มองเห็นนายท่านเจียงไม่เป็นไรแล้ว ขณะกำลังจะออกไปถามซูจิ่งสิงว่ารู้จักครอบครัวนี้หรือไม่นั้นก็ได้ยินเสียงของเจียงฉือดังเข้ามาจากภายนอก “ท่านพ่อ ท่านเดาดูเถอะว่าข้าพบใครแล้ว?!”มือเขาจูงซูจิ่งสิง ภายในก้นบึ้งของสายตาซูจิ่งสิงหวั่นไหวเล็กน้อย“ข้าได้พบศิษย์พี่ใหญ่แล้ว!”เขาชี้ทางซูจิ่งสิงอย่างตื่นเต้น“นี่ก็คือศิษย์พี่ใหญ่”กู้หว่านเยว่มีสีหน้างุนงง นายท่านเจียงเกือบกระโดดลุกขึ้นจากเตียงเขามองซูจิ่งสิงอย่างตกตะลึงพรึงเพริดซูจิ่งสิงโบกพู่กระบี่อาทิตย์คำราม “นี่คือสิ่งที่อาจารย์ข้าทิ้งไว้ให้ก่อนจากไป”นายท่านเจียงเห็นพู่กระบี่ ยืนยันฐานะของซูจิ่งสิง“ใช่ๆ นี่ก็คือพู่กระบี่ของศิษย์พี่ใหญ่จริง”หากมองอย่างละเอียด พู่กระบี่นี้และที่ห้อยบนกระบี่ของเจียงฉือคล้ายกันมาก“ศิษย์พี่ใหญ่เคยบอกข้า เขารับศิษย์ที่ภายนอกไว้คนหนึ่ง เป็นคนมีพรสวรรค์ฉลาดหลักแหลม เขาชอบมาก ดังนั้นจึงรับอีกฝ่ายเป็นศิษย์เอก”นายท่านเจียงหัวเราะเสียงดัง“ช่างบังเอิญยิ่งนัก คิดไม่ถึงข้าถึงขั้นสามารถได้พบที่ภูเขาน้ำแข็งนิล”เจียงฉือรีบเอ่ยถาม “ศิษย์พี่ใหญ่ หลายปีมานี้ เหตุใดท่านไม่ไปหาพวกเราเล่า?”เอ่ยถึงเรื่องน
เจียงฉือหันมองทางกู้หว่านเยว่ ศิษย์พี่สะใภ้งดงามถึงเพียงนี้อีกทั้งยังรู้วิชาแพทย์ มองแล้วก็ชมชอบ“ใช่แล้ว พวกเรามาเพื่อตามหาดอกน้ำแข็งนิลจริง”กู้หว่านเยว่ไม่ปิดบังพวกเขา“คนในครอบครัวต้องการใช้ดอกน้ำแข็งนิลมาผสมยา”นายท่านเจียงรีบพูด “ดอกน้ำแข็งนิลนี้เป็นวัตถุดิบยาแบบตะวันตก สรรพคุณทางยายอดเยี่ยมมาก ได้ยินมาว่าเพียงกลีบเดียวก็สามารถนำมาผสมยาได้แล้ว”เขามองทั้งคู่“ในเมื่อพวกเรารู้จัก มิสู้เจ้าข้าพวกเราสองฝ่ายร่วมมือกัน แย่งชิงดอกน้ำแข็งนิล”เขาเองก็ไม่ละโมบ “หากสามารถแย่งดอกน้ำแข็งนิลมาได้ พวกเราขอเพียงกลีบเดียวก็พอ”นายท่านเจียงคิดว่า กู้หว่านเยว่รู้วิชาแพทย์ ในเมื่อดอกน้ำแข็งนิลล้ำค่ามาก ตกอยู่ในมือหมอ ย่อมสามารถดึงประสิทธิภาพสูงสุดออกมาได้กู้หว่านเยว่ตกตะลึงเล็กน้อย กลับคิดไม่ถึงนายท่านเจียงจะใจกว้างถึงเพียงนี้ต้องรู้ว่านอกจากครอบครัวสกุลเจียงสามคนแล้ว พวกเขายังพาบ่าวติดตามมาอีกมาก มองผ่านจำนวนคนดูแล้ว เห็นชัดว่ามากกว่าทางฝั่งกู้หว่านเยว่มากนักภายใต้สถานการณ์ทั่วไป ล้วนคิดว่าพวกเขามีโอกาสได้รับดอกน้ำแข็งนิล มากกว่าพวกกู้หว่านเยว่ดังนั้นตอนแบ่งกัน สกุลเจียงมีสิทธิ์
หากชายผมขาวเองก็มาหาดอกน้ำแข็งนิล เช่นนั้นเป็นไปได้มากว่าอาจได้พบเขาที่นี่ซูจิ่งสิงเองก็ช่วยตามหาด้วย เพียงแต่ทำให้ทั้งคู่ต้องผิดหวังก็คือ พวกเขาตามหาแล้วหนึ่งรอบก็ไม่พบเงาของชายผมขาว“ดูท่าแล้วเขาไม่ได้อยู่ที่นี่”กู้หว่านเยว่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ซูจิ่งสิงเอ่ยปลอบ“ไม่ต้องกังวล จิ่นเอ๋อร์ต้องไม่เป็นไร”เขาพี่ใหญ่คนนี้กลับใจเย็นลงแล้ว อย่างไรเสียก็รู้ว่าจิ่นเอ๋อร์ยังมีชีวิตอยู่กู้หว่านเยว่พยักหน้า กลับเข้ากระโจมพักผ่อนพร้อมซูจิ่งสิงคืนนี้ ภายในใจของทุกคนล้วนกำลังคิดว่าวันพรุ่งนี้ดอกน้ำแข็งนิลจะไปตกอยู่ในมือของผู้ใดเดิมทีทุกคนก็หลับไม่สนิท“ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่สะใภ้”เช้าวันต่อมา กู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงเพิ่งกินขนมปังที่มิติทำขึ้นเรียบร้อย ก็ได้ยินเสียงเจียงฉือนอกกระโจมทั้งคนรีบลุกออกมาเจียงฉือเอ่ยเร่ง “ฟ้าใกล้สว่างแล้ว พวกเรารีบเก็บของ เตรียมออกเดินทางเถอะ”กู้หว่านเยว่หันมองรอบด้าน บัดนี้คนอื่นต่างพากันเริ่มเก็บของ เตรียมเข้าหุบเขาแล้วจะปล่อยให้พวกเขาไปถึงก่อนไม่ได้!“ไป”ทั้งสองคนเคลื่อนไหวว่องไว เก็บกระโจมดีแล้ว ออกเดินทางอยู่ข้างกายคนสกุลเจียงขณะเดียวกัน พาย
“พวกเราทะลุมิติขึ้นไปโดยตรงเถอะ”ดวงเนตรกู้หว่านเยว่โค้งมน เมื่อครู่อยู่ห่างไกลเกินไปไม่สามารถทะลุมิติได้แต่บัดนี้ระบบระบุพิกัดไว้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นระยะทางไม่ไกล นางสามารถพาซูจิ่งสิงทะลุมิติเข้าไปได้ขณะเดียวกันคนมากมายตามหาที่ด้านล่างภูเขาแต่กลับไร้ผล เริ่มทอดสายตามองยอดเขาผู้ที่กำลังวางแผนปีนเขา หนึ่งในนั้นก็คือกลุ่มคนสกุลเจียงกู้หว่านเยว่บอกพวกเขาว่าดอกน้ำแข็งนิลอยู่บนยอดเขา นี่ก็เมตตามากแล้วย่อมไม่อาจถึงขั้นเสี่ยงอันตรายถูกเปิดเผย พาคนสกุลเจียงทะลุมิติไปด้วยกันได้“ไป”นางดึงสายตากลับ จับมือซูจิ่งสิง ทะลุมิติเพียงครั้งเดียว ก็มาอยู่บนยอดเขาแล้วซูจิ่งสิง “....”ก้มหน้ามองจุดดำคล้ายมดก็มิปานเบื้องล่างหากปีนขึ้นมาพวกเขาต้องเหนื่อยแทบตายแน่ รู้ว่าน้องหญิงของเขาหันหลังทีเดียวก็มาถึงยอดเขา คาดว่าจะต้องกระอักโลหิตตายแน่แล้วกระมัง?“สัตว์น้ำแข็งนิล จากนี้ไปขอพึ่งเจ้าแล้ว”กู้หว่านเยว่เรียกสัตว์น้ำแข็งนิลออกมาจากมิติระยะนี้ สัตว์น้ำแข็งนิลอยู่อย่างสุขสบายภายในมิติ กลายเป็นสหายกับพวกจูเชวี่ย ย่อมเห็นกู้หว่านเยว่เป็นเจ้านายหลังถูกกู้หว่านเยว่ปล่อยออกจากมิติ มิได้หนีหาย
“ข้าจะหาโอกาสทำให้มันสลบ!”กู้หว่านเยว่เอ่ยเตือน ก็คือขอให้ซูจิ่งสิงไม่ทำให้มันบาดเจ็บก่อน ให้ใช้การหลบเลี่ยงเป็นหลัก“โฮก!”เสือเงินกระโดดขึ้น กรงเล็บหน้ากางออกซูจิ่งสิงอุ้มกู้หว่านเยว่ เหินบินเข้าไปในถ้ำกู้หว่านเยว่พบว่า เสือเงินนั้นคล้ายกำลังขัดขวางมิให้พวกเขาเข้าถ้ำอยู่ตลอด ภายในถ้ำมีอันใดกันเล่า?ในที่สุดกู้หว่านเยว่ก็สบโอกาส ยิงปืนยาสลบลงบนตัวเสือเงินพริบตาเดียว ร่างใหญ่โตของเสือเงินก็ล้มลงบนพื้น ทำให้พื้นใต้ฝ่าเท้าทั้งคู่สั่นเบาๆ“โฮก!”เสือเงินดิ้นสองครั้งอย่างเจ็บปวด สายตาทอดมองภายในถ้ำแวบหนึ่ง“มันคล้ายกำลังปกป้องอะไรบางอย่าง”กู้หว่านเยว่พูดออกมา เดินมาหยุดต่อหน้าเสือเงินเสือเงินมีรูปร่างใหญ่โต ปืนยาสลบนี้ทำให้มันขาดความสามารถในการเคลื่อนไหว แต่มิได้ทำให้มันหมดสติไป“โฮกโฮก...” เสียงอ่อนแรงของเสือเงิน เจือคำวิงวอนสองส่วนอาจเพราะสายตาเสือเงินน่าสงสารเกินไปแล้ว กู้หว่านเยว่ตัดสินใจเข้าไปดูภายในถ้ำก่อน“ไป พวกเราเข้าไปดูภายในถ้ำ ตกลงเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่”“ได้”ซูจิ่งสิงเองก็มองออก ท่าทีของเสือเงินคล้ายกำลังปกป้องบางอย่างทั้งสองคนเข้าไปภายในถ้ำ สิ่งที่ท
“นี่ นี่ไม่ใช่...”แววตากู้หว่านเยว่สั่นไหวเล็กน้อย เมื่อมองดูสิ่งที่อยู่บนขาเสือเงินตัวเมียซูจิ่งสิงเองก็ชะงักไป เห็นเพียงบนขาของเสือเงินตัวนั้น ไม่รู้ทำไมจึงมีพืชต้นหนึ่งขึ้นอยู่ต้นพืชต้นนั้นเป็นสีขาวโปร่งแสงทั้งต้น ใบราวกับทำขึ้นจากน้ำแข็ง เป็นผลึกใสแวววาวสิ่งที่ทำให้ทั้งสองคนตะลึงยิ่งกว่า คือบนปลายยอดของพืชต้นนั้นมีดอกไม้สีขาวหนึ่งดอกเบ่งบานกลีบดอกของมันราวกับสลักออกมาจากน้ำแข็ง เป็นผลึกใสวาว บางดั่งปีกจักจั่น มีกลิ่นอายความเย็นแผ่ซ่านทั่วต้น“นี่ นี่มันดอกน้ำแข็งนิล!”กู้หว่านเยว่ดีใจจนไม่รู้จะพูดอย่างไรดีได้มาโดยไม่ต้องเสียแรงเปล่า นึกไม่ถึงว่าพวกนางใจดีอยากเข้ามาดูเสือเงินตัวนี้ ทว่าสุดท้ายกลับพบดอกน้ำแข็งนิลบนตัวเสือเงิน!“มิน่าตอนระบบล็อคเป้าดอกน้ำแข็งนิลนั้น พบว่าดอกน้ำแข็งนิลเคลื่อนไหวตลอด”กู้หว่านเยว่เข้าใจทันทีอาจเพราะดอกน้ำแข็งนิลเติบโตบนร่างกายเสือเงิน เมื่อเสือเงินเคลื่อนไหว ตำแหน่งของดอกน้ำแข็งนิลจึงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดนี่จึงอธิบายได้ว่า ทำไมทั้งที่นายพรานบอกว่าพบดอกน้ำแข็งนิลก้นหุบเขา แต่ขณะนี้ดอกน้ำแข็งนิลกลับมาปรากฏบนยอดเขาทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ซูจิ
“รากได้ชอนไชเข้าไปในขาของมันแล้ว อยากจะนำออกมาทั้งต้น คงเป็นเรื่องยากไม่น้อย”กู้หว่านเยว่ถอนหายใจ จากนั้นรวบรวมสมาธิ เข้าสู่การผ่าตัดในขณะที่การผ่าตัดดำเนินไปได้ครึ่งทาง เสือเงินตัวผู้ที่ก่อนหน้านี้ถูกพวกนางใช้ปืนยาสลบยิง วิ่งเข้ามากะทันหันอาจเพราะฤทธิ์ยาสลบยังไม่หายไปทั้งหมด ตอนมันเดินเข้ามายังโซเซเล็กน้อยสีหน้าซูจิ่งสิงย่ำแย่ หากเสือเงินตัวผู้ทำร้ายพวกเขาในเวลาอย่างนี้ เรื่องนี้จะรับมือได้ยากมากสรุปสิ่งที่ทำให้พวกเขาแปลกใจคือ เสือเงินอาจมีสติปัญญาจริง เมื่อเห็นการกระทำของกู้หว่านเยว่ มันกับเสือเงินตัวเมียสบตากันหนึ่งครั้ง“โฮก”อาจเพราะรับรู้ว่ากู้หว่านเยว่กำลังช่วยคู่ตัวเมียของมัน ดังนั้นมันจึงไม่ได้เลือกจะเข้ามาโจมตี แต่ทำเหมือนซูจิ่งสิงโดยรออยู่ด้านข้างหนึ่งคนหนึ่งเสือช่วยคุ้มกันพวกนาง ภาพที่เกิดขึ้นรู้สึกอบอุ่นและน่าขันอย่างประหลาดหน้าผากกู้หว่านเยว่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็นำดอกน้ำแข็งนิลต้นนี้ออกมาจากขาเสือเงินตัวเมียได้สักที“สำเร็จแล้ว!”กู้หว่านเยว่ดีใจมากนางรีบนำดอกน้ำแข็งนิลใส่ไว้ในกล่องหยก จากนั้นเก็บเข้าไปในมิติเมื่อใดที
ลูกศรลอบยิงดอกนี้มาอย่างกะทันหัน จนกู้หว่านเยว่กับซูจิ่งสิงไม่ทันตั้งตัวสักนิดเสือเงินตัวเมียถูกยิงที่ลำคอ จึงส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด เลือดสดพุ่งออกมาเป็นสายกู้หว่านเยว่โมโหมาก“ใครกัน? !”นางหันมองทางปากถ้ำ เห็นเพียงเหิงสุยสุ่ยพาคนกลุ่มหนึ่งบินเข้ามาทางนี้“น่าเสียดาย ทำไมไม่ยิงเจ้าให้ตายไปเลย!”เหิงสุยสุ่ยสายตาอำมหิต ในมือถือคันธนูเล่มหนึ่ง ลูกศรลอบยิงเมื่อครู่นางเป็นคนยิงกู้หว่านเยว่เห็นนางยิงเสือเงินตัวเมียจนบาดเจ็บ ยังกำเริบเสิบสานเพียงนี้ จึงโกรธแค้นมาก“คุณหนูใหญ่ ท่านดูสิว่านั่นคือสิ่งใด”ข้างกายเหิงสุยสุ่ยมีชายชราสวมชุดคลุมยาวคนหนึ่ง เขาชี้ไปด้านหลังกู้หว่านเยว่พร้อมอุทานที่นั่นมีใบของดอกน้ำแข็งนิลหลงเหลือไว้หลายใบ“นั่นคือดอกน้ำแข็งนิล!”เหิงสุยสุ่ยถึงได้รู้สึกตัว “ดอกน้ำแข็งนิลอยู่บนตัวพวกเจ้าหรือ!”มุมปากนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียด “ปิดปากถ้ำไว้ อย่าให้พวกเขาหนีไป”“โฮก!”เสือเงินตัวผู้ถูไถกับเสือเงินตัวเมียที่หายใจรวยริน สายตาโกรธแค้น“ข้าขอเตือนให้พวกเจ้ามอบดอกน้ำแข็งนิลออกมาโดยดี ไม่อย่างนั้นจะให้พวกเจ้าตายอย่างทรมาน”วาจาเหิงสุยสุ่ยโอหังมาก อาจเพราะ
“ข้าไม่รู้ว่าพวกเขาอยากฆ่าพวกเจ้า ก็แค่บังเอิญโดนข้าจับได้เสียก่อน”“พระมเหสี ข้าเอง”เกาเจี้ยนจะกล้าให้กู้หว่านเยว่ลงมือเองได้อย่างไร เขารีบรุดหน้าเข้าไปคว้าเชือกป่านจากมือของนาง แล้วจับคนชุดดำทั้งห้าคนลากไปมัดเอาไว้ด้วยกัน“จริงสิ ใต้ต้นไม้ใหญ่ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ยังมีคนชุดดำที่โดนข้าฟาดสลบอีกหนึ่งคน เจ้าส่งคนไปลากเขามามัดไว้ด้วยกันเถอะ”จะปล่อยให้คนชุดดำมีโอกาสรอดกลับไปรายงานเจ้านายของมันแม้แต่คนเดียวไม่ได้“พระมเหสีโปรดวางใจ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”เกาเจี้ยนรีบพุ่งตัวออกจากค่าย ทันทีที่ออกไป จู่ ๆ หนังตาก็กระตุกมิน่าล่ะกู้หว่านเยว่จึงสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลทหารลาดตระเวนนอกค่ายแห่งนี้พากันล้มลงไปบนพื้นและหลับไปเสียงกรนของทุกคนดังสนั่น และมีน้ำลายไหลยืดจากมุมปาก ทหารลาดตระเวนปกติที่ไหนจะเป็นเช่นนี้? “รีบลุกขึ้นได้แล้ว นอนอะไรกันนักหนา หลับสบายกันขนาดนี้จนไม่รู้ว่าค่ายของตัวเองถูกทำลายไปแล้ว”เกาเจี้ยนเดินขึ้นหน้า ยกเท้าเตะทหารสองนายตรงหน้า“ท่านแม่ทัพ เกิดอะไรขึ้น?”“ข้าหลับได้อย่างไร?”ทหารสองคนมีสีหน้างัวเงีย รีบคุกเข่าขอความเมตตาจากเกาเจี้ยน“ท่านแม่ทัพได้โปรดไว้
ตอนนี้เอง กู้หว่านเยว่ปรากฏตัวออกจากที่ลับอย่างว่องไว เล่นงานคนชุดดำสองคนจนล้มลงไป“แย่แล้ว มีกับดัก!”คนชุดดำที่เหลือเห็นกู้หว่านเยว่มีวิชายุทธ์สูง เวลาเพียงชั่วพริบตาก็สามารถล้มสหายสองคนของพวกเขาได้ หันหลังเตรียมหนีโดยไม่ยั้งคิด“คิดหนีตอนนี้ ไม่สายเกินไปหรือ?”กู้หว่านเยว่พุ่งตัวไปที่หน้าประตูกระโจม สาดผงยาพิษใส่พวกเขา“มีพิษ!”ทำให้กู้หว่านเยว่แปลกใจก็คือหัวหน้าคนชุดดำมีท่าทีตอบสนองอย่างว่องไวและกลั้นหายใจได้ทันท่วงที หลบหลีกผงยาพิษของนาง“ดูท่าแล้วพวกเจ้าแต่ละคนล้วนเป็นปรมาจารย์ใช้ยาพิษสินะ”กู้หว่านเยว่หรี่ตาลง หยิบกระบองไฟฟ้าอันหนึ่งออกจากมิติจากนั้นเหินบินขึ้นไป เหวี่ยงกระบองไฟฟ้าใส่ร่างพวกเขาชั่วขณะแตะโดนกระบองไฟฟ้า พวกเขาเพียงรู้สึกชาไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย เบื้องหน้ามืดมิด ชักกระตุกระลอกหนึ่งแล้วล้มลงบนพื้นหลังมั่นใจว่าคนชุดดำทั้งห้าหมดสติไปแล้ว กู้หว่านเยว่ถึงเก็บกระบองไฟฟ้า หันหลังเดินไปทางเกาเจี้ยน“แม่ทัพใหญ่เกา! ตื่นๆ รีบตื่นเร็วเข้า”กู้หว่านเยว่ผลักไหล่ของเกาเจี้ยน เห็นเขายังไร้ท่าทีตอบสนอง ดึงแขนเสื้อขึ้น ออกแรงตบหน้าของเขาเกาเจี้ยนกำลังหลับฝันหวาน สั
กู้หว่านเยว่อ่านความคิดของเขาออก ยื่นมือออกไปหนึ่งข้าง ดึงคางของเขาออก จากนั้นยกขาหนึ่งข้างเหยียบหลังของเขาไว้และกดลงบนพื้น“สงบเสงี่ยมสักหน่อย หาไม่แล้วจะฆ่าเจ้า!”กู้หว่านเยว่พูดเตือนหนึ่งประโยคคนชุดดำอยากพูดอะไร แต่เพราะคางถูกดึงออกแล้ว ไม่สามารถพูดออกมาได้แม้ครึ่งประโยค ทำได้เพียงหันหน้า ใช้สายตาโหดเหี้ยมสบมองกู้หว่านเยว่กู้หว่านเยว่กลับไม่ตามใจเขา เหวี่ยงหมัดใส่เขาแรงๆ ทีหนึ่ง“มองอะไร ไม่เคยเห็นหญิงงามหรือ? รีบก้มหน้าให้ข้าดีๆ”คนชุดดำถูกหมัดนี้ของกู้หว่านเยว่ต่อยจนสันจมูกหัก เลือดพุ่ง เขาก้มหน้าลงไปด้วยความเจ็บปวดผู้หญิงคนนี้โหดเหี้ยมยิ่งนัก“ข้าถามเจ้า ดึกดื่นค่ำมืดพวกเจ้ามาทำอันใดที่ค่ายของต้าฉีข้า? พวกเจ้ามีเป้าหมายอะไร? วางแผนเช่นไร?”เพราะเวลากระชั้นชิด กู้หว่านเยว่กังวลคนหนานเจียงยังมีแผนอื่นอีก ไม่พูดเหลวไหลกับคนชุดดำอีก หยิบยาพูดความจริงออกจากมิติและป้อนคนชุดดำ“พวกเราได้รับคำสั่งจากฮองเฮา ล่วงหน้ามาฆ่าชวีเฟิง”กู้หว่านเยว่ชะงักเล็กน้อย“พวกเจ้ารู้ข่าวว่าชวีเฟิงทรยศพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้ารู้ได้เยี่ยงไร?”คิดไม่ถึงเลยว่าหูตาของคนหนานเจียงจะว่องไวถึงเพียงนี้“
“ข้านึกขึ้นได้ว่าลืมมอบของบางอย่างให้คุณชายอวิ๋น พวกเจ้าช่วยนำของสิ่งนี้กลับไปมอบให้เขาเถอะ”กู้หว่านเยว่หยิบขวดน้ำน้ำแร่ศักดิ์สิทธิ์ออกจากใต้วงแขนหนึ่งในทหารชะงักไป พูดเสนอขึ้นว่า “ขวดเล็กๆ เพียงขวดเดียว ไม่ถึงขั้นต้องให้พวกเราสิบคนกลับไปพร้อมกันหรอกกระมัง หากพวกเรากลับไปทั้งหมด ก็ไม่มีคนปกป้องฮองเฮาแล้ว”“เอาเช่นนี้เถอะ ข้าน้อยจะนำของสิ่งนี้กลับไปให้คุณชายอวิ๋นเอง คนที่เหลืออยู่ติดตามท่านไปข้างหน้า ท่านคิดเห็นเช่นไร?”กู้หว่านเยว่ส่ายหน้า เหตุที่นางให้พวกเขานำน้ำแร่ศักดิ์สิทธิ์กลับไปก็เพราะต้องการสลัดพวกเขาทิ้งและใช้การเทเลพอร์ตหากพวกเขาตามอยู่ข้างหลัง นางจะเทเลพอร์ตได้เยี่ยงไร?“ฟังคำสั่งของข้า พวกเจ้ากลับไปก่อน ข้าไปหาเกาเจี้ยนคนเดียวก็พอ ครั้นถึงที่หมายข้าจะปล่อยพลุสัญญาณให้พวกเจ้า”“พวกเจ้าเห็นพลุสัญญาณแล้วก็รีบพาทุกคนมา”เสียงกู้หว่านเยว่เคร่งขรึมลง ไม่อนุญาตให้ทัดทานเหล่าทหารต่างสบตากัน สุดท้ายพยักหน้าลงและคุกเข่า“น้อมรับคำสั่งฮองเฮา”“พวกเจ้าไปเถอะ”กู้หว่านเยว่โบกมือ สิบคนลุกขึ้นจากพื้นพร้อมกัน พลิกตัวขึ้นม้าและย้อนกลับทางเดินเพื่อไปหาอวิ๋นมู่รอจนกระทั่งเงาร
เกาเจี้ยนค้อนตาขาวใส่เขาอย่างไม่สบอารมณ์แวบหนึ่ง บัดนี้ชวีเฟิงยังเป็นนักโทษคนหนึ่ง เขาต้องจับตามองเอาไว้ให้ดี ป้องกันไม่ให้เขาหนีไป“พวกเราผู้ชายตัวโตสองคน จะนอนด้วยกันได้เยี่ยงไร?”ชวีเฟิงขมวดคิ้ว ทำเสียจนเกาเจี้ยนพูดไม่ออก“ข้าไม่รังเกียจเจ้า เจ้ายังกล้ารังเกียจข้าอีกนะ ตอนนี้เจ้าเป็นนักโทษ พูดมากถึงเพียงนี้ทำอันใด? เร็วๆ เข้าไป”ชวีเฟิงจนใจ ทำได้เพียงตามเกาเจี้ยนเข้ากระโจมไปพร้อมกัน เขาบีบจมูกของตนแน่น เกือบสำลักตายเพราะกลิ่นเท้าเหม็นของเกาเจี้ยน“รีบนอนเถอะ พรุ่งนี้ยังมีเรื่องอีกมาก”เกาเจี้ยนหยิบถุงแพรออกจากอก นั่นคือลั่วยางเย็บให้เขา เขาวางไว้บนริมฝีปากและจุมพิตลงไปสองที จากนั้นเก็บกลับเข้าวงแขนคล้ายสมบัติล้ำค่าก็มิปาน ทิ้งตัวลงนอนหลับไปชวีเฟิงบีบจมูกของตน จากนั้นนอนหลับไปท่ามกลางความอึดอัดท่ามกลางความมืด คนชุดดำหนึ่งกลุ่มลอบเข้าใกล้ค่ายใหญ่“คำสั่งของฮองเฮา จะต้องฆ่าชวีเฟิงไอ้คนทรยศคนนี้ให้ได้”ขณะเดียวกัน ระหว่างเร่งเดินทางมายังหนานเจียง กู้หว่านเยว่หยุดฝีเท้า มองทางอวิ๋นมู่อย่างกังวลแวบหนึ่ง“เจ้าไม่เป็นไรกระมัง จะหยุดพักผ่อนก่อนสักครู่หรือไม่?”เร่งเดินทางมาหลาย
“แม่ทัพใหญ่เกา เรื่องคำสัญญาของต้าฉีย่อมไม่อาจบิดพลิ้วได้กระมัง?”มองบ้านเกิดที่เข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ชวีเฟิงเลียริมฝีปาก เอ่ยถามอย่างไม่วางใจ“รีบร้อนอะไร หรือว่าราชสำนักยังจะหลอกเจ้าอีกกระนั้น? วางใจได้ ตราบใดเจ้าช่วยต้าฉีกำราบหนานเจียง ถึงตอนนั้นเผ่าของเจ้าย่อมได้รับการปฏิบัติอย่างดีเป็นพิเศษ”ภายในก้นบึ้งสายตาของเกาเจี้ยนเผยแววอึ้งงันเมื่อสิบวันก่อนคนถูกกักบริเวณที่เจดีย์หนิงกู่อย่างชวีเฟิงได้ยินว่าต้าฉีและหนานเจียงแตกหักกัน โวยวายจะขอเข้าพบซูจิ่งสิงให้ได้องครักษ์จันทราเอือมระอา จึงพาเขาออกจากเจดีย์หนิงกู่มายังเมืองหลวงชั่วขณะชวีเฟิงได้พบซูจิ่งสิงและกู้หว่านเยว่ ก็เผยท่าทีออกมาอย่างชัดเจนว่ายอมออกแรงเพื่อต้าฉี ขอเพียงต้าฉีปล่อยเขา ไม่ขังเขาไว้ที่เจดีย์หนิงกู่อีกคนผู้นี้ฉลาดมีไหวพริบยิ่งนัก ยังเสนออีกว่าหากเสร็จเรื่องแล้ว เขาอยากเป็นหัวหน้าตระกูลชวี เช่นนี้แล้ว ก็ไม่มีใครกล้าว่าเขาเรื่องสวามิภักดิ์ตาฉีอีกแม้ว่าพวกเขามีความมั่นใจว่าจะชนะ สามารถเอาชนะหนานเจียงได้ แต่มีคนนำทาง สามารถลดการบาดเจ็บล้มตายของทหารได้ ก็เป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งดังนั้นหลังซูจิ่งสิงและกู้หว่านเยว
บัดนี้เห็นอยู่ว่าหนานเจียงของเราแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน เหตุใดยังต้องทนต่อไปอีกเล่า?”ฮองเฮามีความทะเยอทะยานอย่างยิ่ง นับตั้งแต่ขึ้นสู่ตำแหน่งก็มุ่งมั่นบริหารจัดการบ้านเมือง จัดตั้งกองกำลังลับขึ้นมาหนึ่งหน่วยโดยเฉพาะ เพื่อเพาะเลี้ยงแมลงพิษและหนอนกู่อย่างลับ ๆ ความคิดของนางแตกต่างจากผู้นำคนก่อน ๆ ที่หลีกเร้นจากโลกภายนอก นางอยากจะได้ดินแดนและความมั่งคั่งของต้าฉีมิฉะนั้น เพียงแค่เพราะเฟิ่งหมิงกวง เป็นไปไม่ได้ที่ฮองเฮาหนานเจียงจะทรงยินยอมให้ส่งกองทัพไปยังต้าฉี“ความคิดของฮองเฮาพวกกระหม่อมย่อมทราบดี เพียงแต่ซูจิ่งสิงผู้นี้ เดิมเป็นแม่ทัพไร้พ่าย กองกำลังใต้บังคับบัญชาก็มีพลังรบเหนือชั้น ได้ยินมาว่าพวกเขามีดินปืนใช้ด้วย หากต้องรบกันจริง ๆ พวกกระหม่อมเกรงว่าจะมิใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาพ่ะย่ะค่ะ”เหล่าผู้อาวุโสต่างมีสีหน้าวิตกกังวล“ก่อนหน้านี้ พวกเราได้ส่งกองกำลังไปหยั่งเชิงแล้ว ผลปรากฏว่าไม่เพียงแต่กองกำลังนั้นจะถูกทำลายสิ้นทั้งกองทัพ แต่ยังต้องสูญเสียทั้งองค์หญิงใหญ่และคุณชายชวีเฟิงไปด้วยเห็นได้ว่าซูจิ่งสิงนั้นมีกำลังและความสามารถจริง ๆ พวกเราต้องป้องกันไว้พ่ะย่ะค่ะ”ฮองเฮาแค่นเสียงเย็น
กู้หว่านเยว่พินิจมองบุตรชายอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นพยักหน้า “ข้าว่าเข้าท่า ให้ราชครูโจวมาสอนขั้นพื้นฐานให้เขา สอนเขาอ่านหนังสือ”อ่านหนังสือ?เสี่ยวจ้านจ้านทำหน้ายู่ จมูกและตาย่นเข้าหากันแล้วอยู่ดี ๆ เหตุใดจึงพูดเรื่องเรียนหนังสือขึ้นมา?เขาไม่อยากเรียนหนังสือ เขายังเป็นแค่เจ้าเด็กตัวน้อยอยู่เลย“มะ ไม่เรียน...”เสี่ยวจ้านจ้านโบกมือเล็ก ๆ เป็นเชิงปฏิเสธกู้หว่านเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “จ้านจ้านเด็กดี ให้ราชครูโจวสอนเจ้าอ่านหนังสือนะ เขาเป็นถึงอาจารย์ของเสด็จปู่เชียวนะ ความรู้มากมายนัก”“มะ ไม่เรียน...ข้าจะกลับบ้าน!”เสี่ยวจ้านจ้านดิ้นขาไปมา คราวนี้แม้แต่ท่านแม่ก็ไม่ต้องการให้อุ้มแล้วเขาได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจเหตุใดคนเราต้องเรียนหนังสือกันนะ?ซูจิ่งสิงคว้าตัวบุตรชายมา สีหน้าเคร่งขรึม “อย่างไรก็ต้องเรียนหนังสือ ถึงเวลานั้น พ่อจะหาสหายร่วมศึกษามาให้เจ้าสักสองสามคน ให้มาเรียนหนังสือกับเจ้า”“อ๊ะ!”เสี่ยวจ้านจ้านหน้าเจื่อน สลดลงอย่างสิ้นเชิงเหตุใดเขาต้องปรากฏตัวด้วย เขาอยากจะหายตัวไปเหลือเกิน“ท่านพี่ ท่านคิดจะหาเด็กคนไหนมาเป็นสหายร่วมศึกษาให้ลูกเราบ้าง?” สองสามีภรรยาล
“เข้าใจแล้ว”กู้หว่านเยว่พยักหน้า“ตามต่อไปเถอะ หากมีความเคลื่อนไหวใด ๆ ค่อยกลับมารายงาน”“พ่ะย่ะค่ะ”องครักษ์จันทราออกไปแล้ว“น้องหญิง เจ้าสงสัยว่าฐานะของหญิงสาวผู้นี้ไม่ธรรมดาหรือ?”“ถูกต้อง ท่านยังจำตอนที่เราพบหญิงสาวผู้นี้ที่โรงเตี๊ยมได้หรือไม่ ตอนนั้นข้าเหลือบไปเห็นใบหน้าของนาง ดูไม่ค่อยเหมือนชาวต้าฉีเท่าไรนัก ยิ่งไปกว่านั้น ในสายตาของนางยังแฝงไปด้วยความสูงศักดิ์อยู่บ้าง ยิ่งดูไม่เหมือนสามัญชนทั่วไป”กู้หว่านเยว่สงสัยว่าหญิงสาวผู้นั้นมาจากต่างแคว้นทว่า นางสังเกตดูอย่างละเอียดแล้ว หญิงสาวผู้นั้นไม่มีวรยุทธ์“ท่านพี่ ความคิดของข้าคืออย่าเพิ่งจับนางกลับมา ให้คนคอยจับตาดูนางอย่างลับ ๆ หากมีความเคลื่อนไหวใด ๆ ค่อยจับนางกลับมาก็ยังไม่สาย ไม่แน่ว่าอาจสามารถล่อศัตรูออกมาด้วยก็ได้”ซูจิ่งสิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“ตกลง เอาตามที่เจ้าว่า”ความคิดของเขาเหมือนกับกู้หว่านเยว่หากสตรีผู้นี้ไม่ใช่ชาวต้าฉี เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นไส้ศึกที่แคว้นอื่นส่งมาเก็บตัวนางไว้ ไม่แน่ว่าอาจจะล่อให้ไส้ศึกคนอื่นปรากฏตัวออกมาได้ระหว่างที่ทั้งสองคนคุยกัน อาหารมื้อหนึ่งก็ทานหมดพอดีก