ยามซื่อ(09.00-10.59 น.)“ท่านลุงเรารอช้ากว่านี้ไม่ได้แล้วนะ” องค์รัชทายาทกล่าวอย่างเป็นกังวล ใกล้จะถึงช่วงที่หนาวที่สุดเข้ามาทุกทีแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถหาหลินจือได้เลย“เฮ้อ.... กระหม่อมก็จนปัญญาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” จางเต๋อเริ่มจะถอดใจ เขาส่งคนออกตามหาทั่วสารทิศแทบจะพลิกแผ่นดิน ก็ยังไม่มีข่าวว่าจะพบเห็นหลินจือเลยสักที่ หรือบางทีมันอาจจะมีแค่ดอกเดียวที่ฝ่าบาทครอบครองอยู่ก็ได้“หากจวนตัวจริง ๆ ข้าจะแอบขโมยของเสด็จพ่อมาให้ได้” จ้าวหรงคิดอย่างหมายมาด แม้จะเสี่ยงแต่เขาก็ยอมที่จะทำ เพราะทั้งเขาฮุ่ยหมิงและฮุ่ยหมิ่นต่างก็ร่วมเป็นร่วมตายกันมาก็มาก เป็นทั้งเพื่อนพี่และน้อง จ้าวหรงอายุน้อยกว่าฮุ่ยหมิ่นเพียงแค่สองปี แต่ก็ถือได้ว่ารักกันดั่งพี่น้องร่วมบิดา“อย่าได้ทำถึงขั้นนั้นเลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมซึ้งใจนัก แต่อย่าลืมว่าพระองค์ก็จำเป็นจะต้องใช้เช่นกัน” แม้อยากจะช่วยน้องชาย แต่ฮุ่ยหมิงและบิดาก็ไม่ได้อยากจะให้องค์รัชทายาทต้องมาเดือดร้อนไปด้วย“เรื่องของข้าก็ช่างเถอะ อย่างมากก็แค่ถูกปลดจากการเป็นรัชทายาท ฮุ่ยหมิ่นสำคัญกว่าแล้วตอนนี้เขาเป็นเช่นไรบ้าง” จ้าวหรงให้ได้เป็นห่วงสหายนัก เขาเคยเห็นยามที่ฮุ่ยหมิ่นทร
“ที่พวกเราอยากได้มิใช่โสมหรอกน้องสะใภ้ เพียงแต่ว่าถ้ามีโสมก็อาจจะมีสิ่งที่พวกเราตามหาอยู่ก็ได้” ฮุ่ยหมิงตอบข้อสงสัยให้กับลี่อิน“พวกท่านอยากได้สิ่งใดหรือเจ้าคะ บอกข้าได้หรือไม่เผื่อว่าข้าอาจจะช่วยได้บ้างเจ้าค่ะ” ในเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว มีหรือนางจะไม่ช่วยหากว่าพวกเขาเกิดปัญหา“มันคือเห็ดหลินจือ ที่ต้องเกิดมาแล้วนับร้อยปี ไม่สามารถหาได้ทั่วไป เพราะมันคือส่วนผสมในตัวยารักษาหมิ่นเอ๋อร์ โสมร้อยปีที่เจ้าเคยส่งมาให้ก็คือหนึ่งในส่วนสำคัญของตัวยา” จางเต๋อไม่อยากจะปิดบัง แต่อีกใจก็ยังคิดว่าหากนางรู้ว่าโสมนั้นวิเศษสักแค่ไหน ลูกสะใภ้จะขอคืนหรือไม่ลี่อินไม่รู้จะตกใจเรื่องอะไรดี ทั้งโสมที่นางคิดว่ามันก็แค่โสมต้นอวบอ้วนธรรมดา ที่ได้จากการช่วยซื้อจากคุณยาย หรือแม้แต่ตัวยาที่ฮุ่ยหมิ่นเคยบอกนาง ก็ไม่คิดว่าจะต้องใช้ของที่เหนือคาดหมายถึงเพียงนี้ ว่าแต่ว่าเจ้าเห็ดหลินจือร้อยปีมันหน้าตาแบบไหนกันนะ นางเคยเห็นแต่หลินจือธรรมดาที่มีขายอยู่ทั่วไป จะว่าไปนางก็มีอยู่ห้าดอกนะ ได้มาจากในป่า คงจะไม่ใช่หรอกกระมังเกิดกลางป่าผู้คนพลุกพล่านมีหรือจะไม่มีใครเก็บได้“พี่ใหญ่ ท่านช่วยวาดภาพเห็ดหลินจือให้ข้าดูสักหน่
“เป็นของจริงแน่นอนพ่ะย่ะค่ะองค์รัชทายาท” ท่านหมอฮั่วตรวจดูเห็ดหลินจือดูอย่างละเอียดจนมั่นใจ ที่ได้มามันคือของจริงเพียงแต่ว่ามันดูสมบูรณ์มากเหมือนกับเก็บออกมาใหม่ ๆ ไม่เหมือนกับของฝ่าบาทมีครอบครอง มันทั้งแห้งแกร็นเก็บมาแล้วนับสิบปี“นางเป็นผู้ใดกัน เหตุใดจึงได้มีของล้ำค่าอยู่ในมือทั้งสองอย่าง” จ้าวหรงขบคิดอย่างสงสัย สตรีที่หนีตายมาจากสงคราม ครอบครัวก็ไม่ได้ร่ำรวยแต่อย่างใด แต่กลับมีของที่แม้แต่ฮ่องเต้มีครอบครองได้ยากยิ่ง“ข้าก็คิดเหมือนท่าน ส่งคนไปสืบภูมิหลังของนางแล้ว แต่ก็ไม่ได้อะไรมากไปกว่าที่พวกเรารู้เลยพ่ะย่ะค่ะ” ฮุ่ยหมิงก็จนปัญญาเช่นกัน ไม่ว่าจะส่งคนไปสืบเช่นไรก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเติม“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ในเมื่อเราได้ส่วนที่จะนำมาเป็นตัวยาครบแล้ว เรารีบรักษาคุณชายจะเป็นการดีที่สุด” หมอหลวงฮั่วอยากจะรีบนำทั้งสองอย่างที่ได้มาทำยา เพราะว่าคุณชายฮุ่ยหมิ่นเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว รีบรักษาเสียตั้งแต่ตอนนี้จะเป็นการดีที่สุด“ข้าเห็นด้วยกับท่านหมอฮั่ว เรื่องอื่นก็ช่างมันเถอะ ถึงอย่างไรนางก็มิได้คิดร้าย ดูเหมือนว่าตอนที่นำเห็ดหลินจือมาให้พวกเรา นางจะไม่รู้เรื่องอะไรด้วยซ้ำ” จางเต๋อมั่นใจว่า
“เหลียนจะเอาอันนั้น” นิ้วเล็ก ๆ ชี้ไปทางกิ่งดอกเหมย ที่กำลังชูช่อส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ แต่ว่ามันสูงมากเกินไปจึงเก็บไม่ถึง พี่ ๆ ที่คอยเล่นเป็นเพื่อนก็ไม่รู้เป็นอะไร เหตุใดถึงได้เอาแต่ก้มหมอบกับพื้นกัน“ได้” จ้าวหรงรับคำ ก่อนจะอุ้มเอาเจ้านุ่มนิ่มแล้วยกตัวเด็กน้อยขึ้นสูง ให้เจ้าตัวได้เลือกเด็ดช่อที่อยากได้ด้วยตนเอง“คิก คิก สูงอีก สูงอีก” เด็กน้อยชอบใจเสียยกใหญ่ ที่ถูกยกตัวขึ้นสูงราวกับว่าตัวเองบินได้เหมือนมีปีก“เสี่ยวเหลียนอย่าเสียมารยาทสิลูก ขออภัยแทนบุตรสาวหม่อมฉันด้วยเพคะ นางยังเด็กนัก” ลี่อินที่กำลังจะออกมาตามตัวเสี่ยวเหลียนกลับเรือน ต้องรีบวิ่งเข้ามาขอโทษขอโพยองค์รัชทายาทเสียยกใหญ่ ไม่คิดว่าบุตรสาวนางจะอาจหาญ ถึงขั้นใช้โอรสสวรรค์ให้ช่วยเด็ดกิ่งดอกเหมยให้“ไม่เป็นไร ข้าอาสาทำเอง” ถึงแม้ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้นก็เถอะ จ้าวหรงวางเสี่ยวเหลียนลงพื้นก่อนจะปล่อยให้เจ้านุ่มนิ่มวิ่งไปหามารดาที่แท้ก็เป็นบุตรสาวของสหายหน้ามึนของเขานี่เอง มิน่าเล่าถึงได้ดูคุ้นหน้านัก ถึงจะเป็นเพียงลูกติดภรรยามา แต่ว่าหน้าตากลับโขกมาพิมพ์เดียวกันฮุ่ยหมิ่นและฮุ่ยหมิง ช่างมีเรื่องให้ประหลาดใจโดยแท้
เฟยฮวาได้แต่ยิ้มตาม เพียงไม่นานนางก็มีสีหน้าเศร้าหมองลง ไม่อยากจะคิดถึงอดีตแต่ก็หักห้ามใจตนเองไม่ได้ เสี่ยวฮวาของนางก็คงจะทั้งน่ารักน่าชัง และช่างพูดเหมือนเสี่ยวเหลียนเป็นแน่ ไม่รู้นางจะได้ทำหน้าที่มารดาอีกสักครั้งหรือไม่นะสิบวันผ่านไปบรรยากาศด้านนอกเรือนปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน อากาศเริ่มหนาวจัดไม่ว่าใครก็ไม่อยากจะออกมาเดินด้านนอก ลี่อินเพิ่งจะเคยเจอหิมะตกหนักและหนาวมากเป็นครั้งแรก นางไม่คิดว่ามันจะหนาวจับใจถึงเพียงนี้ส่วนฮุ่ยหมิ่นตั้งแต่ได้รับการรักษา อาการของเขาก็ค่อยทุเลาลง ภายในร่างกายจากแต่ก่อนมันเหน็บหนาวเข้ากระดูกปวดร้าวไปทั่วร่าง บัดนี้มันไม่เป็นเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเดินเหินได้ไม่ดีสักเท่าไหร่ เพราะร่างกายจะต้องพักฟื้นและต้องดื่มยารักษาควบคู่กันไปด้วยลี่อินตัดสินใจที่จะเปิดเผยความจริงให้สามีรับรู้ได้แล้ว เมื่อตอนที่เห็นอาการของเขากำเริบ นางก็คิดได้ว่าคนเราจะตายจากกันไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หากรู้ตัวว่าชอบพอหรือรักไปแล้วก็ควรจะทำให้มันเต็มที่ไม่ควรมีเรื่องต้องปิดบัง ส่วนผลที่จะเกิดขึ้นก็ให้มันเป็นเรื่องของอนาคตก็แล้วกัน“ท่านพี่ ข้ามีเรื่องจะบอกท่านเจ้าค่ะ”
หลังจากที่ได้บอกความจริงกับสามีไปแล้ว ทำให้สิ่งที่นางเป็นกังวลมาตลอดได้หายไปจนหมดสิ้น ต่อจากนี้ก็ไม่ต้องแอบหลบซ่อนจากสายตาของสามีอีกต่อไปแล้วลี่อินนั่งอยู่บนเตียงพันด้วยผ้าห่มเป็นก้อนกลม ๆ มันช่างหนาวยิ่งนัก หนาวจนนางไม่สามารถออกจากผ้าห่มสองชั้นนี้ได้เลย นี่ขนาดว่าสามีบอกว่าผ้าห่มที่ใช้หนากว่าปกติแล้วนะ ทำไมยังรู้สึกว่ามันยังบางกว่าที่ตนเคยมีในโลกก่อนเสียอีก ไม่ได้การแล้วขอเอาผ้าห่มในกระเป๋าวิเศษออกมาใช้ก็แล้วกันอีกอย่างบ่าวไพร่ที่ต้องใส่เสื้อตัวบางทำงาน ที่นอนก็บางผ้าห่มหรือก็ไม่แตกต่างจากผ้าขนหนูที่นางใช้เช็ดตัวเจ้าเด็กอ้วนเลย พวกเขาทนใช้ชีวิตในยามหนาวกันได้อย่างไร ว่าแล้วลี่อินก็ให้สาวใช้ไปเรียกฮุ่ยหมิ่นมาหา เพราะนางจะไม่ยอมออกจากผ้าห่มสองชั้นนี้เด็ดขาด“น้องหญิงมีอะไรหรือถึงให้คนไปเรียกพี่มาหรือ” ฮุ่ยหมิ่นมองก้อนกลม ๆ ที่มีเพียงใบหน้าของภรรยาโผล่พ้นออกมา เห็นนางในสภาพนี้แล้วช่างน่าขบขันเสียจริง ชายหนุ่มจึงได้ถอดรองเท้าเข้าไปนั่งช้อนหลังกอดก้อนผ้าห่มเอาไว้อีกชั้น“ท่านไม่หนาวหรือเจ้าคะ” ลี่อินได้แต่สงสัย หลังจากที่ได้รับการรักษา อย่าว่าแต่หนาวเลยนางเคยเห็นเขาออกไปฝึกฟันดาบกับพี่ช
ชายหนุ่มประคองมารดาเดินหลบเข้ามาพักที่ห้องโถง ด้วยไม่อยากให้มารดาออกมายืนต้องลมหนาวเป็นเวลานาน จะทำให้ไม่สบายเอาได้ เมื่อเข้ามานั่งพร้อมหน้าพร้อมตากัน ฮุ่ยหมิ่นจึงบอกกับทุกคนการที่ภรรยาของเขานำสิ่งของ หรือไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ออกมาให้เห็น ให้ทุกคนปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และแน่นอนว่าลี่อินไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียอย่างแน่นอนเมื่อทุกคนได้ฟังคำขอร้องของฮุ่ยหมิ่น ก็พร้อมจะทำตามอย่างไม่อิดออด ถึงอย่างไรลี่อินเป็นคนสำคัญที่ช่วยเหลือคนจวนตระกูลจาง นางเสียสละให้ของล้ำค่ากับพวกเขามาตั้งมากมาย มีหรือเรื่องแค่นี้พวกเขาจะทำให้กับลี่อินไม่ได้“พวกเจ้าไม่ต้องห่วงแม่พร้อมจะให้ความร่วมมืออยู่แล้ว” ฮูหยินจางเป็นคนแรกที่ตกปากรับคำ นางไม่ติดขัดอยู่แล้วหากว่ามันเป็นความประสงค์ของบุตรชายแล้วลูกสะใภ้“เจ้าไม่ต้องห่วงนะลี่อิน เราเป็นครอบครัวกันแล้วขอให้เจ้าบอกอย่าได้เกรงใจ” จางเต๋อบอกแก่ลูกสะใภ้อย่างใจจริง“ขอบคุณทุกคนมากนะเจ้าคะ ที่เข้าใจข้า” ลี่อินรู้สึกว่านางมีความสุขมาก ที่ได้รับความรักและความเข้าใจจากทางครอบครัวสามีเมื่อทุกคนเข้าใจกันแล้วลี่อินจึงได้มอบของเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับทุกคน ฮุ่ยหมิ่นที่รู้งานอ
ลี่อินที่ใช้การเช็ดตัวแทนการอาบน้ำในหน้าหนาวยามค่ำคืนเสร็จแล้ว หญิงสาวก็รีบปีนขึ้นเตียงนอนทันที ได้นอนซุกตัวในผ้าห่มผืนหนาพร้อมกับที่นอนฟูกนุ่ม ๆ มันช่างเป็นอะไรที่ดียิ่งนัก คนที่นี่ก็คงจะชินชากับความหนาวกัน แต่สำหรับลี่อินมันไม่ใช่ นางที่มาจากเมืองร้อนทั้งปีไม่ชินเอาเสียเลย ภาวนาให้ผ่านพ้นฤดูหนาวโดยเร็วแต่วันนี้หญิงสาวรู้สึกถึงสายตาของสามีมันแปลกไป ยามที่เขามองมาที่นางดวงตาช่างดูหวานซึ่งจนน่าขนลุก อีกทั้งช่วงนี้เขาไม่ยอมออกไปที่ใดเลย เอาแต่ตามติดนางไม่ห่าง เสี่ยวเหลียนก็เช่นกันคืนนี้อยู่ ๆ ก็มาขอไปนอนกับท่านลุงท่านป้า ทั้งที่ปกติวันนี้เป็นวันที่เด็กน้อยจะต้องนอนกับนางแท้ ๆฮุ่ยหมิ่นกลับมาจากหารือเรื่องบ้านเมืองกับพี่ชายและบิดา เขามองไปที่ร่างงามของภรรยาอย่างหมายมาด ทั้งยังถอดเสื้อคลุมออกพาดไว้ที่ฉากกั้น ไม่ใช่เพียงชุดคลุมเท่านั้นแต่ทว่าร่างหนา ได้ถอดชุดออกจนหมด เหลือเพียงร่างกายกำยำที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งอาภรณ์ปิดกั้นจากนั้นจึงเดินเข้าไปหาลี่อินที่นอนมุดตัวใต้ผ้าห่ม มือหนาเอื้อมไปเกี่ยวเอวบางของภรรยาเข้ามาหาตน ก่อนจะใช้ใบหน้าซุกไซ้ที่ซอกคอขาวเนียน โดยที่ไม่ยอมพูดอะไรออกมาถึงเวลาแล้วที
“ไหนดูสิว่าเรตติ้งจะดีไหม” ร่างบางเปิดคอมพิวเตอร์เครื่องมือทำมาหากินคู่กาย ได้แอบลุ้นว่ายอดวิวจะดีไหม“ยอดวิวห้าหมื่นในหนึ่งวัน ไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ยฉัน” แต่พอลองตบหน้าตัวเองดูมันก็เจ็บ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีคนสนใจมากขนาดนี้ ปกติแล้วในความทรงจำของอ้อมแอ้ม นิยายของเธอหนึ่งวันยอดวิวหลักสิบ ครึ่งหนึ่งจากแฟนคลับเดนตายของเธอ อีกครึ่งคือคนที่แวะเข้ามาด่าหญิงสาวรีบกดรีเฟรชหน้าเว็บดูอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าระบบนิยายไม่ได้รวน แต่กดเท่าไหร่ก็มียอดเท่าเดิม ไม่สิมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่างหาก‘ฮือออ ไรท์คะ นางเอกกับลูกสาวสู้ชีวิตมาก’‘ติดตามเลยค่า นิยายสนุกมาก’‘อู๊ยยย พระเอกคือดีงาม’‘น้อนน่าร๊ากกก’‘ไรท์เปลี่ยนแนวนิยายแล้วหรือคะ นิยายเรื่องเก่าของไรท์ประสาทแดกมากค่ะ’และยังมีอีกหลายคอมเมนต์แต่ก็มาในทิศทางที่ดี แสดงว่าตัวเธอมาถูกทางแล้ว ที่เหลือก็รอยอดอีบุ๊กอีกสองวัน เปิดขายวันแรกจะเป็นอย่างไรก็ต้องมาวัดกันแล้ว ว่าเธอควรจะสามารถยึดอาชีพนักเขียนต่อไปไหม ถ้าไม่โอเคก็จะหาอย่างอื่นทำเสริมสองวันผ่านไป“ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง” อ้อมแอ้มกำลังนับถอยหลัง เธอกำลังลุ้นกับยอดขายอีบุ๊กเรื่องแรกในฐานะอ้อมแอ้มคนใ
ย้อนกลับไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โลกใบนี้ช่างตื่นตาตื่นใจเสียจริง ลี่อินฟื้นขึ้นมาในห้องที่ดูแปลกประหลาดไม่คุ้นตา กับใบหน้าของเธอที่ยังคงเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ในตอนแรกลี่อินก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีเรื่องน่าอัศจรรย์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ลี่อินฟื้นขึ้นมาในวันหนึ่งพบว่าตัวเองอยู่ในห้องสีขาว มีเครื่องมือแปลกประหลาด มีสายอะไรต่อมิอะไรห้อยระโยงระยางตามตัวเธอเต็มไปหมด ความทรงจำเดิมเริ่มกลับมากเป็นสาย เรื่องราวมากมายไหลเวียนเข้ามาภายในหัวไม่หยุดอ้อมแอ้มหรือก็คือชื่อใหม่ของเธอ ไม่เพียงแค่ความทรงจำเดิมของเจ้าของร่าง แต่ยังมีอีกอย่างที่เธอได้ อ้อมแอ้มตัวจริงสลับไปเป็นลี่อิน พวกเธอทั้งสองต่างสลับกันอยู่ในโลกต่างมิติของกันและกัน ไม่สิไม่ใช่เธอสองคนแต่เป็นคนเดียวกันต่างหาก คนหนึ่งเป็นมิติอนาคตส่วนอีกคนเป็นมิติโบราณ มิติที่ควรจะเป็นไปตามครรลองของกาลเวลาที่มันควรจะเป็น มันกลับเปลี่ยนสลับเธอให้กลับไปในมิติต่างเวลาหลังจากพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลในประเทศจีนจนหายดีแล้ว อ้อมแอ้มก็ได้เดินทางกลับประเทศไทย ต่อจากนี้ไปเธอคืออ้อมแอ้ม และจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามใจของตัวเอง ที่แห่งนี้มีทั้งอิสระไม่มีกฎระเบีย
“หนูซื้อหมดเลย คุณยายขายเท่าไหร่คะ” อ้อมแอ้มรับของมาถือไว้ ก่อนที่หญิงสาวจะล้วงเอากระเป๋าเงินออกมา เพื่อจะจ่ายเงินค่าโสมให้กับคุณยาย“หนึ่งร้อยหยวนลูก” เห็นไหมหลานของนางน่ารักถึงเพียงนี้ ตาแก่นั้นทำหลานสาวนางได้ลงคอ“นี่ค่ะคุณยาย แต่ทำไมขายถูกนักล่ะคะ” เธอคิดว่ามันถูกมากเกินไป เงินหนึ่งร้อยหยวนเทียบกับเงินไทยแล้วเป็นเงินแค่ห้าร้อยยี่สิบห้าบาทเอง ถูกกว่าร้านอาหารบางที่ที่เธอเข้าไปทานมาอีก โสมสามต้นเธอก็เปิดดูแล้ว หากเอาไปขายก็คงจะได้ราคาดีอยู่ ถึงจะไม่มีความรู้เรื่องโสมแต่หญิงสาวก็มั่นใจว่ามันจะต้องแพงกว่านี้“ยายคิดแค่นี้ หนูก็เก็บใส่กระเป๋าไว้ให้ดี มันจำเป็นหนูจะต้องได้ใช้มัน”“คุณยายคะ อะอ้าว หายไปไหนแล้วล่ะ” เธอแค่ก้มเก็บของใส่กระเป๋าแป๊บเดียวเอง จะว่าคุณยายเดินเร็วก็คงจะไม่ใช่ เวลาแค่ไม่ถึงนาทีจะหายตัวไปได้อย่างไรกัน อย่าบอกนะว่าเป็น...? ยิ่งอยู่ในวัดด้วย วิ่งสิคะรออะไร“อ๊ากกกกกกกก”อีกหนึ่งโลกมิติ‘ลี่อินเอ๊ย’ลี่อินที่วันนี้นอนซมเพราะพิษไข้ นอนอยู่บนเตียงทำจากไม้ไผ่กลางเก่ากลางใหม่ ตัวนางที่ดูเหมือนจะหลับลึกตั้งแต่หัวค่ำ แต่ตอนนี้หูกลับได้ยินเสียงของใครบางคนแว่วอยู่ข้างหู หญิงส
ผู้เฒ่าดวงชะตาแทบจะนั่งไม่ติด เดินวกไปวนมาคิดจนหัวแทบจะระเบิด แต่ก็ยังไม่สามารถคิดหาวิธีแก้ไขความผิดของตนเองได้ สองวันที่แล้วในขณะกำลังทำหน้าที่ของตนอยู่นั้น ด้วยเพราะความเผอเรอทำให้เขาขีดเขียนเส้นดวงชะตาสลับกันทำให้คนอีกช่วงเวลาแห่งมิติที่ถึงเวลาตายกลับไม่ตาย ส่วนคนที่ชะตายังไม่ถึงฆาตกลับสลับดวงวิญญาณเป็นคนที่ต้องตายแทน ตอนนี้วงล้อแห่งดวงชะตาของพวกนางทั้งสองได้หมุนสลับมั่วกันไปหมด ผู้เฒ่าดวงชะตาไม่รู้จะทำเช่นไรดี คนที่ต้องตายแต่ไม่ตายก็ช่างเถิด แต่คนที่ยังไม่ถึงชะตานี่สิคือปัญหาใหญ่เหลือเวลาอีกเพียงน้อยนิด ก็จะเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงตามวงล้อแห่งชะตาแล้ว หากจะขีดเขียนเส้นดวงชะตาขึ้นใหม่ก็ต้องใช้เวลาอีกสักพัก เวลานี้ตาเฒ่าหัวหงอกเช่นเขาก็ยังคิดวิธีไม่ออกจะแก้เช่นไรได้ทันกัน“ตาเฒ่าเหตุใดถึงหน้าไม่สู้ดีนักเล่า” แม่ซื้อเห็นเฒ่าดวงชะตามีสีหน้าไม่สู้ดีมาหลายวันแล้ว นางรู้สึกเป็นห่วงจึงได้ลองมาถามไถ่ถึงสาเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ“คือว่า เรื่องมันเป็นอย่างนี้นะยายเฒ่า” เฒ่าดวงชะตาตัดสินใจเล่าให้กับแม่ซื้อฟัง เขาพยายามคิดแก้ปัญหาเรื่องนี้คนเดียวมาหลายวันแล้ว คิดอย่างไรก็คิดไม่ตกเสียทีโป๊ก
“อะแฮ่ม ท่านแม่ของพวกเจ้ากำลังจะมีน้อง” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืดออก พูดอย่างภูมิใจแจ้งข่าวดีให้กับลูก ๆ ทั้งสาม ส่วนใบหน้าหรือก็ยิ้มไม่หุบ“ข้าไม่เอาน้องสาวนะเจ้าคะ” อี้หลานฮวา“ข้าก็ไม่ชอบน้องสาว” หวงหลานฮวา พร้อมกับเหล่ตาไปทางน้องเล็กสุด ที่มือไม่เคยว่างเว้นกัดกินหมั่นโถวเต็มปาก จากนั้นก็เคี้ยวจนแก้มตุ่ย“ข้าจะได้เป็นพี่” ไป๋หลานฮวา ต่อไปนางก็ไม่ต้องคอยทำตามคำสั่งของใครแล้ว นางจะได้เป็นผู้สั่งบ้างเสียที แค่คิดก็มีความสุขแล้วนางจะใช้น้องเล็กไปเอาของกินในครัวมาให้ ยามที่ถูกท่านแม่จำกัดมื้ออาหารเด็ก ๆ ทั้งสามเมื่อรู้ว่าท่านแม่จะมีน้อง ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขอเป็นน้องชายบ้าง เพราะว่าท่านพี่หลี่เจี๋ยบุตรชายของท่านป้าเฟยฮวาทั้งฉลาดและเก่งกาจ พวกนางก็อยากจะได้น้องชายแล้วเก่งดั่งเช่นท่านพี่หลี่เจี๋ยบ้าง ด้วยตนเป็นสตรีต้องทำตามขนบธรรมเนียม บางอย่างก็ไม่สามารถทำได้ จึงอยากจะให้น้องที่กำลังจะเกิดมาเป็นชายมากกว่าสตรี“ท่านพี่แล้วเสี่ยวเหลียนไปไหนเจ้าคะ ไม่เห็นสองสามวันแล้ว” ลี่อินถามถึงบุตรสาวอีกคนเสี่ยวเลียนพอโตเป็นสาวรูปโฉมงดงามไม่แพ้หญิงงามอันดับหนึ่ง เป็นถึงท่านหญิงมู่ตานผู้เลื่องชื่อ ใน
“ยินดีด้วยขอรับ ฮูหยินน้อยตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้ว ประเดี๋ยวข้าจะจัดเทียบยาบำรุงครรภ์ให้นะขอรับ” ท่านหมอประจำตระกูลกล่าวแสดงความยินดี“ขอบคุณท่านหมอเจ้าค่ะ”ลี่อินที่มีสีหน้าซีดเซียวนอนดมยาดมอยู่บนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน หญิงสาวคิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้ ก็ในเมื่อสามีตัวดีไม่เคยว่างเว้นเลยสักวัน นี้ก็ผ่านมาสิบปีแล้วสามีก็ยังคงตัวติดกันมิได้ห่าง เมื่อก่อนเป็นเช่นไร ผ่านไปสิบปีแล้วก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนางก็อุตส่าห์กินยาคุมกำเนิดมิได้ขาดแล้วเชียวนะ ก่อนกินยังตรวจดูให้ดีเสียก่อนจะกินทุกครั้ง ด้วยกลัวว่าสามีตัวดีจะแอบเปลี่ยนเม็ดยาคุมกำเนิดอีก ก็ระวังตัวดีแล้วเชียวเหตุใดถึงได้ตั้งครรภ์อีกจนได้เอ๊ะ!หรือว่านางเองที่เป็นคนลืมกินยาคุมกำเนิดกันนะ แล้วจะเป็นตอนไหนกัน หรือว่าจะเป็นตอนที่แอบหนีไปท่องเที่ยวกันสองคน หรือจะเป็นตอนแอบหนีลูก ๆ ไปเที่ยวงานประจำเมือง หรือจะเป็นตอนที่สามีกลับจากทำภารกิจตึง ตึงปัง“ภรรยารักเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง พี่ดีใจเหลือเกินที่เรากำลังจะมีลูกเพิ่มอีกแล้ว” แม้เวลาจะเปลี่ยนไปกว่าสิบปี แต่ทว่ากาลเวลาก็ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มดูแก่ลงเลย เขายังคงดูหนุ่มแน่นทั้งยังดูสง่างามยิ่งกว่
งานเลี้ยงฉลองภายในครอบครัวเป็นไปอย่างชื่นมื่น ทุกคนต่างกล่าวยินดีและคุยกันอย่างสนุกสนาน ลี่อินที่คอยดูแลสามีเพราะเจ้าตัวเอาแต่นั่งกระแอมเสียงดังไม่ได้หยุด มองจ้าวหรงตาขวางทุกครั้งที่อีกฝ่ายป้อนอาหารให้กับเสี่ยวเหลียน จนตนเองก็หลงลืมที่จะเอาใจภรรยา แต่ก็มีบางครั้งที่เขาจะหันกลับมาคีบอาหารให้กับลี่อินบ้างเป็นบางครา“อุ๊บ!” ลี่อินที่กำลังจะคีบปลาหมึกย่างเข้าปาก นางกลับรู้สึกเหม็นคาวและคลื่นไส้อยากจะอาเจียนขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัวแต่ไม่ว่าจะพยายามกลืนก้อนที่จุกอยู่ตรงคอลงไปเท่าไหร่ เมื่อได้กลิ่นอาหารทะเลมันกลับตีรวนขึ้นมาอยู่ร่ำไป“น้องหญิงเจ้าไม่สบายหรือ” ฮุ่ยหมิ่นรีบวางถ้วยกับตะเกียบลงทันที ที่เห็นว่าภรรยาเอามือปิดปากใบหน้าซีดเซียว“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ คงจะเหม็นกลิ่นคาวอาหารทะเล” หญิงสาวรีบเอามือผลักถ้วยปลาหมึกออกห่างตัว เพียงแค่ได้กลิ่นเล็กน้อยก็ทำให้นางแทบจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้“พี่ว่าเชิญท่านหมอมาตรวจดูดีหรือไม่” ภรรยาเขาคงจะไม่สบายเป็นแน่ อาหารทุกอย่างก็ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นจนถึงขั้นต้องอาเจียน เหมือนดั่งเช่นที่ภรรยาเขาบอก ฮุ่ยหมิ่นรีบสั่งให้บ่าวชายไปเชิญท่านหมอทันทีไม่รั้งรอคำตอบ
“ก่อนอื่นให้เอามันหมูวางไว้ส่วนบนสุดของกระทะนะเจ้าคะ พอน้ำมันเริ่มออกก็ถูมันหมูให้ทั่วกระทะเสียก่อน เวลาเราเอาเนื้อลงย่างจะได้ไม่ติดกระทะเจ้าค่ะ” ลี่อินจัดการสาธิตทำเป็นตัวอย่างให้กับทุกคนดู เพียงแค่นำมันหมูถูไปจนทั่วกระทะที่กำลังร้อน ก็เกิดเสียงฉ่าออกมาทันทีทุกคนเห็นทำตามลี่อินทุกขึ้นตอน เสียงมันหมูดังฉ่าเมื่อถูกกับความร้อนของกระทะ กับเนื้อที่เอาลงไปย่างจนสุกส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ แต่ละคนที่ตั้งตารอต่างก็กลืนน้ำลายดังอึกกันถ้วนหน้า อยากจะลิ้มลองเสียเต็มประดา“ระหว่างรอเนื้อสุก เราก็จะนำผักข้าวโพดหรือเห็ดที่ชอบลงต้นในน้ำซุปด้วยเจ้าค่ะ พอเนื้อสุกได้ที่แล้ว เราก็นำมาจิ้มกับน้ำจิ้ม จากนั้นก็กินได้เลยเจ้าค่ะ” ลี่อินนำเนื้อที่นางย่างแล้วจิ้มน้ำจิ้มที่ปรุงรสมาอย่างดี กระเทียม พริกสับ ผักชีหั่นฝอย ใส่น้ำมะนาวอีกนิด เป็นอันว่าเลิศรสที่สุดแล้วเนื้อสุกกำลังดีจิ้มกับน้ำจิ้มเลิศรสถูกส่งเข้าปากของฮุ่ยหมิ่นเป็นคำแรก ชายหนุ่มได้แต่นั่งยิ้มหน้าบาน ที่ภรรยาเอาอกเอาใจตนเอง ท่ามกลางสายตาของทุกคนทั่วทั้งจวนเช่นนี้“องค์รัชทายาทเสด็จ”ทุกคนที่กำลังกินหมูกระทะกันอย่างเอร็ดอร่อยจึงได้หยุดชะงัก พ
หลังจากจบเรื่องราวอันแสนวุ่นวาย ความสงบสุขก็ได้กลับมาอีกครั้ง ไม่นานมานี้ลี่อินได้มีโอกาสกลับไปที่หมู่บ้านหงชุน บ้านหลังเล็กของนางในตอนนี้มันไม่เล็กอีกต่อไปแล้ว ไม่รู้ว่าฮุ่ยหมิ่นให้คนไปต่อเติมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตัวบ้านถูกขยายเต็มพื้นที่ มิหนำซ้ำยังซื้อที่ขยายเพิ่มออกไปอีกท่านน้าทั้งสองที่เป็นผู้ดูแลบ้าน พวกเขาก็ได้มีสมาชิกเพิ่มทั้งบุตรชายบุตรสาว เพียงเท่านี้ลี่อินก็มีความสุขมากแล้วจากนั้นหญิงสาวจึงได้แวะไปดูร้านขนมเซียงเจียว มันได้กลายเป็นร้านขนมขึ้นชื่อของอำเภอไปแล้ว หากผู้ใดได้มาอำเภอฉงชิ่งเป็นต้องแวะซื้อขนมที่ทำจากกล้วยเพื่อเป็นของฝาก ไม่เช่นนั้นจะถือว่ามาไม่ถึงอำเภอฉงชิ่งสถานที่สุดท้ายที่ทั้งสามคนพ่อแม่ลูก ได้แวะไปที่ว่าการอำเภอก่อนกลับเมืองหลวง เพราะเสี่ยวเหลียนน้อยไม่ได้พบกับเหมยเหมยนานนับปีแล้ว และเสี่ยวเหลียนเองก็บ่นหาสหายรักอยู่เสมอ ฮุ่ยหมิ่นจึงได้พาบุตรสาวมาพบกับเพื่อนเก่า จนเสี่ยวเหลียนยิ้มไม่หุบก็ว่าได้“เหมยเหมย ข้ามีของฝากมาให้เจ้าเยอะแยะเลย” เสี่ยวเหลียนที่ตัวสูงขึ้นมากกว่าแต่ก่อน เห็นสหายแล้วก็ได้แต่คิดถึงช่วงเวลาที่ได้เล่นด้วยกัน“ขอบใจนะเสี่ยวเหลียน เจ้าตัวสูงขึ