"ไม่นะคะพี่น่าน อย่าดูด"
กชกรพยายามใช้มือในการผลักดันใบหน้าหล่อที่กำลังซุกไซ้เข้ามาดูดเม้มตามลำคอระหงของตัวเองออกอย่างสุดแรง โดยเธอได้แต่หวังว่ามือของเธอนั้นจะมีน้ำหนักมากพอที่จะสามารถหยุดรั้งเขาเอาไว้ได้ แม้จะดูเหมือนว่าทุกอย่างดูจะยากเต็มที
"อยากให้เจ้านะมันได้ยินหรือไง กั้งถึงได้พยายามขัดใจพี่นัก บอกไว้ก่อนนะว่าถ้ากั้งยังไม่หยุดขัดขืน พี่จะทำตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้ของกั้งให้เป็นรอย แล้วคอยดูสิว่าพรุ่งนี้กั้งจะตอบเจ้านะว่ายังไง"
คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันพร้อมกับมีรังสีแห่งความไม่พอใจแผ่ขยายออกมาจากดวงตาคม กชกรยังคงจ้องมองดวงตาสีเข้มประดุจเหยี่ยวคู่นั้นเอาไว้ด้วยความนิ่งสงบเพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนจำใจจะต้องปิดเปลือกตาลงยามเมื่อริมฝีปากและลมหายใจอุ่นร้อนนั้นขยับเคลื่อนใกล้เข้ามา
"ยอมให้พี่จูบเสียดีๆ"
เธอจะยอมรับมันจากเขาอีกครั้งก็ได้ หรือไม่ก็อาจต้องยอมให้มันได้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ตราบใดที่ตัวเขายังคงปรารถนา เธอก็คงไม่มีปัญญาจะขัดใจคนบ้าหื่นกามที่ตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาปรนเปรอจูบสุดเร่าร้อนมาให้
กชกรไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะขัดขืนหรือเอ่ยปากห้ามเขาได้อีกต่อไป ในเมื่อเต้านมอวบใหญ่ของเธอก็กำลังถูกดูดขย้ำสลับไปกับการบีบคลึง ณวัฒน์ทำเอาสติสัมปชัญญะของเธอนั้นเลื่อนหลุดลอย เขาเก่งกาจเรื่องนี้เสมอ หรือเป็นเพราะว่าอันที่จริงแล้วเป็นเธอเองที่ไม่เคยได้รู้จักกับความหฤหรรษ์ของเซ็กซ์มาก่อน มีเพียงเขาเท่านั้นที่เป็นคนสอนมัน แล้วก็มักจะทำตัวเป็นอาจารย์คอยทดสอบบทรักเร่าร้อนระหว่างเราอยู่ตลอด
"พี่น่านอย่าทำรอยนะคะกั้งขอร้อง"
"ถ้ากั้งว่าง่ายและไม่ดื้อกับพี่ พี่สัญญาว่าจะไม่ทิ้งร่องรอยให้กั้งต้องรำคาญใจ"
"งั้นก็ช่วยเร็วหน่อยได้ไหมคะ กั้งกลัวว่าเดี๋ยวขนมตื่นขึ้นมาแล้วนะจะพาเข้ามาตาม"
"คำก็นะ สองคำก็นะ นี่กั้งไม่กลัวว่าผัวแบบพี่จะน้อยใจบ้างเลยหรือไง อีกอย่างขนมก็หลับไปแล้วตั้งแต่สองทุ่ม ปล่อยให้คืนนี้ขนมได้นอนกับพ่อของแกบ้างเถอะ นี่พี่ก็ยอมเสียสละกั้งให้ขนมได้นอนกอดมาทุกคืนแล้ว กั้งทำตัวอย่างกับว่าตัวเองเป็นแม่ขนม"
"แต่ขนมเป็นหลานของพี่นะคะ พี่น่านพูดแบบนี้กับหลานของตัวเองได้ยังไง แล้วอีกอย่างพี่น่านก็ไม่ใช่ผัวค่ะ เพราะที่ผ่านมากั้งไม่เคยเต็มใจ มีแต่พี่ที่ชอบบังคับกั้ง"
"หึ แน่ใจเหรอกั้งที่พูดแบบนั้นออกมา งั้นไหนเราลองมาพิสูจน์กันดูอีกทีหน่อยเป็นไง ว่าเซ็กซ์ทุกครั้งที่ผ่านมาของเรา พี่ได้บังคับกั้งจริงหรือเปล่า"
"อ๊ะ พี่น่าน"
จากนั้นชายเสื้อยืดสีขาวตัวสั้นของเธอก็ถูกถลกขึ้น ก่อนที่บราตัวงามจะถูกเขาล้วงเข้าไปปลดตะขอด้านในแล้วจัดการดึงกระชากมันออก แผ่นหลังนุ่มเนียนที่แนบชิดไปกับเตียงนอน ยามนี้ได้แอ่นสะท้านขึ้นเมื่อถูกความเปียกชื้นของลิ้นร้อนครอบครองลงมาบนยอดอก
และนี่คงจะเป็นอีกครั้งที่เธอไม่สามารถขยับกายพลิกหนีไปจากเขาได้ เมื่อณวัฒน์ใช้แรงกำลังกายที่มีมากกว่าตอกตรึงสองข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ที่เหนือศรีษะ แล้วตัวเองก็จัดการลอกคราบดูดกัดแทะเล็มเธอ
จากริมฝีปากนุ่ม เขาขยับเลื่อนไปตามซอกลำคอขาว แล้วค่อยลากยาวลงไปยังแอ่งไหปลาร้า มือข้างที่ว่างจัดการล้วงเข้าไปใต้กระโปรงนอนตัวบาง ก่อนจะซุกซอกเรียวนิ้วยาวเข้าไปเขี่ยสัมผัสกลีบดอกกุหลาบงามที่กำลังผลิตน้ำหวานออกมาจนล้น
"ดูสิ โดนพี่ดูดยังไม่ทันไรกั้งก็เปียก"
หลักฐานคาตาที่ถูกเขาล้วงเข้าไปตรงกลางหว่างขาแล้วยกนิ้วมือขึ้นมาชูให้ดูนั้น ทำเอาแก้มนวลขาวอมชมพูของเธอเปลี่ยนกลับเป็นแดงสุกปลั่ง กชกรไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าทุกครั้งที่เธอถูกณวัฒน์ฉวยโอกาสใช้แรงกำลังที่มีมากกว่าล่อหลอกจนเธอเผลอคล้อยตามเขาทุกทีนั้นมันช่างร้อนแรง ราวกับว่ามันมีปุ่มสวิตช์ไฟ ยามที่เขากดเปิด เธอก็ติด..
สะโพกสอบขยับดันเข้าออกอย่างช้าๆ เพื่ออยากรอดูว่าคนที่ทำเป็นกัดเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางของตัวเองเอาไว้ไม่ให้หลุดออกมานั้นจะทนได้อีกนานสักแค่ไหน เพราะว่าตลอดช่วงเวลาหลายครั้งที่ผ่านมา เขาว่าเขาพอจะรู้แล้วว่าจุดอ่อนของคนตัวเล็กใต้ร่างนั้นอยู่ที่ใด ทุกครั้งยามที่เขาสัมผัสมัน กชกรไม่มีทางต้านทานเขาได้
"อ๊ะ พี่น่านขาตรงนั้นอย่าค่ะ"
"อย่าร้องเสียงดังสิกั้งเดี๋ยวขนมตื่น กั้งเอามือปิดปากตัวเองไว้อย่างเดิมสิครับ ถ้าขืนกั้งคราง พี่จะถือว่าระหว่างเราไม่ได้มีการบังคับฝืนใจกัน"
"พี่น่านอยากจะทำอะไรก็ทำเถอะค่ะ กั้งเสียวจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว คนใจร้ายเลิกแกล้งกั้งสักที"
"งั้นทีนี้กั้งก็ยอมให้พี่เอาดีๆแล้วใช่ไหมครับ คราวหน้ากั้งจะมาบอกว่าพี่บังคับกั้งอีกไม่ได้แล้วนะ ในเมื่อครั้งนี้เราต่างฝ่ายต่างก็เต็มใจ"
ยามใดที่ถูกกระแทกกระทั้น ยามนั้นกชกรก็ใช้ปลายเล็บยาวๆของตัวเองจิกลึกลงไปที่บนแผ่นหลังแกร่งอย่างไม่ยั้ง ส่วนณวัฒน์เองก็ไม่เคยห้าม เขามีแต่จะกัดเธอกลับคืนราวกับพวกซาดิสม์ชอบใช้ความรุนแรง
"รักพี่บ้างหรือยังกั้ง หรือในใจกั้งยังมีแต่นายนะ"
"ถ้ากั้งบอกว่ายังไม่รัก พี่น่านจะปล่อยกั้งไปหรือคะ"
"ไม่มีทาง กั้งเป็นเมียพี่"
"กับผู้หญิงคนอื่น พี่น่านก็คงจะพูดแบบนี้เหมือนกัน"
"แล้วถ้าพี่บอกกั้งว่าตลอดกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้เห็นขาอ่อนพี่เลย กั้งจะเชื่อพี่ไหม"
"ไม่เชื่อค่ะ คนกินดุเซ็กซ์จัดแบบพี่น่าน ใครเชื่อไปก็บ้าเท่านั้น"
หลายอาทิตย์มานี้เธอกับเขามีเซ็กซ์กันมานับครั้งไม่ถ้วน จนมันเริ่มก่อเกิดเป็นความผูกพันธ์ลึกซึ้งขึ้นมาในใจ พาลทำให้ภาพจำของผู้ชายคนเก่า คนที่เคยเป็นเจ้าของพื้นที่สี่ห้องหัวใจของเธอนั้นถูกณวัฒน์เบียดให้ตกไปจนไม่เหลือหลอ แล้วจากนั้นตัวเขาเองก็ค่อยๆคลืบคลานเข้ามายึดครองพื้นที่นั้นแทน โดยมีเธอเองเป็นคนเริ่มเปิดประตูให้
กชกรไม่รู้ว่าควรจะเรียกความสัมพันธ์ครั้งนี้ระหว่างเธอกับเขาว่าอะไร สำหรับเธอทุกอย่างมันยังดูคลุมเครือ ในเมื่อณวัฒน์ทำเหมือนว่าจะหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวเธอ หากแต่ตัวเขาเองก็ยังมีหญิงสาวมากหน้าหลายตามารุมล้อม เจ้าชู้พอกันทั้งพี่ทั้งน้อง ไม่รู้ว่านี่เธอกำลังหนีเสือมาเจอจระเข้อยู่หรือเปล่า หรือว่าคราวนี้เธอต้องทำตัวเป็นพราน แล้วจัดการล่าจระเข้ตัวนี้เสีย จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจเหมือนคราวที่ต้องสูญเสียณภัทรไป
หนึ่งปีก่อนกชกรยืนยิ้มทั้งน้ำตาให้กับภาพบรรยากาศคืนวันแต่งงานของเพื่อนสนิทที่เธอแอบรัก ยืนยิ้มให้กับความพ่ายแพ้ของตัวเองที่ต้องสูญเสียเขาไป ในที่สุดเธอก็คว้าเขาเอาไว้ไม่ได้ เขาเป็นของคนอื่นไปแล้วทำไมความรักของเธอถึงได้ไม่สมหวัง ในวันนี้สิ่งที่เธอทำได้คือเพียงยืนมองชายคนที่ตัวเองรักต้องกลายเป็นของผู้หญิงคนอื่นไปนับจากนี้ ณภัทร คือผู้ชายที่แต่งงานแล้ว เธอคงจะไม่มีโอกาสได้แอบเนียนอิงแอบใกล้ชิดเขาได้อย่างใจปรารถนาเหมือนเมื่อก่อน ในเมื่อเขาคือคนที่มีครอบครัว แถมนีรยาภรรยาของเขาก็กำลังตั้งครรภ์อยู่หลังมือเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่ข้างแก้มของตัวเองพร้อมกับขวดไวน์ที่ถือออกมาจากในงานถูกขึ้นกระดกดื่ม กชกรพาตัวเองหลบออกมานั่งที่ตรงมุมหนึ่งใต้ต้นไม้ภายใต้แสงสลัว ยามเมื่อสายตามองเข้าไปภายในงานแต่งที่พึ่งจบลง หยดน้ำตาก็ได้แต่รินไหล"ทำไมนะถึงไม่เคยมองมาที่กั้งบ้างเลย จนกระทั่งวันนี้ ในสายตานะ กั้งก็เป็นได้แค่เพียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งของนะเท่านั้น ไม่รู้บ้างเลยหรือไงว่ากั้งไม่ได้อยากเป็น"ตลอดหกปีที่ผ่านมา ณภัทรเจ้าชู้ขนาดไหนกชกรรู้ดี ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดี เลยทำให้เขามีผู้หญิงวิ่งเข้าหาเป็นว่าเล่น
ณวัฒน์จ้องมองใบหน้างดงามราวประดุจนางฟ้าของคนที่อยู่ในอ้อมอกตาไม่กระพริบ ถึงแม้ว่าเธอจะเมาแต่เขาก็สะดุดตาเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น ยิ่งวินาทีแรกที่ได้รับตัวเธอเอาไว้ในอ้อมกอดตอนที่เธอล้มลงมายิ่งพอได้พิศมองใกล้ๆ ผู้หญิงคนนี้ยิ่งทำเอาเขาตะลึงงึงงันไปชั่วขณะสายตากวาดมองไปทั่วดวงหน้างาม แม้ว่าคืนนี้ตัวเขาเองก็ดื่มมาไม่น้อย แต่ก็ยังถือว่าครองสติได้ดีกว่าผู้หญิงที่เมาพับอยู่ในอก คิดแล้วก็ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือสมน้ำหน้าเธอดี ที่ปล่อยให้ความรักที่ไม่สมหวังมามีอำนาจควบคุมเหนือกายใจจนทำร้ายตัวเอง แน่นอนว่าถ้าเป็นเขา จะไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นโดยเด็ดขาดผู้หญิงคนนี้กำลังอกหักและกำลังต้องการจะใช้เขาเป็นเครื่องมือในการลืมชายคนรักเก่า ซึ่งถ้าหากว่าเขาจะ 'เอา' มันก็คงจะไม่ผิดในเมื่อเธอเป็นคนเสนอณวัฒน์อุ้มร่างคนเมาก้าวเดินไปวางลงบนเตียงขนาดหกฟุตอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ตัวเขาเองจะตามทาบทับริมฝีปากลงไปประกบจูบ ลิ้นร้อนถูกสอดควานเข้าไปในโพรงปาก หากแต่ท่าทางตอบสนองที่ดูไม่ค่อยจะประสีประสาของคนเมานั้นทำเอาเขาเองชักจะเริ่มหงุดหงิด ดูเหมือนว่าหญิงสาวคนนี้คงน่าจะดื่มเข้าไปไม่น้อย เพราะมันทำให้ทักษะในการจูบของเธ
หลังจากผ่านค่ำคืนอันดุเดือด กชกรก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาและพบว่าตัวเองยังคงถูกกอดเอาไว้ด้วยแขนแกร่งของเขา ร่างกายข้างใต้รู้สึกได้ถึงความปวดระบบจนต้องนิ่วหน้า หากแต่ว่าเจ้าของกายแกร่งนั่นก็ทำเพียงแค่ขยับตัวแล้วพลิกหันหนีไปอีกฝั่งแทนสายตาเหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาว่าพึ่งจะตีห้าครึ่ง นี่เมื่อคืนเธอไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าตัวเองจะเมาจนขาดสติแล้วทำเรื่องบ้าๆพวกนี้ลงไป เธอเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับคนแปลกหน้าความละอายได้เริ่มก่อตัวขึ้น ถึงแม้ว่าจะรู้สึกผิด แต่ชีวิตก็คงต้องเดินไปต่อ เอาเป็นว่าเธอจะขอกลับไปตั้งหลักใหม่ที่กรุงเทพก่อนก็เเล้วกัน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง แต่ตอนนี้เธอเเค่ไม่อยากให้ณภัทรรับรู้ว่าเมื่อคืนเกิดความผิดพลาดอะไรไปกับเธอ ทางเดียวก็คือต้องรีบกลับก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยโทรมาบอกเขาทีหลังก็แล้วกันว่าเธอติดธุระพอก้าวลงจากเตียงก็กะว่าจะรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ สายตาเหลือบไปเห็นเศษถุงยางอนามัยตกเกลื่อนอยู่บนพื้น ซึ่งเธอไม่สามารถรู้ได้จริงๆว่าเมื่อคืนคนบนเตียงใช้มันไปเท่าไหร่ ไม่มีเวลามายืนชักช้า กชกรตัดสินใจเดินมุ่งไปยังห้องน้ำแล้วใช้เวลาในการอาบเพียงแค่ห้านาทีก็แล้วเสร็จ แต่พอเปิดประตูออกมาก
สามอาทิตย์ผ่านไป ตั้งแต่วันนั้นมาเธอเองก็ยังไม่ได้เจอหน้าณภัทรเลย มีเพียงแค่เช้าวันนั้นที่เขาโทรมาตามเพราะว่าหาเธอตอนทานมื้อเช้าไม่เจอ พอเธอบอกว่ามีธุระด่วน เลยต้องกลับกรุงเทพมาก่อน เขาก็รับรู้แล้วก็วางสายไปอย่างว่า คนกำลังมีความสุข ตอนนี้เขาคงจะอยู่ที่ไหนสักแห่งกับลูกในท้องและภรรยา เพราะก่อนจัดงานแต่งงานเขาเคยวางแพลนเอาไว้ว่าหากงานแต่งเสร็จเรียบร้อยก็จะพาภรรยาไปฮันนีมูนต่อทุกๆเช้าเวลาเปิดประตูออกไปทำงาน เธอก็จะมองไปที่หน้าประตูห้องเขาทุกครั้ง ดังกับว่าต้องการที่จะระลึกถึงช่วงวันเวลาสมัยก่อน ตอนที่เขาใช้เธอเป็นเกราะกำบังความเหงาเวลาที่ไม่มีใคร'กั้งคิดถึงนะจัง คิดถึงเราสมัยก่อน'เรื่องราวตั้งแต่สมัยก่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันย้อนประดังเข้ามา วันนั้นเธอและเขาต่างก็เป็นรุ่นน้องปีหนึ่งด้วยกันทั้งคู่ แถมยังถูกจับคู่ให้เป็นบัดดี้กันในกิจกรรมรับน้อง ตอนนั้นเริ่มแรกเธอก็ประทับใจในความหล่อของเขาเหมือนกับผู้หญิงทุกคน แต่พอนานเข้าก็เปลี่ยนมาประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขาแทน ในฐานะเพื่อนสนิท ณภัทรมักจะดูแลเธอดีเสมอ จนคู่ของเธอและเขาถูกเหล่าบรรดาเพื่อนๆในมหาวิทยาลัยช่วยกันตามลุ้นและจับต
กชกรยังคงยืนมองตัวเองหน้ากระจกห้องน้ำตัวชา ไม่คิดจริงๆว่าโลกจะกลมอย่างที่เขาเคยบอกเธอเอาไว้ พอสรุปกับตัวเองได้ว่ามันคือเขา ใจก็นึกอยากเดินออกไปจากร้านให้มันรู้แล้วรู้รอดไป จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้านี่ถ้าไม่ติดว่าอย่างไรก็คงจะต้องขอเข้าห้องน้ำก่อน ไม่เช่นนั้นระหว่างทางกลับบ้าน ถ้าเกิดว่ารถติดบนทางด่วนขึ้นมาแล้วล่ะก็ไม่อยากจะคิดตอนที่ขาเรียวเล็กพาตัวเองขยับเดินเข้าไปใกล้ๆ แม้ว่าจะไม่ได้อยากให้เขาเห็นเธอเลยสักนิด แต่ยังไงเสียทางนั้นก็จำเป็นต้องผ่าน ในเมื่อมันเป็นทางเดียวที่จะพาเธอไปห้องน้ำและไม่มีทางเลี่ยง กชกรจึงทำได้แค่เพียงรีบก้าวยาวๆเพื่อที่จะได้ผ่านมาถึงทางเข้าห้องน้ำได้โดยไวใช่เขาจริงๆด้วย 'ผมชื่อ ณวัฒน์' คำนั้นดังก้องขึ้นมาในหู ผู้ชายคนเดียวกันกับคนที่เธอไม่ได้อยากจะเจอะเจออีกเลยตลอดชีวิต ทำไมโลกนี้ถึงได้ใจร้ายกับเธอนัก หรือว่าปีนี้ดวงเธอจะยังซวยไม่พอ อกหักก็อกหักไปแล้ว ยังจะต้องมาถูกตอกย้ำความผิดพลาดที่เกิดจากความเมามายของตัวเองโดยการที่ต้องมาเจอหน้าผู้ชายนี้ ผู้ที่อยู่ภายใต้เบื้องหลังอันหน้าอับอายของเธอ ได้โปรดหยุดเถอะสวรรค์ โปรดอย่าได้ลงโทษเธออีกเลย แค่เรื่องณภัทรคนเดียวก็ทำให้
หกเดือนผ่านไปสมาชิกใหม่ตัวน้อยก็ได้ลืมตาขึ้นมา เด็กหญิง ณารยา หน้าตาถอดแบบณภัทรออกมาราวกับลูกแกะตัวน้อยๆ เห็นแล้วก็ได้แต่นึกอิจฉาที่ตัวเธอเองกับเขาไม่ได้มีวาสนาต่อกัน ไม่เช่นนั้นลูกของเธอและณภัทรก็คงจะออกมาน่ารักแบบนี้ ช่วงหลังมานี้เธอไม่ค่อยได้จมปลักอยู่ณภัทรแล้ว เรียกได้ว่าเริ่มตัดใจขึ้นมาได้บ้างหลังจากที่ณภ้ทรเองก็มักจะหายหน้าหายตาเอาเวลาไปดูแลเอาใจใส่ภรรยาที่ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที จึงทำให้เธอได้เห็นหน้าเขาน้อยลง และพอได้เห็นทีไรก็เป็นอันว่าต้องมีภรรยาของเขาพ่วงท้ายตามมาด้วยทุกครั้ง และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเริ่มตัดใจจากณภัทรได้เร็วมากขึ้น"ลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าชังจังเลยนะ หน้าตาถอดแบบนะมาไม่มีผิดเพี้ยนเลย ว่าแต่ชื่อเล่นว่าอะไรน่ะคิดเอาไว้หรือยัง"กชกรหอบของเยี่ยมมาเยี่ยมหลานสาวตัวน้อยตั้งแต่เช้า ทันทีที่ณภัทรส่งข่าวเธอก็รีบแหกขี้หูขี้ตามา แม้ว่าเมื่อคืนดึกดื่นกว่าที่เธอจะกลับถึงบ้านแล้วได้นอนก็เกือบจะเช้า แต่พอเป็นเรื่องของณภัทรทีไร ทั้งสมองและหัวใจก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'เอาไว้ค่อยกลับไปนอนต่อใหม่ก็แล้วกัน'"ชื่อขนม น้องขนมลูกพ่อนะกับแม่น้ำหวานน่ะ กั้งว่าน่ารักดีไหม"ณ
หนึ่งปีผ่านไป ทุกอย่างที่กชกรเคยคิดเอาไว้ถึงชีวิตครอบครัวอันสวยหรูของณภัทรก็ดูท่าว่าจะไม่เป็นไปตามนั้น ช่วงหลังมานี้ณภัทรและนีรยาเริ่มมีปากเสียงกันบ่อยขึ้น สาเหตุเธอเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่มีหลายคราที่ณภัทรมักจะหอบเอาลูกสาวมาฝากไว้กับเธอตอนดึกๆแล้วบอกเพียงแค่ว่าจะออกไปตามหานีรยากลับบ้าน ยิ่งพักหลังๆมา เธอแอบได้ยินแม่บ้านกับลุงยามหน้าคอนโดคุยกันว่าสงสารณภัทรที่ต้องตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงลูกคนเดียว เมื่อนีรยามักเอาแต่เที่ยวจนดึกดื่มกว่าจะยอมกลับบ้าน หลายทีที่เธอเลิกงานกลับมาตอนดึกแล้วเดินสวนกันกับฝ่ายนั้นที่กำลังเดินออกไป หากแต่ก็ไม่ได้มีใครทักใครด้วยเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการที่จะรู้จักเธออยู่แล้ว หนักมากเข้าบางทีก็มีผู้ชายมาจอดรับทำไมชีวิตของณภัทรถึงตกมาอยู่ในสภาพนี้ได้ หรือว่าจะเป็นผลจากเวรกรรมที่เขาเคยทำเจ้าชู้เอาไว้ ทำให้ชีวิตคู่ของเขาถึงต้องเป็นแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะสงสารเขามาก แต่เธอจะไปทำอะไรได้พอเปิดประตูลิฟท์มายังชั้นที่ห้องเธออยู่ เสียงทะเลาะกันที่ดังมาจากห้องณภัทรก็เริ่มดังขึ้น มีการขว้างปาข้าวของ มิหนำซ้ำเธอยังได้ยินเสียงลูกสาวเขาร้องไห้ลั่นออกมาจากภายในห้องอีกกชกรได้แต่ย
กชกรตื่นมาโดยการที่เห็นณภัทรประกาศขายคอนโดและต้องการหาพี่เลี้ยงเด็กผ่านทางโซเซียลมีเดียของเขาเองช่องทางหนึ่ง ข้อความเหล่านั้นทำเอากชกรถึงกับใจหายวูบเมื่อระลึกได้ว่าอีกเพียงไม่นานเขาก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อแล้ว แถมเธอเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าณภัทรจะย้ายไปอยู่ไหน ที่เขาบอกว่าจะพาลูกสาวหนีนีรยาไปนั้นมันที่ใดกัน แต่คงจะไม่ใช่ในกรุงเทพนี้แน่ๆ พอตั้งสติได้ โทรศัพท์มือถือก็ถูกหยิบขึ้นมาเพื่อต่อสายหาณภัทรทันที เธอยังงงอยู่เลยว่าทำไมทุกอย่างถึงได้ปุบปับแบบนี้ ทั้งๆที่เมื่อวานนี้ตอนที่คุยกันเธอยังไม่เห็นว่าณภัทรจะเอ่ยเรื่องอะไรเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ"นะ อยู่ไหนน่ะ กั้งเห็นนะประกาศขายคอนโดแล้ว ทำไมทุกอย่างมันถึงได้เร็วปุบปับแบบนี้"'นะว่าจะพาลูกย้ายไปอยู่ที่เขาใหญ่น่ะกั้ง พอดีว่านะปรึกษาเรื่องนี้กับแม่ แล้วแม่เขาเป็นห่วงหลาน ก็เลยไปขอร้องคุณพ่อให้ช่วยหาทางออกให้ คุณพ่อก็เลยบอกว่าให้นะพาลูกไปอยู่ที่นั่นแล้วนะเองก็ไปช่วยท่านทำงาน ติดก็แค่ตรงที่ว่านะยังหาพี่เลี้ยงให้ขนมไม่ได้'"หมายความว่านะจะย้ายไปอยู่ที่โน่นเลยเหรอ งั้นต่อไปนี้กั้งก็จะไม่ได้เจอนะอีกแล้วใช่ไหม"พอถึงตอนนี้น้ำเสียงของเธอก็อ่อนลง พลาง
หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างที่กรุงเทพเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว กชกรก็พาตัวเองย้ายมาที่เขาใหญ่ในเวลาต่อมา คอนโดของเธอนั้นไม่ได้ถูกขาย ส่วนหนึ่งข้าวของที่เก็บเอาไว้ยังคงอยู่ที่นั่นเป็นส่วนมาก ส่วนกระเป๋าที่ติดตัวมาที่นี่มีเพียงสองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เท่านั้นที่เธอยัดใส่หลังรถมา โดยณภัทรบอกว่าให้เธอย้ายมาอาศัยอยู่ที่บ้านพักของเขาได้เลย ที่นี่มีที่พักให้พร้อมถ้าหากว่าเธอไม่ติด เพราะช่วงหลังๆมานี้เขาเองต้องเลี้ยงลูกเองคนเดียว เด็กหญิงณรายาก็เลยค่อนข้างติดเขา เขาก็เลยอยากให้ลูกอยู่ในสายตาตลอด ซึ่งนั่นกชกรคิดว่าก็เป็นเรื่องดีเสียอีกที่เธอจะได้มีโอกาสได้กลับมาอยู่ใกล้กับณภัทรกชกรใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าในการขับพาตัวเองมาถึงยังอาณาบริเวณที่ตั้งของโรงแรมหรูขนาดใหญ่ใจกลางเขาใหญ่ โรงแรมแห่งนี้เธอเองก็เคยพอได้เห็นผ่านตามาบ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นหนึ่งในธุรกิจของบิดาณภัทร ทันทีที่รถยนต์ของเธอขับเลี้ยวเข้ามาจอดยังส่วนที่เป็นบ้านพักสไตล์โมเดิร์น ซึ่งอยู่เลยมาทางส่วนที่เป็นโรงแรมไกลอยู่พอสมควร กชกรก็ได้แต่ตกตะลึงในความงามของบ้านและทัศนียภาพที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา โดยบ้านพักที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เป็นบ้า
หลังจากเกมรักที่ถูกบงการโดยเขาจบไป กชกรก็ลืมตาตื่นขึ้นมาบนหน้าอกแกร่งอีกครั้งโดยที่เธอยังคงถูกเขากอดเอาไว้ ส่วนคนด้านบนยังคงนอนหลับเป็นตาย ฟังดูจากเสียงลมหายใจเข้าออกที่ดังสม่ำเสมอของเขาแล้วน่าจะกำลังหลับสบายดวงตากลมโตกระพริบอยู่สองสามทีขณะที่เงยขึ้นไปมองใบหน้าที่แสนจะหล่อเหลานั่น เธอยังคงทำเป็นนอนนิ่งเพราะกลัวว่าถ้าเธอขยับตัวแล้วเขาจะตื่น เลยทำเป็นยังคงนอนนิ่งให้เขาได้กอดไปเรื่อยๆไม่ขยับ จนกระทั่งที่แถวบริเวณสะโพกเริ่มถูกลูบไล้จากฝ่ามือใหญ่ คิ้วเรียวงามก็ค่อยขมวดขยุ้ม แน่นนอนว่าถ้าลองได้ลูบก้นเธอเล่นได้แบบนี้ เขาก็คงจะตื่นแล้วนั่นแหละ รวมทั้งวงแขนแกร่งเริ่มบีบกระชับกอดเธอแน่นขึ้น จากนั้นอยู่ๆมือเธอข้างหนึ่งก็ถูกเขาจับลากและดึงลงไปข้างล่างและจับเขากับบางสิ่งบางอย่างที่กำลังตื่นตัว'ไอ้คนทะลึ่ง' กชกรร้องด่าเขาอยู่คนเดียวในใจ แต่พอจะชักมือหนีไป เขาก็ไม่ยอมให้เธอปล่อย แถมยังบังคับให้เธอจับมันแน่นขึ้นอีก แล้วเขาก็หลุดเสียงครางกระหึ่มออกมาจากในลำคอ"อ่า ซี๊ด""คนบ้า ลามก ปล่อยฉันนะ!"เขาไม่ปล่อย หากแต่ขย้ำก้นนุ่มๆของเธอแรงขึ้นก่อนจะใช้ลำแขนที่กอดเธอเอาไว้อยู่รัดเธอให้เข้าหาตัวเขาแน่นขึ้น
"นี่คุณ อ๊ะ""ผมชื่อน่าน เรียกชื่อผมสิ"ใบหน้างามสะบัดส่ายศรีษะไม่ยอมทำตามอย่างที่เขาบอกอย่างง่ายๆ ในขณะที่ตัวคนที่ออกคำสั่งเองก็กำลังเมามายอยู่กับโนมเนื้ออย่างไม่ยอมลืมหูลืมตา กระโปรงเดรสตัวสั้นค่อยๆถูกรูดขึ้นมาหาต้นขาอย่างช้าๆแล้วฝ่ามือร้อนก็ลูบคลึงไปตามสะโพกงามอย่างถือดีทำเอาเรี่ยวแรงกำลังที่เธอเคยมีนั้นหายวับและดับสูญ กชกรทำได้แค่นอนรอรับสัมผัสที่เขาเป็นคนบงการอย่างร้อนรุ่มเท่านั้น จากนั้นต้นขาเรียวงามด้านในก็เริ่มถูกรุกรานด้วยนิ้วแกร่งแล้วเขี่ยสะกิดเข้ากับขอบกางเกงชั้นในพร้อมทั้งแหวกมันออกมาไว้ข้างๆ"อ๊ะ ไม่นะ""ปฏิเสธผมทั้งๆที่เปียกขนาดนี้ไม่ทรมานหรือไง""มะ ไม่ อ๊ะ ไม่ อ๊า"ทุกๆคำว่า 'ไม่' ของเธอแลกมาด้วยการที่เกสรกุหลาบงามถูกนิ้วร้ายนั่นถูไถ เรียวขางามค่อยถ่างอ้าออกอย่างช้าๆ ยามเมื่อเขาสัมผัสอย่างลืมตัว จนในที่สุดก็เผยให้เห็นความงดงามสะกดสายตาที่น่าหลงใหลถูกเคลือบเอาไว้ด้วยน้ำหวานเยิ้มวาววับจับตาในขณะที่นิ้วของเขาสอดมุดเข้าไปอย่างช้าๆ กชกรก็ได้แต่หลับตานิ่งด้วยความเสียวซ่าน นี่เธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับความต้องการทางร่างกายอีกแล้วอย่างนั้นหรือ เธอกำลังยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่
ทันทีที่บานประตูถูกปิดเขาก็วางเธอลงกับพื้นอย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น พอได้โอกาสความเป็นอิสระคืนจากคนตัวใหญ่ กชกรก็รีบผละตัวเองออกจากร่างแกร่งและถอยหลังทันที แต่ดันกลับถอยเซไปชนเข้ากับเหลี่ยมของชั้นวางรองเท้าอย่างแรงจนตัวงอ"โอ๊ย เจ็บจัง""พอมีสติก็กลัวผมขึ้นมาทุกที ไอ้ตอนที่เมาๆอยู่ทำไมถึงไม่กลัวผมบ้าง ทำตัวเป็นเมรีขี้เมาแบบนี้ เกิดไปเจอผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ผมขึ้นมาจะทำยังไง"แม้ว่าจะเจ็บ แต่พอได้ยินคำพูดของคนบางคนที่แสนจะขัดหูเข้าไป คนที่ยืนตัวงออยู่ก็หันขวับกลับมามองเขาตาขวางอย่างแทบไม่อยากเชื่อหูที่เขาหยิบเอาความผิดพลาดของเธอในอดีตขึ้นมาพูดใหม่อีกครั้งได้หน้าตาเฉยราวกับว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ทั้งๆที่ตัวเขาเองนั่นแหละตัวดี"คุณพูดอย่างกับว่าเจอคุณแล้วมันน่าปลอดภัยนัก""อย่างน้อยผมก็ไม่เคยบังคับฝืนใจใคร""แต่เมื่อกี้ตอนที่อยู่ในลิฟท์ คุณพึ่งจะฉวยโอกาสกับฉัน""เมื่อกี้คุณไม่ได้เต็มใจจูบกับผมหรอกเหรอ เห็นยืนนิ่งเชียว ไอ้ผมก็นึกว่าคุณเต็มใจ" "คุณมันทุเรศ รีบกลับออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ" "ข้อศอกของคุณเลือดออก อุปกรณ์ทำแผลบ้านคุณอยู่ไหน""ไม่จำเป็น ฉันดูแลตัวเองได้""อย่ามัวแต่ชักช้าสิคุณ เดี๋ยว
สรุปว่าคอนโดห้องเก่าของณภัทรนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้หญิงคนนั้น ดีที่ว่าอย่างน้อยก็ไม่ใช่ของฝ่ายชาย เธอไม่ได้ไปล่วงรู้ข้อมูลมาจากไหนหรอก แต่ว่าเป็นจากณภัทรนั่นเองที่เผอิญพูดออกมาว่าคอนโดของเขาถูกขายให้หญิงสาวที่เป็นรุ่นน้องของนีรยา ชื่อ ยลรดาคืนนี้เป็นงานเลี้ยงส่งเธอคืนสุดท้ายที่จัดโดยหัวหน้าฝ่ายแผนกที่เธออยู่ กชกรรู้ดีว่าตนเองนั้นเป็นคนเก่ง ยิ่งถ้าเป็นเรื่องงานก็ยิ่งหนักเอาเบาสู้และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงาน พอมาวันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้าย ทำเอาทุกคนต่างก็เศร้าไปตามๆกันเข็มนาฬิกาบนข้อมือเธอบอกเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว คืนนี้นับว่าเธอเองก็ถือว่าดื่มเข้าไปมากอยู่ ดีที่ว่ามีเพื่อนสนิทรุ่นน้องอาสาขับรถกลับมาส่งให้ เธอเลยได้ถือโอกาสปล่อยผีไปเสียหนึ่งวัน"จอดส่งพี่ตรงนี้แหละตาล ถึงคอนโดแล้วพี่เดินกลับขึ้นไปเองได้ ขอบจายตาลมากนะ แล้วก็ขับรถกลับบ้านดีๆล่ะ พี่ไปเองได้ พี่ไหว""แน่ใจนะพี่กั้งว่าไม่ให้ตาลเดินขึ้นไปส่ง""แน่จายน่า นี่ถึงคอนโดพี่แล้วจากลัวอาราย"กชกรพยายามประครองสติ แม้ว่าน้ำเสียงจะยานคางเล็กน้อย แต่ก็พยายามดึงสติกลับมาโฟกัสทุกอย่างให้ได้เหมือนเดิม เพื่อที่ว่ารุ่นน้องจะได้ไม่เต้องเ
กชกรตื่นมาโดยการที่เห็นณภัทรประกาศขายคอนโดและต้องการหาพี่เลี้ยงเด็กผ่านทางโซเซียลมีเดียของเขาเองช่องทางหนึ่ง ข้อความเหล่านั้นทำเอากชกรถึงกับใจหายวูบเมื่อระลึกได้ว่าอีกเพียงไม่นานเขาก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อแล้ว แถมเธอเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าณภัทรจะย้ายไปอยู่ไหน ที่เขาบอกว่าจะพาลูกสาวหนีนีรยาไปนั้นมันที่ใดกัน แต่คงจะไม่ใช่ในกรุงเทพนี้แน่ๆ พอตั้งสติได้ โทรศัพท์มือถือก็ถูกหยิบขึ้นมาเพื่อต่อสายหาณภัทรทันที เธอยังงงอยู่เลยว่าทำไมทุกอย่างถึงได้ปุบปับแบบนี้ ทั้งๆที่เมื่อวานนี้ตอนที่คุยกันเธอยังไม่เห็นว่าณภัทรจะเอ่ยเรื่องอะไรเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ"นะ อยู่ไหนน่ะ กั้งเห็นนะประกาศขายคอนโดแล้ว ทำไมทุกอย่างมันถึงได้เร็วปุบปับแบบนี้"'นะว่าจะพาลูกย้ายไปอยู่ที่เขาใหญ่น่ะกั้ง พอดีว่านะปรึกษาเรื่องนี้กับแม่ แล้วแม่เขาเป็นห่วงหลาน ก็เลยไปขอร้องคุณพ่อให้ช่วยหาทางออกให้ คุณพ่อก็เลยบอกว่าให้นะพาลูกไปอยู่ที่นั่นแล้วนะเองก็ไปช่วยท่านทำงาน ติดก็แค่ตรงที่ว่านะยังหาพี่เลี้ยงให้ขนมไม่ได้'"หมายความว่านะจะย้ายไปอยู่ที่โน่นเลยเหรอ งั้นต่อไปนี้กั้งก็จะไม่ได้เจอนะอีกแล้วใช่ไหม"พอถึงตอนนี้น้ำเสียงของเธอก็อ่อนลง พลาง
หนึ่งปีผ่านไป ทุกอย่างที่กชกรเคยคิดเอาไว้ถึงชีวิตครอบครัวอันสวยหรูของณภัทรก็ดูท่าว่าจะไม่เป็นไปตามนั้น ช่วงหลังมานี้ณภัทรและนีรยาเริ่มมีปากเสียงกันบ่อยขึ้น สาเหตุเธอเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่มีหลายคราที่ณภัทรมักจะหอบเอาลูกสาวมาฝากไว้กับเธอตอนดึกๆแล้วบอกเพียงแค่ว่าจะออกไปตามหานีรยากลับบ้าน ยิ่งพักหลังๆมา เธอแอบได้ยินแม่บ้านกับลุงยามหน้าคอนโดคุยกันว่าสงสารณภัทรที่ต้องตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงลูกคนเดียว เมื่อนีรยามักเอาแต่เที่ยวจนดึกดื่มกว่าจะยอมกลับบ้าน หลายทีที่เธอเลิกงานกลับมาตอนดึกแล้วเดินสวนกันกับฝ่ายนั้นที่กำลังเดินออกไป หากแต่ก็ไม่ได้มีใครทักใครด้วยเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการที่จะรู้จักเธออยู่แล้ว หนักมากเข้าบางทีก็มีผู้ชายมาจอดรับทำไมชีวิตของณภัทรถึงตกมาอยู่ในสภาพนี้ได้ หรือว่าจะเป็นผลจากเวรกรรมที่เขาเคยทำเจ้าชู้เอาไว้ ทำให้ชีวิตคู่ของเขาถึงต้องเป็นแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะสงสารเขามาก แต่เธอจะไปทำอะไรได้พอเปิดประตูลิฟท์มายังชั้นที่ห้องเธออยู่ เสียงทะเลาะกันที่ดังมาจากห้องณภัทรก็เริ่มดังขึ้น มีการขว้างปาข้าวของ มิหนำซ้ำเธอยังได้ยินเสียงลูกสาวเขาร้องไห้ลั่นออกมาจากภายในห้องอีกกชกรได้แต่ย
หกเดือนผ่านไปสมาชิกใหม่ตัวน้อยก็ได้ลืมตาขึ้นมา เด็กหญิง ณารยา หน้าตาถอดแบบณภัทรออกมาราวกับลูกแกะตัวน้อยๆ เห็นแล้วก็ได้แต่นึกอิจฉาที่ตัวเธอเองกับเขาไม่ได้มีวาสนาต่อกัน ไม่เช่นนั้นลูกของเธอและณภัทรก็คงจะออกมาน่ารักแบบนี้ ช่วงหลังมานี้เธอไม่ค่อยได้จมปลักอยู่ณภัทรแล้ว เรียกได้ว่าเริ่มตัดใจขึ้นมาได้บ้างหลังจากที่ณภ้ทรเองก็มักจะหายหน้าหายตาเอาเวลาไปดูแลเอาใจใส่ภรรยาที่ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที จึงทำให้เธอได้เห็นหน้าเขาน้อยลง และพอได้เห็นทีไรก็เป็นอันว่าต้องมีภรรยาของเขาพ่วงท้ายตามมาด้วยทุกครั้ง และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเริ่มตัดใจจากณภัทรได้เร็วมากขึ้น"ลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าชังจังเลยนะ หน้าตาถอดแบบนะมาไม่มีผิดเพี้ยนเลย ว่าแต่ชื่อเล่นว่าอะไรน่ะคิดเอาไว้หรือยัง"กชกรหอบของเยี่ยมมาเยี่ยมหลานสาวตัวน้อยตั้งแต่เช้า ทันทีที่ณภัทรส่งข่าวเธอก็รีบแหกขี้หูขี้ตามา แม้ว่าเมื่อคืนดึกดื่นกว่าที่เธอจะกลับถึงบ้านแล้วได้นอนก็เกือบจะเช้า แต่พอเป็นเรื่องของณภัทรทีไร ทั้งสมองและหัวใจก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'เอาไว้ค่อยกลับไปนอนต่อใหม่ก็แล้วกัน'"ชื่อขนม น้องขนมลูกพ่อนะกับแม่น้ำหวานน่ะ กั้งว่าน่ารักดีไหม"ณ
กชกรยังคงยืนมองตัวเองหน้ากระจกห้องน้ำตัวชา ไม่คิดจริงๆว่าโลกจะกลมอย่างที่เขาเคยบอกเธอเอาไว้ พอสรุปกับตัวเองได้ว่ามันคือเขา ใจก็นึกอยากเดินออกไปจากร้านให้มันรู้แล้วรู้รอดไป จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้านี่ถ้าไม่ติดว่าอย่างไรก็คงจะต้องขอเข้าห้องน้ำก่อน ไม่เช่นนั้นระหว่างทางกลับบ้าน ถ้าเกิดว่ารถติดบนทางด่วนขึ้นมาแล้วล่ะก็ไม่อยากจะคิดตอนที่ขาเรียวเล็กพาตัวเองขยับเดินเข้าไปใกล้ๆ แม้ว่าจะไม่ได้อยากให้เขาเห็นเธอเลยสักนิด แต่ยังไงเสียทางนั้นก็จำเป็นต้องผ่าน ในเมื่อมันเป็นทางเดียวที่จะพาเธอไปห้องน้ำและไม่มีทางเลี่ยง กชกรจึงทำได้แค่เพียงรีบก้าวยาวๆเพื่อที่จะได้ผ่านมาถึงทางเข้าห้องน้ำได้โดยไวใช่เขาจริงๆด้วย 'ผมชื่อ ณวัฒน์' คำนั้นดังก้องขึ้นมาในหู ผู้ชายคนเดียวกันกับคนที่เธอไม่ได้อยากจะเจอะเจออีกเลยตลอดชีวิต ทำไมโลกนี้ถึงได้ใจร้ายกับเธอนัก หรือว่าปีนี้ดวงเธอจะยังซวยไม่พอ อกหักก็อกหักไปแล้ว ยังจะต้องมาถูกตอกย้ำความผิดพลาดที่เกิดจากความเมามายของตัวเองโดยการที่ต้องมาเจอหน้าผู้ชายนี้ ผู้ที่อยู่ภายใต้เบื้องหลังอันหน้าอับอายของเธอ ได้โปรดหยุดเถอะสวรรค์ โปรดอย่าได้ลงโทษเธออีกเลย แค่เรื่องณภัทรคนเดียวก็ทำให้