"ไม่ไปเว้ย ทำไม?" คนตัวโตยืนหาเรื่องหลานชายที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ หญิงสาวไม่หยุด
"ถอยห่างไปเลย (ว่าพลางผลักอาตัวเองออกห่างอาสาวคนสวย) อย่ามาใกล้อาเจ้าเลย" เด็กน้อยว่าพลางทำสีหน้าจริงจัง
"ง่อ...หวงเฉย ไม่รักอาโรมแล้วงี้" อาหนุ่มเลิกคิ้วถามพลางใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มรอคำตอบ
"ไม่!" "หมื่นนึง" คนตัวโตเริ่มให้ราคาความรักกับหลานชาย
"ก็งั้น ๆ" "สองหมื่น" โรมเพิ่มราคานิ่ง ๆ ทำเอาคนฟัง 2 คู่ปรับคุยกันถึงกับกลั้นขำ โรมมักจะหาเรื่องเปย์หลานชายแบบนี้เสมอแทนที่จะให้เป็นของเล่นแต่จะให้เป็นเงินเก็บแทนโดยให้เหตุผลว่าของเล่น เล่นแป๊บเดียวเดี๋ยวก็เบื่อแต่มีเงินในบัญชีโตขึ้นจะได้มีเงินไปเรียนต่อเมืองนอกเหมือนอามาร์ค (จากัวร์เคยร้องไห้ตามมาร์คเพื่อนของโรมตอนที่มาร์คกลับมาไทยแล้วโรมพาหลานไปส่งเพื่อนที่สนามบิน)
"นิดนึงก็ได้" คนตัวเล็กว่าพลางเหล่ตามองรอราคาเพิ่ม
"สามหมื่น เต็มที่"
"สี่หมื่นจะยอมนอนด้วยเลยคืนนี้" หลานชายว่าพลางยักคิ้วอย่างเหนือกว่า
"แหม... ไอ้งก อามีแค่สามหมื่นจะรักไม่รัก"
"อย่ามาพูด พ่อบอกว่าอาโรมมีตังค์เยอะ นี่น้อยแล้วนะถ้าไม่โอเค จาขึ้นราคาได้อีกนะ" คนตัวเล็กกอดอกว่าสีหน้าจริงจัง
"เค สี่หมื่นก็ได้ บอกรักอามาก่อน" คนตัวโตว่าพลางนั่งลงแล้วยื่นแก้มให้หลานชายบอกรัก
"อย่ามาโกง ไม่ได้บอกว่าจะบอกรักนะ ถ้าให้บอกรักด้วยอาต้องจ่ายมา ห้าหมื่นครับ"
"โห... ขึ้นเป็นผดเลยไอ้งก" โรมว่าพลางยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แล้วอุ้มหลานชายขึ้นนั่งที่เก้าอี้ข้างตัวเอง
"งกอะไร จาต้องจ่ายค่าผิดนัดอาเจ้าด้วยนะ จารับปากอาเจ้าไปแล้วว่าจะนอนด้วยน่ะ จาผิดนัดจาต้องจ่าย อาเล็กอาน้อยอีก จาก็ผิดนัดไง นี่เพื่ออาโรมคนเดียวเลยนะ" เด็กน้อยอ้างทำสีหน้าจริงจังจนผู้ใหญ่แอบขำกับคำพูดที่ได้ยินคนที่บริษัทพูดบ่อย ๆ ว่าถ้าผิดนัดหรือผิดสัญญาต้องจ่าย
"ขนาดนั้น แล้วไปตกลงราคากับอาเจ้าเขาแล้วเหรอ ถึงจะมารีดไถอาน่ะ" อาหนุ่มว่าพลางชำเลืองมองหญิงสาวที่เดินมานั่งลงข้างตัวเอง
"เพื่อ...มนุษย์?? มนุษย์อะไรนะครับพ่อ" ขมวดคิ้วพลางหันไปถามพ่อที่นั่งอยู่ตรงข้ามอาหนุ่ม
"มนุษยธรรม..." "เออ...นั่นแหละ เพื่อมนุษยธรรมครับ เราผิดนัดเราก็ต้องจ่าย นี่อาโรมจ่ายจาแค่คนเดียว จาต้องจ่าย 3 คน คนละ 500 จาก็ขาดทุนไปเยอะเลยนะ" เด็ก 4 ขวบว่าพลางยกมือขึ้นนับนิ้ว
"โห... ขาดเยอะมากนะลูก จาจ่ายตั้งคนละ 500 3 คน ห้าหมื่นไม่พอหรอก จาต้องไปเบิกธนาคารหรือยืมคุณปู่มาจ่ายเพิ่มอีกนะ เป็นหนี้เยอะนะพ่อว่า" คนเป็นพ่อปั่นลูกชายขำ ๆ ส่วนคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ โรมหัวเราะเบา ๆ อย่างน่ารักกับการโต้ตอบของเด็กต่างวัยทะเลาะกัน
"งั้น (นับนิ้ว) แปดหมื่นพอครับอาโรม จาลดให้แถมจุ๊บด้วย 2 จุ๊บ นี่ไม่ได้กำไรเลยนะ เอาไม่เอา" หลานชายตัวแสบหันไปพูดกับอาหนุ่มอย่างน่าเอ็นดู
"โห... ลดสุด ๆ เพื่ออาเจ้าเลยว่างั้น" ชายหนุ่มถามขำ ๆ พลางตักกับข้าววางใส่จานให้หลานชายไปด้วย "แล้วจะบอกรักด้วยหรือเปล่า"
"ก็บอกไง นอนด้วย จุ๊บด้วย 2 ที เอาไม่เอา" คนตัวเล็กว่าอย่างเหนือกว่า
"เค... ดีล" อาหนุ่มว่าพลางยกมือขึ้นทำไฮไฟฟ์กับหลานชาย การเปย์แบบนี้ไม่ใช่ว่าเขาจะให้หลานบ่อย ๆ แต่นานแล้วที่เขาไม่ได้ให้เงินเก็บหลานเพราะมาไม่ค่อยได้เจอกันและอยู่กันคนละบ้าน แล้วถึงเจอกันก็ไม่มีเหตุผลที่จะให้ (แต่ก็ไม่ได้ให้ตามยอดนะ จากัวร์เพิ่งเรียนอนุบาล 1 เขายังไม่รู้ตัวเลขและที่พูดหลักหมื่นก็เพราะได้ยินมาจากที่ทำงานของพ่อทั้งนั้น)
"จ่ายเลยมั้ยล่ะ" เด็กน้อยว่าพลางยิ้มตาหยี
"กินข้าวก่อนเหอะไอ้งกเอ๊ย งกได้พ่อจริง ๆ เอ็งนี่" โรมว่าพรางยีหัวหลานชายอย่างหมั่นเขี้ยว แล้วตักข้าวเข้าปาก ก่อนจะตักกับข้าวให้หลานแล้วหันไปตักกับข้าววางใส่จานของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เนียน ๆ
หลังจากทานข้าวเสร็จ 2 อาหลานพากันเดินไปเล่นด้วยกันในห้องนั่งเล่น โรมจากที่จะไปร้านทีแรกวันนี้กลับเปลี่ยนใจไม่ไปซะดื้อ ๆ ให้เหตุผลว่าจะนอนกับหลาน ส่วนเจ้าขานั้นไปช่วยแม่บ้านเก็บจานชามโดยที่ใครห้ามก็ไม่ฟัง เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเข้ามาในห้องนั่งเล่นอีกรอบตามคำสั่งของคุณอา
"น้องเจ้าลูก พรุ่งนี้ให้พี่โรมพาไปซื้อชุดนักเรียนนะคะ แล้ววันจันทร์ให้พี่เขาพาไปลงทะเบียนนะลูก" คุณอารวิดาว่ากับลูกสาวบุญธรรมของพี่ชายยิ้ม ๆ
"ไม่ลำบากหรอกค่ะ พรุ่งนี้เจ้าไปกับเล็ก น้อยได้ แล้ววันจันทร์เจ้านัดเพื่อนไว้แล้วว่าจะไปพร้อมกัน เจ้าจะไปดูห้องมันด้วยว่าอยู่ตรงไหน พ่ออัฐกับแม่มาจะได้ย้ายห้องเลยค่ะ" หญิงสาวว่ายิ้ม ๆ เธอขอพ่อบุญธรรมกับแม่มาแล้วว่าจะออกไปพักข้างนอกเองถึงพ่อบุญธรรมเธอจะไม่เห็นด้วย แต่แม่เธอก็เกรงใจคนบ้านนี้อยู่ดี
"ย้ายทำไมที่นี่ห้องก็ตั้งเยอะ" โรมว่าขึ้นขณะที่กำลังเล่นอยู่กับหลานชาย
"ใช่ครับอาเจ้าไม่ต้องย้ายหรอกจาไม่มีเพื่อนเล่นครับ อาโรมไม่ค่อยกลับบ้าน อาโรมติดหญิง" เด็กน้อยหันมาบอกอีกเสียงแต่ก็เหมือนทิ้งระเบิดใส่หัวอาหนุ่มซะแบบนั้น
"โอ๋ย... ไอ้แก่แดด ติดหญิงที่ไหนวะอาต้องทำงานต้องเรียนมั้ยล่ะ" โรมเริ่มจะหันไปต่อปากต่อคำกับหลานชายอีกรอบ
"ใช่ที่ไหน ทีอามาร์คกับอาเทนยังเรียนจบแล้วเลย มีแต่อาโรมน่ะเรียนยังไม่จบ"
"มะเหงกหนิ รู้ดีนะเอ็งนี่ เดี๋ยวปั้ด โบก!" ว่าพรางผลักหัวหลานแรง ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
"อ้าว อา ทำแบบนี้จาไม่นอนด้วยนะ" สงครามต่างวัยเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จากการไม่ยอมกันทำเอาคนในห้องนั่งเล่นส่ายหน้า
"เจ้า อาว่าพากันไปพักผ่อนก่อนเถอะลูก ขับรถมาเหนื่อย ๆ เล็กน้อยด้วยไปนอนเถอะไปลูกไป" คุณหญิงรวิดาพูดกับลูกสาวบุญธรรมพี่ชายและผู้ติดตามยิ้ม ๆ ทั้ง 3 จึงพากันเดินขึ้นห้องไปอย่างว่าง่าย
ชั้น 2 ห้องนอนของเจ้าขา
ทั้ง 3 คนเดินเข้ามาในห้องที่เล็กและน้อยปูที่นอนปิคนิคไว้ข้างเตียงด้านติดหน้าต่างเรียบร้อย กระเป๋าเสื้อผ้าของทั้ง 3 วางอยู่โดยที่เจ้าขาไม่ให้แม่บ้านจัดเข้าตู้ เพราะคิดว่าอีก 2-3 วันพ่อบุญธรรมและแม่ของตนมาจะได้ย้ายออกไเลย ไม่ต้องจัดของใหม่ เธอมีกระเป๋าใบเล็กอีกใบที่เอาเสื้อผ้าใส่ไว้ 2-3 ชุดเพื่อง่ายที่จะให้อยู่ที่บ้านนี้
"เจ้าจะอาบน้ำเลยบ่" เล็กเอ่ยถามหญิงสาวด้วยภาษาอีสาน
"หึ จะคุยกับแมงปอก่อน พวกเจ้าอาบน้ำก่อนเลย เดี๋ยวเฮาไปคุยที่ระเบียง" ตอบพร้อมกับหยิบมือถือเดินไปเปิดระเบียงออกแล้วกดโทรออกหาเพื่อน ส่วนหนุ่มผู้ติดตามทั้ง 2 ต่างพากันผลัดกันอาบน้ำจนเสร็จเรียบร้อยก่อนจะพากันนั่งกราบพระสวดมนต์ก่อนนอน
"พรุ่งนี้เจ้านัดแมงปอว่าจะไปซื้อชุด จะไปด้วยกันมั้ย เลาะกรุงกัน" หญิงสาวว่ายิ้ม ๆ แล้วเดินไปเปิดกระเป๋าใบเล็กหยิบผ้าเช็ดตัวและชุดนอนเตรียมจะเดินเข้าห้องน้ำ
"ไปดิ นาน ๆ มาทีต้องเปิดหูเปิดตาหน่อย แต่เอารถใหญ่ไปนะ เจ้าไม่ต้องเอามอไซค์ไปหรอก วันนี้ตอนสะบัดตรงลำตะคองข่อยใจหายแว้บเลย" น้อยว่าพลางพูดถึงเหตุการณ์ช่วงกลางวันที่หญิงสาวขับหลบก้อนดินที่ร่วงลงมาจากรถบรรทุกจนสะบัดเกือบลงข้างทาง
"อย่าดังไป แล้วอย่าพูดให้แม่ได้ยินนะเดี๋ยวโดนยึดรถ กว่าแม่จะยอม พ่ออัฐช่วยพูดอยู่เป็นเดือนเลยนะ" เด็กดื้อว่ายิ้ม ๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ
"หึ" โรมหัวเราะในลำคอกับบทสนทนาของทั้ง 3 เขาตั้งใจเอาบัตรเครดิตมาให้เจ้าขาไปซื้อของใช้เอง เพราะพรุ่งนี้ต้องไปธุระกับเพื่อนที่ต่างจังหวัดทำให้พาเธอไปซื้อของตามคำสั่งของคุณพ่อไม่ได้ เมื่อได้ยินแบบนั้น ชายหนุ่มจึงหันหลังกลับเข้าห้องตัวเอง แล้วตั้งใจจะมาหาเธออีกรอบ
ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำเอา 2 หนุ่มที่นั่งอยู่ที่ที่นอนปิคนิคมองหน้ากัน เล็กลุกเดินมาเปิดประตูพร้อม ๆ เจ้าขาเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี"ไผมา?" เสียงหญิงสาวเอ่ยถามพลางนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่มีเพียงครีมบำรุงวางอยู่แค่กระปุกเดียว"พี่โรม" เล็กตอบสั้น ๆ พร้อมกับเปิดประตูออกกว้างให้ชายหนุ่มเดินเข้ามา โรมมองที่นอนที่ 2 พี่น้องปูนอนฝั่งข้างหน้าต่างแล้วหันมองหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังทาครีมบำรุง ในแบบที่ทำเอาอึ้งเพราะไม่คิดว่าเธอจะทำอะไรง่ายขนาดนั้น คือกดครีมใส่มือแล้วลูบตั้งแต่หน้า ขาแขนตัวด้วยครีมกระบุกเดียวครั้งเดียวครบเรียบร้อย ขนาดเขาเป็นผู้ชายเขายังมีครีมมากกว่าเธอและยังแยกหน้ากับตัวเองออกจากกัน แต่เธอไม่! หญิงสาวปล่อยผมยาวสยายเต็มหลัง แล้วนั่งใช้แปรงหวีอันใหญ่สางเบา ๆ ก่อนจะใช้มือสางจนฟูสะบัดซ้ายขวาแล้วตลบจากด้านหลังไปด้านหน้าเปิดพัดลมจ่อแทนการใช้ไดร์ซึ่งไม่มั่นใจว่าเธอมีหรือเปล่า และเขาเองก็เป็นคนผมค่อนข้างยาวเหมือนกัน จึงคิดว่าถ้าน้องไม่มีเขาน่าจะหาให้เธอไว้ใช้บ้างเพราะถ้าผมไม่แห้งแล้วนอนโอกาสที่จะเป็นหวัดในตอนเช้าจะมีมาก"ไม่มีไดร์เหรอ?" ชายหนุ่มขมวดคิ้วถาม "พี่ให้ยืมได้นะ"
"แบบนี้ก็แสบน่าดูสิครับแม่" นายหนุ่มว่าพลางเหลือบมองขึ้นไปบนห้องที่ตอนนี้ได้ยินเสียงเจ้าขาหัวเราะร่วนไม่หยุด"ไม่หรอก แกก็เป็นไปตามวัยนั่นแหละแล้วอีกอย่างอยู่นั่นก็ไม่ค่อยมีเด็กผู้หญิงให้เล่นด้วยเด็ก ๆ มาซ้อมมวยก็มีแต่ผู้ชายซะส่วนใหญ่ เลยออกจะห้าว ๆ ไปนิดนึง แต่บทจะหวานน้องก็หวานมากนะ น่ารักแบบนี้แม่ชอบ" คุณหญิงรวิดาพูดกับลูกชายพลางตักข้าวเข้าปากแล้วชำเลืองมองสามีอย่างมีเลศนัย ขณะที่ได้ยินเสียงของเล็กกับน้อยเดินคุยกันลงมาด้านล่าง"เล็ก น้อย มากินข้าวด้วยกันสิลูก" คุณหญิงรวิดาเอ่ยเรียกกันเอง"พวกผมไปกินในครัวกับป้าแม่บ้านสะดวกกว่าครับ มีข้าวเหนียวด้วยเมื่อเช้าผมลุกขึ้นมาหุงไว้แล้วครับ" เล็กหันมาตอบยิ้ม ๆ "แล้วเจ้าล่ะ" โรมเอ่ยถามคนที่ยังไม่ลงมา"กำลังอาบน้ำครับ เพิ่งคุยกับพ่อใหญ่เสร็จครับ" น้อยหันมาตอบชายหนุ่มยิ้ม ๆ ซึ่งพ่อใหญ่ที่เขาเรียกก็คือท่านอัฐลุงของชายหนุ่มนั่นเอง แต่เด็ก ๆ ที่ท่านดูแลสอนมวยให้จะเรียกท่านว่าพ่อใหญ่กันหมดยกเว้น เจ้าขาที่ท่านให้เรียกว่าพ่อหรือพ่ออัฐมาตั้งแต่เด็ก ๆ "คุณอาขา วันนี้เจ้ากับระรานจะไปหาเพื่อนกันนะคะ คงจะกลับเย็น ๆ หรือดึก ๆ เลยค่ะ" เด็กสาวสะพายกระเป๋าใ
"ป๋าจริงเว้ย พ่อไม่สงสัยแล้วทำไมเงินเก็บแกถึงไม่เยอะ ก็เอ็งเล่นแจกแบบนี้นี่เอง" คุณศาสตราขำกับความใจป้ำของลูกชาย"ใช่ที่ไหนล่ะครับพ่อ เงินเก็บผมก็ลงทุนมั้ยครับ แล้วเงินหุ้นที่บริษัทปันให้แต่ละปีผมก็ให้แม่จัดการมาตลอดไม่เคยยุ่งเกี่ยวนะ ผมก็แค่เสนอสิ่งที่ดี ๆ ให้เท่านั้น น้องเป็นผู้หญิงมันต้องดูแลมั้ย จะมอเตอร์ไซค์ไปมหาลัยงี้ จะออกไปอยู่ข้างนอกงี้ แต่ละอย่างมันปลอดภัยที่ไหน ขนาดไอ้ 2 แสบ แค่ขี่จักรยานยังพากันเทกระจาดศอกแตกให้ไอ้เทนบินด่วนจากเชียงใหม่ได้เลยนะครับ แล้วเกิดเจ้าขาเป็นอะไรไปลุงอัฐไม่บินด่วนมาเหยียบคอหอยเอาหรือไง" ชายหนุ่มให้เหตุผลยาวเหยียด ซึ่งพอดีกับเทนขับรถเข้ามาจอดในบ้าน"คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีครับ" เทนเอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เพื่อน"มาเทนกินข้าวด้วยกันลูก" คุณศาสตราทักเพื่อนลูกชายยิ้ม ๆ"ผมเรียบร้อยมาแล้วครับพ่อ แล้วนี่มึงคุยกับคุณพ่อยังเรื่องรีสอร์ตตกลงว่าเอาไง" เทนตอบพ่อเพื่อนแล้วหันมาถามเพื่อน"ยังว่ะ แต่ไปดูก่อนถ้าราคาตามที่พูดก็ไม่มีปัญหานี่ กูพอมีเงินเก็บอยู่ไม่รบกวนพ่อกับแม่กูหรอก" โรมหันไปพูดกับเพื่อนพร้อมกับยกน้ำขึ้นดื่ม"รีสอร์ตอะไรหรือลูก" ค
"เฮ้ย! ได้ไงวะ นี่เราเจอก่อนนะ" แมงปอว่าเสียงดังอย่างไม่พอใจ"ราคาเป็นหมื่น สภาพบ้านนอกแบบนี้คงมีปัญญาจ่ายหรอก นู่น...งานเซลล์อยู่หน้าร้านนู่น อย่ามาสะเออะในร้าน" สาวสวยว่าพลางเบะปากมองเจ้าขาและเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้าเหยียด ๆ"ก็ราคาแค่หมื่นมั้ยวะ บ้านนอกแล้วไง ปากแบบนี้อยากกราบตีนบ้านนอกมั้ยล่ะ" แมงปอว่าอย่างเหลืออดถึงพวกเธอจะเด็กบ้านนอกแต่เรื่องเงินแมงปอไม่เคยขัดสนเพราะเธอก็เป็นลูกสาวคนเล็กของกำนันดัง มีที่มรดกให้เช่าเป็นพันไร่ ถึงไม่ทำงานก็มีกินแถมเธอยังเป็นนักมวยค่าตัวแพงพอ ๆ กับเจ้าขาอีกด้วย"เฮ้ยมึง ใจเย็น..." เจ้าขาพูดกับเพื่อนรักเสียงหวานแล้วมองหน้าพนักงานและลูกค้าสาวสวยตัวแสบนิ่ง ๆ"ชุดนั้นเมื่อกี้มันอยู่ในมือเราแล้วเรากำลังจะลอง มีอีกชุดไซส์ s มั้ย" เจ้าขาชี้ไปที่ชุดที่หญิงสาวหยิบไปวางบนเคาน์เตอร์"มีค่ะ สักครู่ค่ะลูกค้า" พนักงานของร้านว่าขึ้นยิ้ม ๆ เตรียมจะเดินเลี่ยงไปหยิบอีกชุดมาให้"ชั้นไม่ใส่ชุดซ้ำกับอีบ้านนอกนี่นะ ถ้าแกเอามาให้มันลองฉันจะไม่ซื้อร้านแกอีก" หญิงสาวว่าขึ้นเสียงดังจนพนักงานชะงัก เพราะสาวคนนี้เคยมากับลูกชายคนเล็กของร้านและมาซื้อร้านนี้ประจำ (แต่ใช้ส่วนลดนะ)
"สวย ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะคุณโรม แอลี่ไปลองนะคะ" สาวสวยว่าพลางทำท่าจะลุกขึ้นจากพนักเก้าอี้ไปลอง ทำให้คนตัวเล็กที่ไม่ได้เดินมานั่งตวัดตามองหน้าโรมอย่างเอาเรื่องทันที"ผมเปลี่ยนใจ ผู้จัดการเอาชุดพวกนี้ส่งที่บ้านผม บอกว่าของคุณเจ้าขา " โรมบอกผู้จัดการแล้วลุกขึ้นยืนเอามือล้วงกระเป๋ามองหน้าคนตัวเล็กนิ่ง ๆ"บ้านคุณโรม? หรือคะ" ผู้จัดการสาขาทวนพลางหันไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่สลับกันไปมาอึ้ง ๆ"ครับ บ้านผม แล้วนี่คือคุณเจ้าขา ต่อไปเธอมาก็ให้เกียรติเธอด้วย แล้วอย่าให้ผมได้ยินอีกว่าที่ร้านนี้เลือกปฏิบัติ" ชายหนุ่มว่าเสียงนิ่งแล้วกวาดตามองรอบร้านก่อนจะสบตากลมโตของคนที่กำลังมองเขาอยู่"แล้วบอกทุกสาขาว่าต่อไปไม่มีใครมีส่วนลดอะไรในชื่อผมถ้าผมไม่ได้มา แล้วห้ามผู้หญิงคนนี้เข้ามาระรานอะไรในร้านผมอีก" ว่าพลางตวัดตามองสาวสวยที่นั่งข้าง ๆ เมื่อครู่เหยียด ๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าหญิงสาวที่ตัวเองเรียกว่าน้องยิ้ม ๆ "พอใจมั้ยครับ""ยัง! ทีหลังก็สอนกีให้ดี ๆ ระวังจะเจ็บตัวโดยใช่เหตุ" หญิงสาวออกคำสั่งแล้วจับมือเพื่อนเตรียมจะเดินออกนอกร้าน เมื่อเห็น 2 หนุ่มเล็กน้อยเดินถือของเข้ามา"เดี๋ยว... (โรมว่าพลางคว้าข้อมือบางเอาไว้จ
"เรามาดูเสื้อนักศึกษา มีไซส์ s ให้ลองมั้ยคะ พอดีว่าร้านข้างล่างไม่สะดวก" เจ้าเขาถามยิ้ม ๆ"มีน่ะมี แต่ลองแล้วต้องซื้อนะคะน้อง แล้วร้านเราของแบรนด์ไม่มีตัวละร้อยนะ" พนักงานสาวพูดเสียงนิ่ง แต่ไม่ยอมขยับตัวเดินไปหยิบเสื้อมาให้เธอลอง"รู้ค่ะ อ่านออกแล้วตกลงว่าจะให้ลองให้ซื้อมั้ยคะถ้าไม่จะได้ไปร้านอื่น" แมงปอตอบอย่างอารมณ์เสีย "คนพวกนี้ยังไงนะแค่เสื้อตัวไม่กี่บาททำยังกับตัวละแสนงั้นแหละ""ก็ดูสภาพน้องแล้วไม่น่าจะมีจ่ายนี่คะ งานเซลล์ชั้นล่างก็มีนะ" พนักงานคนเดิมว่าสวนขึ้นแล้วทำท่าจะเดินออกไปทางอื่น"เอ่อ... สวัสดีค่ะ คุณหนูอยากได้อะไรพี่หาให้ค่ะ" ผู้ชายเรียบร้อยเดินออกมาจากด้านในแล้วกระวีกระวาดพุ่งมาทันที เมื่อเห็น 2 สาว ที่สาขาข้างล่างเพิ่งส่งรูปมาให้ดูเมื่อไม่ถึง 5 นาทีมายืนอยู่ที่ร้านตัวเอง"เราอยากได้เสื้อนักศึกษาค่ะ พอดีว่าเห็นเนื้อผ้าที่ร้านข้างล่างแล้วแต่ยังไม่ได้ซื้อ เห็นว่าแบรนด์เดียวกันเลยคิดว่าผ้าไม่น่าจะต่างกัน" เจ้าขาว่าว่ายิ้ม ๆ จริง ๆ ทีแรกก็กะว่าจะไปซื้อเซลล์นั่นแหละแต่ตอนนี้โมโหแล้วเจอเด็กเจ้าของบัตรมากวนประสาท เลยกะจะรูดบัตรเล่นซะซักแสนครึ่งแสนเอาให้เหงื่อซึมกันไปเลย"ได้ส
"ขอบคุณมากนะคะที่มาอุดหนุน โอกาสหน้ามาใหม่นะคะ" โม้นาว่าเสียงหวานพร้อมกับคืนบัตรเครดิตให้หญิงสาวก่อนจะยื่นถุงเสื้อผ้ามาให้ยิ้ม ๆ"ขอบคุณมากค่ะ แล้วโอกาสหน้าไม่กลัวหนูมาไล่พนักงานพี่ออกหรือคะ ฮ่า ๆๆ" เจ้าขาว่าอย่างอารมณ์ดี "พวกเราไปแล้วค่ะขอบคุณนะคะ สวัสดีค่ะ" "สวัสดีค่ะ/ครับ" ว่าพลางยกมือไหว้ ก่อนที่ทั้ง 3 เพื่อนจะยกมือไหว้ตามอย่างนอบน้อมทำเอาโม้นาหน้าเหลอหลาเพราะไม่คิดว่าพวกเธอจะยกมือไหว้พนักงานกันแบบนี้ "สะ...สวัสดีค่ะ" โม้นาขานรับพรางไหว้ย่อเข่าอ่อน..."ระราน พวกแกซื้ออะไรเยอะแยะเนี่ย" แมงปอถามขึ้นทันทีที่พ้นร้าน เมื่อเห็น 2 ศรีพี่น้องซื้อของเต็มไม้เต็มมือ"ซื้อเสื้อผ้าไปให้พ่อกับแม่น่ะ กะว่าก่อนเปิดเทอมจะกลับบ้านแล้วก็ซื้อรองเท้าใหม่คนละคู่ เมื่อเช้ามีป๋าให้ตังค์มาต้องใช้ซะหน่อย" น้อยตอบยิ้ม ๆ"อ๋อ... งั้นเราไปชั้น 5 กันก่อน คุณอาฝากไปเอากระเป๋าที่สั่งไว้กลับบ้านด้วย" เจ้าขาพยักหน้าพร้อมทั้งบอกเพื่อนอย่างนึกได้"งั้น ปะ หวังว่าร้านนั้นคงไม่เหยียดเราอีกนะ ต่อไปกูจะมาห้างกูต้องบอกพ่อขายนาซื้อเบนซ์ล่ะ แล้วหาเกิบงาม ๆ ใส่แทนไอ้ผ้าใบตราดาวนี่" แมงปอว่าพลางยกรองเท้าให้เพื่อนดู"จะยากอะไ
"พี่จีน่าคะ คือว่า..." "เอาน่า นิ่งไว้ค่ะพี่จัดการเอง" จีน่าพูดสวนแมงปอขึ้นทันทีก่อนที่เธอจะพูดจบแล้วเดินมาลากแขนเจ้าขาไปอีกคน"เดี๋ยวค่ะพี่จีน่า เจ้าเห็นใบที่ชอบแล้วค่ะขอไปดูใบนั้นก่อนนะคะ" เจ้าขารีบเบรกเพราะกลัวว่าภรรยาพี่ชายจะพาไปเลือกใบที่แพงในร้าน เธอจึงมองใบที่ราคาไม่แพงมากและสามารถจ่ายเองได้ แล้วรีบเดินไปหยิบมาทาบกับตัวแล้วยิ้ม "เจ้าอยากได้ใบนี้ค่ะ มันเน้นใช้งานดี""โอเค เอาใบนี้ด้วยค่ะแล้วก็ใบนี้ด้วย อ้อ...ไปเรียนต้องบุก ๆ หน่อย เอาแบบนี้ 2 ใบค่ะพี่ผักกาด แล้ว...." จีน่าว่าพลางเดินไปที่โซนกระเป๋าสะพายของผู้ชายแล้วหันมามอง 2 หนุ่มหันไปมองกระเป๋า "เอากระเป๋าสะพายแบบนี้ดีกว่านะพี่ว่าดีกว่าครอสต์บอดี้เยอะเลยใส่ของได้เยอะด้วย ชอบสีอะไร" จีน่าเดินถือกระเป๋ามา 2 ใบคล้ายกันแต่ต่างสีเดินมาหา 2 หนุ่มพรางถามอย่างปรึกษาทำเอาทั้ง 2 มองหน้ากันกลืนน้ำลายลงคอฝืด ๆ"พวกผมไม่เอาหรอกครับพี่จี" น้อยว่าพลางเหลือบมองราคากระเป๋า ใบละเกือบแสน *แม่งเกิดมาแค่ใบละ ห้าพันกูก็หน้ามืดแล้ว นี่ 98,000 กูจะเป็นลม ...*"ไม่ได้ค่ะ เอาคนละใบนี่แหละ พี่คะ เอานี่ค่ะ" ว่าพรางยื่นกระเป๋า 2 ใบให้พนักงานอย่างถูกใจ "แล
โรม หรือ รวัช ขึ้นรับตำแหน่งประธานฝ่ายบริหารแทนผู้เป็นพ่อด้วยการขอร้องของครอบครัวในอีก 3 ปีหลังจากที่เขาจบดอกเตอร์ และหลังจากนั้นอีก 5 ปีเขาและเพื่อน ๆ ได้ตกลงกันที่จะปิดบริษัทที่ต่างประเทศ เพราะศิลาและมาร์คย้ายกลับมาไทยถาวร ศิลาขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นบอสใหญ่แห่ง เคเอส กรุ๊ป มีรองประธานฝ่ายบริหารผู้มากความสามารถอย่างมาร์คหรือมนัสพงษ์ 1 ในเพื่อนรักเคียงข้าง โดยที่คุณปู่ของศิลาให้มาร์คถือหุ้นในบริษัทถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อตอบแทนความดีและความซื่อสัตย์ที่เขามีให้คุณหญิงรวิดาวางมือจากร้านเสื้อผ้าของตัวเองให้ลูกสะใภ้ทั้ง 2 ร่วมกันบริหารและถือหุ้นร่วมกันคนละครึ่ง โรมตัดสินใจขายผับให้กับรุ่นน้อง แต่สร้างรีสอร์ตริมทะเลเพิ่มขยายพื้นที่จนใหญ่ที่สุดในจังหวัด โดยให้ปิยะเป็นผู้ดูแลและให้แฮคกับอาร์ขึ้นมาเป็นผู้ช่วยของตัวเองที่บริษัทส่วน สรัญ เขาประสบความสำเร็จกับบริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เริ่มก่อตั้งด้วยทุนจดทะเบียนเพียง 3 ล้านบาทและมีพนักงานแค่เขากับภรรยาในช่วงเริ่มแรกด้วยการช่วยวางแผนของน้องชาย ตอนนี้กิจการก้าวหน้าจนเป็นที่ยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ และเขาก็ปฏิเสธหุ้นของโรงทอที่พ่อจ
งานฉลองบัณฑิตจบใหม่ถูกจัดขึ้นที่ผับชื่อดังไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าไหร่ รถสปอร์ตเปิดประทุนคันสวยวิ่งเข้ามาจอดด้านหน้า พร้อมกับการปรากฎกายของสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่วันนี้เธอจัดเต็มมาด้วยเสื้อผ้าหน้าผมสมกับเป็นภรรยาเจ้าของผับ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่าจะแต่งกายด้วยชุดอะไรหรือเทศกาลอะไรนั่นก็คือสร้อยคอเส้นเล็กจี้พระจันทร์เสี้ยวกับตัวอาร์ที่ใส่ติดคอเธอตลอดตั้งแต่วันแรกที่โรมใส่ให้เมื่อ 4 ปีก่อน เจ้าขาในวันนี้แขวนนวมนักมวยขึ้นเป็นผู้บริหารร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังร่วมกับแม่สามีหญิงสาวก้าวเข้ามาในร้านอย่างมาดมั่น แต่ต้องหยุดชะงักกับภาพเห็นตรงหน้า กับไอ้หนุ่มผมยาวคุ้นตาที่กำลังนั่งดื่มกินและหัวเราะต่อกระซิกอยู่กับสาวสวยคุ้นหน้าคนหนึ่งอยู่ในร้าน"อิป๋า! เมียมายืนหัวโด่อยู่นี่ไม่คิดจะเชิญนั่งรึไง" เสียงหวานปนเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ชายหนุ่มหันขวับกลับมามองก่อนจะยิ้มกว้างแล้วลุกขึ้นเดินมาโอบเอวหญิงสาวไปนั่งลงที่โซฟาตัวเดิม"ฟาง นี่เจ้าขา ภรรยาไอ...เจ้า นี่พี่ฟางฉีเพื่อนร่วมคณะพี่ แล้วนี่ก็พี่จิ๊กหรือพี่แจ็คแฟนพี่ฟาง" ชายหนุ่มแนะนำให้หญิงสาวรู้จักกับเพื่อนผ
2 ปีต่อมาอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ แห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษโรมเดินขึ้นบันไดขึ้นไปที่ชั้น 2 ของอพาร์ตเมนต์แล้วหยุดยืนเคาะประตูหน้าห้องที่ติดบันไดทางเดิน ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ รอคนที่อยู่ข้างในมาเปิดให้ ชายร่างผอมสวมแว่นสายตาค่อนข้างหนาเดินออกมาเปิดประตูแล้วมองหน้าผู้มาเยือนเป็นคำถาม กว่า 2 ปีแล้วที่สรัญพาครอบครัวของเขามาอยู่ที่นี่ โดยการช่วยเหลือของโรมและเพื่อน ๆ โดยที่พ่อเขาไม่ทราบมาก่อน ทั้งเขาและภรรยาทำงานเป็นลูกจ้างร้านสะดวกซื้อที่ไม่ไกลจากที่พักมากนักและให้ลูกชายคนเดียวเข้าเรียนอยู่ที่โรงเรียนฝึกภาษาไม่ไกลจากอพาร์ตเมนต์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะตอนที่เกิดเรื่องบัญชีของเขาที่รับโอนเงินจากบัญชีหุ้นของโรมถูกทางธนาคารสำนักงานใหญ่อายัดไว้ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบและโยงไปถึงบัญชีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันด้วย ทำให้เขาค่อนข้างลำบากในการใช้ชีวิตอย่างมาก การมาที่นี่ในตอนแรกนั้นได้ความช่วยเหลือจากศิลาให้พักอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ของทางบริษัทที่ศิลากับมาร์คพักอยู่ แต่เมื่อทั้งคู่ได้งานจึงขอย้ายออกมาอยู่ที่นี่ และเพราะตอนที่ออกมาจากไทยทั้งคู่ไม่ได้นำเอกสารใด ๆ ติดตัวมาด้วย จึงทำงานได้เพียงพนักงาน
"โอ๊ย! เจ้าลูก หล่อขนาดนี้ รวยก็ปานนี้ แถมรับความมึนของเราได้ขนาดนี้ เป็นแม่นะ แม่พยักหน้าตั้งแต่เกริ่น 3 ประโยคแรกแล้วลูก หรือยังไง อึกอักนี่คือพี่เขาไม่แซบว่างั้น" คุณนายเตือนตาว่ากับลูกสาวพร้อมกับเอ่ยแซวในตอนท้ายทำเอาคนโดนถามถึงกับอายม้วนก้มหลบตาประชาชนแทบมุดม้าหินอ่อนหนี"ก็แซบอยู่" หญิงสาวตอบเสียงอ่อย ๆ อาย ๆ"ถ้าแซบก็เก็บไว้กินเองค่ะลูก รีบรับก่อนผู้ชายจะเปลี่ยนใจค่า" คุณแม่บอกลูกสาวเสียงประชด เจ้าขาเงยหน้าขึ้นแล้วหันไปมองหน้าชายหนุ่มนิ่ง ๆ ตอนนี้ทั้งลานเงียบรอฟังผลตอบรับเหมือนกับว่าตัวเองเป็นคนรอคำตอบซะเอง"ว่าไง เป็นแฟนกับพี่มั้ย" ชายหนุ่มเอ่ยถามยิ้ม ๆ"เป็นแค่แฟนนะ" "อืม...ตอนนี้เป็นแค่แฟนก่อน" ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมกับอมยิ้มขำ ๆ *ตอนนี้เป็นแฟนถึงห้องนอนแล้วค่อยเป็นเมียพี่ก็ได้* ชายหนุ่มคิดในใจ"ก็ได้" คนตัวเล็กพยักหน้าตอบอาย ๆ"อะไรนะ!!" คำถามพร้อมเพรียงเสียงดังขึ้นทันที หญิงสาวลุกขึ้นยืนพร้อมกับมองพี่น้องนักมวยรอบลานแล้วมองหน้าพ่อกับแม่ พี่สาวคนสนิทก่อนจะหันมาตอบชายหนุ่มอีกครั้งอย่างเสียงดังและฟังชัด"เออ...เป็นแฟนกับพ
ตกเย็น ร้านหมูกระทะที่โรมให้น้อยไปสั่งขับรถขนหมูกระทะและอุปกรณ์มาส่งที่โรงซ้อม ชายหนุ่มสั่งเครื่องดื่มเป็นอัดลมและน้ำผลไม้ให้อย่างไม่อั้น ท่านอัฐยืนมองความสนุกสนานของเด็ก ๆ ที่กำลังช่วยกันจัดสถานที่ในการปาร์ตี้กันคืนนี้ยิ้ม ๆ"คิดยังไงมาเลี้ยงหมูกระทะเด็ก ๆ" ท่านอัฐเอ่ยถามหลานชาย"ก็เห็นบ่นอยากกินกันครับแล้วอีกอย่างพวกไปเรียนกรุงเทพก็มากันหมดแล้วเลยเลี้ยงซะหน่อย พรุ่งนี้ผมว่าจะเข้ากรุงเทพด้วยครับลุงว่าจะไปดูคุณพ่อหน่อยครับ" ชายหนุ่มตอบยิ้ม ๆ พร้อมกับถอนหายใจภายหลัง"แล้วไอ้เจ้าว่าไงล่ะ น้องมาเราจะกลับ""ก็...ยังไม่คุยเลยครับ ช่วงนี้น้องต้องซ้อมผมไม่อยากทำให้เจ้าเสียสมาธิ เอาจริง ๆ ที่ผมหนีมานี่ช่วงน้องสอบก็กลัวว่าจะเผลอทำอะไรน้องอีก ไม่อยากให้น้องเสียสมาธิครับลุง" ชายหนุ่มตอบแบบตรงไปตรงมา"แล้ววันนี้ก็หน้าบึ้งทั้งวันทะเลาะกันอีกหรือไง" ท่านอัฐเอ่ยถามพลางปรายตามองชายหนุ่ม"หึ! เปล่าหรอกครับแค่โดนกวนเมื่อคืนแล้วเมื่อเช้าไม่ได้ซ้อมกับเพื่อนแล้วงอแงใส่แค่นั้นครับ แต่เห็นบอกว่าจะออกไปรับแฟนเขาไม่ใช่หรือครับลุง" ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอตอบผู้เป
"ให้ไปอ่านหนังสือสอบ ไม่ใช่ให้ไปหาวิชาปราบผัว" ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับสะโพกที่ขยับอย่างต่อเนื่อง "ซี้ด...เจ้าอย่ารัด" ชายหนุ่มครางยาวแล้วลงประกบจูบ เอวหนาสาวขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง คนใต้ร่างเสียวสะท้านทุกจังหวะที่แก่นกายเข้าไปกระทบผนังด้านในสุด เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้อง เมื่อทั้งคู่ใกล้ถึงฝั่ง ร่างบางเกร็งกระตุกถี่ตอดรัดแก่นกาย แล้วหอบหายใจแรง ๆ จนอกกระเพื่อม เอวหนาเร่งส่งแรงกระแทกกระทั้นส่งตัวเองเสร็จสมตามหญิงสาวไปไม่ห่างกัน ส่งลาวาสีขาวขุ่นพวยพุ่งเข้าร่องสาวแล้วกดแช่ไว้อย่างตั้งใจ "อ่า...เมียพี่สุดยอด" คนตัวโตเอ่ยชมพร้อมกับก้มลงกดหอมที่หน้าผากชื้นเหงื่อแรง ๆ"งือ ออกไปได้แล้ว อิคนบ้าพลัง" หญิงสาวว่าพลางทุบอกแกร่งอาย ๆ"เข้าแล้วไม่มีออกถ้าไม่หมดแม็ก แต่คืนนี้น่าจะสว่างคาตาเพราะคนแถวนี้ปล่อยพี่อดมาหลายวัน" ชายหนุ่มว่าพร้อมกับขยับสะโพกเบา ๆ"อ๊ะ! พี่ ยะ อย่าเพิ่งขยับ อูย..." หญิงสาวรีบทัดทานขึ้นพร้อมกับสูดปากเมื่อรู้สึกว่าสิ่งแปลกปลอมที่อยู่กลางกายเริ่มขยับขยายขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย มือบางดันอกแกร่งไว้ทั้ง 2 ข้าง"ไม่ทันแล้วครับ ตัวเล็ก
โรมเดินออกมาจากหลังม่านพร้อมกับส่งไลน์ไปบอกผู้เป็นลุงว่าเจ้าขากลับมาถึงบ้านแล้ว ก่อนจะยืนขำกับความไม่สังเกตสังกาของหญิงสาว ที่ข้าวของของเขาบางส่วนก็ยังวางอยู่ในห้อง โดยที่เขาไม่คิดจะเก็บ ครู่ต่อมาเจ้าขาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่พันตัวแค่ผืนเดียว ผมยาวสลวยของเธอถูกรวบและหนีบด้วยกิ๊บตัวใหญ่อยู่กลางหัว ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะเครื่องแป้งแล้วมองบรรดาครีมต่าง ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ "หรือว่าแม่ทะเลาะกับพ่อแยกห้องนอนอีกแล้ววะ แล้วครีมเพียบไม่รู้อะไรเป็นอะไรเยอะแยะเป็นโต๊ะอิป๋าเลย" ว่าพลางหยิบครีมคุ้นตาที่เธอเคยเห็นบนโต๊ะของโรมในห้องนอนที่ร้านมาดู "ผู้หญิงก็ใช้ได้ผู้ชายก็ใช้ได้งั้นเหรอ (เปิดออกดม) ก็หอมดีหรอกแต่ทาตรงไหนล่ะนี่ เฟช??...ช่างแม่งเหอะ" ว่าพลางวางลงแล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่ตอนนี้โรมแอบมองเธออยู่ในนั้น "เชี้ย! หลอนเหรอวะเนี่ย" หญิงสาวอุทานเสียงดังเมื่อเปิดตู้แล้วเจอหน้าโรมยิ้มอยู่ในนั้นก่อนจะปิดตู้ทันทีอย่างตกใจแล้วตั้งสติค่อย ๆ เปิดประตูตู้อีกรอบ"ไง คิดถึงผัวจนหลอนเลยเหรอ" ชายหนุ่มเอ่ยทักพร้อมกับก้าวออกมาจากตู้แล้วสวมกอดคนตัวเล็กอย่างคิดถึงก่อนจะกดหอมแก้มป่
"อืม... ก็ตามใจแล้วกัน แล้วรถนี่ซื้อมาทำไมล่ะจะเอามาจอดทิ้งไว้นี่?" ท่านอัฐเอ่ยถามอย่างสงสัยเพราะเห็นว่าโรมมีรถหลายคัน แต่ทำไมถึงซื้อกระบะเพิ่มแล้วบอกว่าตัวเองไม่ค่อยได้ขับกระบะเลยจะทิ้งไว้ให้ใช้งานที่นี่"ใครว่าผมอยากซื้อล่ะครับ โดนเอามาประเคนถึงร้านเลยต่างหาก พอดีน้องรหัสไอ้เทนมันจะเลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการศูนย์แต่ขาดยอด 2 คัน พวกผมเลยโดนบังคับซื้อกันคนละคัน ไอ้เทนมันเอารถเก๋งให้เมียมันขับ ส่วนผมไม่รู้จะซื้อมาทำอะไรเลยบอกมันว่าเอาราคาถูก ๆ มันเลยเลือกคันนี้มาให้" ชายหนุ่มตอบที่มาของรถขำ ๆ "เออ... แล้ววันนี้เจ้าตัวแสบเขาจะกลับมาแล้วนะ เห็นว่าสอบเสร็จเที่ยงก็จะพากันออกมาเลย แวะส่งเจ้าปอก่อนถึงจะกลับบ้านจะได้ไม่ดึกว่างั้น เห็นโทรมาบอกแม่เขาเมื่อเช้า" ท่านอัฐบอกหลานชายยิ้ม ๆ "งั้นคืนนี้ผมก็ต้องลงมานอนห้องข้างล่างแล้วสิครับ เจ้าของห้องจะมาแล้ว" ชายหนุ่มเอ่ยตอบพร้อมกับถอนหายใจ เพราะเมื่อเช้าเขาไปที่ตลาดกับบอยนักมวยในค่าย เขาเห็นผู้หญิงที่เจ้าขาหอมแก้มกลางห้างเดินอยู่กับแม่ของเธอที่ตลาด"เฮ้ย! แม่เขาไม่ได้สั่งก็นอนที่เดิมนั่นแหละ ไม่อยากรู้เหรอว่าปลาไหลอย่างไอ้ตัวแสบเจ้าลูกสาวคุณนายเตือนตา
"พี่อัฐครับ ผมขอโทษ ผมสำนึกผิดจริง ๆ ครับ ที่ผมมานี่ผมไม่ได้มาเพราะอยากให้โรมช่วยโรงทอหรอกครับ ผมแค่อยากขอโทษลูกจริง ๆ ส่วนโรงทอมันจะเจ้งมันจะล่มก็แล้วแต่บุญกรรม เพราะผมถือว่าผมไว้ใจคนผิด ผมทำเรื่องโอนหุ้นที่ผมถือทั้งหมดของโรงทอให้เจ้าโรมวันนั้น ผมเพิ่งเห็นเอกสารที่เลขาเจ้ารันลืมวางไว้ในห้องประชุมว่าเจ้ารันมันเปลี่ยนเอกสารโอนให้เจ้าโรมแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกใบเป็นชื่อของมันรอแต่ตราประทับกับลายเซ็นผมมันก็จะถือหุ้นได้ใหญ่ที่สุดในบริษัท พี่อัฐ... ผมสาบานว่าผมต้องการมาขอโทษลูกแค่นั้นจริง ๆ ครับ สิ่งที่หญิงทำกับลูกผมไม่เคยได้สนับสนุนแต่ยอมรับว่าไม่ได้ขัดเพราะไม่อยากมีปัญหา ผมกลับมาจากทำงานก็อยากได้ยินคำพูดดี ๆ จากที่บ้าน อยากเห็นครอบครัวอบอุ่น" คุณศาสตรานั่งลงกับพื้นพร้อมทั้งพนมมือไหว้พี่ชายภรรยาอย่างรู้สึกผิดที่สุดในชีวิต ซึ่งคนที่ยืนฟังอยู่ด้านนอก ล้วงมือถือออกมากดส่งอีเมล์ออกไปแล้วยืนฟังคำพูดของพ่อกับแม่ต่ออย่างใจเย็น"หึ! ตลก ครอบครัวอบอุ่นเหรอ แล้วเจ้าโรมมันได้เคยได้อุ่นมั่งมั้ยล่ะ กลับมาบ้านก็ได้ยินเสียงประชดประชันกระแนะกระแหนนี่มันอบอุ่นมั้ย คิดถึงจิตใจลูกบ้างหรือเปล่า" ท่านอัฐพูด