวดน้ำหอมราคาแพงฉีดเข้าไปที่ตามจุดชีพจรต่างๆจากนั้นจึงเดินไปปิดแอร์ปิดไฟให้เรียบร้อยและเดินออกจากห้องไป"กว่าจะมานะยัยหนูท่อฉันนั่งรอจนก้นฉันจะบานอยู่แล้ว"เสียงหวานของหลินหลินเอ่ยบ่นกับเพื่อนสนิทอย่างหนูนาทันทีเมื่อหนูนาเปิดประตูรถเข้ามานั่ง"ช้านิดช้าหน่อยทำบ่นไปได้"หนูนาพูดพร้อมกับจับสายเบลท์มาคาดไปด้วย"ก็เธอช้าอะ""ก็ถ้าเธอยังนั่งบ่นอยู่แบบนี้มันก็ยิ่งช้าไปอีกนะหลินหลินออกรถไปได้แล้ว""รู้แล้วน่า"หลินห
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่22เป็นสิ่งของที่ต้องอยู่กับเจ้าของ"เชิญนั่งค่ะ"เนียนเลื่อนเก้าอี้ให้หนูนาได้นั่งลงเมื่อหนูนาเดินมาที่โต๊ะอาหารหลังจากที่เธออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว"..."หนูนาไม่ได้นั่งลงตามที่เนียนบอก เธอได้แต่ยืนมองคาร์ลที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอาหารอย่างไม่วางตา"นั่งลงกินข้าวหนูนาฉันไม่ชอบให้ใครมายืนค้ำหัว"คาร์ลบอกเสียงนิ่งและใช้ส้อมจิ้มแฮมที่อยู่ในจานแล้วเอามันเข้าปาก"คุณให้คนไปขนของที่คอนโดของฉันมาที่นี่ทำไม?!"หนูนาถามขึ้นด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น"นั่งลง"คาร์ลไม่ได้ตอบคำถามเธอแต่เอ่ยสั่งให้เธอนั่งลง"ฉันต้องการคำตอบว่าคุณให้คนไปขนของๆฉันมาที่นี่ทำไม?!"หนูนาถามย้ำอีกครั้งอย่างเสียงดังพร้อมกับพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองให้เย็นไว้เพล้ง!"อึก!"หนูนาสะดุ้งตัวขึ้นด้วยความตกใจเมื่อคาร์ลโยนช้อนส้อมลงในจานอย่างแรงจนมันเกิดเสียงดังและไม่ใช่แค่เธอที่ตกใจเนียนแม่บ้านเองที่ยืนอยู่ก็ตกใจด้วยเช่นกัน"นั่งลงอย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ!"คาร์ลเงยหน้าขึ้นมามองหนูนาด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงไปถึงความดุดัน"คุณหนูนาคะนั่งลงเถอะค่ะอย่าให้คุณคาร์ลโมโหเลยนะคะมันจะไม่ดีต่อตัวคุณ"เนียนเดินเข้ามากระซิบที่
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่21ด่าด้วยสายตาNC+++"กำลังด่าฉันด้วยสายตาอยู่เหรอหนูนา?"เมื่อเห็นหญิงสาวมองมาที่เขาด้วยสายตาแข็งกร้าวพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน ทำให้คาร์ลรู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังด่าเขาด้วยสายตา"..."หนูนาไม่ได้ตอบเธอเอาแต่จ้องมองคาร์ลด้วยแววตาวาวโรจน์อย่างไม่กลัวเกรง"อยากจะด่าอะไรก็ด่าไปฉันไม่สนมีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันสนคือร่างกายของเธอ"คาร์ลพูดจบก็อัดสะโพกสอบเข้าไปที่ร่องสาวอย่างแรงอีกครั้งปึก!"อื้อ...อึก!"ปึก! ปึก! ปึก!สะโพกสอบอัดกระแทกกระทั้นเข้าออกอย่างหนักหน่วงก่อนที่คาร์ลจะโน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ลำคอระหงเพียงได้สูดดมกลิ่นหอมๆจากซอกคอระหงมันก็ยิ่งเพิ่มความกระสันในตัวของคาร์ลให้เพิ่มขึ้นปึก! ปึก! ปึก!"อื้อ...คะ...คุณคาร์ลฉันเจ็บ!"หนูนาร้องบอกด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นปึก! ปึก! ปึก!"อ๊า...!"คาร์ลเชิดหน้าขึ้นพร้อมกับเปล่งเสียงครางออกมา เขาไม่ได้สนใจในคำพูดของหนูนาสะโพกสอบก็ยังคงทำหน้าที่อยู่ ความคับแน่นของหนูนา มันช่างดีมากจริงๆ"อึก...จะ...เจ็บเอามันออกไปนะคุณคาร์ล!""หุบปากหนูนาอย่ามาสั่งฉันเธอมีหน้าที่นอนเฉยๆแล้วครางออกมาก็พอ!"คาร์ลสั่งเสียงเข้มพร้อมกับอัดกระแทกกระท
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่20ผลตอบแทนของคนกล้าNC++มือหนาโยนเสื้อสูทสีขาวลงบนเบาะรถข้างๆก่อนที่จะขยับเนกไทและดึงมันออกจากลำคอและโยนลงไปบนเสื้อสูทในขณะที่นั่งอยู่ในรถหลังจากที่งานเลิกคาร์ลก็ขึ้นรถออกมาจากโรงแรมทันที"นายครับคนของเราบอกว่าหลังจากที่คุณหนูนาออกมาจากโรงแรม คุณหนูนาเธอก็กลับคอนโดเลยไม่ได้แวะไปไหนครับ"เจกรายงานให้คาร์ลฟังในขณะที่ทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถอยู่"..."คาร์ลไม่ได้ตอบอะไรออกไป เขาหันหน้าออกไปมองที่ด้านนอกกระจกรถพร้อมกับยกมือขึ้นมาจับที่ใบหน้าด้านซ้ายของตัวเองที่ถูกหนูนาตบลงมา คาร์ลแค่นยิ้มออกมาอย่างตลกขบขันไม่เคยมีใครกล้าทำกับเขาแบบนี้แต่หนูนาเป็นคนแรกที่ทำ"นายจะไปไหนต่อหรือเปล่าครับ?"เจกเอ่ยถามขึ้น"ขับไปเรื่อยๆ"คาร์ลบอกเสียงนิ่ง"ครับ"เจกพยักหน้ารับและขับรถไปเรื่อยๆตามที่เจ้านายสั่งคอนโดหนูนา"อื้อ..."หนูนารู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึกเธอรู้สึกเหมือนว่ามีอะไรมารบกวนที่ใบหน้าของเธอ หนูนาค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย"กรี๊ดดดดดดดดด! อื้อ.."หนูนากรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงด้วยความตกใจกลัวเมื่อเห็นเงาดำๆนั่งอยู่ข้างๆเตียงก่อนที่จะมีมือหนามาปิดปากของเธอเอาไว้"เงียบ
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่19กล้าดี"ฉันบอกเธอตอนไหนเหรอหนูนาว่าจบ เธอคิดดูดีๆสิหนูนาว่าฉันบอกเหรอมีแต่เธอที่คิดเองเออเองไปคนเดียว""..."คำพูดของคาร์ลที่พูดออกมาทำให้หนูนาถึงกับนิ่งชะงักไปในทันทีก่อนที่เธอจะย้อนคิดถึงเรื่องคืนนั้น ใช่คืนนั้นคาร์ลไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยมีแต่เธอที่พูดเองเออเองส่วนเขาก็เอาแต่ยิ้มออกมาจนเธอเผลอเข้าใจไปคนเดียวว่าถ้าเธอยอมเลือกทางเลือกที่สองแล้วเขาจะจบแต่มันไม่ใช่เลยเขาไม่จบ!"ว่าไงล่ะ?""คะ...คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่!"หนูนาถามออกไปเสียงแข็งพร้อมกับกำมือของตัวเองไว้แน่นอย่างเจ็บใจที่เธอเสียรู้ให้คาร์ล"ร่างกายของเธอ""มะ...หมายความว่าอย่างไง?"หนูนาถามออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา"ฉันไม่ชอบพูดซ้ำหนูนา"คาร์ลผละตัวออกจากหนูนาและถอยหลังออกห่างจากเธอเพียงนิดเดียว"คุณได้มันบ้าไปแล้วทำไมถึงไม่ยอมจบกันฉัน!""ถ้าฉันอยากจบฉันจะบอกเธอเองแต่ตอนนี้ฉันยังไม่จบเธอก็ไม่มีสิทธิ์จบมันเข้าใจไหม!""คุณมันสารเลว!"หนูนากำหมัดแน่นอย่างโกรธแค้นผู้ชายตรงหน้าอย่างมากที่สุด เขามันสารเลวจริงๆ"ใครๆก็มักจะบอกกับฉันแบบนี้เหมือนกัน"คาร์ลเอ่ยบอก
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่18 คิดเองเออเองเพล้ง!"ว๊าย หนูนาลูก!"คุณหญิงธีรยารีบวิ่งมาดึงลูกสาวให้ออกห่างจากเศษแก้วที่แตกทันทีเพราะมันอยู่ใกล้กับลูกสาวของเธอมาก"..."หนูนาเหมือนหลุดออกจากในภวังค์ความคิดเมื่อถูกผู้เป็นแม่มาดึงตัวเธอ หนูนากวาดสายตามองไปรอบงานเธอเห็นผู้คนมากมายภายในงานต่างมองมาที่เธอเป็นสายตาเดียวกันรวมถึงสายตาของคาร์ลด้วยที่จ้องมองมาที่เธอเขากระตุกยิ้มให้เธอ"หนูนาลูกเป็นอะไรหรือเปล่า?"คุณหญิงธีรยาถามลูกสาวด้วยความตกใจและก้มดูที่เท้าของลูกสาวเพราะกลัวว่าเศษแก้วจะโดนลูกสาว"มะ...ไม่เป็นอะไรค่ะ นาไม่เป็นไรอะไรค่ะ"หนูนาส่ายหน้าปฏิเสธก่อนที่จะมีพนักงานรีบวิ่งมาทำความสะอาดเศษแก้วที่แตกทันที"หนูนาลูกไม่สบายเหรอทำไมถึงหน้าซีด?"เจ้าสัวสินธุถามขึ้นเมื่อเห็นหน้าซีดเผือดของลูกสาว"เปล่าค่ะป๊านาปกติดี"หนูนาเอ่ยบอกป๊าของเธอและเหลือบสายตาไปมองหน้าคาร์ล เขายืนมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหมุนตัวเดินหนีไปทางอื่น"แน่นะหนูนา ลูกมั่นใจนะว่าไม่เป็นอะไร?"เจ้าสัวสินธุถามลูกสาวอีกครั้งค่ะป๊านาไม่เป็นอะไรจริงๆ"หนูนายืนยันอีกครั้งก่อนที่ทุกคนจะหันไปมองที่เวทีเมื่อคาร์ลเดินขึ้นไปและหยิบไมค์
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่17ความหวาดกลัวคอนโดของหนูนาครืดดด ครืดดดเสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูดังขึ้นในขณะที่หนูนาเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่เธอเข้าไปอาบน้ำมา มือบางหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนที่นอนขึ้นมาก่อนที่จะกดรับสายเมื่อเห็นว่าผู้เป็นแม่โทรเข้ามาหนูนา : "ฮัลโหลค่ะม๊า?"(คุณหญิงธีรยา : "ว่าไงลูกสาวม๊าหายไปเลยไม่กลับบ้านมาหาป๊ากับม๊าเลยนะไม่คิดถึงป๊ากับม๊าหรือไง?")หนูนา : "คิดถึงสุดๆเลยค่ะแต่ช่วงนี้หนูนาเรียนหนักมากๆเลยค่ะเลยไม่ได้กลับบ้านเลย"หนูนาเอ่ยบอกผู้เป็นแม่และนั่งลงบนเตียงนอนมืออีกครั้งก็ใช้ผ้าเช็ดผมที่เปียกไปด้วยเพราะเธอพึ่งจะสระผมมา(คุณหญิงธีรยา : "แล้วลูกพอจะมีเวลาว่างให้ม๊ากับป๊าไหมอาทิตย์หน้า")หนูนา : "อาทิตย์หน้าเหรอคะหนูนาว่างอยู่ค่ะ"(คุณหญิงธีรยา : "ถ้างั้นก็ดีจะไปงานกับป๊ากับม๊าหน่อยนะ")หนูนา : "งานอะไรเหรอคะม๊า?"(คุณหญิงธีรยา : "เห็นป๊าบอกว่าเป็นงานเปิดตัวบริษัทใหม่แล้วก็เปิดตัวผู้บริหารของบริษัทด้วยนะเห็นป๊าบอกว่าผู้บริหารยังอายุน้อยอยู่เลยเป็นคนฮ่องกงส่วนบริษัทที่เปิดตัวก็ขยายจากฮ่องกงมาตั้งที่ประเทศไทยน่ะจ้ะ")หนูนา : "เหรอคะ ถ้างั้นก็ได้ค่
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่16อย่าให้คาดสายตาMini cooperสีเขียวถูกเลี้ยวขับเข้ามาจอดยันลานจอดรถของหน้าคณะ หนูนาเปิดประตูรถลงมาก่อนที่จะได้ยินเสียงดังขึ้นเธอจึงหันไปมองตามเสียงที่ได้ยิน"เดี๋ยวสิพี่โอมมาคุยกับเจนให้รู้เรื่องก่อนนะว่าผู้หญิงที่มากดไลค์คอมเมนต์รูปพี่มันเป็นใคร?""ก็บอกว่าเพื่อนไงฟังไม่เข้าใจหรือไงเจนแล้วก็พูดเสียงให้มันเบาๆหน่อยไม่อายคนอื่นหรือไง!""เพื่อนเหรอเพื่อนที่ไหนมาบอกรักกันใต้รูปแล้วอีกอย่างเจนไม่อาย คนที่จะอายคือพี่ตั้งหากเพราะพี่กำลังนอกใจเจน!""แล้วเราคบกันตอนไหนเหรอเจนเราเคยคุยกันแล้วนี่ว่าเรื่องระหว่างเรามันก็แค่สนุกไม่มีอะไรมาผูกมัดแล้วเจนจะมาหาว่าพี่นอกใจได้อย่างไง""อ๋อพี่มันเป็นผู้ชายที่เลวแบบนี้เองเหรอพี่โอม ไอ้ผู้ชายเฮงซวยขอให้พี่ไปลงนรกเร็วๆ!"หนูนายกมือขึ้นมากอดออกและใช้สะโพกพิงกับรถของเธอพร้อมกับจ้องมองไปที่โอมน้องรหัสของตัวเองที่กำลังยืนทะเลาะกับผู้หญิงคนหนึ่งก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะตะโกนด่าออกมาเสียงดังและเดินหนีไปทันที หนูนาส่ายหน้าและหัวเราะออกมาเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูไม่ดีเท่าไรของน้องรหัสตัวเอง"เจ๊นา!"โอมกำลังจะเดินเข้าไปในตึกคณะแต่ก็ต้องหยุดชะ
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้ายตอนที่15ลืมมันไปให้หมดปึก!หนูนาเดินเข้ามาในห้องของตัวเองพร้อมกับเหวี่ยงกระเป๋าราคาแพงลงพื้นอย่างเดือดดาล เธอเดินไปนั่งลงที่โซฟาและกำหมัดแน่นเมื่อนึกถึงสิ่งเลวร้ายที่คาร์ลทำไว้กับเธอ"ไอ้ชั่วฉันเกลียดแก!"หนูนาลุกขึ้นจากโซฟาและเดินเข้าไปในห้องนอน เธอรีบถอดชุดเดรสที่ใส่อยู่ออกและปามันลงพื้นก่อนที่เธอจะใช้เท้าเหยียบชุดเดรสเพื่อระบายความโกรธที่มันคับแน่นอยู่ในใจ"กรี๊ดดดดดดดดด ฮึกฉันเกลียดแกไอ้ผู้ชายสารเลว"หนูนากรีดร้องและร้องไห้ออกมา มือบางยกขึ้นมาถูตามเนื้อตามตัวเพื่อหวังว่าจะลบรอยความป่าเถื่อนของคาร์ลออกไปได้หนูนาเดินเข้ามาในห้องน้ำ เธอเดินเข้าไปที่ใต้เรนชาวเวอร์ก่อนจะเปิดน้ำให้มันไหลลงมากระทบที่ร่างกาย หนูนากดครีมอาบน้ำที่วางอยู่ใส่มือและถูลงไปที่ตัวอย่างแรงเพื่อหวังว่าจะชำระร่องรอยความป่าเถื่อนของคาร์ลให้ออกไปจากร่างกายของเธอ สัมผัสที่น่ารังเกียจของผู้ชายสารเลวคนนั้นล้างออกไปให้หมดก๊อก ก๊อก ก๊อก"ยัยหนูท่ออยู่หรือเปล่า""อื้อ"หนูนารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายกว่าๆเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องจากด้านนอนดังขึ้น เธอเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ คงจะเป็นว่าเธอค
ดั่งร้ายรักมาเฟียร้าย ตอนที่14ผู้ชายสารเลว"อื้อ"หนูนารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในยามเช้าเมื่อแสงแดดในเวลาเจ็ดโมงกว่าๆสาดส่องรอดพ้นผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบลงที่ใบหน้านวลของเธอดวงตากลมโตค่อยๆลืมตาขึ้นมาในสภาพอิดโรย ร่างกายเปลือยเปล่าพร้อมกับมีผ้าห่มผืนใหญ่คุมตัวไว้ก่อนจะหันไปมองข้างๆที่นอนที่ตอนนี้มันว่างเปล่าไม่มีร่างหนาของคาร์ลที่นอนอยู่ด้วยกันเมื่อคืน ใช่เมื่อคืนเธอกับเขา เรานอนด้วยกันบนเตียงนี้! เมื่อคืนกว่าคาร์ลจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระก็นานนับหลายชั่วโมงหนูนาได้แต่มองเพดานอย่างเลื่อนลอย มือบางกำผ้าห่มไว้แน่นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอไม่อยากจะยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเธอเสียความบริสุทธิ์ให้กับผู้ชายสารเลวอย่างคาร์ลแล้วแต่ความจริงก็คือความจริงหนูนาค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับยกมือขึ้นมานวดขมับเมื่ออาการปวดศีรษะเข้าเล่นงานและไม่ใช่แค่อาการปวดศีรษะที่เข้าเล่นงานเธอความเจ็บปวดตรงกลางใจความเป็นสาวก็เข้าเล่นงานเธอเช่นกัน หนูนารู้สึกว่าใจกลางความเป็นสาวของเธอทั้งเจ็บทั้งระบมไปหมดและเธอก็ยังรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแถมลมหายใจที่เป่าออกมาก็ยังร้อนอีกตั้งหาก อาก