‘เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?’
“เมฆ”
เสียงเรียกทำให้ชายหนุ่มหันไปมอง และกันยกรก็ถือโอกาสดึงแขนตนออกจากมือเขา ผู้ชายที่มาใหม่วางโทรศัพท์ลงหลังพบเป้าหมายแล้วสายตาก็เหลือบมองเธออย่างสนใจก่อนหันไปยังคนข้างๆ เธอด้วยสายตาแทนคำถาม ขณะคนที่ยืนข้างเธอเก็บโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าเรียบเฉยและถามกลับ
“ว่าจะหาอะไรกินหน่อยน่ะ มึงหิวไหม”
“อ้อ อืม”
ผู้มาใหม่มีสีหน้าแปลกใจและสงสัยแต่ก็พยักหน้ารับ เมื่อ ชายหนุ่มข้างเธอก้าวไปหาพลางตบไหล่แล้วพาเดินไปยังโต๊ะบุฟเฟต์ทันที
‘บังเอิญเจอกันก็ไม่ต้องทักทาย’
เสียงของตนแว่วขึ้นมาในหัว ทว่ากันยกรกลับรู้สึกหน้าร้อนผ่าวที่ถูกเมินเสียอย่างนั้น รู้ตัวว่าตนต้องวางเฉยเช่นกันจึงเดินหนีไปทางอื่นหากหูยังแว่วได้ยินผู้ชายสองคนคุยกัน
“ใครวะ สวยอย่างกับนางฟ้า ไม่คิดจะแนะนำให้เพื่อนรู้จักเลยเหรอ”
“บังเอิญเดินชน ไม่รู้จัก”
“โธ่ งั้นก็น่าจะทำความรู้จักสิวะ”
“ตกลงมึงหิวหรือไม่หิว ชวนคุยอยู่ได้”
คนที่กำลังหิวเม้มริมฝีปากขณะจำต้องเลี่ยงไป แต่บ่อยครั้งสายตาก็อดมองไปยังร่างสูงกำยำที่ก้มๆ เงยๆ อยู่แถวโต๊ะบุฟเฟ่ต์ เดินวนเวียนไม่ยอมห่างไปไหนจนทำเอาเธอหงุดหงิด
‘หมอนั่นไม่รู้จักอิ่มหรือไงนะ’
สุดท้ายกว่าอีกฝ่ายจะไปจากบริเวณโต๊ะบุฟเฟต์ก็ตอนที่พิธีกรบนเวทีเชิญคู่บ่าวสาวขึ้นไปพูดคุยแล้ว
“เรามาคุยถึงความประทับใจกันและกันของคู่บ่าวสาวกันดีกว่าครับ”
แทนที่จะหยิบอาหาร กันยกรกลับหยิบไวน์มาจิบและยืนชิดกำแพงห่างจากเวทีออกมาไกล ราวไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งหรือพยานความรักของน้องสาวกับภพดนัย แม้ไม่รู้สึกอะไรแล้วแต่จะบอกว่ายินดีได้เต็มปากก็คงไม่ใช่ เพราะความสุขของคนทั้งคู่มาจากการหักหลังเธอ
จริงอยู่ที่เธอกับอดีตคู่หมั้นไม่ได้รักใคร่ชอบพอแต่แรก ทว่าเขาก็แสดงออกกับเธออย่างดี สุภาพ ทำตัวให้น่าเชื่อถือและไว้วางใจ ดูแลเธออย่างดีต่อหน้าบิดามารดา กันยกรจึงเข้าใจมาตลอดว่าภพดนัยพอใจการคลุมถุงชนนี้ เธอก็เลยให้ความสำคัญและให้เกียรติเขาในฐานะคู่หมั้นที่คิดว่าต้องได้ลงเอยกันในวันใดวันหนึ่ง
หญิงสาวคิดหนักกระทั่งเกือบจะตัดใจเรื่องไปเรียนต่อปริญญาเอกด้วยซ้ำหากชายหนุ่มขอแต่งงาน
มีเพียงเธอที่วาดฝันในการแต่งงานอยู่เพียงคนเดียว ขณะที่ ภพดนัยแอบระเริงรักกับน้องสาวลับหลังเธอ เธอไม่สามารถยินดีกับความไร้ยางอายของคนทั้งคู่ได้
บิดามารดาของพวกเธอเข้าใจว่า เมื่อเธอไม่อยู่แล้ว ทั้งสองคนที่รู้จักกันดีจึงใกล้ชิดกันมากขึ้น และสานต่อความต้องการของผู้ใหญ่ ในขณะที่เธอกลายเป็นลูกที่บิดาโกรธมากจนแทบไม่มองหน้าในตอนที่บอกว่าไม่อยากแต่งกับภพดนัย และบอกว่าจะไปเรียนต่อ
‘แกจะไปก็ได้ แต่ไม่ใช่จากเงินของฉัน’
และกันยกรก็เลือกที่จะไปด้วยเงินเก็บจากการทำงานของตนรวมทั้งขายคอนโด เธอทำงานในบริษัทของบิดาขณะที่เรียนไปด้วยและไม่ค่อยใช้ในเรื่องอื่นๆ จึงพอเก็บเงินได้บ้าง แม้ไปอยู่ต่างประเทศจะค่อนข้างต้องจำกัดจำเขี่ยหญิงสาวก็อดทนจนกระทั่งเรียนจบปริญญาเอกบริหารธุรกิจอย่างที่ตนตั้งใจมาได้ ทั้งยังได้มีโอกาสทำงานในบริษัทต่างประเทศอีกพักหนึ่งด้วย
“คุณกันย์”
เวลานี้แขกทยอยกลับกันแล้ว กันยกรจึงมาเข้าห้องน้ำก่อนต้องกลับเข้าไปให้บิดาเห็นหน้าสักหน่อยก่อนกลับเช่นกัน ก้าวออกมาจากห้องน้ำแล้วบังเอิญเจอคนที่ไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้า หญิงสาวตีสีหน้านิ่งแล้วเดินผ่านทว่าอีกฝ่ายกลับเรียกเอาไว้ พอเธอก้าวต่อเขาก็คว้าแขนจนต้องหันไปสะบัดออก
“เดี๋ยวก่อนครับ”
“ฉันคิดว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันนะคะ”
อีกฝ่ายยอมปล่อยเพราะเธอเสียงแข็งส่งสายตาดุ แต่ก็ยังมองเธอด้วยสีหน้าไม่ดีนัก
“จริงที่เราไม่จำเป็นต้องคุยกัน แต่ผม...เอ่อ...อยากขอบคุณ”
ภพดนัยพูดเสียงอ่อน แววตาพยายามสื่อถึงความเสียใจ
“อย่างน้อยผมก็ต้องพูดกับคุณ ไม่สิ ต้องพูดให้ได้ ผมรู้ว่าตัวเองมันสารเลวแค่ไหน แต่...”
“แต่ก็ยังทำเลว”
หญิงสาวสวนขึ้นราวต่อให้อีกฝ่าย เธอไม่สนใจหรอกว่า ภพดนัยเจ้าชู้ หรือผู้ชายอาจจะอดใจให้หลงมัวเมาไปกับความเย้ายวนไม่ได้ หรือไม่ก็เป็นเกวลินจงใจเข้าหาเขา ไม่ว่าเพราะข้อไหนเธอก็ไม่อยากรู้ สิ่งที่เธอสนใจคือ ถูกทรยศเพียงครั้งเดียวก็พอแล้ว
“คุณกับยายเก๋ทำเรื่องที่ต่ำมาก และถ้าคิดจะขอบคุณที่ฉันปล่อยพวกคุณลอยนวลจนถึงขั้นแต่งงานกันได้จริงๆ ล่ะก็ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องคุยกับฉันอีก”
ชายหนุ่มหน้าเสียไปหนักมาก ทั้งยังดูอ้ำอึ้ง กันยกรไม่ใส่ใจ คิดว่าไม่มีอะไรแล้วก็จะเดินหนี แต่เขายังจับมือเธอซ้ำอีก
“คุณกันย์ ความจริงแล้วผม...”
“นี่มันอะไรกัน”
เสียงแหลมสูงดังพร้อมร่างของน้องสาวคนสวยของเธอก้าวพรวดเข้ามา ภพดนัยปล่อยมือเธอแล้ว หากอีกฝ่ายก็ยังผลักไหล่เธออย่างคุกคามจนร่างอรชรของกันยกรเซไปกระแทกผนัง
“พี่กันย์ทำอะไร นี่มันวันแต่งของเก๋นะ”
“ใจเย็นๆ น้องเก๋ มันไม่มีอะไรทั้งนั้น”
ภพดนัยรั้งเจ้าสาวตัวเองและพยายามมองซ้ายมองขวากลัวจะมีใครมาเห็นเข้า
บริเวณนี้เป็นทางเดินที่จะเลี้ยวแยกย้ายเข้าห้องน้ำ และเวลานี้ก็ไม่มีคนผ่านไปมาไม่อย่างนั้นคงได้อายแขกเหรื่อที่พี่น้องทะเลาะกันเพราะเจ้าบ่าว
“ไม่มีอะไรทำไมต้องจับมือกันคะ นี่ถ้าเก๋ไม่ห่วงว่าคุณอาจเมาเพราะดื่มไปเยอะเลยเข้าห้องน้ำนาน อะไรๆ มันก็อาจจะมีขึ้นมาก็ได้ใช่ไหม พี่กันย์กลับมาแค่สองอาทิตย์ถ่านไฟเก่าก็เริ่มคุเสียแล้ว ไวไฟเหลือเกินนะคะ”
“อย่าคิดว่าฉันจะไม่มีสำนึกเหมือนเธอ”
กันยกรเสียงแข็งอย่างไม่พอใจ ทว่าไม่ได้ตะโกนหรือพูดให้ดังกว่าเดิม หากเป็นเกวลินที่อดทนไม่ได้เสียเอง
“พี่กันย์!”
อีกฝ่ายผวาเข้ามาหาพร้อมกับยกแขนเงื้อขึ้นสูง ทั้งที่มีภพดนัยรั้งไว้ก็แทบจะไม่อยู่ ทว่าที่ทำให้เกวลินหยุดอาการฉุนเฉียวได้ชะงัดก็คือร่างสูงกำยำของคนที่เพิ่งพรวดพราดออกมาจากห้องน้ำผู้ชาย ทั้งสามหันไปมองเขา และผู้เป็นเจ้าสาวก็รีบลดมือลงพร้อมเก็บสีหน้าสูดหายใจเข้าลึกอย่างพยายามสะกดอารมณ์
กันยกรเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลังเมื่อสบตากับดวงตาคู่คมเข้มติดจะหวานหน่อยๆ แล้วเขามองผ่านเธอไป ใบหน้าคมคายเรียบเฉยหากคิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อยราวสงสัยแต่ไม่ได้ถาม
“ท่านรอง ผมกำลังจะเข้าไปขอตัวกลับพอดีเลย ขอให้มีความสุขกับชีวิตแต่งงานนะครับ ขอตัวกลับก่อนนะครับ”
“อืม ขอบใจมากที่มาร่วมงาน แล้วเจอกันนภนต์”
ภพดนัยตอบกลับเสียงขรึม หากก็ไม่ได้ดูวางตัวกับอีกฝ่ายเท่าไร เหมือนทั้งสองจะรู้จักกันดีด้วยซ้ำเพราะเขาเอ่ยชื่อชายหนุ่ม
กันยกรตัวแข็งไปทันใดที่ได้ยินเช่นนั้น สายตามองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินผ่านไป พร้อมความคิดผุดขึ้นในหัว
‘อย่าบอกนะว่าเขาทำงานที่บริษัท!’
ระหว่างที่เธอยังมึนงงกับสิ่งที่เพิ่งรับรู้ และสังหรณ์ไม่ดีอยู่นั้นภพดนัยก็โอบไหล่พาเจ้าสาวของเขาให้กลับเข้าไปในงาน
“รีบกลับเข้าไปกันเถิดน้องเก๋ คุณพ่อคุณแม่คงรอแย่แล้ว แขกกำลังทยอยกลับ เราควรไปส่งแขก”
=====
เก๋กับโดม น่าหยุมหัวทั้งคู่! รำคาญแทนกันย์ ว่าแต่ลางสังหรณ์นางเอกของเราจะแม่นไหม ฝากตามต่อด้วยนะคะ ^^
ลางสงหรณ์ของกันยกรปรากฏชัดเจนในวันที่เธอเริ่มทำงานอาทิตย์ถัดมา นับแต่เห็นร่างสูงกำยำก้าวเข้ามาในห้องทำงานของตนที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเพิ่งพามา“นี่นภณต์ครับคุณกันย์ นภณต์เป็นคนคุมหัวหน้าทีมสร้างสรรค์และพัฒนาโปรแกรมทั้งหมดในบริษัทครับ เขาจะเป็นผู้ช่วยคุณกันย์”“สวัสดีครับ”ชายหนุ่มมีท่าทางสงบเสงี่ยมด้านหน้าโต๊ะใกล้กับผู้จัดการฝ่ายบุคคลและเอ่ยทักสั้นๆ“สวัสดีค่ะ ฉันเพิ่งมาใหม่ มีอะไรแนะนำได้นะคะ”กันยกรเองก็ตอบกลับเสียงเรียบทั้งที่หัวใจเต้นเร็วขึ้นเสียอย่างนั้น“ต่อจากนี้นภณต์จะเป็นคนรายงานเนื้อหางานของแผนกกับคุณกันย์นะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”ผู้จัดการเอ่ยอย่างนอบน้อมแม้จะอายุมากกว่าเธอแล้วออกจากห้องไปเมื่อประตูปิดลงความเงียบก็เข้ามาปกคลุมทันใด กันยกรใจหวิวประหลาดหากก็พยายามข่มใจตัวเองให้ตีสีหน้านิ่ง“สิบเอ็ดโมงจะมีประชุมแนะนำคุณให้คนในแผนกของเรารู้จักครับ ตอนนี้ผมจะบอกโครงสร้างแผนกเราคร่าวๆ ก่อนว่ามีกี่ทีม และแต่ละทีมกำลังทำอะไรกันอยู่”อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองเธอด้วยแววตาไม่ไหวติง สีหน้าไม่แปรเปลี่ยนสักนิดนับแต่อยู่กันตามลำพัง หญิงสาวรู้สึกว่าคงมีเพียงเธอที่จิตใจกำลั
“เป็นบ้าอะไรยายกันย์”เธอบ่นตัวเองก่อนจะสตาร์ตรถ แต่กลับสตาร์ตไม่ติด สตาร์ตซ้ำเท่าไรก็ไม่มีปฏิกิริยาทำเอาหญิงสาวทิ้งตัวลงกระแทกเบาะด้วยความเซ็ง“เป็นอะไรเนี่ย”ดูนาฬิกาก็เห็นว่าสองทุ่มครึ่งแล้ว หากจะโทรหาลุงคนขับรถของที่บ้านก็คงดึกเกินไป กันยกรไม่เคยดูแลเรื่องรถด้วยตัวเอง เธอแค่ขับได้ตามประสาลูกสาวคนมีเงินทั่วไป แม้บิดาจะไม่ใส่ใจกระนั้นก็ไม่เคยต้องลำบาก“ไว้โทรพรุ่งนี้แล้วกัน”ก๊อกๆๆหญิงสาวตกใจสะดุ้งโหยงที่อยู่ๆ กระจกด้านข้างก็มีคนมาเคาะ เมื่อหันมองก็เห็นว่าเป็นคนที่เพิกเฉยกันและกันมาตลอดทั้งอาทิตย์“รถสตาร์ตไม่ติดเหรอครับ”เธอได้ยินเขาถามแว่วๆ กันยกรหยิบของตนเองก่อนจะเปิดประตูลงไป ร่างสูงกำยำก็ขยับไปยืนห่างอย่างเว้นระยะ“ใช่ค่ะ สตาร์ตไม่ติด”“ผมช่วยดูให้ไหมครับ”คำถามดูง่ายและมีน้ำใจแต่อดไม่ได้เลยที่เธอจะสังเกตแววตาของเขา หากก็ดูไร้แววใดๆ“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันให้คนที่บ้านมาจัดการ”“อ้อ ครับ”ชายหนุ่มยิ้มบางรับพร้อมกับมองกระเป๋าของเธอ“จะลงไปชั้นหนึ่งเหรอครับ ติดรถผมลงไปก็ได้ จะได้ไม่ต้องลงลิฟต์ให้เสียเวลา”หญิงสาวอึกอักและดูไม่สบายใจขึ้นมาชัดเจน เธอเม้มริมฝีปากพลางส่ายหน้า
แม้จะค่อนข้างกังวลใจเรื่องของนภณต์ ทว่าเอาเข้าจริงกันยกรก็แทบจะไม่เจอหน้าชายหนุ่ม เพราะพูดคุยเรื่องงานโดยผ่านเลขาเป็นคนประสานนอกจากต้องประชุมทีม และอีกฝ่ายก็ออกไปพบลูกค้ากับทีมเพื่อนำเสนองานเสมอ ดูเหมือนนภณต์จะเป็นหัวใจหลักของแผนกก็ว่าได้ พวกเขาทั้งรับงานว่าจ้างจากข้างนอกและออกแบบกับพัฒนางานของบริษัทเอง แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปได้ด้วยดี ไม่มีงานที่ดูคล้ายหรือซ้ำกันให้เป็นที่ครหา ได้รับความไว้ใจจากบริษัทอื่นอีกถึงห้าบริษัท“คุณนภณต์ขอพบค่ะคุณกันย์”ปากกาในมือซึ่งกำลังจะเซนต์เอกสารที่พึ่งอ่านทำความเข้าใจเนื้อหาเสร็จหล่นลง อยู่ๆ ก็ใจเต้นขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มมาขอเข้าพบเธอในห้องนับจากวันที่มาแนะนำตัว“เชิญค่ะ”หญิงสาวตอบรับแล้ววางสีหน้าให้นิ่ง ผ่านไปสามอาทิตย์นับแต่ชายหนุ่มไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ แล้วจากนั้นเขาก็ดูจะยุ่งตลอดเวลา มีเพียงประชุมดูงานที่แก้ไปเท่านั้นที่เธอเจอเขา ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้แสดงท่าทางล้ำเส้นใดๆ ขณะที่กันยกรระวังตัวแจจนมากเกินไป“ขอโทษที่รบกวนครับ พอดีผมมีเรื่องด่วนต้องแจ้งให้ทราบ”เมื่อพิมพ์พรรณซึ่งเดินนำชายหนุ่มเข้ามาออกไปนภณต์ก็เอ่ยทันที เขาถือแฟ้มติดมือมาด้วย
ครู่ใหญ่ผ่านไป ภายในรถมีเพียงความเงียบ กระทั่งมาถึงถนนเส้นที่บริษัทลูกค้าตั้งอยู่แต่นภณต์ก็หักเลี้ยวเข้าไปจอดร้านริมถนนซึ่งมีพื้นที่จอดรถค่อนข้างแคบ“ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณร้านนี้ดังมากเลยนะครับ อร่อย ราคาดีไม่แพง ร้านอาจจะเล็กไปหน่อยเพราะขายมาหลายรุ่นแล้ว ว่าแต่เจ้านายสะดวกไหมครับ หรือไม่ถูกใจผมพาไปร้านในห้างใกล้ๆ นี่ก็ได้”“ฉันยังไงก็ได้ เลี้ยวเข้ามาแล้วยังจะถามอีก”เธอบ่นให้ได้ยิน หากชายหนุ่มก็เพียงยักไหล่“ถ้าโอเคงั้นก็เชิญครับ”กันยกรไม่เรื่องมากในการกิน ร้านริมทางทั่วไปเธอก็นั่งมาบ่อยแล้วสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนไปเรียนต่างประเทศเธอต้องใช้เงินอย่างประหยัดกินง่ายกว่าอยู่เมืองไทยมากภายในร้านเป็นพัดลม ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทไว้ในรถ ทว่า หญิงสาวเพิ่งมาถอดในตอนที่กินก๋วยเตี๋ยวไปได้ไม่นานก็เริ่มเหงื่อซึม เธอซับเหงื่อตลอดเวลาจนทิชชูกองโต แต่ก๋วยเตี๋ยวอร่อยถูกปากมากจึงเป็นที่พอใจของกันยกรมากกว่าจะบ่น นภณต์เป็นคนจ่ายเงินโดยเธอเองก็ไม่เรื่องมากดึงดันจ่ายเองกลับมาขึ้นรถอีกครั้ง ชายหนุ่มก็ขอแวะซื้อกาแฟและเผื่อเธอด้วย กันยกรมองลาเต้ที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ด้วยสายตาแปลกใจ“ลาเต้ครับ”“คุณไม่ได้ถามฉ
กันยกรกัดฟันและพยายามฝืนยิ้มหวาน ทว่าสายตาแอบเหล่ไปมองว่าภพดนัยยังอยู่หรือไม่ เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายเธอก็ทุบอกหนาอย่างแรง“บ้าน่ะสิ ใครคิดถึงคุณ”เอ่ยเสียงเข้มแล้วก็ผลักเขา หากชายหนุ่มยังกอดเธออยู่“อ้อ ใช้ผมเป็นไม้กันหมานี่เอง”“ย่ะ รู้แล้วก็ปล่อยได้แล้ว”เธอไม่ปฏิเสธอีกฝ่ายจึงลดแขนลง ร่างอรชรรีบถอยห่างพลางสูดหายใจเข้าลึกดึงสติของตัวเอง พร้อมเรียกกำลังที่อ่อนลงไปก่อนหน้านี้ แล้วสะบัดหน้าเดินหนีนภณต์กลับไปที่ห้องวีไอพี ตั้งใจว่านั่งต่ออีกสักครึ่งชั่วโมงก็จะขอตัวกลับ ไม่สนใจว่าชายหนุ่มมองตามตนด้วยสายตาแบบไหน“ขึ้นแท็กซี่ไปด้วยกันนะคะพี่เมฆ จะกลับไปเอารถที่บริษัทใช่ไหมคะ น้องต้องผ่านทางนั้นเหมือนกันค่ะ”เพราะนั่งอยู่ข้างนภณต์กันยกรจึงได้ยินที่หญิงสาวซึ่งนั่งถัดจากเขาคุยด้วย วันนี้นภณต์มากับทีม ส่วนเธอขับรถมาเองเพราะรู้เส้นทางที่มาบริษัทลูกค้าแล้ว หญิงสาวไม่ได้คิดอะไรมากกระทั่งขอตัวกลับ ในทีมมีผู้หญิงสองคน อีกคนขอตัวออกมาพร้อมกับเธอโดยมีแฟนมารับ กันยกรยืนรอเป็นเพื่อนอีกฝ่ายอยู่บริเวณด้านหน้าพักหนึ่งกระทั่งแฟนเจ้าตัวขับรถมาถึง“ขอบคุณกันย์มากค่ะ”เธอพยักหน้ารับพลางบอกว่าไม่เป็นไรอีกฝ่ายก็ขึ้
“เฮ้อ ใช้เราเป็นเครื่องมือ สมใจก็ถีบหัวส่ง ใจร้ายจังเลยนะครับเจ้านาย”ดวงตาคู่เรียวงามค้อนขวับ อีกฝ่ายก็เหลือบมองพลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างยียวนชวนโมโห“ไม่พอใจคุณก็ปฏิเสธได้นี่ มาจูบตอบทำไม หรือคิดจะไปบอกคุณโดมว่าไม่มีอะไร ฉันมันผู้หญิงมักง่ายจูบคนไปทั่วเองก็ได้ ฉันไม่แคร์หรอก”เธอเสียงแข็ง แล้วภายในรถก็เงียบไปชั่วอึดใจก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ย“คุณไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกครับเจ้านาย”“หึ คุณจะรู้อะไร ฉันไปเรียนเมืองนอกตั้งสามปี อาจจะผ่านอะไรต่อมิอะไรมาตั้งเยอะก็ได้”“พิสูจน์กันไหมครับ”กันยกรถึงกับอึ้งกับคำท้าของเขาแล้วกอดอกเมินหน้าหนี“ทำไมฉันต้องทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นด้วย”“คุณไม่กล้าล่ะสิ กลัวผมรู้ว่าคุณไม่เคยมีใคร นอกจากผม”“ไม่จริงสักหน่อย”เธอหันไปเถียงเสียงขุ่น ทว่าอีกฝ่ายยิ้มนิดๆ แล้วหันไปมองถนนด้านหน้าแล้วหักเลี้ยว กันยกรสูดหายใจเข้าออกแรงอย่างหงุดหงิด“คุณติดใจผม ลืมผมไม่ลง ไม่งั้นคงไม่โสดมาถึงตอนนี้หรอก”“จอดเลยนะ ฉันไม่อนุญาตให้คุณไปส่งฉัน จอดเดี๋ยวนี้”กันยกรขึ้นเสียงยิ่งกว่าเดิมและครั้งนี้ชายหนุ่มยอมหยุดรถชิดริมทาง ทว่าเขายังไม่ลงจากรถโดยง่าย“อ้อ หรือว่า ที่คุณยังไม่มีใครเพราะหวั
“เราจะทำให้เต็มที่ครับ”เป็นอีกครั้งที่นภณต์เป็นคนพรีเซนต์และตอบคำถามผู้บริหารทุกอย่างแทนเธอเกี่ยวกับเกมใหม่ที่แผนกคิดขึ้นมา เธอกับชายหนุ่มรวมถึงหัวหน้าของทีมเป็นตัวแทนแผนกเข้าประชุมตั้งแต่นำเสนอ จนถึงตอนนี้ผ่านขั้นตอนการดีไซน์ภาพมาถึงสร้างแอนิเมชันตัวละครและเอฟเฟกต์ และการเขียนโปรแกรมของเกมก็ดำเนินไปบางส่วนแล้ว ซึ่งเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์เสมือนจริงในแบบอิงประวัติศาสตร์ไทยที่ทางบริษัทคาดหวังไว้มาก“ครับ ผมเชื่อใจนภณต์กับทีมงาน ถ้ามีปัญหาอะไรติดขัด หรือต้องการอะไรเพิ่มแจ้งผ่านคุณกันย์ได้เลยนะครับ”ภพดนัยฝากฝัง เขาเชื่อใจนภณต์ในเรื่องงานมากเพราะ อีกฝ่ายมีฝีมือจริงๆ ทั้งหมดเป็นทีมงานเดิม ทำงานมาตั้งแต่ผู้บริหารคนก่อน แม้ว่าประธานบริษัทจะเป็นชื่อบิดาของชายหนุ่มทว่างานในบริษัทนี้เขาเป็นคนดูและมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนอย่างเต็มที่ ยกเว้นประชุมบอร์ดบริหารบิดาของชายหนุ่มจึงเป็นผู้เข้าประชุม“แล้วก็มีอีกเรื่องที่ต้องรบกวนคุณกันย์”ผู้เป็นท่านรองพูดขึ้นหลังจบเนื้อหาการประชุม“เราจะมีสัมมนากันเดือนหน้า ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้ อยากให้คุณกันย์ช่วยเลือกดูว่าเราจะไปที่ไหนดี แล้วบอกกับเลขาผมได้เลยครับ”“ได
“คุณ”ร่างสูงกำยำรีบเข้ามาช่วยพยุงให้ลุกขึ้น แม้จะไม่ได้เจ็บมากแต่กันยกรก็รู้สึกแปลบๆ ที่หัวเข่า“อยู่ๆ โผล่มาได้ยังไงเนี่ย”“ผมมาเดินดูไร่ชา แล้วฝนตกก็เลยจะรีบวิ่งกลับน่ะสิ”นภณต์ตอบ ฝนตกหนักทำเอาทั้งคู่เปียกโชกในเวลาไม่นาน“ไม่คิดว่าจะมาเจอคุณพอดี เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”“เจ็บเข่าน่ะ”กันยกรตอบด้วยความเซ็ง“งั้นผมขี่ไปส่งคุณที่บ้านพักแล้วกัน”ชายหนุ่มบอกแล้วยกจักรยานขึ้น กันยกรเห็นว่าฝนตกหนักมาก เธอจึงไม่ปฏิเสธ เมื่ออีกฝ่ายประจำที่ด้านหน้าเธอก็นั่งซ้อนด้านหลังโดยง่ายในตอนแรกที่นภณต์ขี่จักรยานนั้นเธอพยายามจับที่ท้ายเบาะเท่านั้น ทว่าเพราะถนนลื่นทั้งยังเป็นเนินขึ้นลงทำให้ทรงตัวได้ยาก เพื่อไม่ให้ตกลงไปสุดท้ายแขนเรียวก็จำต้องกอดเอวหนา แม้จะรู้สึกแปลกๆ หากก็ไม่ใช่ความรู้สึกไม่ดีแต่อย่างใด“คุณพักหลังนี้ใช่ไหมครับ”“ใช่”อีกฝ่ายมาหยุดลงหน้าบ้านพักของเธอ ทว่าแทนที่เขาจะแยกไปบ้านพักตัวเองกลับขยับเข้ามาโอบไหล่เธอ“อะไรของคุณ”กันยกรจะสะบัดตัว หากเสียงทุ้มดังชิดข้างหู ดูเผินๆ เหมือนชายหนุ่มก้มลงจุมพิตศีรษะของเธอ“ท่านรองเปิดม่านหน้าต่างมองอยู่”เพราะบ้านพักของเธออยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านพักของภพดนั
ร่างสูงกำยำเคลื่อนขึ้นมามอบจูบสุดดื่มด่ำ ก่อนจะขยับกายขึ้นนั่ง กันยกรคิดว่าบทรักที่แท้จริงกำลังจะตามมาจึงเกร็งตัวรอทว่า อีกฝ่ายกลับจับเธอให้พลิกคว่ำหน้าลง กายแกร่งแนบลงมาชิดเสียดสีอกแกร่งกับแผ่นหลังบางพร้อมกัดใบหูของเธอเบาๆ หยอกเอิน“ผิวคุณเนียนนุ่มอย่างกับกำมะหยี่แน่ะ ได้เบียดแบบนี้แล้วผมแข็งไปหมด”ความกร้าวเบียดถูไถกับสะโพกเธอทำเอากันยกรขนลุกไปทั้งแผ่นหลัง หากก็กัดฟันต่อว่าเขาออกไป“ลามก”“แหงล่ะ ไม่ลามกจะทำให้คุณเสร็จได้ไง”“ทะลึ่ง”“หึๆๆ”ชายหนุ่มหัวเราะพอใจที่ได้ยั่วให้เธอโมโห แต่กันยกรกลับไม่ได้โกรธเคืองอีกฝ่าย กลับรู้สึกเร้าใจเร้าอารมณ์กับการกระตุ้นด้วยคำพูดของนภณต์ริมฝีปากอุ่นซุกไซ้ข้างซอกคอ พร้อมมือหนาก็สอดมาเคล้นหน้าอก ยิ่งเขาจูบเม้มคอกับบ่าเธอยิ่งตัวสั่น ครวญครางเสียงเบาด้วยความรัญจวนใจ รอยประทับค่อยๆ ต่ำลงไปตามสันหลังกันยกรก็เหมือนถูกไฟโหมท่วมกาย อาการร้อนรนมาพร้อมความซาบซ่านจนขยับสะโพกไล้กับชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว แล้วก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังในลำคอหนาราวพอใจ“คุณกันย์ใจร้อนหรือครับ”“คุณนี่”หญิงสาวขุ่นใจกับคนช่างหยอก แต่ก็ปฏิเสธไม่ออกว่าเธอกำลังเร่าร้อนสุดๆ โหยหารสรักที่ได้
“คุณไม่ได้น่ารังเกียจอะไรหรอก”กันยกรบอกเมื่ออีกฝ่ายหันกลับมา“แค่ระหว่างเราเป็นเจ้านายกับลูกน้อง ไม่มีอะไรลึกซึ้งกว่านั้น ถึงฉันจะไม่ได้ยึดติดเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ใช่คนรักสนุกจนไม่แคร์อะไร”“ผมเองก็ไม่ได้นอนกับใครง่ายๆ แต่กับคุณ ผมอยากลบความทรงจำแย่ๆ”‘มันไม่ได้แย่’เธอเกือบจะหลุดปากบอกไปแล้วแต่ก็นึกอายที่จะพูด“เรามาสร้างความทรงจำที่ดีใหม่กันนะครับ”อยู่ๆ กันยกรก็รู้สึกเขินขึ้นมา หญิงสาวกัดริมฝีปากที่เกือบจะหลุดยิ้มของตนขณะร่างสูงกำยำโน้มมาอยู่เหนือร่างตน ปลายนิ้วอุ่นไล้กรอบใบหน้าพาให้ขนลุกไปจนถึงลำคอ ก่อนใบหน้าคมคายจะลดมาชิด“อยากให้ผมบริการแบบไหนครับเจ้านาย”เขาเอ่ยเย้า“ถ้าไม่รู้ว่าต้องทำอะไร ก็ไม่ต้องทำ”เธอตอบเสียงขุ่นเพราะหน้าร้อนจัดกับคำถามของชายหนุ่ม แล้วก็ได้ยินเขาหัวเราะในลำคอราวนึกสนุกก่อนริมฝีปากได้รูปจะแตะไล้ปากเธอผะแผ่วก่อนค่อยๆ เม้มกลีบปากจูบซับ กันยกรหลับตาลงปล่อยความรู้สึกให้ล่องลอยไปกับปากอุ่นและปลายนิ้วแกร่งที่เริ่มลูบไล้ทุกสัดส่วนทั่วกายสาวหญิงสาวผ่อนลมหายใจยาว รับรู้ถึงเรือนกายแกร่งแนบชิดและขยับไล้กับร่างตน มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้ามาเกาะกุมทรวงอวบเคล้าคลึงทั้ง
“คุณ”ร่างสูงกำยำรีบเข้ามาช่วยพยุงให้ลุกขึ้น แม้จะไม่ได้เจ็บมากแต่กันยกรก็รู้สึกแปลบๆ ที่หัวเข่า“อยู่ๆ โผล่มาได้ยังไงเนี่ย”“ผมมาเดินดูไร่ชา แล้วฝนตกก็เลยจะรีบวิ่งกลับน่ะสิ”นภณต์ตอบ ฝนตกหนักทำเอาทั้งคู่เปียกโชกในเวลาไม่นาน“ไม่คิดว่าจะมาเจอคุณพอดี เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”“เจ็บเข่าน่ะ”กันยกรตอบด้วยความเซ็ง“งั้นผมขี่ไปส่งคุณที่บ้านพักแล้วกัน”ชายหนุ่มบอกแล้วยกจักรยานขึ้น กันยกรเห็นว่าฝนตกหนักมาก เธอจึงไม่ปฏิเสธ เมื่ออีกฝ่ายประจำที่ด้านหน้าเธอก็นั่งซ้อนด้านหลังโดยง่ายในตอนแรกที่นภณต์ขี่จักรยานนั้นเธอพยายามจับที่ท้ายเบาะเท่านั้น ทว่าเพราะถนนลื่นทั้งยังเป็นเนินขึ้นลงทำให้ทรงตัวได้ยาก เพื่อไม่ให้ตกลงไปสุดท้ายแขนเรียวก็จำต้องกอดเอวหนา แม้จะรู้สึกแปลกๆ หากก็ไม่ใช่ความรู้สึกไม่ดีแต่อย่างใด“คุณพักหลังนี้ใช่ไหมครับ”“ใช่”อีกฝ่ายมาหยุดลงหน้าบ้านพักของเธอ ทว่าแทนที่เขาจะแยกไปบ้านพักตัวเองกลับขยับเข้ามาโอบไหล่เธอ“อะไรของคุณ”กันยกรจะสะบัดตัว หากเสียงทุ้มดังชิดข้างหู ดูเผินๆ เหมือนชายหนุ่มก้มลงจุมพิตศีรษะของเธอ“ท่านรองเปิดม่านหน้าต่างมองอยู่”เพราะบ้านพักของเธออยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านพักของภพดนั
“เราจะทำให้เต็มที่ครับ”เป็นอีกครั้งที่นภณต์เป็นคนพรีเซนต์และตอบคำถามผู้บริหารทุกอย่างแทนเธอเกี่ยวกับเกมใหม่ที่แผนกคิดขึ้นมา เธอกับชายหนุ่มรวมถึงหัวหน้าของทีมเป็นตัวแทนแผนกเข้าประชุมตั้งแต่นำเสนอ จนถึงตอนนี้ผ่านขั้นตอนการดีไซน์ภาพมาถึงสร้างแอนิเมชันตัวละครและเอฟเฟกต์ และการเขียนโปรแกรมของเกมก็ดำเนินไปบางส่วนแล้ว ซึ่งเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์เสมือนจริงในแบบอิงประวัติศาสตร์ไทยที่ทางบริษัทคาดหวังไว้มาก“ครับ ผมเชื่อใจนภณต์กับทีมงาน ถ้ามีปัญหาอะไรติดขัด หรือต้องการอะไรเพิ่มแจ้งผ่านคุณกันย์ได้เลยนะครับ”ภพดนัยฝากฝัง เขาเชื่อใจนภณต์ในเรื่องงานมากเพราะ อีกฝ่ายมีฝีมือจริงๆ ทั้งหมดเป็นทีมงานเดิม ทำงานมาตั้งแต่ผู้บริหารคนก่อน แม้ว่าประธานบริษัทจะเป็นชื่อบิดาของชายหนุ่มทว่างานในบริษัทนี้เขาเป็นคนดูและมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนอย่างเต็มที่ ยกเว้นประชุมบอร์ดบริหารบิดาของชายหนุ่มจึงเป็นผู้เข้าประชุม“แล้วก็มีอีกเรื่องที่ต้องรบกวนคุณกันย์”ผู้เป็นท่านรองพูดขึ้นหลังจบเนื้อหาการประชุม“เราจะมีสัมมนากันเดือนหน้า ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้ อยากให้คุณกันย์ช่วยเลือกดูว่าเราจะไปที่ไหนดี แล้วบอกกับเลขาผมได้เลยครับ”“ได
“เฮ้อ ใช้เราเป็นเครื่องมือ สมใจก็ถีบหัวส่ง ใจร้ายจังเลยนะครับเจ้านาย”ดวงตาคู่เรียวงามค้อนขวับ อีกฝ่ายก็เหลือบมองพลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างยียวนชวนโมโห“ไม่พอใจคุณก็ปฏิเสธได้นี่ มาจูบตอบทำไม หรือคิดจะไปบอกคุณโดมว่าไม่มีอะไร ฉันมันผู้หญิงมักง่ายจูบคนไปทั่วเองก็ได้ ฉันไม่แคร์หรอก”เธอเสียงแข็ง แล้วภายในรถก็เงียบไปชั่วอึดใจก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ย“คุณไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกครับเจ้านาย”“หึ คุณจะรู้อะไร ฉันไปเรียนเมืองนอกตั้งสามปี อาจจะผ่านอะไรต่อมิอะไรมาตั้งเยอะก็ได้”“พิสูจน์กันไหมครับ”กันยกรถึงกับอึ้งกับคำท้าของเขาแล้วกอดอกเมินหน้าหนี“ทำไมฉันต้องทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นด้วย”“คุณไม่กล้าล่ะสิ กลัวผมรู้ว่าคุณไม่เคยมีใคร นอกจากผม”“ไม่จริงสักหน่อย”เธอหันไปเถียงเสียงขุ่น ทว่าอีกฝ่ายยิ้มนิดๆ แล้วหันไปมองถนนด้านหน้าแล้วหักเลี้ยว กันยกรสูดหายใจเข้าออกแรงอย่างหงุดหงิด“คุณติดใจผม ลืมผมไม่ลง ไม่งั้นคงไม่โสดมาถึงตอนนี้หรอก”“จอดเลยนะ ฉันไม่อนุญาตให้คุณไปส่งฉัน จอดเดี๋ยวนี้”กันยกรขึ้นเสียงยิ่งกว่าเดิมและครั้งนี้ชายหนุ่มยอมหยุดรถชิดริมทาง ทว่าเขายังไม่ลงจากรถโดยง่าย“อ้อ หรือว่า ที่คุณยังไม่มีใครเพราะหวั
กันยกรกัดฟันและพยายามฝืนยิ้มหวาน ทว่าสายตาแอบเหล่ไปมองว่าภพดนัยยังอยู่หรือไม่ เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายเธอก็ทุบอกหนาอย่างแรง“บ้าน่ะสิ ใครคิดถึงคุณ”เอ่ยเสียงเข้มแล้วก็ผลักเขา หากชายหนุ่มยังกอดเธออยู่“อ้อ ใช้ผมเป็นไม้กันหมานี่เอง”“ย่ะ รู้แล้วก็ปล่อยได้แล้ว”เธอไม่ปฏิเสธอีกฝ่ายจึงลดแขนลง ร่างอรชรรีบถอยห่างพลางสูดหายใจเข้าลึกดึงสติของตัวเอง พร้อมเรียกกำลังที่อ่อนลงไปก่อนหน้านี้ แล้วสะบัดหน้าเดินหนีนภณต์กลับไปที่ห้องวีไอพี ตั้งใจว่านั่งต่ออีกสักครึ่งชั่วโมงก็จะขอตัวกลับ ไม่สนใจว่าชายหนุ่มมองตามตนด้วยสายตาแบบไหน“ขึ้นแท็กซี่ไปด้วยกันนะคะพี่เมฆ จะกลับไปเอารถที่บริษัทใช่ไหมคะ น้องต้องผ่านทางนั้นเหมือนกันค่ะ”เพราะนั่งอยู่ข้างนภณต์กันยกรจึงได้ยินที่หญิงสาวซึ่งนั่งถัดจากเขาคุยด้วย วันนี้นภณต์มากับทีม ส่วนเธอขับรถมาเองเพราะรู้เส้นทางที่มาบริษัทลูกค้าแล้ว หญิงสาวไม่ได้คิดอะไรมากกระทั่งขอตัวกลับ ในทีมมีผู้หญิงสองคน อีกคนขอตัวออกมาพร้อมกับเธอโดยมีแฟนมารับ กันยกรยืนรอเป็นเพื่อนอีกฝ่ายอยู่บริเวณด้านหน้าพักหนึ่งกระทั่งแฟนเจ้าตัวขับรถมาถึง“ขอบคุณกันย์มากค่ะ”เธอพยักหน้ารับพลางบอกว่าไม่เป็นไรอีกฝ่ายก็ขึ้
ครู่ใหญ่ผ่านไป ภายในรถมีเพียงความเงียบ กระทั่งมาถึงถนนเส้นที่บริษัทลูกค้าตั้งอยู่แต่นภณต์ก็หักเลี้ยวเข้าไปจอดร้านริมถนนซึ่งมีพื้นที่จอดรถค่อนข้างแคบ“ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณร้านนี้ดังมากเลยนะครับ อร่อย ราคาดีไม่แพง ร้านอาจจะเล็กไปหน่อยเพราะขายมาหลายรุ่นแล้ว ว่าแต่เจ้านายสะดวกไหมครับ หรือไม่ถูกใจผมพาไปร้านในห้างใกล้ๆ นี่ก็ได้”“ฉันยังไงก็ได้ เลี้ยวเข้ามาแล้วยังจะถามอีก”เธอบ่นให้ได้ยิน หากชายหนุ่มก็เพียงยักไหล่“ถ้าโอเคงั้นก็เชิญครับ”กันยกรไม่เรื่องมากในการกิน ร้านริมทางทั่วไปเธอก็นั่งมาบ่อยแล้วสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนไปเรียนต่างประเทศเธอต้องใช้เงินอย่างประหยัดกินง่ายกว่าอยู่เมืองไทยมากภายในร้านเป็นพัดลม ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทไว้ในรถ ทว่า หญิงสาวเพิ่งมาถอดในตอนที่กินก๋วยเตี๋ยวไปได้ไม่นานก็เริ่มเหงื่อซึม เธอซับเหงื่อตลอดเวลาจนทิชชูกองโต แต่ก๋วยเตี๋ยวอร่อยถูกปากมากจึงเป็นที่พอใจของกันยกรมากกว่าจะบ่น นภณต์เป็นคนจ่ายเงินโดยเธอเองก็ไม่เรื่องมากดึงดันจ่ายเองกลับมาขึ้นรถอีกครั้ง ชายหนุ่มก็ขอแวะซื้อกาแฟและเผื่อเธอด้วย กันยกรมองลาเต้ที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ด้วยสายตาแปลกใจ“ลาเต้ครับ”“คุณไม่ได้ถามฉ
แม้จะค่อนข้างกังวลใจเรื่องของนภณต์ ทว่าเอาเข้าจริงกันยกรก็แทบจะไม่เจอหน้าชายหนุ่ม เพราะพูดคุยเรื่องงานโดยผ่านเลขาเป็นคนประสานนอกจากต้องประชุมทีม และอีกฝ่ายก็ออกไปพบลูกค้ากับทีมเพื่อนำเสนองานเสมอ ดูเหมือนนภณต์จะเป็นหัวใจหลักของแผนกก็ว่าได้ พวกเขาทั้งรับงานว่าจ้างจากข้างนอกและออกแบบกับพัฒนางานของบริษัทเอง แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปได้ด้วยดี ไม่มีงานที่ดูคล้ายหรือซ้ำกันให้เป็นที่ครหา ได้รับความไว้ใจจากบริษัทอื่นอีกถึงห้าบริษัท“คุณนภณต์ขอพบค่ะคุณกันย์”ปากกาในมือซึ่งกำลังจะเซนต์เอกสารที่พึ่งอ่านทำความเข้าใจเนื้อหาเสร็จหล่นลง อยู่ๆ ก็ใจเต้นขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มมาขอเข้าพบเธอในห้องนับจากวันที่มาแนะนำตัว“เชิญค่ะ”หญิงสาวตอบรับแล้ววางสีหน้าให้นิ่ง ผ่านไปสามอาทิตย์นับแต่ชายหนุ่มไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ แล้วจากนั้นเขาก็ดูจะยุ่งตลอดเวลา มีเพียงประชุมดูงานที่แก้ไปเท่านั้นที่เธอเจอเขา ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้แสดงท่าทางล้ำเส้นใดๆ ขณะที่กันยกรระวังตัวแจจนมากเกินไป“ขอโทษที่รบกวนครับ พอดีผมมีเรื่องด่วนต้องแจ้งให้ทราบ”เมื่อพิมพ์พรรณซึ่งเดินนำชายหนุ่มเข้ามาออกไปนภณต์ก็เอ่ยทันที เขาถือแฟ้มติดมือมาด้วย
“เป็นบ้าอะไรยายกันย์”เธอบ่นตัวเองก่อนจะสตาร์ตรถ แต่กลับสตาร์ตไม่ติด สตาร์ตซ้ำเท่าไรก็ไม่มีปฏิกิริยาทำเอาหญิงสาวทิ้งตัวลงกระแทกเบาะด้วยความเซ็ง“เป็นอะไรเนี่ย”ดูนาฬิกาก็เห็นว่าสองทุ่มครึ่งแล้ว หากจะโทรหาลุงคนขับรถของที่บ้านก็คงดึกเกินไป กันยกรไม่เคยดูแลเรื่องรถด้วยตัวเอง เธอแค่ขับได้ตามประสาลูกสาวคนมีเงินทั่วไป แม้บิดาจะไม่ใส่ใจกระนั้นก็ไม่เคยต้องลำบาก“ไว้โทรพรุ่งนี้แล้วกัน”ก๊อกๆๆหญิงสาวตกใจสะดุ้งโหยงที่อยู่ๆ กระจกด้านข้างก็มีคนมาเคาะ เมื่อหันมองก็เห็นว่าเป็นคนที่เพิกเฉยกันและกันมาตลอดทั้งอาทิตย์“รถสตาร์ตไม่ติดเหรอครับ”เธอได้ยินเขาถามแว่วๆ กันยกรหยิบของตนเองก่อนจะเปิดประตูลงไป ร่างสูงกำยำก็ขยับไปยืนห่างอย่างเว้นระยะ“ใช่ค่ะ สตาร์ตไม่ติด”“ผมช่วยดูให้ไหมครับ”คำถามดูง่ายและมีน้ำใจแต่อดไม่ได้เลยที่เธอจะสังเกตแววตาของเขา หากก็ดูไร้แววใดๆ“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันให้คนที่บ้านมาจัดการ”“อ้อ ครับ”ชายหนุ่มยิ้มบางรับพร้อมกับมองกระเป๋าของเธอ“จะลงไปชั้นหนึ่งเหรอครับ ติดรถผมลงไปก็ได้ จะได้ไม่ต้องลงลิฟต์ให้เสียเวลา”หญิงสาวอึกอักและดูไม่สบายใจขึ้นมาชัดเจน เธอเม้มริมฝีปากพลางส่ายหน้า