ยามโหย่วรถม้าของเซียวหงก็กลับมาถึงจวน เซียวอี้เซียนที่ตอนนี้กำลังเคี่ยวยาให้กับท่านย่าของนางอยู่ เซียวหงมองดูบุตรสาวที่แปลกไป แม้ว่านางจะไม่อาลัยอาวรณ์จ้าวเฉิงแล้วก็ตาม แต่ปัญหายังคงอยู่ พรุ่งนี้พระราชโองการจะมา คนสกุลจ้าวจะมาหาเรื่องอีกไหม
จ้าวอันป๋อให้คนปล่อยข่าวไปทั่วว่าจะรับนางไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของจ้าวเฉิง เพราะนางทำชื่อเสียงสกุลสามีเสียหาย ให้เป็นอนุยังนับว่าให้เกียรติเกินไป หากมิใช่เพราะต้องรักษาคำพูดแค่ถือรองเท้าให้สาวใช้สกุลจ้าวนางยังไม่คู่ควร จ้าวอันป๋อไอ้คนสารเลวนั่นต้องการลบหลู่เกียรติสกุลเซียวให้ได้จริงๆเช่นนั้นหรือ ยาถูกเคี่ยวเสร็จแล้วเซียวอี้เซียนยกกาต้มยา ก่อนจะเทยาลงในชาม นางยกถาดไม้ที่รองถ้วยยาหันกลับมาก็เจอเข้ากับบิดาที่ยืนอยู่
"ท่านพ่อ...ท่านกลับมาแล้วเหนื่อยหรือไม่ เจรจาต่อรองเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ"
"้เซียนเอ๋อร์อ่า นั่นฝ่าบาทเชียวนะ เจ้าใช้คำว่าต่อรองได้อย่างไรกัน"
"คิกๆ ท่านพ่อการเจรจาเรื่องผลประโยชน์ไม่เรียกต่อรองแล้วจะให้เรียกว่าอย่างไรเจ้าคะ ยาอุ่นแล้วข้าจะยกไปให้ท่านย่าก่อน เดี๋ยวเราพ่อลูกค่อยมาคุยกัน ท่านพ่อไปพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ"
เซียวหงถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าให้บุตรสาว เซียวอี้เซียนยกยาเข้าไปในห้องให้ท่านย่าของนาง รวมถึงมารดาที่เหนื่อยจากการดูแลท่านย่าหลายวันแล้ว เซียวอี้เซียนอยากตำหนิเด็กสาวเจ้าของร่างเดิมเสียจริงๆ นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือความรัก อยากแต่งงานกับจ้าวเฉิงเพียงเพื่อต้องการให้ตระกูลเซียวมีที่ช่วยค้ำยัน พอเขาไม่แต่งก็คิดว่าตัวเองทำให้ตระกูลอับอายทำลายตระกูลจึงฆ่าตัวตาย ช่างกตัญญูผิดวิธีจริงๆ
"เฮ้อนางหนู เจ้ามิเคยได้ยินหรือพึ่งคนอื่นมิเท่ากับพึ่งตนเอง เอาล่ะทุกอย่างข้าจะทวงคืนให้เจ้าไปให้สงบเถอะนะ"
เมื่อดูแลหญิงชราดื่มยาและให้นางได้นอนพักแล้ว เซียวอี้เซียนก็กำลังจะเดินออกมา นางกลับคว้าลำแขนกลมกลึงเอาไว้ น้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงอย่างเห็นได้ชัด
"เซี่ยนเซี่ยนของย่า เจ้ามีพรสวรรค์เหมือนท่านปู่ของเจ้า ตระกูลเซียวจะต้องรุ่งเรืองอีกครั้ง อย่าได้พึ่งพาผู้อื่นเลย แค่กๆๆ"
"ท่าย่าวางใจ..หลานจะทำให้คนที่กล้าดูถูกตระกูลเซียว กล้าดูหมิ่นท่านปู่ต้องชดใช้ ท่านย่ารักษาสุขภาพให้แข็งแรง รอวันที่คนเหล่านั้นมาก้มหัวให้กับบรรพบุรุษตระกูลเซียวของเราเถอะเจ้าคะ"
"ดีๆๆ ฮ่าๆๆๆ นายท่านๆเห็นหรือเปล่า หลานสาวของเรานางช่างองอาจยิ่งนัก เซี่ยนเซี่ยนอ่า ก่อนหน้าเจ้าต้องแบกรับภาระตระกูลเอาไว้ จากนี้ไปมีเรื่องอันใดอย่าแบกไว้คนเดียว บิดาเจ้าแม้ไร้กำลังแต่เขามิได้ไร้สติปัญญา"
"ข้ารู้เจ้าค่ะข้ารู้ ท่านย่า..ท่านพ่อป่วยส่วนหนึ่งมาจากวิตกกังวลเกี่ยวกับอาการป่วยของท่าน หลานกล่าวเช่นนี้มิได้จะกล่าวโทษท่านแต่อย่างใด แต่ท่านเจ้าคะ ย่าท่านสงบจิตใจได้หรือไม่ อย่ายึดติดอีกเลย วางใจเถอะมีข้าอยู่ตระกูลเซียวไม่มีวันล่มสลายแน่นอนเจ้าค่ะ"
"เซี่ยนเซี่ยนของย่าหากเจ้าเป็นบุรุษตระกูลของเราคงได้ผู้สืบทอดแล้ว"
"หลานมีเงิน หลานหาเงินเก่ง เมื่อถึงเวลาหลานก็แต่งเขยเข้าบ้านสักคน พอให้กำเนิดบุตรชายเท่านี้สกุลเซียวก็ไม่ไร้ผู้สืบทอดแล้ว ท่านย่าพักผ่อนเถอะนะเจ้าคะ หลานมีงานอยากปรึกษาท่านพ่อสักหน่อย"
"อืม ไปเถอะเด็กดีของย่า"
เซียวอี้เซียนมาถึงศาลากลางน้ำที่บิดารออยู่แล้วก็เดินเข้ามาหา เซียวหงไอเบาๆสองสามที นางเข้าไปยืนด้านหลังลูบหลังให้บิดาเบาๆ ก่อนจะทุบตามบ่า ไหล่ สันหลัง ฟังจากเสียงหายใจในปอดของเขาคงมีเสมหะคั่งค้างอยู่ไม่น้อย เซียนอี้เซียนไม่ใช่หมอหญิงทะลุมิติอะไรเทือกนั้น แต่การเคาะปอดเป็นวิธีเบื้องต้นที่พยาบาลสอนได้ทั่วไป
เซียวหงรู้สึกอยากอาเจียน เสี่ยวฮวารีบนำกระโถนมาให้ เซียวหงอาเจียนออกมาเป็นเสมหะสีเขียวขุ่นเหนียวหนืด เซียวอี้เซียนยังคงลูบหลังไปด้วยเคาะปอดไปพลางๆด้วย จนกระทั่งบิดาอาเจียนออกมาเกือบครึ่งกระโถนนางจึงหยุดมือ หากเขาอาเจียนมากเกินไปอาจเหนื่อยจนเกิดอาการแทรกซ้อนได้
"ท่านพ่อ นี่เป็นการเคาะเบาๆเอาเสมหะออก ข้าขอความรู้มาจากท่านตาเจิ้นหนานเจ้าค่ะ เสี่ยวฮวา ขุดหลุมลึกๆแล้วเททิ้ง อย่าเอาไปล้างรวมกับสิ่งของอย่างอื่น เสร็จแล้วลวกน้ำร้อน ของท่านพ่อแยกเอาไว้ให้ท่านพ่อคนเดียว"
"เจ้าค่ะคุณหนู"
เซียวอี้เซียนลูบหลังก่อนจะส่งน้ำอุ่นให้เขาจิบทีละน้อย"ท่านพ่อ ต่อไปท่านดื่มน้ำเปล่าดีหรือไม่ น้ำชานานๆครั้งเถอะเจ้าค่ะ มาเข้าเรื่องเถอะท่านได้อะไรมาบ้างเข้าวังครั้งนี้""เฮ้อฝ่าบาทยอมเขียนราชโองการให้เจ้าเป็นฝ่ายถอนหมั้น อีกทั้งรับปากว่าจะพระราชทานป้ายทองสำหรับร้านค้าต่างๆและขุนนางที่ร่วมบริจาค ด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์เอง""อืม..ฮ่องเต้นับว่าปราดเปรื่องยิ่งนักเจ้าค่ะ""เซียนเอ๋อร์ ลูกรู้ได้อย่างไรว่าฮ่องเต้จะรับปากเงื่อนไขของเจ้า เงินหกแสนตำลึงนั้นที่เจ้าให้ไปจะว่าเยอะก็เยอะ แต่ท้องพระคลังมิได้ขาดแคลนเงินทองที่จะส่งไปบรรเทาทุกข์สักนิด""ท่านพ่อ ที่ฝ่าบาททรงรับปากเงื่อนไขของท่านทุกอย่างมิใช่เพราะเงินบริจาคแต่อย่างใด แต่เป็นสมุดสามเล่มที่ข้าเขียนให้ท่านถวายพระองค์ต่างหากเจ้าค่ะ""สมุดเรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้ง แก้ปัญหาน้ำท่วม แก้ปัญหาโรคระบาดนั่นต่างหากเจ้าค่ะ""ลูกรู้ได้อย่างไรกัน""ดินแดนต้าฉิน มีทั้งลุ่มทั้งดอน ฤดูกาลผกผันที่ลุ่มน้ำท่วมหนัก ที่ดอนเกิดภัยแล้ง เมื่อมีเหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นที่ตามมาคือโรคระบาด หากเรารับมือกับปัญหาหน้าแล้งกับหน้าน้ำได้เรื่องที่ตามมาก็
ยามซวีเซียวอี้เซียนนั่งคิดบัญชีอยู่ในห้องของตน แม้ว่าตอนนี้ฮ่องเต้จะคุ้มครองสกุลเซียวอยู่แต่นางก็ต้องมีแผนรับมือหลายๆด้าน ภัยแล้งแก้ไม่ยาก เพราะจากความทรงจำของร่างเดิมนางฉลาดไม่น้อย มักคอยดูท่านปู่ทำงานแต่เด็ก นางดูแผนที่เป็น กว่างผิงเป็นที่ลุ่ม หากระบายน้ำออกได้ก็ไม่ยาก แต่ปัญหาคือการขุดคลองส่งน้ำ อยู่ใกล้ฮ่องเต้เหมือนอยู่ใกล้เสือ นางต้องอยู่ห่างๆเขา แผนงานทุกอย่างบิดาไม่ค่อยได้เรียนรู้เท่าไหร่นักเนื่องจากก่อนหน้าเจ็บป่วย เท่าที่สังเกตบิดาน่าจะถูกพิษมากกว่า ในจวนเซียวคงมีหนอนบ่อนไส้ของสกุลจ้าวอยู่ หากบิดาจากไปนางแต่งงานกับจ้าวเฉิงยิ่งต้องพึ่งพาตระกูลจ้าว จ้าวอันปู่ใหญ่ของจ้าวเฉิงนั้นนับว่าเล่ห์เหลี่ยมคบไม่ได้จริงๆ "เสี่ยวฮวา ปกติยาของท่านพ่อใครเป็นคนดูแลหรือ""เป็นพี่เสี่ยวลี่เจ้าค่ะ""แล้วยาท่านพ่อไปเอาจากที่ใด โรงหมอหรือเปล่า""ท่านหมออี้จะมาจ่ายเทียบยาเดือนละสองครั้งเจ้าค่ะ คุณหนูถามทำไมหรือเจ้าคะ""พรุ่งนี้หาทางไปเอากากยาที่เสี่ยวลี่ต้มเสร็จแล้วมาให้ข้า จำไว้อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้""เจ้าค่ะ หรือว่ามีคนไม่หวังดีกับนายท่าน คุณหนูนี่มัน....""ชู่จุ๊ๆๆ....อ
หากเขามีอาการกำหนัดมันจะออกฤทธิ์ต่อต้านกันรุนแรง แปลว่าบนตัวสาวใช้คนนี้โปรยผงยาปลุกกำหนัดเอาไว้ เซียวหงกำหน้าอกอย่างแรง เขากระอักเลือดออกมา เสี่ยวลี่ตกใจที่เห็นเจ้านายกระอักเลือดเต็มปาก นางร้องกรี๊ดจนบ่าวในเรือนวิ่งมาดู เซียวอี้เซียนรีบวิ่งมาทันทีพร้อมกับซุนเจิ้นหนาน ทันทีที่พังประตูเข้าไปก็เห็นบิดานอนกระอักเลือด ซุนเจิ้นหนานรีบเข้าไปหาฝังเข็มให้ทันทีเพื่อระงับอาการเซียวฮูหยินที่มาถึงเห็นอาการสามีก็ร้องไห้ปานจะขาดใจ เซียวอี้เซียนเดินไปหาตบหน้าเสี่ยวลี่อย่างแรงจนนางล้มลงเลือดกลบปาก"เจ้าทำอะไร คิดปีนเตียงบิดาข้าหรือนังงูพิษ""คุณหนูกล่าวหาบ่าวเช่นนี้ได้อย่างไรเจ้าคะ""สารรูปเจ้าตอนนี้ใส่เสื้อผ้าหรือแก้ผ้ายังไม่ต่างกันเลย ท่านตาเจิ้นหนานท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ""ร่างกายเขาอ่อนแอ เดิมเรื่องหญิงชายก็ทำมิได้อยู่แล้ว เหมือนจะมีคนวางยาปลุกกำหนัดเขาน่ะ""ไม่นะ บ่าวป่าวนะเจ้าคะ คุณหนูท่านหมอซุนพวกท่านใส่ร้ายข้ามิได้นะ""ท่านตาตรวจนางได้หรือไม่""ไม่นะ....คุณหนูท่านหมอเป็นบุรุษ ท่านทำเช่นนี้มิเท่ากับลบหลู่เกียรติของบ่าวหรือ เช่นนี้ให้บ่าวตายเสียยังดีกว่า""อี้เซียน..ม
หลังจากจัดการคนของจ้าวเฉิงเรียบร้อยแล้ว เซียวอี้เซียนก็เริ่มจัดการคัดกรองคน นางมาอยู่ที่นี่ต้องคัดคนที่ไว้ใจไม่ได้ออกไป ยุคโบราณคนมักหน้าเนื้อใจเสือ แม้ว่ายุคปัจจุบันที่นางจากมาจะมีพวกใส่หน้ากากเข้าหากัน แต่เรื่องวางแผนการกลับไม่อาจล้ำลึกเช่นคนโบราณได้เลยเมื่อคัดกรองแล้ว ก็ปรากฏว่ามีแม่บ้านที่ไม่อาจไว้ใจได้อีกสองคน เรื่องนี้ดูไม่ยากคนไม่เคยมีพอมีขึ้นมาก็อยากอวด ป้าฝางมีสัญญาขายตัวเดิมทีไม่มีเงินเดือนแต่กลับมีกำไลสวมใส่ วงนั้นน่าจะไม่ต่ำกว่าสามตำลึง สาวใช้เรือนซักล้างยิ่งแล้วใหญ่ งานต่ำสุดที่ไม่มีใครอยากทำกลับมีปิ่นเงินราคาสองตำลึงเช่นกัน ส่วนคนที่เหลือก็ทำงานปกติ นางยังไม่จัดการ รอราชโองการมาถึงก่อนนางจะตัดรากถอนโคนต้นไม้พิษเหล่านี้ให้เกลี้ยง"ฉลาดเสียด้วยเลือกใช้คนที่ไม่มีใครคาดคิด หึ สกุลจ้าวปัญหาภัยแล้งที่พวกเจ้าแก้ไม่ได้ข้าจะทำให้สกุลจ้าวของพวกเจ้าต้องกลืนเลือดตนเองเชียวล่ะ"เมื่อวาดแบบกังหันวิดน้ำเรียบร้อยเซียวอี้เซียนก็เข้านอน นางวาดแบบแยกกัน หากไม่ใช่นางต่อให้ใครได้ไปก็ไม่อาจสร้างออกมาได้ ชิ้นส่วนการคำนวณกว้างยาว ความสูงของฐานนางแยกเป็นส่วนๆเอาไว้กันผิดพลา
ทั้งสามพูดคุยกันอีกเล็กน้อยจากนั้นเซียวอี้เซียนก็ไปเยี่ยมบิดาและท่านย่า ก่อนจะแวะโรงครัวขออาหารเพิ่ม นางบอกว่าเมื่อคืนนางออกแรงเยอะจึงหิว แม่ครัวจัดอาหารเพิ่มให้คุณหนูอีกชุด เซียวอี้เซียนกลับมายังห้องของตนก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องรับรองด้านหลังเรือนของนางแล้วเดินจากมาหยางเทียนหลงเปิดประตูออกมาก็เจอตะกร้าวางตั้งไว้ เขาเปิดผ้าออกดูก็พบปิ่นโตไม้เถาหนึ่ง ในนั้นมีอาหารอย่างดี บุรุษหนุ่มยิ้มให้กับตนเองก่อนจะหันไปยังทิศที่คนตัวเล็กเดินกลับไป กลิ่นกายหอมกรุ่นของนางยังไม่จางไปเลย ชายหนุ่มหยิบตะกร้าอาหารเข้ามาในห้องก่อนจะเริ่มกิน อืม..ทำไมอาหารวันนี้ช่างหวานไปเสียทุกคำกันนะยามซื่อมีคนจากในวังมาเยือน เซียวอี้เซียนประคองบิดาที่เพิ่งฟื้นออกมาจากห้อง ลู่กงกงเห็นหน้าดรุณีน้อยตรงหน้าก็เข้าใจทันทีเหตุใดท่านอ๋องถึงอยากแต่งกับนาง ช่างงดงามเหลือเกิน "นายท่านเซียวมิทราบว่าที่ยืนอยู่ข้างท่านใช่บุตรสาวท่านคุณหนูเซียวอี้เซียนหรือไม่""เอ่อ แค่กๆๆ ขอรับใต้เท้า เอ่อ เซียนเอ๋อร์คารวะท่านกงกงเสียสิ เขาคือคนของฝ่าบาทน่ะ""ข้าน้อยเซียวอี้เซียนคารวะลู่กงกงเจ้าค่ะ""อืม..รูปงามนามไพเราะ กิริ
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจ้าวอันป๋อจำต้องกลับจวน เขาให้คนส่งจดหมายไปหาจ้าวอันพี่ชายคนโตที่เป็นคนหมั้นหมายหลานชายของตนกับเซียวอี้เซียน บัดนี้นางกลายเป็นคนของหนิงอ๋องไปแล้ว จะแย่งกลับมาคงไม่ได้ แต่แผนการก่อสร้างที่สกุลเซียวครอบครองอยู่นั้นเขาจำต้องวเอามาให้ได้หากสกุลจ้าวสามารถกุมเอากรมโยธาและแบบแผนการสร้างเมืองมาอยู่ในกำมือได้เขายังต้องหวาดกลัวอันใดกัน เสียดายสกุลจ้าวไร้บุตรีมิเช่นนั้นเขาคงส่งเข้าวังไปเป็นสนมฮ่องเต้สักคน ยังต้องกังวลเรื่องที่อำนาจจะถูกแย่งชิงอีกหรือเมื่อกลับมาถึงจวนก็เรียกหาหลานชายตนเองทันที แต่จ้าวเฉิงไม่ว่างกำลังทะเลาะกับหลิวเย่วอยู่ เมื่อคืนแทนที่เขาจะนอนเรือนกลางกลับไปนอนเรือนเล็กเรียกหาสาวใช้ที่ชื่อเหยาเหยามาปรนนิบัติ จ้าวเฉิงกำลังดีใจที่จะได้เซียวอี้เซียนมาครอบครองก็ต้องฝันสลาย เพราะลู่เสวียนนำพระราชโองการมาประกาศว่าเซียวอี้เซียนขอถอนหมั้นกับเขา และที่สำคัญฝ่าบาทเป็นคนอนุญาตเอง จ้าวอันป๋อเดินมาก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันลอดออกมา"เจ้ามันสตรีใจแคบ เหยาเหยานางก็แค่สาวใช้ ตำแหน่งเมียเอกเจ้าก็ได้ไปแล้วยังไม่พอใจอีกหรือ""หึ เจ้ามันมักมาก สารเลวแต่งข้า
จ้าวเฉิงเดินมาที่ศาลา มองน้องชายต่างมารดาอย่างรังเกียจ เขาสั่งห้ามจ้าวเหวินเรียกเขาว่าพี่ใหญ่ เป็นเพียงบุตรนางโลมก็เหมือนบ่าวในเรือน เหตุใดเขาต้องยอมรับมัน จ้าวเหวินที่มองมายังเขาสายตามีแววอาฆาตนิดหนึ่งก่อนจะกลบเกลื่อน จ้าวเฉิงมองไม่ออก แต่ชายชรากลับทันได้เห็น ดูท่าสกุลจ้าวต้องเลือกสักคนแล้วไม่เช่นนั้นอาจนองเลือด จ้าวเหวินหันกลับมาหาชายชราก่อนจะเอ่ย"สกุลเซียวขายทอดสินสอดของคุณชายใหญ่อย่างไร้ค่า นำเงินที่ได้พร้อมกับออกเงินอีกสองแสนตำลึงถวายให้ฝ่าบาทนำไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ราษฎรที่ประสบภัย คนที่มาซื้อสินค้าวันนั้นนางจดชื่อถวายรายงาน ตอนนี้ป้ายทองคำที่เป็นลายพระหัตถ์ของฝ่าบาทประทับอยู่หน้าร้านพวกเขา รวมถึงขุนนางเล็กๆเหล่านั้นมีสิทธิ์ที่ส่งบุตรหลานเข้าสำนักศึกษาหลวงด้วยขอรับ"ปัง!!!เสียงทุบโต๊ะดังลั่น สำนักศึกษาหลวงเป็นสถานที่ๆสกุลจ้าวกอบโกยได้มากไม่น้อย หากให้พวกบุตรหลานขุนนางปลายแถวมาเรียนปะปนจะทำให้การเงินของเขาสั่นคลอน จ้าวเฉิงที่ได้ฟังก็ยิ้มเยาะก่อนจะเอ่ย"หึ..ดูท่านเจ้าจะแตกตื่นเสียเหลือเกินนะจ้าวเหวิน แค่ขุนนางปลายแถวกับพ่อค้าตัวเล็กๆ นางอยากขอให้พวกมันก็ขอไปสิ สกุลจ้าวเก่าแก่เ
ทันทีที่เซียวอี้เซียนเอ่ยจบบ่าวก็ชวนเสี่ยวฮวาออกไปเดินเล่นนอกจวน กำจัดเกลือเป็นหนอนไปหมดแล้วที่เหลือแค่เดินตามแผนที่วางเอาไว้ นางมาอยู่ที่นี่ได้ห้าวันแล้วนับแต่ลืมตาขึ้นมา ที่นางยอมทำเพื่อสกุลเซียวเพียงนี้เพราะเห็นแก่ความรักที่พวกเขามีต่อร่างเดิม อีกทั้งที่ร่างเดิมต้องจากไปก็เพราะอยากให้พวกเขามีชีวิตดีขึ้นแต่กลับตกหลุมพรางผูู้อื่น นางมาอยู่ร่างนี้จึงต้องเอาคืนให้สาสม อีกอย่างหากต้องแต่งงานกับคนอย่างจ้าวเฉิงจริงๆ ชีวิตคงไร้ความสุขเสียงเรียกนางดังมาจากทางด้านหลัง เมื่อหันไปก็เจอจ้าวเฉิงที่มากับเพื่อบัณฑิตด้วยกัน ยังเป็นเพียงลูกแหง่ขอเงินพ่อแม่ไปโรงเรียนกล้ามาลูบคมเจ๊เหรอย่ะ อยากตายหรือ หึ"อี้เซียน..พอถอนหมั้นกับข้าก็หาทางมาหาบุรุษใหม่แล้วหรือ ข้าไม่คิดจริงๆว่าเจ้าเป็นสตรีเช่นนี้""โอ่ว..ต้องเป็นสตรีเช่นไรถึงจะเหมาะกับคุณชายไร้ค่าเช่นเจ้าหรือจ้าวเฉิง เอ๋ใบหน้าคุณชายไปโดนสตรีนางใดตบมาเล่านั้น ไอ้หยาในหมู่พวกเจ้าภรรยาผู้ใดคลอดบุตรก็พินิจหน้าตาบุตรที่คลอดออกมาสักหน่อยเล่า เผื่อทารกเหล่านั้นจะเหมือนสหายมากกว่าบิดาตนเอง"หลายคนมองหน้ากัน จ้าวเฉิงถือว่าเป็นบุรุษเจ้าชู้ที่รูปงามมากนัก หรือว่า
สองชายชรามองหน้ากันทันที บ้านก็ไขายไม่ออก คนเช่าก็ไม่มีมานับแต่เกิดเรื่อง มาวันนี้นางยังจะเอาแต่ใจให้คนมาอาศัยในบ้านที่พวกเขาลงทุนอีก เซียวอี้เซียนคนนี้เหตุใดถึงได้กล่าวเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้ออกมาได้กัน หลิวเว่ยกล่าวกับนางด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์นิดหน่อย"พระชายา บ้านเหล่านั้นตอนมาจำนองทรุดโทรมอย่างมาก เมื่อเจ้าของไถ่คืนไม่ไหวพวกเราก็ต้องซ่อมแซมเพื่อขายต่อหรือปล่อยเช่า ค่าซ่อมแซมแน่นอนว่าใช้เงินตำลึงไม่น้อยนะพ่ะย่ะค่ะ""จริงของหลิวเว่ย พระชายาสกุลหลิวมีรายได้มาจากการให้เช่าบ้านและปล่อยกู้ ยามนี้หากไม่มีบ้านให้เช่าลำพังเงินเดือนเจ้ากรมกับอดีตเจ้ากรมคงไม่พอเลี้ยงคนกว่าร้อยชีวิตนะพ่ะย่ะค่ะ"สองพี่น้องสกุลหลิวเอ่ยออกมา หลิวต่งเองก็ให้ไม่พอใจเท่าไหร่ นางบอกว่าจะมาเจรจานี่มันเป็นการเจรจาที่ไหนกันนางตั้งใจมาแล้วชัดๆ กระทั่งเซียวอี้เซียนยกยิ้มมุมปากก่อนจะส่งสัญญาณ แม่นมจางและชุ่ยเหยียนรู้ว่าพระชายาต้องการสิ่งใดจึงเดินมาส่งม้วนกระดาษให้กับหลิวหลางเมื่อชายชรารับมาอ่านก็ตาเบิกโพลง นี่มันค่าตอบแทนมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ ที่สำคัญตำแหน่งที่นางมอบให้เขานั้นนับว่าสูงกว่าตำแหน่งอำมาตย์ฝ่า
เซียวอี้เซียนที่สั่งให้ลงโทษสองแม่ลูกสกุลจ้าวก็เดินผ่านร่างของทั้งคู่ไปโดยไม่ใส่ใจ ไม่นานเรื่องที่เยี่ยหรานและจ้าวเฉิงดูหมิ่นพระชายาหนิงอ๋องและถูกศาลราชวงศ์ลงโทษด้วยตนเองก็กระจายไปทั่วเมืองหลวง ปากต่อปากจากเพียงแค่ดูหมิ่นพระชายากลับขยายไปว่าจ้าวเฉิงลงมือทำร้ายพระชายา หลิวต่งคุณชายใหญ่ให้การช่วยเหลือกลับถูกจ้าวเฉิงชี้หน้าด่าทอ และกลับกล่าวหาว่าพระชายาไม่อาจตัดใจจากเขาได้จึงตามมาหาเรื่องหลิวเย่วถึงจวน สุดท้ายสองแม่ลูกถูกสั่งโบยตามกฎหมายต้าฉิน ทางด้านสองพี่น้องสกุลจ้าวที่อยู่ในวัง กำลังทำงานยังไม่รู้ว่าสะใภ้กับหลานชายบาดเจ็บเจียนตายและอยู่ในคุกหลวง เซียวอี้เซียนเดินตามหลิวต่งเข้าไปยังศาลากลางสระบัวที่หลิวหลางนั่งรออยู่ เซียวอี้เซียนอมยิ้มไม่ยอมมาต้อนรับ อยากให้นางยอมก้มหัวให้เพราะเรื่องที่ถูกยึดทรัพย์ครั้งก่อนตาแก่นี่สูญเสียไม่น้อยและคงโกรธนางแต่เพราะฐานะนางตอนนี้อยากเอาคืนนางก็ทำไม่ได้ หลิวหลางเห็นนางเดินมาแต่ยังคงวางท่า ก็แค่เด็กเมื่อวานซืนอวดอำนาจอันใดกัน แต่เขารู้กาลเทศะดีกว่าสองแม่ลูกสกุลจ้าวนั่นจึงลุกขึ้นยืน ทำความเคารพนางตามธรรมเนียม"กระหม่อมหลิวหลางถวายพ
เซียวอี้เซียนกับหยางเทียนหลงกลับมาถึงจวนอ๋องก็เกือบยามซวีแล้ว ท่านอ๋องกับพระชายาแจ้งว่าอีกสามวันจะออกไปท่องเที่ยว สองสามีภรรยารู้ดีว่าเสด็จพ่อกับเสด็จแม่เอาเรื่องท่องเที่ยวมาบังหน้าเพื่อตามหาคนหยางเทียนหลงส่งเซียวอี้เซียนเข้านอนจากนั้นก็ไปห้องหนังสือฟังรายงานจาก จินฮวนซึ่งเป็นพี่ชายจินฝานและเป็นองครักษ์เพียงหนึ่งเดียวของเขาที่ไม่มีใครรู้จัก หากพูดถึงเรื่องวรยุทธเขาเองยังเป็นรองจินฮวนด้วยซ้ำ"มีอะไรรายงานหรือไม่""ท่านอ๋อง วันนี้มีองครักษ์จากตำหนักองค์ชายใหญ่ไปเฝ้าที่จวนเซียวเกือบยี่สิบคน แต่พวกเขาไม่อาจหลบพ้นคนของท่านอ๋องกับคนของฝ่าบาทได้พ่ะย่ะค่ะ""แล้วเรื่องอื่นๆเล่าสืบได้อะไรอีก""เหมือนสนมจางจะมีความสัมพันธ์กับองค์ชายใหญ่พ่ะย่ะค่ะ""หืม คบชู้หรือเป็นไปได้อย่างไรกัน เสด็จลุงมิใช่คนโง่เขลา แม้พระองค์จะไม่เคยพลิกป้ายนางแต่อย่างไรนางก็ไม่น่าจะเสี่ยงเช่นนี้""นางเป็นคนของราชวงศ์เก่า ฝ่าบาทแต่งนางเข้ามาเพราะสงสารไม่เช่นนั้นนางจะต้องถูกประหารตามธรรมเนียม ยามนั้นนางเพิ่งจะอายุสิบสองปี อีกอย่างฝ่าบาทไม่ได้ต้องการนางจริงๆ แต่งเพราะปกป้องนางพระองค์ก็ทราบนี่พ่ะย่ะค่ะ""อืม ข้
เซียวอี้เซียนที่ตอนนี้เพิ่งจะกลับถึงจวนก็ปรากฏว่าหยางเทียนหลงมารอแล้ว หน้าตาดูโกรธนิดๆ เขารู้ดีว่านางอยากแหวกหญ้าให้งูตื่น แต่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปเป็นเหยื่อล่อไหม มิเช่นนั้นหากชาวบ้านที่เชื่อคำโกหกลุกฮือขึ้นมานางจะมีอันตรายเซียวอี้เซียนโบกมือให้สาวใช้และองครักษ์ออกไปจากบริเวณจนหมด นางมาถึงก็ยกแขนเรียวคล้องคอของคนตัวโตเอาไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอย่างรู้สึกผิด"พี่เทียนหลง เซี่ยนเซี่ยนผิดไปแล้ว วันหลังจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้วเพคะ""ยังจะมีวันหลังอีกหรือเด็กเกเร ก่อนเข้าวังพี่บอกว่าอย่างไร แบบนี้ต้องลงโทษหนักๆแล้ว""ไม่มีวันหลังแล้วเพคะ อะ อื้อ"หยางเทียนหลงรวบร่างบางมาหาก่อนจะก้มหน้าลงจุมพิตนางอย่างหิวโหยเพื่อลงโทษที่นางขัดคำสั่งเขา ออกไปข้างนอกโดยพลการ องค์ชายใหญ่ไม่เหมือนตาเฒ่าสกุลจ้าว เล่ห์เหลี่ยมมากกว่า และมีคนใช้สอยมากกว่า กระทั่งเขาถอนจุมพิตออกจึงเอ่ยเสียงเข้มแฝงไปด้วยความห่วงใย"ต่อไปอย่าทำอะไรโดยไม่บอกอีก พอรู้ว่าเจ้าไปข้างนอกเพื่อล่อเหยื่อพี่อยากจะบินออกจากห้องทรงอักษรเลยเชียว เซี่ยนเซี่ยน หยางต่งมิใช่ตาแก่จ้าวสองพี่น้องนั่น เขามีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย พี่ก
เซียวอี้เซียนยืนขึ้นหลีกทางให้ซุนเจิ้นหนาน ไม่นานเขาก็พยักหน้า มีหมอหญิงสองคนมาตรวจ สตรีนางนั้นไม่ต้องการให้ตรวจนางดิ้นรน กระทั่งมีลูกธนูยิงมา จินฝานสกัดไว้ได้พอดี นางจึงไม่ตาย ใบหน้าซีดเผือด นี่มันฆ่าคนปิดปากหรือไหนว่าแค่แสดงละครไง ก่อนจะหันไปหาภรรยาของจ้าวลี่"เจ้าๆๆ จะฆ่าคนปิดปากหรือ เงินค่าจ้างมาใส่ร้ายเพียงแค่ยี่สิบตำลึง แต่พอไม่สำเร็จก็จะฆ่าคนปิดปาก ยายเฒ่าเจ้าๆๆ พวกคนโกหกหลอกลวง แม่นาง เป็นนางๆที่เอาเสื้อชุดนี้มาให้ เป็นนางที่ให้ข้ามาใส่ร้ายร้านของท่าน ข้าแค่รับเงินแล้วก็ทำงานเท่านั้น"เซียวอี้เซียนยิ้มร้าย และแน่นอนอยู่ในสายตาบุรุษอีกคนทั้งหมด นางฉลาดมากนัก ธนูดอกนั้นไม่ได้จะปลิดชีพ แต่ยิงมาเพื่อทำให้สตรีคนนั้นหวาดกลัวจนคิดไปว่าคนที่จ้างวานมาต้องการฆ่าปิดปากตนจึงเผลอพูดออกมาทั้งหมด มือธนูอยู่ที่ใดกัน หยางเทียนหลงมีองครักษ์คุ้มครองพระชายาของเขากี่คนกันแน่ สตรีในชุดน้ำเงินหน้าซีดก่อนจะเอ่ยกลับไปนางปฏิเสธทุกอย่าง ทำไมมีการฆ่าปิดปาก ทำไมไม่มีใครบอกนางก่อน เซียวอี้เซียนเดินไปหาสตรีที่ถูกกล่าวหาว่าจ้างวานก่อนจะนั่งยองๆใช้มือที่เล็กแต่แข็งแรงราวกับ
สามคนเดินเล่นในตลาด เสี่ยวจงเอารถม้าไปจอดรอ เสี่ยวฮวาวิ่งไปหาขนมกินตลอดทาง เซียวอี้เซียนที่เดินเลือกของอยู่ก็ตรงไปร้านขายธัญพืช นางเจอคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ กระทั่งหลิวเย่วเดินมาหาก่อนจะเอ่ยทักทาย"พระชายา ไม่เจอเสียนานสบายดีหรือไม่เพคะ""อ้อ คุณหนูหลิว ท่านสบายดีหรือไม่ สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง""ก็ดีเพคะ เรื่องจดหมายที่ส่งมาหม่อมฉันได้อ่านแล้ว""ท่านตัดสินใจอย่างไรหรือคุณหนูหลิว""เดิมทีหม่อมฉันรังเกียจท่านที่งดงามมากกว่า จึงหลอกล่อให้ท่านแต่งกายราวกับคนไว้ทุกข์ตลอดเวลา มาบัดนี้ถึงรู้ว่าความงามมิอาจมัดใจบุรุษเช่นจ้าวเฉิงได้ เมื่อมีของใหม่เขาก็พร้อมทิ้งขว้างคนเก่า""อย่าให้ค่าคนเช่นนั้นเลย จริงอยู่เด็กไร้บิดาอาจไม่ดี แต่บิดาเช่นจ้าวเฉิง..เฮ้อ...ท่านอยากให้บุตรของท่านเรียกคนเช่นนั้นว่าพ่อจริงๆหรือ ดูตัวอย่างจ้าวเฉิงสินี่คือการเลี้ยงดูจากสกุลจ้าว คุณหนูหลิวสกุลจ้าวไร้ผู้สืบทอด คุณชายรองทิ้งแซ่จ้าวไปใช้แซ่มารดาแล้ว หากเด็กในครรภ์ของท่านเป็นบุรุษนับว่าดีไป หากเป็นบุตรสาวเล่า ท่านยังจะกลับไปกลับมาสกุลหลิวและสกุลจ้าวได้หรือ มิกลัวว่าจะทำให้บรรพบุรุษของท่านนอนสะดุ้ง
หยางเทียนหลงที่กำลังพูดคุยกับเด็กชายสกุลเฉิน เด็กน้อยพยายามที่จะให้เขาช่วยตามหาสกุลเซียว หยางเทียนหลงมองหน้ากับเซียวอี้เซียน ก่อนที่นางจะเอ่ยถามเด็กชาย"เจ้าบอกว่าอยากตามหาคนสกุลเซียวหรือ""ขอรับพี่สาว ข้าตามหาท่านปู่เซียวหาน"หยางเทียนหลงกับเซียวอี้เซียนถอนหายใจก่อนจะเอ่ยกับเด็กน้อยที่นอนอยู่"ข้าแซ่เซียว เป็นหลานสาวคนเดียวของท่านปู่เซียวหาน ท่านปู่หายไปสองปีแล้วมีคนบอกว่าท่านปู่ของข้าตายไปแล้วแต่ข้าไม่เคยเชื่อเช่นนั้น""พี่สาว ท่านแซ่เซียวจริงๆหรือ คงมิได้หลอกลวงข้าหรอกกระมัง""เจ้าหนู ข้าแซ่เซียวจริงๆ บิดาข้าคือเซียวหง มารดาของข้าคือไป๋จินหวน ท่านปู่เจ้าคงเอ่ยถึงบ้างกระมัง""เซียวหงหรือ..ข้าเคยเจอท่านอาเซียวคนนั้นเมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นท่านปู่หานพาเขาไปหาท่านปู่ของข้าเพื่อพูดคุย เขายังสนทนากับบิดาของข้าเลยขอรับ""บิดาของข้าไปดูสถานที่สร้างเมืองหลวงใหม่หรือ สถานที่สร้าง มิใช่หมู่บ้านอี้ห่างเมืองหลวงนี้ไปสองร้อยลี้หรอกหรือ""มิใช่ขอรับ สถานที่สร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ ห่างไปสองร้อยห้าสิบลี้ขอรับ คือว่า บ้านของข้าถูกคนค้น ฮึกๆๆคนในตระกูลถูกฆ่าตาย เพราะพวกเขาต
เซียวอี้เซียนที่พยายามเอามือตนเองออกจากการกอบกุมของสตรีอีกคน หรานซิ่วเอ๋อร์รู้ตัวจึงปล่อยมือบาง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ที่เซียวอี้เซียนแน่ใจว่านางมิได้รู้สึกผิดจริงๆอย่างที่กล่าวออกมา"ขอประทานอภัยเพคะ พระนางอย่าถือสาหม่อมฉันเลย จริงสิเพคะหม่อมฉันได้ยินว่าอีกไม่กี่วันพระนางจะไปไหว้พระ หม่อมฉันอยากตามเสด็จไปด้วยเสียจริงๆ อยากไปขอพรให้ท่านย่าที่กำลังป่วยอยู่""แต่ข้าได้ข่าวมาว่าท่านต้องเข้าวังมิใช่หรือ เวลานี้เริ่มเย็นแล้วคุณหนูรองถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องกลับจวนก่อน หากท่านอ๋องกลับมาไม่เจอข้าที่จวน จะทรงกังวลพระทัยได้"เซียวอี้เซียนเดินจากไป เสี่ยวฮวาเดินตามหลัง หรานซิ่วเอ๋อร์มองสาวน้อยในชุดสาวใช้สีเขียวสลับขาว เพียงแค่สาวใช้ตัวน้อยยังงามเพียงนี้ สกุลเซียวซ่อนสาวงามไว้มากมายเท่าไหร่กันนะ หรานซิ่วเอ๋อร์นึกถึงใบหน้างดงามของฉีฮุ่ยหมิ่นอีกคนที่อยู่ในวัง หยางเทียนหลง หยางเฟยหยางพวกเจ้าบุรุษน่าตายสองคนนี่ มีสิทธิ์อันใดได้ครอบครองสาวงามถึงเพียงนี้กัน กระทั่งคนข้างกายของนางเตือนว่าคนขององค์ชายใหญ่กำลังเดินมา หรานซิ่วเอ๋อร์จึงได้หยุดความคิดทุกอย่างหยางเฮ
เสี่ยวฮวาเตรียมขนมกับน้ำไว้ให้เด็กๆ ตอนนี้นางนั่งกินขนมแกว่งชิงช้าเล่นที่สวนดอกไม้เพื่อรอพระชายาของนาง มีบางคนกำลังเดินมาหา เขานั่งลงบนชิงช้าตัวเดียวกับนาง"ท่านอาจิน ท่านไม่ไปเฝ้าท่านอ๋องหรือเจ้าคะ อีกอย่างชิงช้าเล็กเพียงนี้ นั่งสองคนมันเบียดกันท่านตัวโตยิ่งนัก""เจ้านั่งตักข้าสิ จะได้ไม่เบียด อีกอย่างท่านอ๋องมีเรื่องสำคัญจะคุยกับสองพี่น้องสกุลเฉิน จึงให้ข้ามาเฝ้าด้านนอก นั่นเจ้ากินอะไรอยู่เสี่ยวฮวาน้อย ""ท่านอาจิน เฮ้อ ข้าเชื่อท่านเลย นี่เป็นขนมที่พระชายาทรงทำเอาไว้เพื่อมาเยี่ยมสองพี่น้อง แล้วก็แจกเจ้าขอทานน้อยเหล่านั้น จริงสิ ท่านเรียกข้าเซียวเสี่ยวฮวาเถอะ เสี่ยวฮวาน้อยเหมือนกับว่าข้าอายุสามขวบ ฟังแล้วดูยังไม่โต ข้าปักปิ่นแล้วนะ""งั้นเจ้าก็ออกเรือนได้แล้วสิ""ตามธรรมเนียมน่ะใช่ แต่ว่าข้าไม่แต่งงานหรอก ข้าจะเลี้ยงซื่อจื่อกับท่านหญิงให้พระชายาของข้า""แต่ข้าอยากแต่งนี่ ข้าอยากมีลูกชายลูกสาวหลายๆคน"เสี่ยวฮวาก้มหน้า ท่านอาจินพูดอะไรกันนั่น หมายความว่าอย่างไร เขาอยากมีลูกก็ไปหาภรรยาของตนสิ มาบอกนางทำไม"อืม..ท่านก็ไปบอกภรรยาท่านสิ มาบอกข้าทำไม""เส