Share

คนมิติอื่น

Author: Sanassetong
last update Last Updated: 2024-12-15 23:01:17

เมื่อไปถึงจุดที่ต้นหลิวต้องแสงจันทร์อยู่ในระแวกนั้น มีผู้คนจำนวนมากตั้งกระโจมอยู่บ้าง บางคนแค่มีเบาะรองนั่งอันเดียว บางคนนั่งขัดสมาธิโดยไม่มีผู้ยืนคุ้มกัน บางคนนั่งขัดสมาธิโดยมีคนยืนดูสถานการณ์อยู่ บางคนก็ยืนเฝ้าเพื่อคอยคุ้มกัน ขนาดเหลือเวลาอีกเป็นสองสามวันก่อนถึงพระจันทร์เต็มดวงหรือว่าวันเพ็ญ แต่คนดูหนาตามาก ต้นไม้ก็ขึ้นมากมาย ขนาดยังไม่ถึงต้นหลิวต้องแสงจันทร์เลย สีหน้าของซิงอีและเหล่าสัตว์อสูรที่ตนพามาดีใจอย่างเห็นได้ชัด

"พี่ซิงอีท่านเป็นอะไรไป ทำท่าดีใจราวกับได้ผลหลิวต้องแสงจันทร์มาครอบครองแล้วอย่างใดอย่างนั้น"

มู๋จินเป่าถามด้วยความสงสัย

"เจ้าไม่รู้สึกสิ่งใดเลยหรือ ข้ารู้สึกเหมือนรอบตัวจะมีแรงกดดัน รู้สึกเหมือนจะมีไอวิเศษอยู่รอบตัว ถ้าได้นั่งฝึกอยู่ที่นี่ไม่น่าจะเกินอาทิตย์ข้าต้องเลื่อนวรยุทธได้เป็นแน่ แต่เจ้าไม่รับรู้สิ่งใดเลยหรอ"

ซิงอีกล่าว พลางถามกลับไปด้วยความตกใจตนเดินมาถึงจุดนี้มีแรงกดดันและผ่อนคลายไปในตัว ถึงว่าเห็นผู้คนเหล่านั้นนั่งขับเคลื่อนวรยุทธในร่างกาย และคงจะเสพไอวิเศษเหล่านี้เป็นแน่

"จินเป่านางคงไม่มีวรยุทธอยู่ในตัว นางเลยไม่มีผลกระทบใดๆต่อไอวิเศษ ไม่เจอแรงต้า
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Kojima Rajpin
เนื้อเรื่องแนวทางรวบรัดดี สนุกหรือไม่ยังไม่ถึง อ่านรู้เรื่อง เพียงแต่ ถ้าเรียบเรียงอักขระภาษาไทยได้ดีกว่านี้ คงจะไปได้ดีมากกว่านี้
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ให้ชะตากรรมนำทาง   ได้กำไลมหาศาล

    หลังจากที่มู๋จินเป่าหลับไป ห่าวอู๋อวี่ก็เก็บป้ายหยกที่อาจารย์ จากมิตินิมิตให้มาใส่ในถุงมิติของตน เพราะต้องการจะเสพไอวิเศษของต้นหลิวต้องแสงจันทร์ และต้องการรู้ว่าแรงกดดันที่อยู่ตำแหน่งนี้ ตนจะรับได้มากน้อยเพียงใดถ้าไม่มีป้ายหยก พอเก็บป้ายหยกเข้าไปในถุงมิติทันใดนั้น ก็มีแรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าหาห่าวอู๋อวี่ช่างหนักหน่วงเหลือเกิน และผ่อนคลายไปในตัว ร่างกายของห่าวอู๋อวี่เสพไอวิเศษอย่างตะกละตะกลาม ทุกรูขุมขนเลยก็ว่าได้หลังจากนั้นไม่นานห่าวอู๋อวี่ก็ดิ่งสู่ห่วงฝึกฝนทันที หลังจากที่มู๋จินเป่าหลับได้เกือบสองวันก็สะดุ้งตื่น เพราะอยู่ดีๆก็รู้สึกเย็นวูบๆ พอตื่นขึ้นมาก็เห็นห่าวอู๋อวี่ยังนั่งสมาธิอยู่ และอยู่ๆนางก็รู้สึกเย็นวูบขึ้นมาอีก นางเป็นอะไรไป สักพักก็เย็นขึ้นอีกครั้ง"เจ้านายข้าเลื่อนวรยุทธได้สามระดับแล้ว ตอนนี้ข้าอยู่ในขั้นจิตตราระดับหกดาว พวกเรากำลังย้ายที่สำหรับขับเคลื่อนวรยุทธกัน ทุกคนยกเว้นจื่ออี้เฉินก็เลื่อนวรยุทธคนละสามระดับกัน"ลี่หลินสื่อกับมู๋จินเป่า น้ำเสียงแสดงถึงความดีใจอย่างเห็นได้ชัด"เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้าถึงได้รับรู้ว่าอยู่ๆตัวข้าก็รู้สึกเย็นวูบๆจึงทำให้ข้าตื่นจากพวัง พวกเจ้าท

    Last Updated : 2024-12-15
  • ให้ชะตากรรมนำทาง   เมื่อผลหลิวต้องแสงจันทร์สุก

    เมื่อคืนวันเพ็ญบรรยากาศรอบ ๆ ก็มีผู้คนหนาตาขึ้นมามาก ณ วันนี้ มู๋จินเป่าเองก็รับรู้ได้ว่า ไม่มีผู้ใดเข้าออกจากอาณาเขตที่ห่าวอู๋อวี่กางไว้ ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาห้าทุ่มแล้ว แต่ห่าวอู๋อวี่ไม่มีวีแววที่จะตื่นด้วยซ้ำ อยู่ๆนางก็รู้สึกเย็นวูบขึ้นแสดงว่าลี่หลินออกจากสมาธิแล้ว ครั้นนี้นางรู้สึกเย็นวูบรั่ว ๆ จนไม่ได้นับเพราะกังวลกับเวลาที่จะมาถึง คนที่อยู่ข้างหน้ายังไม่มีวีแววที่จะตื่นด้วย ไม่รู้จะตื่นทันหรือไม่ ครั้นจะไปปลุกก็กลัว เพราะสีหน้าของห่าวอู๋อวี่เยือกเย็น บางครั้งมีไอเย็นออกมาและอยู่ๆก็หายไป แล้วกลับมาอีกวนเวียนอยู่แบบนี้จนนางเองก็ตกใจ"เจ้านายพวกข้าเตรียมพร้อมกันแล้ว ข้ามีวรยุทธเพิ่มอีกห้าระดับตอนนี้อยู่ขั้นมายาระดับที่หนึ่งระดับมนตรา ของข้าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว แต่ตอนนี้พวกข้าก็เข้าใกล้ต้นหลิวต้องแสงจันทรไม่ได้เลย พวกข้าน่าจะต้องเตรียมการอยู่ที่นี้ "ลี่หลินสื่อกับมู๋จินเป่า ว่าตนเลื่อนวรยุทธได้แล้วแต่เข้าใกล้ต้นหลิวไม่ได้อยู่ดี"พวกเจ้าทำได้ดีมาก บริเวณที่ข้าอยู่ใกล้ตนหลิวต้องแสงจันทร์อยู่มาก มองเห็นต้นหลิวต้องแสงจันทร์ แต่มองไม่เห็นผลของมันเลย เจ้ารู้หรือไม่ว่าผลหลิวต้องแสงจันทร์ อย

    Last Updated : 2024-12-15
  • ให้ชะตากรรมนำทาง   คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ

    ทันใดนั้นก็มีแสงสีแดงและสีฟ้าพันกันเป็นเส้นวงกลมพุ่งลงมาจากฟ้ามายังร่างของห่าวอู๋อวี่ และจื่ออี้เฉิน ทุกอย่างก็สว่างขึ้นมาทันที ร่างของทั้งสองลอยขึ้นอยู่เหนือพื้นดินเล็กน้อยสักระยะหนึ่งก็กลับมาอยู่ที่เดิม"เจ้านายของข้าทำสำเหร็จแล้ว ข้าและเจ้านายมีวรยุทธเพิ่มขึ้นแล้ว"จื่ออี้เฉินร้องขึ้นด้วยความดีใจ พลางมองฝูงสัตว์อสูรวิ่งกรูหนีออกมาจากทิศทางที่ต้นหลิวต้องแสงจันทร์อยู่ซึ่งเมื่อครู่มีสายฟ้าฟาดลงมาเหมือนกับตำแหน่งของจื่ออี้เฉินยืน ณ จุดบริเวณนั้นน่าจะเป็นนายของตนเป็นแน่ นายท่านของเค้าไม่ใช่แค่เลื่อนวรยุทธแต่ยังสามารถควบคุมพลังอะไรสักอย่าง ของต้นหลิวต้องแสงจันทร์ได้เป็นแน่ เพราะจะมีสายฟ้าไม่กี่ครั้งที่เจ้านายของตนเลื่อนวรยุทธ ครั้งแรกที่ตนติดตามเจ้านายมาก็เพราะ เจ้านายควบคุมสายน้ำอมฤตพิฆาตที่อยู่ในถ้ำตะวันได้ตนจึงต้องติดตามมา ตอนนั้นมีสายฟ้าสีรุ้งฟาดลงมาด้วย ซึ่งแรกๆตนไม่อยากติดตามจ้านายด้วยซ้ำแต่พอเห็นความสามารถ และความพยายามในตอนนั้น ทำให้ตนปลื้มอยู่ไม่ใช้น้อยหลังติดตามมาแล้วก็ได้เจอะเจอของดี ๆเรื่อยมาจึงทำให้ตนรู้สึกว่าตนไม่น่าผิดหวังเลยสักนิด ที่ติดตามนายท่าน ตอนนี้ไม่รู้ว่านายท่านจะ

    Last Updated : 2024-12-16
  • ให้ชะตากรรมนำทาง   การไล่ล่าจากผู้มียุทธจากมิติเชื่อมจิต

    หลังจากที่จื่ออี้เฉินกรายร่างเป็นอีกาดำสามขา แล้วหอบกลุ่มของพี่ซิงอี และสัตว์อสูรทั้งสองไปรับเจ้านาย ห่าวอู๋อวี่ และมู๋จินเป่าหลบหนี้ผู้คนไปยังถ้ำที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อวางแผนต่อไป หลังจากวางทุกคนลงแล้วตัวของจื่ออี้เฉินก็กรายร่างมาเป็นบุรุษรูปงามในชุดสีดำดังเดิม"จินเป่า! จินเป่า!จินเป่า!เจ้าเป็นอะไรไป"ซิงอีเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้นพลางวิ่งเข้าไปหามู๋จินเป่า ที่ห่าวอู๋อวี่อุ้มอยู่ พอห่าวอู๋อวี่วางมู๋จินเป่าลง เจ้าต้นหลิวต้องแสงจันทร์จิ๋วก็กระโดดลงจากตัวของมู๋จินเป่าพร้อมกับกระต่ายหยกตัวจิ๋ว ที่ตอนนี้หน้าตาตื่นๆผิดกับก่อนหน้านี้ที่แข็งแรงและตัวใหญ่โตมาก กระต่ายหยกจิ๋วมองหน้าห่าวอู๋อวี่ และหลับตาปริบๆ เจ้าต้นหลิวต้องแสงจันทร์จิ๋วเดินไปหาห่าวอู๋อวี่และดึงชายเสื้อของห่าวอู๋อวี่ และกระเถิบๆเข้าหาห่าวอู๋อวี่ ทุกคนก็ตกใจกับการกระทำของมัน มีแต่กระต่ายหยกตัวเดียวที่เดินเข้าไปหาต้นหลิวต้องแสงจันทร์ เพราะมันเข้าใจกัน ลี่หลินจึงกรายร่างเป็นสัตว์อสูรจิ้งจอกเก้าหางและทำการคุยภาษาสัตว์กับกระต่ายหยก เมื่อรู้ทุกอย่างกระจ่างแจ้งแล้วจึงกลับร่างเป็นดรุณีน้อยและสื่อสารกับมนุษย์"ตอนนี้ใกล้เที่ยงคืนแล้วท่านห่าว

    Last Updated : 2024-12-16
  • ให้ชะตากรรมนำทาง   นายหญิงข้าผิดไปแล้ว

    เจ้ากระต่ายหยกก็มาโพล่ในโพลงของกระต่ายอสูรตัวหนึ่งที่มีสีขาวตัวน่ารักน่าเอ็นดู เมื่ออยู่ๆก็มาโพล่แบบนี้ทำให้สัตว์อสูรกระต่ายขาวตกใจและเป็นลมไปทันที เมื่อกระต่ายหยกคายทุกคนออกก็สลบไปทันที มู๋จินเป่าที่สลบแล้วร่วมสามวันก็ค่อยๆตื่นขึ้นมา ทันใดนั้นวรยุทธของนางก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวนางเองก็ยังสะลึมสะลืออยู่"เจ้านายข้าต้นหลิวต้องแสงจันทร์ ตอนนี้ท่านได้เป็นนายข้าแล้ว"ต้นหลิวต้องแสงจันทร์ที่กลายเป็นเด็กอีกครั้งกล่าวขึ้น มู๋จินเป่าก็มองเห็นห่าวอู๋อวี่ก็ตกใจ สภาพร่างกายของเขาช่างน่ากลัวเหลือเกิน "เจ้าว่าอะไรนะเจ้าต้นไม้"มู๋จินเป่าเอ่ยถามพลางมองห่าวอู๋อวี่และกระต่ายหยก"เจ้านายข้าคือต้นหลิวต้องแสงจันทร์เอง เราทำพันธสัญญากันเมื่อสามวันที่แล้ว ๆ เจ้านายก็สลบไป บุรุษผู้นี้พาเจ้านายและข้ากับเจ้ากระต่ายหยกหนีมา ส่วนคนอีกกลุ่มหนีไปอีกทาง เพราะต้องการจะแบ่งผู้ออกตามล่าพวกเราให้น้อยลง"ต้นหลิวต้องแสงจันทร์กล่าว มีแต่มู๋จินเป่าเท่านั้นที่สื่อสารกับต้นหลิวต้องแสงจันทร์ได้โดยตรง"แล้วเจ้ามีวิธีรักษาสองคนนี้หรือไม่ "มู๋จินเป่าถามเจ้าต้นหลิวต้องแสงจันทร์เพราะตนไม่มีสิ่งใดติดตัวมาเลย ต้นหลิวต้องแสงจ

    Last Updated : 2024-12-16
  • ให้ชะตากรรมนำทาง   ปลดผนึกมิติ

    ทางด้านมู๋จินเป่าเมื่อนั่งถ่ายทอดพลังรักษาให้ห่าวอู๋อวี่ พลังในร่างกายของนางก็ปั้นป่วน เหมือนกำลังกดดันพลังบางอย่างเอาไว้ พอเริ่มถ่ายพลังออกไปเรื่อยๆ พลังของห่าวอู๋อวี่ก็ผลักดันพลังนางกลับมาทุกที ทำให้มู๋จินเป่าที่ทีแรงมีพลังในตัวถูกกดทับเอาไว้ก็เริ่มคลายตัวลง มู๋จินเป่าจึงเร่งที่จะถ่ายพลังให้ห่าวอู๋อวี่มากขึ้นเพราะพลังต้านในตัวของห่าวอู๋อวี่ทำให้ตนรู้สึกว่าอีกไม่นานตนน่าจะเลื่อนวรยุทธแล้ว พลังในตัวบุรุษผู้นี้เป็นพลังที่กลหลไม่รู้ว่าหนาวหรือร้อนปนเปกันไปหมด แต่พลังนี้มันดีต่อตัวนางใช้น้อย ทันใดนั้นนางก็เลื่อนวรยุทธทันที และห่าวอู๋อวี่เองก็กระอักเลือดออกมาและฟื้นทันที"เจ้าจะรีบถ่ายทอดพลังรักษาให้ข้าหายเร็ว หรือเพื่อเพิ่มวรยุทธของเจ้ากันแน่ ถ้าข้าไม่ตื่นเสียก่อนร่างกายของข้าคงระเบิดไปนานแล้ว พลังรักษาใครเขารีบร้อนถ่ายให้กัน ต้องค่อยๆสิ ข้าก็เคยถ่ายให้เจ้าตั้งสองครั้งไม่เห็นเจ้าจะกะอักเลือดออกมาเลย"ห่าวอู๋อวี่พูดพลางเช็ดเลือดออกจากมุมปาก และหยิบน้ำอมฤตมาดื่มก็รู้สึกว่าร่างกายของตนแปลก อยู่เฉยๆก็รู้สึกว่าพลังในร่างกายปั่นป่วน หรือจะเป็นพลังของนางที่ถ่ายทอดให้ตนเพื่อการรักษากันนะ"ข้าใช

    Last Updated : 2024-12-16
  • ให้ชะตากรรมนำทาง   อีแร้งยักษ์

    ทางด้านซิงอีกเมื่อรู้ว่ามู๋จินเป่าปลอดภัยนางก็เริ่มกินผลไม้ที่นกยักษ์เอามาทิ้งให้ได้ และหยดน้ำอมฤตให้จิ้งจอกเก้าหางขนสีน้ำผึ้งกับ อีกาดำสามขาทุกวันจนในที่สุดทั้งสองก็รู้สึกตัวในวันที่สามของการหลบหนีมา หลังจากที่ร่างกายได้รับไอวิเศษของผลหลิวต้องแสงจันทร์ ก็ทำให้ร่างกายทั้งสองแข็งแรงมาก เหมือนไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน "นี้มันที่ใดกัน เรามาทีนี้ได้อย่างไรกัน ข้าจำได้ว่าข้าถูกพลังยุทธของผู้มียุทธระดับสูงซัดใส่อย่างเต็มที ข้าคิดว่าพวกเราทุกคนไม่น่าจะรอดแล้วตกลงเรารอดแล้วหรือ"จื่ออี้เฉินกล่าวขึ้นพลางมองไปรอบ ๆ ก็เห็นเป็นลักษณะเหมือนรังนก และกลิ่นอายก็คุ้นเคยยิ่งนัก พลางมองทุกคนที่ตอนนี้ปลอดภัยดี จื่ออี้เฉินคิดถึงเจ้านายเป็นคนแรกจึงลองสื่อสารดูแต่ไร้ผล เจ้านายของเขาติดต่อไม่ได้อีกแล้ว พลางมองไปยังลี่หลินที่มีท่าทีเศร้าเช่นกัน"เจ้าก็สื่อสารกับเจ้านายไม่ได้ล่ะซิ ข้าติดต่อไม่ได้แต่ข้ารู้เจ้านายของข้าฟื้นแล้วและยังมีวรยุทธที่สูงขึ้นอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้วรยุทธของข้าก้าวกระโดดยิ่งนัก "ลี่หลินกล่าวพลางมองร่างกายตัวเองและภูมิใจมาก เดิมที่นางมีร่างกายเป็นมนุษยแต่บางครั้งการทำสีหน้าก็ไม่ค่อยมีชีวิตชีว

    Last Updated : 2024-12-16
  • ให้ชะตากรรมนำทาง   การไล่ล่าจากมิติเชื่อมจิต

    เมื่ออีแร้งยักษ์บินออกจากนครวิหกแล้ว ทุกคนก็รู้สึกโล่งใจ "จื่ออี้เฉินพวกเราหาประสบการณ์ในป่าแห่งนี้ก่อนดีไหม ข้ากับลี่หลินและเจ้าสือยวี่จะได้มีประสบการณ์กันมากขึ้น ขามาป่าต้องแสงจันทร์พวกข้าผจญภัยในหลายรูปแบบ ตอนที่มีวรยุทธน้อยๆอยู่ ตอนนี้ข้ามีวรยุทธมากขึ้นแล้วข้าอยากผจญภัยแบบผู้มียุทธกัน"ซิงอีกล่าว เพราะป่าแถบนี้ร่มรื่นและมีไอวิเศษอ่อนๆน่าอยู่อาศัยพลางยิ้มและจินตราการว่าจะดีไม่น้อยถ้าได้จญภัยอยู่ที่นี้สักระยะ"ถ้าหากตอนนี้ข้ากับเจ้านายยังสื่อสารกันได้ข้าก็อยากให้ท่านได้หาประสบการณ์ ได้ผจญภัยอยู่หรอกแต่ตอนนี้ข้าติดต่อเจ้านายไม่ได้นะสิ และอีกอย่างเรามีของที่คนหมู่มากต้องการอยู่ ข้าเองก็ไม่วางใจนัก หมู่บ้านต้องแสงจันทร์ก็คงจะมีประกาศติดตามหาตัวพวกเราแล้ว ถ้าพวกที่มียุทธและมีกระจกสมปราถนาแบบที่เรามีก็จะแย่เอา ข้าต้องการกลับให้ถึงเมืองตะวัน ก่อนและแจ้งให้บิดาของเจ้านายข้าออกตามหาเจ้านาย เมื่อเราพบกลุ่มเจ้านายแล้วค่อยหาที่ฝึกประสบการณ์และผจญภัยดีหรือไม่"จื่ออี้เฉินกล่าวความคิดของตนให้คนอื่นฟัง "ข้ารู้สึกว่ามีผู้จับตาดูเราอยู่ ข้าว่าเรารีบกลับเมืองตะวันของเจ้ากันเถอะ ข้าเองก็ไม่แน่ใจว

    Last Updated : 2024-12-17

Latest chapter

  • ให้ชะตากรรมนำทาง   แหวน

    เพื่อพวกเขาเข้ามาเสร็จแล้วก็ต้องพบกับความประหลาด ด้านในนี้มีแก้วแหวนเงินทองอยู่มากมาย ตรงกลางโถงกว้างมีไข่ขนาดใหญ่หนึ่งใบวางอยู่ ลวดลายของใข่ใบนั้นมีลวดลายที่งามวิจิตรยิ่งนัก และไอวิเศษที่เข้มข้นก็ไหลออกมาจากไข่ใบนี้นี้เอง แต่ช่างแปลกเมื่อพวกเขาทั้งเจ็ดเข้ามาในนี้แล้ว ไอวิเศษนั้นก็ไม่สามารถที่จะทำอันตรายใดๆกับพวกเขาทั้งเจ็ดนั้นได้ "ไข่นั้นมันเป็นไข่อะไรกัน ลวดลายแปลกตาจัง"ซิงอีถามขึ้นเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน"มันน่าจะเป็นไข่มังกรข้าเคยศึกษามา น่าจะเป็นไข่มังกรศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่ รวดลายของมันช่างมากมายขนาดนี้ มันน่าจะเป็นสัตว์อสูรที่อยู่ในขั้นที่สูงๆเป็นแน่ แต่เราจะนำมันออกจากไข่ได้อย่างไรกัน หรือว่าเราจะพามันออกจากถ้ำนี้ได้อย่างไร"ต้าเหว่ยกล่าวขึ้น ซิงอีจึงพยายามลองเก็บของที่อยู่ในนี้ดู เหมือนของเหล่านี้จะไม่ยอมเข้ามาในมิติของนางเลยสักชิ้น รวมถึงไข่ที่ต้าเหว่ยบอกว่าเป็นไข่มังกรด้วย มันไม่ยอมเข้ามาเลยสักนิด "ข้าเกรงว่าสมบัติที่อยู่ในนี้พวกเราไม่สามารถที่จะครอบครองมันได้ รวมทั้งไข่มังกรที่เจ้าว่าด้วย"จางซินกล่าวขึ้น ด้านข้างนอกนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงของพญาวานรนั้นกำลังอาละวาดอยู่ เพร

  • ให้ชะตากรรมนำทาง   ช่องลับ

    ความเคลื่อนไหวของสัตว์อสูรตัวใหญ่นั้นเงียบลงแล้ว แสดงว่ามันน่าจะสงบลงพวกเขาจึงวางแผนกันใหม่ว่าจะเข้าไปยังถิ่นที่อยู่ของมันได้อย่างไรเนื่องจากไอวิเศษที่เข้มข้นพวกเขาไม่สามารถที่จะทนกลับไอวิเศษที่อยู่รอบๆตัวของมันได้เลย "ข้าว่าหากพวกเราเข้าไปใกล้ๆมันแล้วไอวิเศษนั้นมันเข้มข้นมากพวกเราจะไม่ตายเพราะไอวิเศษนั้นหรอกหรือ มันมีสิ่งใดบ้างที่จะทำให้ไอวิเศษนั้นลดน้อยลงได้หรือว่าเราสัมผัสกับไอวิเศษนั้นได้น้อยลงล่ะ"ห่าวอู๋มู๋ลี่กล่าวขึ้น"มันไม่น่าจะลดไอวิเศษนั้นได้เนื่องจากว่าเรานั่งเสพไอวิเศษนั้นอยู่สามวันมันก็ยังไม่ลดเลยใครมีวิธีดีๆบ้างล่ะ"ไป๋อวิ้นกล่าวถามคนอื่น"เราใช้วิธีหลอกล่อดีหรือไม่ ให้คนกลุ่มนึงอยู่ฝั่งด้านในโน้น หากว่าคนกลุ่มหนึ่งหลอกล่อมันออกไปยังจุดนี้แล้ว คนกลุ่มที่อยู่ด้านในนั้นก็เคลื่อนตัวเข้าไปดูว่าข้างในมีสิ่งใด วิธีนี้พวกเราจะแบ่งกันเป็นสามคนและสี่คนดีหรือไม่"จางหยงกล่าวขึ้น"แล้วมันจะไม่รู้หรือว่ายังมีอีกกลุ่มที่อยู่ด้านในถ้ำนี้ไม่ได้หลอกล่อมันออกไปนอกถ้ำ"ต้าเหว่ยถามขึ้น"ท่านบอกเองไม่ใช่หรือว่ามันตาบอดเพียงแค่เราอยู่ด้านไหนและกบกินกายของเราแล้วเราอยู่เฉยๆอะไรการเคลื่อนไหว

  • ให้ชะตากรรมนำทาง   พญาวานร

    ทางด้านทั้งหกและสัตว์อสูรหนึ่งตนที่ตอนนี้กำลังนั่งบำเพ็ญอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งพวกเขารับรู้ได้ถึงพลังงานภายในห่างพวกเขาออกไปหากเดินทางเข้าไปไม่เกินครึ่งก้านผู้พวกเขาต้องเจอกับบางสิ่งบางอย่างที่มีแรงกดดันมหาศาล อยู่ในนั้นพวกเขาเลือกจุดนี้เพราะว่าไอวิเศษนั้นมาถึงกลุ่มของพวกเขาทำให้พวกเขาได้ใช้ประโยชน์จากไอวิเศษของสิ่งเหล่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปส่มวันจู่ๆก็รู้สึกว่าตัวของเขานั้นเย็นวูบน่าจะสามครั้งได้ นางยิ้มด้วยความดีใจเพราะวรยุทธของนางอยู่เฉยๆก็เพิ่มขึ้น อาจจะเป็นเพราะผู้เป็นนายของเขานั้นมีวรยุทธเพิ่มขึ้นก็ได้ ทุกคนมองหันมาที่ลี่หลินเพียงคนเดียวเพราะพวกเขาทุกคนสามารถรับรู้ถึงแรงกดดันก่อนที่วรยุทธนั้นจะเพิ่มขึ้น"ไม่ใช่ว่าเจ้าจะบรรลุวรยุทธอีก 3 ขั้นแล้วหรือ"ไป๋อวิ้นถามขึ้น"ข้านั่งฝึกวรยุทธภายในอยู่สามวัน ข้าไม่คิดว่าร่างกายของข้าจะเพิ่มวรยุทธขึ้นได้มากขนากนี้ ข้าคิดว่าผู้เป็นนายของข้าน่าจะมีวรยุทธเพิ่มขึ้นข้าถึงได้ผลประโยชน์ขนาดนี้"ลี่หลินพูดด้วยความดีใจ"ลี่หลินเจ้าเสื่อกับผู้เป็นนายของเจ้าได้แล้วหรือ พวกเขาอยู่ที่ใดกัน พวกเราจะรีบตามพวกเขาไป"ซิงอีกล่าวขึ้น ลี่หลินได้แต่ส่ายหัวมันรับ

  • ให้ชะตากรรมนำทาง   ผลขจี

    หลังจากกลุ่มของจินเป่าไปตกอยู่สถานที่หนึ่งนั้นราวๆสามวันพวกเขาทั้งสามนั้นก็รู้สึกตัว พวกเขาเหี่ยวสถานที่หนึ่งเหมือนเป็นกองฟางและมีแอ่งตรงกลางแต่กองฟางที่พวกเขานอนนั้นมองแล้วลักษณะเป็นสีขาวไข่มุก ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นที่ใด ห่าวอู๋อวี่ลุกขึ้นได้จึงนั่งขับเคลื่อนวรยุทธของตัวเอง เส้นลมปานของเขานั้นเสียหายไปสามส่วน เลือดยังคลั่งอยู่ที่สมองเขาก็กระอักเลือดออกมาคำตอบ เจ้าอีกาดำสามขาจื่ออี้เฉินงั้นถึงกับปีกหักและขาที่สามของมันก็หักเลยทีเดียว ร่างกายของมันกระทบกับของแข็งประเภทใดตัวมันเองก็ยังไม่รู้ จินเป่าเมื่อลืมตาขึ้นมาก็รับรู้ได้ถึงคลื่นมหาศาลถาโถมเข้าตัวของตัวนางเอง นางรู้สึกเย็นวูบวาบสามครา นางลืมตาแล้วมองมือของตัวเองทั้งสองข้างวรยุทธของนางนั้นเพิ่มขึ้นอีกแล้วตั้งสามขั้น แต่นางสงสัยยิ่งนักวรยุทธของผู้อื่นนั้นสูงขึ้นนั้นจะเกิดทัฑคาด แต่ทำไมนางซึ่งวรยุทธสูงเลยระดับมามหาศักดิ์สิทธิ์มาเกินสามขั้นแล้ว นางยังไม่ถูกทัณฑฆาตเสียเลย นางมองไปรอบๆก็เห็นเจ้าอีกาดำสามขาที่นอนหมดแรงอยู่กับฟางสีขาวไข่มุกนั้น นางจึงหยิบยาสมุนไพรรักษาเส้นลมปราณธรรมดาออกมาให้มันกินไปพลางๆ และยื่นน้ำอมฤตให้ นางมองดูหน้าข

  • ให้ชะตากรรมนำทาง   ภาพเหมือน

    พญาหงส์ขาวที่กำลังต่อสู้นั้นหยุดชะงักและม้วนตัวพุ่งไปหาต้นขจีทันที ห่าวอู๋อวี่เองยังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ พญาหงส์ขาวที่ต่อสู้กันอยู่ดีๆก็พุ่งไปหาจินเป่า จินเป่าที่ตอนนี้เห็นท่าไม่ดีเขากำลังอยู่ใกล้ต้นขจีเพียงนิดเดียวหากเขาหลบก็ไม่ทันเสียแล้ว เจ้าต้นขจีก็มัวแต่พลักดันนักยุทธให้ถ่อยกลับไปแต่มันไม่ได้ใช้ตามองจินเป่า เนื่องจากว่ากลิ่นอายของนางนั้นเป็นต้นหลิวต้องแสงจันทร์ในเมื่อนางนั้นได้กลืนกินพลังของต้นหลิวต้องแสงจันทร์แล้ว นางก็ปล่อยพลังของมันออกมา จึงทำให้ต้นขจีซึ่งเป็นพืชวิเศษเหมือนกันไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นมนุษย์มันจึงไม่ได้ระวังตัวจากจินเป่าเลย แต่พญาหงส์ขาวรับรู้การไปของจินเป่าดีจึงพุ่งไปหานางและพ่นไฟใสทันที นางแบมือเก็บไฟดังเดิม แต่คราวนี้เจ้าพญาหงส์ขาวนั้นพุ่งเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว จึงไม่ทันระวังและเก็บมันเข้าไปในมิติทันที หลังจากที่มันเข้าไปในมิติแล้วจินเป่าจึงใช้กริชที่กรีดเลือดของตัวเองนั้นแทงเข้าไปยังรากของต้นขจีทันที "วี้ดๆๆๆๆๆๆ วี้ดๆๆๆๆ วี้ดๆๆๆๆๆ"เสี่ยงต้นขจีกรีดร้องและเอนไปเอนมาตอนนี้รากของมันถอนขึ้นจากดินเสียแล้ว จินเป่าได้ทีจึงโบกมือและเก็บต้นขจีก่อนที่มันจากอาละ

  • ให้ชะตากรรมนำทาง   พญาหงส์ขาว

    ทั้งสองคุยกันอยู่สักพักก็เข้าใจกันส่าตะจัดการเช่นไร"นั่นไงทั้งสองคนอยู่ตรงนั้นกำลังคุยกันอยู่แล้วแผนของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อล่ะลี่หลิน"จางซินกล่าวถาม"แผนของพวกเขาคือให้พวกเราทุกคนระวังตัวเองและแก้ไขสถานการณ์ไปตามเหตุการณ์ต่างๆ"ลี่หลินกล่าวขึ้น ทุกคนก็มองไปยังลี่หลินเพราะพวกเขาไม่แน่ใจว่านางได้สื่อสารกับผู้เป็นนายจริงหรือไม่ เนื่องจากพอถามพบนางก็ตอบทันที "งั้นพวกเราก็ต้องดูแลตัวเองและปกป้องด้วยให้ได้ เพื่อที่จะไม่เป็นตัวถ่วงของพวกสองคนนั้น"ไป๋อวิ้นกล่าวขึ้น"แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ข้าสงสัยยิ่งนัก ทำไมข้าที่อยู่มิติแห่งนี้มาตั้งแต่เกิด แต่ไม่เคยรับรู้ถึงเรื่องนี้เลยล่ะ เรื่องที่มีผลขจีสุกอะไรนั่น ทำไมหรือพอดูดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะสัตว์อสูรต่างๆก็รายล้อมเข้ามา และนักยุทธต่างๆก็เหมือนสนใจสิ่งเหล่านี้ ข้าอยากรู้เหลือเกินว่ามันเป็นสิ่งใด"ต้าเหว่ยกล่าวขึ้น"ข้าเองก็สงสัยว่าทางราชสำนักไม่ได้ส่งผู้ใดมาเข้าชิงผลขจีเลย เป็นไปได้หรือไม่ว่าทางราชสำนักนั้นไม่สนใจกับสมุนไพรชนิดนี้ เจ้าที่อยู่ในเมืองหลวงนั้นจึงไม่รู้ว่ามีของดีแบบนี้"ห่าวอู๋มู๋ลี่กล่าวขึ้น ทุกคนขอพยักหน้าพร้อมที่จ

  • ให้ชะตากรรมนำทาง   ต้นขจี

    เมื่อถึงยามเที่ยงคืนแล้วสัตว์อสูรตนนั้นก็ออกมาจากต้นขจีมันเป็นสัตว์อสูรสีขาวสว่างไสว มองไกลๆราวกลับนกกินรีสีขาวแต่พอมองดีๆก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่กินรีแต่อย่างใด"นั่นมันพญาหงส์นิสัตว์มหาอสูรที่เฝ้าอยู่ต้นขจีมันคือพญาหงส์นี่เอง"บุรุษกลุ่มที่จับตัวทั้งสองคนมากล่าวขึ้น "พวกเจ้าแกะมัดมือข้าทั้งสองได้แล้วกระมังข้าจะได้หาวิธีที่จะเอาชนะสัตว์มหาอสูรตนนั้น"ห่าวอู๋อวี่กล่าวขึ้น กลุ่มคนที่จับตัวพวกเขามาจึงปรึกษากันไม่นานเขาก็แกะเชือกวิญญาณนั้นออก "ข้าทั้งสองจำเป็นที่จะต้องโจมตีพร้อมๆกันแล้วพวกเจ้ามีใครที่ต้องการที่จะลงมือบ้าง ข้าจะได้วางแผนเผื่อพวกเจ้า"ห่าวอู๋อวี่กล่าวขึ้น ทั้งหมดที่จับตัวทั้งสองคนมานั่นนั่งเงียบทันทีไม่มีผู้ใดกล่าวสิ่งใดเพราะไม่มีใครต้องการที่จะลงมือ "ทำไมพวกท่านไม่คิดที่จะลงมือเลยหรอ ในเมื่อต้องการของแต่ถ้าไม่ลงมือพวกท่านจะมีหน้ารับของพวกนี้ได้อย่างไร"จินเป่าถามขึ้ม"เอาเป็นว่าพวกข้าไม่ลงมือต่อสู้กับสัตว์มหาสูรแต่พวกข้าจะลงมือแย่งชิงกับผู้มียุทธเหล่านั้นเอง ถ้าพวกข้าได้ผลขจีมามากพอพวกข้าจะแบ่งให้พวกเจ้า "บุรุษผู้หนึ่งกล่าวขึ้น"ข้าเองจะไปสู้กับสัตว์อสูรเหล่านั้นแต่ข้าเอง

  • ให้ชะตากรรมนำทาง   ตอบแทน

    เมื่อยามค่ำคืนเข้ามากล้ำกรายในห้องห่าวอู๋อวี่กับจินเป่านอนด้วยกันบนเตียงนอน"ข้าอยากให้มันเป็นแบบนี้ตลอดไปจังที่เราสองคนได้นอนกอดกันบนเตียงนุ่มแบบนี้ หากเราช่วยท่านพ่อตากับแม่ยายได้แล้วเราแต่งงานกันนะ"ห่าวอู๋อวี่กล่าวออกมาอย่างหยอกล่อและจิงจังในท่าที จินเป่าไม่ได้กล่าวอะไรนางได้ยินเสียงกุกกักนอกประตูนางรู้ดีว่าห่าวอู่อวี่รับรู้ได้ก่อนนางเสียอีกแต่เขาก็แกล้งพูดไปต่างๆนานา เมื่อด้านนอกได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน เขาก็ไม่กล้าที่จะบุกเข้ามา ห่าวอู๋อวี่สังเกตเห็นถึงข้อนี้"ข้านอนแล้วนะเจ้าเองก็นอนเถอะ"ห่าวอู๋อวี่กล่าวขึ้น เพื่อจะได้เดินตามแผนของกลุ่มคนที่มาดักจับสองคนเขา สักพักใหญ่ๆเสียงเคลื่อนไหวภายในห้องก็สงบลง บุรุษผู้หนึ่งโบกมือเป็นสัญญาณให้ผู้ที่อยู่ด้านหลังค่อยๆเปิดประตูโรงเตี้ยมให้ แล้วค่อยๆบุกเข้าไปจับตัวทั้งสองได้ เมื่อถูกจับทั้งสองคนก็แกล้งทำเป็นหลับไหลไม่ได้สติ จินเป่าทำท่าทางตกใจตื่นขึ้นมา"หวกเจ้าเป็นใครกัน ทำไมถึงมาจับพวกข้าเช่นนี้ พวกข้าทั้งสองไปทำอะไรให้พวกเจ้าโกรธเคืองกัน"จินเป่าพูดขึ้น"แม่นางอย่าดิ้นรนเลย อย่าต่อรองกับการจับกุมในครั้งนี้ พวกเราวางแผนมานานแล้ว แล้วคนที่จับต

  • ให้ชะตากรรมนำทาง   แผน

    ป่ากระดังงาที่พวกเขาเดินทางเข้าไปนั้นร่มรื่นมีต้นไม้ใหญ่เล็กประปรายกันอยู่ มีโขดหินใหญ่โขดหินเล็กและมีเสียงสัตว์เล็กสัตว์น้อยมากมาย เสียงนกร้องสักพักและบินจากไปเพื่อหาอาหาร"เราจะอยู่ผจญภัยอยู่ที่ป่าอัสดงกันจนจะมีวรยุทธเพิ่มขึ้นเท่าใดดี เราต้องตั้งเป้าหมายและล่ะ"จางซินกล่าวขึ้น"ข้าไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรเท่าไหร่หรอก เอาเป็นว่าจนกว่าพวกเราทั้งจะพอใจกันดีกว่า"ห่าวอู๋มูลี่กล่าวขึ้น"แล้วต้าเสว่ยล่ะท่านคิดว่ามาผจญภัยยังภายนอกแล้วท่านยังคิดว่ายังอยากติดตามพวกเราต่อหรือไม่"จินเป่าถามขึ้น"ถ้าไปกับพวกเจ้าแน่นอน ข้ารู้สึกสนุกรู้สึกตื่นเต้น รู้สึกท้าทายแล้วพวกเจ้าก็มีจิตใจที่ดีช่วยเหลือชาวบ้านถ้าคิดว่าข้าต้องติดตามพวกเจ้าไปให้ถึงที่สุด"ต้าเหว่ยกล่าวขึ้น พวกเขาเดินทางในป่ากระดังงาราวๆเจ็ดวันก็ออกจากป่ากระดังงา เดินทางด้วยความราบรื่นตอนกลางวันเดิน กลางคืนก็พักผ่อนพวกเขาไปถึงหมู่บ้านอัสดงในเวลาเที่ยงของวันที่เจ็ด เมื่อพวกเขาไปถึงก็หาโรงเตี้ยมเพื่อนั่งกินอาหารกัน และจะได้ฟังข่าวจากนักยุทฑท่านอื่นด้วย พวกเขาเลือกนั่งโต๊ะกลางสุดเพราะจะได้ฟังเสียงข้างๆได้สะดวกยิ่งขึ้น "ป่าอัสดงทุกวันนี้ทำไมข้าไม

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status