ฉันไขกุญแจเปิดประตูเข้าห้องด้วยความรู้สึกแปลกๆ ฉันเปิดไฟให้สว่างทั่วห้อง เฮ้อ คืนนี้ฉันต้องนอนเปิดไฟอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย แพรวาแกอยู่หอนี้มาตั้งแต่ขึ้นปี1นะเว้ย แกจะมากลัวห้องตัวเองตอนนี้ไม่ได้
ห้องของฉันเป็นห้องโล่งๆ เปิดประตูเข้ามาด้านขวามือเป็นห้องน้ำถัดไปคือตู้เสื้อผ้าขนาดเล็ก มีเตียงขนาด3.5ฟุตที่ตั้งอยู่กลางห้อง ตรงข้ามเตียงมีแอร์อยู่บนผนัง มีตู้เย็นตั้งอยู่และมีสิ่งอำนวยความสะดวกอีกเล็กน้อย เช่นเตาไมโครเวฟ กาน้ำร้อน ถัดไปมีระเบียงที่เป็นวิวบ้านคน เวลาฉันซักผ้าก็จะตากผ้าริมระเบียงนี่แหละ
ฉันเข้าห้องน้ำมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและขึ้นไปนอนบนเตียงหยิบมือถือขึ้นมาเล่น ก็พบว่ามีสายเรียกเข้าจากเจ๊มุกที่ฉันไม่รับเกือบสิบสายฉันจึงโทรกลับหาเจ๊มุก
"ไอ้แพร วันนี้แกไม่ต้องมาทำงานที่ร้านแล้วนะ" เจ๊มุกพูดเมื่อกดรับสาย
"เจ๊พูดแบบนี้คือไล่หนูออกเหรอคะ"
"ไม่ได้ไล่ออก แต่ว่า.....เฮ้อ ช่วงนี้แกหางานอย่างอื่นทำไปก่อนนะเว้ย เจ๊รู้เรื่องที่เกิดขึ้นหมดแล้ว คนที่แพรมีเรื่องด้วยมันบอกว่าจะสั่งปิดร้านเจ๊น่ะสิ ถ้าเจ๊ปิดคนอื่นๆก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย แพรเข้าใจเจ๊ใช่ไหม ให้เรื่องมันซาก่อนแพรค่อยกลับมาทำงานก็แล้วกัน"
"โห โคตรไม่ยุติธรรมเลยอ่ะเจ๊ เรื่องเกิดเพราะพวกมันแท้ๆ"
"เรื่องนี้พูดยาก เรามันคนธรรมดาอ่ะแพรเอ๊ย ช่วงนี้แพรก็ระวังตัวไว้บ้างแล้วกันเจ๊เป็นห่วง เออ เจ๊นึกออกแล้วเจ๊มีเพื่อนเปิดผับเหมือนกัน เดี๋ยวเจ๊จะแนะนำแพรให้มันแล้วกัน"
"ค่ะ ขอบคุณนะคะเจ๊มุก"
"จ้ะ"
แล้วเจ๊มุกก็วางสายไป ฉันกำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกโกรธ ไอ้สารเลวกัน ไอ้ชาติชั่ว มันยังไม่สำนึกอีก มาทำกับฉันแบบนี้ เหอะ โกรธโว้ย โกรธๆ ไหนจะเรื่องคลิปอีก ฉันหยิบหมอนมาฟาดที่เตียงเพื่อระบายความโกรธ
"แฮ่กๆ" ฉันหอบด้วยความเหนื่อย เล่นซะหมดแรงเลย โว้ย......แล้วจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย เกิดมาเป็นคนธรรมดาไม่มีอำนาจใดๆแล้วจะสู้มันไหวได้ยังไงวะ เฮ้อ จู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมา ฉันใช้มือมาปาดน้ำตาทิ้งแล้วซบหน้าลงกับหมอน ฮือๆ ทำไมชีวิตของฉันเป็นแบบนี้ ฉันจะมีชีวิตดีๆอย่างคนอื่นเขาบ้างไม่ได้เลยเหรอ
"แงๆๆๆๆๆ ฮือๆๆๆๆๆๆๆ" ฉันร้องไห้สะอึกอื้นราวหนึ่งชั่วโมงแล้วเผลอหลับไป
ในขณะที่ฉันนอนหลับอยู่นั้นฉันรู้สึกว่าตัวเองกึ่งหลับกึ่งตื่น"อื้อๆ" ฉันร้องออกมาเมื่อรู้สึกว่าขยับตัวไม่ได้
"ร้องไห้ทำไม"เสียงเย็นๆยานๆของผู้ชายมากระซิบข้างหูฉัน
"ใครน่ะ อื้อๆ" ฉันพูดออกมาแล้วพยายามดิ้นๆให้หลุด มือเย็นเฉียบของใครบางคนมาแตะที่หางตาของฉันและใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาให้
"อื้อ อย่านะ" ฉันสะบัดหน้าหนีสัมผัสนั้น แต่ยังคงขยับตัวไม่ได้ แบบนี้เขาเรียกว่าโดนผีอำหรือเปล่าเนี่ย ไม่สิๆ นี่แค่ฝัน แกแค่ฝันเท่านั้น ตั้งสติหน่อยสิวะไอ้แพรวา
"อยู่นิ่งๆ" เสียงดุๆเอ่ยขึ้นแกมสั่ง
แต่ฉันยังคงดิ้นๆ แต่ในใจเริ่มรู้สึกกลัว ฉันพยายามลืมตาเพ่งมองก็ต้องตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งในระยะใกล้ เขานั่งข้างเตียงแล้วเอี้ยวตัวมามองฉัน ใบหน้าของเราห่างกันไม่ถึงคืบ
"อะ......อื้อๆๆ" ฉันจะแหกปากร้องแต่ร้องไม่ได้ ได้แต่สบตากับเขาอยู่อย่างนั้น ฉันจำได้เขาคือ....คุณวาคินผู้ชายในรูปที่คฤหาสน์หลังนั้น
"..................." เขาไม่ได้พูดอะไรแต่มองหน้าฉัน อ๊ายยยยย ไปไกลๆ ฉันขนลุกไปหมดแล้ว มันใกล้ซะจนฉันเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาแต่ค่อนข้างซีดเซียวของเขา
"อื้อ.......อื้อ....ไปที่ชอบ....ที่ชอบสิ........แพร.....กรวดน้ำ.....ให้คุณแล้ว....." ฉันเอ่ยบอกเขา
"นี่ไง...ที่ชอบ" เขาเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก ฮือๆ ถึงมันจะดูดีแค่ไหน แต่ฉันรู้อยู่ในใจว่าเขาไม่ใช่คน
"อื้อๆ....." ฉันดิ้นๆพยายามจะหลับตาลงทำเป็นไม่สนใจแต่ก็หลับตาไม่ได้ ได้แต่เพ่งมองเขาอยู่อย่างนั้น
"อย่าลืมคำพูดที่พูดไว้กับผม" เขาเอ่ยขึ้นมา
".....อะ......อะไรคะ......" ฉันทำหน้างงใส่เขา
"ผมช่วยคุณเอาไว้" เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบๆ
"......อื้อๆ........" ฉันดิ้นอีกครั้งเมื่อใบหน้าของเขาเริ่มขยับเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ จนริมฝีปากของเราแทบจะชนกัน
"สัญญาของคุณ" เขาพูดจบก็ใช้ริมฝีปากเย็นๆจุ๊บที่ริมฝีปากเล็กๆของฉันอย่างแผ่วเบา
"จุ๊บ"
ฉันลืมตาเบิกโพลงมองหน้าเขา นี่....นี่ฉันโดนผีแต๊ะอั๊งเหรอเนี่ย..........กรี๊ดดดดดด ไม่ยอมๆ ไอ้ผีโรคจิต ฉวยโอกาสที่สุด เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันจึงยื่นมาผลักเขาออก
อ๊ะ ฉันขยับได้แล้วนี่นา ฉันลุกพรวดขึ้นมาจากเตียง ตั้งสติอยู่สักครู่ ในห้องเงียบมีเพียงแค่เสียงแอร์เบาๆเท่านั้น ทุกอย่างปกติ
ฉันใช้มือมาเช็ดริมฝีปากบางสีชมพูของตัวเองแล้วพูดบ่น "ถุยๆๆ ไอ้ผีลามก อย่าให้เจอนะ แม่จะกระโดดถีบขาคู่เลย ฮึ่ยๆๆ" ฉันพูดด้วยความโมโห
"หึหึ" ฉันได้ยินเสียงผู้ชายหัวเราะเบาๆที่ข้างหูของฉัน
"ว๊ายยยยยยยย" ฉันกรีดร้องแล้วกระโดดลุกจากเตียงมายืนที่ประตูห้อง ก็พบว่าห้องเงียบเหมือนเดิม ไม่มีเสียงใดๆนอกจากเสียงแอร์
"เฮ้อ ยัยแพรเอ๋ย สงสัยแกจะเหนื่อยมากไปจนฝันไร้สาระ.....ตายแล้ว หนึ่งทุ่มแล้วเหรอลงไปหาของกินดีกว่า" ฉันส่ายหน้ากับตัวเองแล้วเหลือบมองนาฬิกา ไม่น่าล่ะรู้สึกหิวจัง ฉันเดินไปหยิบกระเป๋าตังค์และมือถือลงไปเดินตลาดใกล้ๆหอพัก
ฉันไปนั่งกินอาหารตามสั่ง แล้วเดินซื้อลูกชิ้นปิ้งกับชานมไข่มุกกลับห้อง
"อ้าวแพร ไปไหนมาจ๊ะ" เสียงผู้หญิงที่เป็นลูกบ้านที่อยู่ชั้น5เหมือนกันทักฉันเมื่อลิฟต์เปิด เขาลงมาชั้น1 ส่วนฉันจะกลับห้องของตัวเองที่อยู่ชั้น5
"แพรไปกินข้าวเย็นมาค่ะพี่"
"อ๋อๆ มื้อนี้คงหวานน่าดู" พี่เขาพูดยิ้มๆพร้อมทำหน้าล้อเลียนฉัน
"คะ?" ฉันทำหน้างงๆ
"แหม น้องแพรล่ะก็ไม่ต้องเขินหรอกจ้ะ ยืนจับมือกันขนาดนี้ นี่ๆแนะนำพี่บ้างสิว่าหาแฟนจากไหนหล่อมาก สเปคพี่เลยแหละ คิกๆ" พี่เขาดึงฉันไปกระซิบที่ข้างหูพลางหัวเราะคิกคักแล้วยักคิ้วหลิ่วตาให้ฉันและเดินออกไป ทิ้งฉันให้อยู่ในลิฟต์อันว่างเปล่าคนเดียว
โดนทักแบบนี้แล้ว.....ฮือ ยัยแพรหรือว่าแกจะมีผีตามจริงๆวะ ฉันนึกในใจแล้วยืนพิงผนังลิฟต์พร้อมกอดตัวเองเพื่อลดความกลัว....แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันหายกลัว ฮือๆ ใครก็ได้ช่วยนังแพรคนนี้ด้วย (╥﹏╥)
"ไอ้แพรมึงเอาจริงเหรอวะ" กรพูดกับฉัน ตอนนี้เรานั่งอยู่ใต้ตึกหอพักของฉัน ฉันเรียกมันมาก็เพราะว่าฉันอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง "เอาจริง หน้ากูดูเหมือนคนล้อเล่นเหรอไงวะ" ฉันมองหน้ากรแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "มึงจะไปทำอะไรที่คฤหาสน์นั้นวะ ไหนบอกไม่เชื่อเรื่องผีไง แล้วไปตอนกลางวันไม่ได้เหรอไงวะ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว" กรพูดรัวเป็นชุดพลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "ตอนกลางวันมีผีที่ไหนล่ะ ไปๆอย่าพูดมาก" ฉันพูดจบก็ดึงมือกรให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปยังรถมันที่จอดอยู่ "เปลี่ยนใจยังทันนะ" "ไม่เปลี่ยน ไปดูให้รู้เลยว่าผีมีจริงไหม" ฉันพูดพลางทำสีหน้ามุ่งมั่น "โอ๊ยยย แล้วทำไมต้องเป็นกู ไอ้ใบบัวล่ะอยู่ไหน" "ชวนมันแล้วมันไม่ว่าง" "งั้นกูก็ไม่ว่างด้วย" "ไอ้กรมึงจะใจร้ายใจดำปล่อยให้กูไปที่นั่นคนเดียวเหรอ ฮือๆๆๆ" ฉันพูดแล้วใช้มือมาปิดหน้าตัวเองแกล้งร้องไห้ กรยืนเก้ๆกังๆทำตัวไม่ถูกแล้วพูดว่า "เออๆ ไปก็ไป ไม่ต้องร้องไห้" "อ่ะ มึงรับปากแล้วนะ ไปกันเถอะ อิอิ" ฉันพูดยิ้มๆและเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับ "นี่มึงแกล้งร้องไห้เหรอวะ แสดงเก่ง" กรเดินมาเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วยื่นมือมาเขกหัวฉันเบาๆแล
นี่ฉันเสน่ห์แรงขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย ทั้งคนทั้งผีถึงอยากจะนอนกับฉัน ฮือๆ ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลย เอาไงดีวะ วิ่งหนีเลยดีไหม แต่เขาเป็นผีหายตัวได้นี่หว่า วิ่งไปก็เหนื่อยเปล่า ทำไงดีวะเรา....อ๋อ คิดออกแล้ว ฉันที่ยืนทำตาโตด้วยความตกใจอยู่นั้น จึงแกล้งเป็นลมล้มพับไปนอนที่พื้น ทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ "หึ เป็นคนคิดจะหลอกผีงั้นเหรอ" เขาพูดพลางดึงแขนฉันขึ้นยืน แต่ฉันยังไม่ยอมรับว่าแกล้งทำ จึงแสร้งหลับตาทำตัวโงนเงนอยู่แบบนั้น "สลบงั้นเหรอ ก็ดี ได้อารมณ์อีกแบบ หึหึ" เขาพูดแล้วหัวเราะเสียงเย็นๆยานๆทำฉันขนลุกเกรียว ฮือ พ่อจ๋า แม่จ๋า หนูจะโดนผีปล้ำแล้ว (TT)ฉันจึงลืมตาขึ้นทันที หน็อยผีก็ผีวะ ขอไอ้แพรด่าสักหน่อยเถอะ "ไอ้ผีบ้า ไอ้ผีทะเล ไอ้ผีลามก ไอ้ผีโรคจิต" ฉันทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่เขา เขาเงียบไม่พูดอะไร ทันใดนั้นเองฉันรู้สึกว่าบรรยากาศมันเย็นเยียบ วังเวงแปลกๆ เสียงหมาข้างนอกเห่าหอนกันระงม ฉันมองหน้าเขาแล้วก็ต้องตกใจ ใบหน้าที่หล่อเหลาเริ่มซีดขึ้นเรื่อยๆ เขาค่อยๆแสยะยิ้มช้าๆแล้วก้าวเข้ามาก้มใบหน้ามามองฉัน มันใกล้ซะจนฉันเห็นดวงตาที่ไร้แววประกายดั่งเช่นคนที่มีชีวิต....มันคือแววตาของคนตายนั่นเอง
เมื่อขับรถมาถึงหอพักของฉัน ฉันลงจากรถแล้วหันไปพูดกับกรว่า "ขอบคุณที่พากูไปคฤหาสน์นะ พรุ่งนี้เจอกัน" แล้วจึงโบกมือบ๊ายบาย "เออๆ ไม่ต้องขอบคุณหรอกเพราะนี่จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย กูไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน" มันพูดจบก็ขับรถออกไป ฉันเดินเข้าหอพักและขึ้นลิฟต์ไปชั้น5เพื่อกลับห้อง ฉันไขกุญแจประตูและเปิดไฟทุกดวงที่มีในห้อง จากนั้นจึงเดินเข้าห้องน้ำ ฉันกำลังจะถอดเสื้อผ้าแต่ก็ชะงักไปหน่อยนึงแล้วพูดว่า "คุณวาคินอยู่ไหมคะ ห้ามแอบดูแพรอาบน้ำนะ" "........." เงียบไม่มีเสียงตอบรับใดๆ สงสัยเขาคงไปแล้วสินะ ฉันจึงไปยืนถอดเสื้อผ้าที่หน้ากระจกอ่างล่างหน้า ทันใดนั้นร่างสูงของเขาก็ปรากฏกายยืนซ้อนฉันจากทางด้านหลัง มองฉันจากในกระจกแล้วพูดว่า "อืม ใช้ได้" พลางทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ "ไอ้ผีลามก ยังไม่ไปอีกเหรอ" ฉันด่าเขาแล้วรีบเอามือมาปิดหน้าอกตัวเองทันทีเพราะตอนนี้ฉันถอดชุดชั้นในแล้ว "ยังไม่ไป" เขาตอบสั้นๆ "ยังไม่ไปแล้วทำไมไม่ตอบคะ" ฉันมองค้อนเขาอย่างไม่พอใจ "ถ้าตอบแล้วจะได้เห็นเหรอ หึหึ" "ไอ้ผีลามก ไอ้ผีหื่นออกไปเลยนะ แพรจะอาบน้ำ" "อาบไปสิ" "คุณก็ออกไปสิคะ" "ทำไมต้องออก คืนนี้ก็ต้องเห็นอยู่ดี" เขาพูด
"แล้วไอ้ใบบัวไปไหนวะ"ฉันถามกร เมื่อเราเรียนคลาสนี้จบ ก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาสได้ถามเพราะอาจารย์สุดโหดกำลังสอน ทั้งห้องเงียบกริบ ถ้าเข็มหล่นก็คงได้ยิน "มันบอกว่าไม่สบายอ่ะ" "เราไปหาไอ้ใบบัวกันเถอะ มันอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่าได้กินข้าวกินยาหรือยัง" ฉันชวนกร กรจึงพยักหน้ารับ เราสองคนจึงเดินไปซื้อข้าวต้มที่โรงอาหารและไปซื้อยาที่ร้านขายยา จากนั้นจึงนั่งรถของกรไปบ้านใบบัว โดยมีคุณวาคินร่วมเดินทางไปด้วย ฉันไล่เขากลับคฤหาสน์เขาก็ไม่กลับจึงปล่อยให้เลยตามเลยใบบัวอาศัยอยู่ที่คอนโดคนเดียว จากมหาลัยขับมาคอนโดของใบบัวประมาณ15นาที เป็นครั้งแรกที่ฉันกับกรมาห้องของใบบัว ซึ่งใบบัวอาศัยอยู่ที่ชั้น13 ห้อง1303 "ออด ออด" ฉันกดกริ่งที่ประตูหน้าห้อง กดอยู่2-3ครั้ง ใบบัวจึงเปิดประตูให้ สภาพใบบัวดูอิดโรยเหมือนคนไม่ได้นอน ฉันเดินเข้าไปแตะหน้าผากมันสะดุ้งนิดหน่อย "มึงไปทำอะไรมาเนี่ย สภาพอย่างกับซอมบี้" กรถามใบบัวพลางขมวดคิ้วด้วยความเป็นห่วง "กูฝันร้ายอ่ะ เลยไม่ได้นอน" ใบบัวตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆป่วยๆ "อ่ะ กินข้าวกินยาซะ" ฉันยื่นถุงข้าวให้ใบบัว มันจึงรับแล้วหันมาพูดว่า "ขอบคุณนะ" "ไม่เป็นไรๆ เพื่อนกันไม่ต้องมาข
ราวๆสองอาทิตย์แล้วที่คุณวาคินไม่ปรากฎกายให้ฉันเห็น ฉันเรียกเขาทุกวันแต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากเขา ฉันจึงสรุปเอาเองว่าเขางอนฉันแน่ๆ =_= "ก๊อกๆ ก๊อกๆ" เสียงเคาะประตูห้องฉันดังขึ้น ฉันจึงเปิดประตูออกดูก็พบว่าไม่มีใคร มีแต่ดอกไม้สีฟ้าสดดอกเล็กๆที่ใส่ถุงพลาสติกห้อยไว้ตรงกลอนประตูห้อง ฉันหยิบการ์ดขึ้นมาอ่านในนั้นเขียนว่า {จีบ จาก...วาคิน} ฉันหัวเราะด้วยความขบขัน ดอกไม้นี้ถูกส่งมาห้องฉันทุกวันตั้งแต่วันที่เขาหายตัวไป ดอกไม้ที่เขาส่งมาให้คือดอกฟอร์เก็ตมีน็อต ซึ่งแปลว่า "อย่าลืมฉัน" "ขอบคุณนะคะ" ฉันพูดลอยๆเผื่อว่าเขาจะอยู่แถวนี้ จากนั้นจึงเดินเข้าห้องตัวเองพร้อมกับดอกไม้ ฉันเอาดอกไม้ใส่แจกันแล้วตั้งโชว์ไว้ "ก๊อกๆ ก๊อกๆ" เสียงคนเคาะประตูฉันอีกครั้ง ฉันจึงเดินออกมาดูก็พบว่าไม่มีใคร มีแต่กล่องของขวัญวางอยู่บนพื้นหนึ่งกล่อง ฉันหยิบกล่องของขวัญขึ้นมาและลงลิฟต์ไปทิ้งขยะที่ข้างล่างทันที ของขวัญกล่องนี้คือของขวัญที่ไอ้กันมันส่งมาให้ฉันทุกวันและฉันก็ทิ้งทุกวันเช่นกัน เพราะมันคือตุ๊กตาตัวนั้นที่ไอ้กันเคยส่งมาให้ฉัน"ครืด ครืด" เสียงเรียกเข้ามือถือดังขึ้น หน้าจอเป็นเบอร์ใบบัว"วันนี้ไปปาร์ตี้ที่ผับxxx
"นี่เพื่อนเราเอง ชื่อแพรวา" ใบบัวแนะนำฉันให้ทุกคนที่อยู่ในห้อง ฉันจึงส่งยิ้มบางๆให้ทุกคน "แพรวาเหรอ ใช่คนที่มีคลิปหลุดป่ะ" เสียงผู้หญิงที่นั่งฝั่งตรงข้ามของฉันพูดขึ้น "บ้าน่ายัยข้าวหอม คลิปนั่นเป็นคลิปตัดต่อต่างหาก ไม่ใช่ไอ้แพร"ใบบัวพูดแก้ต่างให้ฉัน "อ้าว จริงเหรอ คนตัดต่อคลิปแม่งโคตรเทพเลย หน้าเหมือนยัยนี่เปี๊ยบเลย" ยัยข้าวหอมพูดจบ คนอื่นๆที่อยู่ในห้องจึงยิ้มแล้วมองฉันด้วยสายตาเหยียดๆ "แหม ไม่ต้องเขินหรอกน่า คนที่รสนิยมแบบนี้ก็มีอยู่เยอะ ฉันเข้าใจ" คนที่นั่งข้างๆข้าวหอมพูดขึ้นแล้วเดินมาตบบ่าฉันอย่างเห็นใจ "ใบบัว เพื่อนแกแต่ละคนนี่โคตรใส่ใจเรื่องของฉันเลย ใส่ใจกันขนาดนี้ แถวบ้านฉันเรียกว่า....เสือกนะ" ฉันมองใบบัวและไล่สายตามองเพื่อนมันทีละคนแล้วพูดยิ้มๆ พวกนั้นทำหน้าเจื่อนๆเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "พอๆเลิกทะเลาะแล้วมาสนุกกันดีกว่า"ใบบัวพูดจบก็หยิบเหล้ามาเปิดแล้วรินให้ทุกคน ฉันรับมาจิบและนั่งเบื่อๆอยู่อย่างนั้น "แอ๊ดดดดด" เสียงประตูเปิดออก คนที่เปิดเข้ามาคือไอ้กันกับผองเพื่อนของมันในวันนั้น ฉันหันไปถามใบบัวทันที "ใบบัว ถ้าไอ้เลวนี่จะมาทำไมแกไม่บอกฉัน" "ฉันขอโทษ ก็ถ้
ฉันเดินออกมานอกผับก็เจอข้าวหอมที่ยืนร้องไห้อยู่ในซอยมืดข้างๆผับ ฉันจึงเดินเข้าไปหาแล้วหยิบทิชชู่ยื่นให้"ให้ฉันทำไม" ข้าวหอมถามพลางสูดน้ำมูกแล้วกอดอกทำท่าเชิ่ดๆใส่ฉัน "เอาไว้เช็ดน้ำตาน่ะสิ ไม่ได้เป็นห่วงหรอกนะ แค่ให้ในฐานะเพื่อนร่วมโลกที่ผ่านมาเจอก็แค่นั้น" ฉันตอบกลับแล้วยิ้มอย่างเชิ่ดๆเช่นกัน "เหอะ ใครอยากได้" ข้าวหอมพูดแบบนั้นแต่ยื่นมือมารับทิชชู่ของฉันไว้และมองสำรวจใบหน้ากับร่างกายฉันสักครู่ จากนั้นจึงพูดว่า"คลิปนั้นไม่ใช่เธอจริงๆด้วย" ฉันจึงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ข้าวหอมมองหน้าฉันแล้วพูดว่า"ที่คอของผู้หญิงในคลิปจะมีรอยแผลเป็นเล็กๆอยู่ ถ้าใครไม่ได้สังเกตก็ไม่เห็นหรอกซึ่งฉันดูแล้วเธอไม่มีรอยแผลเป็นนั้น" "สังเกตขนาดนั้นเลยเหรอ?" ฉันถามนางด้วยความสงสัย"ก็ประมาณนั้น อย่างที่เธอพูดแหละ ฉันมันเป็นคนประเภทชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน" ข้าวหอมพูดจบก็ทำสีหน้าภูมิใจก่อนจะขมวดคิ้วและบอกฉันว่า "อยู่ห่างๆไว้ก็ดี ฉันหมายถึงไอ้สารเลวนั่นน่ะ " "หมายถึงไอ้กันใช่ไหม" "เออ มันนั่นแหละ" "ทำไม เธอรู้อะไร" ฉันดึงข้าวหอมเข้ามาใกล้แล้วถามด้วยสีหน้าจริงจัง "ไม่มีอะไรหรอก" ข้าวหอมพูดแล้วสะบัดแขนให้หลุดจากก
ช่วงสายวันต่อมาฉันตื่นขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ชุดนักศึกษาฉันแต่งหน้าเพื่อกลบดวงตาบวมเปล่งที่ดูก็รู้ว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก "คุณดีขึ้นหรือยัง" คุณวาคินที่นั่งอยู่บนเตียงถามฉันที่ยืนแต่งหน้าอยู่หน้ากระจก"ดีขึ้นแล้วค่ะ แต่แพรยังรู้สึกหน่วงๆในใจอยู่นิดหน่อย" ฉันตอบเขาพลางทำสีหน้าเศร้าสร้อย "เลิกคบเถอะเพื่อนแบบนี้" "แพรไม่เข้าใจว่าทำไมใบบัวถึงทำกับแพรแบบนี้เพราะว่าที่ผ่านมาเราก็รักกันสนิทกันมาตลอดเลย" "ใจคนเราอยากแท้หยั่งถึง" "ช่วงนี้แพรดวงตกหรือเปล่าคะ ไหนจะมีคนปล่อยคลิป ไหนจะเกือบโดนข่มขืน ไหนจะเรื่องเพื่อน เฮ้อ แพรล่ะท้อใจจริงๆ" "ไม่ได้ดวงตกหรอกมันคือจังหวะชีวิตน่ะ ไม่มีใครใช้ชีวิตอย่างราบรื่นไร้อุปสรรคหรอก" "เฮ้อ" "เรื่องอย่างอื่นไม่ดี แต่เรื่องความรักดีนะ ว่าไหมล่ะ" เขาพูดแล้วมองหน้าฉันยิ้มๆ ส่งผลให้ฉันหน้าแดงระเรื่อ "ชิ ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย" ฉันพูดกลบเกลื่อนแล้วทำท่าย่นจมูกให้เขา "จริงเหรอ ถ้าผมหายไปจริงๆคุณจะว่าไง?" "คุณจะไปไหน!!!!" ฉันทำสีหน้าตกใจร้องตะโกนลั่นห้องทันที "หึ ทำไม ไม่อยากให้ผมหายไปล่ะสิ" เขาพูดแล้วยิ้มล้อเลียนฉัน ฉันทำหน้ามุ่ย ตอนนี้เขาก็ยังส่
หนึ่งปีต่อมา วันนี้เป็นวันแต่งงานของฉันกับพี่นที ตอนนี้ฉันเปลี่ยนมาเรียกเขาว่าพี่แล้วเพราะเขาอายุห่างกับฉัน10ปี โดยเราจัดงานแต่งงานกันที่สวนในคฤหาสน์ของคุณวาคิน โดยจัดเป็นงานเล็กๆ มีคุณวาคินกับแพรเป็นแม่งาน ภายในงานตกแต่งด้วยดอกไม้และมีรูปของฉันกับพี่นทีติดอยู่ทั่วงาน คนร่วมงานมีพี่อิงฟ้า พี่ข้าวสวยและไอ้กัน เซ็ตเดิมเหมือนงานแต่งของไอ้แพรกับคุณวาคินนั่นแหละ "กูดีใจว่ะ ที่มึงกับคุณนทีแต่งงานกัน อย่างที่กูบอกไงเหมือนชาติที่แล้วเป๊ะๆ" แพรยิ้มให้ฉันพร้อมจับมือฉันไปเขย่าด้วยความดีใจ "ไอ้แพรมึงจะพูดเรื่องผีอีกแล้วเหรอวะ กูกลัวนะเว้ย" ไอ้กันพูดขึ้นพร้อมกับลูบแขนตนเองไปมา "คุณนทีคะ ข้าวสวยฝากดูแลน้องสาวด้วยนะคะ" พี่ข้าวสวยพูดกับพี่นทีที่เดินเข้ามาหาฉัน "แน่นอนอยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วงนะ" พี่นทีตอบพี่ข้าวสวยพร้อมกับหันมาส่งยิ้มให้ฉัน ฉันจึงยิ้มตอบอย่างเขินๆ "สองคนนี้เปลี่ยนแนวเหรอวะ หวานกันเฉย ตอนจีบกันกูเห็นฮาร์ดคอร์กันจะตาย" ไอ้กันหันไปกระซิบกับไอ้แพร ฉันจึงเขกหัวมันเบาๆและพูดว่า "กูได้ยินนะเว้ย" ทุกคนจึงหัวเราะออกมา "อาตมามาทันใช่ไหม ยินดีกับโยมนทีและโยมข้าวหอมด้วยนะ" หลวงปู่เดินเข้าม
"พี่ข้าวสวย ทำไมต้องพาอีตาบ้านี่มาด้วย" ฉันดึงแขนพี่ข้าวสวยมาใกล้และกระซิบถามเมื่อเห็นพี่ข้าวสวย พี่อิงฟ้าและอีตาบ้านทีเดินเข้ามาในร้านด้วยกันซึ่งฉันนั่งรอที่โต๊ะอยู่ก่อนแล้ว ตอนนี้พวกเราอยู่กันที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งที่เป็นร้านชิลๆมีดนตรีสดและมีดีเจคอยเปิดเพลง บางโต๊ะก็ลุกขึ้นมาเต้นอย่างสนุกสนาน ภายในร้านมี1ชั้นพื้นที่ค่อนข้างกว้าง "ข้าวหอมน้องรักอย่าบ่นไปเลยน่า คนยิ่งเยอะยิ่งสนุก"พี่ข้าวสวยกระซิบตอบแล้วนั่งลงข้างฉัน พี่อิงฟ้าจึงนั่งตรงข้ามกับพี่ข้าวสวย "ชิ"ฉันเบะปากและส่งเสียงออกมาเบาๆเพราะคนที่นั่งตรงข้ามกับฉันก็คืออีตาบ้านทีน่ะสิ "เส้นกระตุกเหรอครับ?" เขาถามฉันพร้อมเหยียดยิ้มที่มุมปาก กวนประสาทสุดๆเลยคนสวยอารมณ์เสีย"ไม่ต้องมายุ่ง" ฉันตอบเขาและหันไปคุยกับพี่ข้าวสวยกับพี่อิงฟ้าว่าจะเอาเมนูอาหารอะไรเพิ่มเติมเพราะฉันสั่งของกินเล่นมากินก่อนแล้ว "คุณนทีอยากกินอะไรคะ?"พี่ข้าวสวยหันไปถามเขาที่นั่งเยื้องกันอยู่ฝั่งตรงข้าม "ผมเหรอ อยากกิน...ข้าวหอม" เขาตอบแล้วมองหน้าฉันก่อนจะยักคิ้วอย่างกวนๆให้หนึ่งข้าง "ข้าวหอมบ้าบออะไรล่ะ อยากโดนต่อยป่ะ" ฉันหันไปพูดกับเขาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์และกำหมั
เดือนต่อมา ประจำเดือนของฉันไม่มาฉันจึงไปหาหมอก็พบว่าฉันตั้งครรภ์ได้สามสัปดาห์แล้ว เฮียดีใจจนแทบจะวิ่งรอบโรงพยาบาล เมื่อกลับมาถึงบ้านก็บอกข่าวดีกับพี่ข้าวสวย คุณนที คุณเอิงฟ้าและลูกน้องของเฮีย พวกเขาแสดงความยินดีและดีใจที่จะมีเด็กๆมาเพิ่มสีสันให้กับคฤหาสน์หลังนี้ฉันโทรบอกไอ้กรและไอ้ข้าวหอมพวกมันสองคนก็ตื่นเต้นและก็พากันทายว่าหลานจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายจะหน้าตาเหมือนใคร ส่วนเฮียวาคินก็คิดว่าจะให้ลูกนอนห้องไหน เรียนที่โรงเรียนอะไร เอ่อ ลูกยังเป็นวุ้นอยู่เลยจ้ะ=_= "แพร....เฮียบอกว่าให้อยู่เฉยๆไง" เฮียทำหน้าดุใส่ฉันเมื่อฉันเดินไปหยิบน้ำที่ตู้เย็นมาดื่ม "เฮียคะ แพรแค่ท้องนะคะ" ฉันหันไปมองหน้าเฮียแล้วยื่นปากใส่เขา"นั่นแหละ ถ้าแพรหกล้มขึ้นมาล่ะจะว่ายังไง มานี่เลยนะ" เฮียพูดจบก็เดินมาอุ้มฉันไปวางบนเตียงอย่างทะนุถนอม "เฮียคะ เฮียจะให้แพรนอนเฉยๆอย่างเดียวไม่ได้นะคะ แพรเบื่อ" ฉันงอแงใส่เขา"แพรอยากทำอะไรล่ะครับ" "แพรอยากไปเดินห้าง อยากกินชาบู" "ก็ได้ครับ เดี๋ยวเฮียพาไป" เฮียพูดจบก็เดินมาพยุงฉันให้ลุกจากเตียงและเดินจับมือฉันเดินลงมาข้างล่างเพื่อเดินไปลานจอดรถและเปิดประตูให้ฉันขึ้นไปนั่ง
สองอาทิตย์ต่อมา วันนี้เป็นวันแต่งงานของฉันกับเฮียวาคินก่อนหน้านี้เราไปจดทะเบียนสมรสกันมาแล้ว เฮียอยากมีรูปสวยๆไว้เก็บเป็นความทรงจำ เราจึงจัดงานแต่งในสวนภายในคฤหาสน์ ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้หลากสีและจะขาดไปไม่ได้เลยก็คือดอกฟอร์เก็ตมีน็อตนั่นเอง ภายในงานมีรูปภาพฉันกับเฮียวาคินที่ถ่ายรูปกันในสตูดิโอวางไว้ด้านหน้างานโดยคนมาร่วมงานก็เป็นแค่คนสนิทเท่านั้น พิธีการยังคงเนินไปเรื่อยๆจนถึงช่วงเวลาที่ต้องกล่าวคำสาบาน"ผมว่าคิน....สัญญาว่าจะรักและดูแลแพรตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่" เฮียพูดด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมจับมือฉัน ฉันจึงส่งยิ้มให้เฮียแล้วพูดประโยคเดียวกัน "แพรก็สัญญาค่ะ ว่าจะรักและดูแลเฮียวาคินตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่" "จูบเลยๆๆๆๆ" ข้าวหอมตะโกนและส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ "ไม่ต้องบอกก็จะจูบอยู่แล้ว หึหึ" เฮียวาคินบอกข้าวหอมจึงทำให้ข้าวหอม คุณนที พี่ข้าวสวย คุณอิงฟ้า ไอ้กรและบรรดาลูกน้องของเฮียส่งเสียงโห่ร้องอย่างชอบใจ เฮียดึงรั้งท้ายทอยของฉันไว้แล้วก้มหน้าลงมาจูบอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน ฉันจึงจูบเขาตอบเช่นกัน ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึงแล้วสินะ รอคอยมาตั้งหลายชาติได้อยู่ด้วยกันจริงๆสักที ฉันรู้สึกอิ่มเ
"แพรรักเฮียนะ" "แพรก็มีความสุขที่ได้อยู่กับเฮียค่ะ" "เฮีย...ต่อไปนี้เรามาใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขกันเถอะค่ะ" "เฮียรักแพรไหมคะ" "โอ๊ยยยยย ฝันอีกแล้วเหรอวะเนี่ย" ร่างสูงบ่นแล้วทำหน้าตาหงุดหงิดตื่นขึ้นมาบนเตียง เขาฝันถึงผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัยจนตอนนี้เขาอายุ30ก็ยังคงฝันอยู่ ทุกเรื่องราวทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาจำได้ทั้งหมดแต่ที่เขาหงุดหงิดก็คือเขาไม่เห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นต่างหาก "แพรวา....เธอเป็นใครกันแน่" ร่างสูงขมวดคิ้วแล้วพึมพำกับตัวเอง ณ ผับxxx "ไอ้แพรมึงระวังโต๊ะนั้นไว้ให้ดี ดูแล้วแม่งจะเล่นมึงว่ะเห็นมองมาทางมึงเป็นพันรอบแล้วมั้ง" ข้าวหอมเพื่อนสาวสุดที่รักของฉันพูดขึ้นพลางใช้มือชี้ที่ห้องวีไอพีห้องหนึ่ง ฉันกับข้าวหอมมาเที่ยวผับด้วยกันเพื่อฉลองวันเกิดของฉัน วันนี้ฉันอายุครบ22ปีแล้ว "มึงด้วยแหละไอ้ข้าวหอม มึงดูสายตาของพวกมันดิโคตรหื่น" ฉันบอกข้าวหอม "รู้แบบนี้น่าจะชวนไอ้กันมา" ข้าวหอมคร่ำครวญ "แล้วทำไมไม่ชวนมาล่ะ" "ก็มึงชอบเล่าเรื่องความฝันเพี้ยนๆของมึงอ่ะ ที่บอกว่ามีแฟนเป็นผีที่ชื่อวาคินอะไรนั่นน่ะ ไอ้กันมันก็กลัวน่ะสิแถมมึงเล่าเรื่องนี้ตั้งแต่ปีหนึ
สามเดือนต่อมาฉันเดินทางไปคฤหาสน์โดยรถของกรซึ่งฉันตัดสินใจกับคุณวาคินว่าฉันกับเขาจะใช้ชีวิตคู่กันที่นี่ โดยเราจะรีโนเวทแค่ภายในคฤหาสน์บางส่วนโดยที่ภายนอกเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตของผู้คนถึงแม้ว่าจะไม่มีค่อยมีคนกล้ามาก็เถอะ โดยจ้างกรและผีในคฤหาสน์เนี่ยแหละให้ช่วยๆกัน กรได้เงิน บรรดาผีทั้งหลายได้ส่วนบุญ "อยู่ที่นี่ไม่มีพวกขโมยใช่ไหม กูเป็นห่วงว่ะผู้หญิงตัวคนเดียว" กรพูดกับฉันด้วยความห่วงใย "ตัวคนเดียวบ้าอะไร ผัวมันก็อยู่ มึงคิดว่าคุณวาคินจะให้แพรมีอันตรายเหรอ" ข้าวหอมพูดแล้วชี้นิ้วไปทางคุณวาคินที่นั่งสมาธิอยู่กับบรรดาผีทั้งหลาย "นั่นสิ ไม่ต้องห่วงหรอกมึง เวลามีคนอื่นบุกรุกก็เจอผีบริวารของเฮียจัดการก่อนเลย วิ่งป่าราบกันทุกราย" ฉันพูดแล้วยิ้มให้กร "บรื๊อ~ คิดแล้วกูก็สยอง" กรทำท่าขนลุกซู่ ยังคงไม่ชินกับผีสักเท่าไหร่ "นี่มึงยังกลัวผีอยู่เหรอ" ข้าวหอมถามกร กรมันจึงพยักหน้ารับ "ไม่ลองมีแฟนเป็นผีบ้างล่ะ แบบกูกับข้าวหอมไง" ฉันแกล้งถามมัน มันส่ายหน้ารัวๆ "ไม่ไหวว่ะ ทุกวันนี้แค่เจอผีคุณอิงฟ้ากับผีพี่ข้าวสวยกูก็จะเป็นลมแล้ว ขยันแกล้งกูกันเหลือเกิน" มันพูดแล้วทำหน้าซีดลงเล็กน้อย "
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา "เรื่องวุ่นๆจบสักทีนะเฮีย" ฉันหันมาพูดกับเขา ตอนนี้ฉันกับเขากำลังแต่งตัวออกไปเที่ยวด้วยกัน เราจะไปเที่ยวสวนน้ำที่เปิดใหม่ที่ฉันเห็นในโซเชียล"ใช่ พวกเราจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขสักทีไม่มีพวกคนบ้าๆมายุ่งอีกแล้ว" เขาตอบแล้วยื่นหน้ามาหอมแก้มฉัน พวกเราใส่เสื้อคู่เป็นเสื้อยืดสีดำที่ปักลายหัวใจสีชมพูตรงกลาง ของฉันหัวใจครึ่งซ้ายของเขาหัวใจครึ่งขวาพอมายืนด้วยกันก็จะต่อกันเป็นรูปหัวใจพอดี "ไปกันเถอะ" ฉันพูดแล้วเดินออกจากห้องแต่เขาจับฉันไว้ก่อน "ขอดูชุดก่อน" "ก็ชุดธรรมดาเนี่ยแหละค่ะ" ฉันตอบแล้วดึงแขนเขาออกจากห้อง พวกเราขึ้นแท็กซี่ไปสวนน้ำราวๆครึ่งชั่วโมงก็มาถึง ดีนะที่เป็นช่วงสายคนเลยไม่ค่อยเยอะมาก ฉันเดินไปซื้อตั๋วสองใบ ใบละ900บาทจากนั้นจึงไปหยอดตู้ล็อกเกอร์แล้วเอาของใส่ไว้ "จะหายไหมเนี่ย" ฉันบ่นเบาๆ "ไม่หายหรอก เดี๋ยวเฮียฝากผีแถวนี้เฝ้าไว้แลกกับการแบ่งส่วนบุญให้" เขาตอบแล้วเดินไปหาผู้ชายที่ยืนอยู่แถวๆนั้น บรื้อ~ ฉันยังไม่ชินสักที ฉันขนลุกซู่แล้วรีบไปเปลี่ยนชุด ฉันใส่เสื้อคู่เหมือนเดิมแต่ท่อนล่างเป็นกางเกงขาสั้นขาบานเล็กน้อยใส่แล้วเย็นสบายสุดๆ จากนั้นเขาก็ตา
ช่วงสายวันต่อมา "โอ๊ยยยยยยย" ฉันร้องคร่ำครวญพลางลุกจากที่นอน คุณวาคินจึงมาประคองฉันไว้และถามว่า"เป็นอะไรเนี่ย ไม่สบายเหรอ" "ใช่ แพรไม่สบาย ไม่สบายสุดๆเลยด้วย" ฉันตอบพร้อมทำหน้างอง้ำใส่เขาและเดินกระเผลกเข้าห้องน้ำ เมื่อคืนเขาจัดหนักจัดเต็มมาก คลั่งแบบไม่ไหว สภาพฉันถึงเป็นแบบนี้(TT) "เฮียขอโทษ ก็เฮียคิดถึงแพรนี่ครับ" เขาเดินมากอดจากทางด้านหลังและอุ้มฉันเข้าห้องน้ำและอาบน้ำให้ จากนั้นฉันก็แต่งตัวแล้วออกไปทำงานที่ร้านกาแฟของข้าวหอมส่วนคุณวาคินก็ไปนั่งเฝ้าฉันเหมือนเดิมวันนี้เป็นวันก่อนเทศกาลปีใหม่ทางร้านจึงตกแต่งอย่างสวยงาม ฉันกับข้าวหอมใส่มงกุฎและชุดกระโปรงสีขาวดูเหมือนนางฟ้าและแจกลูกอม คุ๊กกี้และขนมอีกหลายอย่างเป็นของสมนาคุณให้แก่ลูกค้าที่หน้าร้าน"เดี๋ยวมานะ ไปเข้าห้องน้ำแป็บนึง" ข้าวหอมพูดแล้วรีบวิ่งเข้าไปในร้าน"น้องแพร วันนี้สวยจังเลยนะครับ" เสียงไอ้กันทักฉันขึ้นแล้วทำหน้าตาหื่นๆ คุณวาคินจึงรีบลอยมาประกบข้างฉันทันทีแต่เขาไม่ได้ปรากฏกาย"มีอะไรหรือเปล่าคะ ถ้าไม่มีรบกวนหลบทางลูกค้าหน่อยค่ะมันเกะกะ" ฉันพูดด้วยสีหน้าไม่ชอบใจเล็กน้อย ไอ้บ้านี่ก็หน้าด้านจริงๆ ยังมาทำลอยหน้าลอยตาอยู
หนึ่งเดือนต่อมา ฉันยังคงไปที่คฤหาสน์และซอยที่มีทางผีผ่าน ไปคนเดียวบ้าง ไปกับกรบ้าง ไปกับข้าวหอมบ้างเพราะฉันยังคงหวังว่าสักวันจะเจอเขา ส่วนดอกไม้ที่เขาส่งให้ฉันทุกวันฉันก็ไม่ได้รับมันอีกเลย เวลามีคนมาเคาะประตูฉันจะตื่นเต้นและคาดหวังว่าจะเป็นเขาฉันยังคงไปทำงานที่ร้านกาแฟของข้าวหอมอยู่ เพิ่งไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เองเพราะก่อนหน้านั้นสภาพฉันเละเทะมาก ข้าวหอมจึงให้ฉันคงสถานะการเป็นพนักงานไว้แล้วแบ่งเงินฉันไปให้สามคนที่เหลือแทนซึ่งฉันก็ตกลงเพราะยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ฉัน ข้าวหอม กร เรียบจบแล้ว พวกเราจึงนัดกันมาถ่ายรูปชุดครุยที่มหาลัย "มีคนฝากน้ำให้ครับ" พนักงานในร้านน้ำที่โรงอาหารยื่นนมชมพูมาให้ฉัน ฉันรับมาแต่ไม่กินเพราะเข็ด ไม่มีเฮียอยู่ด้วยฉันไม่กล้าเสี่ยง "มีคนจีบมึงเหรอวะไอ้แพร ร้ายนะมึง" ไอ้กรพูดแล้วมองหน้าฉันอย่างหยอกล้อ "ไม่รู้ไม่สนใจ" ฉันตอบพลางทำหน้าเซ็ง "มึงไม่เปิดใจรับคนใหม่บ้างล่ะ คุณวาคินเขา.....โอ๊ยยยยย" กรพูดไม่ทันจบประโยคก็ลูบหัวตัวเองป้อยๆ "สมน้ำหน้า" ฉันพูดแล้วหยิบมือถือมาถ่ายรูปเล่น "ผมลืมครับ เขาฝากอันนี้ให้พี่ด้วย" พนักงานร้านน้ำวิ่งกลับมาแล้วยื่นดอกไม้ให้ฉัน ฉันมอ