เพียงแต่ย้ายไปตำหนักฉางเซินแล้ว เจ้าของตำหนักกลับไม่ได้รั้งอยู่ให้เจี่ยอวี้หลันได้ทำความคุ้นเคยดังที่เขาเอ่ยเอาไว้เท่านั้นเอง เพราะช่วงยามเฉินของวันต่อมาซ่างกวนไท่ก็มีงานเร่งด่วนให้ต้องรีบกลับไปค่ายทหารเฮ่ยหลงที่อยู่นอกเสียนหยางอย่างเร่งด่วน ทั้งที่ใกล้งานแต่งเข้ามาทุกวันแล้วแท้ๆ ตัวเจ้าบ่าวกลับจากไกลไปเสียได้
แต่สำหรับเจี่ยอวี้หลันเช่นนี้จึงค่อยหายใจหายคอสะดวกขึ้นมาหน่อยเพราะนางจะทำใจแล้วว่าแต่งงานคราวนี้ซ่างกวนไท่มิใช่แต่งเพื่อการเมือง แต่เขาพูดเองกับปากว่าจะแต่งนางเป็นสามีภรรยาจริงๆ แต่ทำใจ นั่นก็ส่วนทำใจ ทว่าทำได้หรือไม่ช้าเร็วก็ว่ากันไป ซึ่งต่อให้เขาเป็นผู้มีพระคุณ แต่อย่างไรชินอ๋องสำหรับนางแล้วเขาก็ยังเป็นบุรุษแปลกหน้าสำหรับนางอยู่ดี ดังนั้นเขาจากไปไกลหน่อยสำหรับนางแล้วก่อนพิธีแต่งงานจะเริ่มจึงค่อยสบายใจขึ้นมาไม่น้อยจริงๆ
“เจี่ยกงจู่อย่าทรงว้าวุ่นใจไปเลยเพคะ ปกติแล้วนายท่านของพวกเราก็มีงานรัดตัวเช่นนี้อยู่แล้ว”
“ถูกต้องเพคะ ปกตินายท่านของพวกเราก็มีงานรัดตัวเช่นนี้”
หากแต่หงจูกับหงห
ตอนที่ 12แต่ก็นั่นแหละลางเนื้อชอบลางยา ใครยังไม่เคยมาเผชิญหน้ากับความโหดและเหี้ยมของสองจอมปีศาจขาวและดำด้วยตนเองก็ยังคงอยากมาทดลองดูสักครั้งอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะสตรีที่ตัดสินบุรุษด้วยรูปโฉมอันหล่อเหลา เช่นเดียวกับมู่หรงเจียวบุตรสาวลำดับที่ห้าของอดีตเฉินกั๋วกงที่ก็แอบหลงรักชินอ๋องหนุ่มเพราะเคยพบหน้าเขาอยู่ไกลๆ อีกฝ่ายทั้งหล่อเหลาทั้งองอาจ ยิ่งในยามเขาอยู่บนหลังอาชาในชุดเกราะพร้อมจะออกรบ ยิ่งรูปงามจนมู่หรงเจียวเก็บมาเพ้อฝันอยู่หลายเดือนดังนั้นเมื่อนางได้ยินข่าวว่าบุรุษที่ตนเองแอบรักแอบฝันถึงกำลังจะแต่งงานไปกับสตรีอื่น คุณหนูห้าหรือก็น้องสาววัยสิบแปดปีของเฉินกั๋วกงมู่หรงจิ่งนั้นกลับไม่พึงใจอย่างยิ่ง เพราะสำหรับนางแล้วนับจากอายุสิบสี่ปีเป็นต้นมามู่หรงเจียวก็ผูกใจรักมั่นคงกับชินอ๋องซ่างกวนไท่เสียแล้ว ดังนั้นนางจะเดือดร้อนใจเพราะข่าวงานวิวาห์ใกล้เข้ามาย่อมไม่แปลกนางรักเขามานานขนาดนั้นจนตอนนี้อายุสิบแปดใกล้สิบเก้าปีในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว มันใกล้จะเลยวัยออกเรือนของสตรีชาวต้าเซี่ยเต
ตอนที่ 13แต่เรื่องราวเหล่านี้กลับมาถึงหูของเจี่ยอวี้หลันผ่านสายสืบของหงเหมยองครักษ์หญิงที่ชินอ๋องซ่างกวนไท่มอบให้นางแต่แรกที่รับปากจะแต่งกับเขาคราวนั้น ซึ่งหงเหมยก็ไม่เคยทำหน้าที่ให้เจี่ยอวี้หลันผิดหวัง เพราะขนาดหลู่อวิ๋นเซียงไม่เคยเปิดปากบอกใครนอกจากสาวใช้คนสนิท แต่สาวใช้ใกล้ชิดเหล่านั้นนั่นเองที่ขายนายของตนเองเพียงมีเงินมากพอพอคิดมาถึงตรงนี้เจี่ยอวี้หลันยิ่งคิดว่าตนเองโชคดีมากกว่าร้ายที่ได้พบกับชินอ๋องซ่างกวนไท่ เพราะหากไม่พบเขานางคงไม่มีทั้งเงิน อำนาจ และคนรับใช้รองมือรองเท้า หรือชีวิต นางก็อาจจะไม่มีแล้วก็เป็นไปได้เช่นนี้นางช่างโชคดีจริงๆ มิใช่หรือไร“ขอบใจเจ้ามากนะองครักษ์หงเหมย แล้วเรื่องการล้มป่วยของจิ้งหนานโหวพอจะคืบหน้าหรือไม่”ผ่านมานานพอสมควรแล้วที่ซ่างกวนไท่รับปากนางเรื่องข่าวคราวของบิดาไม่คืบหน้าเท่าใดเจี่ยอวี้หลันรู้สึกร้อนใจอยู่พอสมควร ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็คือบิดา จะน้อยใจ เสียใจแต่นางก็อยากไปเยี่ยมเขา แต่ด้วยฐานะของตนเองยากจะทำตามใจตนเองได้จึงได้แต่อยากรู้ว่าอาการป่วยของบิดาบัดนี้เป็นอย่างไ
ตอนที่ 14เป็นประโยคบอกเล่าที่ทำเอามือที่กำลังตั้งอกตั้งใจบีบนวดของเจี่ยอวี้หลันหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่รู้เพราะอันใด แต่ซ่างกวนไท่รู้สึกชอบเหลือเกิน ที่ตนเองทำให้คนที่เหมือนจะไม่สนใจใต้หล้ามีอาการผิดปกติได้เช่นนี้ เขาชอบใบหน้าและแววตาที่มีอารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา รู้สึกว่าเป็นเช่นนี้แล้วเจี่ยอวี้หลันดูงดงามและมีชีวิตชีวา มิใช่ภาพวาดบนผนังวิหารนักบวช ดังหลายเดือนที่นางมาพักร่วมตำหนักของเขา“ผลออกมาก็เป็นดังเช่นที่เจ้าสงสัย จิ้งหนานโหว ถูกทำให้ล้มป่วย แต่มิได้ใช้พิษร้ายอันใดเลย บิดาของเจ้าถูกให้กินยาบำรุงมากเกินไป พอร่างกายคนเราได้รับของดีมากเกินไปก็ใช่จะส่งผลดี ของชั้นเลิศหากกินถูกส่วนผสมก็เกิดคุณอนันต์แต่หากกินร่วมกับสิ่งต้านกันร่างกายก็รับไม่ไหวเปิ่นหวางเองก็อธิบายให้เจ้าฟังได้ไม่กระจ่างนักหรอก เอาไว้จะให้หยวนหย่งฉ๊มาชี้แจงให้เจ้าฟังในคราวหน้า”ซ่างกวนไท่บอกกล่าวไปตาของเขาก็ยังคงมองไปที่ม้วนตำราในมือของตนเองไป เจี่ยอวี้หลันได้สติคืนกลับมาก็เริ่มนวดต่อไป“เป็นผู้ใดเพคะ เป็นผู้ใดที่ทำเช่นนั้นกับจิ้งหน
ตอนที่ 15พอกลับถึงเตียงของตนเองเจี่ยอวี้หลันก็เปิดสมุดเล่มที่ซ่างกวนไท่มอบให้ออกอ่านอีกครั้งนางอ่านทีละตัวอักษร อ่านราวกับจะตราตรึงมันเข้าไปในกระแสโลหิตของร่างกาย ไม่สินางต้องการฝังลงลึกไปถึงกระดูกเลยทีเดียวเชียวละท่านปู่ ท่านย่า ท่านแม่ จางหมัวมัว กับสองสาวใช้เสี่ยวเจี๋ยกับเสี่ยวหมิ่นคนสนิทที่เติบโตมาพร้อมกันราวกับพี่น้อง และอาจมีอีกหลายชีวิตในสกุลหลู่ ล้วนตายลงด้วยฝีมือของนางอสรพิษร้ายเช่นโจวอี้เหนียงเรียกได้ว่ายี่สิบสองปีที่อีกฝ่ายเข้ามาอาศัยชายคาจวนสกุลหลู่ก็สังหารคนไปไม่น้อยใครขัดขวางหนทางของนางโจวอิ๋งชุนไม่ละเว้นแม้แต่คนเดียวพลันนั้นเจี่ยอวี้หลันก็ชักจะสงสัยใครจะรู้แม้แต่พี่ชายของนางที่มารดาเกิดตกเลือดในขณะอายุครรภ์ได้หกเดือนก็อาจจะเป็นฝีมือของสตรีใจเหี้ยมนางนั้นด้วยก็เป็นไปได้ ดูจากทุกสิ่งที่โจวอี้เหนียงกำจัดแค่เด็กที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลกโฉดชั่วถึงเพียงนั้นยังจะนับเป็นอันใดได้อีกนางคณิกาอันดับหนึ่งหกปีซ้อนของหอชุ่ยหลินจะยืนยาวได้เท่ากับการได้เป็นมารดาของจิ้งหนานโหวได้อย่างไร เจี่ยอวี้หลันพยายามคิดว่าตนเอง
ตอนที่ 16ก๊อก! ก๊อก!“เข้ามา”ขณะที่เขากำลังพยายามบีบแก้มของคนหลับลึกเพราะตกอยู่ในฝันร้ายไม่ให้นางกัดปากตนเองอยู่นั้นหงจูกับหงหลินก็มาพร้อมถาดบรรจุถ้วยน้ำยาสงบใจพอดี“นางอาการหนักเช่นนี้ทุกครั้งหรือไม่?”เขาถามขึ้นที่ตัดสินใจสับหลังมือลงที่ด้านหลังลำคอเพราะไม่ทำเช่นนี้นางอาจกัดลิ้นของตนเองแล้วคงได้เกิดอันตรายจนยากจะคาดถึงเป็นแน่ตุ๊บ!“!!!” หงจูถึงกับตาโต ด้วยมิคาดว่าชินอ๋องจะสับสันมือลงบนหลังลำคอของสตรีบอบบางได้ โดยเฉพาะสตรีนางนั้นคือเจี่ยกงจู่“เอายามาสิเร็วเข้า!จะยืนงงงันอันใด!” ซ่างกวนไท่ร้อนใจแทบแย่แต่นางกำนัลของเจี่ยอวี้หลันนั้นกลับชักช้าไม่ทันใจสักนิดเดียว“เพคะ!”หงจูถูกตวาดก็ลนลานส่งถ้วยน้ำยาไปให้กับผู้เป็นนายท่านของตนเองทันที ซ่างกวนไท่ไม่เสียเวลา รีบนำตะเกียบสองคู่สอดเข้าไปในปากของคนหมดสติจากนั้นจึงนำถ้วยน้ำยาเทจากปลายตะเกียบเข้าหวังให้ยาเข้าไปในปากจิ้มลิ้ม แต่ผลที่ได้คือน้ำยาหกออกไ
เจี่ยอวี้หลันถึงกับอ้าปากค้าง มิคาดว่าปีศาจขาวจะถามตนเองเช่นนี้ สถานที่นี้เป็นของเขาแม้แต่ชีวิตของนางบัดนี้คงพูดได้อย่างเต็มปากว่าตกอยู่ในกำมือของเขาไปนานแล้ว ดังนั้นหากจะถามเช่นนี้ก็คงมีแค่เขาที่จะพยักหน้าชี้ให้นางไปหรืออยู่เป็นหรือตายได้เพียงผู้เดียว แต่นั่นก็มิใช่ว่าอีกฝ่ายจะให้นางนอนร่วมเตียงก่อนจะเข้าพิธีแต่งงานมิใช่หรือไร? หรือว่าจะมิใช่จริงๆ“เอ่อ...หม่อมฉันจะกลับ...กลับไปที่เตียงได้หรือไม่เพคะ” ตอบออกไปไม่เต็มเสียงเท่าใดนัก จนถึงวันนี้นางก็ยังหวาดกลัวอีกฝ่ายไม่เลิก“ไม่ได้ คืนนี้เจ้านอนด้านใน เปิ่นหวางนอนด้านนอก เพราะหากเจ้าเกิดหลับลึกอีกเปิ่นหวางจะได้ปลุกเจ้าได้ทัน นอน!” ซ่างกวนไท่ตอบกลับเสียงดุดัน“!!!”ถูกดุถึงเพียงนี้ เจี่ยอวี้หลันยังจะกล้ามีปากมีเสียงได้อย่างไร นอกจากถอยกลับไปนอนตามที่เจ้าของเตียงชี้นิ้วสั่ง นางนอนลงด้วยกิริยาตัวเกร็ง แต่มิอาจทำสิ่งใดได้ซ่างกวนไท่เห็นร่างน้อยนอนเรียบร้อยก็ห่มผ้าให้นางและตนเองจากนั้นจึงดับตะเกียง เหลือไว้เพียงดวงเดียว เดิมที
ตอนที่ 18ซ่างกวนไท่ย่อมรู้กำลังของตนเอง แต่เดิมเขาไม่ถึงขนาดว่าย่ำแย่แต่พิษกิเลนเพลิงที่ยังตกค้างทำให้โลหิตของเขาไหลออกมามากกว่าปกติ หากทนรออีกหนึ่งชั่วยามอย่างไรคงไม่ไหวแน่ ต้องเย็บแผลห้ามเลือดเสียก่อน“แต่ว่า...”เจี่ยอวี้หลันถึงจะใจกล้าแต่เย็บแผลนี้ก็มิใช่ว่ามันง่ายดายเช่นนั้น ไหนจะแผลของเขายังยาวมาก ถึงจะจิตใจแกร่งเพียงใดนางก็เป็นสตรีและยิ่งไม่เคยแตะต้องแผลของผู้ใดมาก่อน“อีกไม่ถึงกี่ชั่วยามเจ้าและข้าจะเป็นสามีภรรยากันแล้ว เจ้าเป็นภรรยาของทหาร หากแค่เย็บแผลของสามีก็กลัว ข้าจะแต่งเจ้ามาเพื่ออันใดเจี่ยเอ๋อร์!”ซ่างกวนไท่ใกล้จะไม่ไหวหน้าของเขาเริ่มมืด จึงไม่มีแก่ใจจะพูดจายืดเยื้อและอ้อมเมือง เจี่ยอวี้หลันจึงกัดฟัน กลืนความหวาดกลัวลงท้องไปก่อน จากนั้นก็เรียกหาชุดปักผ้า ฝูเซิงเห็นดังนั้นจึงรีบสั่งการให้คนไปต้มน้ำและเตรียมผ้าสะอาดมาให้พร้อม“จากนี้จงฟังคำข้า เริ่มทำความสะอาดแผลเสียก่อนจากนั้นจึงโรยผงยาห้ามเลือดลงไปก่อนลงมือเย็บ”ซ่างกวนไท่บอกกับเจี่ยอ
ตอนที่ 19หลังจากนั้นทั้งสองก็หมดโอกาสพูดคุยกันอีก เพราะพิธีการนั้นมีหลายขั้นตอนยิ่งนัก กว่าจะเสร็จสิ้นก็กินเวลาจนสิ้นยามเว่ย เจ้าสาวถูกส่งเข้าห้องหอไปด้วยความอ่อนล้า ซึ่งถูกจัดเตรียมเอาไว้ภายในวังแทนที่จะเป็นตำหนักชินอ๋อง เนื่องจากสะดวก ทั้งการส่งตัว และเมื่อยามเช้ามาถึงจะได้ยกน้ำชาให้กับฉางตี้ฮ่องเต้ได้ก่อนจะถึงปลายยามเหม่าเจ้าสาวถูกส่งไปรอในห้องหอครู่ใหญ่แล้ว แต่เจ้าบ่าวนั้นมิอาจทิ้งงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ได้ ต่อให้ซ่างกวนไท่เริ่มมีไข้สูงก็ต้องกัดฟัน ดื่มสุรามงคลที่เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และคณะทูตของเผ่าต่างๆ ที่มาร่วมอวยพรให้ครบ ยังดีว่าสุราของเขามิใช่สุราเป็นเพียงน้ำชาที่ขันทีคอยสลับสับเปลี่ยนมาให้แต่ถึงอย่างนั้นต้องอดทนจนถึงต้นยามจื่อก็มิได้ง่ายดายสำหรับซ่างกวนไท่ พอถึงห้องหอเขาจึงหมดสติไปด้วยไข้สูง ตกลงแล้วราตรีเข้าหอ เจี่ยอวี้หลันต้องดูแลเช็ดตัวและป้อนยาเจ้าบ่าวจนสว่างคาตากันเลยทีเดียว แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้เจี่ยอวี้หลันกลับรู้สึกภูมิใจ เพราะอย่างน้อยนางก็พอจะเป็นประโยชน์บ้างแล้ว ไม่ใช่รอแต่ให้ซ่างกวนไท่เป็นผู้ด
ตอนที่ 30จบมื้อค่ำวันนี้ก็เป็นการลงสีเก็บรายละเอียดตรงข้อมือต่อให้เสร็จ อีกสามวันจะถึงกำหนดพิธีฝังศพของอดีตจิ้งหนานโหวแล้ว ส่วนศพของหลู่อวิ๋นเซียงนั้น ตามประเพณีของชาวต้าเซี่ย หนึ่งปลิดชีพตนเอง สองแท้งบุตรโดยมิได้แต่งงาน สามคบชู้ สี่กบฏ ห้าต้องโทษหนัก คนเหล่านี้ตายแล้วห้ามฝังในสุสานของตระกูลๆ เด็ดโดด เช่นนั้นพอสิ้นใจแล้วไม่เกินสามชั่วยาม ศพของหลู่ อวิ๋นเซียงกับเด็กในครรภ์จะต้องถูกนำไปฝังในสุสานไร้แซ่ไร้นามทันทีนับว่าสาแก่ใจของเจี่ยอวี้หลัน ครั้งหนึ่งหลู่ อวิ๋นเซียงก็ตั้งใจให้นางตายไร้ที่ฝัง หรือจะกล่าวให้ถูกก็คือตายไปอย่างไร้คนจดจำ ไร้ป้ายวิญญาณ พอถึงวันนี้สิ่งที่หลู่อวิ๋นเซียงคิดทำกับนางกลับย้อนกลับไปคืนสนอง ที่สำคัญ คนลงมือยังเป็นบิดาของบุตรในครรภ์และบุรุษที่อีกฝ่ายรักปักใจอีกด้วยสาแก่ใจจริงๆ!...“มีความสุขหรือ?”ขณะกำลังเก็บรายละเอียด บังเอิญที่ซ่างกวนไท่เหลือบสายตาขึ้นไปสังเกตสีหน้าของเจี่ยอวี้หลัน ด้วยกังวลว่านางจะเจ็
ตอนที่ 29“จุมพิตของข้ามันแย่ถึงเพียงนั้น?” ซ่างกวนไท่อดใจไม่ไหวจึงต้องถามออกไป“หามิได้เพคะ”พอถูกถามเจี่ยอวี้หลันจึงได้สติ รีบร้อนปฏิเสธออกไปทันที ส่ายหัวส่ายหน้ายกมือวุ่นวายเห็นแล้วซ่างกวนไท่จึงคลายกังวลกลับเป็นรู้สึกหมั่นไส้ปนเอ็นดูแทน“ไม่มีผู้ใดถึงแก่ความตายด้วยจุมพิตมาก่อน เผื่อเจ้าไม่รู้”กล่าวออกไปแล้วก็ยอมปล่อย ให้ร่างน้อยเป็นอิสระ อย่างตัดใจ เพราะเห็นว่าหากเขายังจะจุมพิตนางต่อไป คืนนี้ที่ตั้งใจจะลบรอยแผลเป็นและปานแดง คงไปจบบนเตียงแทนเสียเป็นแน่เขารู้ความต้องการของตนเองดี ยามที่ยังไม่ได้แตะต้องลึกซึ้งก็พอจะหักห้ามใจตนเองได้ไหวอยู่ ทว่ายามใดที่เขาล้ำลึกกับนางไปแล้วความอดทนคงไม่มี และเขาเป็นพวกที่กินแล้วยากจะอิ่ม เพียงครั้งเดียวยากจะจบลง แล้วหากเขาเริ่ม เจี่ยอวี้หลันคงลุกไม่ไหวอย่างน้อยก็สองถึงสามวัน แล้วที่เขารับปากจะให้นางไปร่วมพิธีฝังศพบิดาคงต้องล้มเลิกเป็นแน่แต่ถึงจะปล่อยนางแล้วไม่โอบกอด แต่ถึงอย่างนั้นซ่างกวนไท่ก็ยังคง
ตอนที่ 28หลังจากเตรียมข้าวของสำหรับสักลบรอยทั้งแผลเป็นและปานแดงซึ่งนับได้ว่าค่อนข้างเร่งร้อนแล้วซ่างกวนไท่จึงกลับมาหาเจี่ยอวี้หลันในช่วงใกล้ค่ำ ที่ต้องกล่าวว่าต้องเร่งร้อนเพราะมันเร่งร้อนอยู่มากจริงๆ เร่งร้อนเพราะหากมีผู้ใดสักคนสังเกตเห็นถึงจะทำเป็นนิ่งเฉยไม่ยอมรับอย่างไรทว่ามันก็บ่มเพาะความสงสัยให้ผู้คนขึ้นมาแล้ว ซ่างกวนไท่แต่เดิมก็ไม่ชอบเรื่องยุ่งยากในภายหลังมาแต่ไหนแต่ไร แต่ที่เขาทำเป็นมองข้ามปัญหาเล็กน้อย เช่นรอยแผลเป็นกับรอยปานแดงนั้นคงเพราะเกิดใจอ่อนขึ้นมากับเจี่ยอวี้หลัน หาไม่แค่ปัญหาเล็กเท่าขี้ตามดอย่างไรหากมองแล้วว่าจะยุ่งยากในภายหลัง มีหรือจะยอมปิดหูปิดตาทำเป็นมองไม่เห็นมาแต่แรกเริ่ม“เจี่ยเอ๋อร์…”เสียงห้าวดังมาก่อนตัว แต่ที่ลอยมาก่อนเสียงคงเป็นกลิ่นคาวโลหิตกลิ่นที่นางคุ้นเคยไม่หวาดกลัวนานแล้ว เจี่ยอวี้หลันที่เพิ่งอาบน้ำแต่งกายเสร็จจึงรีบออกมาจากฉากกั้นแต่งกายออกมายืนรออยู่ก่อนแล้ว“พี่ฉุนไป๋จะอาบน้ำก่อนหรือไม่”คนตัวเล็กถามขึ้นเพราะเห็
ตอนที่ 27ส่วนเจี่ยอวี้หลันนอกจากไม่รู้สึกสงสารแล้วยังสมน้ำหน้าทั้งสามแม่ลูกอสรพิษอีกด้วย คนชั่วพบเจอคนชั่วกว่านี่จึงนับว่านรกส่งเสริมวาสนาพวกมันแล้ว“หากเจี่ยเอ๋อร์เดาไม่ผิด ทั้งเฉินกั๋วกงผู้เฒ่าและเฉินกั๋วกงคงวางแผนบางอย่างเอาไว้แต่แรกแล้วกระมังจึงต้องการแต่งงานกับบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอกจิ้งหนานโหว”ซ่างกวนไท่พอได้ฟังความคิดเห็นที่เจี่ยอวี้หลันกล่าวออกมาก็อดจะกดจุมพิตนางที่หน้าผากนวลเนียนเสียมิได้ เพราะผ่านมาจนถึงวันนี้ เด็กสาวไร้เดียงสาให้อดีตเติบโตขึ้นมา นางเท่าทันคนแล้ว“ที่เจ้ากล่าวมาถูกต้องแล้ว ทั้งหมดนั้นคือภาพที่มู่หรงจิ่งกับเฉินกั๋วกงผู้เฒ่าสร้างขึ้น เพราะแท้จริง สกุลมู่หรงหาได้สนับสนุนข้ากับพี่ห้า หากแต่แอบช่วยเหลือ เสด็จอา ซ่างกวนเหยา หรือก็คือโซ่วอ๋อง ที่บัดนี้ปกครองแคว้นอิ๋งโจว และที่ข้าหายไปก่อนงานแต่งงานก็เพราะไปสืบข่าวที่โซ่วอ๋องแอบสะสมกำลังทหารกับเสบียงหวังก่อกบฎโค่นล้มพี่ห้า”เจี่ยอวี้หลันเงยหน้าขึ้นมองสบตากับคนที่โอบกอดนางเอาไว้หลวมๆ พลา
ตอนที่ 26พอกลับถึงตำหนักแทนที่จะได้พักผ่อน กลับพบว่าคณะทูตจากเผ่ากั๋วเซามารอเข้าเฝ้า ชินอ๋องและชินหวางเฟยอยู่ก่อนแล้ว เรื่องนี้ถึงไม่อยู่เหนือความคาดหมายเท่าใดนัก แต่ก็ออกจะมาอย่างฉุกละหุกไปสักหน่อยกับการมาเยือนของคณะทูต ยังดีว่าเจี่ยอวี้หลันนั้นเตรียมตัวมานานกว่าหลายเดือนเรื่องจึงไม่ยุ่งยากมากนัก พอจะรับมือได้ ถึงภายในใจของนางจะไม่สงบเท่าใดนัก แต่ด้วยภาระหน้าที่เจี่ยอวี้หลันก็จัดการอารมณ์ของตนเองได้“น้องหญิงเก้า ดูสบายดีนี่”ซือถูเจียงหว่าน ธิดาของหัวหน้าเผ่าลำดับที่หกของเผ่ากั๋วเซาแต่ดูแล้วอายุคงมากกว่าซือถูเจินจูไม่น่าจะเกินสองปี ทักขึ้นหลังจากคารวะชินอ๋องซ่างกวนไท่ตามประเพณีของชนเผ่ากั๋วเซาและของต้าเซี่ยแล้ว เจี่ยอวี้หลันซึ่งกำลังมองเลยไปยังบุรุษผู้หนึ่งที่ตนเองเคยเห็นว่าดวงจิตของซือถูเจินจูล่องลอยอยู่ใกล้ๆ เมื่อสิบกว่าวันก่อนและเขาเองก็กำลังมองตรงมาที่นางแน่วนิ่งเช่นกัน รีบดึงสายตาหันมาสนใจน้องสาวตามฐานะเสียก่อน“แน่นอน พี่ฉุนไป๋ หมายถึงชินอ๋องดูแลข้าดีมาตลอดจ
ตอนที่ 25“บังอาจ! นี่คือชินหวางเฟย จงถอยออกไป”จากที่สงสัยเพราะเกิดจดจำแววตาของหลู่อวี้ หลิงได้เมื่อแลเห็นระยะใกล้ มู่หรงจิ่ง จึงต้องพิสูจน์ รอยแผลเป็นตรงหลังมืออาจบังเอิญได้แต่ปานแดงตรงเลยข้อมือขึ้นไปเล็กน้อยที่เขาพลิกดูเมื่อครู่ช่วงที่นางล้มมาทางเขานั้นยากจะมีใครเหมือนเป็นคนที่สองแน่ เขามั่นใจ!“เฉินกั๋วกงจะไปที่ใด?!”หลู่ฮ่าวอวี่ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใดพอเห็นมู่หรงจิ่งรีบร้อนจะพุ่งตามติดชินอ๋องไปเขาจึงรีบทักท้วงเอาไว้ เนื่องจากใครบ้างอยากจะไปยุ่งเกี่ยวกับปีศาจขาวแห่งต้าเซี่ยผู้นั้น“ไม่ต้องยุ่ง!!!” ตวาดออกไปแล้วก็วิ่งตามไปทันที ในใจของมู่หรงจิ่งแม้แต่ความตายก็ลืมสิ้น เพราะอยากได้คนของเขาคืน และนี่อาจเป็นสันดานเสียเดียวของเฉินกั๋วกง ที่อยากได้อันใดก็ต้องได้ สันดานเสียเดียวที่จะนำพาเขาไปสู่จุดจบก่อนวัยอันสมควร“เสียสติอันใดของเขากัน คนเช่นชินอ๋องซ่างกวนไท่ใครล่วงเกินได้หรือไร บัดซบเอ๊ย!”หลู่ฮ่าวอวี่คาดไม่ถึงว่าคนที่ระวังตัวดีมาตลอดเช่นมู่หรงจิ่งจะทำ
ตอนที่ 24“บังอาจ นี่คือชินหวางเฟย จงถอยออกไป”พอตั้งสติได้และสองบุรุษโผล่ออกมาหงเหมยรีบชักกระบี่ออกมาขวางคนทั้งสอง โดยที่เจี่ยอวี้หลันนั้นยังคงยืนหันหลังให้กับบุรุษทั้งสอง กิริยาสงบนิ่งมั่นคงและสูงศักดิ์จนมู่หรงจิ่งกับหลู่ฮ่าวอวี่ยังหายใจสะดุด“อย่าเสียมารยาทหงเหมย จิ้งหนานโหวเปิ่นหวางเฟยเพียงรู้สึกไม่สบายจึงออกมาเดินผ่อนคลายมิคาดว่ากลับหลงทาง ล่วงล้ำเรือนชั้นในของจิ้งหนานโหวแล้ว ต้องขออภัยจริงๆ”เรือนกายอรชรในอาภรณ์หรูหราค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับบุรุษที่ตนเองชิงชังจนอยากจะฆ่าให้ตายด้วยมือตนเองช้าๆ เจ็บใด แค้นใด เจี่ยอวี้หลันจำต้องกลืนมันลงท้องไป แล้วเสแสร้งสวมบทบาทของพระชายาเจี่ยเอาไว้อย่างแนบเนียน เย่อหยิ่ง ไว้ตัว สูงศักดิ์ เหล่านี้นางไม่ต้องพยายามเพราะโดยปกติ หลู่อวี้ หลิงก็มีกิริยาดังกล่าวกับคนแปลกหน้ามาตลอดอยู่แล้ว“ชินหวางเฟย...”หลู่ฮ่าวอวี่พึมพำออกมาราวกับคนหลงละเมออยู่ในห้วงฝัน เพราะโฉมของสตรีตรงหน้างดงามราวกับเทพธิดาลงมาเยือนปฐพีมิ
ตอนที่ 23เท้าเรียวแต่ไม่ได้เล็กราวกับดอกบัวเช่นคุณหนูในห้องหอสกุลสูงศักดิ์ทั่วไปในแผ่นดินต้าเซี่ยเพราะในวัยเด็กมารดาของนางมิอาจทำใจทรมานร่างกายบุตรสาวด้วยธรรมเนียมรัดเท้าให้เป็นทรงดอกบัว ส่วนบิดาเองก็คิดว่ามิได้สำคัญถึงเพียงนั้น เพราะด้วยฐานะจวนจิ้งหนานโหวย่อมไม่กลัวบุตรสาวที่เกิดจากฮู หยินเอกนั้นจะไม่มีสกุลที่ดีมาสู่ขออยู่แล้วมีหรือจะคิดทรมานบุตรสาวโดยไม่จำเป็นดังนั้นในยามก้าวเดินนางจึงเดินได้อย่างมั่นคงเช่นเดียวกับหงเหมยที่องครักษ์ซึ่งน้อยยิ่งนักที่คุณหนูสูงศักดิ์ในต้าเซี่ยจะมีเท้าเช่นคุณหนูรองหลู่และนี่คือข้อดีอีกข้อที่ซ่างกวนไท่เลือกเจี่ยอวี้หลันมาสวมบทบาทเป็นซือถูเจินจูไม่ใช่ใครก็ได้ เพราะใช่จะมีใครมีเท้าเป็นธรรมชาติเช่นนี้มากนักในเมืองเสียนหยางนี้ลัดเลาะครู่เดียวก็ติดตามไปทัน นั่นก็ต้องยกความดีให้กับสัมผัสหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาจากประตูผี กลิ่นของโลหิต...กลิ่นนี้ชักนำให้นางตามติดหลู่ฮ่าวอวี่กับมู่หรงจิ่งจนพบในเวลาแสนสั้น จนหงเหมยอดจะแปลกใจเสียมิได้ว่าเหตุใดพระชา
ตอนที่ 22แต่หว่านเสน่ห์ไปก็เท่านั้นคนเช่นซ่างกวนไท่เขามิได้อับจนหญิงงาม กับคนเช่นมู่หรงเจียวแค่มองคาดว่ายังไม่มองให้เสียสายตาด้วยซ้ำ เจี่ยอวี้หลันกวาดสายตาไปยังครอบครัวสกุลมู่หรง แต่ก็ต้องมีอันสะดุ้งกับสายตาของมู่หรงเจียว ที่ส่งสายตาฟาดฟันมาทางตนเอง…ผีเข้าหรือไรกัน? …เจี่ยอวี้หลันคิดในใจทันที ปกติสมัยที่นางยังเป็น หลู่อวี้หลิง คุณหนูห้ามู่หรงผู้นั้นก็ไม่ค่อยญาติดีกับนางนักชอบนินทาทั้งต่อหน้าและลับหลัง เรียกว่าปากร้ายมาก ทว่าก็ไม่ถึงกับมองกันด้วยสายตาราวกับจะฉีกเนื้อเช่นในยามนี้ เฮ้อ! มีสามีหล่อเหลานี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ แต่มันความผิดของนางหรือซ่างกวนไท่หรือก็หาไม่ ในอดีตอีกฝ่ายหวงพี่ชายกับนางก็ว่ามู่หรงเจียวร้ายกาจแล้ว พอมาหึงหวงสามีของนางกลับน่ารังเกียจนัก“ห้ามมองมันนาน ข้าหึงหวงยิ่ง”อยู่ดีๆ คนด้านข้างกลับชะโงกหน้ามากระซิบดุดันเสียอย่างนั้น ก็มิใช่ว่าเมื่อเช้าเขายังบอกว่าตนเองเป็นผู้มีเหตุผลพอ บัดนี้แค่นางมองไปทางครอบครัวสกุลมู่หรงนานหน่อยกลับมาส่งกลิ่นอายสังหารเข้มข้นข่มเหงนางเส