Share

บทที่ 82

Author: ลิ่วเยว่
หยวนผินเดินตามจ่านเหยียนกลับไปยังตำหนักหรูหลาน

“คุกเข่าลง!” จ่านเหยียนเอ่ยอย่างเย็นชา

หยวนผินเป็นคนเฉลียวฉลาดเช่นกัน เมื่อได้ยินจ่านเหยียนพูดเช่นนี้ก็รีบคุกเข่าลง “รับฟังคำสั่งสอนของหมู่โฮ่วฮองไทเฮาเพคะ!”

“เจ้ารู้ความผิดหรือไม่?” จ่านเหยียนเอ่ยถามอย่างเย็นชา

หยวนผินก้มศีรษะ “หม่อมฉันรู้ความผิดแล้วเพคะ!”

“ดี ออกไปคุกเข่าหน้าตำหนักหรูหลานหนึ่งชั่วยาม หากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามลุกขึ้นมา” จ่านเหยียนสั่งการ

“คุณหนูใหญ่...” จิ้นหรูอึ้งไปกำลังอยากจะห้ามปราม แต่ถูกกัวอวี้ยื่นมือออกมาดึงรั้งไว้ กัวอวี้ส่ายศีรษะบ่งบอกให้นางไม่ต้องพูดอะไร

“หม่อมฉันขอบพระทัยหมู่โฮ่วฮองไทเฮาที่ช่วยชีวิตเพคะ!” หยวนผินโขกศีรษะสามครั้ง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็มีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะถอยออกไป

นางคุกเข่าอยู่ในตรอกยาวหน้าประตูตำหนักหรูหราน มีนางกำนัลชะโงกหน้าลอบมองอยู่ใต้ต้นไหว

หลังจากที่หยวนผินออกไปแล้ว จิ้นหรูก็อดถามไม่ได้ว่า “คุณหนูใหญ่ เหตุใดต้องลงโทษหยวนผินด้วยเพคะ? นางก็เป็นผู้ถูกกระทำเหมือนกัน”

กัวอวี้แย้มยิ้ม “คุณหนูใหญ่ปกป้องหยวนผินต่างหาก วันนี้คุณหนูใหญ่ออกหน้าแทนนาง เปิดโปงแผนการของฮองเฮา ฮองเฮาจัดการคุณ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 83

    “เหลียงกุ้ยเหรินน่าจะรู้คร่าว ๆ เช่นกัน แต่นางก็ต้องลองเสี่ยงดู เพราะไม่ว่าลูกของนางจะหลุดออกมาหรือไม่ ขอเพียงพิสูจน์ว่าหยวนผิดใส่ชะมดเช็ดไว้ในถุงหอม ทำให้ทารกในครรภ์ของนางไม่มั่นคง นางก็ต้องโดนเล่นงานเหมือนกัน” จ่านเหยียนกล่าว“แล้วหมอหลวงหลี่รู้ได้อย่างไรเพคะ?” จิ้นหรูเอ่ยถาม“เหลียงกุ้ยเหรินอยากลอบติดสินบนหมอหลวงเพื่อปิดบังฮองเฮา แต่หมอหลวงหลี่รับเงินของเหลียงกุ้ยเหรินแล้วกลับหักหลังเหลียงกุ้ยเหริน คนเช่นนี้ ต่อให้ตายร้อยครั้งก็ยังไม่สาสม” จ่านเหยียนเอ่ยอย่างเย็นชา “เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพคะ!” จิ้นหรูพูดอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็เงยหน้ามองจ่านเหยียน “คุณหนูใหญ่รู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไรเพคะ?” จ่านเหยียนแย้มยิ้ม เล่นไข่มุกราตรีในมือ “ใต้หล้านี้ ขอเพียงข้าอยากรู้ก็ไม่มีเรื่องใดที่ข้าไม่อาจรู้ได้”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของนาง กัวอวี้กับจิ้นหรูก็สบตายิ้มให้กัน ดีเหลือเกิน ดูเหมือนว่าคุณหนูใหญ่กำลังจะลงมือโจมตีแล้ว“อันที่จริงคุณหนูใหญ่ไม่จำเป็นต้องช่วยหยวนผินเลย ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ เหตุใดจู่ ๆ ถึงอยากไปหาเรื่องคนตระกูลถงเพคะ?” จิ้นหรูเอ่ยถา

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 84

    ภายในตำหนักเฟยเฟิ่งถงไทเฮาถงยังไม่ได้จากไป นั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือในท้องพระโรง เก้าอี้ตัวนี้เป็นเก้าอี้ที่จ่านเหยียนนั่งเมื่อครู่นี้นางโกรธจนสั่นไปทั้งตัว ใบหน้าที่เดิมทีหมองคล้ำยิ่งดูอึมครึมมากขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่นางจะส่งสายตาเย็นเยียบราวกับเกาทัณฑ์ไปหาฮองเฮา “เจ้าดูสิว่าเจ้าทำเรื่องอะไรลงไปบ้าง? เหตุใดที่หาเรื่องให้นังแพศยานั่นออกมาด้วย?”ฮองเฮาถูกหลงจ่านเหยียนทำลายเรื่องดี ๆ และถูกกักบริเวณ ในใจรู้สึกคับข้องใจมากแล้ว เมื่อเห็นถงไทเฮาตำหนินางอีกก็อดตาแดงไม่ได้เช่นกัน “ท่านป้า ใครจะคาดคิดนางจะร้ายกาจถึงเพียงนี้? เมื่อก่อนเห็นนางหลบอยู่ในตำหนักหรูหลานเหมือนกับกระต่าย ยังนึกว่าไม่มีความน่ากลัวเสียอีก” ความเคียดแค้นแล่นวาบขึ้นมาในดวงตาอึมครึมของถงไทเฮา “นางแย่งตำแหน่งของข้าไม่ว่า ตอนนี้ยังกล้ากำเริบเสิบสานเหนือหัวข้าอีก นางเห็นว่าคนตระกูลถงของเรารังแกง่ายจริง ๆ หรือไร?” “ท่านป้า ท่านว่าตอนนี้ควรทำอย่างไรดีเพคะ?” ฮองเฮาเอ่ยถามอย่างคับแค้นใจ “หรือว่าหม่อมฉันต้องโดนกักบริเวณสามเดือนเต็มจริง ๆ หรือเพคะ? “เจ้าก็นะ” ถงไทเฮากวาดมองนางแวบหนึ่ง “ก็ควรคิดทบทวนให้ดี ๆ หยวนผินได้รับโปรดป

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 85

    ถงไทเฮาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกัวเจียเสี่ยงว่า “รู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดถึงถูกลงโทษให้คุกเข่า?”กัวเจียเสี่ยงตอบว่า “บ่าวไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ แต่ได้ยินนางกำนัลที่กวาดพื้นตรงหน้าประตูบอกว่าตอนที่หยวนผินบุกเข้าไปในตำหนักหรูหลาน ได้เห็นเรื่องที่ไม่ควรเห็นเข้า หมู่โฮ่วฮองไทเฮาเลยโกรธเกรี้ยวเพราะเหตุนี้พ่ะย่ะค่ะ”“เรื่องที่ไม่ควรเห็น?” ฮองเฮาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ตำหนักหรูหลานนี้มีเรื่องอะไรที่ไม่อาจให้คนเห็นได้?” นางกล่าวจบก็ส่งเสียงถุยทันที นึกถึงข่าวลือในวังก่อนหน้านี้ “คิดว่านางกำลังแอบนัดพบนักดนตรีผู้นั้นแล้วถูกหยวนผินเจอเข้า” ถงไทเฮาส่งเสียงอืม “หากเป็นเช่นนี้ เจ้าก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองความคิดไปจัดการหยวนผินแล้ว นางเห็นเรื่องเสื่อมเสียของสตรีนางนั้นเข้า สตรีนางนั้นย่อมไม่ปล่อยนางเอาไว้แน่”นางชะงักไปครู่หนึ่งแล้วมองฮองเฮาอย่างตำหนิอีกครั้ง “ไม่ใช่ข้าจะว่าเจ้า แต่เจ้าใจแคบเกินไปแล้ว หยวนผินถือว่าเป็นคนว่านอนสอนง่าย เจ้ายังพุ่งเป้าไปที่นางเช่นนี้อีก มิน่าล่ะฝ่าบาทถึงไม่เสด็จมาหาเจ้า”ฮองเฮาเอ่ยอย่างไม่ยินยอมว่า “ฝ่าบาทไม่เสด็จมาก็เพราะโดนนังจิ้งจอกหยวนผินผู้นั้นล่อลวงจิตใจ หา

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 86

    เช้าวันรุ่งขึ้น จวนเซ่อเจิ้งอ๋อง“สวรรค์ ผีหลอกแล้วจริง ๆ!” ฮุ่ยอวิ่นเดินเข้ามาด้วยสภาพหน้าตามอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่น เมื่อเข้าประตูมาแล้วก็ร้องตะโกนมู่หรงฉิงเทียนเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะหนังสือ มู่หรงฉิงเทียนเงยหน้าจากโต๊ะหนังสือ ดวงตาเฉียบแหลมภายใต้คิ้วเรียวกวาดมองอย่างเฉยชา “เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก?”“วันนี้ได้ยินเรื่องประหลาดมา!” ฮุ่ยอวิ่นนั่งลงมา ใบหน้ายังคงมีสีหน้าตกตะลึง“พูดมา!” มู่หรงฉิงเทียนเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง“วันนี้อาซานออกมารายงาน บอกว่าเมื่อวานหลงจ่านเหยียนออกจากตำหนักหรูหลาน แถมยังไปช่วยหยวนผินที่ตำหนักเฟยเฟิ่งของฮองเฮาด้วย ทำลายแผนการใส่ร้ายหยวนผินของฮองเฮาจนยับเยิน ไม่เพียงแค่นั้น นางยังกดดันถงไทเฮา ถงไทเฮาทำได้เพียงโกรธจัดต่อหน้านางเท่านั้น!”“เล่ามาทีละขั้น!” สายตาของมู่หรงฉิงเทียนฉายแววประหลาดใจ แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งมากฮุ่ยอวิ่นเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตำหนักเฟยเฟิ่งเมื่อวานนี้ให้มู่หรงฉิงเทียนทราบทีละอย่าง แม้แต่เรื่องจ่านเหยียนสังหารหมอหลวงหลี่ก็เล่าออกมาจนหมดมู่หรงฉิงเทียนเชยตาขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ “นางเป็นคนสั่งฆ่าหมอหลวงหลี่จริง ๆ หรือ?”“ใช่แล้ว แค่คำพูดประโย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 87

    ฤดูใบไม้ร่วง ปีที่สามสิบเจ็ดของรัชสมัยเกาจง เวลานั้นเกาจงทรงประชวรหนัก จึงให้ถงไท่ซือบริหารราชการแผ่นดินแทน ถงไท่ซือใช้โทษฐานว่าตระกูลหนานกงก่อกบฏ กวาดล้างวงศ์ตระกูลหนานกงสามพันเจ็ดร้อยยี่สิบเจ็ดชีวิตคุณชายเล็กของตระกูลหนานกงโชคดีหนีรอดมาได้เพราะติดตามแม่นมออกจากเมืองไปไหว้พระขอพร วงศ์ตระกูลหนานกงทั้งหมดจึงเหลือสายเลือดแค่เขาคนเดียวคุณชายเล็กผู้นี้ ปีนั้นมีอายุแค่แปดปี เขาก็คือฮุ่ยอวิ่นในปัจจุบันส่วนบุตรีของแม่ทัพหนานกงคืออวิ๋นกุ้ยเฟยในเวลานั้น นางเป็นป้าของฮุ่ยอวิ่นเนื่องจากก่อนที่เกาจงจะสิ้นพระชนม์ ได้ออกพระราชโองการห้ามไม่ให้ผู้ใดลงโทษอวิ๋นกุ้ยเฟย ดังนั้นกุ้ยเฟยจึงรอดพ้นเภทภัยมาได้ แต่ว่าหลังจากที่เกาจงสวรรคตไปไม่กี่ปีก็ถูกจงเสี้ยนฮองไทเฮาในเวลานั้นวางยาพิษจนตาบอด มือเท้าถูกตัดเส้นเอ็นอวิ๋นกุ้ยเฟยผู้นี้ก็คือพระมารดาแท้ ๆ ของมู่หรงฉิงเทียน ปัจจุบันถูกแต่งตั้งเป็นอวิ๋นกุ้ยไท่เฟย พำนักอยู่ในจวนอันหนิงอ๋องร่วมกับมู่หรงฉิงเทียนดวงตาของมู่หรงฉิงเทียนมีความอาฆาตเคียดแค้นใจ เขาหลับตาลงช้า ๆ ปกปิดคลื่นอารมณ์ปั่นป่วนอย่างรุนแรงในดวงตา สีหน้าก็ค่อย ๆ สงบนิ่งขึ้นมา“ฮุ่ยอวิ่น วันนั

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 88

    ด้านนอกสวนดอกไม้ แสงแดดสดใสราวกับทองคำสาดส่องลงมาบนดอกไม้หลากสีสันโดยไม่มีความตระหนี่เลยแม้แต่น้อย มีสตรีนางหนึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้นานที่ทำจากไม้ไผ่ในสวนดอกไม้ นางหลับตา ใบหน้ามีรอยยิ้มจาง ๆ ที่สงบนิ่งสตรีที่สวมชุดอาภรณ์สีเทาเฝ้าอยู่ข้างกายนาง ดึงผ้าห่มบางขึ้นมาคลุมถึงไหล่ให้นาง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า นางก็เงยหน้าขึ้น ดวงหน้ามีรอยยิ้ม ก่อนจะเดินเข้ามาส่งเสียงดังชู่ว์ “ท่านอ๋อง คุณชายฮุ่ยอวิ่น กุ้ยไท่เฟยเพิ่งหลับไป อย่าทำให้นางตื่นเลยเพคะ”ฮุ่ยอวิ่นเด็ดใบไม้ขึ้นมาหนึ่งใบ ก่อนจะเดินเข้าไปปัดขนตาของอวิ๋นกุ้ยไท่เฟยเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มซุกซนว่า “ยังจะแสร้งหลับอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ?”อวิ๋นกุ้ยไท่เฟยลืมตาขึ้น นัยน์ตามืดมนไร้สีสัน ทว่ารอยยิ้มตรงมุมปากกลับยิ่งลึกขึ้น “ก็ยังปิดบังเด็กบ้าอย่างเจ้าไม่ได้อยู่ดี”“เป็นเพราะทักษะการแสดงของไท่เฟยแย่เกินไป ขนตากระตุกตลอดเลย” ฮุ่ยอวิ่นเอื้อมมือไปปัดดอกไม้ที่ร่วงหล่นบนบ่าของนางออก“เสด็จแม่ วันนี้รู้สึกว่าเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ?” มู่หรงฉิงเทียนเอ่ยถามอวิ๋นกุ้ยไท่เฟยเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย กลายเป็นท่วงท่ามองมู่หรงฉิงเทียน ก่อนจะยิ้มพลางตอบกลับว่า “ดีข

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 89

    “ไปเถิด อย่าพูดร่ำไรเลย ข้ารู้ว่าพวกเจ้ายุ่ง ไม่ต้องมาคารวะทุกวันหรอก ข้ามีอาจู๋อยู่เป็นเพื่อน สบายดีแล้ว”แม้นางจะพำนักอยู่ในเรือนจิ้งหนิงมาเป็นเวลานาน แต่ไม่ได้หมายความว่านางจะตัดขาดจากโลกภายนอก เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นภายนอก นางล้วนรู้ดีดวงตามืดบอดไปแล้ว แต่หัวใจกลับยิ่งกระจ่างแจ้งหลังจากที่มู่หรงฉิงเทียนกับฮุ่ยอวิ่นจากไปแล้ว อาจู๋ก็ถือชามายืนอยู่ข้างกายอวิ๋นกุ้ยไท่เฟย แล้วเอ่ยถามด้วยความกังวลว่า “จะไม่บอกท่านอ๋องกับคุณชายฮุ่ยอวิ่นจริง ๆ หรือเพคะ?”“ไม่บอกแล้ว จะได้ไม่ต้องทำให้พวกเขาเสียสมาธิเพราะข้า” ความกังวลปกคลุมบนดวงหน้าของอวิ๋นกุ้ยไท่เฟย ก่อนจะเอ่ยอย่างแผ่วเบา“เพียงแต่ว่าคงจะปกปิดไว้ได้ไม่นานเท่าไรนัก” อาจู๋กล่าว“ปิดได้หนึ่งวันก็ปิดหนึ่งวันเถิด ข้าช่วยเหลือพวกเขาไม่ได้แล้ว ไม่อาจเป็นตัวถ่วงพวกเขาได้ตลอดไป” อวิ๋นกุ้ยไท่เฟยพูดพลางหน้าอกกระเพื่อมขึ้นมา เสียงไอดังครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายก็กระอักเลือดออกมาอาจู๋ประคองนางไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา แต่เสียงกลับฟังไม่ออกถึงความผิดปกติ “รีบกลับไปพักผ่อนเถิดเพคะ”ป่วยมานานหลายปีขนาดนี้ กินยามานานหลายปีถึงเพียงนี้ ทำให้ร่

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 90

    คำตอบของหมอหลวงเกินความคาดหมายของไทฮองไทเฮาเล็กน้อย “สุขภาพของหมู่โฮ่วฮองไทเฮาแย่มากมาโดยตลอดพ่ะย่ะค่ะ หนึ่งปีที่ผ่านมานี้ ไม่เคยขาดยาเลย อีกทั้งกระหม่อมไปจับชีพจรทุก ๆ สิบวัน ชีพจรของนางเบาบางลึกและเชื่องช้า บางครั้งมีบางครั้งไม่มี เป็นลักษณะของอาการป่วยเรื้อรังพ่ะย่ะค่ะ” “จะแสร้งป่วยได้หรือไม่?” ไทฮองไทเฮาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม“ไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ อยากจะแสร้งป่วยไม่ใช่เรื่องง่ายดายถึงเพียงนี้ มนุษย์ไม่สามารถควบคุมชีพจรของตนเองได้พ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงเฉินกล่าว “การแสร้งป่วยสามารถทำได้แค่บนสีหน้า เสียงและรูปร่างเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่าขอเพียงตรวจชีพจรสักครั้งล้วนไม่อาจปกปิดการเสแสร้งทุกอย่างไว้ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”“เช่นนั้นก็แปลกนัก เมื่อวานนางไปที่ตำหนักเฟยเฟิ่ง สีหน้าแดงระเรื่อ เรี่ยวแรงเต็มเปี่ยม ไม่เหมือนผู้ป่วยเรื้อรังเลยสักนิดเดียว”หย่าจู้มองหมอหลวง ก่อนจะเอ่ยถามว่า “มีตัวยาอะไรที่สามารถทำให้คนกระปรี้กระเปร่า หรือนิสัยเปลี่ยนแปลงอย่างมากหรือไม่?”หมอหลวงเฉินเงยหน้ามองหย่าจู้แวบหนึ่ง “หากกูกูถามเช่นนี้ ก็มีอยู่จริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”ไทฮองไทเฮาตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “เป็นยาอะไ

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 196

    จ่านเหยียนมาเรียกพระอาจารย์เป่ากวงแต่เช้าตรู่ เพื่อมอบวิญญาณสัมภเวสีที่เก็บมาเมื่อคืนให้เขา แล้วให้เขาสวดมนต์ส่งไปเกิดพระอาจารย์เป่ากวงอมยิ้มแล้วกล่าว “ท่านเซียนใจกว้างมีเมตตา อาตมาขอบคุณท่านเซียนแทนพวกเขาด้วย”จ่านเหยียนโบกมือ กระดากเล็กน้อย “รับคำว่าใจกว้างมีเมตตาไม่ได้จริง ๆ หลวงจีนน้อย เจ้าสวดมนต์ส่งพวกเขาไปเกิดด้วยแล้วกัน บุญนี้เป็นของเจ้า อย่าได้จดอยู่บนตัวข้าผู้ชรา”“อาตมามิกล้ารับความชอบ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” พระอาจารย์เป่ากวงเอ่ยจ่านเหยียนมองเขาแล้วนึกถึงตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน เคยได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรกล่าว ผู้บำเพ็ญเพียรหรือผู้ออกบวชมิควรถามไถ่เรื่องทางโลก บำเพ็ญเพียรอย่างเดียวก็พอ ตอนนั้นนางฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจมาก พระพุทธองค์ทรงมีเมตตา โปรดสรรพชีวิต หรือว่าแค่พูดแต่ปาก?แต่... พระอาจารย์เป่ากวงมอบการอธิบายใหม่หมดกับนาง นางพึงพอใจมาก“หลวงจีนน้อย ได้ยินว่าผู้ออกบวชไม่สนใจเรื่องทางโลก มีเพียงการบำเพ็ญภาวนาจึงจะขายความสามารถในตัวกับครอบครัวจักรพรรดิได้ เหตุใดเจ้าจึงเข้าทางโลกยุ่งเรื่องกิเลสบนโลก?” จ่านเหยียนอดถามไม่ได้พระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ “อาตมาจำได้ว่าท่านเซีย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 195

    “นอน!” จ่านเหยียนถอดรองเท้าขึ้นเตียงแล้วคลุมโปงอาเสอก็เปิดประตูกลับห้องเช่นกัน นางเดินเท้าตลอดทาง ใบหน้าจึงแดงแจ๋ หัวใจเต้นตึกตัก ๆในหัวคิดถึงเมื่อครู่ตอนที่ไปหาคุณชายหวัง ดื่มกับเขาสองจอกก็เริ่มเมาแล้ว ทั้งยังลากนางไปสุขาด้วยกันอีกมนุษย์กับงูมีความแตกต่างกันมากนะ อาเสอคิดอย่างมึนเมา ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมานางนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไม่หลับ ในหัวมักคิดถึงภาพในคืนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางจึงเข้าห้องของจ่านเหยียนและมุดขึ้นเตียง ก่อนจะเขย่าจ่านเหยียนให้ตื่น “คุณหนูใหญ่ ข้าอยากถามท่านหนึ่งเรื่อง!”จ่านเหยียนเตะขาออกไปแล้วพูดแบบงัวเงีย “ไสหัวไป!”อาเสอกลิ้งตัวลงมาจากเตียงดังตุบ จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงอีกแบบไม่ตายใจ “เฮ้อ ข้าเจอเรื่องใหญ่แล้ว ท่านต้องช่วยข้านะ”“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน!” จ่านเหยียนหงุดหงิดสุดเหวี่ยง เพิ่งจะหลับก็ทำจนนางตื่นอีก คืนนี้ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันแล้ว“ไม่นะ ข้าจะพูดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นข้านอนไม่หลับ” อาเสอกล่าวอย่างดื้อดึง“เจ้าไปเจอพระใหญ่อะไร?” จ่านเหยียนลุกพรวดขึ้นมาตะคอกใส่นาง“ไม่ใช่พระใหญ่ เรื่องใหญ่ต่างหาก!” อาเสอแก้ไขให้ถูกต้องอย่างจริงจัง“เรื่องใหญ่?

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 194

    มู่หรงฉิงเทียนถามอีก “เคยเข้าวังหรือไม่?”จ่านเหยียนส่ายหน้า “มิเคยมีโอกาสนี้พ่ะย่ะค่ะ”“เอาไว้ข้าจะพาเจ้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าหมู่โฮ่วฮองไทเฮาสักหน่อย พวกเจ้าสองคนเหมือนกันมาก”จ่านเหยียนเริ่มฉุน “ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? จะบอกว่ากระหม่อมหน้าตาเหมือนอิสตรีหรือ?” นางมีลูกกระเดือกนะ เขาไม่เห็นหรือ? ตาบอด? เฮ้อ โลภในความงามไม่ได้จริง ๆ รู้แต่แรกก็ทำหน้ากากหนังมนุษย์สักแผ่นแล้วเพียงแต่หน้ากากหนังมนุษย์ถ่ายเทอากาศไม่ดี ใส่เป็นเวลานานจะไม่ดีต่อผิวมู่หรงฉิงเทียนตอบอย่างสัตย์จริง “ถูกต้อง!”จ่านเหยียนมองเขาอยู่นิ่ง ๆ เหตุใดเขายังยอมรับอีก? จะไว้หน้านางบ้างได้หรือไม่? แล้วนี่จะให้นางต่ออย่างไร?จ่านเหยียนทิ้งไหล่ทั้งสองข้าง “ช่างเถอะ ท่านคือท่านอ๋อง กระหม่อมไม่โต้เถียงกับท่านแล้ว”มู่หรงฉิงเทียนรินน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง จ้องนางอยู่นาน คล้ายมีถ้อยคำจะพูดกับนาง แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “เจ้าไปได้แล้ว”จ่านเหยียนอัดอั้นตันใจเล็กน้อย รู้สึกว่าวันนี้ถูกแกล้งนางหมุนตัวก็เดินออกไป ก่อนจะสะบัดประตูแรง ๆหลังจากที่นางออกไป ใบหน้าของมู่หรงฉิงเทียนเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมฉับพลันผ่านไปนานจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 193

    “ถามได้มาจากคนรับใช้น่ะ เป็นชาใหม่ของปีนี้ เห็นว่าวันนี้เพิ่งส่งมาถึงจวน เรามาลองชิมกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนตอบ“อื่ม!” มู่หรงฉิงเทียนไม่ได้สะบัดหน้าใส่นางอย่างอัศจรรย์ มองการกระทำของนางอย่างอารมณ์ดี“นี่คือชาใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนเกินไป ประมาณเก้าสิบองศาก็พอ หรือก็คือไม่ได้เดือดปุด ๆ ท่านดูนะ แช่ลงไป ใบชาจะค่อย ๆ คลี่ตัวออก งดงามแค่ไหน? น้ำชาใสวาว กลิ่นหอมของชาปะทะจมูก ได้กลิ่นหรือไม่? นี่คือชาน้ำแรก ต้องเททิ้งนะ เพราะชา...”จ่านเหยียนสาธยายยาวเหยียด โอ้อวดความรู้เรื่องน้ำชาของนาง ในที่สุดก็ได้ใช้ฝีมือจากยุคปัจจุบันสักทีนางยื่นน้ำชาให้เขา “ดมกลิ่นความหอมของชาก่อน จากนั้นก็จิบคำเล็ก ๆ ให้น้ำชาอยู่ที่ลิ้น...”เขารับน้ำชามาแล้วจรดดื่มหมดในคราวเดียว “อึก” ตามด้วยปรายตามองนาง จ่านเหยียนพูดไม่ออกกับท่าทางวัวเคี้ยวดอกโบตั๋นของเขาพรรค์นี้มาก แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เอ่ย “อื่ม หากท่านกระหายก็ดื่มเช่นนี้ได้เหมือนกัน”มู่หรงฉิงเทียนยื่นถ้วยให้นางแล้วกวักมือ “มานี่!”จ่านเหยียนรับถ้วยมา เติมแล้วยื่นให้เขาอีกเขากลับไม่รับ แต่จ้องนางเขม็ง เขาเอื้อมมือมาลูบคอของนางเบา ๆ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 192

    “ข้ากระหายแล้ว!” เขาเอ่ยเรียบแบบเมินความประหลาดใจบนใบหน้าของนางนางเลิกคิ้วแล้วแสยะยิ้ม “ดังนั้น?”“ไปชงน้ำชามา!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ราวกับสั่งบ่าวไพร่คนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเวรเอ๊ย! นางหลงจ่านเหยียนชาตินี้เคยปรนนิบัติใครบ้าง? เขานึกว่าตัวเองเป็นใคร?ทว่าไม่นานความกรุ่นโกรธของนางก็มลายหายไปด้วยคำพูดต่อมาของเขาเขามองดูนางอย่างสงบ “ข้าเห็นนิ้วมือของเจ้างดงามมาก คาดว่าต้องเป็นมือดีในการชงน้ำชา ข้าอยากลองชิมฝีมือของเจ้าหน่อย”ถ้อยคำนี้ถือว่าสอพลอได้ตรงจุด เมื่อก่อนส่วนที่หลงจ่านเหยียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือมือทั้งคู่ของตัวเอง เรียวยาวขาวเนียน ปราศจากตำหนิ มือของนักเปียโนยังไม่งดงามเท่านางเลยที่สำคัญที่สุดคือ ศิลปะการชงน้ำชาของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ครั้นวันนี้พูดถึงจึงชักคันไม้คันมือ “ท่านอ๋องอย่าพูดไป อย่างอื่นกระหม่อมทำไม่เป็น แต่เรื่องชงน้ำชากระหม่อมนี่แหละมืออาชีพ ท่านโปรดรอสักเดี๋ยว กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”จังหวะที่ประตูเปิดออก ฮุ่ยอวิ่นเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรนทันที ครั้นเห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบจึงโล่งอก หัน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 191

    จ่านเหยียนเห็นดวงตาทั้งคู่ของเขาเป็นสีแดงเพลิง สีหน้าคลุ้มคลั่ง หัวใจพลันหนักอึ้ง สถานการณ์เช่นนี้มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่าง หนึ่ง ไอหยินแว้งกัด สอง ธาตุไฟเข้าแทรกจ่านเหยียนฉุดแขนของเขาแล้วลากมาด้านหน้าตนแบบแทบจะไม่ใช้สมองคิด แต่ทันใดนั้นนางก็ได้รู้ว่าตัวเองทำผิดไปแล้ว เพราะไม่สามารถใช้แข็งปะทะแข็งกับการต่อกรกับคนที่ถูกไอหยินแว้งกัดหรือธาตุไฟเข้าแทรกได้เขากางกรงเล็บทั้งห้าแล้วตะครุบมาทางลำคออย่างรวดเร็ว จ่านเหยียนเอนตัวไปด้านหลังพร้อมฉุดเขาลงกับพื้นด้วยเขาทับอยู่บนตัวนางอย่างจัง ดวงตาทั้งคู่แดงประหนึ่งอัคคี เจือความดุร้ายและไอมารเช่นธาตุไฟเข้าแทรก มิหนำซ้ำยังมีสีสันแห่งความทรมานที่มิอาจมองข้ามไม่นานจ่านเหยียนก็วินิจฉัยว่าเขาถูกไอหยินแว้งกัด สถานการณ์เช่นนี้จะทำให้เลือดทั้งสรรพางค์กายตีกลับ เจ็บปวดทุกรูขุมขนยากจะทานทนมิน่าเขาถึงมีบาดแผลที่ศีรษะและใบหน้า คาดว่าเมื่อครู่คงทำร้ายตัวเองในตอนที่ทรมานจนทนไม่ไหวจ่านเหยียนพลันรู้สึกสงสารเล็กน้อย จังหวะที่เขาบีบคอนาง หว่างคิ้วของนางก็ปรากฏดอกบัวส่องแสงเป็นประกายดอกบัวเปล่งแสงหมายถึงความการุญและการช่วยเหลือรักษา ส่วนตัวอักขระสวัสต

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 190

    อาเสอกลับมาตอนครึ่งคืน หน้าตามอมแมมราวกับมุดออกมาจากเตาไฟที่ไหนนางเขย่าตัวจ่านเหยียนให้ตื่น แล้วยื่นหยกเฝ่ยชุ่ยอมเขียวก้อนหนึ่งให้นาง “เอาไป”ครั้นจ่านเหยียนเห็นก้อนหยกก็เอ่ยด้วยความดีใจ “เจ้าเอาหยกเฝ่ยชุ่ย”“ขโมยมาจากทางคุณชายหวัง ไม่ทันระวังถูกท่านเทพเฝ้าประตูเห็นเข้า ไม่อยากให้เป็นเรื่องจึงได้แต่มุดเตาไฟมา” อาเสอกล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ“คุณชายหวัง?” จ่านเหยียนอึ้ง ดูเหมือนว่านางมีนัดดื่มสุรากับคุณชายหวังคืนนี้นี่ ลืมไปเสียสนิทเลย“คุณชายหวังยังไม่นอน อยู่ที่ลานเรือนไม่รู้ว่ารอใครสิน่า...” นางหยุดครู่หนึ่งแล้วจึงเบิกตาโพลงมองจ่านเหยียน “คงไม่ได้รอท่านอยู่กระมัง?”จ่านเหยียนหัวเราะแหะ ๆ “น่าจะใช่”อาเสอมองนางอย่างเวทนา “ท่านตายแน่แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความสำคัญกับการนัดหมายกับท่านด้วยสิ”จ่านเหยียนจุกอก “เจ้าว่าตอนนี้เขายังรออยู่หรือไม่?”“ตอนข้ามาเขายังรออยู่นะ ไม่รู้ว่าส่งคนไปตามท่านที่จวนเราหรือไม่ เขาคงคิดไม่ถึงว่าพวกเราจะถูกรั้งตัวให้ค้างคืนอยู่ที่จวนอ๋องกระมัง?” อาเสอเอ่ยจ่านเหยียนลุกขึ้นยืนใส่รองเท้า “น่าสงสารจริง ๆ ดึกดื่นเที่ยงคืนเช่นนี้ยังรอข้าอยู่ ข้าต้องไปดื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 189

    จ่านเหยียนลืมตาขึ้น แล้วกอบใบหน้าของอาเสอพิจารณาอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ย “เจ้ามีอะไรน่ามอง?”อาเสอตอบอย่างขัดเขิน “ท่านไม่คิดว่าข้าน่ามองหรือ?”“มีตา มีจมูก มีปาก หากจะพูดกันจริง ๆ ก็ไม่แย่ แต่... ตอนนี้เจ้าแต่งตัวเป็นบุรุษ” จ่านเหยียนทำลายความฝันของหญิงสาวอาเสอกระซิบ “ข้าได้ยินมาว่าเซ่อเจิ้งอ๋องกับคุณชายฮุ่ยอวิ่นคือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ พวกเขาคือเพื่อนชายที่ดีตลอดชีวิต”“เจ้าเนี่ย ดูนิยายวายมากไปแล้ว ข้ามั่นใจได้เลยนะ ฮุ่ยอวิ่นเป็นชายแท้+” จ่านเหยียนไล่นาง “เร็ว ออกไปหาหินหยกเฝ่ยชุ่ยให้ข้า”อาเสอเดินไปถึงหน้าคันฉ่องแล้วมองทีหนึ่งอย่างไม่สมัครใจ ตามด้วยแค่นเสียงเชอะ “ข้างามพริ้มเพราจะตาย อย่างน้อยต่อให้อยู่ในคราบบุรุษก็ปกปิดบุคลิกและเสน่ห์ของข้าไม่ได้”“กลิ่นคาวงูด้วย!” เสียงอู้อี้ดังมาจากในผ้าห่ม โทษอาเสอไม่ได้จริง ๆ ได้แต่โทษฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้อาเสอเกิดอารมณ์วสันต์“ไม่พูดกับท่านแล้ว!” อาเสอแค่นเสียงแล้วกลายร่างเป็นควันกลุ่มหนึ่งจ่านเหยียนชะโงกศีรษะออกมาจากผ้าห่ม ไม่รู้เพราะเหตุใด กลับนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น?นางลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกไปลานเรือนครั้นสาวใช้ทั้งสองเห็

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 188

    “ต้องใช้เวลานานเท่าใด?” พระอาจารย์เป่ากวงถามจ่านเหยียนคำนวณพักหนึ่ง วันนี้วันที่หก แกะสลักวิญญาณมังกรต้องใช้เวลาสองวัน แล้วค่อยให้วิญญาณมังกรดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินและแสงแห่งสุริยันจันทรา ส่วนแสงแห่งสุริยันจันทราจำเป็นต้องดูดซับในคืนพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้น เร็วที่สุดก็ต้องหลังวันที่สิบห้านางเอ่ย “ให้เวลาข้าสิบวัน”“จริงหรือ?!” ฮุ่ยอวิ่นไม่ค่อยจะเชื่อ “คุณชายรู้ที่อยู่ของวิญญาณมังกรอีกชิ้นหรือ?”จ่านเหยียนผงกศีรษะ “ข้ารู้”“อยู่ที่ใด?” ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความยินดีพระอาจารย์เป่ากวงยื่นมือมากดฮุ่ยอวิ่นเล็กน้อย “คุณชายฮุ่ยอวิ่นมิต้องถามมาก ในเมื่อคุณชายอู่รับปากแล้ว เช่นนั้นเขาจะต้องทำได้อย่างแน่นอน”ฮุ่ยอวิ่นอ้อ ๆ แล้วมองจ่านเหยียนด้วยสายตาร้อนแรงและจริงใจมู่หรงฉิงเทียนเอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลำบากคุณชายอู่พักอยู่ที่จวนอ๋องสักระยะ เจ้าแค่บอกที่อยู่ของวิญญาณมังกรกับฮุ่ยอวิ่นก็พอ เขาต้องเอามาให้เจ้าได้แน่”จ่านเหยียนเข้าใจความหมายของเขา ตอนนี้นางรู้สถานการณ์ของเขาแล้ว เขาไม่วางใจให้นางออกไปเขาไม่เคยเชื่อใจนาง ระแวดระวังนางอย่างหนัก“ได้!” จ่านเหยียนรับปากมู่หรงฉิงเทียนฮุ่ย

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status