TIE LOVE | พันธะสวาท SM+
คาร์เตอร์ x ธิชา _อีโรติกโรมานซ์_ ••••• ‘ช่วยพี่.. เดี๋ยวนี้’ ‘เรื่องแบบนี้ใครเขาขอให้ช่วยกันละ’ ‘อย่าให้พี่ต้องใช้กำลังนะ’ ••••• W a r n i n g นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาความรุนแรง เพศ และการใช้ภาษาค่อนข้างรุนแรง เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป หากมีการคัดลอกหรือนำไปดัดแปลง หากพบเจอจะ ดำเนินคดีตามกฎหมาย! ทันที หาก‼️พบเจอการคัดลอกนิยาย สามารถแจ้งได้ที่ 👉🏻FACEBOOK อะพอลโล่ พลูโตไม่มีไดโนเสาร์ 👈🏻 ฝากกด ถูกใจ🤍 คอมเมนต์ 💬 กันเยอะๆนะคะ ทุกหัวใจ ทุกคอมเมนต์ คือกำลังของคนเขียนค่ะ เป็นเเรงขับเคลื่อนให้ไรท์มีแรงสรรสร้างนิยายเรื่องต่อๆไปอย่างเต็มที่เลยค่ะ💗💗💗 ================== From the past เรื่องเล่าจากอดีต “ไอ้เด็กเหลือขอ! บ้านจนไม่พอ ริขโมยของคนอื่นเขาอีก! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้เด็กเลว!!” เด็กหญิงผมเปียน้ำตาไหลรินเปื้อนใบหน้า แต่ต้องทนกัดปากตัวเองแล้วหอบของที่หยิบติดมือมาไว้ให้แน่น แล้วรีบวิ่งไปให้ไกลที่สุด หากเธอหนีได้สำเร็จพ่อของเธออาจจะรอด แต่ถ้าไม่สำเร็จ.. พ่อของเธออาจจะ.. ขวับ! “อะ โอ้ยย!” รองเท้าแตะลอยตามแรงขว้างกระทบใบหน้าของเด็กสาวเต็มๆ ถึงจะเจ็บขนาดไหนก็หยุดวิ่งไม่ได้เด็ดขาด “ไอ้เด็กเหลือขอ!! ใครก็ได้จับมันที!!” “..อย่านะ” เด็กสาวกัดปากพลางมองซ้ายมองขวา เธอพยายามวิ่งสุดแรงที่มี เพราะความจนทำให้เธอเลือกไม่ได้แบบนี้ แต่ชีวิตของคนเป็นพ่อเดิมพันอยู่ที่ของในถุง ถ้ามีเงินพาพ่อไปโรงพยาบาลได้ หนูก็ไม่ทำแบบนี้หรอก ขวับ! อีกครั้งที่มีสิ่งของบางอย่างกระทบกับลำตัวของเธออย่างจังถึงขั้นล้มลงไปกองกับพื้น ยาในถุงและของที่ขโมยมากระจัดกระจายไปรอบๆตัว “โดนละ!” “อย่านะ.. ฮึ่ก~ “ เด็กสาวพยายามคลานทั้งอย่างนั้น เก็บของที่กระเด็นกระจายไปรอบตัวเท่าที่แรงจะทำไหว และขณะที่ของชิ้นสุดท้ายกำลังจะถูกหยิบ ฝ่าเท้าหนาๆของเจ้าของร้านยาก็เหยียบที่มือของเธอทันที “ตัวเท่าลูกหมา ริจะเป็นขโมยรึ๊? พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไง!” “..อึ่ก ถะ ถ้าคุณทำอาชีพเพื่อช่วยชีวิตคนจริงๆ ปละ ปล่อยหนูไปเถอะนะ” “เหอะ! ทำไมฉันต้องช่วยแก แกขโมยของฉัน ยังมีหน้าจะให้ฉันช่วยอีกงั้นหรอ!” “พ่อของหนู” “ไม่ใช่ปัญหาของฉัน ฉันเปิดร้านฉันก็ต้องการเงิน หยุดคิดเองเออเองสักทีว่าคนเป็นหมอเป็นเภสัชต้องช่วยเหลือทุกคนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน!” “อึ้ก~” “ถ้าไม่มีเงิน.. ฉันจะส่งแกให้ตำรวจ!” “อย่านะคะ! พ่อของหนู พ่อของหนูกำลังแย่!” “ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ปัญหาของฉัน เงินจ๊ะอีหนู เป็นหมอก็ต้องการเงินโน๊ะ!” กึก! ตัดมาที่ด้านร้านอาหารตามสั่งข้างทาง มีเด็กชายคนนึงวัยที่โตกำลังดี อายุก็น่าจะมากกว่าเด็กสาว เขาวางแก้วกับโต๊ะจนเสียงดัง เขาได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว และรับไม่ได้กับตรรกะใจร้ายของผู้ใหญ่กับเด็กคนนึงที่พยายามจะยื้อชีวิตพ่อตัวเอง ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นหมอแท้ๆ แต่ถึงจะเป็นหมอหรือเภสัชก็เถอะ กลับไร้ซึ่งสามัญและจิตใต้สำนึก เด็กชายลุกขึ้นและพูดอะไรสักอย่างกับป้าร้านขายข้าว.. “หนะ หนูไม่มี อึ่ก~” ขณะที่เด็กสาวนั่งหมดหวังอยู่ที่พื้นถนน.. และกำลังคิดว่าจะทำด้วยวิธีไหนดีถึงจะสามารถเอายาที่ขโมยมา เอาไปให้พ่อได้ เธอเป็นแค่เด็กสาว เด็กน้อยผมเปียตัวเล็กๆเองนะ เป็นแค่เด็กที่ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแค่สองคน เป็นแค่เด็กที่หาวิธีจะช่วยพ่อ.. ทำไม ผู้ใหญ่ถึงใจร้ายแบบนี้ “ทั้งหมดเท่าไหร่” แต่จู่ๆก็มีเสียงปริศนา เสียงเด็กชายคนนึง.. เขาถามออกไปก่อนจะยืนขวางและคั่นกลางระหว่างคนใจร้ายกับเด็กสาวผู้น่าสงสาร “..จะจ่ายให้หรือไง?” “ถามว่าเท่าไหร่” เสื้อผ้าและการแต่งตัวของเด็กคนนี้ดูมีฐานะมากๆ.. จะเรียกว่าเด็กได้ไหม เขาดูอายุมากกว่าแต่ก็ไม่ถึงขั้นโตขนาดนั้น “..349” “เงินแค่นี้มีค่ากว่าชีวิตคน?” “…..” “แถวนี้มีร้านยาที่ไหนอีกไหม หรือโรงพยาบาลเเถวนี้นะ มีไหม?” เขาหันไปถามเด็กสาวน้ำตาเปื้อนหน้า “มะ ไม่มีค่ะ” “แล้วพ่อเธอเป็นอะไร?” “…พะ พ่อเป็นไข้ค่ะ แต่ไข้สูงมาก เป็นมาหลายวันแล้ว พ่อทำงานหนักแล้วกะ” ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เขายกมือห้ามราวกับว่าไม่ต้องการให้ฉันพูดต่อ เงินที่คลี่ออกมาจากกระเป๋าเหมือนจะเกินจำนวนยาที่เด็กสาวขโมยมา “จัดยาให้เธอ” “..ก็แค่นั้น” เจ้าของร้านยารับเงินไปอย่างไร้ซึ่งคำโต้ตอบ แค่มีเงินสินะ เงินซื้อได้ทุกอย่าง.. เป็นเด็กชายตรงหน้าที่เดินเข้าหาร่างน้อยที่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับถนน เด็กชายนั่งยองๆก่อนจะวางมือที่หัวเล็กๆของเด็กสาว “….” “ไม่เป็นไรแล้ว” “..ทำไม พี่ถึงยอมช่วยหนูละ หนูเป็นขโมยนะ ฮึ่ก~” “ก็ถึงทำให้เธอไม่ต้องเป็นขโมยนี่ไง” “….” “ไม่ใช่ผู้ใหญ่ทุกคนที่จะใจดีกับเด็กหน้าตาน่ารักอย่างเธอนะ” “….” ไม่นานนักคุณหมอที่ฉันเข้าใจก็เดินกลับมาพร้อมกับถุงยา เขายื่นให้กับเด็กคนนี้ ก่อนจะมีป้าร้านขายข้าวเดินเข้ามาสมทบ “ของหนูจ๊ะ” “ขอบคุณครับ” แล้วเด็กชายก็รับถุงยาและข้าวกล่องไว้ ก่อนจะหันมายื่นให้เด็กสาว “ฉันให้ ข้าวสองกล่องแล้วก็ยา ขอให้พ่อหายไวๆนะ” “..ขะ ขอบคุณนะ” “ฉันคาร์เตอร์” “..ธะ ธิชา” สายตาของฉันมองเห็นเข็มกลัดที่อกข้างขวา.. มันเป็นเข็มกลัดของโรงเรียนคนรวยชื่อดังแห่งหนึ่ง “ไปนะ” ฉันทำได้แค่พยักหน้า แล้วคาร์เตอร์ก็เดินกลับไปที่ร้านข้าวโดยมีผู้ชายคนนึงเดินตามประกบเขาไม่ห่าง “ขะ ขอบคุณมากๆเลยนะ! หนูจะไม่ลืมพี่เลยยยย!!” และนี่คือเรื่องราวของฉัน.. ฉันชื่อ ธิชา เด็กสาวในวันนั้นที่ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตด้วยความพยายามจนมาถึงวันนี้ วันที่ฉันสามารถสอบชิงทุนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศได้ มหาวิทยาลัยชื่อเดียวกันกับเข็มกลัดของเด็กผู้ชายคนนั้น มหาวิทยาลัยที่เป็นอีกเครือของโรงเรียนชื่อเดียวกัน เอแบค และตอนนี้ฉัน.. กำลังยืนมองรูปของเขา เติบโตมาอย่างดีเลยนะ เปลี่ยนไปมากขนาดไหนฉันก็จำเขาได้ แววตาที่แสนดีและอบอุ่นแบบนี้ เค้าโครงใบหน้าลางๆ จะเปลี่ยนไปก็แค่สีผม… ผมสีน้ำเงินและแว่นตากรอบบางใส… คาร์เตอร์ ภัทศรกรณ์ อนันต์อัครศาล เจ้าของมหาวิทยาลัย เอแบค แห่งนี้… “หนูเจอเขาแล้วนะพ่อ” ธิชาหยิบจดหมายในกระเป๋าขึ้นมา จดหมายที่เขียนด้วยลายมือของคนเป็นพ่อ.. ที่ฝากฝังไว้ในนาทีสุดท้ายของชีวิต ว่าถ้าฉันเจอเขาอีกครั้ง จดหมายนี้จะต้องถึงมือเขาให้ได้ในสักวัน ใช่ค่ะ.. ตอนนี้ฉันไม่เหลือใครแล้ว แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะถุงยาและข้าวกล่องในวันนั้น ยื้อชีวิตพ่อฉันได้ยาวนานเป็นสิบๆปี _______________ ถึง.. ผู้มีพระคุณ _______________ ธิชายิ้มบางๆให้กับลายมือของคนเป็นพ่อ เป็นการจ่าหน้าซองที่โบราณคร่ำครึกมากสำหรับเธอ.. •🌷🌷🌷• แตกโป๊ะแล้วนะคะ สำหรับเรื่องของพี่คาร์เตอร์~ พันธะสวาท เป็นเรื่องที่2ใน เซ็ตสวาท นะคะ เซ็ตนี้จะมีทั้งหมด4เรื่อง ฝากด้วยนะคะ☺️ 1.DEBT LOVE | หนี้สวาท [เรียวxเวล] 2.TIE LOVE | พันธะสวาท [คาร์เตอร์xธิชา] 3.??? 4.???และเพราะฉันมัวแต่ยืนนึกถึงวันคืนสมัยเป็นเด็ก เลยทำให้ฉันสายไปหลายนาที นี่เป็นวันแรกของการเปิดเรียนและสำหรับนักศึกษาชิงทุนปีสามอย่างฉัน.. ตึก ตึก ตึกกก.. ขอให้ทันเถอะ! ธิชา รีบกดลิฟต์ด้วยความร้อนลน หากเธอเข้ารายงานตัวช้า คงเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ๆติ้ง~ ทันทีที่ลิฟต์เปิด ฉันก็รีบแทรกตัวเข้าไปทันที ห้องประชุมอยู่ชั้นสาม เพราะงั้น..เลยรีบตะแคงข้างใช้ศอกจิ้มเลขสามที่แป้นเพราะกำลังใช้มือควานหามือถือในกระเป๋า แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อกลายเป็นว่า ฉันไม่ใช่คนเดียวที่อยู่ในลิฟต์…แต่เหมือนอีกฝ่ายจะยังไม่รู้สึกตัวว่าฉันมองเขาด้วยสีหน้าตกใจแต่ไหน เพราะเขายืนกอดอกพิงลิฟต์และสวมหูฟังอยู่ ยืนหลับตาฟังเพลง.. ในที่แบบนี้เนี่ยนะธิชายกมือวาดไปมาตรงใบหน้าคม ก่อนสตั้นกับกรอบแว่นสีเข้มตรงขอบที่ขับผิวหน้าขาวสว่างราวลูกรักพระเจ้า ก่อนจะเรียกสติกลับมาและสตั้นเป็นรอบที่สองด้วยความตื่นเต้นชนิดที่ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะเจอกันในที่แบบนี้ เมื่อกี้ฉันยืนมองเขาในรูปที่บอร์ด ตอนนี้ฉันยืนดูตัวจริงของเขา ตัวเป็นๆที่ยืนหายใจอยู่ตรงหน้าจังหวะที่เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมาราวกับถูกสะกดด้วยใบหน้าที่ครบเครื่องเกินมนุษย์“…เธอไปชั
1ชั่วโมงต่อมา…เมื่อการอภิปรายสิ้นสุด มันก็หมดหน้าที่ของเขาแล้วนี่นา.. ทำไมถึงยังอยู่อีกนะธิชามองเห็นว่าคาร์เตอร์และผู้ชายอีกสามคนยืนอยู่นอกห้องประชุมผ่านประตูกระจก หนึ่งในนั้นโยนขวดอะไรสักอย่างให้คาร์เตอร์ ซึ่งเขาก็รับไว้ด้วยท่าทีที่แมนสุดๆพร้อมกับกระดกดื่มมัน "อึ่ก" แต่แล้วฉันก็ต้องรีบหันขวับ เพราะพี่เขามองมาทางฉันตอนกระดกขวดนั่นพอดี และตอนนี้... ก็ยังมองฉันอยู่ด้วยร่างสูงที่ใช้มือปิดฝาขวดยังคงไม่ละสายตาจากธิชา หญิงสาวคุ้นหน้าคุ้นตาเหลือเกินสำหรับเขา ก็ไม่เถียงว่าจ้องอยู่นาน สงสัยความคุ้นหน้าละหนึ่งกับอีกเหตุผล.. เขาพยายามปรับสายตาเพราะสายตาของเขาสั้น และเหมือนแว่นที่สวมอยู่จะไม่ตรงกับค่าสายตาของเขาอีกแล้วคาร์เตอร์ถอดเเว่นอีกครั้ง พร้อมกับนวดที่หัวตา.."นี่..เธอกับพี่คาร์เตอร์รู้จักกันเหรอ""ห๊ะ อะไรนะ""ก็ตั้งแต่เข้ามาพี่เขาคอยมองเธออยู่ตลอดเลย...""เอ่อ.. ก็" มือบางจับสายกระเป๋าสะพายแน่น "ฉันบุ๊คนะ บุ๊คที่แปลว่าหนังสือ"“ฉันธิชานะ” บุ๊คยิ้มให้ฉันและพยักหน้ารัวๆ“เธอยังไม่ตอบฉันเลย ว่ารู้จักกับพี่คาร์เตอร์หรือเปล่า”“..ก็ ..ไม่เชิงนะ”“ถ้าเป็นแบบนั้น ก็อย่างแสดงอาการให้มันชัดร
โชคดีของชีวิตเด็กบ้านๆอย่างฉันที่สามารถเป็นเด็กทุนของมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศ เพราะถ้าพูดให้เห็นภาพเลยก็คือ สถานะการเงินของฉันไม่สามารถที่จะซื้อข้าวกลางวันในราคาห้าร้อยบาทเป็นอย่างต่ำ ย้ำนะคะอย่างต่ำ.. โชคดีที่เด็กทุนไม่ต้องเสียค่าอาหารใดๆแม้แต่น้ำแก้วนึงก็ไม่เสีย เพราะพวกเราต้องแลกมากับการสอบให้ได้เกณฑ์ที่สูงเกินกว่ามาตราฐานของระบบการศึกษาเอแบค เป็นมหาวิทยาลัย ที่เด็กสอบชิงทุนจะต้องทำเกณฑ์ให้สูงเกินเกณฑ์ระบบศึกษา และแต่ละภาคเรียนจะรับเด็กทุนแค่5คนเท่านั้น เพราะสวัสดิการที่นี่แพงมาก นี่แหละค่ะชีวิต ไม่มีอะไรที่พวกคนรวยจะให้ฟรีๆโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน การที่จะเข้าเรียนที่นี่ได้ สมองคุณต้องกะทิเลยทีเดียว นี่อาจจะเป็นเรื่องเดียวที่ฉันทำได้ดีก็ได้ เพราะจะให้นิยามมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้อข้าใจได้ง่ายๆสั้นๆ คืิถ้าไม่ใช่คนรวยสมองของคุณก็ต้องเก่งเกินเกณฑ์ เรียกว่ารวมทั้งคนที่มีชาติตระกูลและมากความสามารถไว้ในที่เดียวจริงๆ"นี่ กินแค่นี้จริงๆเหรอ แกเป็นเด็กทุนนะธิชา เรื่องการกินเนี่ยเด็กทุนไม่เสียอะไรอยู่แล้ว พวกฉันต่างหากที่ต้องเสีย""ไม่เอาอะ แค่นี้ก็พอแล้ว""พอเพียงดีจริงๆ อยากสมองดีเท่าแกจ
“เดี๋ยว! ธิชาาาา!!” บุ๊ครีบออกแรงวิ่งตามจนพุ่งมาขวางทางของฉันตรงหน้า เธอมองฉันแล้วถอนหายใจก่อนจะหยิบจานที่มือฉันออกแล้ววางมันซะตรงโต๊ะใกล้ตัว“แกเป็นอะไรเนี่ย ได้เจอพี่เตอร์แล้วไง มีโอกาสคุยแล้วไง แต่แกเดินหนีออกมาแบบเนี่ย.. คือไรอะ?” บุ๊คยกมือทั้งสองข้างในท่าที่ไม่เข้าใจฉันมากๆกับสิ่งที่ฉันได้ทำไป“เหตุผลเดียวเลยแก”“คือ?”“…ฉันตื่นเต้น>““..แล้วแบบนี้พี่เขาจะจำได้ไหมเนี่ย”“..ขอให้จำได้ก็แล้วกัน ถึงฉันจะตามหา ตามเขาจนเจอ ก็ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะเข้าหาเขาหรอกนะ แค่อยากจะเอาจดหมายมาให้ ..ก็แค่”“อย่าบอกนะ ว่าไอ้การสอบติดเป็นเด็กทุนเนี่ย.. เหตุผลรองอะ?”“…อืม”“เยี่ยม!(น้ำเสียงประชด) แล้วยังไงต่อ? คือจะรอให้พี่เขาระลึกชาติขึ้นได้เองเหรอ? เดินไปบอกพี่เขาตรงๆจะดีกว่าไหมอะ”“ก็เห็นแล้วนิว่าพี่เขาจำฉันไม่ได้เลย.. ปล่อยไปแบบนี้แล้วคอยมองอยู่ห่างๆแห
เหมือนฉัน.. กำลังเริ่มปฎิบัติการแย่งผัวใครสักคน ไม่คิดว่าชีวิตจะต้องมาอยู่ในจุดที่แค่อยากจะขอบคุณผู้มีพระคุณ ก็ต้องหลบๆซ่อนๆเหมือนเมียน้อยเขาก็ไม่ปาน“..ยังไม่ถึงอีกเหรอ”“จะถึงแล้ว” ไอ้การลัดเลาะเข้าตามซอกตามมุมตามหลืบตามช่องแบบนี้.. เหมือนฉันเป็นเมียน้อยพี่เขาจริงๆนะ“อะ ถึงแล้ว”“ไหนอะ?”“ห้องที่ประตูใหญ่ที่สุด นั่นแหละห้องทำงานของพี่เขา”เหมือนสวรรค์เป็นใจ พี่คาร์เตอร์เดินเข้าไปในห้องพอดี แถมคนเป็นเพื่อนที่เดินตามๆกันมาก็แยกย้ายกันไปซะหมด“ตอนนี้แหละ รีบเข้าไปบอกซะ”“อ้าว! แล้วแกอะ?”“จะให้ฉันเข้าไปทำอะไรเล่า แกต้องเข้าไปบอกเรื่องจดหมายและความหลังอะไรของแก ฉันเข้าไปก็เป็นส่วนเกิน ขอรออยู่ตรงนี้ดีกว่า”“เอางั้นเหรอ?”“อื้ม รีบไปเถอะจะได้สบายใจ”ฉันพยักหน้า ยังไงซะวันนี้ก็ต้องเป็นวันที่ฉันได้บอกความจริงหลังจากที่..อีดออดเพราะตื่นเต้นอยู่นาน ความรู้สึกเหมือนกำลังจะบุกเข้าห้องพี่เขาเพื่อบอกรักมากกว่าบอกเหตุผลหลักอย่างเรื่องจดหมาย พอถึงตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าถอนหายใจไปกี่รอบแล้วธิชามองซ้ายมองขวาเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีชะนีบ่างข้างเก้งที่ไหนวนเวียนอยู่แถวนี้ เพราะเท่าที่ฟังจากที่บุ๊คพูดๆมา คน
จะว่าไป คำพูดของฉันจะทำให้พี่เขาไม่สบายใจหรือเปล่านะแต่ฉันพูดความจริงนี่น่า.. และถึงแม้จะพูดออกไปแบบนั้น ฉันก็ไม่มีความคิดที่จะออกจากมหาลัยนี้หรอกนะ ฉันไม่รวยแต่ฉันเก่งกว่าหลายคนที่นี่เพราะงั้นถึงได้เข็มกลัดเด็กทุนของมหาลัยยังไงละ มือบางจับและสัมผัสเข็มกลัดรูปหมวกปริญญาเล็กๆที่ปกเสื้อด้านซ้าย ฉันจะไม่ยอมดูถูกหรือไม่ให้เกียรติตัวเองเด็ดขาด ฉันได้โอกาสได้อยู่ที่นี่และฉัน.. จะไม่สละสิทธิ์เพียงเพราะ.. ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับฉัน ฝันไปเถอะ!“..ปลุกระดมใจตัวเองอยู่หรือไง เปลวไฟในตาพุ่งพล่านมาก” บุ๊คถ่ายรูปฉันแล้วก็ยื่นให้ดู.. จริงด้วยแฮะ เหมือนพร้อมออกสู่สนามรบที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด “ก็ประมาณนั้น ฉันกำลังให้กำลังใจตัวเองอยู่”“..ทำได้ด้วยเหรอ?”“ได้สิ กำลังใจที่ดีที่สุดก็มาจากตัวเราเองนี่แหละ ถ้าใครไม่เห็นค่าเรา แต่เราเห็นคุณค่าในตัวเองซะอย่าง ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้ว”“เจ๋งอะ.. ข้าน้อยขอคาราวะท่านอาจารย์!” บุ๊คทำท่าคำนับและก้มหัวแบบที่ฉันเคยเห็นในละคร ก่อนจะหัวเราะออกมาแบบเขินๆพร้อมกับเกาหัวตัวเองไปด้วย“บ้าบอเนอะ^^”“จริง^^”หลังจากที่ออกมาจากห้องทำงานของพี่คาร์เตอร์ เราสองคนก็ไม่ย่างก
ตึก ตึก ตึก.. เสียงส้นรองเท้าตันๆลอยตามหลัง หลังจากกินกระเพราสมใจอยากของบุ๊คแล้ว พี่คาร์เตอร์ที่เสนอตัวมากินข้าวด้วยก็ไม่เห็นพูดเรื่องอะไรกับฉันสักคำ แถมยังเดินตามหลังแบบนี้อีก..ธิชากับบุ๊คมองหน้ากัน เมื่อมีร่างสูงเดินตามหลัง ความรู้สึกอึดอัดจึงก่อตัวขึ้นกึก… ก่อนจะเป็นธิชาที่หยุดเดินและหันหลังกลับไป“ไหนบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยไง จนถึงตอนนี้ก็ไม่เห็นพูดอะไรสักคำ แล้วไอ้ที่พี่จ่ายค่าข้าวให้ในตอนที่หนูมีเงินจ่ายแล้วแบบนี้.. ไม่ขอเรียกว่าติดบุญคุณนะ”“ก็ไม่ได้จ่ายเพื่อหวังอะไรจากเธออยู่แล้ว”“งั้นก็ไปทำงานสิ ระดับเจ้าของมหาลัยเนี่ย คงไม่มีเวลาว่างมาเดินตามนักศึกษาหรอกนะ?”“พูดงี้เลยอ่อ?” บุ๊คกระซิบถาม“ก็ต้องพูดแบบนี้แหละ ก็สิ่งที่พี่เขาทำอยู่มันจะทำให้เราเดือดร้อน”“นี่ ฉันไม่ใช่อาชญากรข้ามชาติ หรือนักโทษแหกคุก ไม่มีอะไรให้ต้องกลัวขนาดนั้น”“ใช่ค่ะจริงๆก็ไม่มีอะไรให้น่ากลัวหรอก แต่หนูเป็นเด็กทุน เด็กทุนที่ใช้สมองเข้ามาเรียนที่นี่ ไม่ได้ใช้เงิน”“….”“สำหรับสังคมที่ใช้เงินตัดสินทุกอย่าง แม้แต่คุณค่าความเป็นคนเนี่ย มันก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับคนที่ไม่มีเงินมากพอนะคะ”“….”“เชิญค่ะ ถึ
“เดี๋ยว! แกจะรีบเก็บของไปไหนเนี่ย”“ก็จะรีบกลับบ้านไง ไม่แน่นะพี่เขาน่าจะมาดักรอฉันหน้าห้องก็ได้!”“เดี๋ยว เดี๋ยวสิ!”“โทษนะบุ๊คไว้เดี๋ยวฉันโทรหา บ๊ายยยย” ถ้าฉันยังอยู่ในเขตมหาลัยเขาตามตัวฉันได้ไม่ยากแน่ๆ เพราะงั้นต้องรีบกลับบ้านก่อน พรุ่งนี้จะเอาไงค่อยว่ากัน! เออ! เครื่องช็อตไฟฟ้า! ฉันจำเป็นต้องมีมัน!ธิชารีบคว้าของทุกอย่างและรีบวิ่งออกจากห้องเรียนไป แต่ก็ได้ชนปะทะกับชายร่างสูงอย่างจังผลัก! ซึ่งกลับเป็นตัวเธอเองที่เซถลาทั้งๆที่เป็นฝ่ายพุ่งเข้าไปชนอีกฝ่ายแท้ๆ“อ๊ะ!”“….”“ขะ ขอโทษค่ะ!” ถึงจะเป็นเพื่อนพี่คาร์เตอร์ก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้สนหรอกว่าชื่ออะไร ธิชารีบวิ่งไปที่ลานจอดรถ แต่เหมือนทุกอย่างไม่เข้าข้างเธอซะเลยหมับ!เพราะจู่ๆก็มีมือปริศนารั้งแขนเธอไว้ก่อนจะออกแรงกระตุกแล้วลากเธอเข้ามุมตึก“อ๊ะ! อื้อออ!!” พร้อมกับใช้มือปิดปากเธอทั้งที่ยืนเบียดกันอยู่ในช่องหลืบแคบๆจนร่างกายแทบจะแนบชิดติดกัน ดวงตาของธิชาเบิกโต คนที่เธอพยายามจะหนี กลับเป็นคนที่ลากเธอเข้ามาที่มุมตึกในตอนนี้“ชู่ว์~”“อื่ออออ!!”“เงียบ แล้วไปกับฉัน” คนตัวสูงก้มลงพูดกับเธอ ก่อนจะลดมือที่ปิดปากลง“..พะ พี่จะพาหนูไปไหน! หนูไม่ใ
ธิชาได้แต่แอ่นตัวรับความเสียว แม้เป็นเพียงปลายลิ้นที่แสนธรรมดา กับผู้ชายอย่างคาร์เตอร์.. ไม่คิดว่า จะทำได้ขนาดนี้!“อะ อื่อ~” สายตาคมเหลือบมองอยู่พักใหญ่ ยิ่งสันจมูกโด่งๆนั่นสัมผัสกับเนินอูมฉันแบบไม่ได้ตั้งใจ ก็ชวนเคอะเขินสิ้นดี พี่เตอร์ดูไม่รังเกียจกันสักนิด ยิ่งจังหวะที่ฉันพยายามผลักหัวมีเขาออก ก็เหมือนจะโดนสอดแหย่ลึกเข้าไปกว่าเดิม ก่อนจะตามมาด้วยเสียงดูดจ๊วฟจ๊าบ จนฉันแทบจะอยากมุดหน้าหนีความเปียกชุ่มขยายอณาเขต ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้ำลายของพี่เขาหรือเพราะ… ของฉันกันแน่“อยะ อย่าเล่นพิเรนทร์นะ อื่ออ!”“ตรงไหนที่พิเรนทร์?”“กะ ก็..” ก็ที่ทำอยู่นี่ไง>ก็ได้แต่พูดในใจ เพราะเอาเข้าจริงก็ไม่ได้อยากให้เขาหยุดสักนิด อยากโดนเล่นงานจนหมดแรงแล้วสลบไปแบบนั้นเลย แต่.. ไอ้การทำแบบนี้นี่มันครั้งแรกเลยนะ ฉันขอเวลาจัดการกับอารมณ์สักหน่อยไม่ได้เหรอ“อะ อ๊าา!!” ซนเป็นบ้าเลย! ดันจี้จุดเสียวซะเต็มๆแบบนี้เกิดฉันฉี่แตกขึ้นมาจะทำยังไงกัน!เหมือนจะรับรู้ถึงคำขอร้องของฉัน พี่เตอร์ยอมดันตัวเองขึ้นจากตรงนั้น ใช้หลังมือปาดที่ริมฝีปากตัวเองก่อนจะเลียมันด้วยท่าทีที่อยากจะ.. จับกดหัวเขาลงตรงนั้นอีกสักรอบ จะทำอ
ซ่า~ เสียงคลื่นซาดซัด กลิ่นของทะเลแม้จะยามค่ำคืนก็ยังให้ความรู้สึกสงบในใจ ฉันได้แต่มองร่างสูงๆของพี่เตอร์ไขกุญแจเข้าไปยังตัวบ้าน เครื่องดื่มถูกหิ้วมาวางที่ริมระเบียงหน้าบ้าน ไฟดวงน้อยเปิดสว่างเห็นชายน้ำทะเลที่เกิดฟองกระทบกับหาดทรายอย่างเบาบางซ่า~“ดื่มต่ออีกหน่อยไหวหรือเปล่า”“ทั้งที่ลากกลับมาเพราะว่าเมาแท้ๆ ยังจะชวนดื่มอีก?”“หรือจะไม่ดื่ม?”“..ดื่มก็ได้ ยังไงก็ หนูอยากกอดพี่เเบบไม่ต้องรู้สึกเขินอาย” ธิชาหน้าแดงไปถึงไหนๆ ดวงตาหยาดเยิ้มนั่งหันหน้ารับลมทะเลที่ปะทะใบหน้า หลับตาพริ้มและโยกเอนตัวราวกับมีจังหวะที่ชอบอยู่ในใจคาร์เตอร์ถอดเสื้อสูทที่ตัว พาดมันทิ้งไว้กับพนักเก้าอี้ในบ้าน บ้านพักตากอากาศที่ไม่ได้ให้ความหรูหรา แต่ให้ความสบายใจ คาร์เตอร์กระดกดื่มเบียร์กระป๋องหลังจากลังเลว่าจะเป็นเบียร์หรือเหล้ากันแน่ที่ตนจะดื่ม“ขอบคุณค่ะ” ฉันรับเบียร์กระป๋องจากพี่เตอร์ กระดกดื่มเพลินๆ ฉันไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าไอ้หลักการการดื่มเหล้าดื่มเบียร์ ที่ถ้าเราดื่มเหล้าไปแล้วก็ควรจะดื่มแต่เหล้า ไม่ควรสลับเหล้าทีเบียร์ที เพราะมันจะทำให้เมาจนโงหัวไม่ขึ้น.. แต่ช่างเถอะ ฉันรู้ลิมิตตัวเองหลังจากรู้ว่าตัวเองเ
คั่วผู้ชาย.. งั้นเหรอวะ?หมับ! มือหนาคว้ากระตุกแขนบาง สายตานิ่งเรียบติเตือนดุปราม“เธอรู้ไหมว่าฉันทำงานเหนื่อยแค่ไหน”“ไม่รู้ เพราะไม่เห็น”“เธอนี่มัน…”คาร์เตอร์ถอนหายใจก่อนจะมองทุกคนที่ร่วมวงดื่ม “ใครชวนยัยเด็กนี่มา?”“ด เด็กเหรอ?” กลับมาจากอเมริกานี่ คำพูดคำจาแต่ละคำไม่เข้าหูเอาซะเลยอะ “ฉันเองอะ มีอะไรป้ะ?” กะปอมยกมือยอมรับ แม้จะยังจองที่นั่งที่ดีที่สุด คือตักของชิริว“มึงจะชวนยัยนี่ไปไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ร้านเหล้า”“แล้ว?”“….”“ก็ดูคอแข็งกว่าสามีนี่นา~ มาม้ะ มาหอมแก้มที” จริงจังแฮะ ผู้ชายแกงค์นี้ไม่มีปกปัดสัมผัสจากพี่สาวเลยสักนิด ยอมให้กอดให้หอมกันแบบไม่มีใครเขอะเขิน “ฉันไม่ชอบ”“ไม่ชอบ?”“..ยัยนี่แรดเงียบ”“อ้าว! พูดงี้ก็สวยดิ!” ธิชาลุกขึ้นแม้จะเซไปบ้างก็ตาม เธอเดินเข้าประชิดตัวแล้วผลักคาร์เตอร์ที่ไม่เซถอยหลังแม้แต่น้อย“พูดแบบนี้ไม่ต้องกลับมาเลยดีกว่า”“เเล้วเธอก็ไม่ควรเมาถ้าไม่มีฉัน”“แล้วเมากับเพื่อนพี่ มันต่างกันยังไงอะ? ดูแต่ละคนสิ แค่หนูนั่งอยู่โต๊ะนี้ก็ไม่มีผู้ชายที่ไหนอยากจะรู้จักแล้ว~ ดูนั่น คนนึงหน้าตาย คนนึงไม่ยักกะพูดอะไร ส่วนอีกคน นั่น! เห็นไหมปืนนะปืนนน คนโง่เท่านั
ฉันไม่รู้จะทำยังไง~ เหมือนใจมันจะขาด~ ชีวิตมันดูอ้างว้าง วังเวงไปทุกอย่าง~“..ใช่วังเวงสุดๆเลย” ความเมาทำได้ทุกอย่าง โต๊ะข้างๆทางออก เปลี่ยนเพลงพี่บอย พีชเป็นทำนองสยองขวัญราวกับเพิ่งไปผจญภัยที่ป่าช้าก็ไม่ผิด “เริ่มต้นการดื่มได้อย่างมีมิติสุดๆ”“พี่ไปดื่มด้วยกันไหม ไหนๆก็มาส่งหนูแล้ว”“ไปเถอะ ขืนฉันอยู่พวกมันรุมฉันแน่”“พวกนั้นไม่ได้ป่าเถื่อนขนาดนั้นหรอกน่า”ฉันพูดกับพี่กอล์ฟ แต่ก็เหมือนว่าพี่เขายังยืนยันคำเดิม“เป็นเพื่อนกับไอ้คนที่บุกบ้านฉันโดยไม่รู้สึกกลัวกฎหมายแบบนั้น.. ฉันว่าพวกมันก็ไม่ปกติ” กอล์ฟยืนล้วงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเพยิดหน้าไล่ให้ธิชาเข้าร้านนั่งดื่มตรงหน้า โต๊ะที่อยู่ไม่ไกลจากธิชายังคงร้องเพลงโหยหวนแม้จะไม่มีไมค์ให้สวมบทนักร้อง แต่เสียงก็ดังพอจะสร้างความรำคานให้คนรอบข้างถึงระหว่างฉันกับพี่เขาจะมีระยะห่างกันมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันไปเลยแบบนั้น ฉันว่าเป็นแบบนี้มันก็ดีแหละ ดีกว่าห่างเหินแบบไม่พูดไม่จาต่อกัน ยิ่งเป็นแบบนั้นมันยิ่งหมายความว่าพี่กอล์ฟยังรักฉันอยู่ ฉันไม่ต้องการแบบนั้น และฉันคิดว่า.. พี่กอล์ฟเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“เอางั้นเหรอ?”“อืม ตามนี้แหละ” ฉั
“ถามจริง.. ชุดเนี่ย โจ๊ะโม๊ะก็ปิดไม่หมดนะ==^” เห็นไหม เห็นชุดที่ฉันจับได้ไหม!! มันสั้นมาก!! แค่อ้าขาเดินก็เห็นไปถึงเครื่องในแล้วนะ!! สั้นขนาดนี้ฉันไม่ถือว่ามันเป็นชุดด้วยซ้ำอะ เรียกว่าเศษผ้าหรือชุดหมาชุดแมวง่ายกว่า คือนึกออกไหมว่าถ้าคนที่จับได้ชุดนี้สูงแค่ร้อยห้าสิบนิดๆอะมันโอเคเว้ย! แต่ฉันสูงหนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดนะ! มันสั้นมากๆสำหรับฉัน!!“ใจเย็นสิจ๊ะ ก็เพราะอย่างนี้ไง พวกเธอทุกคนถึงต้องการฉัน”“..ยังไง?”“ฉันมาเพื่อจัดการให้ชุดของทุกคนเหมาะสมกับคนที่ใส่ ส่วนไอ้เรื่องกำหนดชุดจับฉลากเนี่ย ถ้าใช้สมองนิดนึงก็จะรู้ว่าใะนเป็นตรีมของปีนี้”เหมือนหลอกด่าว่าฉันไม่ใช้สมองยังไงยังงั้น ไม่เป็นไรฉันถือว่าฉันไม่ได้โง่คนเดียว เพราะคนอื่นที่ได้เข้าประกวดก็มีสีหน้าไม่เป็นมิตรกับเศษผ้า.. ที่ก่อนหน้านี้มองมันว่าสวยไม่ต่างจากฉัน“..ให้ตายเถอะ เศษผ้าแบบนี้ ฉันกำลังจะโคฟเวอร์เป็นเจ้าป่า ทาร์ซาน ภูติป่าภูติเขาใช่ไหม==^” เออๆคนข้างๆฉันนี่แบบหนักกว่าฉันมาก ก็ไม่อยากจะขำอะนะ แต่พอลองสังเกตเศษผ้าของแต่ละคน ตรีมงานเดียวเลยที่นึกได้และเห็นรูปร่างมากที่สุด..“..ตรีมป่างั้นเหรอ?”“เยส! ฉลาดมากลูกสาว!”..คงต้องฉลาดแ
ฉันรู้สึกว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่เคลียร์ และฉันไม่ชอบมากๆที่จะต้องค้างคา หลายคนชอบพูดว่าทุกอย่างมีเวลาเป็นตัวแปรของทุกสิ่ง.. ฉันแค่รู้สึกว่า.. นั่นไม่ใช่ทั้งหมดเพราะเรื่องบางเรื่อง เวลา ก็ทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง เพราะงั้นฉันต้องรีบเคลียร์ปัญหาในส่วนของฉันนี่ก็ตกหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ฉันกับพี่เตอร์ไม่ได้เจอกัน เราได้แต่คุยกันผ่านไลน์และวิดิโอคอลกัน ฉันต้องกลับไปทำงานในสถานการณ์ที่พี่กอล์ฟรักษาระยะห่างกับฉัน ฉันต้องไปเรียนในขณะที่ทุกคนให้ความสนใจในตัวฉันไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง และแน่นอนว่า.. พวกเขาไม่ได้สนใจในความฉลาดของฉัน และพี่เตอร์เองก็.. ต้องคอยไปต่างประเทศกับคุณแม่ท่านพอเอาเข้าจริง เวลาที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็เหมือนโลกคู่ขนานชัดๆ ไม่มีทางที่จะวนมาเจอกันหรือใช้ชีวิตในกราฟเดียวกันได้“..นี่ ไม่ร่าเริงเลยนะ” บุ๊คทักและสติฉันก็กลับมา ก่อนจะเห็นบรรดาผู้ติดตามอารักขาของนางแล้วใจมันก็.. ฟู๊ฟูว์~“นี่ มีผู้ติดตามหล่อกันขนาดนี้ รู้สึกสวยขึ้นมาไหม~”“ไม่สักนิด อึดอัดมากกก”“ไหงงั้นอะ.. ไปทำอะไรมาที่บ้านถึงส่งคนติดตามรายล้อมขนาดนี้อะ.. เหมือนในหนังเลย ฟิวแบบลูกสาวเจ้าพ่อมาเฟียอะไรแบบเ
"อื้ออ" ร่างกายตึงเปรี๊ยะยิ่งกว่าหนังกะติ๊กซะอีก.. ฉันที่แค่พูดยั่วพี่เตอร์ไปแบบนั้น ไม่คิดว่าพี่เขาจะจัดให้กันยันฟ้าสางจริงๆ กินอะไรมานะถึงได้ฟิตปั๋ง เอวดีขนาดนั้น ฉันเนี่ยไม่อยากจะเห็นสภาพตัวเองในกระจกเลยมันต้องแย่มากๆแน่ๆแอดดดด~ ไม่นานนักที่เสียงแง้มประตูดังขึ้น พร้อมกับพี่เตอร์ที่เดินสาวผมยาวๆของเขาเข้ามาในห้อง ครั้นสายตาสอดประสานกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ"ตายอดตายอยากมาจากไหนก่อน ทำกันขนาดนี้""เมื่อคืนเธอก็ดูพอใจ""..ปวดจะตายชักแล้วเนี่ย" บอกเลยว่าถ้าหวังฉากโรแมนติกแบบในนิยาย หลังจากที่ฉันโดนกระซวกจนตับจนจ๋อยบวมแบบนี้ บอกเลยไม่มีทาง หาความฟินไม่เจอเลยตอนนี้“..อุ้มหน่อยได้ไหม”“จะไปไหน”“..อยากอาบน้ำ” ฉันคิดว่าถ้ายังนอนซมอยู่แบบนี้นะ สภาพฉันคงไม่ต่างจากผักช้ำ รีบๆลุกอาบน้ำแต่งตัวให้เหมือนคนปกติน่าจะดีที่สุดหลังจากที่คาร์เตอร์ช้อนอุ้มร่างน้อยๆที่มีความบอบช้ำอย่างเบามือ เขาก็ค่อยวางหย่อนร่างบางลงในอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ จัดการเปิดน้ำและลงครีมอาบน้ำให้กับธิชาโดยที่ไม่ได้พูดอะไร ส่วนคนตัวน้อยถึงแม้จะแปลกใจกับการกระทำของอีกฝ่าย แต่ก็พอเข้าใจได้ว่ามันคงเป็นคำขอโทษจากคนอย่างคาร์เตอร์ ที่เล่น
เตียงไซส์คิง ฝ้าเพดานสูงๆ.. ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในปราสาทในนิยาย ยิ่งภาพที่เห็นสโลว์ราวกับมีปัญหาทางสายตาแบบนี้.. เหมือนจะหมดแรงแล้ว.. ธิชาผลอยหลับไปหลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น เสียงหัวใจ และแรงดึงที่ถูกสวมกอด“ธิชา~”“หื้ม~”“…จะอ้วก”“ห๊ะ!” ช็อตฟีลเวอร์! เวรกรรมอะไรของฉันวะเนี่ย กำลังเคลิ้มจนจะหลับแล้วนะ ยังต้องดีดตัวขึ้นมามองสภาพของไอ้คนที่บอกว่า เมาเอาไม่ได้! “แค่ยอมรับว่าเมา มันยากตรงไหนวะพี่!” ธิชาต้องเป็นฝ่ายลุกขึ้น แล้วดึงพยุงร่างสูงๆของคาร์เตอร์ให้ลุกขึ้นยืน หมดกันความโรแมนติกที่คิดว่าจะมีแบบใครๆเขา คนมีกะตังค์เวลาเมาก็เหมือนหมาทุกตัวเลย! อย่าหาทำนะ เมาและดูแลตัวเองไม่ได้สร้างภาระให้กันเว่อร์ๆ!ฉันเนี่ยต้องลากพี่เตอร์ให้เข้าห้องน้ำ อย่างน้อยๆจะอ้วกสักชอตสองชอตและ ถ้าคออ่อนขนาดนั้นแล้วเมื่อกี้.. ก็โยกเอวซะ เครื่องในฉันเคลื่นที่ไปหมด จะขะย่อนอ้วกก็ไม่แปลก“….” แต่พอมาถึงห้องน้ำ พี่เตอร์ไม่อ้วกไง เขาแค่ควักน้ำขึ้นมาล้างหน้า หันหน้าผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดตาและประคบเช็ดใบหน้าอย่างเบามือ แม้หูจะแดง แก้มแดง และหัวนมก็แดง แดงยันหัว…(ฉันคงต้องเซ็นเซอร์)แค่อยากให้รู้ว่าพี่เตอ
มุมสูง.. แบบนี้..มือหนาวางสัมผัสเบาๆที่กล้ามเนื้อหน้าท้อง แม้เพียงปลายนิ้วที่แตะสัมผัส มันก็เหมือนกับว่าฉันจะเตลิดเปิดเปิงไปซะแล้ว ก่อนจะถูกมือหนารั้งเอวบางให้ก้มลงแนบชิดกาย ลมหายใจเย็นๆมีกลิ่นแอลกฮอล์ที่ฉันเพิ่งจะทันสังเกต เนินอกที่แนบขนานกับแผงอกหนา พลันประสานเสียงหัวใจให้ดังกึกก้อง นานสองนานที่พลัดกันจ้องมองอย่างไม่ละสายตา“..ทำไมถึงเป็นหนูนะ”“เธอมีอะไรที่ฉันไม่ควรเลือก อย่างนั้นเหรอ?”“..พี่เมาหรือเปล่าเนี่ย”“ไม่รู้ดิ”“….”“อย่าพูดมาก อยากเอาแล้ว” พี่เตอร์ถึงแม้จะเหมือนคนเมาขนาดไหนก็เถอะ แต่สติก็ยังพอมีนั้นแหละ ฉันนอนทับร่างพี่เตอร์ที่กำลังเหยียดมือควานหาบางสิ่งที่แถวลิ้นชักหัวเตียง ก่อนจะคีบมันออกมาให้ฉันพอเข้าใจ“..ทั้งที่มีมันไว้ที่ห้องแท้ๆ”“แค่รอได้ทำกับเธอแค่นั้นแหละ”“อึ่ก!”“ใส่ให้หน่อย~”“สะ ใส่เองสิ ของตัวเอง ตัวเองก็ต้องใส่”“งั้นฉันไม่ใส่”“ห๊ะ?”“ก็เธอไม่ใส่ให้ ฉันก็เอาสด~”เพี้ยะ! หัวหมอนักนะ! ธิชายอมหยิบซองที่ว่าขึ้นมา นั่งคร่อมทับส่วนที่แข็งตึง มันตอดกระตุกเมื่อสัมผัสกับความชื้นที่ร่างกายฉันปล่อยออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ดูเหมือนว่าฉันเอง.. ก็อยากจะ เอา พี่เตอร์ไม่ต่