Share

บทที่ 363

Author: ฮวาฮวาตีลังกาแปล
มองคนไม่อาจมองจากภายนอก กู้หว่านเยว่ที่คิดว่าต้าซานอาจไม่ได้มีนิสัยดีนัก ยามนี้ไม่คิดว่าเขาจะใจดีขนาดนี้

กู้หว่านเยว่อดคิดไม่ได้ว่า สาเหตุที่ชาวบ้านพวกนี้เต็มใจเสียสละตัวเองเพื่อช่วยชีวิตเขา เพราะหนานหยางอ๋องรักประชาดุจบุตรตนจริงๆ

“สหายต้าซาน ไม่ได้เด็ดขาด!” แม่ทัพหลี่รีบห้ามเขา “ถ้าท่านอ๋องผู้เฒ่ารู้เรื่องนี้เข้า เขาจะต้องไม่ใช้ยาพวกนั้นแน่”

หนานหยางอ๋องเป็นคนเที่ยงธรรม ไหนเลยจะยอมให้คนอื่นเสียสละตัวเองเพื่อเขาได้อย่างไร?

“ถ้าเช่นนั้นก็อย่าให้ท่านอ๋องรู้สิ” ดวงตาของต้าซานฉายแววแน่วแน่ มองไปรอบๆ มองหาสถานที่ทำร้ายตัวเอง

กู้หว่านเยว่ที่อยู่นอกวัดพังๆ เมื่อเห็นเข้าก็รู้ว่าถึงเวลาที่พวกตนควรปรากฏตัวแล้ว นางรีบดึงซูจิ่งสิงออกมา แล้วเดินเข้าประตูไป

“ช้าก่อน”

เมื่อชาวบ้านเห็นทั้งสองคนก็สะดุ้งทันที มองดูพวกเขาอย่างระมัดระวัง หัวใจเต้นแรงดังสนั่น คล้ายขึ้นมาค้างเติ่งอยู่ในลำคอ

ต้าซานกระโดดออกมาด้วยความตกใจ “พวกเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร? ข้าไม่ได้วางยาสลบพวกเจ้าไปแล้วหรือ? เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

เมื่อดูการปรากฏตัวของกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิง พวกเขาก็ตกใจแทบตาย

เขาสอดธูปสลบเข้าไปแน่แล้
Locked Chapter
Continue Reading on GoodNovel
Scan code to download App

Related chapters

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 364

    กู้หว่านเยว่จุดไฟแล้วเดินไปดูบาดแผล จากนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น“อาการบาดเจ็บของท่านอ๋องผู้เฒ่า ไม่ง่ายแค่การตกหน้าผา”ตกหน้าผาแบบปกติ ไม่มีทางติดเชื้อได้ขนาดนี้แน่!“แม่นางน้อยกู้หลักแหลม ท่านอ๋องกับข้าตกลงมาจากหน้าผาด้วยกัน ด้านล่างมีแม่น้ำรองรับ จริงอยู่ที่ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสอะไรนัก แต่ที่สำคัญคือบาดแผลบนไหล่ของท่านอ๋อง เกิดจากศรธนูเปื้อนอุจจาระ...”ศรที่เปื้อนอุจจาระ ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย นี่เป็นวิธีการต่อสู้ทั่วไปในสนามรบแม่ทัพหลี่กัดฟัน แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันหนึ่งท่านอ๋องผู้เฒ่าจะหลงกลอุบายของตนเองกู้หว่านเยว่เก็บเลือดมาหยดหนึ่งแล้วรีบโยนเข้าไปในหอแห่งโอสถเพื่อตรวจสอบจากนั้นก็สวมถุงมือ ตรวจดูทุกส่วนของร่างกายของหนานหยางอ๋อง ดูว่ามีการแตกหักหรือบอบช้ำตรงที่ใดหรือไม่ก่อนจะพบว่าหนานหยางอ๋องมีอาการกระดูกไหปลาร้าและซี่โครงหักอย่างรุนแรง ต้องรับการผ่าตัดทันที“แม่ทัพหลี่อย่าตกใจไป ตอนนี้ท่านอ๋องผู้เฒ่าอาการสาหัส ข้าต้องรีบช่วยเหลือเดี๋ยวนี้”กู้หว่านเยว่พร้อมจะช่วยชีวิตคน แต่นางก็ต้องทำให้กฎที่มีชัดเจนขึ้นมาก่อน“ท่านพาคนถอยออกไปนอกวัด ระหว่างที่ข้ารักษา ไม่อนุญาตให้ใค

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 365

    กู้หว่านเยว่เตือนด้วยน้ำใจว่า “แม่ทัพหลี่ ท่านเองก็บาดเจ็บ ต้องระวังสุขภาพด้วยนะเจ้าคะ”แม่ทัพหลี่มองดูขาที่หักของตนอย่างไม่แยแส โบกมือว่า “ขอบคุณแม่นางน้อยกู้ที่ที่ห่วงใย แต่บาดแผลเล็กน้อยเช่นนี้ไม่นับเป็นอะไร ขอแค่ท่านอ๋องฟื้นตัว ข้าก็ตายตาหลับแล้ว!”“แม่ทัพหลี่ ข้าพูดจากใจจริง ถ้าท่านไม่พักขาให้ดี ขาของท่านจะขาดเอาได้จริงๆ”กู้หว่านเยว่พูดด้วยใบหน้าจริงจัง เพราะนางเกลียดคนไข้ที่ไม่ฟังคำแนะนำของหมอ“เมื่อครู่ข้าลองมองดู ขาของท่านตอนนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกันได้ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน อาจจะไม่สามารถเชื่อมกลับมาได้อีก” แม่ทัพหลี่กังวลเรื่องหนานหยางอ๋องอยู่เต็มอีก เมื่อได้ยินกู้หว่านเยว่ดุก็เริ่มรู้สึกตัว“ขาของข้ายังรักษาได้หรือ?”แม่ทัพหลี่ย่อมไม่อยากกลายเป็นคนพิการ โดยเฉพาะเมื่อที่ตนมีฐานะเป็นแม่ทัพเช่นนี้“แน่นอนเจ้าค่ะ หากท่านใส่ใจมันมากกว่านี้”กู่หว่านเยว่จึงให้แม่ทัพหลี่หาที่นั่ง ไม่เดินไปมาอีกนางหยิบไม้สองสามอันมาดามขาเขาให้แน่น ก่อนจะเอายาบรรเทาอาการปวดและต้านการอักเสบออกมาให้เขา“ท่านกินด้วยกันกับท่านอ๋องผู้เฒ่า วิธีการใช้ยาข้าเขียนใส่ไว้ในห่อยาแล้ว”แม่ทัพหลี่รับไปดู

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 366

    เมื่อเห็นว่ากู้หว่านเยว่แลดูเหนื่อย ท่านป้าจึงพูดอย่างใส่ใจ“ดึกมากแล้ว แม่นางน้อยคงเหนื่อยมาก ไม่สู้กลับไปพักผ่อนกันก่อนเล่า?”กู้หว่านเยว่ไม่ปฏิเสธ นางเหนื่อยมากจริงๆ“ขอบคุณท่านป้า เช่นนั้นข้าไปพักก่อนนะเจ้าคะ หากมีเรื่องอะไร พรุ่งนี้เช้าค่อยมาคุยกัน”ซูจิ่งสิงประคองกู้หว่านเยว่เข้าไปในห้อง“เจ้าพักผ่อนไปก่อน ข้าจะออกไปดูด้านนอกสักหน่อย”กู้หว่านเยว่พยักหน้า หันกลับมาแล้วเข้าไปในมิติ หาผลไม้มากินเติมพลังงาน และอาบน้ำอุ่นให้สบายตัว จึงรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมมากซูจิ่งสิงเองก็กลับมาแล้วเช่นกัน“ข้าไปหาจื่อชิงและคนอื่นๆ มา วางใจเถอะ แม้ว่าพวกเขาจะถูกวางยา แต่ตอนนี้ต่างก็สบายดี”กู้หว่านเยว่พยักหน้า ดวงตาตกลงไปที่มือของซูจิ่งสิง“ท่านได้บะหมี่มาจากไหนกัน?”“ท่านป้าทำมาให้ กลัวว่าพวกเราจะหิว”“ท่านป้าช่างเป็นคนดีนัก” กู้หว่านเยว่แอบทิ้งเศษเงินไว้ใต้หมอนหลังจากกินบะหมี่แล้ว กู้หว่านเยว่ก็ปีนขึ้นไปบนเตียง หลับใหลไปทันทีส่วนต้าซานกำลังอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างกู้หว่านเยว่กับหนานหยางอ๋องอยู่ในห้องครัว เล่าให้ท่านป้าฟังเกี่ยวกับการช่วยเหลือหนานหยางอ๋องของกู้หว่านเยว่“แม่นางน้อย

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 367

    หนานหยางอ๋องฟื้นแล้ว หลังจากเหตุการณ์นี้ เขาคล้ายว่าแก่กว่าเดิมไปเป็นสิด้วยเพิ่งเสร็จสิ้นการผ่าตัด ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ หนานหยางอ๋องจึงนั่งประสานมือให้กู้หว่านเยว่ ขอบคุณนาง“ขอบคุณฮูหยินกู้และคุณชายซูมากที่ช่วยชีวิตข้าไว้ น้ำใจครั้งนี้ ชีวิตนี้ยากจะตอบแทน”แตกต่างจากการถอนพิษครั้งล่าสุด หนานหยางอ๋องรู้สึกว่าพวกเขาอย่างไรก็ต้องการความคุ้มครองอยู่บ้าง จึงหวังเพียงว่าความขุ่นเคืองจะได้รับการให้อภัยแต่คราวนี้กู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงไม่จำเป็นต้องช่วยเขาทำเรื่องลวกๆ ให้พ้นผ่านเป็นเรื่องง่าย แต่การให้ความช่วยเหลือเมื่อถึงเวลานั้นเป็นเรื่องยาก!กู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงครั้งนี้ เรียกได้ว่าส่งถ่านกลางหิมะกู้หว่านเยว่เดินไปหาหนานหยางอ๋องและพูดว่า “ท่านอ๋องผู้เฒ่าไม่ต้องเกรงใจไป พบเห็นคนใกล้ตาย ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ช่วย”ความจริง นางยังมีแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัว ทนไม่ได้ที่จะมองดูเมี่ยชิงหว่านต้องลงเอยอย่างน่าเศร้าเหมือนในต้นฉบับหวังปี้รีบพูด “เสี่ยวสวี่ไปหาข้าที่เจดีย์หนิงกู่ แต่ตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่ได้มาพร้อมกับพวกเราด้วย”หนานหยางอ๋องรีบถาม “เขาไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”“ท่า

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 368

    หนานหยางอ๋องมองตาม พลันตกตะลึงทันที“ปานดอกท้อ เป็นปานดอกท้อจริงๆ หรือ?!”เมื่อเห็นว่าหนานหยางอ๋องตกใจ กู้หว่านเยว่จึงเริ่มกล่าวว่า “ครั้งก่อนเพราะท่านอ๋องผู้เฒ่าเชื่อคนง่ายจึงมีภัยถึงตัว ครั้งนี้ เพราะความปลอดภัย ข้าสามารถทดสอบทั้งสองด้วยผงสายสัมพันธ์ได้”“เหมือน เหมือนกันเหลือเกิน ทั้งยังมีปานนี้อีก...” หนานหยางอ๋องพึมพำกับตัวเองความจริงแล้ว เขาแทบไม่ต้องทดสอบอะไรพวกนั้นเลย อาศัยเพียงสองสิ่งนี้ เขาก็เกือบจะแน่ใจแล้วว่าเมี่ยชิงหว่านเป็นลูกของตนแม่ทัพหลี่นึกขึ้นมาได้ พูดว่า “แม่นางน้อยกู้ นี่ไม่ใช่สหายของท่านหรอกหรือ? ข้าจำได้ว่าครั้งก่อนเคยเจอนางที่โรงเตี๊ยมมาก่อน”ในเวลานั้น แม่ทัพหลี่ก็ยังนึกแปลกใจ เมี่ยชิงหว่านเหมือนฮูหยินผู้ล่วงลับไปอย่างยิ่งเพียงแต่เขาไม่ทันนึกให้ดี ทั้งยังไม่ได้คิดถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือด เพียงแค่คร่ำครวญว่าบนโลกนี้มีคนสองคนที่คล้ายกันมากเช่นนี้อยู่ด้วยกู้หว่านเยว่พยักหน้าและอธิบายว่า “ความจริงแล้ว ตอนนั้น ข้าเองก็เริ่มสงสัยว่าเมี่ยชิงหว่านเป็นลูกสาวท่านหายตัวไปของท่านอ๋องเพียงแต่ว่าตอนนั้นท่านเองก็ได้พบกับคุณหนูรองตัวปลอม ข้าจึงไม่ได้บอกเรื่องนี

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 369

    หนานหยางอ๋องและเมี่ยชิงหว่านพูดคุยอยู่ข้างในเป็นเวลาครึ่งชั่วยามครึ่งชั่วยามต่อมา เมี่ยชิงหว่านก็เดินออกมาด้วยดวงตาแดงก่ำ เดินไปหากู้หว่านเยว่“พี่หญิงหว่านเยว่ พี่ใหญ่ซู ท่านพ่อบอกให้พวกท่านเข้าไปเจ้าค่ะ เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะหารือกับพวกท่าน”แม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ของหนานหยางอ๋องจะไม่สู้ดีนัก ทั้งยังตกอยู่ในอันตรายเหลือเวลาให้เขาคุยกับเมี่ยชิงหว่านไม่มากนัก เขาต้องรีบจัดเตรียมกำลัง ย้ายคนไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด“เกาซิ่นพาคนออกตามหาครั้งใหญ่อยู่ด้านนอก อยากออกจากลั่วอันโดยไม่เป็นที่สังเกต ยากอย่างยิ่งขอรับ”กู้หว่านเยว่เตือนว่า “ท่านอ๋องผู้เฒ่า ด้วยอาการบาดเจ็บท่านในตอนนี้ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาเจ็ดแปดวันถึงจะเคลื่อนไหวร่างกายได้ ทั้งเส้นทางที่ต้องเดินทางยังขรุขระไม่เรียบง่าย ดังนั้น พักอยู่ที่นี่จึงดีที่สุดแล้ว”หนานหยางอ๋องกระดูกซี่โครงและกระดูกไหปลาร้าหัก เมื่อประกอบกับความชราและการฟื้นตัวที่ค่อยข้างช้า เจ็ดแปดวันถือเป็นเวลาที่ค่อนข้างเร็วแล้วเพราะอย่างน้อย ก็ต้องพักผ่อนถึงครึ่งเดือนเป็นอย่างต่ำ“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้ากังวลที่สุดหรอก”หนานหยางอ๋องมองดูกู้หว่า

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 370

    ไร้ซึ่งเรื่องต้องกังวลใจ กู้หว่านเยว่ตัดสินใจออกเดินทางไปที่เมืองลั่วอันในคืนนี้ทันที ค้นหาคำตอบที่ต้องการ“ท่านอ๋องผู้เฒ่า สองวันนี้ท่านก็พักผ่อนเยอะๆ นะเจ้าคะ จำไว้ว่าอย่าดีใจหรือเสียใจจนเกินไป และอย่าลุกขึ้นนั่งหรือขยับกายมานัก จะสะเทือนถึงบาดแผล รอฟังข่าวดีจากพวกเราก็พอเจ้าค่ะ”เมื่อมองดูใบหน้าที่มั่นใจของกู้หว่านเยว่ หนานหยางอ๋องที่ตอนแรกไม่ค่อยจะมั่นใจนัก ยามนี้อดรู้สึกไม่ได้ว่ามีความหวังเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้ว“ข้าจะอยู่ดูแลท่านพ่อ”เมี่ยชิงหว่านเหลือบมองซูจื่อชิง แสดงออกว่าไม่คิดจะตามพวกเขากลับไปที่หมู่บ้านอีก“ได้” สองพ่อลูกเพิ่งได้พบหน้ากัน หนานหยางอ๋องเองก็มีสภาพเป็นเช่นนี้แล้ว เมี่ยชิงหว่านควรอยู่ที่นี่ดูแลเขาจริงๆซูจื่อชิงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย “ข้าจะอยู่ที่นี่ ดูแลท่านอ๋องผู้เฒ่าเป็นเพื่อนเจ้า”หนานหยางอ๋องเหลือบมองชายหนุ่มแล้วพูดว่า “เจ้าหนุ่ม อยากเป็นลูกเขยข้าหรือ?”“ไม่ใช่นะขอรับ!”ซูจื่อชิงตอบโต้ทันที ใบหน้าแดงก่ำโดยพลัน พึมพำตามท้ายอีกสองสามคำ“นางแค่เป็นคนี่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้าเพียงอยากตอบแทนนางเท่านั้น”ไม่กล้ามองดูการแสดงออกของเมี่ยชิงหว่าน เขาเดินออกไ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 371

    บางครั้งก็เห็นคราบเลือดแห้งกรังตามข้างถนน ในตรอกยังมีเสียงผู้หญิงกรีดร้องขอความเมตตา“เมืองลั่วอันเคยเป็นเมืองที่รุ่งเรืองที่สุดในบรรดาเมืองต่าง ๆ ของแคว้นต้าฉี แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นนรกบนดิน”“เห็นได้ชัดว่าภายในเวลาไม่กี่วัน เกาซิ่นได้ปล่อยให้ลูกน้องของเขาก่อเรื่องชั่วร้ายภายในเมืองมากมายเพียงใดซูจิ่งสิงมองด้วยสายตาเย็นชา กู้หว่านเยว่ยิ่งโกรธจนแทบกัดฟันกรอด อยากจะสั่งสอนคนชั่วพวกนั้นเดี๋ยวนี้เลยเวลานี้ จู่ๆ ก็มีกลุ่มคนควบม้าพุ่งตรงมาจากข้างหน้า“หลีกไป พวกเจ้าทั้งหมดหลีกไปให้พ้น!”ซูจิ่งสิงรีบดึงกู้หว่านเยว่หลบไปด้านข้าง จากนั้นทั้งสองคนก็เงยหน้าขึ้นมองเห็นเพียงทหารกลุ่มหนึ่งถือแส้ยาวอยู่ในมือ เฆี่ยนตีผู้คนตามท้องถนน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรูปโฉมของกู้หว่านเยว่ดึงดูดคนพวกนั้นหรือไม่ ชายที่เป็นผู้นำรีบขี่ม้าเข้ามา แล้วยิ้มอย่างยั่วยวนให้กับกู้หว่านเยว่“แม่นางน้อยช่างงดงามเหลือเกิน ไปเล่นสนุกกับพวกพี่ ๆ ในตรอกกันเถอะ”“ไสหัวไป!”น้ำเสียงลามกนั่นทำให้กู้หว่านเยว่รู้สึกขยะแขยง คนพวกนี้คงเป็นพวกที่ก่อเรื่องชั่วร้ายในเมืองลั่วอันสินะ?“เจ้ากล้าด่าข้า?” สีหน้าของชายคนนั้นเปลี่ยนไป “

Latest chapter

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1412

    เขาโกรธจนกำหมัดแน่นเพื่อให้ทหารระบายความแค้น ก่อนและหลังโจมตีเมือง บางกองทัพจะฆ่าล้างบางชาวบ้านหนึ่งเพื่อข่มขวัญผู้คนที่อยู่ในเมืองสองเพื่อให้เหล่าทหารผ่อนคลายเพียงแต่หนางหยางอ๋องและซูจิ่งสิงปกครองอย่างเข้มงวด ไม่เคยปล่อยให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น“พวกเราไปก่อนเถอะ”กู้หว่านเยว่ทนดูไม่ได้อีกต่อไป จึงเก็บสายตากลับมาเงียบๆตั้งแต่โบราณผู้ที่ทุกข์ร้อนในศึกสงครามก็คือชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ขณะที่ทั้งสองเตรียมจากไป จู่ๆ ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังแผ่วเบามาจากถนนสายเล็กด้านข้าง“ทางนั้นเหมือนจะมีคน”หวังปี้รีบหันมองทันที“ไป พวกเราไปดูสักหน่อย” กู้หว่านเยว่ลากหวังปี้เข้าไปตรวจดูด้วยกัน ปรากฏว่าเห็นคนสองคนล้มอยู่ในพงหญ้าบนตัวทั้งสองคนเต็มไปด้วยเลือด บนตัวมีบาดแผลจากดาบไม่น้อย“น้องเล็ก ดูจากเสื้อผ้าของพวกเขาน่าจะเป็นคนของสำนักคุ้มภัย”หวังปี้เปลี่ยนสรรพนามอย่างระวัง กู้หว่านเยว่พยักหน้า เดินไปหาคนที่ขอความช่วยเหลือนางรู้สึกว่าเสียงของคนผู้นี้คุ้นหูอยู่บ้างพอดีกับที่ชายผู้นั้นเห็นว่ามีคนเข้ามา จึงรีบมองไปทางพวกกู้หว่านเยว่เมื่อทั้งสองสบตากัน ต่างชะงักไปทันใด กู้หว่าน

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1411

    “พี่น้องสกุลฮั่ว เจ้าไม่เป็นไรนะ?” กู้หว่านเยว่เดินมาตรงหน้าฮั่วจี๋ แต่อีกฝ่ายยังอยู่บนหลังของหวังปี้ ไม่มีแรงลงมา“คารวะพระชายา”ฮั่วจี๋ใช้หางตาเหลือบมองกู้หว่านเยว่แวบหนึ่งท้องฟ้ามืดสลัว เขาเองก็มองไม่ชัดว่าหน้าตากู้หว่านเยว่เป็นอย่างไรแต่ว่าเขาเพิ่งเคยเห็นหญิงสาวลอบโจมตีสนามรบพร้อมกองทัพยามวิกาลเป็นครั้งแรก ในใจจึงรู้สึกนับถือมาก คำพูดที่พูดกับกู้หว่านเยว่จึงเคารพมาก“พระชายาโปรดอภัย ข้าน้อยไม่อาจลงไปคารวะด้วยตัวเอง”“แค่พิธีเท่านั้น รักษาตัวสำคัญกว่า”กู้หว่านเยว่เป็นคนในยุคปัจจุบัน จึงไม่ใส่ใจพิธีรีตองมากนักอีกอย่างพวกนางกำลังเร่งเดินทาง ไม่จำเป็นต้องให้ฮั่วจี๋ลงจากหลังหวังปี้ เพียงเพื่อทำความเคารพเท่านั้นฮั่วจี๋คุยกับกู้หว่านเยว่เพียงไม่กี่คำ พลันหลับตาลงอย่างอึดอัดบิดาและพี่ชายเพิ่งเสียชีวิต ประชาชนชาวเมืองเหยาตกอยู่ในอันตราย เขาเป็นแม่ทัพน้อยแห่งเมืองเหยา จึงไม่มีแก่ใจพูดคุยกับใครเมื่อนึกถึงกลุ่มโจรเหล่านั้นในเมืองเหยา ที่เข้ามาปล้นชิงฉุดคร่าทำให้หมัดของฮั่วจี๋ กำแน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิมเขาโกรธมาก!สกุลฮั่วเฝ้ารักษาเมืองเหยามาตลอดชีวิตราษฎรเมืองเหยาคือครอบ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1410

    ฮั่วจี๋รู้สึกแค้นเคืองภายในใจเพียงเขาหลับตาลงหนึ่งข้าง เบื้องหน้าก็ปรากฏภาพศีรษะของบิดาและพี่ชายถูกห้อยอยู่หน้าประตูเมืองหากมิใช่เพราะฮ่องเต้ชั่วตัดสินใจผิดพลาด ไฉนเลยสกุลฮั่วของเขาจะตกลำบากมาถึงขั้นนี้ได้?“ก่อนกองโจรโจมตียึดครองเมืองสองสามวัน ท่านพ่อและพี่ชายได้รับข่าวมาแล้ว ตั้งใจเขียนจดหมายหนึ่งฉบับ ขอความเมตตาจากฝ่าบาทเคลื่อนย้ายกำลังพลจากคูเมืองละแวกใกล้เคียงมาเพียงน่าเสียดาย ฝ่าบาทไม่สนใจพวกเราเลยแม้แต่น้อย”ฮั่วจี๋ย้อนนึกถึงความทรงจำทีละน้อย ภายในสายตาเปี่ยมไอแค้น“บิดาและพี่ชายไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงย้ายข้าออกมาก่อนเป็นอันดับแรก”ที่แท้ฮั่วจี๋ไปเลือกกำลังพลในวันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่สกุลฮั่วสังเกตเห็นความผิดปกติตั้งแต่แรก ตั้งใจส่งเขาออกไป“ข้าไม่เต็มใจจากไป ท่านพ่อและท่านพี่สั่งให้คนตีข้าจนหมดสติตอนข้าฟื้นขึ้นมา ทั้งหมดก็สายไปแล้ว”อาจเพราะคนของสกุลฮั่วรู้ว่าไม่มีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้อีก ดังนั้นจึงต้องการเก็บสายเลือดสุดท้ายไว้ นี่ถึงส่งฮั่วจี๋ออกไป“หลานชาย”หนานหยางอ๋องถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ไม่รู้สมควรปลอบเยี่ยงไรนึกถึงตอนแรก เขาและเหล่าฮั่วสองคนต่อสู้เ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1409

    “ข้ารู้แล้ว ขอบคุณเจ้าที่ยอมเล่าให้พวกเราฟัง”กู้หว่านเยว่มองเจียงม่านมากอีกทีหนึ่ง กลับไม่ดูเบาเพียงเพราะนางเป็นสตรีในโลกีย์“ก่อนหน้านี้ข้าไม่เล่าความจริงให้พวกท่านฟัง นั่นเพราะข้าไม่สามารถแยกออกว่าพวกท่านเป็นมิตรหรือศัตรูกังวลพูดฐานะของคุณชายฮั่วออกไป จะนำมาซึ่งหายนะ”เจียงม่านคำนับกู้หว่านเยว่“ล่วงเกินไปที่ใด หวังว่าแม่นางจะให้อภัย”บัดนี้ได้เห็นกู้หว่านเยว่ออกมือช่วยเหลือฮั่วจี๋ด้วยตนเอง นางก็คือผู้มีบุญคุณช่วยชีวิตฮั่วจี๋ปัดเศษดูแล้ว ภายภาคหน้าก็เป็นผู้มีบุญคุณของเจียงม่านนางเฉกเดียวกัน“ไม่ต้องเกรงใจถึงเพียงนี้”กู้หว่านเยว่ยื่นอาหารแห้งให้นาง“ยังไม่ได้กินข้าวกระมัง รองท้องก่อนเถอะ”เจียงม่านเลียริมฝีปาก นับตั้งแต่หนีออกจากเมืองเหยา เพื่อป้องกันถูกคนพบเห็น นางเองก็ไม่กล้าพาฮั่วจี๋ไปยังที่ที่มีคนมากนางไม่กล้าไปแม้แต่โรงน้ำชาเพื่อจิบชา กลัวถูกคนรู้ฐานะนางไม่ได้กินข้าวมาสองวันแล้ว ได้เห็นอาหารแห้งตาก็ลุกวาว รีบรับอาหารแห้งไปด้วยสองมือ ขอบคุณกู้หว่านเยว่นับพันนับหมื่นครั้งทุกคนเดินไปราวระยะหนึ่ง ฮั่วจี๋ก็ฟื้นขึ้นมาหลังเขาฟื้นแล้ว หนานหยางอ๋องก็แสดงตัว พูดคุย

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1408

    นางอยากเปิดบาดแผลของฮั่วจี๋ให้พวกเขาดู แต่มือสองข้างถูกมัดไว้“คุณชายถูกยิงที่อก ลูกธนูยังอยู่ข้างในเจ้าค่ะ!”หนานหยางอ๋องเลื่อนคบเพลิงเข้าใกล้อกของฮั่วจี๋ได้เห็นลูกธนูที่บาดแผลบนอกของเขาไม่ผิดไปดังคาด ถูกเกราะบังไว้ เห็นได้ไม่ชัดนัก“พระชายา ต้องรบกวนเจ้าแล้ว”หนานหยางอ๋องมองทางกู้หว่านเยว่ ครั้งนี้พวกเขาออกมาเป็นหน่วยจู่โจมสายฟ้าแลบ ข้างกายมิได้พาหมอทหารมาด้วย“ไม่เป็นไร”กู้หว่านเยว่พกกระเป๋ายาติดมาด้วย ก็เพื่อรับมือในยามจำเป็นแผลถูกธนูยิงนี้สำหรับนางกลับเป็นเรื่องเล็ก“วางคนนอนราบก่อน ข้าจะดูอาการของเขา”หวังปี้รีบขยับขึ้นไป “ข้าเอง”เขามือเท้าคล่องแคล่วว่องไว แก้มัดเชือกบนตัวฮั่วจี๋ออก จากนั้นจับคนนอนราบ“เอาคบเพลิงมาอีกสองอัน ส่องสว่างให้ข้า”เพื่อป้องกันมิให้มีแสงไฟ ทำให้คนสังเกตเห็นเบาะแสดังนั้นภายในหน่วยจึงจุดคบเพลิงเพียงหนึ่งถึงสองอันหนานหยางอ๋องนำคบเพลิงสองอันมา สั่งให้คนย่อตัวถือคบเพลิงข้างกายกู้หว่านเยว่ ส่องแสงให้นางขั้นตอนการดึงธนูออกมีเลือดเล็กน้อยกู้หว่านเยว่สวมถุงมือ การกระทำเป็นขั้นเป็นตอน คีบลูกธนูที่หักออกมาก่อน ล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์ โรยผงยาแก

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1407

    หากชายคนนี้เป็นทหารเมืองเหยาจริง เช่นนั้นพวกเขาก็สามารถทำความเข้าใจสถานการณ์เมืองเหยาได้ว่าตกลงเป็นเช่นไรกันแน่“พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ พานางกลับไปก่อนเถอะ”กู้หว่านเยว่ขมวดคิ้วมุ่น หญิงคนนี้ปากแข็งมากต้องการถามอะไรจากปากนางให้ได้ในทันที เกรงว่าคงยากนักเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกหนานหยางอ๋องรอจนร้อนใจ มิสู้พาคนทั้งสองกลับไป จากนั้นค่อยถามอย่างละเอียด“ได้!”หวังปี้พยักหน้า หยิบเชือกป่านจากทางด้านหลัง ขยับขึ้นไปมัดทั้งสองคนไว้แล้ว“ปล่อย ปล่อยพวกเรานะ!”เพราะฝ่ายชายได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไป หวังปี้จึงมัดเขาได้อย่างง่ายดายส่วนเจียงม่าน นางไม่รู้วิทยายุทธ์ ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหวังปี้“ปล่อยเขา”เจียงม่านดิ้น“ข้าจะให้เงินพวกเจ้า บนตัวข้ามีเครื่องประดับ”นางเป็นห่วงชายคนนี้มาก ไม่อาจหักใจให้เขาได้รับบาดเจ็บหวังปี้ชี้เข้าที่เกราะบนตัว “เจ้าดูข้าคล้ายคนมาปล้นเงินหรือ? ข้ามาออกรบ หุบปากก่อนเถอะ รอพบแม่ทัพผู้เฒ่าของข้าเจ้าค่อยพูด”พูดจบ หันหลังมองทางกู้หว่านเยว่อย่างเคารพนบอบ“พระชายา พวกเราไป?”“ไปเถอะ”กู้หว่านเยว่กวาดตามองรอบด้าน ในละแวกนี้นอกจากสองคนนี้ ก็ไม่มีคนอื่น

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1406

    หากเกิดอะไรขึ้นกับกู้หว่านเยว่ หลังกลับไปแล้วซูจิ่งสิงจะยังไม่แล่เนื้อเถือหนังเขาอีกหรือ?“ใช่ ข้าจะส่งคนสองสามคนไปดู”แม่ทัพหลี่เองก็ทำตามคำพูดของหนานหยางอ๋องกู้หว่านเยว่ส่ายหน้า แต่ไหนแต่ไรมานางไม่ชอบรอคนอยู่ที่เดิม ยิ่งไปกว่านั้นนางเองก็แปลกใจมากว่า เหตุใดในป่าทึบถึงมีเสียงร้องไห้ดังออกมาได้?“หวังปี้ ท่านไปกับข้าเถอะ”กู้หว่านเยว่มองทางหวังปี้ สุ้มเสียงหนักแน่นคนอื่นเห็นสถานการณ์แล้วก็หันหน้าสบตากันแวบหนึ่ง พากันพยักหน้าอย่างจนใจ“ไป”หวังปี้พยักหน้า รีบตามหลังกู้หว่านเยว่ไปหนานหยางอ๋องกลับยกมือให้กองทัพใหญ่หยุดรอฟังคำสั่งอยู่กับที่ ดูว่าตกลงสถานการณ์ข้างหน้าเป็นเช่นไรกู้หว่านเยว่พาหวังปี้เดินผ่านป่าไป ทั้งคู่มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เสียงร้องไห้ดังขึ้นมา“ระบบเจ้าเองก็อย่าอยู่เฉย ช่วยข้าดูว่าสถานการณ์ข้างหน้าเป็นเช่นไรกันแน่”กู้หว่านเยว่พูดกับระบบภายในมิติระบบอ้าปากหาว “สแกนพบว่าข้างหน้าคล้ายมีหญิงคนหนึ่งกำลังกอดชายคนหนึ่งร้องไห้”กู้หว่านเยว่พยักหน้า ถัดจากเสียงของระบบ ภาพด้านหน้าก็ปรากฏต่อหน้าทั้งคู่เป็นอย่างที่ระบบพูดไม่มีผิดใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1405

    “ได้”กู้หว่านเยว่พยักหน้าแล้วเดินจากไปเปี๊ยะอัดแท่งนี้ พวกทหารที่ไม่เคยกินมาก่อน ได้กินแล้วก็รู้สึกเอร็ดอร่อย แต่กู้หว่านเยว่กลับกินไม่ลงนางหยิบช็อคโกแลตออกจากมิติใส่เข้าปากไปหนึ่งชิ้นเพื่อเพิ่มพลังงานอย่างไรเสียก็มืดแล้ว ไม่มีใครมองเห็นหลังกินช็อคโกแลตแล้ว กู้หว่านเยว่ก็หาที่พักผ่อนแห่งหนึ่งย่อมไม่สามารถนอนหลับจนฟ้าสว่างได้กองทัพเร่งเดินทางโดยอาศัยความเร็ว หาไม่แล้วจะเรียกว่าโจมตีสายฟ้าแลบได้เยี่ยงไร?หลังพักผ่อนไปแล้วสองชั่วยาม เห็นแสงที่ขอบฟ้า กองทัพใหญ่ก็ออกเดินทางอีกครั้งเพื่อป้องกันมิให้ดึงดูดความสนใจของผู้อื่น ทุกคนจึงไม่กล้าจุดไฟระหว่างเดินทางทั้งหมดล้วนอาศัยไม้เท้าเดินขึ้นไปข้างหน้ากู้หว่านเยว่และหนานหยางอ๋องเดินอยู่ด้านหน้าสุด“ระบบ ช่วยข้าระวังด้วยว่าพุ่มไม้รอบข้างมีงูหรือไม่”กู้หว่านเยว่ออกคำสั่ง“หากมีงู จัดการในทันที”“นายหญิง ระบบก็ต้องพักผ่อนนะ”ระบบร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา เหตุใดให้คนทำงานทั้งวันทั้งคืนกันเล่า?“ข้าผู้ซึ่งเป็นนายหญิงของเจ้ายังไม่ได้พักผ่อน เจ้าจะพักผ่อนอะไรกัน? เร็วๆ ลุกขึ้นมาทำงาน”กู้หว่านเยว่เร่ง ระบบซับน้ำตาให้ตนเอง เปิดเ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1404

    เมื่อเห็นว่าดวงจันทร์ลอยอยู่กลางท้องฟ้า รอบกายมืดมิดลมแรง บนพื้นเองก็มองได้ไม่ชัดเจนกู้หว่านเยว่มองเข้าไปในมิติแวบหนึ่ง บัดนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว“หนานหยางอ๋อง ฟ้ามืดเกินไป เหล่าทหารเร่งเดินทางย่อมไม่สะดวกเจ้าค่ะ”เร่งเดินทางยามฟ้ามืดย่อมพลาดพลั้งได้อย่างง่ายดายในเวลานี้ ภายในป่าลึกยังมีอสรพิษมากมายนัก“มิสู้พวกเราหาที่แห่งหนึ่ง พักผ่อนสักสองชั่วยามเถอะ”รอพักผ่อนเอาแรงดีแล้วค่อยเดินทางต่อก็ไม่สายหนานหยางอ๋องพยักหน้าหลังกองทัพใหญ่ออกเดินทางจากแม่น้ำมู่ตานก็ไม่ได้พักผ่อนอีกเลยอาศัยช่วงฟ้ามืด พักผ่อนสองสามชั่วยามก็ไม่เป็นไร“ให้กองทัพใหญ่หยุด พักผ่อนอยู่กับที่ แจกจ่ายเสบียงอาหาร!”หนานหยางอ๋องออกคำสั่งกับขุนพลหลี่เหล่าหลี่ร้องตะโกนเสียงแหบ “ทหารทุกนายพักผ่อนอยู่กับที่ ดื่มน้ำ กินเสบียงอาหาร!”“ขอรับ!”ทุกคนทำตามคำสั่งของหนานหยางอ๋อง นั่งลงพักผ่อนเพื่อความสะดวก ทหารทุกคนล้วนพกอาหารแห้งและถุงน้ำแขวนไว้ข้างเอวหลังนั่งลงไปแล้ว ทุกคนก็หยิบอาหารแห้งออกจากใต้วงแขน เปิดถุงน้ำ เริ่มเพิ่มพลังงานทว่าอาหารแห้งที่พวกเขากิน มิใช่อาหารแห้งแข็งๆ อีกแต่เป็นเปี๊ยะอัดแท่งที่กู้ห

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status