Share

บทที่ 395

Penulis: ฮวาฮวาตีลังกาแปล
เมื่อได้ยินว่าอาจจะเกิดเรื่องกับท่านลุง ดวงตาของหลี่เฉินอันก็สั่นไหว

แต่ในช่วงเวลานี้ได้ฝึกฝนทักษะกับซูจิ่งสิง ความคิดเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ข่มอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว

“ให้ข้าไปด้วย”

เขาสูญเสียแม่ผู้ให้กำเนิดไปแล้ว แม้ว่าพ่อผู้ให้กำเนิดจะมีอำนาจในมือ แต่กลับไม่เอาใจใส่เขาสักเท่าใด ตอนนี้เขาเหลือเพียงเกิ่งกวง ซึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวเพียงคนเดียวที่สามารถพึ่งพาได้

ท่านลุงเกิดเรื่อง เขาต้องรุดหน้าไปช่วย

“อาจารย์หญิงได้โปรด ให้ข้าตามไปด้วยเถิด”

กู้หว่านเยว่มองร่างเล็กของเขา เผยความเก่งกล้าสามารถออกมาแล้ว ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย

“ได้ เจ้าไปกับพวกเราด้วย แต่เจ้าต้องรับปากกับข้า ว่าจะเชื่อฟังข้าตลอดทาง”

พอดีนางก็ต้องการให้หลี่เฉินอันได้สัมผัสประสบการณ์ ลองทดสอบดาบเล่มนี้ของเขาว่ามีความเร็วหรือไม่

“ข้ารับปากอาจารย์หญิง!”

หลี่เฉินอันรีบปาดน้ำตา แล้ววิ่งไปเก็บข้าวของ

ฟู่หลานเหิงมองตามหลังหลี่เฉินอันไป

“พวกเจ้าสองคนต้องการช่วยเขา หรือว่า...”

ซูจิ่งสิงมองไปที่นางหยาง “ท่านแม่ ท่านออกไปดูซิว่าน้ำของจิ่นเอ๋อร์ต้มเสร็จหรือยัง”

“ได้สิ แม่จะไปเดี๋ยวนี้”

นางหยางหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว ซูจิ้
Bab Terkunci
Lanjutkan Membaca di GoodNovel
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terkait

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 396

    ขณะเดียวกัน นางจำเป็นต้องเตือนสติอีกฝ่าย“ใต้เท้าฟู่ ตอนนี้ตัวตนของท่านพี่ของข้ายังคงเป็นความลับ ก่อนจะถึงเวลาที่เหมาะสม รบกวนท่านช่วยเก็บความลับนี้ไว้ด้วย”“ไม่ต้องกังวล”ฟู่หลานเหิงรับปากด้วยตัวเอง คุณสมบัติอย่างเขากู้หว่านเยว่ยังคงเชื่อใจได้อยู่ในเมื่อซูจิ่งสิงเปิดเผยตัวตนแล้ว ฟู่หลานเหิงก็รู้เช่นกันว่าเหตุใดเขาถึงต้องการช่วยหลี่เฉินอันและเกิ่งกวง“ช่วงนี้แนวป้องกันชายแดนค่อนข้างวุ่นวาย ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าเกิ่งกวงตกอยู่ในอันตรายหรือไม่ หากพวกเจ้าจะไป ก็ระมัดระวังไว้สักหน่อยดีกว่า”สิ่งที่ฟู่หลานเหิงไม่ได้พูดก็คือ ช่วงนี้อากาศหนาวมาก และใกล้ปลายปีแล้วด้วยผู้คนจากตงโจวมักจะฝ่าแนวป้องกันชายแดนเข้ามา ปล้นเสบียงและฉุดคร่าผู้หญิง “ข้าจะไปกับพวกเจ้าด้วย”ฟู่หลานเหิงยังคงไม่วางใจ“ถึงยังไงข้าก็เคยไปที่ชายแดนมาแล้ว”การที่มีฟู่หลานเหิงอยู่ด้วยคงจะสะดวกกว่ามาก กู้หว่านเยว่เองก็ไม่ได้ปฏิเสธ“เช่นนั้นท่านก็อย่ากลับไปเลย วันนี้ค้างที่นี่ก่อน พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางแต่เช้าครู่”“ตกลง”พูดถึงการพักค้างคืน ไม่รู้ว่าฟู่หลานเหิงนึกอะไรขึ้นได้ จู่ ๆ ติ่งหูก็แดงขึ้นเล็กน้อย“เช่นนั้นข

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 397

    ซูจิ่นเอ๋อร์ลนลานพยักหน้า “ข้ารับปาก ข้ารับปาก! ข้าจะเชื่อฟังแน่นอน”“ข้าจะไม่ติดตามพวกท่านแล้ว”ซูจื่อชิงมองคนหลายคน ด้วยแววตาขอคำปรึกษา“นายท่านฟู่และคนอื่น ๆ เพิ่งมาถึง มีสิ่งของมากมายที่ต้องจัดซื้อ ข้าจะอยู่ช่วย”“อืม”ซูจิงสิ่งรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ มองทะลุได้โดยไม่ต้องจิ้มให้แตกเลยเด็กคนนี้ต้องการตามเกี้ยวเมี่ยชิงหว่าน ก็ควรจะทำอะไรบางอย่างในทางปฏิบัติ หวังว่าเมื่อเขากลับมา ซูจื่อชิงจะมีความก้าวหน้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาขึ้นรถม้าและออกเดินทางก่อนจะไป ทั้งนางหยางและซูจิ้งมายืนส่งที่ประตู“หว่านเยว่ พวกเจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี ออกไปข้างนอกอย่าอวดเก่ง ปกป้องตัวเองคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”“ท่านแม่ไม่ต้องกังวล”กู้หว่านเยว่โบกมือให้ทั้งสอง “พวกท่านกลับไปเถอะ ลำคอของท่านพ่อโดนลมไม่ได้”“ออกเดินทางได้แล้ว ระหว่างทางต้องระวังให้มากหน่อย”ฟู่หลานเหิงกระซิบเตือนกู้หว่านเยว่เปิดม่านรถขึ้น เห็นฮั่นจิ่วและลู่จิงตามมาในเงามืด ยิ่งเข้าใกล้ชายแดนมากเท่าใด ก็ยิ่งพบศพตามข้างทางมากขึ้นเรื่อย ๆ“แนวป้องกันชายแดนมีเมืองอยู่ด้วยหรือ?”“มีอยู่จริง ชื่อว่าเมืองตะวันไม่ตกดิน”ฟู่หลาน

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 398

    ซูจิงสิ่งรีบกระโดดลงจากรถม้า เข้าไปรวมตัวกับอีกหลายคน“พี่ใหญ่ ให้ข้าช่วยเถอะ”ซูจิ่นเอ๋อร์จำได้ว่าลูกศรซ่อนในแขนเสื้อที่พี่สะใภ้ใหญ่ให้มาสามารถฆ่าคนได้หลายคนลงมือพร้อมกัน ร่วมด้วยองครักษ์ลับ สังหารคนชุดดำไปแล้วครึ่งหนึ่งอย่างรวดเร็วคนชุดดำที่เหลือเห็นว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ จึงรีบขี่ม้าหันหลังออกไป“ไม่ต้องไล่ตามข้าศึกเดนตาย”กู้หว่านเยว่ห้ามหลี่เฉินอันที่กำลังเข่นฆ่าอย่างโกรธเกรี้ยว ยังไม่รู้ว่าคนชุดดำกลุ่มนี้มีกี่คน หากบุ่มบ่ามไล่ตามไป คนที่เสียเปรียบจะเป็นฝ่ายตนหลี่เฉินอันเชื่อฟังนางมาก หยุดฝีเท้าในทันที เดินกลับไปอยู่ข้าง ๆ กู้หว่านเยว่“อ๊อก!”ชายที่วิ่งหนีกระอักเลือดออกมาเต็มปาก ล้มลงกับพื้น“เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำไมพวกเราไม่ช่วยเขาล่ะ? ไม่เช่นนั้นหากทิ้งเขาอยู่ในพื้นหิมะนี้ เขาต้องหนาวตายเป็นแน่”ซูจิ่นเอ๋อร์เห็นแล้วทนไม่ได้ ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้จึงรีบบอก “ถ้ายุ่งยากเกินไปก็ช่างมันเถอะ ข้าแค่พูดเฉย ๆ”พวกเขากำลังไปจัดการธุระ ไม่ใช่ทำการกุศลรายทาง หัวใจของแม่พระไม่ควรถูกปลุกขึ้นมาง่าย ๆ“ข้าจะไปดูหน่อย”หลี่เฉินอันเดินเข้าไป ถอดผ้าโพกหัวของชายคนนั้นออก ทันใดนั้น ก

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 399

    ซูจิงสิ่งเดินวนอยู่สองรอบด้วยความกังวล กลัวว่ากู้หว่านเยว่จะติดเชื้อ“ข้าไม่เป็นอะไร”แม้ว่าจะคาดเดาได้แปด เก้า ถึงสิบส่วน แต่เพื่อความรอบคอบ กู้หว่านเยว่ยังต้องอ่านรายงานการทดลองจากหอแห่งโอสถด้วยกู้หว่านเยว่หยิบยาห้ามเลือดและยาแก้อักเสบออกมาจากกล่องปฐมพยาบาล นอกจากผื่นแดงบนร่างกายของชายคนนี้แล้ว เขายังได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วยไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดผลรายงานจากหอแห่งโอสถก็ออกมาแล้วกู้หว่านเยว่อ่านผ่านตา เป็นไปตามที่นางคาดเดาไว้“โชคดี มันไม่ใช่ไข้ทรพิษ เป็นเพียงการถูกพิษ”ทันทีที่ได้ยินว่าถูกพิษ หลายคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะท้ายที่สุดแล้วหากเป็นไข้ทรพิษ มันจะสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ไข้ทรพิษมีความสามารถในการแพร่เชื้อได้สูงมาก ถึงแม้ว่าคนสองคนจะพูดคุยกันในระยะห่างสองถึงสามเมตร ก็อาจติดเชื้อจากละอองน้ำลายได้แม้แต่คนที่เคยพบหน้าชายคนนี้เมื่อครู่ก็อาจติดเชื้อได้ตอนนี้ในเมื่อได้รับการยืนยันแล้วว่าชายคนนี้แค่ถูกพิษเท่านั้น ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก“ในเมื่อไม่ใช่ไข้ทรพิษ เช่นนั้นก็ถือโอกาสพาเขาไปส่งที่โรงหมอในบริเวณใกล้เคียงแล้วกัน”พวกเขายังมีเรื่องสำค

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 400

    “อาจารย์หญิง เป็นยังไงบ้าง?”หลี่เฉินอันเข้ามาสอบถามทันที“ไม่เป็นอะไรแล้ว พักผ่อนให้เต็มที่ก็พอแล้ว”สีหน้าของกู้หว่านเยว่ซีดเผือดเล็กน้อย หลี่เฉินอันเห็นแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิดการเดินทางไม่อาจหยุดรอได้ ทั้งคณะจึงกลับขึ้นรถม้าเร่งการเดินทางต่อไป“หว่านเยว่ เจ้าพักก่อนเถอะ”ซูจิงสิ่งมองกู้หว่านเยว่ที่มีท่าทางเหนื่อยล้า รู้สึกสงสารจับใจกู้หว่านเยว่กุมหน้าผาก นางมีมิติในการถ่ายทอดความสามารถพิเศษ ร่างกายยังพอทนไหวแต่ในใจก็เกิดความคิดอยากจะรับลูกศิษย์“ให้ข้ารับลูกศิษย์หนุ่มสักคนดีกว่า วันหลังจะลองมองหาดู”หากพบใครสักคนที่มีพรสวรรค์สูงและจิตใจสะอาดบริสุทธิ์ สามารถเป็นผู้ช่วยอยู่ข้าง ๆ ได้แต่เดิมนางสนใจเด็กสาวอย่างซูจิ่นเอ๋อร์ แต่น่าเสียดายที่ซูจิ่นเอ๋อร์ไม่มีพรสวรรค์ด้านการแพทย์มากนัก สามารถแยกแยะสมุนไพรง่าย ๆ ได้เพียงไม่กี่ชนิดแต่กลับสนใจเรื่องอาหารมากกว่า ศึกษาเรื่องอาหารการกินที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน“ข้าจะช่วยเจ้าค้นหาด้วยกัน”ซูจิงสิ่งมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน ยื่นมือออกไปนวดหัวไหล่และแขนของนางอย่างอ่อนโยน“ความแรงระดับนี้ได้ไหม?”“อืม สบายจัง”รถม้าวิ่งไปส่งเสียงดังเอ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 401

    “ตอนนี้เขาเป็นอะไรไปแล้ว? ท่านอากงท่านพูดซิ” หลี่เฉินอันร้อนใจแย่แล้ว กงจ่างเฮ่อพรูลมหายใจยาวเหยียดออกมา “เพียงสามคำสองประโยคข้าไม่สามารถพูดให้เข้าใจได้ รอเจ้าพบเขาแล้วก็จะรู้เอง”“นี่ท่าน” หลี่เฉินอันถามแล้วแต่ไม่ได้อะไรกลับมา“พวกเราอยู่ห่างจากเมืองตะวันไม่ตกดินอีกไกลมากเพียงใด?”กู้หว่านเยว่เอ่ยถามเปิดประเด็นกงจ่างเฮ่อได้ยินก็รีบเก็บอารมณ์ แหวกผ้าม่านรถม้า เขาอาศัยในเมืองตะวันไม่ตกดินนานราวสิบกว่าวัน จดจำต้นไม้ใบหน้ารอบด้านไว้ในใจแล้วเพียงมองสภาพแวดล้อมโดยรอบหนึ่งปราด เขาก็รู้ว่ารถม้าอยู่ตำแหน่งใดแล้ว“อยู่ห่างจากเมืองตะวันไม่ตกดินอีกราวครึ่งชั่วยาม ทว่ารูปลักษณ์ของข้าในตอนนี้ น่ากลัวว่าไม่เหมาะเข้าเมืองพร้อมพวกเจ้า”กงจ่างเฮ่อมองผื่นแดงทั่วตัวอย่างกังวล แม้กู้หว่านเยว่พูดแล้วว่าผื่นแดงเหล่านี้มิใช่ไข้ทรพิษแต่คนปกติมองเห็นเป็นครั้งแรกก็ยังคิดว่าเป็นไข้ทรพิษ“เมืองตะวันไม่ตกดินมีการตรวจตรา หากทหารพบรูปลักษณ์ของข้านี้ จะต้องลากข้าลงจากรถม้า ไม่แน่ว่ายังจะทำให้พวกเจ้าต้องเดือดร้อน”คนยุคสมัยโบราณไม่มีวิธีรับมือกับไข้ทรพิษหากพบว่าใครเป็นไข้ทรพิษ หนทางเดียวก็คือกันผู้ป่ว

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 402

    คูเมืองที่อยู่ห่างไม่ไกลติดกับชายแดน คล้ายมังกรยาวขนาดใหญ่ตัวหนึ่งขดอยู่บนพื้นดิน“นี่คือเมืองตะวันไม่ตกดินหรือ? งดงามเหลือเกิน”ซูจิ่นเอ๋อร์อุทานออกมาอย่างจริงใจฟู่หลานเหิงเคยมาเมืองตะวันไม่ตกดินหนึ่งครั้ง สีหน้ากลับเรียบเฉย กระซิบบอกซูจิ่นเอ๋อร์เรื่องอุปนิสัยใจคอและวัฒนธรรมของคนภายในเมืองตะวันไม่ตกดิน“คนเข้าเมืองคล้ายมีมาก?”กู้หว่านเยว่แปลกใจอยู่บ้าง นางคิดว่าเมืองตะวันไม่ตกดินมีเพียงนักโทษอุกฉกรรจ์ ไม่มีราษฎร์เสียอีกกงจ่างเฮ่ออธิบาย “เจดีย์หนิงกู่พื้นที่กว้างใหญ่คนกลับน้อย มีคูเมืองเพียงสองแห่ง หนึ่งแห่งคือเมืองตู้เปียน อีกหนึ่งแห่งคือเมืองตะวันไม่ตกดิน เมืองตะวันไม่ตกดินแห่งนี้ไม่มีหมู่บ้าน แต่มิได้หมายความว่าทางฝั่งนี้ไม่มีราษฎร์อยู่ นอกเมืองมีหมู่บ้านอยู่อย่างกระจัดกระจาย ยังมีราษฎร์อีกจำนวนมากเข้าเมืองมาหาของกินในฤดูหนาว”กู้หว่านเยว่มองเห็นราษฎร์เหล่านั้นสวมเสื้อผ้าขาดหวิ่น เท้าเองก็ไม่สวมรองเท้าดีๆ ใบหน้าและใบหูล้วนโดนความเย็นกัด ต้านลมหนาวอย่างน่าสงสาร ชนิดที่ว่าเส้นทางทั้งสองฝั่งมีเด็กและผู้ชราแข็งตายทั้งเป็นไม่น้อยศพถูกฝังไว้ใต้สายลมและหิมะ อีกทั้งยังถูกสุนั

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 403

    “วางใจเถอะ ไม่มีวันเกิดเรื่อง”กู้หว่านเยว่วิเคราะห์จึงพูดออกมาในเมื่อคนอยู่เบื้องหลังใช้วิธีการวางยา ต้องการไล่พวกเขาออกจากเมืองตะวันไม่ตกดินนั่นก็หมายความว่าอีกฝ่ายยังมีหลักฐานไม่มากพอให้ฉีกหน้า เผชิญหน้ากับทหารกลุ่มนี้อย่างเปิดเผยได้ดังนั้นแม้ร้อนใจก็ยังต้องเสแสร้ง“ขอบคุณมาก” กงจ่างเฮ่อมองกู้หว่านเยว่หลายหน คิดว่านางคล้ายสหายเก่าก็มิปาน“ท่านลุงอยู่ที่ใดกัน?”หลี่เฉินอันร้อนใจจนน้ำลายแตกฟอง “ตอนนี้พวกเรากำลังไปหาเขากระนั้นหรือ?”กงจ่างเฮ่อพยักหน้า “สหายเกิ่งยังอยู่ที่จวน แต่บัดนี้จวนเกิ่งน่าจะถูกทหารล้อมไว้แล้ว ข้าพาพวกเจ้าไปดูๆ ก่อน”“ได้”รถม้าแล่นไปอย่างเชื่องช้ามาถึงด้านนอกจวนเกิ่ง ดังคาด พบว่าภายนอกถูกทหารสวมชุดฟ้ามากมายล้อมไว้ ประตูสี่ทิศแปดด้านล้วนมีคนเฝ้า ไม่ให้คนเข้าออก “ไป พวกเราไปดูๆ ที่ร้านชาฟังตรงข้ามก่อน”กู้หว่านเยว่เสนอให้สืบข่าวจากร้านชาสองสามคนต่างเห็นด้วย รีบลงจากรถม้า เดินเข้าร้านชา สั่งชามาสองกา“แม่ทัพเกิ่งท่านนี้ดวงซวยยิ่งนัก ถึงขั้นเป็นไข้ทรพิษ สิ่งนี้ถึงตายเชียวนะ”เพิ่งนั่งลงก็ได้ยินเสียงซุบซิบนินทาแล้วกู้หว่านเยว่และคนอื่นสบตากันแว

Bab terbaru

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1412

    เขาโกรธจนกำหมัดแน่นเพื่อให้ทหารระบายความแค้น ก่อนและหลังโจมตีเมือง บางกองทัพจะฆ่าล้างบางชาวบ้านหนึ่งเพื่อข่มขวัญผู้คนที่อยู่ในเมืองสองเพื่อให้เหล่าทหารผ่อนคลายเพียงแต่หนางหยางอ๋องและซูจิ่งสิงปกครองอย่างเข้มงวด ไม่เคยปล่อยให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น“พวกเราไปก่อนเถอะ”กู้หว่านเยว่ทนดูไม่ได้อีกต่อไป จึงเก็บสายตากลับมาเงียบๆตั้งแต่โบราณผู้ที่ทุกข์ร้อนในศึกสงครามก็คือชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ขณะที่ทั้งสองเตรียมจากไป จู่ๆ ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังแผ่วเบามาจากถนนสายเล็กด้านข้าง“ทางนั้นเหมือนจะมีคน”หวังปี้รีบหันมองทันที“ไป พวกเราไปดูสักหน่อย” กู้หว่านเยว่ลากหวังปี้เข้าไปตรวจดูด้วยกัน ปรากฏว่าเห็นคนสองคนล้มอยู่ในพงหญ้าบนตัวทั้งสองคนเต็มไปด้วยเลือด บนตัวมีบาดแผลจากดาบไม่น้อย“น้องเล็ก ดูจากเสื้อผ้าของพวกเขาน่าจะเป็นคนของสำนักคุ้มภัย”หวังปี้เปลี่ยนสรรพนามอย่างระวัง กู้หว่านเยว่พยักหน้า เดินไปหาคนที่ขอความช่วยเหลือนางรู้สึกว่าเสียงของคนผู้นี้คุ้นหูอยู่บ้างพอดีกับที่ชายผู้นั้นเห็นว่ามีคนเข้ามา จึงรีบมองไปทางพวกกู้หว่านเยว่เมื่อทั้งสองสบตากัน ต่างชะงักไปทันใด กู้หว่าน

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1411

    “พี่น้องสกุลฮั่ว เจ้าไม่เป็นไรนะ?” กู้หว่านเยว่เดินมาตรงหน้าฮั่วจี๋ แต่อีกฝ่ายยังอยู่บนหลังของหวังปี้ ไม่มีแรงลงมา“คารวะพระชายา”ฮั่วจี๋ใช้หางตาเหลือบมองกู้หว่านเยว่แวบหนึ่งท้องฟ้ามืดสลัว เขาเองก็มองไม่ชัดว่าหน้าตากู้หว่านเยว่เป็นอย่างไรแต่ว่าเขาเพิ่งเคยเห็นหญิงสาวลอบโจมตีสนามรบพร้อมกองทัพยามวิกาลเป็นครั้งแรก ในใจจึงรู้สึกนับถือมาก คำพูดที่พูดกับกู้หว่านเยว่จึงเคารพมาก“พระชายาโปรดอภัย ข้าน้อยไม่อาจลงไปคารวะด้วยตัวเอง”“แค่พิธีเท่านั้น รักษาตัวสำคัญกว่า”กู้หว่านเยว่เป็นคนในยุคปัจจุบัน จึงไม่ใส่ใจพิธีรีตองมากนักอีกอย่างพวกนางกำลังเร่งเดินทาง ไม่จำเป็นต้องให้ฮั่วจี๋ลงจากหลังหวังปี้ เพียงเพื่อทำความเคารพเท่านั้นฮั่วจี๋คุยกับกู้หว่านเยว่เพียงไม่กี่คำ พลันหลับตาลงอย่างอึดอัดบิดาและพี่ชายเพิ่งเสียชีวิต ประชาชนชาวเมืองเหยาตกอยู่ในอันตราย เขาเป็นแม่ทัพน้อยแห่งเมืองเหยา จึงไม่มีแก่ใจพูดคุยกับใครเมื่อนึกถึงกลุ่มโจรเหล่านั้นในเมืองเหยา ที่เข้ามาปล้นชิงฉุดคร่าทำให้หมัดของฮั่วจี๋ กำแน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิมเขาโกรธมาก!สกุลฮั่วเฝ้ารักษาเมืองเหยามาตลอดชีวิตราษฎรเมืองเหยาคือครอบ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1410

    ฮั่วจี๋รู้สึกแค้นเคืองภายในใจเพียงเขาหลับตาลงหนึ่งข้าง เบื้องหน้าก็ปรากฏภาพศีรษะของบิดาและพี่ชายถูกห้อยอยู่หน้าประตูเมืองหากมิใช่เพราะฮ่องเต้ชั่วตัดสินใจผิดพลาด ไฉนเลยสกุลฮั่วของเขาจะตกลำบากมาถึงขั้นนี้ได้?“ก่อนกองโจรโจมตียึดครองเมืองสองสามวัน ท่านพ่อและพี่ชายได้รับข่าวมาแล้ว ตั้งใจเขียนจดหมายหนึ่งฉบับ ขอความเมตตาจากฝ่าบาทเคลื่อนย้ายกำลังพลจากคูเมืองละแวกใกล้เคียงมาเพียงน่าเสียดาย ฝ่าบาทไม่สนใจพวกเราเลยแม้แต่น้อย”ฮั่วจี๋ย้อนนึกถึงความทรงจำทีละน้อย ภายในสายตาเปี่ยมไอแค้น“บิดาและพี่ชายไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงย้ายข้าออกมาก่อนเป็นอันดับแรก”ที่แท้ฮั่วจี๋ไปเลือกกำลังพลในวันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่สกุลฮั่วสังเกตเห็นความผิดปกติตั้งแต่แรก ตั้งใจส่งเขาออกไป“ข้าไม่เต็มใจจากไป ท่านพ่อและท่านพี่สั่งให้คนตีข้าจนหมดสติตอนข้าฟื้นขึ้นมา ทั้งหมดก็สายไปแล้ว”อาจเพราะคนของสกุลฮั่วรู้ว่าไม่มีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้อีก ดังนั้นจึงต้องการเก็บสายเลือดสุดท้ายไว้ นี่ถึงส่งฮั่วจี๋ออกไป“หลานชาย”หนานหยางอ๋องถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ไม่รู้สมควรปลอบเยี่ยงไรนึกถึงตอนแรก เขาและเหล่าฮั่วสองคนต่อสู้เ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1409

    “ข้ารู้แล้ว ขอบคุณเจ้าที่ยอมเล่าให้พวกเราฟัง”กู้หว่านเยว่มองเจียงม่านมากอีกทีหนึ่ง กลับไม่ดูเบาเพียงเพราะนางเป็นสตรีในโลกีย์“ก่อนหน้านี้ข้าไม่เล่าความจริงให้พวกท่านฟัง นั่นเพราะข้าไม่สามารถแยกออกว่าพวกท่านเป็นมิตรหรือศัตรูกังวลพูดฐานะของคุณชายฮั่วออกไป จะนำมาซึ่งหายนะ”เจียงม่านคำนับกู้หว่านเยว่“ล่วงเกินไปที่ใด หวังว่าแม่นางจะให้อภัย”บัดนี้ได้เห็นกู้หว่านเยว่ออกมือช่วยเหลือฮั่วจี๋ด้วยตนเอง นางก็คือผู้มีบุญคุณช่วยชีวิตฮั่วจี๋ปัดเศษดูแล้ว ภายภาคหน้าก็เป็นผู้มีบุญคุณของเจียงม่านนางเฉกเดียวกัน“ไม่ต้องเกรงใจถึงเพียงนี้”กู้หว่านเยว่ยื่นอาหารแห้งให้นาง“ยังไม่ได้กินข้าวกระมัง รองท้องก่อนเถอะ”เจียงม่านเลียริมฝีปาก นับตั้งแต่หนีออกจากเมืองเหยา เพื่อป้องกันถูกคนพบเห็น นางเองก็ไม่กล้าพาฮั่วจี๋ไปยังที่ที่มีคนมากนางไม่กล้าไปแม้แต่โรงน้ำชาเพื่อจิบชา กลัวถูกคนรู้ฐานะนางไม่ได้กินข้าวมาสองวันแล้ว ได้เห็นอาหารแห้งตาก็ลุกวาว รีบรับอาหารแห้งไปด้วยสองมือ ขอบคุณกู้หว่านเยว่นับพันนับหมื่นครั้งทุกคนเดินไปราวระยะหนึ่ง ฮั่วจี๋ก็ฟื้นขึ้นมาหลังเขาฟื้นแล้ว หนานหยางอ๋องก็แสดงตัว พูดคุย

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1408

    นางอยากเปิดบาดแผลของฮั่วจี๋ให้พวกเขาดู แต่มือสองข้างถูกมัดไว้“คุณชายถูกยิงที่อก ลูกธนูยังอยู่ข้างในเจ้าค่ะ!”หนานหยางอ๋องเลื่อนคบเพลิงเข้าใกล้อกของฮั่วจี๋ได้เห็นลูกธนูที่บาดแผลบนอกของเขาไม่ผิดไปดังคาด ถูกเกราะบังไว้ เห็นได้ไม่ชัดนัก“พระชายา ต้องรบกวนเจ้าแล้ว”หนานหยางอ๋องมองทางกู้หว่านเยว่ ครั้งนี้พวกเขาออกมาเป็นหน่วยจู่โจมสายฟ้าแลบ ข้างกายมิได้พาหมอทหารมาด้วย“ไม่เป็นไร”กู้หว่านเยว่พกกระเป๋ายาติดมาด้วย ก็เพื่อรับมือในยามจำเป็นแผลถูกธนูยิงนี้สำหรับนางกลับเป็นเรื่องเล็ก“วางคนนอนราบก่อน ข้าจะดูอาการของเขา”หวังปี้รีบขยับขึ้นไป “ข้าเอง”เขามือเท้าคล่องแคล่วว่องไว แก้มัดเชือกบนตัวฮั่วจี๋ออก จากนั้นจับคนนอนราบ“เอาคบเพลิงมาอีกสองอัน ส่องสว่างให้ข้า”เพื่อป้องกันมิให้มีแสงไฟ ทำให้คนสังเกตเห็นเบาะแสดังนั้นภายในหน่วยจึงจุดคบเพลิงเพียงหนึ่งถึงสองอันหนานหยางอ๋องนำคบเพลิงสองอันมา สั่งให้คนย่อตัวถือคบเพลิงข้างกายกู้หว่านเยว่ ส่องแสงให้นางขั้นตอนการดึงธนูออกมีเลือดเล็กน้อยกู้หว่านเยว่สวมถุงมือ การกระทำเป็นขั้นเป็นตอน คีบลูกธนูที่หักออกมาก่อน ล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์ โรยผงยาแก

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1407

    หากชายคนนี้เป็นทหารเมืองเหยาจริง เช่นนั้นพวกเขาก็สามารถทำความเข้าใจสถานการณ์เมืองเหยาได้ว่าตกลงเป็นเช่นไรกันแน่“พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ พานางกลับไปก่อนเถอะ”กู้หว่านเยว่ขมวดคิ้วมุ่น หญิงคนนี้ปากแข็งมากต้องการถามอะไรจากปากนางให้ได้ในทันที เกรงว่าคงยากนักเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกหนานหยางอ๋องรอจนร้อนใจ มิสู้พาคนทั้งสองกลับไป จากนั้นค่อยถามอย่างละเอียด“ได้!”หวังปี้พยักหน้า หยิบเชือกป่านจากทางด้านหลัง ขยับขึ้นไปมัดทั้งสองคนไว้แล้ว“ปล่อย ปล่อยพวกเรานะ!”เพราะฝ่ายชายได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไป หวังปี้จึงมัดเขาได้อย่างง่ายดายส่วนเจียงม่าน นางไม่รู้วิทยายุทธ์ ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหวังปี้“ปล่อยเขา”เจียงม่านดิ้น“ข้าจะให้เงินพวกเจ้า บนตัวข้ามีเครื่องประดับ”นางเป็นห่วงชายคนนี้มาก ไม่อาจหักใจให้เขาได้รับบาดเจ็บหวังปี้ชี้เข้าที่เกราะบนตัว “เจ้าดูข้าคล้ายคนมาปล้นเงินหรือ? ข้ามาออกรบ หุบปากก่อนเถอะ รอพบแม่ทัพผู้เฒ่าของข้าเจ้าค่อยพูด”พูดจบ หันหลังมองทางกู้หว่านเยว่อย่างเคารพนบอบ“พระชายา พวกเราไป?”“ไปเถอะ”กู้หว่านเยว่กวาดตามองรอบด้าน ในละแวกนี้นอกจากสองคนนี้ ก็ไม่มีคนอื่น

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1406

    หากเกิดอะไรขึ้นกับกู้หว่านเยว่ หลังกลับไปแล้วซูจิ่งสิงจะยังไม่แล่เนื้อเถือหนังเขาอีกหรือ?“ใช่ ข้าจะส่งคนสองสามคนไปดู”แม่ทัพหลี่เองก็ทำตามคำพูดของหนานหยางอ๋องกู้หว่านเยว่ส่ายหน้า แต่ไหนแต่ไรมานางไม่ชอบรอคนอยู่ที่เดิม ยิ่งไปกว่านั้นนางเองก็แปลกใจมากว่า เหตุใดในป่าทึบถึงมีเสียงร้องไห้ดังออกมาได้?“หวังปี้ ท่านไปกับข้าเถอะ”กู้หว่านเยว่มองทางหวังปี้ สุ้มเสียงหนักแน่นคนอื่นเห็นสถานการณ์แล้วก็หันหน้าสบตากันแวบหนึ่ง พากันพยักหน้าอย่างจนใจ“ไป”หวังปี้พยักหน้า รีบตามหลังกู้หว่านเยว่ไปหนานหยางอ๋องกลับยกมือให้กองทัพใหญ่หยุดรอฟังคำสั่งอยู่กับที่ ดูว่าตกลงสถานการณ์ข้างหน้าเป็นเช่นไรกู้หว่านเยว่พาหวังปี้เดินผ่านป่าไป ทั้งคู่มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เสียงร้องไห้ดังขึ้นมา“ระบบเจ้าเองก็อย่าอยู่เฉย ช่วยข้าดูว่าสถานการณ์ข้างหน้าเป็นเช่นไรกันแน่”กู้หว่านเยว่พูดกับระบบภายในมิติระบบอ้าปากหาว “สแกนพบว่าข้างหน้าคล้ายมีหญิงคนหนึ่งกำลังกอดชายคนหนึ่งร้องไห้”กู้หว่านเยว่พยักหน้า ถัดจากเสียงของระบบ ภาพด้านหน้าก็ปรากฏต่อหน้าทั้งคู่เป็นอย่างที่ระบบพูดไม่มีผิดใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1405

    “ได้”กู้หว่านเยว่พยักหน้าแล้วเดินจากไปเปี๊ยะอัดแท่งนี้ พวกทหารที่ไม่เคยกินมาก่อน ได้กินแล้วก็รู้สึกเอร็ดอร่อย แต่กู้หว่านเยว่กลับกินไม่ลงนางหยิบช็อคโกแลตออกจากมิติใส่เข้าปากไปหนึ่งชิ้นเพื่อเพิ่มพลังงานอย่างไรเสียก็มืดแล้ว ไม่มีใครมองเห็นหลังกินช็อคโกแลตแล้ว กู้หว่านเยว่ก็หาที่พักผ่อนแห่งหนึ่งย่อมไม่สามารถนอนหลับจนฟ้าสว่างได้กองทัพเร่งเดินทางโดยอาศัยความเร็ว หาไม่แล้วจะเรียกว่าโจมตีสายฟ้าแลบได้เยี่ยงไร?หลังพักผ่อนไปแล้วสองชั่วยาม เห็นแสงที่ขอบฟ้า กองทัพใหญ่ก็ออกเดินทางอีกครั้งเพื่อป้องกันมิให้ดึงดูดความสนใจของผู้อื่น ทุกคนจึงไม่กล้าจุดไฟระหว่างเดินทางทั้งหมดล้วนอาศัยไม้เท้าเดินขึ้นไปข้างหน้ากู้หว่านเยว่และหนานหยางอ๋องเดินอยู่ด้านหน้าสุด“ระบบ ช่วยข้าระวังด้วยว่าพุ่มไม้รอบข้างมีงูหรือไม่”กู้หว่านเยว่ออกคำสั่ง“หากมีงู จัดการในทันที”“นายหญิง ระบบก็ต้องพักผ่อนนะ”ระบบร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา เหตุใดให้คนทำงานทั้งวันทั้งคืนกันเล่า?“ข้าผู้ซึ่งเป็นนายหญิงของเจ้ายังไม่ได้พักผ่อน เจ้าจะพักผ่อนอะไรกัน? เร็วๆ ลุกขึ้นมาทำงาน”กู้หว่านเยว่เร่ง ระบบซับน้ำตาให้ตนเอง เปิดเ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1404

    เมื่อเห็นว่าดวงจันทร์ลอยอยู่กลางท้องฟ้า รอบกายมืดมิดลมแรง บนพื้นเองก็มองได้ไม่ชัดเจนกู้หว่านเยว่มองเข้าไปในมิติแวบหนึ่ง บัดนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว“หนานหยางอ๋อง ฟ้ามืดเกินไป เหล่าทหารเร่งเดินทางย่อมไม่สะดวกเจ้าค่ะ”เร่งเดินทางยามฟ้ามืดย่อมพลาดพลั้งได้อย่างง่ายดายในเวลานี้ ภายในป่าลึกยังมีอสรพิษมากมายนัก“มิสู้พวกเราหาที่แห่งหนึ่ง พักผ่อนสักสองชั่วยามเถอะ”รอพักผ่อนเอาแรงดีแล้วค่อยเดินทางต่อก็ไม่สายหนานหยางอ๋องพยักหน้าหลังกองทัพใหญ่ออกเดินทางจากแม่น้ำมู่ตานก็ไม่ได้พักผ่อนอีกเลยอาศัยช่วงฟ้ามืด พักผ่อนสองสามชั่วยามก็ไม่เป็นไร“ให้กองทัพใหญ่หยุด พักผ่อนอยู่กับที่ แจกจ่ายเสบียงอาหาร!”หนานหยางอ๋องออกคำสั่งกับขุนพลหลี่เหล่าหลี่ร้องตะโกนเสียงแหบ “ทหารทุกนายพักผ่อนอยู่กับที่ ดื่มน้ำ กินเสบียงอาหาร!”“ขอรับ!”ทุกคนทำตามคำสั่งของหนานหยางอ๋อง นั่งลงพักผ่อนเพื่อความสะดวก ทหารทุกคนล้วนพกอาหารแห้งและถุงน้ำแขวนไว้ข้างเอวหลังนั่งลงไปแล้ว ทุกคนก็หยิบอาหารแห้งออกจากใต้วงแขน เปิดถุงน้ำ เริ่มเพิ่มพลังงานทว่าอาหารแห้งที่พวกเขากิน มิใช่อาหารแห้งแข็งๆ อีกแต่เป็นเปี๊ยะอัดแท่งที่กู้ห

Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status