Share

บทที่ 68

Author: ลิ่วเยว่
หยวนผินเงยหน้าขึ้นมองจ่านเหยียนด้วยแววตาตื่นตระหนก บนใบหน้าขาวซีดฉายแววสงสัยเล็กน้อย

จิ้นหรูกำลังจะพูด ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก หยวนผินตกใจจนตัวสั่นเทา คุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับเสียงดังตุบ “ท่านผู้สูงศักดิ์ ท่านโปรดช่วยข้าด้วย!”

จ่านเหยียนมองนางด้วยความตกตะลึง ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเท่าไรนัก

“เสียงฝีเท้าดังขึ้นเรื่อย ๆ และใกล้เข้ามาทุกที จ่านเหยียนส่งสายตาให้จิ้นหรู จิ้นหรูรีบเข้าไปดึงหยวนผินให้ลุกขึ้น “พระสนม รีบตามบ่าวเข้ามาเถิดเพคะ”

กัวอวี้กางร่มแล้วรีบเดินออกไป ข้างหลังมีจี๋เสียงและหรูอี้เดินตาม

“เอ๊ะ? องครักษ์หยาง?” กัวอวี้เพิ่งก้าวออกจากประตูตำหนักหรูหลานก็เห็นองครักษ์หยางนำองครักษ์และข้าราชบริพารมา จึงมองเขาด้วยความประหลาดใจ

“เป็นกัวกูกู ขอถามกูกู ไม่ทราบว่าเห็นพระสนมหยวนผินหรือไม่?” องครักษ์หยางเอ่ยถาม

กัวอวี้ส่ายหน้า กล่าวด้วยรอยยิ้ม “องครักษ์หยางล้อเล่นแล้ว ตำหนักหรูหลานห้ามคนนอกเข้ามาโดยตลอด อย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่ผีเสื้อก็บินเข้ามาไม่ได้”

“แต่มีคนเห็นพระสนมหยวนผินวิ่งมาทางนี้ ที่นี่นอกจากตำหนักหรูหลาน ก็ไม่มีที่อื่น” องครักษ์หยางกล่าวด้วยสีหน้าไม่เชื่
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Locked Chapter

Kaugnay na kabanata

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 69

    หยวนผินตกใจ “ที่นี่คือตำหนักหรูหลาน?”“หน้าประตูตำหนักมิได้แขวนป้ายใหญ่โตไว้หรอกหรือ?” จิ้นหรูเอ่ยถามหยวนผินเอ่ยอย่างละอายใจเล็กน้อย “หม่อมฉันมัวแต่วิ่งหนี ไม่ทันได้สังเกต เห็นประตูตำหนักที่นี่เปิดอยู่ จึงวิ่งเข้ามา ล่วงเกินหมู่โฮ่วฮองไทเฮาแล้ว โปรดประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ”พูดจบ นางก็คุกเข่าลงถวายบังคมจ่านเหยียนอย่างนอบน้อม “หม่อมฉันหยวนฟางถวายพระพรหมู่โฮ่วฮองไทเฮาเพคะ!”หยวนฟาง?จ่านเหยียนยิ้ม “บิดาของเจ้า คือเฉินไท่ฟู่ใช่หรือไม่?”“เพคะ หม่อมฉันมีนามว่าเฉินหยวนฟาง” หยวนผินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่จ่านเหยียนรู้เรื่องของนาง“หยวนฟางเป็นชื่อที่ดี!” จ่านเหยียนยิ้ม พลางส่งสัญญาณให้จิ้นหรูประคองนางลุกขึ้นจี๋เสียงยกน้ำชาเข้ามา จากนั้นค้อมตัวถอยออกไปจ่านเหยียนกล่าวกับหยวนผิน “ดื่มชาก่อนสิ จะได้หายตกใจ”หลังจากที่หยวนผินกล่าวขอบคุณแล้ว ก็ใช้มือที่ยังคงสั่นเทา ยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มหลายอึกติดต่อกันแล้วจึงวางลงจ่านเหยียนเห็นสีหน้าของนางดูสงบลงบ้างแล้ว จึงเอ่ยถาม “แล้วองครักษ์เหล่านั้น ไล่ตามเจ้ามาทำไม?”หยวนผินยิ้มอย่างเศร้าสร้อย “เหลียงกุ้ยเหรินแท้งแล้ว ฮองเฮาตรัสว่าเป็นเพราะหม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 70

    จ่านเหยียนยิ้ม “จิ้นหรู เจ้าอยู่ในวังหลังมานานหลายปี เหตุการณ์เหล่านี้ยังทำให้เจ้าโกรธได้อีกหรือ? เจ้ายังสู้หยวนผินมิได้ นางเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย ยังสามารถทำใจให้สงบได้ขนาดนี้”จิ้นหรูถอนหายใจ “จะทำใจให้สงบได้อย่างไรเพคะ? เห็นเหตุการณ์พวกนี้ ก็เหมือนกับกลืนแมลงวันตัวหนึ่งเข้าไปในปาก จะกลืนลงไปก็ไม่ได้ คายออกมาก็รู้สึกขยะแขยง”“หากเจ้าใส่ใจมากเช่นนี้ เช่นนั้นเราก็ตามไปที่ตำหนักเฟยเฟิ่งกัน” จ่านเหยียนเสนอ“หากพวกเราสามารถต่อกรกับฮองเฮาได้ การไปก็ย่อมเป็นเรื่องดี แต่ในตอนนี้พวกเราจะไปต่อกรกับฮองเฮาได้อย่างไร? ถ้าไปแล้ว เกรงว่าแม้แต่ชีวิตที่สงบสุขในตอนนี้ก็จะหายไป การช่วยเหลือผู้อื่น ต้องดูว่าตนเองมีความสามารถหรือไม่ เรื่องนี้บ่าวรับใช้ทราบดีเพคะ คุณหนูใหญ่อย่าได้ลองเชิงบ่าวเลย” จิ้นหรูตอบ“ข้าไม่ได้ลองเชิงเจ้า” จ่านเหยียนกล่าวพลางเลิกคิ้ว“เช่นนั้นคุณหนูใหญ่คิดจะไปจริง ๆ หรือ? อย่าลืมนะเพคะว่าฮองเฮาองค์ปัจจุบันนั้นสกุลถง” จิ้นหรูมองจ่านเหยียนด้วยความประหลาดใจ นางหลบเลี่ยงผู้คนมาหนึ่งปี แม้กระทั่งข่าวลือข้างนอกที่ว่านางมีความสัมพันธ์กับนักดนตรีก็ไม่คิดจะอธิบาย ตอนนี้กลับจะออกไปเ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 71

    หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว จ่านเหยียนรู้สึกรังเกียจที่ตัวเองหน้าแดงระเรื่อเกินไป ไม่เหมือนคนป่วยอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงให้กัวอวี้แต่งหน้าให้นาง พยายามอย่างสุดความสามารถที่ทำให้ดูซีดขาวลงหน่อยหลังจากบำรุงร่างกายมาหนึ่งปี นางก็สูงขึ้นห้าเซนติเมตร รูปร่างไม่ได้อวบอ้วนขึ้น แต่ก็ได้ดูบอบบางเฉกเช่นเมื่อก่อน แม้แต่ส่วนที่ควรเจริญเติบโตก็เติบโตขึ้นมาในทางที่ดีขึ้นนางกางแขนสองข้าง ประหนึ่งราชันวิหคที่กำลังจะโบยบินสู่ท้องนภา ทำให้คนรู้สึกได้ว่ามีความน่าเกรงขามอย่างไม่มีเหตุผลเมื่อพานางกำนัลทั้งสี่คนเดินออกจากตำหนักหรูหลาน อาซานก็ตามออกมา “ไทเฮา โปรดทรงอนุญาตให้กระหม่อมติดตามไปด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนมององครักษ์ที่จงรักภักดีซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ตรงหน้านี้ แน่นอนว่าคนที่เขาจงรักภักดีด้วยคือเซ่อเจิ้งอ๋อง“ได้!” จ่านเหยียนตอบรับหลังจากเดินไปสองก้าว จ่านเหยียนพลันเอ่ยว่า “หนทางยาวไกล เกี้ยวของข้าเล่า?”จิ้นหรูแย้มยิ้ม “จะไปสั่งให้คนจัดเตรียมเดี๋ยวนี้เพคะ พระองค์มิได้รับสั่ง หม่อมฉันเลยนึกว่าพระองค์มิทรงต้องการเสียอีก”ความจริงแล้วในหนึ่งปีมานี้ หากเรื่องที่จ่านเหยียนไม่ได้

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 72

    องครักษ์หยางเอ่ยถามว่า “เช่นนั้นกระหม่อมจะนำคนไปค้นอีกครั้งดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”ฮองเฮาโบกพระหัตถ์แล้วเอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “ไม่ต้องแล้ว คิดว่านางผู้นั้นก็คงไม่กล้าเก็บนังแพศยาหยวนฟางไว้หรอก”นางส่งสัญญาณให้องครักษ์หยางออกไป จากนั้นนางกำนัลที่อยู่ข้างกายก็เข้ามาเอ่ยว่า “ฮองเฮา เรื่องนี้จำเป็นต้องกราบทูลฝ่าบาทหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”“ฝ่าบาทเสด็จไปยังวัดฮู่กั๋ว อีกสองวันถึงจะเสด็จกลับมา แต่ข้าสั่งให้คนไปแจ้งฝ่าบาทแล้ว รอฝ่าบาทกลับมา นังแพศยานี่ก็คงถูกจัดการไปเรียบร้อยแล้ว” ฮองเฮาเอนตัวนอนบนพิงตั่งนอน เอ่ยพลางขมวดคิ้วฝ่าบาทเสด็จออกนอกวัง นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุด หากฝ่าบาททรงประทับอยู่กลับดำเนินการได้ยากทันใดนั้นก็มีนางกำนัลเข้ามารายงานว่า “ฮองเฮา กัวกงกงพาหยวนผินมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ฮองเฮาหัวเราะหยัน “ข้าคาดเดาไว้แล้วว่านางผู้นั้นไม่กล้ารับตัวหยวนผินไว้หรอก เซียวเซียว ไปเชิญพระสนมจากตำหนักต่าง ๆ มาให้หมดเถิด และก็หามเหลียงกุ้ยเหรินเข้ามาด้วย” “เช่นนั้นต้องแจ้งให้ทางฝั่งไทเฮาทรงทราบหรือไม่เพคะ?” เซียวเซียว นางกำนัลผู้ดูแลตำหนักเฟยเฟิ่งเอ่ยถาม“เสด็จแม่สุขภาพไม่ค่อยดี อย่าเอาเรื่องนี้ไปสร้

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 73

    ฮองเฮาตบที่วางแขน นัยน์ตาเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง “หลักฐานแน่นอน เจ้าจะปฏิเสธได้อย่างไร?”หยวนผินเองก็อดระเบิดความไม่ยินยอมออกมาไม่ได้ภายใต้ความตกตะลึง “หลักฐานที่ฮองเฮาตรัสถึงคือหลักฐานอะไรเพคะ?”ฮองเฮาหัวเราะหยัน “ใครก็ได้ พาคนจากตำหนักหานชุ่ยมา!”หยวนผินอึ้งไป หันหน้าไปมองก็เห็นองครักษ์หลายนายลากนางกำนัลข้างกายนางเข้ามา พวกเขาตัวสั่นระริกพลางหมอบอยู่บนพื้น ปากก็พูดว่า “ฮองเฮาทรงพระปรีชา ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำสั่งของหยวนผินเพคะ พวกหม่อมฉันแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น” หยวนผินได้ยินคำพูดนี้ก็แทบจะกระอักเลือดออกมา นางเบิกตาโตด้วยความโกรธเกรี้ยว ข่มกลั้นความคาวหวานในลำคอไว้ “พวกเจ้าพูดจาเหลวไหล ข้าเคยสั่งพวกเจ้าตั้งแต่เมื่อไร?”ฮองเฮาแค่นเสียงเย็น “เสี่ยวซานจื่อ เจ้าจงเล่าเรื่องทุกอย่างออกมา ให้จิตใจอันชั่วร้ายของนางไร้ที่ซ่อน” เสี่ยวซานจื่อเงยหน้าขึ้นกล่าว "พ่ะย่ะค่ะ เรียนฮองเฮา นับตั้งแต่หยวนผินรู้ว่าเหลียงกุ้ยเหรินตั้งครรภ์ก็ซึมเซามาโดยตลอด แม้ว่าใบหน้าจะดูดีใจแทนเหลียงกุ้ยเหริน แต่กลับคอยถามพวกกระหม่อมในตำหนักว่ามีวิธีการใดบ้างที่จะทำให้ทารกในครรภ์ของเหลียงกุ้ยเหรินหายไปอย่างเงียบงัน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 74

    ดวงหน้าที่ประแป้งของฮองเฮาดูเย็นชาดุจน้ำค้างแข็ง “เจ้าไม่เคยทำ? ความหมายคือบอกว่าข้าใส่ความเจ้าหรือ? ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เจ้ากำเริบเสิบสานเลย เจ้ามาดู ถุงผ้านี้เป็นของที่เจ้าส่งให้เหลียงกุ้ยเหรินใช่หรือไม่?”นางกล่าวจบก็หยิบถุงเครื่องหอมขึ้นมาแล้วโยนลงพื้นอย่างแรงหยวนผินก้มหน้ามอง ถุงหอมสีแดงลายไผ่และกล้วยไม้นั้นเป็นฝีมือของนางจริง ๆ ตอนที่ปักถุงหอมนี้ เสี่ยวซานจื่อยังเคยบอกว่านางฝีมือดีมาก ไม่มีงานเย็บปักถักร้อยของผู้ใดในวังสามารถทำได้ดีเช่นนี้เลย“เป็นของที่หม่อมฉันมอบให้เหลียงกุ้ยเหรินจริง ๆ เพคะ แต่ว่าในถุงหอมนี้เป็นเครื่องหอมที่ช่วยให้จิตใจสงบทั้งหมด ไม่มีชะมดเช็ดเลยเพคะ” หยวนผินเก็บถุงหอมขึ้นมาแล้วเอาเข้ามาใกล้จมูกดมกลิ่นอย่างละเอียด ก่อนจะทำสีหน้าอึ้งไปแล้วมองฮองเฮาอย่างตกตะลึงพรึงเพริด “ฮึ เจ้าพูดเองสิว่ามีชะมดเช็ดหรือไม่?” ฮองเฮาแค่นเสียงเย็นชา กลอกตามองนางหยวนผินหน้าซีดเผือด ส่ายหัวพึมพำว่า “เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่เคยใส่ชะมดเช็ด”“ยังไม่ยอมรับอีก?” สีหน้าของฮองเฮาเปลี่ยนไป “ดูเหมือนถ้าไม่ทรมานเจ้า เจ้าคงไม่ยอมรับความผิดสินะ!”นางเงยหน้าขึ้นแล้วร้องเรียกว่า

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 75

    นางยืนอยู่ทางด้านข้างเช่นเดิม จ้องมองด้วยสายตาเย็นชาจ่านเหยียนกระซิบข้างหูจิ้นหรูสองประโยค จากนั้นจิ้นหรูก็พยักหน้าแล้วเดินเข้ามาเอ่ยถามว่า “พยานบุคคลและพยานหลักฐานที่ฮองเฮาตรัสเมื่อครู่นี้ล้วนอยู่ที่นี่หรือเพคะ?”หากเป็นจ่านเหยียนเอ่ยถาม เกรงว่าคงไม่มีใครพูด ทว่าแต่เดิมจิ้นหรูรับใช้ข้างกายฮ่องเต้พระองค์ก่อน และเป็นนางกำนัลชั้นหนึ่ง เมื่อนางเอ่ยถาม นางกำนัลที่อยู่ต่ำกว่าย่อมต้องตอบคำถาม ดังนั้น พวกคำพูดที่เสี่ยวซานจื่อเอ่ยเมื่อครู่นี้ เวลานี้จึงทวนซ้ำอีกครั้งด้วยเสียงสะอื้นไห้ต่อหน้าจ่านเหยียนฮองเฮารักษาสีหน้าเย็นชามาโดยตลอด เมื่อมีนางกำนัลยกเก้าอี้มา นางก็ไม่นั่ง ราวกับโกรธเคืองจ่านเหยียนจ่านเหยียนฟังคำพูดของเสี่ยวซานจื่อแล้วพูดกับจิ้นหรูว่า “นำถุงหอมมาให้ข้า”จิ้นหรูเดินขึ้นหน้าไปหยิบถุงหอมในมือหยวนผิน หยวนผินมองจ่านเหยียนด้วยสายตาไหววูบ นางรู้ว่าไทเฮารีบรุดมาโดยไม่ลังเลที่จะล่วงเกินฮองเฮาก็เพื่อที่จะช่วยเหลือนางเพียงแต่ว่า...จิ้นหรูยื่นถุงหอมให้จ่านเหยียน ภายใต้สายตาจับจ้องของผู้คน จ่านเหยียนเอาถุงหอมจ่อไว้ที่ใต้ปลายจมูกแล้วสูดดม จากนั้นก็พยักหน้า “อืม มีชะมดเช็ดอยู่จ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 76

    จ่านเหยียนเพียงแต่นั่งอย่างสบายอารมณ์ ไม่สนใจฮองเฮาที่โกรธจนหน้าเขียวเลยหมอหลวงถูกเชิญมาอย่างรวดเร็ว เขาถวายบังคมฮองเฮาก่อน เมื่อเห็นจ่านเหยียน สีหน้าก็ตกตะลึงไปเล็กน้อยแต่ยังคงเข้ามาถวายบังคม “กระหม่อมถวายบังคมหมู่โฮ่วฮองไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ”“ตอนที่เหลียงกุ้ยเหรินแท้ง เจ้าเป็นคนรักษาหรือ?” จ่านเหยียนเอ่ยถาม“กราบทูลไทเฮา เป็นกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงตอบรับ “เช่นนั้นทำความสะอาดเลือดคั่งในร่างกายนางหมดแล้วหรือไม่? ได้จ่ายยาขับเลือดให้นางกินบ้างหรือไม่?”“กระหม่อมจ่ายยาบำรุงเลือดลม ครรภ์หลุดออกมาสะอาดมาก ไม่จำเป็นต้องจ่ายยาขับเลือดอีกพ่ะย่ะค่ะ” “หม่อมฉันจ่ายยาเสริมเลือดและพลังงานให้แล้วเพคะ ครรภ์หลุดออกมาจนหมด ไม่จำเป็นต้องจ่ายยาขับเลือดเพิ่มเติม” หมอหลวงตอบจ่านเหยียนโยนถุงหอมลงตรงหน้าเขา “หลุดออกมาจนหมด? เหลียงกุ้ยเหรินดมชะมดเช็ดในถุงหอมนี้ก็ทำให้แท้ง เจ้าบอกข้ามาสิว่าชะมดเช็ดปริมาณเล็กน้อยพวกนี้เพียงพอที่จะทำให้ครรภ์ของเหลียงกุ้ยเหรินหลุดออกมาจนหมดจดถึงเพียงนี้ได้เชียวหรือ?”หมอหลวงหยิบถุงหอมขึ้นมา หลังจากเปิดออกก็เทชะมดเช็ดทั้งหมดลงมาบนฝ่ามือ หลังจากพิจารณาอย่างละเอียดแล้วเ

Pinakabagong kabanata

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 200

    หลังจากกินอันกงหนิวหวงเข้าไป จ่านเหยียนก็ฝังเข็มกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นเลือด ในที่สุดหลังจากผ่านไปพักหนึ่ง นายท่านหวังก็ดีขึ้น สามารถพูดได้แล้ว “รบ...กวนเจ้าอีกแล้ว!”จ่านเหยียนเอ่ย “ไม่ต้องพูดอะไรที่เป็นพิธีรีตองหรอก พักผ่อนให้มากเถอะ!” จ่านเหยียนดึงผ้าห่มให้เขา แล้วกำชับหวังฮูหยิน “ฮูหยินอยู่ดูแลที่นี่เถอะ ข้าจะออกไปเขียนตำรับยาก่อน!”“ได้ ได้!” หวังฮูหยินดึงมือของนางมา แล้วเอ่ยทั้งน้ำตาไหลพราก “อาอู่ โชคดีที่ได้เจ้านะ มิเช่นนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว”จ่านเหยียนตอบ “ต่อไปอย่าทำให้เขาโกรธอีก ไม่ว่าอะไรก็ตามใจหน่อย”หวังฮูหยินมองหวังหว่านจวินที่คุกเข่าอยู่กับพื้นแวบหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างแค้นที่เหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า “ได้ยินหรือยัง? ท่านพ่อของเจ้าสุขภาพไม่ดี เจ้ายังจะทำให้เขาโกรธอีก เขาก็หวังดีต่อเจ้า ยังจะทำร้ายเจ้าได้หรือ?”หวังหว่านจวินปาดน้ำตา ก่อนจะกล่าวตอบหวังฮูหยินราวกับตัดสินใจอย่างแน่วแน่ “ท่านแม่ ข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าจะทำตามท่านพ่อทุกอย่างเจ้าค่ะ”เมื่อนั้นหวังฮูหยินจึงมีสีหน้าอ่อนโยน ดึงนางลุกขึ้นยืน “แม่ไม่ทำร้ายเจ้าหรอก ฉีซุนนั่นมิใช่คนดี ตอนนี้เจ้าอาจโทษท่านพ่อกับแม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 199

    รถม้าจอดอยู่หน้าจวนของหวังติ่งทัง จ่านเหยียนให้อาเสอไปบอก แต่อาเสอกลับไม่ยอมลงจากรถม้าสักที บอกปัดว่า “ตอนที่อยู่หน้าห้องก็คุยกันแล้วนี่ พวกเรามิใช่คนนอกอะไรสักหน่อย ยังต้องบอกอีกหรือ?”จ่านเหยียนเขกศีรษะของนางทีหนึ่ง “เจ้าจะปกติหน่อยได้หรือไม่? อย่าคิดมาก!”อาเสอหงุดหงิดนิด ๆ “ต่อไปเวลาอยู่ต่อหน้าคุณชายหวัง ท่านอย่าได้พูดกับข้าน้อยด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เล่า”จ่านเหยียนเอ๋ “มีน้ำโหด้วย?”“นี่คือขีดจำกัดต่ำสุด ท่านไม่ได้ให้ค่าแรงข้าน้อยสักหน่อย” อาเสอถลึงตามองนาง นี่คือปัญหาด้านศักดิ์ศรี จะยอมให้ไม่ได้ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความประหลาดใจ “เจ้าบอกว่าคุณชายอู่ติดค้างค่าแรงเจ้าหรือ? ติดอยู่เท่าใด?” หลงอู่ผู้นี้เป็นคนตระหนี่หรือ? ดูไม่ออกจริง ๆจ่านเหยียนกล่าวกับฮุ่ยอวิ่น “ไม่ต้องไปสนใจเขา เขาเอาแต่ใจน่ะ ในเมื่อเขาไม่อยากลงจากรถม้า เช่นนั้นก็ทิ้งไว้ที่นี่นั่นแหละ”กล่าวจบ จ่านเหยียนก็กระโดดลงจากรถม้าไปเอง กำลังจะเดินไปเคาะประตู มือเพิ่งสัมผัสห่วงทองเหลือง ประตูก็เปิดออกดังแอ๊ดมือของนางค้างอยู่กลางอากาศ เห็นลุงฝูพ่อบ้านจวนสกุลหวังที่ทั้งร้อนใจและยินดี “ลุงฝู เช้าเช่นนี้จะไปที่ใดหรือ?”ลุงฝู

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 198

    ฮุ่ยอวิ่นให้จ่านเหยียนรอเขาสักเดี๋ยว เขาจะไปดูมู่หรงฉิงเทียนก่อนมู่หรงฉิงเทียนตื่นและไปตรวจฎีกาของเมื่อวานที่ห้องหนังสือนานแล้ว“เหตุใดจึงไม่พักผ่อนให้มาก?” ฮุ่ยอวิ่นเพิ่งเข้าประตูมาก็ขมวดคิ้วมู่หรงฉิงเทียนเงยหน้า สีหน้าของเขาดีมาก ท่าทางจะอารมณ์ดี “เจ้าก็ตื่นแต่เช้าเหมือนกันมิใช่หรือ?”“ข้าจะออกไปกับหลงอู่หน่อย คาดว่าคงไม่กลับมากินข้าวเที่ยงแล้ว” ฮุ่ยอวิ่นเอ่ย“ไปไหน?” มู่หรงฉิงเทียนวางฎีกาในมือลงแล้วมองเขา“ไปบ้านหวังติ่งทัง หลงอู่เป็นสหายสนิทกับหวังติ่งทัง”“หือ?” มู่หรงฉิงเทียนพิจารณาเชิงลึกครู่หนึ่ง “ไปเถอะ แล้วหยั่งเชิงความคิดของหวังติ่งทังด้วย”“เมื่อวานท่านพูดกับเขาว่าอย่างไร ข้าลืมถามท่านไปเลย!” เมื่อวานพาหลงอู่มา จึงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทมู่หรงฉิงเทียนเอ่ยเรียบ “ยังจะพูดอย่างไรได้อีก? ก็พูดตรง ๆ นะสิ! เขาเป็นคนฉลาด รู้ว่าคนหนึ่งยิ่งมีมาก ก็ยิ่งทำให้คนอิจฉามาก”“สกุลหวังก็ต่อกรยากเหมือนกัน!” ฮุ่ยอวิ่นขมวดคิ้วเอ่ย“วางใจเถอะ ข้ารู้กาลเทศะ เขาต่อกรยากก็จริง แต่... ข้ามีวิธีเกลี้ยกล่อมเขา” มู่หรงฉิงเทียนเอ่ยฮุ่ยอวิ่นไม่เคยสงสัยในจุดนี้ แต่เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ยังม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 197

    “บางทีคุณชายอาจไม่เชื่อ แต่ต้องเป็นตามลักษณ์ทำนายแน่นอน จากลักษณ์ทำนายนี้ ความจริงคุณชายมิได้ให้ความสำคัญว่าจะลงเอยกับนางได้หรือไม่ ฮุ่ยมีความหมายว่ามอบให้ ใช้ตัวฮุ่ยเป็นชื่อ ประกอบกับวันเดือนปีเกิดของคุณชาย สามารถเห็นได้ว่าคุณชายมีนิสัยถือดี ชื่นชมบุปผาเพียงหนึ่งเดียวของตัวเองว่าดี ความรักของคนประเภทนี้มักไม่เป็นดังหวัง เขาจะมอบให้อย่างลับ ๆ ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นจึงไม่ได้ลงเอย”ฮุ่ยอวิ่นไม่เชื่อท่าเดียว เขายิ้มเย็นชืด “อื่ม ขอบคุณคุณชายที่ทำนายตัวอักษรให้ จริงสิ ไม่ทราบว่าคุณชายจะบอกที่อยู่ของวิญญาณมังกรกับข้าน้อยได้หรือไม่?”นี่ต่างหากคือจุดประสงค์ที่เขาวิ่งโร่มาแต่เช้าจ่านเหยียนเอ่ย “เมื่อวิญญาณมังกรมาถึงเมืองหลวง ข้าจะบอกท่านเอง”“ประมาณเมื่อไรจึงจะมาถึงหรือ? ผู้ใดส่งมา?” ฮุ่ยอวิ่นถามต่อจ่านเหยียนยิ้มน้อย ๆ “มีบางเรื่อง คุณชายมิจำเป็นต้องรู้”ฮุ่ยอวิ่นอ้อ แล้วมองจ่านเหยียน “ข้าน้อยคิดว่า มิมีเรื่องใดที่บอกกับคนไม่ได้”จ่านเหยียนขำพรืด “คำพูดนี้ ข้าคิดว่าไม่สมควรออกมาจากคุณชายฮุ่ยอวิ่นแห่งจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง”เรื่องของเซ่อเจิ้งอ๋องที่บอกคนไม่ได้มีน้อยหรือ?ฮุ่ยอวิ่นเร

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 196

    จ่านเหยียนมาเรียกพระอาจารย์เป่ากวงแต่เช้าตรู่ เพื่อมอบวิญญาณสัมภเวสีที่เก็บมาเมื่อคืนให้เขา แล้วให้เขาสวดมนต์ส่งไปเกิดพระอาจารย์เป่ากวงอมยิ้มแล้วกล่าว “ท่านเซียนใจกว้างมีเมตตา อาตมาขอบคุณท่านเซียนแทนพวกเขาด้วย”จ่านเหยียนโบกมือ กระดากเล็กน้อย “รับคำว่าใจกว้างมีเมตตาไม่ได้จริง ๆ หลวงจีนน้อย เจ้าสวดมนต์ส่งพวกเขาไปเกิดด้วยแล้วกัน บุญนี้เป็นของเจ้า อย่าได้จดอยู่บนตัวข้าผู้ชรา”“อาตมามิกล้ารับความชอบ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” พระอาจารย์เป่ากวงเอ่ยจ่านเหยียนมองเขาแล้วนึกถึงตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน เคยได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรกล่าว ผู้บำเพ็ญเพียรหรือผู้ออกบวชมิควรถามไถ่เรื่องทางโลก บำเพ็ญเพียรอย่างเดียวก็พอ ตอนนั้นนางฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจมาก พระพุทธองค์ทรงมีเมตตา โปรดสรรพชีวิต หรือว่าแค่พูดแต่ปาก?แต่... พระอาจารย์เป่ากวงมอบการอธิบายใหม่หมดกับนาง นางพึงพอใจมาก“หลวงจีนน้อย ได้ยินว่าผู้ออกบวชไม่สนใจเรื่องทางโลก มีเพียงการบำเพ็ญภาวนาจึงจะขายความสามารถในตัวกับครอบครัวจักรพรรดิได้ เหตุใดเจ้าจึงเข้าทางโลกยุ่งเรื่องกิเลสบนโลก?” จ่านเหยียนอดถามไม่ได้พระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ “อาตมาจำได้ว่าท่านเซีย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 195

    “นอน!” จ่านเหยียนถอดรองเท้าขึ้นเตียงแล้วคลุมโปงอาเสอก็เปิดประตูกลับห้องเช่นกัน นางเดินเท้าตลอดทาง ใบหน้าจึงแดงแจ๋ หัวใจเต้นตึกตัก ๆในหัวคิดถึงเมื่อครู่ตอนที่ไปหาคุณชายหวัง ดื่มกับเขาสองจอกก็เริ่มเมาแล้ว ทั้งยังลากนางไปสุขาด้วยกันอีกมนุษย์กับงูมีความแตกต่างกันมากนะ อาเสอคิดอย่างมึนเมา ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมานางนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไม่หลับ ในหัวมักคิดถึงภาพในคืนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางจึงเข้าห้องของจ่านเหยียนและมุดขึ้นเตียง ก่อนจะเขย่าจ่านเหยียนให้ตื่น “คุณหนูใหญ่ ข้าอยากถามท่านหนึ่งเรื่อง!”จ่านเหยียนเตะขาออกไปแล้วพูดแบบงัวเงีย “ไสหัวไป!”อาเสอกลิ้งตัวลงมาจากเตียงดังตุบ จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงอีกแบบไม่ตายใจ “เฮ้อ ข้าเจอเรื่องใหญ่แล้ว ท่านต้องช่วยข้านะ”“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน!” จ่านเหยียนหงุดหงิดสุดเหวี่ยง เพิ่งจะหลับก็ทำจนนางตื่นอีก คืนนี้ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันแล้ว“ไม่นะ ข้าจะพูดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นข้านอนไม่หลับ” อาเสอกล่าวอย่างดื้อดึง“เจ้าไปเจอพระใหญ่อะไร?” จ่านเหยียนลุกพรวดขึ้นมาตะคอกใส่นาง“ไม่ใช่พระใหญ่ เรื่องใหญ่ต่างหาก!” อาเสอแก้ไขให้ถูกต้องอย่างจริงจัง“เรื่องใหญ่?

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 194

    มู่หรงฉิงเทียนถามอีก “เคยเข้าวังหรือไม่?”จ่านเหยียนส่ายหน้า “มิเคยมีโอกาสนี้พ่ะย่ะค่ะ”“เอาไว้ข้าจะพาเจ้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าหมู่โฮ่วฮองไทเฮาสักหน่อย พวกเจ้าสองคนเหมือนกันมาก”จ่านเหยียนเริ่มฉุน “ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? จะบอกว่ากระหม่อมหน้าตาเหมือนอิสตรีหรือ?” นางมีลูกกระเดือกนะ เขาไม่เห็นหรือ? ตาบอด? เฮ้อ โลภในความงามไม่ได้จริง ๆ รู้แต่แรกก็ทำหน้ากากหนังมนุษย์สักแผ่นแล้วเพียงแต่หน้ากากหนังมนุษย์ถ่ายเทอากาศไม่ดี ใส่เป็นเวลานานจะไม่ดีต่อผิวมู่หรงฉิงเทียนตอบอย่างสัตย์จริง “ถูกต้อง!”จ่านเหยียนมองเขาอยู่นิ่ง ๆ เหตุใดเขายังยอมรับอีก? จะไว้หน้านางบ้างได้หรือไม่? แล้วนี่จะให้นางต่ออย่างไร?จ่านเหยียนทิ้งไหล่ทั้งสองข้าง “ช่างเถอะ ท่านคือท่านอ๋อง กระหม่อมไม่โต้เถียงกับท่านแล้ว”มู่หรงฉิงเทียนรินน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง จ้องนางอยู่นาน คล้ายมีถ้อยคำจะพูดกับนาง แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “เจ้าไปได้แล้ว”จ่านเหยียนอัดอั้นตันใจเล็กน้อย รู้สึกว่าวันนี้ถูกแกล้งนางหมุนตัวก็เดินออกไป ก่อนจะสะบัดประตูแรง ๆหลังจากที่นางออกไป ใบหน้าของมู่หรงฉิงเทียนเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมฉับพลันผ่านไปนานจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 193

    “ถามได้มาจากคนรับใช้น่ะ เป็นชาใหม่ของปีนี้ เห็นว่าวันนี้เพิ่งส่งมาถึงจวน เรามาลองชิมกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนตอบ“อื่ม!” มู่หรงฉิงเทียนไม่ได้สะบัดหน้าใส่นางอย่างอัศจรรย์ มองการกระทำของนางอย่างอารมณ์ดี“นี่คือชาใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนเกินไป ประมาณเก้าสิบองศาก็พอ หรือก็คือไม่ได้เดือดปุด ๆ ท่านดูนะ แช่ลงไป ใบชาจะค่อย ๆ คลี่ตัวออก งดงามแค่ไหน? น้ำชาใสวาว กลิ่นหอมของชาปะทะจมูก ได้กลิ่นหรือไม่? นี่คือชาน้ำแรก ต้องเททิ้งนะ เพราะชา...”จ่านเหยียนสาธยายยาวเหยียด โอ้อวดความรู้เรื่องน้ำชาของนาง ในที่สุดก็ได้ใช้ฝีมือจากยุคปัจจุบันสักทีนางยื่นน้ำชาให้เขา “ดมกลิ่นความหอมของชาก่อน จากนั้นก็จิบคำเล็ก ๆ ให้น้ำชาอยู่ที่ลิ้น...”เขารับน้ำชามาแล้วจรดดื่มหมดในคราวเดียว “อึก” ตามด้วยปรายตามองนาง จ่านเหยียนพูดไม่ออกกับท่าทางวัวเคี้ยวดอกโบตั๋นของเขาพรรค์นี้มาก แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เอ่ย “อื่ม หากท่านกระหายก็ดื่มเช่นนี้ได้เหมือนกัน”มู่หรงฉิงเทียนยื่นถ้วยให้นางแล้วกวักมือ “มานี่!”จ่านเหยียนรับถ้วยมา เติมแล้วยื่นให้เขาอีกเขากลับไม่รับ แต่จ้องนางเขม็ง เขาเอื้อมมือมาลูบคอของนางเบา ๆ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 192

    “ข้ากระหายแล้ว!” เขาเอ่ยเรียบแบบเมินความประหลาดใจบนใบหน้าของนางนางเลิกคิ้วแล้วแสยะยิ้ม “ดังนั้น?”“ไปชงน้ำชามา!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ราวกับสั่งบ่าวไพร่คนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเวรเอ๊ย! นางหลงจ่านเหยียนชาตินี้เคยปรนนิบัติใครบ้าง? เขานึกว่าตัวเองเป็นใคร?ทว่าไม่นานความกรุ่นโกรธของนางก็มลายหายไปด้วยคำพูดต่อมาของเขาเขามองดูนางอย่างสงบ “ข้าเห็นนิ้วมือของเจ้างดงามมาก คาดว่าต้องเป็นมือดีในการชงน้ำชา ข้าอยากลองชิมฝีมือของเจ้าหน่อย”ถ้อยคำนี้ถือว่าสอพลอได้ตรงจุด เมื่อก่อนส่วนที่หลงจ่านเหยียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือมือทั้งคู่ของตัวเอง เรียวยาวขาวเนียน ปราศจากตำหนิ มือของนักเปียโนยังไม่งดงามเท่านางเลยที่สำคัญที่สุดคือ ศิลปะการชงน้ำชาของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ครั้นวันนี้พูดถึงจึงชักคันไม้คันมือ “ท่านอ๋องอย่าพูดไป อย่างอื่นกระหม่อมทำไม่เป็น แต่เรื่องชงน้ำชากระหม่อมนี่แหละมืออาชีพ ท่านโปรดรอสักเดี๋ยว กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”จังหวะที่ประตูเปิดออก ฮุ่ยอวิ่นเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรนทันที ครั้นเห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบจึงโล่งอก หัน

Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status