“ณิรินคืนนี้ไปเที่ยวผับกันไหม”
“คืนศุกร์สิ้นเดือนแบบนี้ณิรินไปไม่ได้หรอกนะกิ๊ฟ” ณิรินทร์ญาตอบอลิษาเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่ชั้นปีที่หนึ่งจนถึงตอนนี้พวกเธอเรียนอยู่ชั้นปีที่สามแล้ว
“อ้าวนี่ศุกร์สิ้นเดือนหรอกเหรอกิ๊ฟลืมไปสนิทเลย แล้วคืนนี้ณิรินจะไปทำงานที่ร้านเดิมใช่ไหม”
“ใช้จ้ะร้านเดิมนั่นแหละ ผู้จัดการร้านเขาโทรมาเตือนตั้งแต่เมื่อวาน เขาบอกว่าคืนนี้ลูกค้าน่าจะเยอะมากๆ ณิรินก็เลยไม่อยากพลาดโอกาสทำเงินน่ะ” เพราะคืนวันศุกร์สิ้นเดือนแบบนี้ลูกค้าที่ผับจะเยอะกว่าวันปกติมากและณิรินทร์ญาก็ไม่อยากจะพลาดเพราะมันหมายถึงว่าเธอจะได้เงินค่าเครื่องดื่มมากตามไปด้วย
“น่าเสียดายจังเอาไว้โอกาสหน้าณิรินต้องไปเที่ยวกับพวกเราบ้างนะ”
“แล้วพวกกิ๊ฟจะไปเที่ยวร้านไหนล่ะ ร้านที่ณิรินทำงานหรือเปล่า”
“ไม่หรอกร้านที่ณิรินทำงานค่าเครื่องดื่มแพงจะตายพวกเราว่าจะไปร้านแถวหน้ามหาลัย”
“กิ๊ฟไปกับใครบ้าง”
“ก็มีกิ๊ฟมีหน่อยแล้วก็ไข่มุกนะพวกเราจะไปกันแค่สามคน”
“เที่ยวให้สนุกนะ ณิรินคงต้องรีบกลับก่อนนี่”
“มันเพิ่งจะบ่ายสามเองนะกว่าผับจะเปิดก็ตั้งสองทุ่มไม่ใช่จะรีบกลับทำไมล่ะ”
“เย็นนี้ณิรินมีออเดอร์น้ำพริกส่งให้กับเจ๊สุนีย์ที่ตลาดน่ะจะรีบกลับไปทำ”
“ถ้ามีโล่รางวัลนักศึกษาที่ขยันทำงานที่สุดกิ๊ฟว่าณิรินต้องได้รางวัลนี้อย่างแน่นอนเลยนะ” อลิษากล่าวชมเพื่อนสนิทที่ขยันทำงานทุกอย่าง
“ไม่ขนาดนั้นหรอกยังมีคนอื่นที่ขยันอีกเยอะ”
“แต่กิ๊ฟว่าณิรินขยันที่สุดแล้วนะตอนเช้าทำแซนด์วิชมาส่งที่ร้านในมหาวิทยาลัย ตอนเย็นยังกลับไปทำน้ำพริกแล้วกลางคืนยังต้องออกไปเป็นเด็กนั่งดริ้งค์อีกจะเอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหนเยอะๆ”
“อะไรที่เป็นเงินตอนนี้ณิรินก็ต้องรีบตักตวงไว้ก่อนเพราะถ้าหากขึ้นปีสี่คงไม่ค่อยมีเวลาเราต้องไปฝึกงานกันณิรินอยากเก็บเงินไว้เยอะเยอะ”
“แต่ตอนที่แม่ของณิรินเสียชีวิตณิรินก็ได้เงินค่าประกันชีวิตมาหลายล้านไม่ใช่เหรอทำไมยังทำงานหนักแบบนี้อยู่อีกล่ะ”
“ก็ณิรินไม่รู้นี่ว่าอนาคตข้างหน้ามันเป็นยังไงช่วงนี้ก็ต้องเก็บเงินไว้ก่อน ส่วนเงินที่ได้มาจากแม่ณิรินเอาซื้อสลากไว้แล้วเผื่อจะถูกรางวัลกับเข้าบ้าง”
“รู้จักวางแผนการเงินให้ดีจริงๆ ไม่เหมือนพวกเราเลยยังแบมือขอเงินพ่อแม่อยู่”
“ต้นทุนชีวิตของคนเรามันต่างกันนี่กิ๊ฟกับเพื่อนๆ มีพ่อแม่มีครอบครัวคอยซัพพอร์ตแต่ตอนนี้ณิรินเหลือใครก็เลยต้องขยันเข้าไว้น่ะ ไม่รู้ว่าเรียนจบแล้วจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะหางานได้ช่วงนี้อะไรที่มันพอเป็นเงินได้ณิรินก็ต้องเอาไว้ก่อนนั่นแหละ พูดง่ายๆ ก็คือณิรินงกนั่นแหละ” ณิรินทร์ญาพูดกับเพื่อนแล้วหัวเราะ
หญิงสาวเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นปีที่สามเธอเรียนในแผนกบัญชีก่อนหน้านี้หญิงสาวเธออาศัยอยู่กับมารดาในบ้านหลังเล็กแต่ เมื่อสองปีก่อนมารดาของเธอก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุแม้จะได้เงินประกันชีวิตมาจากกรมธรรม์ประกันชีวิตของมารดามามาก ถึงหน้าร้านแต่ณิรินทร์ญาก็ยังขยันทำงานเหมือนเดิม
มารดาของเธอเป็นพนักงานทำงานในโรงงานตอนเช้าก็จะทำแซนด์วิชไปส่งกับร้านที่อยู่ในโรงงานและร้านในตลาดและหลังจากกลับจากโรงงานแล้วมารดาของเธอก็ทำน้ำพริกส่งขายที่ตลาดซึ่งมีแม่ค้าเจ้าประจำรับไปขาย
หญิงสาวเรียนรู้การทำงานทุกอย่างมาจากจากมารดาเพราะเคยเป็นลูกมือช่วยอยู่ตลอด
แม้ชีวิตจะไม่ได้ลำบากมากแต่เธอก็มองแล้วว่าการทำงานแบบนี้มันไม่ได้เหนื่อยมากเท่าไหร่นอนพักก็หายแต่การตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองไม่มีเงินในกระเป๋ามันคงจะน่ากลัวกว่ามาก
“ทำงานเยอะขนาดนี้หาเวลาพักบ้างนะ”
“ขอบใจจ้ะ ณิรินขอตัวก่อนนะ เที่ยวให้สนุกล่ะอย่าลืมนะถ้าเมาก็อย่าขับรถกันเอง”
“พวกเราคุยกันแล้วว่าจะไม่ขับรถไปน่ะ ขากลับค่อยเรียกแท็กซี่เอาเพราะคิดว่าต้องเมาแน่”
“ดีแล้วขับรถตอนเมาอันตราย” หญิงสาวเตือนเพราะสาเหตุที่มารดาของเธอเสียชีวิตก็เพราะถูกคนเมาขับรถชนเธอ ก็เลยระมัดระวังในเรื่องนี้เป็นพิเศษ
ถึงแม้จะทำงานกลางคืนเป็นเด็กนั่งดริ๊งค์แต่ณิรินทร์ญาก็ไม่เคยดื่มจนเมาหรือถ้าเมาเธอก็จะให้คนที่ผับขับรถมาส่ง เธอทำงานเป็นเด็กเชียร์แขกหรือที่เรียกว่าเด็กนั่งดริ๊งค์ในผับแห่งหนึ่งแต่ไม่ได้ไปทำงานทุกวันส่วนใหญ่จะไปทำงานแค่คืนวันศุกร์และคืนวันเสาร์
ซึ่งลูกค้าค่อนข้างมากโดยเฉพาะวันศุกร์สิ้นเดือนแบบนี้หญิงสาวก็เลยต้องรีบกลับบ้านเพื่อทำน้ำพริกส่งในตลาดให้เสร็จก่อนจะเข้าไปที่ผับเพื่อเริ่มงานในเวลาสามทุ่ม
เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอก็รีบทำน้ำพริกผัดหมูซึ่งแวะซื้อวัตถุดิบทุกอย่างที่ตลาดเมื่อมาถึงก็จัดการหั่นหอมและกระเทียมจากนั้นก็เอาลงไปเจียวจนหอมไปทั่วบ้าน
เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็รอให้เย็นก่อนจะตักใส่กระปุกที่เตรียมไว้จากนั้นติดสติ๊กเกอร์ของร้านบนฝากระปุกเตรียมส่งให้แม่ค้าที่ตลาดในช่วงเช้าของวันเสาร์ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยในเวลาเกือบจะสองทุ่ม
หญิงสาวยังเหลือเวลาอีกนานในการอาบน้ำแต่งตัวเธอหยิบน้ำพริกที่เหลือในชามมานั่งกินกับไข่ต้มจากนั้นก็รีบอาบน้ำแต่งตัวและขับรถเก๋งคันเก่าไปยังผับแห่งหนึ่งซึ่งเข้ามาทำงานที่นี่ตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่งเนื่องจากมารดารู้จักกับเจ้าของผับจึงค่อนข้างไว้ใจว่าเธอจะไม่ออกไปกับแขกคนไหน
“สวัสดีค่ะพี่ช้าง” ณิรินทร์ญายกมือไหว้พี่ช้างผู้จัดการร้านซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงเครื่องดื่มหน้าเคาน์เตอร์“สวัสดีจ้ะณิรินรีบไปแต่งตัวเลยคืนนี้ท่าทางลูกค้าจะเยอะมากๆ มีเด็กนั่งดริ้งค์มีมาเพิ่มหลายคนเลย ตอนนี้ทุกคนก็กำลังแต่งตัวกันอยู่”“กินอะไรมาหรือยัง”“กินมาแล้วค่ะ”“ถ้างั้นก็ไปเตรียมตัวเถอะ”“ค่ะพี่ช้าง”หญิงสาวเดินเข้ามาด้านหลังซึ่งเป็นห้องแต่งตัวเธอยิ้มทักทายให้กับเพื่อนร่วมงานซึ่งบางคนก็รู้จักบางคนก็ไม่รู้จักแต่ณิรินทร์ก็ไม่ได้สนิทสนมกับใครมากเป็นพิเศษ“นึกว่าณิรินจะไม่มาซะแล้ว” ตันหยงเพื่อนที่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับณิรินทร์ญาทักทาย“มาสิตันหยงคืนวันศุกร์สิ้นเดือนนี้ณิรินต้องมาอยู่แล้วไม่อยากพลาดโอกาส ตันหยงกินข้าวมาหรือยัง”“กินมาเรียบร้อยแล้วคืนนี้ตันหยงว่าคุณลูกค้าต้องเยอะมากแน่กลัวจะไม่มีแรงเดินแล้วณิรินกินมาหรือยัง”“กินมาแล้วเหมือนกัน”“เอาน้ำพริกผัดหมูมาให้หรือเปล่า”“เอามาสิอยู่ในรถเดี๋ยวทำงานเสร็จอย่าลืมเตือนณิรินด้วยนะเดี๋ยวณิรินจะเอาให้”“คืนนี้พี่ช้างบอกว่าเจ้าของผับเคขาจะพาเพื่อนมานั่งดื่มด้วย ไม่รู้เขาจะเรียนพวกเราไปนั่งด้วยหรือเปล่า” เพราะทุกครั้งที่คุณชิ
“ฉันรู้นะว่าการทำงานแบบนี้เงินดีรายได้ดี แต่เธอไม่คิดว่าออกมาทำงานกลางคืนแบบนี้มันไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ” นายหัวปาริธดื่มไปด้วยและชวนณิรินทร์ญาคุยไปด้วย“อันตรายสิคะ ณิรินไม่รู้ว่าในแต่ละครั้งที่มาทำงานจะเจอลูกค้าแบบไหนบ้าง”“แล้วลูกค้าแบบไหนล่ะที่เธอไม่ชอบและไม่อยากเจอ”“ก็ลูกค้าที่คุยแล้วทำรุ่มร่ามไม่ทำตามกฎของที่นี่”“กฎของที่นี่คืออะไร ฉันไม่ค่อยมาเที่ยวก็เลยไม่รู้กฎ”“กฎของที่นี่ก็คือเด็กจะนั่งดื่มกับแขกได้ บริการแขกในเรื่องของการชงเครื่องดื่มการพูดคุยแต่เด็กจะไม่ออกไปต่อข้างนอกกับแขก”“เป็นไปได้เหรอที่จะไม่ออกไปต่อกันข้างนอก”“เป็นไปได้สิคะ เพราะคุณชินสั่งห้ามไว้”“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย เขาอาจจะแอบนัดไปต่อกันก็ได้นะ”“สำหรับคนอื่นณิรินก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าเขาจะดิวกันแล้วนัดกันไปเจอข้างนอกไหม แต่สำหรับณิรินยืนยันชัดเจนค่ะว่าจะไม่ ออกไปต่อกับแขกข้างนอก”“แล้วถ้าแขกเขาเสนอเงินให้เธอเยอะๆ ล่ะ”“คำว่าเยอะของนายหัวปาริธคือเท่าไหร่เหรอคะ”“เธอไม่ต้องเรียกฉันว่าเต็มยศแบบนั้นก็ได้จะเรียกฉันว่าปาริธหรือจะเรียกว่านายหัวก็ได้แล้วแต่เธอเลย”“ถ้างั้นณิรินขอเรียกว่านายหัวก็แล้วกันนะคะ” หญิงสาวไม
ณิรินทร์ญาและนายหัวปาริธคุยกันจนกระทั่งถึงเวลาผับปิดทั้งสองแลกไลน์กันโดยที่ชายหนุ่มให้เหตุผลว่าถ้าหากเขาขึ้นมากรุงเทพเขาจะได้ถามว่าเธอมาทำงานหรือเปล่าและจะได้เรียกใช้บริการเนื่องจากคุยกับเธอแล้วสนุก เขาเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อนพเจอคนที่คุยด้วยแล้วถูกใจก็อยากจะเรียกคุยถ้ามีโอกาสขึ้นมาที่นี่อีก“ขอบคุณมากนะคะนายหัวที่ทำให้คืนนี้ณิรินไม่เหนื่อย แต่ได้เงินค่อนข้างเยอะ”“เธอพูดตรงดีนะ” นายหัวปาริธรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนพูดตรงและดูจริงใจ“ค่ะ ณิรินเป็นคนพูดตรงที่มาทำงานก็เพื่อได้เงินเพราะฉะนั้นใครที่ให้เงินณิรินเยอะๆ ก็ถือว่าเป็นผู้มีบุญคุณสำหรับณิรินค่ะ”“เธออยากได้เงินเยอะๆ แต่ไม่ยอมออกไปกับแขกมันย้อนแย้งอยู่นะ”“ก็การได้เงินแบบนี้มันน่าภูมิใจกว่าการออกไปนอนกับแขกนี่คะ อย่างน้อยณิรินก็คุยกับแขกที่ซื้อเครื่องดื่มให้เขาได้หายเหงาหรือคุณจะเถียงละว่าคุยกับณิรินแล้วไม่สนุก”“ฉันไม่เถียงหรอกนะณิริน ฉันยอมรับเลยว่าคุยกับเธอแล้วสนุกมากถึงแม้จะไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่ก็ตาม”“โธ่นายหัวคะการมานั่งคุยในผับแบบนี้ใครเขาต้องการสาระกันบ้างล่ะคะ ทุกคนก็ต้องการมาคุยมาผ่อนคลายค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับค่าเครื่อง
เมื่อคืนกว่าณิรินทร์ญาจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบจะตีสามแต่เช้านี้หญิงสาวก็ยังฝืนตัวเองตื่นนอนตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อเอาน้ำพริกไปส่งที่ตลาดให้ทันก่อนที่แม่ค้าจะเปิดร้านในเวลาเจ็ดโมงลูกค้าของณิรินทร์ญาเป็นแม่ค้าที่ขายของในตลาดซึ่งจะรับน้ำพริกของหญิงสาวไปวางขายอยู่หลายเจ้า เธอส่งให้กับแม่ค้าที่ตลาดแรกไปแล้วสองเจ้า เจ้าละห้าสิบกระปุกและมาส่งที่ตลาดแห่งนี้อีกร้อยกระปุก“สวัสดีค่ะเจ๊สุนีย์”“สวัสดีจ้ะณิรินน้ำพริกเจ๊ได้ครบไหม”“ครบค่ะ น้ำพริกผัดหมูร้อยกระปุกเล็กนะคะอีกสองกระปุกใหญ่ณิรินให้เจ๊สุนีย์เอาไว้กินนะคะ”“ขอบใจมากจ้ะมีของแถมให้พี่ทุกรอบเลยนะณิริน”“ณิรินต้องขอบคุณเจ๊สุนีย์มากกว่าที่ยังรับน้ำพริกของณิรินมาขายตลอด”“ก็น้ำพริกสูตรของแม่นี้ณิรินอร่อยมาก ตอนแรกเจ๊ก็คิดอยู่เหมือนกันนะว่าแม่ณิรินไม่อยู่แล้วรสชาติของน้ำพริกจะเปลี่ยนไปไหม แต่ลูกค้าก็บอกนะว่ารสชาติไม่เปลี่ยน เจ๊ก็เลยต้องสั่งน้ำพริกณิรินเป็นเป็นประจำ อาทิตย์หน้าเจ๊ขอสั่งเป็นน้ำพริกแคบหมูเพิ่มนะ”“ได้ค่ะ เจ๊จะเอากี่กระปุกคะ ถ้าร้อยกระปุกก็ราคาเดิมค่ะแต่ถ้าห้าสิบก็อีกราคาหนึ่งค่ะ”“ถ้างั้นเอามาร้อยเลยก็ได้ ฝีมือหนูอร่อยเจ๊ว่ายังไงก็ต้
ณิรินทร์ญาเดินออกมาจากร้านของป้าต้อยจากนั้นก็เดินเลยไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ติดๆ กัน เมื่อกลับออกมาอีกครั้งก็ต้องตกใจเพราะรถจักรยานยนต์ของเธอถูกรถส่งน้ำแข็งชนจนครูดไปกับถนนใกล้ถึงเกือบสิบเมตรและไม่ใช่มีรถของเธอแค่คนเดียวแต่มีรถอีกหลายคันที่ถูกชนไปด้วย“ขับรถยังไงของคุณเนี่ย” เจ้าของจักรยานยนต์ผู้ชายโวยวายก่อนจะเดินไปหาคนขับซึ่งดูท่าทางกำลังตกใจมาก“ขอโทษครับแต่ผมพยายามเบรกแล้วแต่มันเบรกไม่อยู่จริงๆ” ชายคนขับยกมือไหวขอโทษ“ไม่ใช่ว่าเมาแล้วมันขับรถแบบนี้นะ ลงมาคุยกันให้รู้เรื่องเลยใครก็ได้โทรเรียกตำรวจให้หน่อย”“เดี๋ยวหนูโทรตามให้ค่ะ” เด็กในร้านของป้าต้อยที่ออกมาดูเหตุการณ์รีบอาสารอไม่ถึงห้านาทีตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุเพราะสถานีตำรวจอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ รถที่ได้รับความเสียหายมีทั้งหมดห้าคันหนึ่งในนั้นก็เป็นรถของณิรินทร์ญาด้วยคนขับรถยังคงยืนยันว่าเขาเหยียบเบรกแล้วแต่มันเบรกไม่อยู่ ตำรวจจึงขอยึดรถไว้เป็นหลักฐานและให้คนขับรถโทรศัพท์ไปแจงกับเจ้าของร้านไม่นานเจ้าของร้านก็มาถึงที่เกิดเหตุเจ้าของร้านน้ำแข็งตกลงจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถจักรยานยนต์ทั้งหมดโดยแต่ตำรวจก็จะให้ทุกคนไ
เมื่อเขาเดินกลับเข้ามาในบ้านผัดกะเพราหอมกรุ่นก็วางอยู่บนโต๊ะทานข้าวเรียบร้อยพร้อมกับน้ำพริกชามเล็กและไข่เจียวอีกหนึ่งจาน“ทำไมเธอทำเร็วจัง”“ก็เตาแก๊สในห้องครัวมีสองเตานี่คะ ผัดกะเพราเตาหนึ่งอีกเตาหนึ่งก็ทำไข่เจียว”“ดูท่าทางเธอจะทำอาหารเก่งพอใช้ได้นะ”“ไม่เก่งหรอกค่ะแค่พอทำอาหารง่ายๆ ได้แค่นั้นเอง”“แล้วทำไมต้องปลูกพืชผักสวนครัวไว้เยอะขนาดนั้นล่ะ”“ก็เอาไว้ทำกินเองไงคะ ถ้าอยากจะกินผัดกะเพราขึ้นมาก็ต้องไปซื้อที่ตลาดมัดหนึ่งก็สิบบาทแต่ใช้แค่นิดเดียวสู้ปลูกไว้แบบนี้ดีกว่าประหยัดและสะดวกด้วยค่ะ”“เธอปลูกหอมไว้เยอะมากเลยนะ ชอบกินหอมแดงเหรอ”“หอมแดงเป็นวัตถุดิบหลักในการทำน้ำพริกของณิรินค่ะ ก็เลยต้องปลูกไว้เพราะมีบางช่วงที่หอมแดงในตลาดแพงมาก การปลูกวัตถุดิบไว้หลังบ้านแบบนี้มันก็ทำให้ประหยัดต้นทุนได้เยอะ”“เธอทำน้ำพริกขายมานานแค่ไหนแล้ว”“ถ้าทำขายเองจริงๆ ก็ตั้งแต่แม่ตายแต่ก่อนหน้านั้นก็ช่วยแม่มาหลายปีแล้วเหมือนกันค่ะ”“เธอเก่งเหมือนกันนะทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง”“ไม่เก่งหรอกค่ะน้ำพริกผัดหมูมันเป็นอะไรที่ทำง่ายมากๆ”“แต่ฉันว่ามันอร่อยเลยทีเดียวล่ะ” เขาพูดขณะตักน้ำพริกวางไว้บนไข่เจียวแล้วเคี้ยว
คืนวันเสาร์ลูกค้ในผับก็เยอะเหมือนกับคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาเด็กนักดริ๊งค์ในร้านไม่มีใครว่างเลยสักคน ณิรินทร์ญาให้บริการแขกคนหนึ่งครบเวลาแล้วก็ต่อด้วยแขกอีกกลุ่มหนึ่งแขกกลุ่มนี้มากันสามคนแต่ละคนก็เรียกเด็กเข้ามานั่งด้วยครบทุกคน แขกคนที่เรียกณิรินทร์ญามานั่งด้วยนั้นซื้อเครื่องดื่มไปสิบแล้วและจะซื้อต่ออีกสิบแก้วเพราะรู้สึกสนุกที่ได้คุยกับหญิงสาว ระหว่างที่นั่งคุยอยู่ณิรินทร์ญาก็ขอตัวไปเขาห้องน้ำ เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำยังไม่ทันได้พ้นประตูดีก็ถูกผู้หญิงคนหนึ่งมายืนขวางไว้ก่อน“เธอเป็นเด็กที่ร้านนี้ใช่มั้ย” ผู้หญิงที่ยืนขวางถามณิรินทร์ญาที่ออกมาจากห้องน้ำ“ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”“เรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน” น้ำเสียงของเธอไม่ค่อยเป็นมิตร“แต่ฉันกับคุณไม่รู้จักกันนะคะ”“มันก็ใช่นะที่ฉันกับเธอไม่รู้จักกันแต่คนที่เธอนั่งด้วยเมื่อกี้คือผัวฉัน เธอเป็นเมียน้อยของมันใช่มั้ย”“ไม่ใช่นะคะฉันเป็นเด็กที่ร้านคุณก็เห็นแล้วนี่ว่าฉันใส่ชุดเหมือนกับเด็กนั่งดริ๊งค์คนอื่น”“ฉันรู้ว่าเธอทำงานที่นี่ ผัวฉันมันถึงแอบออกมาหาเธอบ่อยๆ”“ฉันแค่มาทำงานไม่ใช่เมียน้อยใครทั้งนั้น”“ฉันไม่เชื่อหรอกมันก็แค่ข้ออ้างพอร้านปิดเ
ณิรินทร์ญาตื่นนอนตั้งแต่เช้าเพื่อเตรียมทำแซนด์วิชไปส่งให้กับเจ๊สุนีย์ที่ตลาด เธอใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยหญิงสาวเอาแซนด์วิชไปให้กับเจ๊สุนีย์ที่ตลาดจากนั้นก็แวะซื้อเต้าหู้และหมูสับมาติดไว้ในตู้เพราะเมื่อวานเธอใช้ทำผัดกะเพราให้กับนายหัวปาริธไปหมดแล้วเมื่อกลับมาถึงบ้านก็หุงข้าวทิ้งไว้จากนั้นก็เข้าไปนอนต่อก่อนจะลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าในเวลาสิบโมง อาหารเช้าง่ายๆ ต้มจืดเต้าหู้หมูสับใส่ไข่ที่ตอกลงไปนะรอให้สุกก็วางตรงหน้า หญิงสาวรู้สึกเจ็บตรงมุมปากจากแผลที่โดนตบจึงต้องทานช้าๆนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งก่อนหน้านั้นตันหยงเพื่อนของเธอก็เคยถูกผู้หญิงคนอื่นมาทำร้ายแบบนี้แต่เธอไม่คิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับตนเอง อันที่จริงแล้วหญิงสาวก็อยากจะแจ้งความเอาผิดกับผู้หญิงคนนั้นแต่เพราะกลัวทางร้านจะเสียชื่อเสียงและถ้าหากต้องไปสถานีตำรวจก็น่าจะเสียเวลาและเธอยังจะต้องทำแซนด์วิชให้กับเจ๊สุนีย์ สุดท้ายก็เลยเลือกรับเงินค่าทำขวัญจำนวนห้าพันบาท ซึ่งพี่ช้างโอนให้เธอตั้งแต่เมื่อคืนแล้วหญิงสาวคิดว่าจำนวนเงินมันมากไปหน่อยแต่ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นยอมจ่ายเพื่ออยากจะจบเรื่องราวทุกอย่
นายหัวปาริธกลับมาถึงบ้านของณิรินทร์ญาในเวลาเกือบจะหก โมงเย็นเมื่อมาถึงเขาก็ทานราดหน้าด้วยความหิวเพราะเมื่อตอนกลางวันทานข้าวไปนิดเดียวเนื่องจากจัดต้องรีบทำงานต่อให้เสร็จ เมื่อทานราดหน้าอิ่มแล้วเขาก็มานั่งในห้องรับแขกโดยมีณิรินทร์ญาเดินตามมาด้วย“เหนื่อยมากไหม ณิรินนวดให้มั้ย”“นวดคอให้ฉันนิดหน่อยได้ไหมล่ะ”“ได้ค่ะ”“ไม่น่าเชื่อนะว่ามือเล็กๆ แบบนี้จะนวดดีกับเขาเหมือนกัน”“แต่ก่อนณิรินเคยนวดให้แม่บ่อยค่ะ ถ้าวันไหนนายหัวเมื่อยอยากให้ณิรินนวดก็บอกได้เลย”“ขอบใจนะ”“ยินดีค่ะ”“แล้ววันนี้เป็นยังไงบ้างปวดหัวหายแล้วใช่ไหม”“หายแล้วค่ะ”“ฉันไม่อยากให้เธอทำน้ำพริกเยอะแบบนั้นเลย”“ณิรินใครก็คิดว่าจะไม่ทำแล้ว”“จริงเหรอ”“จริงค่ะ ครั้งสุดท้ายที่ณิรินไปส่งน้ำพริกให้กับแม่ค้าณิรินก็บอกพวกเขาแล้วว่าจะหยุดทำน้ำพริกไปก่อน”“แล้วแม่ค้าเขาว่ายังไงบ้าง”“เขาก็บ่นนิดหน่อย เขายังบอกอีกว่าถ้าหากจะกลับมาทำก็ให้บอกพวกเขาด้วย นายหัวคงไม่คิดว่าณิรินเป็นคนขี้เกียจหรอกใช่ไหมคะ ทั้งที่ปิดเทอมแต่ไม่ยอมทำงาน” ณิรินทร์ญากลัวเขาจะเข้าใจผิดว่าที่ผ่านมาเธอทำเพื่อสร้างภาพว่าเป็นคนขยัน“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ฉันรู้ว่าที่ผ
“วันนี้ฉันจะไปดูโรงงานที่สมุทรสาครเธอจะไม่ไปกับฉันจริงเหรอณิริน” นายหัวปาริธถามคนรักในเช้าวันหนึ่ง“วันนี้ณิรินปวดหัวนิดหน่อยค่ะ ขอนอนพักอยู่ที่บ้านได้ไหมคะ”“แล้วจะอยู่คนเดียวได้เหรอ ไปหาหมอไหมเดี๋ยวฉันพาไป” เขาถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไรหรอกค่ะณิรินอยู่คนเดียวได้ นอนพักสักนิดก็น่าจะดีขึ้น ช่วงนี้ณิรินทำน้ำพริกเยอะไปหน่อยน่าจะมึนกลิ่นน้ำพริก”“ฉันเป็นห่วงเธอจัง ฉันเลื่อนนัดที่สมุทรสาครออกไปดีไหมวันนี้จะได้อยู่กับเธอ”“อย่าเลยค่ะนายหัวณิรินไม่อยากทำให้ตารางงานของนายหัวรวนค่ะ”“ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็โทรบอกนะ ฉันจะรีบกลับมา”“ค่ะนายหัว”“แล้วตอนเย็นอยากจะกินอะไรเดี๋ยวฉันจะซื้อมา”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เย็นนี้ณิรินว่าจะทำราดหน้าทะเลนายหัวอยากกินไหมคะ”“อยากกินสิ จะให้ฉันซื้ออาหารทะเลมาไหม”“ในตู้ยังมีเหลืออยู่เลยที่เราซื้อมาเมื่ออาทิตย์ก่อน นายหัวไม่ต้องซื้อมาเพิ่มนะคะ”“ทำไมล่ะ”“ณิรินเบื่อค่ะ”“เบื่อหรือเกรงใจ”“เบื่อจริงๆ ค่ะทุกครั้งที่นายหัวไปสมุทรสาครก็ซื้ออาหารทะเลมาฝากตลอด”“ในตู้เหลือเยอะไหม”“ไม่เยอะวันนี้ก็เลยจะเคลียร์ทุกอย่างในตู้ออก”“งั้นฉันไปก่อนนะ ถ้าทำงานเสร็จแล้วจะรีบกลับมา”“
นายหัวปาริธพาณิรินท์ญามายังผับที่หญิงสาวเคยทำงานอยู่ เขาพาเธอขึ้นไปนั่งรอบนชั้นสอง เจ้าของผับก็เดินตามขึ้นไปบนนั้นด้วยเจ้าของผับคุยอยู่ทั้งสองคนพักใหญ่ก่อนจะขอตัวลงไปดูแลแค่ทางด้านล่างตอนนี้บริเวณชั้นสองจึงเหลือแค่ณิรินท์ญากับนายหัวปาริธนั่งคุยกันตามลำพัง“อยากดื่มอะไรไหมณิริน”“ไม่ดีกว่าค่ะ”“ดื่มหน่อยเถอะถือว่าเป็นการฉลองที่เราคบกันดีไหม”“ก็ได้ค่ะ ถ้าณิรินเมานายหัวต้องรีบพากลับนะคะ”เมื่อดื่มไปหลายแก้วณิรินทร์ญาก็เริ่มจะเมาหญิงสาวจึงขอให้เขาพากลับเพราะไม่อยากจะเมาจนคอพับอยู่ที่นี่“เดินไหวไหมหรือจะให้ฉันอุ้ม”“คงไม่ต้องซื้ออุ้มหรอกค่ะ แค่ประคองก็พอ”นายหัวหนุ่มประคองหญิงสาว มาที่รถจากนั้นก็ขับออกมาจากผับเขาเลี้ยวเข้าไปที่คอนโดมิเนียมเพราะคุยกับณิรินท์ญาไว้แล้วว่าคืนนี้หลังจากออกจากผับจะพากินหญิงสาวมาค้างที่นี่เมื่อมาถึงคอนโดก็พาหญิงสาวมานั่งบนโซฟาก่อนจะเดินไปเอาน้ำในตู้เย็นมาให้เธอดื่มเพราะดูแล้วณินิทร์ญาน่าจะเมามาก“ดื่มน้ำหน่อยนะ”“ขอบคุณค่ะนายหัว นายหัวของณิรินน่ารักที่สุดเลย” หญิงสาวหยิบน้ำไปดื่มเพียงนิดจากนั้นก็นั่งพิงไปบนโซฟาดวงตาเธอฉ่ำปรือเพราะความเมา“ไปอาบน้ำหน่อยดีไหมหร
วันนี้เป็นเวลาเป็นวันที่ณิรินทร์ญาจะต้องเดินทางกลับกรุงเทพ แม้จะยังไม่ถึงเวลาเปิดเทอม แต่หญิงสาวก็รู้สึกเป็นห่วงบ้านและเจ๊สุนีย์กับแม่ค้าคนอื่นก็โทรศัพท์ตามให้เธอมาทำน้ำพริกส่งณิรินทร์ญาบอกกับทุกคนแล้วว่าเธอจะทำน้ำพริกอีกแค่ประมาณสองเดือนพอเริ่มเรียนชั้นปีที่สี่ซึ่งจะต้องไปฝึกงานหญิงสาวก็จะเลิกทำเพราะกลัวว่าไม่มีเวลาแล้วอยากจะตั้งใจฝึกงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่นายหัวปาริธเดินทางขึ้นมาส่งหญิงสาวที่บ้านด้วยเขาเคลียร์งานทุกอย่างเรียบร้อยแล้วและคิดว่าจะมาใช้เวลากับเธอที่นี่อีกซักหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะเดินทางกลับณิรินทร์ญาทำความสะอาดด้านในบริเวณบ้านส่วนนายหัวปาริธก็อาสาเป็นคนตัดหญ้าและรดน้ำต้นไม้ต้นอื่นๆ บริเวณรอบๆ บ้านที่ไม่ได้ติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติไว้เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่กว่างานทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยก็เกือบจะห้าโมงเย็น“เหนื่อยไหมณิริน”“เหนื่อยมากๆ เลยค่ะ ไม่คิดเลยว่าแค่สองสัปดาห์ฝุ่นมันจะเยอะขนาดนี้แล้วนายหัวล่ะเหนื่อยไหม”“ไม่หรอกงานพวกนั้นฉันทำจนชินแล้ว ว่าแต่เย็นนี้เราออกไปหาข้าวกินข้างนอกดีกว่านะฉันคิดว่าเธอคงไม่มีแรงทำอาหารหรอกส่วนอาหารที่ป้าแดงทำมาก็ใส่ตู้เย็นไว้ก่อนด
ตอนนี้ทั้งห้องตกอยู่ในบรรยากาศเงียบนายหัวปาริธกอดเอวคนรักไว้ หญิงสาวยังคงพิงศีรษะอยู่บนไหล่เขาฟังเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจของเขาที่มันเต้นเป็นจังหวะประสานกับเสียงหัวใจของเธอณิรินทร์ญาไม่รู้หรอกว่าอนาคตเธอกับเขาจากนี้จะเป็นยังไง ในระยะเวลาหนึ่งปีนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างเธอกับนายหัวปาริธแต่เธอก็จะซื่อสัตย์กับเขาและจะมีเขาเพียงคนเดียวหญิงสาวเชื่ออย่างหนึ่งว่าถ้าหากเธอกับเขารักกันจริงๆ ระยะเวลาและระยะห่างระหว่างอายุมันจะไม่เป็นอุปสรรคอะไรเลยแต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังกวนใจณิรินทร์ญาอยู่ก็คือเรื่องอดีตภรรยาของเขาหญิงสาวลังเลว่าจะถามเรื่องนี้ต่อหรือจะปล่อยให้มันเป็นเรื่องในอดีต แต่เมื่อคิดทบทวนอยู่หลายรอบก็ตัดสินใจพูดเรื่องที่ตัวเองสงสัยออกไปเพราะไม่อยากจะให้มันค้างคาใจอยู่แบบนี้“นายหัวคะ”“มีอะไร” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาวดูเหมือนกำลังใช้ความคิดและกำลังเครียดอะไรสักอย่าง“ณิรินอยากจะถามนายหัวเพิ่มได้ไหมคะ”“จะถามเรื่องอะไรก็ถามมาได้เลย ฉันไม่มีความลับอะไรจะปิดบังเธออีกแล้ว”“เรื่องที่ณิรินทร์ญายากถามถ้านายหัวไม่สะดวกตอบหรือคิดว่าณิรินล้ำเส้นจนเกินไปนายหัวจะ
“เธอพร้อมที่จะฟังแล้วใช่ไหม”“ค่ะ นายหัวกำลังจะบอกอะไรณิรินคะ”“ฉันอยากจะเล่าให้เธอฟังเกี่ยวกับอดีตที่ผ่านมา และอยากให้เธอรู้จากปากของฉันมากกว่าจะไปรู้จากปากของคนอื่น”“มันคือเรื่องอะไรกันแน่ นายหัวรีบบอกมาเถอะค่ะอย่าอ้อมค้อมอยู่เลย”“ก็เธอยังไม่สัญญานี้ว่าจะไม่โกรธ”“ก็ณิรินไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแล้วณิรินจะสัญญาได้ยังไง”“เอาน่าสัญญามาก่อนแล้วฉันจะเล่าให้ฟัง”“ถ้าณิรินไม่สัญญาล่ะ”“ถ้าเธอไม่สัญญาฉันก็ไม่เล่า”“นายหัวกำลังขี้โกงอยู่นะคะ มาบอกให้อยากรู้แล้วก็ไม่เล่าให้ฟัง ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ” ณิรินทร์ญามองหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ“ก็ฉันกลัวเธอโกรธ ณิรินสัญญาก่อนว่าจะไม่โกรธ”“ณิรินสัญญาก็ได้ว่าจะไม่โกรธหรือถ้าจะโกรธก็จะโกรธนายหัวไม่นานตกลงไหมคะ”“คำว่าไม่นานของเธอคือเท่าไหร่แค่ห้านาทีได้ไหม”“นายหัวค่ะถ้ามันเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เวลาแค่ห้านาทีณิรินคงจะปรับอารมณ์ไม่ทันแน่ๆ”“ถ้างั้นเท่าไหร่ล่ะ สิบนาทีดีไหม”“ก็ต้องแล้วแต่เรื่องว่ามันเรื่องร้ายแรงแค่ไหนแต่ ถ้าหากนายหัวยังลีลาไม่ยอมเล่าณิรินก็กำลังจะโกรธนายหัวแล้วนะคะ แล้วคนอย่างณิรินถ้าโกรธใครแล้วโกรธจริงด้วยไม่นะ”“ห้ามโกรธฉันนะ”“มันห้ามกัน
นายหัวปาริธตื่นนอนในตอนสายของอีกวันหนึ่งเขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็กลับมานั่งบนเตียงมองคนรักที่ยังนอนหลับอย่างมีความสุข เขายอมรับว่าตอนนี้ณิรินทร์ญาคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาจะรักและจากนี้จะรอวันที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเธอระยะเวลาอีกหนึ่งปีที่หญิงสาวต้องกลับไปเรียนนายหัวหนุ่มคิดว่ามันเป็นเวลาที่ค่อนข้างนานแต่ก็จะพยายามประคับประคองให้ความรักครั้งนี้มันไม่จบลงเหมือนกับที่ผ่านมา เขาคิดว่าณิรินทร์ญาคือคนที่เหมาะสมกับเขามากที่สุด หญิงสาวเป็นคนขยันเป็นคนพูดตรงอีกทั้งยังน่ารักร่าเริงและทำให้เขายิ้มได้ ทุกอย่างมันลงตัวไปหมดตอนนี้เขากับเธอไม่ใช่แค่แฟนกันทำแล้วในเมื่อสถานะมันเปลี่ยนไปเขาก็อยากจะดูและอยู่ใกล้ชิดหญิงสาวมากขึ้นการเดินทางไปกลับสุราษฎร์ธานีและกรุงเทพไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนายหัวที่มีเงินมากมายอย่างเขาแต่ก็ต้องถามณิรินทร์ญาก่อนว่าหญิงสาวยินดีจะให้เขาขึ้นไปหาที่กรุงเทพทุกอาทิตย์หรือเอาอยากฟังความคิดเห็นของเธอก่อนเพราะไม่อยากจะทำอะไรตามอำเภอใจ เมื่อตกลงที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้วการฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายก็เป็นเรื่องที่นายหัวคิดว่าสมควรจะทำนายหัวปาริธไม่คิดเลยว่าจะมาตกหลุมรักกับเด็กสาวที่อายุห่าง
ตอนนี้สติของณิรินทร์ญาแทบจะไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว ร่างกายของหญิงสาวทำทุกอย่างไปตามอารมณ์ที่ยากจะควบคุมได้ ความเสียวซ่านจากริมฝีปากร้อนและฝ่ามือใหญ่มันสร้างความปั่นป่วนจนหญิงสาวได้แต่นอนดิ้นพล่าน“ณิรินของฉันหอบหวานมาก ฉันอยากรู้จังว่าจะหวานไม่ทั้งตัวหรือเปล่า”เขากระซิบแหบพร่ามือใหญ่เกี่ยวแพนตี้ตัวเล็กออกจากเรียวขาก่อนจะดันขาของหญิงสาวให้แยกออกจากกัน“นายหัวคงไม่....”ณิรินทร์ญาไม่รู้ว่าจะบอกเขาว่ายังไงแต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของเขาที่จ้องส่วนสงวนหญิงสาวก็ขนลุกไปทั้งตัว“อย่าห้ามเลย มันสวย น่ากินและฉันคิดว่ามันต้องหวานถูกใจฉันมาแน่นอน”“อย่านะคะ”หญิงสาวรีบร้องห้ามและเอามือลงมาปิดแต่นายหัวปาริธดึงมือก็เล็กออกแล้วดันขาทั้งสองข้างให้กว้างขึ้นจนดอกกุหลาบกลีบบางเด่นชัดตรงหน้า“อ๊ะ! …อื้ม....นายหัว....”ณิรินทร์ญาครางสะท้านเพราะความเสียวซ่านที่นายหัวหนุ่มมอบให้ตอนนี้นายหัวปาริธอยากกระโจนเข้าหาเธอจนแทบทนรอไม่ไหวแต่ก็พยายามห้ามใจตัวเองไว้และอยากนุ่มนวลกับเธอมากที่สุด ถึงแม้ตนเองจะทรมานมากก็ตามนายหัวหนุ่มอยากจะทะนุถนอมหญิงสาวให้มากที่สุดเพราะเธอคือคนรักไม่ใช่คู่นอนเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที
ณิรินทร์ญามาอยู่บ้านนายหัวปาริธได้หนึ่งสัปดาห์แล้วหญิงสาวฝึกทำอาหารใต้กับป้าแดงจนทำเมนูโปรดของตัวเองได้ นายหัวเห็นว่าเธอเอาแต่อยู่ในบ้านไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนจึงจองที่พักที่สมุยและพาเธอมาเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศเพราะไม่อยากให้อุดอู้อยู่แต่ในบ้านเพียงอย่างเดียวหญิงสาวรู้สึกดีใจมากๆ บรรยากาศกัดริมทะเลเวลาค่ำทำให้เธอผ่อนคลายและมีความสุข อีกทั้งตั้งแต่มาที่นี่นายหัวปาริธก็คอยดูแลเป็นอย่างดีหลังจากทานอาหารค่ำเสร็จแล้วทั้งสองก็พากันมาเดินเล่นบริเวณริมชายหาดหน้าบ้านพักซึ่งเป็นชายหาดส่วนตัว“เธอมาอยู่ใต้เกือบสิบวันแล้วรู้สึกเป็นยังไงบ้างล่ะณิริน ชอบที่นี่ไหม”“ชอบค่ะ ที่นี่อากาศดีอาหารก็อร่อยมากด้วยค่ะ”“แล้วเชื่อหรือยังว่าฉันไม่ได้ซ่อนใครไว้ที่นี่”“เชื่อแล้วค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นก็คงให้คำตอบฉันได้แล้วใช่ไหม”“คำตอบอะไรคะนายหัว”“ฉันว่าเธอรู้นะณิรินว่าฉันกำลังหมายถึงอะไร” นายหัวปาริธหยุดเดินและหันหน้าเขามาหาณิรินทร์ญา เขาจ้องหน้าเธอและรอคอยคำตอบที่เคยถามไว้ที่สนามบินเมื่อหนึ่งเดือนก่อน“ณิรินต้องตอบจริงๆ เหรอคะ”“จริงสิเธอสัญญาแล้ว”“ณิรินมาหานายหัวถึงที่นี่นายหัวก็น่าจะพอรู้คำตอบแล้วนะนะ”“อายที่จ