โทรศัพท์มือถือของพินทุอรสั่นระรัวเมื่อเวลาเลยบ่ายโมงมาเล็กน้อยจิตแพทย์สาวเลื่อนแฟ้มคนไข้ออกห่างตัว หมุนเก้าอี้ไปทางหน้าต่าง พยายามปรับน้ำเสียงให้เยือกเย็น แล้วจึงกดรับสายจากครูฝ่ายปกครอง“สวัสดีค่ะคุณครูดาว”“คุณแม่คะ ครูต้องโทร. มารบกวนคุณแม่อีกแล้วค่ะ”“วันนี้ใครคะ พอร์ชหรือพราม” พินทุอรถามด้วยความเคยชินเป็นอันรู้กันว่าลูกชายฝาแฝดของเธอ พอร์ชและพราม อายุแค่แปดขวบ แต่ทำให้เพื่อนร่วมห้องร้องไห้กระจองงองแงและไปฟ้องครูประจำชั้นแทบทุกวันมาตั้งแต่เข้าชั้นประถมแล้วสาเหตุที่เพื่อนๆ ร้องไห้ก็ไม่ใช่ว่าลูกชายเธอจะไปรังแกเด็กที่ไหนหรอกนะ แต่สองแฝดนั่นชอบทำหน้าบึ้ง ไม่ยอมยิ้ม แล้วก็ชอบมองคนอื่นด้วยสายตาดุๆ แค่นั้นเองได้พ่อมาแท้ๆ...ปลายสายอึกอักอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตอบมาเหมือนเกรงใจ“วันนี้ไม่ใช่แฝดค่ะ สองหนุ่มนั่นพอขึ้นป.สองแล้วก็พอจะพูดรู้เรื่อง ไม่ค่อยทำหน้าบึ้งหรือตาขวางจนเพื่อนกลัวแล้ว แถมยังมีเพื่อนที่กล้าเข้าไปเล่นด้วยสองสามคนแล้วนะคะ ถือว่ามีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดค่ะ เพราะตอนป.หนึ่ง สองแฝดไม่มีใครกล้าเข้าไปเล่นด้วยเลย”“ถ้างั้นวันนี้ใครคะ” พินทุอรถามแล้วก็ได้แต่ภาวนาในใจ อย่าให้เป็นอย
เด็กชายมองหน้าเด็กหญิงพริสาเหมือนจะขอโทษ หันมาหาพินทุอร แล้วถามขึ้น“ผมขอเล่นกับน้องอีกได้ไหมครับ”“ได้สิลูก ชวนน้องดีๆ นะคะถ้าอยากเล่นด้วยกัน” พินทุอรยิ้มจากนั้นเพชรพร้อมก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองหน้าลูกสาวสุดแสบ“ส่วนเรา...เด็กหญิงพริสา เพียงดินดี...” เขาเรียกชื่อลูกสาวเสียเต็มยศเป็นการบอกเด็กหญิงอ้อมๆ ว่าคราวนี้เธอทำผิด “วันนี้หนูพรีมผิดตรงไหน บอกพ่อซิคะ”“หนูใช้กำลังทำร้ายพี่”“ผิดไหมคะ”“ผิดค่ะ”“แล้วต้องทำยังไง”เด็กหญิงพริสาหันไปหาเด็กชายคู่กรณี ยกมือป้อมๆ ขึ้นไหว้เด็กชายรุ่นพี่ จากนั้นก็พูดด้วยเสียงดังฟังชัด“หนูพรีมผิดเองค่ะที่ดึงผมพี่พัตเตอร์ หนูพรีมขอโทษค่ะ หนูพรีมจะไม่ทำอีกแล้ว วันหลังเราค่อยเล่นกันใหม่นะคะ”“เก่งมาก” เพชรพร้อมชม “นอกจากพี่พัตเตอร์แล้วหนูพรีมต้องขอโทษใครอีกไหมคะ”ฟังจบเด็กน้อยก็หันไปทางคุณครูดาว กระพุ่มมือน้อยๆ ไหว้ “หนูพรีมขอโทษคุณครูดาวค่ะที่ทำให้คุณครูเสียเวลา หนูพรีมจะไม่ทำอีก”คุณครูดาวรับไหว้ ลูบศีรษะเด็กหญิงตัวน้อยอย่างเอ็นดูจากนั้นเด็กหญิงก็หันไปหามารดาครู่กรณีที่อยากจะดึงผมเธอ “หนูพรีมขอโทษคุณน้าคนสวยด้วยค่ะที่หนูพรีมไปรังแกพี่พัตเตอร์ หนูพรีมจ
เผียะ!เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังขึ้นในความเงียบ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องอุทานของพยาบาลสาวประจำห้องตรวจ และเสียงโวยวายเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัย ทว่าคนโดนตบกลับไม่ร้องสักนิดพินทุอรเป็นจิตแพทย์สาวรูปร่างสูงโปร่งเพรียวกระชับราวกับนางแบบ ผมดำขลับตัดทรงบ๊อบสั้นเผยให้เห็นศีรษะทุยสวย เธออายุสามสิบห้าปีแต่ยังดูอ่อนกว่าวัยอยู่มาก รวมทั้งท่าทางออกจะแข็งๆ กวนๆ ทำให้คุณหมอสาวดูห้าวและแมนมากกว่าจะดูสวยบอบบางน่าทะนุถนอมจิตแพทย์สาวมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้วยสายตาว่างเปล่า แม้จะเจ็บจนหน้าชา แต่ยังไม่อาจเข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้าได้เลยสักนิด“ขอเตือนอีกครั้งนะ เลิกยุ่งกับผัวฉันได้แล้ว ไม่อย่างนั้นฉันจะทำเรื่องร้องเรียนโรงพยาบาล ร้องเรียนแพทยสภาจรรยาบรรณแพทย์น่ะ เคยรู้จักไหม จบแพทย์มาก็ควรทำตัวให้เหมือนแพทย์ ไม่ใช่เอาแต่ทำตัวแพศยา ทำไม ผู้ชายมีเป็นฝูง ไม่มีปัญญาหาเองหรือไง ถึงต้องส่ายหางร่านดิกๆ มาแย่งผัวชาวบ้านแบบนี้ หรือว่าตอนนี้เข้าฤดูผสมพันธุ์ เลยเงี่ยนจนหยุดไม่อยู่” แขกไม่ได้รับเชิญแผดเสียงด่าทอลั่นห้องตรวจ มิหนำซ้ำยังมองมาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อจากการคาดเดาของพินทุอร ผู้หญิงคนนี้น่าจะอายุราวสามสิบถึ
ห้านาทีต่อมาทั้งพินทุอรและภัคจิราก็มายืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องพักของหมอรัชตะซึ่งเป็นศัลยแพทย์อันดับต้นๆ ของโรงพยาบาลนรินทร์รัตน์พินทุอรเคาะประตูเบาๆ “พี่โอ๊ต อิงเอง”“เข้ามาสิอิง เลิกงานแล้วเหรอครับ” เสียงห้าวปนอบอุ่นดังแว่วมาจากในห้อง น้ำเสียงคนพูดเจือความดีใจอยู่ไม่น้อยจิตแพทย์สาวเปิดประตูเข้าไป คนในห้องก็ก้าวยาวๆ เข้ามาหาทันที ใบหน้าขาวหล่อเหลาเปื้อนยิ้มสดใส แขนทั้งสองข้างกางออกเพื่อจะโอบกอดแฟนสาวทว่าเมื่อรัชตะเห็นภัคจิราเดินตามเข้ามา เขาก็ชะงักเท้า รอยยิ้มเกลื่อนดวงหน้าเมื่อครู่จางหาย เหลือเพียงริมฝีปากกระตุกเหมือนควบคุมไม่ได้ ดวงตาเรียวรีเบิกโพลง มิหนำซ้ำหน้าซีดเป็นไก่ต้มที่ต้มแล้วต้มอีกหลายวัน มีแต่แขนสองข้างที่ยังกางค้างราวกับสมองประมวลผลไม่ทันจึงยังไม่สั่งการสำหรับพินทุอร...นี่เป็นการยืนยันได้ทันทีว่าสิ่งที่ผู้หญิงหน้าสวยแต่ปากแจ๋วคนนั้นพูดมาน่าจะเป็นความจริงไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนี้มันคบซ้อนจริงๆไอ้ผู้ชายควายธนู!ความเงียบครอบคลุมห้องพักแพทย์เพียงชั่วอึดใจ แต่เหมือนยาวนานชั่วนิรันดร์ และในที่สุด รัชตะก็ยอมเปิดปากแบบสั่นๆ“อะ...อิง...นี่มันอะไรกัน มา...มาพร้อมกันได้ยังไง”พินทุอ
รถยนต์คันหรูแล่นออกจากโรงพยาบาลนรินทร์รัตน์ด้วยความรวดเร็วโดยมีวิณทร์วายุเป็นคนขับ ส่วนพินทุอรซึ่งเป็นผู้โดยสารนั้นปรับเบาะนอนเหยียดยาวทำเหมือนไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วจิตแพทย์หนุ่มตัดสินใจพาเพื่อนสาวกลับคอนโดฯ ของตนเอง โดยทิ้งรถของอีกฝ่ายไว้ที่โรงพยาบาลแล้วกลับพร้อมกันกับเขา ในระหว่างที่รอพินทุอรเก็บของ เขาก็ได้โทร.ไปขออนุญาตคะนึงรักซึ่งเป็นภรรยาไว้เรียบร้อยแล้ว‘ดีใจจัง พี่อิงจะมานอนค้างกับเรา’ คะนึงรักตอบกลับเสียงใส‘แต่สภาพอาจจะไม่ค่อยดีนะ มีเรื่องที่โรงบาลนิดหน่อย’‘อ้าว งั้นเหรอคะ ลี่ถามได้มั้ยว่าเรื่องอะไร’‘ความรัก’‘โอเค งั้นลี่จะสั่งอาหารอร่อยๆ ที่พี่อิงชอบมารอไว้ละกัน อาหารอร่อยๆ จะเยียวยาหัวใจเราเอง’‘อืม ฝากด้วย รักลี่นะ’‘ลี่ก็รักคุณ’ เธอตอบก่อนวางสายไปคะนึงรักหรือสาลี่คือภรรยาของวิณทร์วายุ แต่ก่อนหญิงสาวทำงานอยู่ที่บริษัทเวดดิง แพลนเนอร์ชื่อดัง ตอนนี้ขอลาพักอย่างไม่มีกำหนดเพื่อเลี้ยงลูกชายที่อายุได้หกเดือนหลังจากแต่งงานกัน ภรรยาสาวของเขาก็มีเรื่องจุกจิกซึ่งมักจะโทร. คุยอะไรกับพินทุอรบ่อยครั้ง ทำให้สองสาวสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ ให้ผู้หญิงกับผู้หญิงได้ปลอบใจกัน อาจจะดีกว่า
หลังจากมื้ออาหารค่ำจบลง คะนึงรักก็พาพินทุอรไปยังห้องนอนแขก ภายในห้องนั้นมีห้องน้ำในตัว หญิงสาวดูแลพินทุอรเรื่องเสื้อผ้าและห้องนอนเสร็จแล้ว พูดคุยกันตามประสาผู้หญิงพักใหญ่ เธอก็กลับมาที่ห้องนอนของตนเองซึ่งวิณทร์วายุนอนรอฟังข่าวอยู่“เป็นไงมั่ง”“เตรียมตัวอาบน้ำแล้วค่ะ เห็นว่าอาบน้ำเสร็จจะเข้านอนเลย เมื่อกี้ก็ได้คุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พี่อิงยืนยันหนักแน่นว่าเลิกแน่ๆ เพราะรับไม่ได้กับผู้ชายที่นอกใจ”“ใครก็รับไม่ได้ทั้งนั้นแหละ”“ตอนที่คุยกัน แฟนพี่เขาโทร. เข้ามาหลายครั้งเลย แต่พี่อิงตัดสายทิ้งทั้งหมด พอรำคาญหนักเข้าก็ปิดเครื่องหนีเลย ลี่คิดว่าพี่อิงเข้มแข็งกว่าที่คิดนะวิณทร์ น่าจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ไม่ยาก”“ไอ้นี่น่ะ ทรงมันดี เหมือนไม่ค่อยออกอาการ แต่ลึกๆ ข้างในไม่มีใครรู้หรอกว่าบอบช้ำขนาดไหน ขนาดตอนเกิดเรื่องที่บ้าน...” วิณทร์วายุสบตากับคะนึงรักเหมือนรู้กันว่าหมายถึงตอนไหน “เรื่องใหญ่ขนาดนั้น มันยังแทบไม่ออกอาการเลย”“แล้วพรุ่งนี้พี่อิงต้องไปทำงานมั้ย”“ผมโทร. ไปถามผอ. แล้ว เห็นว่าให้อิงพักงานอย่างน้อยสองเดือน รอให้เรื่องซา”“สองเดือนเลยเหรอ” คะนึงรักอุทาน “นานไปมั้ยอะ ไอ้หมอคนนั้นมัน
เพชรพร้อมกำลังขยำขุยมะพร้าวในถังหมักอย่างขะมักเขม้นตอนที่นางรำพึงซึ่งเป็นอาแท้ๆ เดินเข้ามาในสวน แถมยังส่งเสียงดังมาก่อนตัวเหมือนเคย“เพชร เพชรเอ๊ย อยู่ไหนลูก”“อยู่นี่ครับ” ชายหนุ่มร้องบอกก่อนจะลุกขึ้นยืน แกล้งเรียกหญิงสูงวัยอย่างที่ชาวบ้านในละแวกนี้ชอบเรียกกัน “มีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับคุณนายรำพึง”“เดี๋ยวเถอะ มาเรียกคุณนายทำไม พ่อไปไหนล่ะ อาขึ้นไปบนบ้าน ไม่เห็นใคร เจอแต่เด็กรับใช้คนเดียว”เพราะนางรำพึงเป็นน้องสาวคนเดียวของบิดาเพชรพร้อม และช่วยเลี้ยงดูชายหนุ่มมาตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เข้านอกออกในบ้านนี้ได้อย่างสนิทสนม“พ่อไปเที่ยวบ้านลุงสุขสันต์ที่เชียงใหม่ อยู่ยาวสองสามอาทิตย์เลย วันนี้อามาเสียเที่ยวแล้ว”หญิงสูงวัยกระแซะเข้ามาใกล้ “เสียเที่ยวที่ไหน อาก็ถามไปตามมารยาทเท่านั้นแหละ วันนี้อามาหาเพชรต่างหาก มีเรื่องสำคัญม้ากมากจะบอก”“ผมไม่ไปครับ” ชายหนุ่มตั้งป้อมปฏิเสธทันควัน“อะไรกัน ยังไม่ทันบอกเลยว่าเรื่องอะไร”“มาทรงแบบนี้นะ เรื่องสำคัญม้ากมากแบบนี้ อาจะให้ผมไปนัดเจอกับลูกสาวเพื่อนอาสักคนแน่นอน”คุณนายรำพึงตวัดค้อนเหมือนสาวๆ “แหม...ทำรู้ทัน แต่คราวนี้ไม่เหมือนทุกครั้งนะเพชร ลิ้นจี่เป็น
เมื่อเช้าวันเสาร์มาถึง เพชรพร้อมตื่นนอนมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ชายหนุ่มมัดผมยาวระต้นคอเป็นจุกเล็กๆ ด้านหลัง สวมเสื้อยืดสีเทาเข้มตัวใหม่เอี่ยม สลัดกางเกงขาสั้นขาดๆ ทิ้งแล้วสวมกางเกงยีนยี่ห้อดัง แถมยังฉีดน้ำหอมเสียหอมฟุ้งชายหนุ่มผิวปากพลางก้าวออกจากบ้านเพื่อไปเตรียมรถที่ล้างรอตั้งแต่เมื่อวาน แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน หมาสีดำตัวใหญ่ที่มักนอนเฝ้าบ้านพักคนงานในสวนก็เห่าเสียงขรม“ไอ้ปึก เห่าอะไรวะ นี่กูเอง” เพชรพร้อมเท้าเอวดุเมื่อเห็นปึกแยกเขี้ยวและทำท่าจะกระโจนใส่เมื่อปึกรู้ว่าเป็นใคร ก็ครางหงิงๆ วิ่งกระดิกหางสี่คูณร้อยเข้ามาประจบทันที เพชรพร้อมลูบหัวลูบหางพลางบ่นขำๆ“เออ ให้มันรู้ซะมั่ง ว่ากินนอนอยู่บ้านใคร กูแค่แต่งตัวหล่อนิดหน่อย มึงเห่าใส่อย่างกับกูเป็นโจร แต่ตอนที่กูแต่งตัวเหมือนโจร มึงดันกระดิกหางดิ๊กๆ ไอ้ชาติหมาเอ๊ย...”หมาจะเห่าก็ช่างหมา แต่งานนี้เพชรพร้อมขอแต่งหล่อไว้ก่อน ถึงสาวเจ้าจะมองว่าไม่หล่อ แต่ก็คงไม่ถึงกับรังเกียจหรอกน่าหกโมงเช้าไม่ขาดไม่เกิน ชายหนุ่มร่างยักษ์ก็มายืนทำหน้านิ่งอยู่ที่หน้าบ้านของนางรำพึง เจ้าของบ้านซึ่งเพิ่งให้อาหารไก่เสร็จถึงกับเขม้นมองอย่างไม
เด็กชายมองหน้าเด็กหญิงพริสาเหมือนจะขอโทษ หันมาหาพินทุอร แล้วถามขึ้น“ผมขอเล่นกับน้องอีกได้ไหมครับ”“ได้สิลูก ชวนน้องดีๆ นะคะถ้าอยากเล่นด้วยกัน” พินทุอรยิ้มจากนั้นเพชรพร้อมก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองหน้าลูกสาวสุดแสบ“ส่วนเรา...เด็กหญิงพริสา เพียงดินดี...” เขาเรียกชื่อลูกสาวเสียเต็มยศเป็นการบอกเด็กหญิงอ้อมๆ ว่าคราวนี้เธอทำผิด “วันนี้หนูพรีมผิดตรงไหน บอกพ่อซิคะ”“หนูใช้กำลังทำร้ายพี่”“ผิดไหมคะ”“ผิดค่ะ”“แล้วต้องทำยังไง”เด็กหญิงพริสาหันไปหาเด็กชายคู่กรณี ยกมือป้อมๆ ขึ้นไหว้เด็กชายรุ่นพี่ จากนั้นก็พูดด้วยเสียงดังฟังชัด“หนูพรีมผิดเองค่ะที่ดึงผมพี่พัตเตอร์ หนูพรีมขอโทษค่ะ หนูพรีมจะไม่ทำอีกแล้ว วันหลังเราค่อยเล่นกันใหม่นะคะ”“เก่งมาก” เพชรพร้อมชม “นอกจากพี่พัตเตอร์แล้วหนูพรีมต้องขอโทษใครอีกไหมคะ”ฟังจบเด็กน้อยก็หันไปทางคุณครูดาว กระพุ่มมือน้อยๆ ไหว้ “หนูพรีมขอโทษคุณครูดาวค่ะที่ทำให้คุณครูเสียเวลา หนูพรีมจะไม่ทำอีก”คุณครูดาวรับไหว้ ลูบศีรษะเด็กหญิงตัวน้อยอย่างเอ็นดูจากนั้นเด็กหญิงก็หันไปหามารดาครู่กรณีที่อยากจะดึงผมเธอ “หนูพรีมขอโทษคุณน้าคนสวยด้วยค่ะที่หนูพรีมไปรังแกพี่พัตเตอร์ หนูพรีมจ
โทรศัพท์มือถือของพินทุอรสั่นระรัวเมื่อเวลาเลยบ่ายโมงมาเล็กน้อยจิตแพทย์สาวเลื่อนแฟ้มคนไข้ออกห่างตัว หมุนเก้าอี้ไปทางหน้าต่าง พยายามปรับน้ำเสียงให้เยือกเย็น แล้วจึงกดรับสายจากครูฝ่ายปกครอง“สวัสดีค่ะคุณครูดาว”“คุณแม่คะ ครูต้องโทร. มารบกวนคุณแม่อีกแล้วค่ะ”“วันนี้ใครคะ พอร์ชหรือพราม” พินทุอรถามด้วยความเคยชินเป็นอันรู้กันว่าลูกชายฝาแฝดของเธอ พอร์ชและพราม อายุแค่แปดขวบ แต่ทำให้เพื่อนร่วมห้องร้องไห้กระจองงองแงและไปฟ้องครูประจำชั้นแทบทุกวันมาตั้งแต่เข้าชั้นประถมแล้วสาเหตุที่เพื่อนๆ ร้องไห้ก็ไม่ใช่ว่าลูกชายเธอจะไปรังแกเด็กที่ไหนหรอกนะ แต่สองแฝดนั่นชอบทำหน้าบึ้ง ไม่ยอมยิ้ม แล้วก็ชอบมองคนอื่นด้วยสายตาดุๆ แค่นั้นเองได้พ่อมาแท้ๆ...ปลายสายอึกอักอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตอบมาเหมือนเกรงใจ“วันนี้ไม่ใช่แฝดค่ะ สองหนุ่มนั่นพอขึ้นป.สองแล้วก็พอจะพูดรู้เรื่อง ไม่ค่อยทำหน้าบึ้งหรือตาขวางจนเพื่อนกลัวแล้ว แถมยังมีเพื่อนที่กล้าเข้าไปเล่นด้วยสองสามคนแล้วนะคะ ถือว่ามีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดค่ะ เพราะตอนป.หนึ่ง สองแฝดไม่มีใครกล้าเข้าไปเล่นด้วยเลย”“ถ้างั้นวันนี้ใครคะ” พินทุอรถามแล้วก็ได้แต่ภาวนาในใจ อย่าให้เป็นอย
งานแต่งงานและทริปฮันนีมูนผ่านไปอย่างราบรื่น และพินทุอรก็ย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัดได้เดือนเศษแล้ววันนี้เป็นวันแรกในรอบหนึ่งเดือนที่เธอกลับมากรุงเทพฯ เพราะเพชรพร้อมต้องมาทำธุระที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง เขาจึงพาพินทุอรมาเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองระหว่างที่ภัคจิรากำลังเดินเลือกร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าใกล้กับมหาวิทยาลัยที่จะต้องมาฟังงานบรรยายวิชาการ หญิงสาวก็เห็นพินทุอรกำลังจูงมือสามีหนุ่มเลือกร้านอาหารอยู่เช่นกันหลังจากมีเรื่องกันคราวก่อน หญิงสาวก็ไม่ได้เจอพินทุอรอีกเลย เธอตามหึง ตามคุมรัชตะไม่ห่าง จนได้ข่าวว่าอีกฝ่ายแต่งงานไป เธอจึงไม่ได้ใส่ใจผู้หญิงคนนี้อีกแม้แฟนหนุ่มจะไม่เคยพูดถึงพินทุอรอีกเลยไม่ว่าเรื่องอะไร ทว่าภัคจิรารับรู้จากท่าทางของรัชตะว่ายังคิดถึงแฟนเก่าคนนี้ไม่เลิก ความอิจฉาแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว เธอจึงหันไปหาเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องแล้วบอก“พี่เจอคนรู้จัก ขอเข้าไปทักแป๊บนึงนะ”“ใครคะพี่ภัค”“แฟนเก่าพี่หมอโอ๊ตน่ะ มากับผัวใหม่” ภัคจิราแสร้งยิ้มหยันรุ่นน้องสาวมองตามแล้วสูดปาก “หูย...คนใหม่ของเขาแซ่บระดับพริกร้อยสวนเลยนะพี่ ทั้งสูง ทั้งหุ่นเพอร์เฟกต์ แถมยังผิวสีแทนดูกร้าว
มีเพียงหาดทราย ทะเล สายลม กับสองเรา...ในขณะที่พินทุอรก้าวเข้าไปเช็กอินในรีสอร์ตสุดหรูที่เพชรพร้อมบรรจงเลือกแล้วเลือกอีกเพื่อมาฮันนีมูน เพลงที่มารดาของพินทุอรชอบเปิดให้ฟังในวัยเด็กก็แว่วมาในความทรงจำมองจากตรงล็อบบียังสามารถเห็นหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าเข้มสะท้อนแสงแดดทอประกายระยิบระยับ ส่วนท้องฟ้าสีฟ้าจางๆ ก็ดูสดใสเมื่อถูกแต่งแต้มด้วยปุยเมฆขาวสวยเหมือนรูปในโปสการ์ดเลย...สามวันสองคืนต่อจากนี้เธอจะสวมแต่บิกินีสุดเซ็กซี่ แล้วทอดกายไปกับหาดทรายขาว หยอกเย้ากับเกลียวคลื่นที่ซัดสาด ปล่อยให้ผิวกายดื่มด่ำวิตามินดีจากแสงแดดเสียให้พอ จากนั้นก็กลับมาอาบน้ำเย็นๆ ให้สดชื่น เพื่อเตรียมตัวลงไปจัดการบุฟเฟต์อาหารทะเล เบียร์และไวน์แบบฟรีโฟลว์หรือที่เรียกว่าดื่มได้ไม่อั้นแค่คิด...พินทุอรก็แทบจะล่องลอยไปสรวงสวรรค์แล้ว“ชอบห้องพักไหมอิง” เพชรพร้อมถามเมื่อก้าวเข้ามาอยู่ในพูลวิลลาหลังใหญ่ แบบที่เปิดออกไปแล้วมีสระว่ายน้ำส่วนตัวแยกจากสระหลัก มีรั้วสูงกั้นไว้อย่างมิดชิดเป็นสัดส่วน เพื่อให้คู่รักที่มาพักได้ใช้เวลาทำ ‘กิจกรรม’ ได้อย่างเต็มที่สมกับชื่อห้องฮันนีมูนสวีต แถมยังมองเห็นทะเลกับหาดทรายได้แบบพาโน
เสียงบรรเลงเพลงไทยเดิมดังก้องไปทั่วบริเวณบ้านสวนเพียงดินดีบรรยากาศในวันนี้สวยงามและหวานชื่นไม่ต่างจากภาพในงานแต่งงานที่เห็นในละครมากนัก จะแตกต่างก็เพียงมวลความสุขและความสนุกสนานที่โอบล้อมงานในวันนี้ล้นเอ่อจนทุกคนในงานสัมผัสได้เพชรพร้อมสวมชุดสูทสากลสีชมพูอ่อนนั่งพนมมือวางบนหมอนสำหรับรดน้ำสังข์ โดยมีพินทุอรซึ่งสวมชุดไทยสีชมพูอย่างที่เพชรพร้อมชอบคาดทับด้วยสไบสีทองนั่งอยู่เคียงกันทางซ้ายมือ รอบคอของทั้งคู่มีพวงมาลัยสองชายห้อยอุบะที่ชายมาลัย ซึ่งพวงมาลัยนี้ร้อยอย่างวิจิตรบรรจงด้วยฝีมือของนางรำพึงผู้เป็นแม่งานบ่าวสาวยิ้มให้กันด้วยความชื่นมื่นในระหว่างรอทำพิธีรดน้ำสังข์ ก่อนจะเป็นเพชรพร้อมที่ก้มลงไปหยิบกระดาษเช็ดหน้าแผ่นบางขึ้นมาซับเบาๆ ไล่ไปตามไรผมที่ล้อมกรอบหน้าของเจ้าสวยคนสวย“เหนื่อยไหมอิง”“ไม่เหนื่อย”“ร้อนหรือเปล่า” ถามเสร็จก็ยิ้มให้“เปิดแอร์ขนาดนี้ อิงจะเอาอะไรมาร้อน”“หนาวเกินไปไหม”“ไม่เลย กำลังดีแล้ว”เพชรพร้อมฟังแล้วยิ้มกว้างอีกครั้ง เอื้อมมือไปกุมมือพินทุอร มองตากันแล้วก็ยิ้มให้กันอีกหนคะนึงรักชะงักกึก พานใส่มงคลแฝดหรือมงคลที่ใช้สวมศีรษะบ่าวสาวแทบร่วง เธอวางพานใส่มงคลลง แล้
การ์ดแต่งงานถูกส่งไปทั่วโรงพยาบาลนรินทร์รัตน์ ยกเว้นก็แต่ใครคนหนึ่งที่แผนกศัลยกรรมกลับไม่ได้รับการ์ดเชิญนี้“เป็นไงบ้างไอ้โอ๊ต พักนี้ชีวิตดีไหม”รัชตะเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงานเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหู เขาขมวดคิ้วตอนที่คนมาใหม่เดินเข้ามาหาในห้องทำงานพร้อมรอยยิ้มแบบแปลกๆนายแพทย์อรัญอยู่แผนกสูตินารีเวช เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่ไม่ค่อยลงรอยกันนัก ศัลยแพทย์หนุ่มจึงแปลกใจไม่น้อยเมื่อเพื่อนที่แทบไม่ได้คุยกันเข้ามาทักทาย“มีอะไร” เขาถามตรงๆ“รู้ข่าวหรือยังวะ แฟนเก่าของมึงกำลังจะแต่งงาน”รัชตะชะงัก “หมายถึงใคร อิงน่ะเหรอ”“ใช่ หมออิงจะแต่งงาน แล้วก็ย้ายไปต่างจังหวัดด้วย”อรัญโบกการ์ดแต่งงานที่เพิ่งได้รับเมื่อเช้ากลางอากาศ พลางทรุดตัวนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามรัชตะปรายตามองการ์ดแต่งงานสีน้ำเงินขลิบทองในมือเพื่อนร่วมงาน แล้วเบ้หน้าเหมือนไม่แคร์ แต่มือข้างที่อยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเจ็บ“ความจริงไม่ต้องแจกการ์ดก็ได้ น่าจะเป็นแค่งานเลี้ยงกระจอกที่บ้านนอกเท่านั้น”“เขาจัดงานกันที่โรงแรมในกรุงเทพฯ นี่แหละ ระดับห้าดาวเสียด้วย” อรัญบอกชื่อโรงแรมห้าดาวสุดหรูซึ่งอยู่ใจกลางเมือง“จะจัดหรูแค่ไหน เจ้าบ่าวก็กระจอกอย
ในที่สุดนางรำพึงก็ต้องใช้ฤกษ์สำเร็จรูปจนได้ ใครจะไปคาดคิดว่าหลานชายตัวดีจะใจร้อนขนาดนี้ มิหนำซ้ำยังจูงมือกันไปจดทะเบียนเรียบร้อย มันน่าตีให้ตายนัก‘น่าจะบอกผู้หลักผู้ใหญ่ก่อน จะได้นัดไปพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ’ นางรำพึงบ่นเป็นหมีกินผึ้งหลังจากหลานชายโทร. มาบอกเรื่องจดทะเบียนสมรสกับพินทุอรแล้ว‘ผมโทร.บอกพ่อแล้ว พ่อก็ไม่ว่าอะไร’‘ได้ปรึกษาผู้ใหญ่ทางหนูอิงหรือเปล่า ถึงผู้หญิงเขาจะอยู่ตัวคนเดียว แต่ก็คงมีญาติอยู่บ้าง’‘ญาติพวกนั้นอิงไม่นับญาติหรอกอา ไม่เคยสนใจหรือเจอหน้ากันเกินสิบปีแล้ว จะมีก็แต่ครอบครัวของวิณทร์นั่นแหละที่อิงนับถือเหมือนญาติ แต่อิงก็พาผมเข้าไปกราบปู่ของวิณทร์มาแล้วนะ ยิ่งรู้ว่าผมเป็นลูกพี่ลูกน้องของลี่ ก็แทบไม่ต้องทำความรู้จักอะไรกันเลย ทางสะดวกสุดๆ’‘แล้วจะจัดงานไหม’‘จัดครับอา ทางบ้านวิณทร์เขาอยากให้จัด โดยเฉพาะคุณปู่ของวิณทร์บอกว่าถึงจะจดทะเบียนกันแล้ว ก็ต้องจัดงานแต่งงานด้วย’ พอเพชรพร้อมบอกแบบนั้นก็ได้ยินเสียงถอนหายใจเหมือนโล่งอกของคุณนายรำพึงถึงอย่างไรหญิงสูงวัยก็ยังเป็นคนรุ่นเก่า ย่อมอยากให้มีพิธีแต่งงานสักหน่อย จะเล็ก จะใหญ่ อย่างไรก็ได้ แต่อย่างน้อยก็อยากให้มีเพ
พินทุอรมองอาหารละลานตาตรงหน้าแล้วอดขำไม่ได้ “ลี่เอ๊ย...ถ้าพี่กับเพชรกินอาหารของลี่หมดนี่ ไม่ต้องแต่งงานแล้วละ วนรอบเมรุสามรอบแล้วก็เผาได้เลย”“ก็ชิมอย่างละนิดสิคะพี่อิง นิดเดียวก็รู้รสแล้ว ลี่สั่งซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งที่พี่ชอบมาด้วยนะ อยู่ในจานไหนสักจานนึงนั่นแหละ ไม่ก็อาจจะยังอยู่ในครัว เพราะจานไม่พอ”“นี่ยังมีอีกเหรอวะไอ้ลี่” เพชรพร้อมเริ่มขำ“มี มีของที่พี่เพชรชอบด้วย” คนเป็นน้องยิ้มเอาใจ “ส่วนของเสือน้อยเป็นข้าวตุ๋นกับฟักทองญี่ปุ่นและหมูสับ ถือว่าได้ร่วมฉลองด้วย”“เอาๆ กินกัน ไม่หมดก็ไม่ต้องกลับบ้านละกัน”“ผมไปเปิดไวน์ให้นะ ฉลองจดทะเบียนทั้งที เอาขวดที่แจ่มๆ เลย” วิณทร์วายุส่งลูกชายตัวป้อมให้ภรรยาสาว ก่อนจะหันไปถามเพชรพร้อมเรื่องไวน์เพราะเพื่อนสนิทเคยเล่าให้ฟังว่าเจ้าของสวนเพียงดินดีก็ชอบดื่มไวน์และมีความรู้เรื่องไวน์เหมือนกัน “เพชรมีไวน์ปีไหนที่ชอบเป็นพิเศษไหม เผื่อที่บ้านมี จะได้เปิดขวดนั้น”“เอาที่คุณเลือกเลยวิณทร์ ผมดื่มได้หมด”คะนึงรักรีบเสริม “รายนี้เน้นสุด ไม่เน้นทรง กะแช่ สาโท ยี่สิบแปดดีกรี พี่เพชรย้อมยังดื่มได้เลย”ทั้งสี่คนกับอีกหนึ่งเด็กน้อยกินอาหารเย็นที่คะนึงรักสั่งมาด
วันรุ่งขึ้นพินทุอรตื่นขึ้นในอ้อมกอดของเพชรพร้อมด้วยความสดชื่นการได้เล่าเรื่องส่วนตัวที่ไม่สวยงามนักให้เพชรพร้อมฟัง เป็นการปลดเปลื้องพันธนาการบางอย่างที่ฉุดรั้งพินทุอรมาหลายปี ทำให้เธอกับเขาได้รู้จักกันลึกซึ้งมากกว่าเดิมอีกขั้นหนึ่ง ที่ผ่านมานั้น นอกจากที่จำเป็นต้องเล่าให้คะนึงรักฟังแล้ว จิตแพทย์สาวก็ไม่เคยรู้สึกไว้ใจใครมากพอที่จะเล่าเรื่องบอบช้ำเหล่านี้ให้ฟังเลยแต่กับเขา...กับเพชรพร้อม...เธอรู้สึกว่าสามารถแบ่งปันได้ทุกเรื่องทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายเช้านี้ เธอเตรียมอาหารเช้าแบบง่ายๆ ไว้ให้ชายหนุ่ม นั่นคือเทซีเรียลรสช็อกโกแลตใส่ชาม ฝานกล้วยหอมเป็นแว่นๆ วางไว้ด้านข้าง หยิบขวดนมสดจากตู้เย็นออกมาวางกลางโต๊ะอาหาร จากนั้นก็ต้มน้ำร้อนในไมโครเวฟ สำหรับชงกาแฟแบบทรีอินวัน เมื่ออาหารเช้าเสร็จ เขาก็ออกจากห้องน้ำพอดี“ว้าว...เตรียมอาหารเช้าให้ผมด้วย” น้ำเสียงเข้มดุนั้นเต็มไปด้วยความขบขัน“ภูมิใจนำเสนอขั้นสุดเลยนะ” เธอยักคิ้วกวนเพชรพร้อมนั่งลงกินอาหารเช้ากับเธอ ดูข่าวเช้าเพลินๆ จู่ๆ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย“อิง...เราสองคน...มีลูกด้วยกันมั้ย”พินทุอรอมช้อนที่ตักซีเรียลค้าง มองหน้าเพ