Share

บทที่ 2 สัมภาษณ์

Chapter 2

“ผู้จัดการเย่วหาพนักงานที่จะมาทำงานแทนหลิ่งฟางหรือยัง” ผอ. จิ้นฝูเอ่ยถามผู้จัดการแผนกฝ่ายบัญชีขึ้นหลังจากที่คุยงานกันเสร็จ เพราะหลิ่งฟางลาออกไป จึงต้องหาพนักงานใหม่เข้ามาเพิ่ม เพื่อไม่ให้งานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล่าช้าไป

“ผมให้เธอเข้ามาสัมภาษณ์ในวันนี้ตอนสิบโมงเช้า” ซือเหลินตอบ

จิ้นฝูพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่จะพูดขึ้น “งั้นให้มาสัมภาษณ์งานกับผมละกัน ผมมีเรื่องที่อยากลองถามพนักงานเข้าใหม่หน่อย”

“ครับ” เมื่อคุยตกลงกันเสร็จแล้วผู้จัดการเย่วจึงเดินออกจากห้องของผอ. ไป ชายหนุ่มเอนตัวลงพิงพนัก พร้อมกับหันไปมองนาฬิกาที่เป็นเวลาเก้าโมงสามสิบห้านาที อีกเพียงยี่สิบห้านาทีเขาต้องสัมภาษณ์งานพนักงานใหม่ที่จะมาแทนหลิ่งฟางด้วย

จิ้นฝูก้มหน้าสนใจกับเอกสารตรงหน้ารวมถึงฝ่ายออกแบบที่เสนอแบบสินค้าชุดใหม่มาให้เขาตามหัวข้อที่สั่งไป ชายหนุ่มมองอย่างครุ่นคิดราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ายังไม่ถูกใจพอ แต่ก็ต้องดูคำตัดสินจากเฟยหลงอีกครั้ง ว่าจะสั่งแก้หรือให้ทำใหม่ทั้งหมดไปเลย

เมื่อมองเวลาอีกเพียงแค่สิบห้านาทีเขาคงไม่ทันที่จะเดินไปคุยงานกับเฟยหลงแล้ว จึงต่อสายโทรหาเลขาที่หน้าห้องทันที

“ชิงเซียน เข้ามาพบผมหน่อย”

ไม่นานนักร่างของเลขาสาวเดินเข้ามาหาเจ้านายหนุ่ม

“คุณช่วยเอาเอกสารตรงนี้ส่งให้ที่ชั้นยี่สิบเก้าที”

ชั้นยี่สิบเก้า เป็นที่รู้กันนั้นคือชั้นของท่านประธานบริษัทหลวนเฉินที่ทั้งเก่งและหล่อ แต่ทว่าใคร ๆ ก็ไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปโปรยเสน่ห์ให้ ถ้าทำรับรองทางเดียว คือโดนไล่ออกทันที

“ค่ะ” เลขาสาวขานรับก่อนที่จะพูดขึ้น “ผู้จัดการเย่วโทร. มาเมื่อครู่ ว่าพนักงานที่จะมาสัมภาษณ์ได้มาพบแล้ว ไม่ทราบว่าจะให้ผู้จัดการเย่วพามาที่ห้องหรือไม่คะ”

จิ้นฝูเงียบครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดขึ้น “พามาเลย แล้วส่งประวัติของเธอมาให้ผมด้วย”

“ค่ะ” ชิงเซียนตอบก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป พร้อมทำตามคำสั่งคือต่อสายหาผู้จัดการแผนกบัญชีทันที

เธอกำลังจะเข้าไปสัมภาษณ์แล้ว ! !

เหม่ยอี้ยืนอยู่หน้าห้องพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ ขอให้เธอทำใจ

สักสิบวินาทีก่อนจะเดินเปิดประตูเข้าไป

“เธอทำได้เหม่ยอี้ ! ” บอกกับตัวเองก่อนที่จะค่อย ๆ เอื้อมมือไป บิดกลอนประตูแง้มออก ดวงตากลมกะพริบมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะ เท้าขวาก้าวนำเข้าไปในห้องอย่างสั่น ๆ จนกระทั่งปิดประตูลง หญิงสาวก็ยังยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับส่งสายตามองชายหนุ่มที่จะสัมภาษณ์เธอ ก้าวเข้าไปยืนตรงหน้าเขา

“นั่งลงสิ” จิ้นฝูพูดในขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นมอง

รอยยิ้มโปรยเสน่ห์ของชายหนุ่มยังคงเหมือนเดิมที่จะทำให้สาว ๆ ตกหลุมรัก ไม่ต่างจากเหม่ยอี้ในตอนนี้เลย เธอกำลังมองเขาตาค้าง ! !

คนอะไรหล่อจัง ! !

จิ้นฝูก้มหน้าลงอ่านชื่อของหญิงสาว “ฟางเหม่ยอี้”

คนที่นั่งอยู่แทบจะได้ยินเสียงของชายหนุ่มเล็ดลอดผ่านหูน้อยมาก เพราะเธอกำลังหลงในความหล่อของคนตรงหน้าอย่างจังๆ

“ทำไมคุณถึงมาสมัครงานที่นี่” คำถามแรกที่เขายิงมาเล่นทำให้เหม่ยอี้หยุดชะงักลง

หญิงสาวอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก พลางคิดทวนคำถามของเขาในใจ ทำไมน่ะเหรอ...ก็เธอสมัครไปทุกที่น่ะสิ ที่ไหนรับก็เอาไว้ก่อน ! !

“ฉันคิดว่า....”

“อยากทำงานที่บริษัทนี้ค่ะ”

ตอบเหมือนจะไม่ค่อยตรงสักเท่าไหร่เลย

จิ้นฝูยิ้มออกมา มองหญิงสาวแก้มป่องตรงหน้าก็อดที่จะขำออกมาไม่ได้ “ผมขอถามอีกคุณข้อเดียว”

เหม่ยอี้มองหน้าชายหนุ่มที่ยิ้มให้ แต่เธอกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนี้ดูน่ากลัวที่สุด คำถามจะเป็นแบบไหนกันนะ ! หัวใจเต้นแรงสุดๆ ทั้งลุ้นกับคำถามและเต้นเพราะความหล่อของคนตรงหน้า

“คุณเคยใช้เสื้อผ้าจากแบรนด์บริษัทของเรามั้ย ?”

ฉึก ! เหม่ยอี้ทำหน้าหนักใจขึ้นทันที จะตอบโกหกว่า เคยใช้ค่ะ !

แต่เธอโกหกไม่เป็น ถึงโกหกก็โกหกไม่เนียน โดนจับได้ทุกครั้ง !

“เอ่อ...” หญิงสาวอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก แต่สีหน้าแสดงออกมาจนจิ้นฝูรู้ทันทีว่าแทนคำตอบว่าไม่เคยใช้...เขาจึงรอดูท่าทีของเธอ

“ฉัน...ไม่เคยซื้อเลยค่ะ...สักครั้ง” ตอบไปแล้ว ! ตอบไปจนได้...

เหม่ยอี้ก้มหน้าลงอย่างหมดหวังกับโอกาสที่จะได้งานทันที จิ้นฝูยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “เพราะอะไร ?”

ไหนว่าคำถามสุดท้ายไงเล่า...คำถามนี้ตอบยากกว่าอีก

เหม่ยอี้ฉีกยิ้มให้เขาพร้อมกับท่าทางของเธอยังหนักใจที่จะตอบอยู่

“เอ่อ...คือว่า...”

“ตอบเลย ผมอยากรู้” จิ้นฝูยิ้มให้ แต่กลับไม่ได้ปลอบใจของ เหม่ยอี้เลยหนำซ้ำยังกลายเป็นแรงกดดันอย่างสูง

“คำถามนี้ต้องตอบจริง ๆ ใช่มั้ยคะ” ดูยากสำหรับเธอไปเลย เหตุผลน่ะมีแน่ แต่ใครจะกล้าพูดออกไปล่ะว่าเพราะอะไร ?!

เพียงแค่จิ้นฝูพยักหน้าเหม่ยอี้ก็ฉีกยิ้มหวานให้ แล้วเบี่ยงสายตาหันไปมองทางอื่น

“ที่ไม่ใช้เพราะ” เธอกัดฟันตอบเขา

“ฉันคิดว่า...”เหม่ยอี้มองหน้าของชายหนุ่มที่ยังรอฟังคำตอบจากเธอ หญิงสาวก้มหน้าลงก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ “ฉันคิดว่า...ราคาแพงเกินไปค่ะ บางทีก็เสียดายเงินเลยไม่อยากซื้อ แต่อยากได้นะ...”

“แพง ?”

จิ้นฝูทวนคำทันทีโดยที่ไม่ถามอะไรต่อนอกเสียจาก เอื้อมมือหยิบปากกาเซ็นที่แฟ้มเอกสารแล้วปิดลงทันที

เหม่ยอี้มองเขาที่ปิดแฟ้มประวัติของเธอ หญิงสาวก้มหน้าสลดทันที หมดแล้ว...งานของเธอ คงต้องหางานที่อื่นใหม่หรือรอบริษัทอื่นเรียกตัวมาสัมภาษณ์ แล้วจะเมื่อไหร่กัน ! รู้แบบนี้ไม่น่าตอบแต่แรกว่าไม่เคย

โธ่! เหม่ยอี้เธอช่างโง่เสียจริง !

“คุณพร้อมเข้ามาทดลองงานใช่มั้ย ?”

คำถามนี้หยุดความคิดไร้สาระของเหม่ยอี้ทันที เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแล้วกะพริบตาอย่างงุนงงและตกใจ

เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่ ?

“พร้อม ?” เหม่ยอี้ทวนถามอีกครั้ง

จิ้นฝูพยักหน้า “ใช่”

“จริงๆ ใช่มั้ยคะ ?” เหม่ยอี้ทวนคำอีกรอบ ชายหนุ่มจึงพยักหน้าแทนคำตอบ ดูท่าทีของหญิงสาวที่เหมือนจะเก็บความดีใจไม่อยู่

“พรุ่งนี้เริ่มงานแปดโมงเช้า” จิ้นฝูกล่าว

“เอาละผมมีงานต้องทำต่อ พรุ่งนี้เจอกัน สาวน้อย”

เหม่ยอี้ยิ้มรับอย่างมีความสุข วันนี้คือวันโชคดีของเธอที่สุด ได้ทั้งงานได้ทั้งมองคนหล่อใกล้ ๆ ไม่มีอะไรที่ทำให้เธอฟินได้แบบนี้อีกแล้ว !

มีงานทำแล้ว ! !

เหม่ยอี้ตะโกนอยู่ในใจ ยิ้มออกมาราวกับว่าวันนี้สรรค์เป็นใจที่สุด พรุ่งนี้จะต้องเริ่มทำงานและเป็นวันแรกหลังจากที่นั่งว่างมานานหลายเดือน

หญิงสาวเดินมานั่งลงที่โซฟาภายในห้องทั้งที่ยังยิ้มไม่หุบตั้งแต่ออกจากห้องตอนสัมภาษณ์ ในสมองของเธอนึกถึงภาพใบหน้าของชายหนุ่มที่สัมภาษณ์ ซึ่งยังไม่รู้ชื่อด้วยซ้ำ

วันพรุ่งนี้เธอจะต้องรู้ชื่อเขาให้ได้ !

ความสนใจของเธอหันไปมองนิตยสารที่วางอยู่ตรงหน้า เหมือนเป็นแผลใจอยู่ลึกที่ ๆ จะกลัวการบอกรักใครสักคนอีกครั้ง ไม่เอาแล้ว ! ! เธอจะไม่บอกความรู้สึกของตัวเองให้ผู้ชายคนไหนอีกเด็ดขาด บอกทีไรจำเป็นต้องพบกับความผิดหวังตลอดแค่เธออยู่ใกล้ ๆ เขาก็พอ

เหม่ยอี้หยิบหมอนข้างที่อยู่ข้างตัวขึ้นกอด มีคนบอกเสมอเลยว่าเวลามีความรักจะมีความสุขที่สุด...แต่เธอไม่เคยมีและคงไม่หวังแล้ว

หญิงสาวทำหน้าบึ้งพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปหยิบน้ำดื่มในตู้เย็นออกมาพร้อมกับถุงขนม แล้วเดินกลับมานั่งที่โซฟาเหมือนเดิม การกินสามารถทำให้เธอหายเครียดลงได้ แต่ก็ไม่ดีเท่าไหร่..เพราะสักวันเธออาจจะกลิ้งได้ !เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เหม่ยอี้เอื้อมไปหยิบพร้อมกับมองเบอร์ก่อนที่จะกดรับ

“ฮัลโหล”

[เหม่ยอี้วันนี้ฉันกลับดึกนะ เธอหาอะไรกินไปก่อนเลยไม่ต้องรอ]

เสียงปลายสายของหนิงเหอบอกอย่างรีบร้อน หญิงสาวจึงถามต่อไปทันที “แล้วเธอล่ะ”

[วันนี้ที่รานมีหนังสือเข้าใหม่ ฉันต้องตรวจของน่ะ]

“อ้อ” เธอขานตอบ

[งั้นแค่นี้ก่อนนะ]

เมื่อพูดจบหนิงเหอวางสายไปทันที ขณะที่เหม่ยอี้ถอนหายใจออกมา เพราะวันนี้ต้องออกไปกินอาหารมื้อเย็นข้างนอกคนเดียว

วางโทรศัพท์ลงที่บนโต๊ะก่อนที่จะเข้าห้องหยิบเงินจำนวนหนึ่งรวมถึงเดินไปส่องกระจกจัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อย กลับมาที่โซฟาหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าขึ้นมา พลางคิดถึงเมนูอาหารมื้อเย็นที่ถึง

Desire of love เพียงรักที่ปรารถนา

Related chapters

Latest chapter

DMCA.com Protection Status