เมื่อเขาเดินกลับเข้ามาในบ้านผัดกะเพราหอมกรุ่นก็วางอยู่บนโต๊ะทานข้าวเรียบร้อยพร้อมกับน้ำพริกชามเล็กและไข่เจียวอีกหนึ่งจาน
“ทำไมเธอทำเร็วจัง”
“ก็เตาแก๊สในห้องครัวมีสองเตานี่คะ ผัดกะเพราเตาหนึ่งอีกเตาหนึ่งก็ทำไข่เจียว”
“ดูท่าทางเธอจะทำอาหารเก่งพอใช้ได้นะ”
“ไม่เก่งหรอกค่ะแค่พอทำอาหารง่ายๆ ได้แค่นั้นเอง”
“แล้วทำไมต้องปลูกพืชผักสวนครัวไว้เยอะขนาดนั้นล่ะ”
“ก็เอาไว้ทำกินเองไงคะ ถ้าอยากจะกินผัดกะเพราขึ้นมาก็ต้องไปซื้อที่ตลาดมัดหนึ่งก็สิบบาทแต่ใช้แค่นิดเดียวสู้ปลูกไว้แบบนี้ดีกว่าประหยัดและสะดวกด้วยค่ะ”
“เธอปลูกหอมไว้เยอะมากเลยนะ ชอบกินหอมแดงเหรอ”
“หอมแดงเป็นวัตถุดิบหลักในการทำน้ำพริกของณิรินค่ะ ก็เลยต้องปลูกไว้เพราะมีบางช่วงที่หอมแดงในตลาดแพงมาก การปลูกวัตถุดิบไว้หลังบ้านแบบนี้มันก็ทำให้ประหยัดต้นทุนได้เยอะ”
“เธอทำน้ำพริกขายมานานแค่ไหนแล้ว”
“ถ้าทำขายเองจริงๆ ก็ตั้งแต่แม่ตายแต่ก่อนหน้านั้นก็ช่วยแม่มาหลายปีแล้วเหมือนกันค่ะ”
“เธอเก่งเหมือนกันนะทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง”
“ไม่เก่งหรอกค่ะน้ำพริกผัดหมูมันเป็นอะไรที่ทำง่ายมากๆ”
“แต่ฉันว่ามันอร่อยเลยทีเดียวล่ะ” เขาพูดขณะตักน้ำพริกวางไว้บนไข่เจียวแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“นายหัวคิดดีๆ นะคะที่มันอร่อยเพราะหิวหรือเปล่า”
“อร่อยจริงๆ ฉันไม่ได้หิวมากเท่าไหร่”
“จริงเหรอคะ”
“จริงสิผัดกะเพรานี่ก็รสชาติกลมกล่อมใช้ได้เลย ปกติชอบทำเมนูนี้เหรอ”
“ไม่หรอกค่ะ แต่มันเป็นเมนูที่ทำง่ายและไวมากจริงๆ แล้วณิรินชอบกินอาหารใต้มากกว่าค่ะ แต่เคยซื้อน้ำพริกแกงใต้มาทำเองแล้วมันก็อร่อยไม่ถึงใจไม่เหมือนกับทานที่ร้านป้าต้อย สุดท้ายเวลาอยากจะทานกินอาหารใต้ก็เลยเลือกไปกินที่ร้านมากกว่า”
“มันอาจจะอยู่ที่น้ำพริกด้วยนะครั้งหน้าถ้าฉันขึ้นมากรุงเทพฉันจะซื้อน้ำพริกมาให้เธอ อยากกินเมนูอะไรล่ะ”
“อยากกินคั่วกลิ้งกับแกงไตปลานายหัวมีสูตรเด็ดๆ ไหม”
“ฉันก็ไม่เคยทำเองหรอกนะ แต่ถ้าเธออยากรู้สูตรเด็ดจริงๆเดี๋ยวฉันจะถามป้าแดงให้นะ” เขาหมายถึงแม่บ้านของเขาที่ทำอาหารให้ทานอยู่ที่สุราษฎร์ธานี
“ขอบคุณค่ะ”
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว ณิรินทร์ญาก็ตักน้ำพริกใส่กระปุกส่วนนายหัวปาริธก็หน้าที่ติดสติกเกอร์ชื่อร้านบนฝากระปุกใช้เวลาไม่นานน้ำพริกร้อยกระปุกก็เสร็จและมาเรียงกันอยู่ในกล่อง
“กระปุกแบบนี้เธอส่งราคาเท่าไหร่”
“กระปุกละสามสิบบาทค่ะแม่ค้าเขาเอาไปขายสามสิบห้า แต่ถ้าสั่งไม่ถึงร้อยก็ขายอีกราคาหนึ่งค่ะ”
“เขาได้กำไรจากเธอกระปุกละตั้งห้าบาทเลยนะมันไม่เอาเปรียบเกินไปเหรอ”
“ไม่หรอกค่ะเราส่งราคานี้มาตั้งนานแล้ว เขารับไปเขาก็ต้องรับผิดชอบว่ามันจะขายได้หรือเปล่าเพราะการขายของณิรินไม่ใช่การฝากขาย แต่เป็นการที่เขาซื้อไปขายเองค่ะ ถ้าเกิดอาทิตย์หนึ่งเขาขายไม่ได้แล้วน้ำพริกมันเสียเขาก็ต้องรับผิดชอบตรงนั้นไป”
“เธอขายแค่น้ำพริกผัดหมูอย่างเดียวเหรอ”
“มีน้ำพริกแคบหมูด้วยค่ะ”
“แล้วจะทำหรือเปล่าล่ะ”
“วันนี้ไม่ทำหรอกค่ะน้ำพริกแคบหมูต้องไปสั่งแคบหมูในตลาดมาก่อนจากนั้นก็ค่อยทำส่วนใหญ่ณิรินทำเฉพาะมีออเดอร์ค่ะเพราะถ้าทำทิ้งไว้นานๆ แคบหมูมันจะไม่กรอบแล้วมันจะเหม็นหืนค่ะ”
“เธอจะเอาไปส่งเขาเลยหรือเปล่า”
“ไม่หรอกค่ะณิรินนัดเขาไว้ที่บ้านประมาณหกโมงเย็น ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วนายหัวก็กลับได้เลยนะคะ”
“ฉันช่วยทำงานเสร็จแล้วจะไล่ฉันกลับเลยเหรอ”
“ก็นี่มันเย็นแล้วนายหัวไม่มีธุระจะไปทำอะไรอย่างอื่นเลยเหรอ”
“ไม่หรอกแล้วเธอล่ะมีอะไรต้องไปทำไม”
“ไม่หรอกค่ะ”
“แล้วคืนนี้ต้องไปทำงานที่ผับหรือเปล่า”
“ไปสิคะคืนวันศุกร์กับคืนวันเสาร์เป็นคืนที่คนเข้ามาใช้บริการมากณิรินก็เลยไม่อยากจะพลาด”
“เธอบอกว่าพรุ่งนี้จะต้องตื่นมาทำแซนด์วิชตั้งแต่เช้าแล้วจะไหวเหรอ”
“ไหวค่ะทำแซนด์วิชเสร็จณิรินก็ยังมีเวลานอนอีกตั้งหลายชั่วโมง”
“วันหยุดทั้งทีเธอไม่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เหรอ”
“ไม่รู้จะไปเที่ยวไหนคะ เพื่อนบางคนก็กลับบ้านที่ต่างจังหวัดบางคนก็ไปเที่ยวกับแฟน”
“เธอคงยังไม่มีแฟนสินะถึงไม่ได้ออกไปเที่ยวแบบนี้”
“ค่ะ”
“ทำไมล่ะเธอก็หน้าตาดีนี่”
“การมีแฟนคือการมีภาระค่ะ”
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ”
“ก็มันจริงนี่คะเวลาออกไปเจอแฟนต้องแต่งตัวสวย ต้องคุยโทรศัพท์ด้วยกันทุกวัน มันเสียเวลามากๆ เลย”
“พูดเหมือนเคยมีแฟน”
“ใช่ค่ะณิรินเคยมีแฟนมาก่อน วันหยุดเขาก็ชวนออกไปเที่ยวบางครั้งก็โทรมาคุยนานเป็นชั่วโมงณิรินว่ามันเสียเวลาค่ะ ไม่ใช่ไม่อยากจะคุยกับแฟนนะคะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะคุยนาน นายหัวลองคิดดูสิเวลาที่ณิรินโทรศัพท์กับเขาชั่วโมงหนึ่งณิรินทำอะไรได้ตั้งเยอะ ทำน้ำพริกได้ตั้งหลายกระปุกณิรินก็เลยคิดว่ายังไม่มีแฟนตอนนี้จะดีกว่า”
“แล้วทำไมไม่ชวนให้แฟนมาช่วยทำล่ะ ช่วยกันทำสองคนมันน่าจะเสร็จไวขึ้นน่ะ”
“เคยชนมาแล้วค่ะแต่เขาบ่นว่ากลิ่นมันเหม็นและติดตัว เขาก็เลยไม่มาช่วย”
“เธอเลิกกันเพราะเรื่องที่เขาไม่มาช่วยทำน้ำพริกเหรอ”
“ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียวหรอกค่ะ มันมีหลายๆ เรื่องสะสมณิรินเป็นคนค่อนข้างประหยัดหรือจะเรียกง่ายๆ ว่างก็ได้เลยค่ะ แต่เขาเป็นคนใช้จ่ายฟุ่มเฟือยชอบกินอาหารหรูๆ บ่อยมาก”
“เขาให้เธอจ่ายเหรอ”
“เปล่าค่ะ แต่ถึงแม้เขาจะไม่ให้ณิรินเป็นคนจ่าย แต่ณิรินก็ไม่ค่อยชอบไลฟ์สไตล์แบบนั้นเลยเรายังเป็นนักศึกษาด้วยกันทั้งคู่ ถ้าหากในอนาคตคบกันไปเรื่อยๆ ถึงขั้นสร้างครอบครัวแล้วเขายังใช้ชีวิตติดหรูแบบนั้นมันไม่ค่อยโอเคสำหรับณิรินเลยค่ะ เงินทุกบาททุกสตางค์มันหามาด้วยความยากลำบากการจะใช้จ่ายอะไรมันต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ว่าณิรินไม่อยากจะไปกินอาหารหรูหรือใช้จ่ายหาความสุขให้ตัวเองแบบนั้น แต่มันก็ต้องมีลิมิตไม่ใช่กินหรูทุกมื้อ เที่ยวทุกอาทิตย์แบบนั้นมันก็ไม่ไหวหรอกค่ะ การให้รางวัลตัวเองที่ทำงานหนักก็แค่เดือนละครั้งก็น่าจะพอแล้ว”
“ทำไมจะต้องทำงานมากมายขนาดนี้ด้วยล่ะ เธอเป็นหนี้เขาอยู่เหรอ”
“ไม่ได้เป็นหนี้หรอกค่ะแต่ตอนนี้ณิรินยังพอมีแรงก็อยากจะทำงานเก็บเงินไว้ก่อนอนาคตมันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนพอขึ้นปีสี่ก็อาจจะไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่เพราะต้องไปฝึกงาน”
“เธอเรียนอะไรเหรอ”
“เรียนบัญชีค่ะ”
“แล้วต้องไปฝึกงานที่ไหนล่ะ”
“ก็ตามบริษัทต่างๆเดี๋ยวอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเขาจะติดต่อและประสานงานให้เอง”
“ฉันมีบริษัทส่งออกอยู่แถวสมุทรสาครถ้าเรียนจบแล้วมีตำแหน่งว่างฉันจะบอกเธอแล้วกันนะ”
“ขอบคุณนายหัวมากๆ นะคะแต่สมุทรสาครมันไกลไปค่ะ ณิรินหางานทำใกล้ๆ แถวนี้ดีกว่าเพราะนอกจากจะได้ทำงานประจำแล้วก็ยังมีน้ำพริกที่จะต้องทำส่ง ถึงแม้กำไรครั้งหนึ่งมันจะได้ไม่กี่ร้อยแต่พอรวมกันมันก็เป็นเงินที่เยอะอยู่”
“เธอขยันแบบนี้มาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า”
“ก็ประมาณนั้นค่ะ ณิรินเห็นแม่ทำงานโรงงานแล้วตอนเย็นก็กลับมาทำน้ำพริกด้วยมันก็เลยเป็นภาพที่ชินตา”
นายหัวปาริธอดชมหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้เขานั่งคุยกับเธออยู่อีกพักใหญ่ก่อนจะขอตัวกลับเพราะคิดว่าเธอน่าจะมีเวลาได้พักผ่อนบ้าง
คืนวันเสาร์ลูกค้ในผับก็เยอะเหมือนกับคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาเด็กนักดริ๊งค์ในร้านไม่มีใครว่างเลยสักคน ณิรินทร์ญาให้บริการแขกคนหนึ่งครบเวลาแล้วก็ต่อด้วยแขกอีกกลุ่มหนึ่งแขกกลุ่มนี้มากันสามคนแต่ละคนก็เรียกเด็กเข้ามานั่งด้วยครบทุกคน แขกคนที่เรียกณิรินทร์ญามานั่งด้วยนั้นซื้อเครื่องดื่มไปสิบแล้วและจะซื้อต่ออีกสิบแก้วเพราะรู้สึกสนุกที่ได้คุยกับหญิงสาว ระหว่างที่นั่งคุยอยู่ณิรินทร์ญาก็ขอตัวไปเขาห้องน้ำ เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำยังไม่ทันได้พ้นประตูดีก็ถูกผู้หญิงคนหนึ่งมายืนขวางไว้ก่อน“เธอเป็นเด็กที่ร้านนี้ใช่มั้ย” ผู้หญิงที่ยืนขวางถามณิรินทร์ญาที่ออกมาจากห้องน้ำ“ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”“เรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน” น้ำเสียงของเธอไม่ค่อยเป็นมิตร“แต่ฉันกับคุณไม่รู้จักกันนะคะ”“มันก็ใช่นะที่ฉันกับเธอไม่รู้จักกันแต่คนที่เธอนั่งด้วยเมื่อกี้คือผัวฉัน เธอเป็นเมียน้อยของมันใช่มั้ย”“ไม่ใช่นะคะฉันเป็นเด็กที่ร้านคุณก็เห็นแล้วนี่ว่าฉันใส่ชุดเหมือนกับเด็กนั่งดริ๊งค์คนอื่น”“ฉันรู้ว่าเธอทำงานที่นี่ ผัวฉันมันถึงแอบออกมาหาเธอบ่อยๆ”“ฉันแค่มาทำงานไม่ใช่เมียน้อยใครทั้งนั้น”“ฉันไม่เชื่อหรอกมันก็แค่ข้ออ้างพอร้านปิดเ
ณิรินทร์ญาตื่นนอนตั้งแต่เช้าเพื่อเตรียมทำแซนด์วิชไปส่งให้กับเจ๊สุนีย์ที่ตลาด เธอใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยหญิงสาวเอาแซนด์วิชไปให้กับเจ๊สุนีย์ที่ตลาดจากนั้นก็แวะซื้อเต้าหู้และหมูสับมาติดไว้ในตู้เพราะเมื่อวานเธอใช้ทำผัดกะเพราให้กับนายหัวปาริธไปหมดแล้วเมื่อกลับมาถึงบ้านก็หุงข้าวทิ้งไว้จากนั้นก็เข้าไปนอนต่อก่อนจะลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าในเวลาสิบโมง อาหารเช้าง่ายๆ ต้มจืดเต้าหู้หมูสับใส่ไข่ที่ตอกลงไปนะรอให้สุกก็วางตรงหน้า หญิงสาวรู้สึกเจ็บตรงมุมปากจากแผลที่โดนตบจึงต้องทานช้าๆนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งก่อนหน้านั้นตันหยงเพื่อนของเธอก็เคยถูกผู้หญิงคนอื่นมาทำร้ายแบบนี้แต่เธอไม่คิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับตนเอง อันที่จริงแล้วหญิงสาวก็อยากจะแจ้งความเอาผิดกับผู้หญิงคนนั้นแต่เพราะกลัวทางร้านจะเสียชื่อเสียงและถ้าหากต้องไปสถานีตำรวจก็น่าจะเสียเวลาและเธอยังจะต้องทำแซนด์วิชให้กับเจ๊สุนีย์ สุดท้ายก็เลยเลือกรับเงินค่าทำขวัญจำนวนห้าพันบาท ซึ่งพี่ช้างโอนให้เธอตั้งแต่เมื่อคืนแล้วหญิงสาวคิดว่าจำนวนเงินมันมากไปหน่อยแต่ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นยอมจ่ายเพื่ออยากจะจบเรื่องราวทุกอย่
“นายหัวอยากกินอะไรคะมื้อนี้ณิรินขอเลี้ยงนายหัวเอง”“ทำไมต้องเลี้ยงด้วยล่ะ ฉันเป็นคนชวนเธอออกมาข้างนอกฉันก็ต้องเป็นคนจ่าย”“แต่ณิรินอยากเลี้ยงนายหัว ตอบแทนที่นายหัวช่วยณิรินตั้งหลายอย่างทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้แค่สองวันเอง”“ฉันไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยอะไรแบบนั้นหรอก เอาล่ะเราจะกินอะไรกันดีแต่คงไม่ใช่อาหารใต้นะ เธอยังเจ็บปากอยู่ แถวนี้มีร้านไหนที่เธอเคยออกมากินบ้าง”“ส่วนใหญ่ณิรินก็จะกินแต่อาหารตามสั่งค่ะนายหัวกินได้ไหม”“ฉันกินได้ทุกอย่างเลย แต่ว่าวันนี้ฉันอยากพาเธอไปกินสเต๊กมีร้านสเต๊กที่ฉันกินประจำอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ ราคาก็ไม่ค่อยแพง เธอชอบกินไหม”“ไม่ถึงกับชอบแต่ก็พอกินได้ค่ะ แต่ณิรินอยากเป็นคนเลี้ยงนายหัว”“มื้อนี้ฉันเป็นคนจ่ายเอง ถ้าหากเธออยากจะเลี้ยงฉันจริงๆ ก็เอาไว้ฉันขึ้นมากรุงเทพครั้งหน้าก็แล้วกัน ถึงตอนนั้นฉันจะให้เธอเป็นคนเลือกเองว่าจะไปกินร้านไหน”“ถ้าณิรินพาไปกินแค่ร้านอาหารตามสั่งข้างทางหรือก๋วยเตี๋ยวถูกๆ นายหัวจะกินได้หรือเปล่า”“ก็บอกแล้วว่าฉันเป็นคนกินง่ายอะไรก็ได้ ถ้างั้นตกลงเราไปกินสเต๊กกันนะ”“ตามใจนายหัวเลยเพราะมื้อนี้นายหัวเป็นคนจ่าย”นายหัวปาริธพาหญิงสาวมายังร้านสเ
ยิ่งได้คุยกับณิรินทร์ญานายหัวปาริธก็ยิ่งประทับใจในตัวของหญิงสาวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองนั่งทานอาหารและคุยกันเพลินจนเวลาผ่านไปเกือบจะสองชั่วโมงเขาก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่บ้าน“ก่อนไปเธอเปิดไฟไว้เหรอณิรินทำไมบ้านมันสว่างแบบนั้น”“เปล่าหรอกค่ะณิรินติดไฟโซล่าเซลล์หลอดเล็กๆ ที่ขายตามอินเตอร์เน็ตเพราะมันมืดไฟพวกนี้ก็จะสว่าง นายหัวเข้ามาเอาคุกกี้ก่อนนะคะแล้วค่อยกลับ”“ถึงเธอไม่ชวนฉันก็จะตามเถอะเข้าไปอยู่ดีนั่นแหละ” ชายหนุ่มเดินตามเข้ามาในบ้านและนั่งรอในห้องรับแขกณิรินทร์ญาเอากล่องคุกกี้มาให้เขาหนึ่งกล่องใหญ่“พรุ่งนี้เธอต้องไปเรียนกี่โมงเหรอณิริน”“มีเรียนสิบโมงค่ะ”“เรียนสายเหมือนกันนะ แบบนี้คงไม่เหนื่อยเท่าไหร่ใช่ไหม”“ใช่ค่ะ จริงๆ แล้วเช้าวันจันทร์ณิรินมีเรียนตั้งแต่เก้าโมงแต่เพื่อนๆ ช่วยกันคุยกับอาจารย์ให้เลื่อนเวลาออกมาอีกชั่วโมงหนึ่ง แล้วเอาเวลาที่เลือกออกไปสอนในตอนเย็นแทนค่ะ เพราะเพื่อนบางคนอยู่ต่างจังหวัดกลัวเขาจะเดินทางมาก็เหนื่อย”“เธอเรียนมหาลัยไหนนะ”“มหาวิทยาลัยXXXค่ะ””“มหาวิทยาลัยนี้มีแต่คนเก่งๆ เขาไปเรียนทั้งนั้นเลย แสดงว่าเธอก็คงเป็นเด็กเรียนประมาณหนึ่งใช่ไหม”“ณิรินไม่อยากจะอว
การเจอกันครั้งต่อไปของณิรินทร์ญาและนายหัวปาริธมีความหมายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ณิรินทร์ญาหมายถึงการขึ้นมากรุงเทพของเขาในครั้งหน้าซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งเดือนหรือสองเดือน แต่สำหรับนายหัวปาริธแล้วมันหมายถึงการไปทำงานที่สมุทรสาครและกลับมาเจอเธออีกครั้งก่อนกลับสุราษฎร์ธานีชายหนุ่มไลน์มาหาเธอในบ่ายวันอังคารขณะที่เป็นเวลาพักทานอาหารกลางวันของหญิงสาวพอดี“เรียนอยู่หรือเปล่า”“เปล่าค่ะณิรินมากินข้าวกลางวันกับเพื่อน”“ฉันโทรหาได้ไหม”“ไลน์ดีกว่าค่ะที่โรงอาหารเสียงดังณิรินกลัวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง นายหัวกับถึงสุราษฎร์แล้วเหรอคะ”“เปล่าฉันยังอยู่สมุทรสาคร วันนี้เธอเลิกเรียนกี่โมง”“เรียนบ่ายสามโมงค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”“เลิกเรียนแล้วจะไปไหนต่อหรือเปล่าล่ะ”“ไม่หรอกค่ะว่าจะกลับบ้านเลย นายหัวถามทำไมคะ”“ก็ที่เราคุยกันไงว่าเจอกันคงต่อไปเธอจะทำต้มยำให้ฉันลืมไปแล้วเหรอ”“ไม่ได้ลืมหรอกค่ะ แต่ก็คิดว่านายหัวหมายถึงการขึ้นมาจากใต้ครั้งหน้า”“ฉันไม่ได้บอกเลยนะว่าหมายถึงขึ้นมาจากใต้ ฉันแค่พูดว่าการเจอกันครั้งต่อไป เย็นนี้ฉันจะซื้ออาหารทะเลไปเธอเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก็แล้วกันนะ เธอแพ้อาหารทะเลหรือเปล่า”“ไม่ค่ะ นา
ณิรินทร์ญาแวะซื้อของที่ตลาดสดจากนั้นก็นั่งวินจักรยานยนต์กลับมาที่บ้านเธอเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดอยู่บ้านสบายๆ และนั่งรอนายหัวปาริธเมื่อได้ยินเสียงรถจอดหน้าบ้านก็รีบออกไปเปิดประตูทันที“สวัสดีค่ะนายหัวณิรินนึกว่านายหัวจะมาถึงช้ากว่านี้เสียอีกนะคะ”“ฉันคุยกับเธอเสร็จก็ทำงานต่ออีกนิดจากนั้นก็ไปซื้อของที่ตลาดแล้วก็ขับรถออกมาเลย”“แล้วงานนายหัวเรียบร้อยดีแล้วใช่ไหมถึงได้รีบมาแบบนี้”“เรียบร้อยแล้ว เธอล่ะมาถึงบ้านนานหรือยัง”“ณิรินถึงบ้านได้สักพักแล้วค่ะ”“ไปช่วยฉันถือของหลังรถหน่อยสิ”“ค่ะ”ชายหนุ่มเปิดประตูด้านหลังรถซึ่งตอนนี้มีกล่องโฟมขนาดใหญ่อยู่กล่องหนึ่งกับกล่องกระดาษอีกสองกล่อง“นายหัวจะให้ณิรินช่วยเอาอะไรลงรถคะ”“เธอช่วยถือกล่องนั่นไปสักกล่องได้ไหมล่ะ ส่วนกล่องโฟมนี้มันหนักเพราะมีน้ำแข็งด้วยเดี๋ยวฉันจะถือไปเอง”“ข้างในมีอะไรคะนายหัว”“ก็ของสดที่ฉันซื้อมาจะให้เธอทำกับข้าวให้กินไงล่ะ”“อย่าบอกนะคะว่าทั้งกล่องนั้นนายหัวซื้อมาให้ณิริน”“ก็ใช่น่ะสิอาหารทะเลที่นั่นมันถูกมากๆ และฉันเห็นว่าเธอชอบทำกับข้าวก็เลยซื้อมาให้เธอใส่ตู้เย็นไว้ ส่วนกล่องพวกนั้นก็เป็นอาหารทะเลที่ฉันส่งออกนะ ว่าจะเ
ณิรินทร์ญามองรถเอสยูวีสีดำคันใหญ่ไปจนสุดสายตาความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจตอนนี้มันเป็นความรู้สึกที่ไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง รู้สึกดีที่มีใครบางคนเข้ามาคุยด้วยแล้วรู้สึกใจหายที่เขากลับไปแม้จะเป็นเพียงแค่คนรู้จักที่ได้เจอกันไม่กี่วันแต่หญิงสาวกลับรู้สึกกับเขามากกว่าคนรู้จักทั่วไปมันอาจจะเป็นเพราะเขาเข้ามาในเวลาที่เธอมีปัญหาและเข้ามาในตอนที่เธอเหงาก็เลยทำให้เธอเอาใจไปผูกติดกับเขา แต่หญิงสาวก็คิดว่าผ่านไปไม่นานก็คงจะลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นส่วนที่เขาบอกว่าถ้าขึ้นมากรุงเทพครั้งหน้าจะเอาอาหารใต้มาฝากเธอก็ไม่รู้ว่านายหัวปาริธจะทำอย่างนั้นได้หรือเปล่า ณิรินทร์ญามองกุญแจรถและคีย์การ์ดของคอนโดที่อยู่ในมือแล้วยิ้มเพราะคิดว่าระยะเวลาที่เขาอยู่ที่ใต้เธอกับเขาก็คงจะมีเรื่องพูดคุยกันบ้างเพราะเขาบอกให้เธอไปสตาร์ทรถที่คอนโดและขึ้นไปดูความเรียบร้อยด้านบนว่าแม่บ้านมาทำความสะอาด ตามที่เขาได้สั่งไว้หรือเปล่าหญิงสาวกลับเข้ามาในบ้านจัดการเอาอาหารแห้งที่ชายหนุ่มซื้อมาเก็บเข้าตู้ก่อนจะอาบน้ำและเตรียมตัวเข้านอนก็พอดีกับที่นายหัวปาริธไลน์มาบอกว่าเขาถึงคอนโดมิเนียมแล้ว“ฉันถึงคอนโดแล้วคืนนี้คงไม่โทรไปหาเธอนะ
“อ้อมสมัคร Facebook กับไอจีให้ฉันหน่อยนะ” นายหัวปาริธเดินเข้ามาในสำนักงานเล็กๆ ของตนเองและสั่งกับวรรณิศาหรืออ้อมพนักงานบัญชีที่ควบตำแหน่งผู้ประสานงานทั้งสวนยางพาราและสวนปาล์มของเขามานานหลายปี“อะไรนะคะนายหัว อ้อมฟังผิดหรือเปล่า แต่ก่อนนายหัวไม่เคยสนใจจะเล่นโซเชียลพวกนี้เลยนะคะ แค่ใช้ไลน์นายหัวยังบอกว่ายุ่งยากเลย”“ฟังไม่ผิดหรอกฉันก็อยากจะเล่นอะไรพวกนี้กับเขาบ้างหรือว่าอายุอย่างฉันมันแก่เกินไปที่จะเล่นอะไรแบบนี้”“สื่อโซเชียลพวกนี้ไม่แก่หรอกค่ะเดี๋ยวนี้คนอายุสี่สิบห้าสิบ เขาก็เล่นกันทั้งนั้นแต่มันแปลกเพราะแต่ก่อนนายหัวไม่ได้สนใจนายหัวบอกว่ามันเสียเวลาทำมาหากิน” วรรณิศาสงสัยเพราะแต่ก่อนเจ้านายเคยสนใจเรื่องแบบนี้เลย“เอาเถอะน่าฉันบอกให้สมัครก็สมัครไปเถอะ ขั้นตอนมันยุ่งยากไหม”“ไม่ยุ่งยากหรอกค่ะถ้างั้นอ้อมขอยืมโทรศัพท์นายหัวสักสิบนาทีนะคะ เสร็จแล้วจะเอาไปคืน”“ได้สิ” เขาพูดจบส่งโทรศัพท์ให้หญิงสาวก่อนก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองชายหนุ่มตรวจเอกสารกองโตตรงหน้าไม่นานและผู้ช่วยก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับส่งโทรศัพท์คืนให้เขานี่“นี่เป็นบัญชีของนายหัวนะคะอ้อมเอารูปที่นายหัวถ่ายครั้งล่าสุดตอนไป
นายหัวปาริธกลับมาถึงบ้านของณิรินทร์ญาในเวลาเกือบจะหก โมงเย็นเมื่อมาถึงเขาก็ทานราดหน้าด้วยความหิวเพราะเมื่อตอนกลางวันทานข้าวไปนิดเดียวเนื่องจากจัดต้องรีบทำงานต่อให้เสร็จ เมื่อทานราดหน้าอิ่มแล้วเขาก็มานั่งในห้องรับแขกโดยมีณิรินทร์ญาเดินตามมาด้วย“เหนื่อยมากไหม ณิรินนวดให้มั้ย”“นวดคอให้ฉันนิดหน่อยได้ไหมล่ะ”“ได้ค่ะ”“ไม่น่าเชื่อนะว่ามือเล็กๆ แบบนี้จะนวดดีกับเขาเหมือนกัน”“แต่ก่อนณิรินเคยนวดให้แม่บ่อยค่ะ ถ้าวันไหนนายหัวเมื่อยอยากให้ณิรินนวดก็บอกได้เลย”“ขอบใจนะ”“ยินดีค่ะ”“แล้ววันนี้เป็นยังไงบ้างปวดหัวหายแล้วใช่ไหม”“หายแล้วค่ะ”“ฉันไม่อยากให้เธอทำน้ำพริกเยอะแบบนั้นเลย”“ณิรินใครก็คิดว่าจะไม่ทำแล้ว”“จริงเหรอ”“จริงค่ะ ครั้งสุดท้ายที่ณิรินไปส่งน้ำพริกให้กับแม่ค้าณิรินก็บอกพวกเขาแล้วว่าจะหยุดทำน้ำพริกไปก่อน”“แล้วแม่ค้าเขาว่ายังไงบ้าง”“เขาก็บ่นนิดหน่อย เขายังบอกอีกว่าถ้าหากจะกลับมาทำก็ให้บอกพวกเขาด้วย นายหัวคงไม่คิดว่าณิรินเป็นคนขี้เกียจหรอกใช่ไหมคะ ทั้งที่ปิดเทอมแต่ไม่ยอมทำงาน” ณิรินทร์ญากลัวเขาจะเข้าใจผิดว่าที่ผ่านมาเธอทำเพื่อสร้างภาพว่าเป็นคนขยัน“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ฉันรู้ว่าที่ผ
“วันนี้ฉันจะไปดูโรงงานที่สมุทรสาครเธอจะไม่ไปกับฉันจริงเหรอณิริน” นายหัวปาริธถามคนรักในเช้าวันหนึ่ง“วันนี้ณิรินปวดหัวนิดหน่อยค่ะ ขอนอนพักอยู่ที่บ้านได้ไหมคะ”“แล้วจะอยู่คนเดียวได้เหรอ ไปหาหมอไหมเดี๋ยวฉันพาไป” เขาถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไรหรอกค่ะณิรินอยู่คนเดียวได้ นอนพักสักนิดก็น่าจะดีขึ้น ช่วงนี้ณิรินทำน้ำพริกเยอะไปหน่อยน่าจะมึนกลิ่นน้ำพริก”“ฉันเป็นห่วงเธอจัง ฉันเลื่อนนัดที่สมุทรสาครออกไปดีไหมวันนี้จะได้อยู่กับเธอ”“อย่าเลยค่ะนายหัวณิรินไม่อยากทำให้ตารางงานของนายหัวรวนค่ะ”“ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็โทรบอกนะ ฉันจะรีบกลับมา”“ค่ะนายหัว”“แล้วตอนเย็นอยากจะกินอะไรเดี๋ยวฉันจะซื้อมา”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เย็นนี้ณิรินว่าจะทำราดหน้าทะเลนายหัวอยากกินไหมคะ”“อยากกินสิ จะให้ฉันซื้ออาหารทะเลมาไหม”“ในตู้ยังมีเหลืออยู่เลยที่เราซื้อมาเมื่ออาทิตย์ก่อน นายหัวไม่ต้องซื้อมาเพิ่มนะคะ”“ทำไมล่ะ”“ณิรินเบื่อค่ะ”“เบื่อหรือเกรงใจ”“เบื่อจริงๆ ค่ะทุกครั้งที่นายหัวไปสมุทรสาครก็ซื้ออาหารทะเลมาฝากตลอด”“ในตู้เหลือเยอะไหม”“ไม่เยอะวันนี้ก็เลยจะเคลียร์ทุกอย่างในตู้ออก”“งั้นฉันไปก่อนนะ ถ้าทำงานเสร็จแล้วจะรีบกลับมา”“
นายหัวปาริธพาณิรินท์ญามายังผับที่หญิงสาวเคยทำงานอยู่ เขาพาเธอขึ้นไปนั่งรอบนชั้นสอง เจ้าของผับก็เดินตามขึ้นไปบนนั้นด้วยเจ้าของผับคุยอยู่ทั้งสองคนพักใหญ่ก่อนจะขอตัวลงไปดูแลแค่ทางด้านล่างตอนนี้บริเวณชั้นสองจึงเหลือแค่ณิรินท์ญากับนายหัวปาริธนั่งคุยกันตามลำพัง“อยากดื่มอะไรไหมณิริน”“ไม่ดีกว่าค่ะ”“ดื่มหน่อยเถอะถือว่าเป็นการฉลองที่เราคบกันดีไหม”“ก็ได้ค่ะ ถ้าณิรินเมานายหัวต้องรีบพากลับนะคะ”เมื่อดื่มไปหลายแก้วณิรินทร์ญาก็เริ่มจะเมาหญิงสาวจึงขอให้เขาพากลับเพราะไม่อยากจะเมาจนคอพับอยู่ที่นี่“เดินไหวไหมหรือจะให้ฉันอุ้ม”“คงไม่ต้องซื้ออุ้มหรอกค่ะ แค่ประคองก็พอ”นายหัวหนุ่มประคองหญิงสาว มาที่รถจากนั้นก็ขับออกมาจากผับเขาเลี้ยวเข้าไปที่คอนโดมิเนียมเพราะคุยกับณิรินท์ญาไว้แล้วว่าคืนนี้หลังจากออกจากผับจะพากินหญิงสาวมาค้างที่นี่เมื่อมาถึงคอนโดก็พาหญิงสาวมานั่งบนโซฟาก่อนจะเดินไปเอาน้ำในตู้เย็นมาให้เธอดื่มเพราะดูแล้วณินิทร์ญาน่าจะเมามาก“ดื่มน้ำหน่อยนะ”“ขอบคุณค่ะนายหัว นายหัวของณิรินน่ารักที่สุดเลย” หญิงสาวหยิบน้ำไปดื่มเพียงนิดจากนั้นก็นั่งพิงไปบนโซฟาดวงตาเธอฉ่ำปรือเพราะความเมา“ไปอาบน้ำหน่อยดีไหมหร
วันนี้เป็นเวลาเป็นวันที่ณิรินทร์ญาจะต้องเดินทางกลับกรุงเทพ แม้จะยังไม่ถึงเวลาเปิดเทอม แต่หญิงสาวก็รู้สึกเป็นห่วงบ้านและเจ๊สุนีย์กับแม่ค้าคนอื่นก็โทรศัพท์ตามให้เธอมาทำน้ำพริกส่งณิรินทร์ญาบอกกับทุกคนแล้วว่าเธอจะทำน้ำพริกอีกแค่ประมาณสองเดือนพอเริ่มเรียนชั้นปีที่สี่ซึ่งจะต้องไปฝึกงานหญิงสาวก็จะเลิกทำเพราะกลัวว่าไม่มีเวลาแล้วอยากจะตั้งใจฝึกงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่นายหัวปาริธเดินทางขึ้นมาส่งหญิงสาวที่บ้านด้วยเขาเคลียร์งานทุกอย่างเรียบร้อยแล้วและคิดว่าจะมาใช้เวลากับเธอที่นี่อีกซักหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะเดินทางกลับณิรินทร์ญาทำความสะอาดด้านในบริเวณบ้านส่วนนายหัวปาริธก็อาสาเป็นคนตัดหญ้าและรดน้ำต้นไม้ต้นอื่นๆ บริเวณรอบๆ บ้านที่ไม่ได้ติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติไว้เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่กว่างานทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยก็เกือบจะห้าโมงเย็น“เหนื่อยไหมณิริน”“เหนื่อยมากๆ เลยค่ะ ไม่คิดเลยว่าแค่สองสัปดาห์ฝุ่นมันจะเยอะขนาดนี้แล้วนายหัวล่ะเหนื่อยไหม”“ไม่หรอกงานพวกนั้นฉันทำจนชินแล้ว ว่าแต่เย็นนี้เราออกไปหาข้าวกินข้างนอกดีกว่านะฉันคิดว่าเธอคงไม่มีแรงทำอาหารหรอกส่วนอาหารที่ป้าแดงทำมาก็ใส่ตู้เย็นไว้ก่อนด
ตอนนี้ทั้งห้องตกอยู่ในบรรยากาศเงียบนายหัวปาริธกอดเอวคนรักไว้ หญิงสาวยังคงพิงศีรษะอยู่บนไหล่เขาฟังเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจของเขาที่มันเต้นเป็นจังหวะประสานกับเสียงหัวใจของเธอณิรินทร์ญาไม่รู้หรอกว่าอนาคตเธอกับเขาจากนี้จะเป็นยังไง ในระยะเวลาหนึ่งปีนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างเธอกับนายหัวปาริธแต่เธอก็จะซื่อสัตย์กับเขาและจะมีเขาเพียงคนเดียวหญิงสาวเชื่ออย่างหนึ่งว่าถ้าหากเธอกับเขารักกันจริงๆ ระยะเวลาและระยะห่างระหว่างอายุมันจะไม่เป็นอุปสรรคอะไรเลยแต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังกวนใจณิรินทร์ญาอยู่ก็คือเรื่องอดีตภรรยาของเขาหญิงสาวลังเลว่าจะถามเรื่องนี้ต่อหรือจะปล่อยให้มันเป็นเรื่องในอดีต แต่เมื่อคิดทบทวนอยู่หลายรอบก็ตัดสินใจพูดเรื่องที่ตัวเองสงสัยออกไปเพราะไม่อยากจะให้มันค้างคาใจอยู่แบบนี้“นายหัวคะ”“มีอะไร” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาวดูเหมือนกำลังใช้ความคิดและกำลังเครียดอะไรสักอย่าง“ณิรินอยากจะถามนายหัวเพิ่มได้ไหมคะ”“จะถามเรื่องอะไรก็ถามมาได้เลย ฉันไม่มีความลับอะไรจะปิดบังเธออีกแล้ว”“เรื่องที่ณิรินทร์ญายากถามถ้านายหัวไม่สะดวกตอบหรือคิดว่าณิรินล้ำเส้นจนเกินไปนายหัวจะ
“เธอพร้อมที่จะฟังแล้วใช่ไหม”“ค่ะ นายหัวกำลังจะบอกอะไรณิรินคะ”“ฉันอยากจะเล่าให้เธอฟังเกี่ยวกับอดีตที่ผ่านมา และอยากให้เธอรู้จากปากของฉันมากกว่าจะไปรู้จากปากของคนอื่น”“มันคือเรื่องอะไรกันแน่ นายหัวรีบบอกมาเถอะค่ะอย่าอ้อมค้อมอยู่เลย”“ก็เธอยังไม่สัญญานี้ว่าจะไม่โกรธ”“ก็ณิรินไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแล้วณิรินจะสัญญาได้ยังไง”“เอาน่าสัญญามาก่อนแล้วฉันจะเล่าให้ฟัง”“ถ้าณิรินไม่สัญญาล่ะ”“ถ้าเธอไม่สัญญาฉันก็ไม่เล่า”“นายหัวกำลังขี้โกงอยู่นะคะ มาบอกให้อยากรู้แล้วก็ไม่เล่าให้ฟัง ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ” ณิรินทร์ญามองหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ“ก็ฉันกลัวเธอโกรธ ณิรินสัญญาก่อนว่าจะไม่โกรธ”“ณิรินสัญญาก็ได้ว่าจะไม่โกรธหรือถ้าจะโกรธก็จะโกรธนายหัวไม่นานตกลงไหมคะ”“คำว่าไม่นานของเธอคือเท่าไหร่แค่ห้านาทีได้ไหม”“นายหัวค่ะถ้ามันเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เวลาแค่ห้านาทีณิรินคงจะปรับอารมณ์ไม่ทันแน่ๆ”“ถ้างั้นเท่าไหร่ล่ะ สิบนาทีดีไหม”“ก็ต้องแล้วแต่เรื่องว่ามันเรื่องร้ายแรงแค่ไหนแต่ ถ้าหากนายหัวยังลีลาไม่ยอมเล่าณิรินก็กำลังจะโกรธนายหัวแล้วนะคะ แล้วคนอย่างณิรินถ้าโกรธใครแล้วโกรธจริงด้วยไม่นะ”“ห้ามโกรธฉันนะ”“มันห้ามกัน
นายหัวปาริธตื่นนอนในตอนสายของอีกวันหนึ่งเขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็กลับมานั่งบนเตียงมองคนรักที่ยังนอนหลับอย่างมีความสุข เขายอมรับว่าตอนนี้ณิรินทร์ญาคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาจะรักและจากนี้จะรอวันที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเธอระยะเวลาอีกหนึ่งปีที่หญิงสาวต้องกลับไปเรียนนายหัวหนุ่มคิดว่ามันเป็นเวลาที่ค่อนข้างนานแต่ก็จะพยายามประคับประคองให้ความรักครั้งนี้มันไม่จบลงเหมือนกับที่ผ่านมา เขาคิดว่าณิรินทร์ญาคือคนที่เหมาะสมกับเขามากที่สุด หญิงสาวเป็นคนขยันเป็นคนพูดตรงอีกทั้งยังน่ารักร่าเริงและทำให้เขายิ้มได้ ทุกอย่างมันลงตัวไปหมดตอนนี้เขากับเธอไม่ใช่แค่แฟนกันทำแล้วในเมื่อสถานะมันเปลี่ยนไปเขาก็อยากจะดูและอยู่ใกล้ชิดหญิงสาวมากขึ้นการเดินทางไปกลับสุราษฎร์ธานีและกรุงเทพไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนายหัวที่มีเงินมากมายอย่างเขาแต่ก็ต้องถามณิรินทร์ญาก่อนว่าหญิงสาวยินดีจะให้เขาขึ้นไปหาที่กรุงเทพทุกอาทิตย์หรือเอาอยากฟังความคิดเห็นของเธอก่อนเพราะไม่อยากจะทำอะไรตามอำเภอใจ เมื่อตกลงที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้วการฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายก็เป็นเรื่องที่นายหัวคิดว่าสมควรจะทำนายหัวปาริธไม่คิดเลยว่าจะมาตกหลุมรักกับเด็กสาวที่อายุห่าง
ตอนนี้สติของณิรินทร์ญาแทบจะไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว ร่างกายของหญิงสาวทำทุกอย่างไปตามอารมณ์ที่ยากจะควบคุมได้ ความเสียวซ่านจากริมฝีปากร้อนและฝ่ามือใหญ่มันสร้างความปั่นป่วนจนหญิงสาวได้แต่นอนดิ้นพล่าน“ณิรินของฉันหอบหวานมาก ฉันอยากรู้จังว่าจะหวานไม่ทั้งตัวหรือเปล่า”เขากระซิบแหบพร่ามือใหญ่เกี่ยวแพนตี้ตัวเล็กออกจากเรียวขาก่อนจะดันขาของหญิงสาวให้แยกออกจากกัน“นายหัวคงไม่....”ณิรินทร์ญาไม่รู้ว่าจะบอกเขาว่ายังไงแต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของเขาที่จ้องส่วนสงวนหญิงสาวก็ขนลุกไปทั้งตัว“อย่าห้ามเลย มันสวย น่ากินและฉันคิดว่ามันต้องหวานถูกใจฉันมาแน่นอน”“อย่านะคะ”หญิงสาวรีบร้องห้ามและเอามือลงมาปิดแต่นายหัวปาริธดึงมือก็เล็กออกแล้วดันขาทั้งสองข้างให้กว้างขึ้นจนดอกกุหลาบกลีบบางเด่นชัดตรงหน้า“อ๊ะ! …อื้ม....นายหัว....”ณิรินทร์ญาครางสะท้านเพราะความเสียวซ่านที่นายหัวหนุ่มมอบให้ตอนนี้นายหัวปาริธอยากกระโจนเข้าหาเธอจนแทบทนรอไม่ไหวแต่ก็พยายามห้ามใจตัวเองไว้และอยากนุ่มนวลกับเธอมากที่สุด ถึงแม้ตนเองจะทรมานมากก็ตามนายหัวหนุ่มอยากจะทะนุถนอมหญิงสาวให้มากที่สุดเพราะเธอคือคนรักไม่ใช่คู่นอนเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที
ณิรินทร์ญามาอยู่บ้านนายหัวปาริธได้หนึ่งสัปดาห์แล้วหญิงสาวฝึกทำอาหารใต้กับป้าแดงจนทำเมนูโปรดของตัวเองได้ นายหัวเห็นว่าเธอเอาแต่อยู่ในบ้านไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนจึงจองที่พักที่สมุยและพาเธอมาเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศเพราะไม่อยากให้อุดอู้อยู่แต่ในบ้านเพียงอย่างเดียวหญิงสาวรู้สึกดีใจมากๆ บรรยากาศกัดริมทะเลเวลาค่ำทำให้เธอผ่อนคลายและมีความสุข อีกทั้งตั้งแต่มาที่นี่นายหัวปาริธก็คอยดูแลเป็นอย่างดีหลังจากทานอาหารค่ำเสร็จแล้วทั้งสองก็พากันมาเดินเล่นบริเวณริมชายหาดหน้าบ้านพักซึ่งเป็นชายหาดส่วนตัว“เธอมาอยู่ใต้เกือบสิบวันแล้วรู้สึกเป็นยังไงบ้างล่ะณิริน ชอบที่นี่ไหม”“ชอบค่ะ ที่นี่อากาศดีอาหารก็อร่อยมากด้วยค่ะ”“แล้วเชื่อหรือยังว่าฉันไม่ได้ซ่อนใครไว้ที่นี่”“เชื่อแล้วค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นก็คงให้คำตอบฉันได้แล้วใช่ไหม”“คำตอบอะไรคะนายหัว”“ฉันว่าเธอรู้นะณิรินว่าฉันกำลังหมายถึงอะไร” นายหัวปาริธหยุดเดินและหันหน้าเขามาหาณิรินทร์ญา เขาจ้องหน้าเธอและรอคอยคำตอบที่เคยถามไว้ที่สนามบินเมื่อหนึ่งเดือนก่อน“ณิรินต้องตอบจริงๆ เหรอคะ”“จริงสิเธอสัญญาแล้ว”“ณิรินมาหานายหัวถึงที่นี่นายหัวก็น่าจะพอรู้คำตอบแล้วนะนะ”“อายที่จ