หลังจากดูพลุจบ ผมก็พาเธอไปซื้อนมสดกลับมากินกันก่อนนอนที่ห้อง ห้องของเธอ
"พี่ไม่อยู่หลายวันนะ" เพราะผมต้องบินไปงานเปิดตัวไฮเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดที่ต่างประเทศเพื่อนำเข้ามาเป็นน้องใหม่ที่โชว์รูม "หลายวันคือกี่วัน" หลายวันของผมคือสามวัน ไม่รู้ว่าเป็นหลายวันสำหรับเธอด้วยรึเปล่า "จะหนีเที่ยว?" "ป่าวซะหน่อย" คำถามรู้ทันจากผมทำเธอเลิ่กลั่กรีบยกแก้วนมสดที่ผมวางไว้ให้มาดื่ม แต่สายตายังคงแอบเหล่มองมาเล็กน้อย 'หึ' แสบมั้ยละ เพราะอย่างนี้ผมถึงไม่บอกวันกลับที่แน่นอน เก็บไว้หาเรื่องรอทำโทษเด็กแสบน่าสนุกกว่าเยอะ จุ๊บ "นมเลอะ พี่เช็ดให้" "..." "ฮัลโหล ลูกแพร" ฉันพึ่งเคลียร์ซีรีย์และงานบ้านเสร็จซึ่งหมดเวลาไปถึงสองวัน เลยอยากจะใช้วันว่างไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนสนุกๆ ซะหน่อย "ว่าไงจ๊ะสาว" "ไปดื่มไปแดนซ์กันมั้ย" "สี่ทุ่มกลับไม่เอานะ" สงสัยนางจะเข็ดจากครั้งก่อน เพียงแต่วันนี้ทางสะดวกปลอดโปร่งมาก ฉันดูต้นทางมาแล้ว "ใครบอก ร้านปิดเท่านั้นค่ะ" "โอเคดิล เดี๋ยวฉันโทรหาแนนนี่ให้วนรถรับ" "โอเค บายยยย" และแน่นอนว่าชุดคืนนี้มันต้องจัดเต็มไม่ต้องกลัวพี่แฝดบ่นไม่ต้องห่วงว่าใครจะเอาเสื้อกันหนาวมาให้ใส่ บอกแล้วไงว่าทางสะดวก "ยัยโฟ แกเริ่ดมาก" "สวยใช่มั้ยละ" "ก็สวยแต่น้อยกว่าฉัน" ยัยแนนนี่จีบปากจีบคอได้น่าหมันไส้มาก ทำฉันกับลูกแพรพร้อมใจกันเบะปากมองบน หันไปถ่ายรูปเล่นกันสองคน ปล่อยให้คนสวยเขาขับรถมั่นๆ ไปคนเดียว "สุดท้ายก็มาร้านพี่ติณ" "ก็จะได้เมาได้เต็มที่ไง" ร้านพี่ติณนี่แหละ เหมาะที่สุดแล้วสะดวกและปลอดภัยไม่มีใครกล้าเข้ามาเคลมพวกเราแน่นอน ถึงมี ฉันก็มั่นใจว่าลูกน้องพี่ติณจะต้องช่วยได้ทัน เพราะงั้น คืนนี้ฉันกับเพื่อนๆ สามารถปล่อยจอยได้เต็มที่ "เอ๊ะ!" "เป็นไรไป ลูกแพร" "แกแน่ใจนะว่าพี่ติณไม่อยู่" "แน่ใจสุดสุด" "หรอ งั้นฉันคงตาฝาด" ยัยแพรนี่กลัวพี่ติณจนหลอนไปแล้วแน่ๆ ฉันยังไม่เห็นกลัวเลยสักนิด อีกเหตุผลที่ฉันเลือกร้านนี้ก็เพราะดนตรีดีมาก ส่วนนักร้องไม่ต้องพูดถึงเป็นพี่นิวพี่ชายสุดหล่ออีกคนของฉันเอง ถึงไม่ใช่พี่แท้ๆ แต่ก็สนิทกันมากเพราะเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก พี่นิวหันมายักคิ้วทักทายฉันหนึ่งที ก่อนจะหันไปโปรยเสน่ห์แจกรอยยิ้มให้สาวๆ ที่มายืนกรี๊ดหน้าเวทีจนฉันไม่สามารถแทรกตัวบางๆ นี้เข้าไปได้ จนถึงเวลาของดีเจนั่นแหละ ฉันกับเพื่อนๆ ถึงได้พากันไปแดนซ์หน้าเวทีโชว์ลีลาโยกย้ายเบาเบา แต่ที่ไม่เบาเห็นจะเป็นยัยแนนนี่ที่ใช้พื้นที่ได้เปลืองมาก 'รู้มั้ยว่าเธอน่ารัก ตอนเมา โอ้ธารารัตน์ เบาเบา แต่ไม่ตกหลงหลุมรักคนเมา ไม่เอาหรอก' ... ผมคิดไว้แล้วไม่มีผิด ทันทีที่ลงจากเครื่องเสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นเป็นข้อความจากผู้จัดการในร้านที่ส่งมารายงานตามที่สั่งไว้ แต่ภาพที่เห็นทำไม้เรียวในมือผมสั่น ตัวเล็กกับเสื้อผ้าน้อยชิ้น เกาะอกรัดๆ กับกางเกงยีนส์ขาสั้นกุด เกล้าผมสูงยิ่งเผยให้เห็นผิวขาวเนียน ไหนจะก้อนกลมๆ ที่ล้นขึ้นมาอีก จากที่ตั้งใจจะกลับไปเก็บกระเป๋าที่คอนโดก่อนก็ต้องเปลี่ยนใจขับรถตรงเข้าร้านทันที "อุ้ย" ร่างบางสะดุ้งเฮือกกับสัมผัสจากมือหนาที่ยื่นมาวางทาบเนินเนื้อส่วนที่โผล่พ้นออกมาจากเกาะอกสีดำ จนกระทั่งจมูกทรงสวยได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยถึงได้คลายความกังวลลงไปได้บ้าง อย่างน้อยก็ไม่ใช่ใครอื่น "เด็กดื้อต้องโดนลงโทษยังไงดีนะ" อยู่ๆ เสียงทุ้มที่กระซิบดังข้างหู ก็ทำขนแขนเรียวลุกซู่เหมือนในร้านปรับอุณหภูมิให้เย็นลงจนติดลบ ไหนว่าไปหลายวันไง หลอกกันนี่ "โฟไม่ดื้อ" "หึ" ถึงอย่างนั้น ตัวเล็กก็ยังมีสติพอสามารถจำผมได้ทันทีทั้งๆ ที่ผมยืนซ้อนอยู่ข้างหลัง แถมยังเงยหน้าขึ้นมาเถียงผมได้ทันควันอีกด้วย คนโตกว่าจัดการอุ้มคนตัวเล็กเหมือนซ้อมอุ้มเด็กเดินออกจากร้านตรงไปที่รถทันที พาตัวเราทั้งคู่นั่งลงฝั่งคนขับ พร้อมขยับเบาะหนังถอยหลังให้มีพื้นที่พอให้ร่างสูงทำโทษร่างบางได้ "พี่ติณ โฟมากับเพื่อน" "อืม เดี๋ยวแนนนี่ไปส่งลูกแพร" "ฮือ โฟอยากกลับกับเพื่อน" "ไม่มีสิทธิ์ต่อรองนะ" "พี่ติณนั่นละ... อื้อ" ใจผมมันร้อนเกินกว่าจะรอให้เธอพูดจบรีบโน้มไปกดริมฝีปากลงบนริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังจะพูดอะไรไม่เข้าหู เปลี่ยนเป็นเปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนเข้าไปตักตวงความหวานผสมกลิ่นแอลกอฮอล์เบาบางชวนให้ผมยิ่งอยากลองชิมให้มากกว่านี้ "อื้อ พะ พี่ติณ" เสียงหวานร้องประท้วงขออากาศหายใจ ซึ่งผมก็ใจดีให้เวลาเธอพักเพียงเสี้ยววินาที จุ๊บ "ยะ อย่าแกล้ง" "ไม่แกล้ง" "พี่ทำโทษโฟอยู่" มือหนาออกแรงอุ้มคนน้องให้นั่งคร่อมตักแกร่งในท่าทางที่ล่อแหลมจนอะไรต่อมิอะไรแนบชิดมีเพียงกางเกงของเราทั้งคู่กั้นกลางเอาไว้ จับสองแขนเรียวมาคล้องคอราวกับกลัวว่าเธอจะซุกซนจนเผลอไปโดนอะไรที่ยังไม่ควรสัมผัส #Cr. เพลง ธารารัตน์ : ยังโอม"อื้อ" ลิ้นร้อนซุกซนตวัดลิ้นเล็กของเธอไว้ในโพรงปากตักตวงความหวานไม่มีท่าทีจะหยุดราวกับกำลังลงโทษตามที่เขาว่าไว้ ส่วนนิ้วเรียวยาวก็ลากไล่ผ่านเกาะอกกั้นจนถึงผิวเนียนลื่นไร้สิ่งปกคลุมพาตัวเล็กขนลุกซู่รู้สึกมวนท้องอย่างบอกไม่ถูกก้อนอวบอิ่มบดเบียดเข้าหาร่างสูงจนแนบชิดเผลอลงเล็บตรงคอแกร่งไปตามอารมณ์ยิ่งทำให้ไฟในตัวคนโตลุกโชนบางอย่างขยายใหญ่คับแน่นจนปวดหนึบต้องระบายความรู้สึกผ่านมือร้อนที่กำลังบีบขยำก้นงอนบนหน้าตัก"พะ พอ นะ" เสียงหวานพยายามเอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงติดขัด ก้มหน้างุดซบตรงซอกคอคนพี่อย่างเขินอาย กลัวว่าใจจะเผลอปล่อยไปตามอารมณ์คนโตจนหยุดไม่ได้ ตรงนี้มันน่าอายเกินไป"อยากต่อ" เสียงแหบพร่าบอกอย่างเอาแต่ใจอยากจะขอลองทำตามความรู้สึกสักครั้ง อยากลงโทษต่ออีกสักหน่อย แค่นิดเดียวฟอด"ได้มั้ย" "ฟะ โฟไม่รู้" สองแขนแกร่งกระชับร่างบางจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนระอุของกันและกัน วางหน้าผากกว้างลงหน้าผากมนสบตาหวานที่ใบหน้าแดงระเรื่อคล้ายลูกมะเขือเทศ สื่อความต้องการที่กำลังพลุ่งพล่านออกมาหวังว่าคนน้องจะยอมปล่อยใจไปกับเขา"ลองมั้ย นิดเดียว""ถ้าโฟไม่ชอบ พี่จะหยุด""ที่ห้องได้มั้ย"จุ๊บ"ครับ" "ซี้
"คุณป๊า คุณมี๊" ทันทีที่รถสปอร์ตสีดำจอดสนิท ฉันก็รีบเปิดประตูวิ่งเข้าบ้านไปหาป๊ากับมามี๊ในห้องนั่งเล่น ปล่อยให้คนตัวโตขับรถไปจอดที่อาคารจอดรถคนเดียว ก็ฉันคิดถึงคุณป๊าคุณมี๊นี่นา"ไงจ๊ะลูกสาว""น้องโฟคิดถึงคุณมี๊ที่สุดเลยค่ะ" ร่างบางโผเข้ากอดมามี๊อย่างออดอ้อนเพราะไม่ได้เจอกันนานเกือบหนึ่งเดือน"แล้วป๊าละ?" เสียงทุ้มของชายวัยกลางคนเอ่ยถามลูกสาวคนสวยอย่างตัดพ้อ"คิดถึงคุณป๊านิดหน่อยค่ะ" "มันน่าน้อยใจมั้ย"ฟอดจมูกทรงสวยกดหอมเข้าแก้มสากราวกับกลัวว่าปะป๊าจะน้อยใจจริงๆ ก่อนที่ท่านจะยื่นมือมาลูบผมหนาพร้อมกับแววตาอันอบอุ่นฉันกอดหอมกับคุณป๊าคุณมี๊อยู่ไม่นาน ร่างสูงของใครบางคนที่ขับรถพาฉันกลับมาก็เดินเข้ามาพร้อมกับผลไม้ถุงใหญ่ในมือที่แวะซื้อกันที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเมื่อชั่วโมงก่อน เลือกแต่ของโปรดของพวกท่านมาทั้งนั้นเลยนะ"สวัสดีครับอานาย น้ามาย""ผลไม้ครับ""จ๊ะตริติณ ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลยลูก""..."คุณมี๊ยิ้มให้พี่ติณอย่างใจดีเพราะเอ็นดูเขามาตั้งแต่เด็กๆ ต่างจากคุณป๊าที่เหมือนจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่ฉันจำความได้ นอกจากจะไม่ยิ้มให้แล้ว ยังทำเพียงปรายตามองเล็กน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ชอบนะ
"ง่วงยัง" เสียงทุ้มเอ่ยถามคนน้องที่กำลังนอนเกาคางเจ้าขนฟูในจอ"เริ่มๆ" "รอพี่อาบน้ำก่อนได้มั้ย""ทำไมอะ" "นอนพร้อมกัน""อ่าฮะ" เธอพยักหน้าตอบรับโดยที่ไม่หันมามองหน้าผมเพราะมัวแต่สนใจเพื่อนใหม่ที่คลอเคลียอยู่ไม่ห่าง อยู่ๆ ก็รู้สึกอิจฉาแมวขึ้นมาซะอย่างนั้น"หรือจะไปดูพี่อาบน้ำด้วย" "พี่ติณ!" "หึ ห้านาทีเดี๋ยวพี่มา" ผมบอกเธออย่างนั้น แต่ก็หยิบมือถือเข้ามาวางตรงอ่างล้างหน้าด้วย ค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ด ทีละเม็ด ตามด้วยเข็มขัดและกางเกงยีนส์คู่ใจจนทั้งตัวเหลือเพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียว ก่อนจะยืนแปรงฟันอยู่หน้ากระจกอย่างสบายใจ รอเธอหันมาสนใจกัน"ว้าย พี่ติณทำอะไรเนี่ย" แล้วผมก็ทำสำเร็จ! "แปรงฟัน" "แล้วถอดเสื้อผ้าทำไมเล่า" "ก็พี่จะอาบน้ำ""จิ๊ ฟินิกซ์หลับตาเร็ว พี่ติณโป๊ๆ" มือสวยรีบยื่นไปปิดตากลมของเจ้าขนฟูเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจก็ฉันหน่ะ เล่นอยู่กับน้องฟินิกซ์แป็บเดียวเอง หันมาอีกทีภาพที่เห็นทำฉันเกือบช๊อกเลือดกำเดาแทบพุ่งกับซิคแพ็คแน่นๆ เป็นลอนชัดเจนบนผิวขาวใสมีจุดสีชมพูชมพูสองจุด แล้วใจเจ้ากรรมดันเลื่อนสายตาลงมาเห็นไลน์วีเชฟและขอบบ็อกเซอร์แบรนด์ดังนั่นอีก ทำเอาใจดวงน้อยๆ
"หาพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ได้ยังวะ" บางทีผมก็สงสัยเหมือนกันว่าตำแหน่งประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่อย่างไอ้ฟิล์มมันว่างงานมากขนาดไหนถึงได้มาเที่ยวบริษัทผมเมื่อไหร่ก็ได้เสมือนเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นอาณาจักรรถนำเข้าของผมไปแล้ว หรือว่าผมควรไปนั่งบริหารแทน"ยังหว่ะ" นี่เป็นหนึ่งเรื่องที่ผมกำลังตัดสินใจอยู่ตอนนี้ การเลือกพรีเซ็นเตอร์รถรุ่นล่าสุด"น้องกูไง" "ไม่" "มินิน""ไม่" จริงอยู่ที่สองสามปีมานี้กระแสตอบรับรถรุ่นที่น้องสาวผมเป็นพรีเซ็นเตอร์ดีเกินคาด ยอดขายทะลุเป้าที่วางเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รู้สึกรำคาญพวกผู้ชายที่มาซื้อรถหวังได้คอนแทคมินินอยู่ดี ถึงจะรู้ว่าน้องสาวผมไม่มีทางโดนหลอกก็เถอะ"กูมะ" "กวนตีน" ไหนๆ ไอ้ฟิล์มก็ดูว่างงานแล้วผมเลยให้ว่าที่พี่เมียของผมคนนี้ช่วยเลือกดารานางแบบที่ทางทีมงานส่งโปรไฟล์มาให้ไฟนอล ดูเหมือนจะชอบงานนี้ซะด้วย ตอบรับอย่างไวไม่อิดออดแม้แต่น้อย"คอนเซ็ปต์คู่รัก?""อืม""กูว่าคนนี้ตอบโจทย์" "อืม ตรงกัน" "แล้วนายแบบ?""มึง" อยากเสนอผมก็สนอง และตัวเลือกที่ดีที่สุดของผมตอนนี้ก็คือ พ่อหนุ่มในฝันของสาวๆ สามปีซ้อน 'คุณฟิล์ม' ที่กำลังนั่งไขว่ห้างถือรูป
"ยัยโฟ แกเห็นข่าวนี้รึยัง" แนนนี่วิ่งหน้าตาตื่นมาหาฉันกับลูกแพรที่โต๊ะประจำระหว่างรอเข้าคลาส"พรีเซ็นเตอร์แค่หลอก ที่ถูกต้องคือคนรู้ใจ เจ้าของบริษัทนำเข้าซุปเปอร์คาร์สุดหล่อลงทุนลงใจเซ็นต์สัญญากับพรีเซ็นเตอร์สาวสุดฮอต เป็นการร่วมงานกันครั้งแรก แต่สายตานี้มองกันหวานฉ่ำ" เหยี่ยวข่าวสาวเฉพาะกิจอ่านออกเสียงใส่อารมณ์เพิ่มอรรถรสให้คนตัวเล็กและเพื่อนสาวฟังยิ่งกว่ามืออาชีพ"..." "แก เขาถ่ายคู่กับพี่ฟิล์มไม่ใช่หรอ ทำไมเป็นข่าวกับพี่ติณได้ละ" ลูกแพรหันมากระซิบกระซาบถามฉันพร้อมกับชูรูปโปรโมทที่พี่ฟิล์มไปถ่ายเมื่อวันก่อน"ไม่รู้สิ" ฉันตอบอย่างขอไปที ทำเป็นไม่สนใจข่าวพวกนั้น เลือกที่จะนั่งแต่งรูปฟินิกซ์ลงโซเชียลแทน ทั้งที่ภายในใจมันรู้สึกแปลกๆ อยู่ๆ ก็รู้สึกจี๊ดขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ที่เขาบอกว่าน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน ใจฉันก็เหมือนกัน...ยี่สิบปีเลยนะ"พวกแก ไปหาของอร่อยกินกันมั้ย""ทำสุกี้กินที่ห้องฉันแทนได้มั้ย ฟินิกซ์อยู่คนเดียว" "ไปสิ อยากจกพุงน้องมาก""นี่ลูกแพร ลูกชายฉันไม่มีพุงยะ"หลายวันมานี้เรียนเสร็จฉันก็ต้องรีบกลับห้องเพราะไม่อยากให้ลูกชายขนฟูเหงาไม่มีเพื่อนเ
"ว้ายยย ผู้ชาย" แนนนี่เหมือนเดินละเมอสะลึมสะลือออกมาจากห้องนอนมุ่งตรงไปยังตู้เย็นอยากจะดื่มน้ำเปล่าสักแก้ว แต่ก็ต้องตกใจกับแผ่นหลังแกร่งเปล่าเปลือยมีเพียงกางเกงนอนขายาวยืนหันหลังกดเครื่องชงกาแฟอยู่ตรงเคาน์เตอร์ในครัว"...""ผู้ชายที่ไหนแก โจรหรอ" "โจรบ้าอะไรจะหล่อขนาดนี้" เพราะเสียงแนนนี่ทำให้ลูกแพรเพื่อนอีกคนของตัวเล็กวิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องพร้อมกับอาวุธในมืออย่างหมอนข้าง"อะ อ้าว พี่ติณ สวัสดีค่ะ""ครับ" "ยัยโฟละคะ""ยังไม่ตื่น เมื่อคืนพี่พานอนดึก" "พานอนดึก / พานอนดึก" ผมทิ้งท้ายไว้ให้คิดกันเล่นๆ แค่นั้น ก่อนจะถือแก้วกาแฟเดินกลับเข้ามาในห้องนอนของคนตัวเล็ก เพราะไม่คิดว่าเพื่อนๆ ของเธอจะตื่นเช้า เลยออกไปชงกาแฟทั้งที่ไม่ได้ใส่เสื้อ เขินเหมือนกันนะ"มีเรียนกี่โมงพี่ไปส่ง" คนพี่วางแก้วกาแฟบนโต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งขอบเตียง วางมือขนาบข้างคนน้องที่ยังไม่ตื่นเต็มตา"ยุ่ง" "ยังไม่หายโกรธ?" นิ้วยาวเกลี่ยไรผมข้างแก้มใสไปทัดหูขาว อย่างน้อยเมื่อคืนผมก็ได้นอนกอดเธอ"...""ไม่เป็นไร พี่ง้อได้""อย่าพึ่งรีบหายแล้วกัน" มุมปากยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อนึกถึงแผนที่นอนคิดมาทั้งค
"ไม่อยากคุย" "งั้นทำกัน" "ซี๊ดดดด" ฉันก้มหน้าลงไปกัดซอกคอแกร่งเต็มเขี้ยวระบายความหงุดหงิดและโทษฐานที่แกล้งฉันในห้องน้ำเมื่อครู่ เห็นอะไรบ้างก็ไม่รู้"หิวยัง""อืม" "กินพี่มั้ย""พี่ติณ!" มันน่าทุบสักทีมั้ยเนี่ย เดี๋ยวนี้คำพูดคำจาพาฉันคิดไปไกลตลอดเลย ไม่รู้ว่ามาง้อหรือมาแกล้งให้โกรธมากกว่าเดิมกันแน่เขานั่งกอดฉันอยู่แบบนี้ครู่ใหญ่ แบบที่ทั้งตัวของฉันมีเพียงผ้าขนหนูปกคลุมอะไรต่อมิอะไรเพียงหนึ่งผืนแถมก้นกลมงอนยังมีบางอย่างที่ค่อนข้างใหญ่ดุนดันอยู่อย่างนั้น ทำใบหน้าสวยๆ นี้ร้อนผ่าวเปลี่ยนเป็นสีสตอร์เบอรี่อย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะปล่อยฉันไปใส่เสื้อผ้า ส่วนเขาก็หายเข้าไปในห้องน้ำ และตามกันออกมาไปหาอะไรกินกับเพื่อนๆ"อุ้ย คอพี่ติณโดนอะไรมาคะ ฟินิกซ์กัดหรอ" ยัยแนนนี่อีกแล้ว ช่างสงสัยเกินใคร"ไม่ แม่แมวกัด""งุ้ยย/งุ้ยย" คำตอบของเขาทำฉันตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนๆ ที่พากันส่งสายตาล้อเลียนยกนิ้วชี้ขึ้นมาชนกันทำท่าทำทางเขินอายอย่างน่าหมันไส้ ฝากไว้ก่อนเถอะ! "..." หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จ ฉันก็พาฟินิกซ์ออกมานั่งเล่นริมหาดใกล้ๆ บ้านพักนี่แหละ เล่นกันได้ไม่นานเจ้าขนฟูก็เดินไปล้มตัวนอนที่เตียงข้า
"ฮึ่ม"ความซุกซนของคนตัวเล็กทำอารมณ์ของคนโตกว่าถึงขีดสุด สองมือหนาเลื่อนขึ้นมากระตุกสายเดี่ยวสีขาวที่ถูกผูกเป็นโบว์ไว้อย่างน่ารักปนเซ็กซี่หน่อยๆ เพียงเท่านั้นผ้าลูกไม้ก็ร่วงลงมากองตรงหน้าท้องแผนราบเผยให้เห็นก้อนกลมขนาดเกินตัวสีขาวอมชมพูมีเพียงแผ่นซิลิโคนปิดเอาไว้ ทำคิวเข้มผูกเป็นปมทันที มันน่าตีมั้ยแบบนี้ไวเท่าความคิดริมฝีปากร้อนก็ก้มลงไปดึงแผ่นซิลิโคนออกภายในเสี้ยววินาทีเพื่อทำโทษเด็กดื้อตรงหน้า ทำเธอตกใจผละมือออกจากแท่งร้อนแต่ยังคงช้ากว่ามือหนาที่คว้าประกบไว้ไม่ให้ปล่อยแล้วชี้นำเป็นจังหวะขึ้นลงตามอารมณ์ของตัวเอง"ไม่ทันแล้วครับน้องโฟ""อื้อ"เสียงแหบพร่ามาพร้อมแววตาเจ้าเล่ห์จากพ่อแมว เวลานี้ได้แปลงร่างกลายเป็นเสือตัวใหญ่พร้อมขย้ำเหยื่อตรงหน้าที่กล้าเข้ามากระตุกหนวดเสือนอนอย่างเขาร่างสูงพยายามยกตัวทั้งคู่เอื้อมแขนไปปรับสายผ้าม่านให้เลื่อนปิด ก่อนจะกลับมากอบกุมก้อนกลมป้อนเข้าปาก ค่อยๆ ละเมียดชิมทีละนิดละนิด จนคนตัวเล็กอ่อนระทวยเผลอปล่อยมือจากอาวุธร้ายมาคล้องคอแกร่งพยุงตัวเองเอาไว้ ใจอยากพยายามถอยหนีแต่กลายเป็นแอ่นรับปากร้อนเชิญชวนให้เขาดูดชิมความหวานได้ง่ายขึ้นเขาก็เหมือนเสือที่หิว
หลังจากถ่ายรูปกันเสร็จ ครอบครัวของเราสองคนก็พากันไปทานมื้อเย็นฉลองให้กับคนเก่งที่โรงแรมสุดหรูของอากาย ซึ่งทางผู้ใหญ่ก็ได้คุยกันถึงฤกษ์แต่งงานที่ผมขอให้มามี๊หาฤกษ์ที่เร็วที่สุดให้...อีกสองสัปดาห์ข้างหน้าทำตัวเล็กของผมบ่นอุบทันทีที่ถึงห้องเพราะกลัวจะเตรียมตัวไม่ทัน ไหนจะคอร์สเจ้าสาวไหนจะชุดที่ยังไม่ได้เลือก แถมยังยื่นคำขาดสั่งห้ามชวนและพาเธอไปหาของกินอร่อยๆ เด็ดขาด ทำผมถึงกับแอบขำเพราะคงไม่พ้นมีคนเอ่ยปากบ่นหิวก่อนแน่นอน"พี่ติณ" เพราะเธออยากดูซีรีย์ตอนจบ ทำให้เราสองคนย้ายที่เช็ดผมมานั่งกันอยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น ผมนั่งที่พื้นให้ตัวเล็กใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้อยู่บนโซฟา มีเจ้าขนฟูนอนเล่นตุ๊กตาปลาอยู่ข้างๆ"หืม" ผมเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าใสๆ ตากลมโตที่ก้มมองอยู่ก่อน"โฟขอถามอะไรหน่อยสิ" "ครับ" "ทำไมพี่ติณถึงรักโฟ" "..." เป็นคำถามที่ตอบยากมากสำหรับผม เพราะผมเองไม่เคยคิดหาคำตอบเลยสักครั้ง"ตอบมาเร็ว""เป็นความลับของพี่ไม่ได้?" ผมเฉไฉหันไปอุ้มฟินิกซ์มาเล่นบนตัก"ไม่ได้สิ" "ทำไม""ก็โฟอยากรู้""..."...ย้อนกลับไปวันนั้นวันที่เธอเกิดป๊ากับมามี๊พาผมไปหาคุณน้ามายกับอานายที่โรงพยาบาล ส่วนมินินอย
จากที่ตั้งใจจะจูบลงโทษแค่นิดนิดหน่อยหน่อยกลายเป็นเครื่องติดปลุกเสือหลับอย่างเขาให้ลุกขึ้นมาล่าเหยื่อ สองมือหนาดันไหล่บางให้ล้มตัวนอน เปลี่ยนมาค่อยๆ ลูบไล้ต้นขาขาวแผ่วเบาจนใกล้จุดอ่อนไหวที่มีเพียงแพนตี้ตัวจิ๋วปกปิด จุ๊บ"ตกลงจะสารภาพมั้ย" ริมฝีปากร้อนถอนออกจากริมฝีปากบวมเจ่อแต่ยังคงวางทาบไว้แนบชิด"อ๊ะ มะ ไม่..." นิ้วซุกซนที่เขาใช้แทนไม้เรียว ค่อยๆ เลื่อนเข้าไปสัมผัสผิวบอบบางใต้แพนตี้ลูกไม้ลูบไล้เบาเบาให้พอรู้สึกวาบหวาม ทำคนน้องหายใจติดขัด"ไม่ตอบ?" ระหว่างรอคำตอบ ไม้เรียวของเขาก็เริ่มปัดไป่เฉียดตรงนั้นนิดผ่านตรงนี้หน่อยจนน้ำหวานเริ่มเปรอะเปื้อน ทำเขาแทบจะรอไม่ไหว"ย ยอม โฟยอมแล้ว" คนตัวเล็กรีบผละตัวลุกขึ้นท่าทางเหมือนกระต่ายน้อยเพราะกลัวจะโดนเขาลงโทษจนไม่มีเรี่ยวแรงลงไปแดนซ์ต่อ ทำเขาต้องยอมลุกตามอย่างขัดใจ ก่อนจะรวบตัวนุ่มนิ่มมานั่งตักรอฟังคำรับสารภาพจากจำเลยและเป็นไปตามที่ผมคิด ทุกอย่างเป็นแผนของเด็กดื้อทั้งหมด เธอแอบโทรไปสั่งชุดสั้นๆ นี้จากร้านเดียวกันโดยไม่ให้ผมรู้ เพราะให้ไปส่งที่คอนโดมินินแทน แถมโทรไปสั่งให้ที่ร้านมาส่งด่วนเพิ่มอีกหนึ่งชุดสำหรับเพื่อนใหม่อย่างวาดฝัน ใจดีมั้ยละ
วันนี้ฉันได้ไปงานเปิดร้านเหล้าของพี่ติณกับพี่แฝดด้วยแหละ ตอนที่รู้ว่างานจัดในธีมอวกาศทำฉันตื่นเต้นมาก เพราะยังไม่เคยใส่ธีมแนวนี้มาก่อน จริงๆ ภาพในหัวไม่ใช่ชุดมนุษย์อวกาศอย่างที่ใส่อยู่ในตอนนี้หรอกนะ แต่เพื่อไม่ให้พี่ติณดุจนหน้าตึงแล้วตึงอีก ฉันก็เลยเลือกชุดนี้แล้วก็บังคับให้เขาใส่คู่กัน ตรงคอนเซ็ปต์พี่ติณเป๊ะ 'มิดชิด ไม่โป๊'"พี่ติณ เสร็จยัง โฟเสร็จแล้วนะ""เรียบร้อยครับ" "ไหน เรียบร้อยจริงรึป่าว" ฉันหมุนตัวไปดูความเรียบร้อยของชุดให้เขาพร้อมกับดูว่ารูดซิปครบมั้ยจัดทรงให้อีกนิดหน่อย พึ่งเคยเห็นพี่ติณใส่ชุดแบบนี้ครั้งแรกถึงสีหน้าจะดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่แต่ดูหล่อและเท่มาก จนฉันต้องขอถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้อีก"สนุกมั้ย แกล้งพี่""ใครแกล้ง โฟเปล่าแกล้งนะ" ถึงปากจะบอกปฏิเสธอย่างนั้นแต่ก็อดแอบหัวเราะไม่ได้อยู่ดี จนเขาหาทางเอาคืนโดยการรวบร่างบางที่อยู่ในชุดมนุษย์อวกาศไปกดจมูกฟัดแก้มนุ่มอยู่หลายนาทีพอให้หายมันเขี้ยวฟอด ฟอด ฟอด"พะ พอแล้วๆ ไปกันเดี๋ยวเลยเวลานะ" "ไม่อยากไปแล้ว ให้ไอ้แฝดจัดการแทน" เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูคนน้องบ่งบอกถึงอารมณ์
"ธีมงานอะไรดีวะ" วันนี้ผมกับหุ้นส่วนอย่างไอ้แฝดนัดประชุมกันเรื่องงานเปิดร้าน พวกผมสามคนอยากได้งานแบบปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกค้าวีไอพีซึ่งก็เป็นเพื่อนสนิทและนักธุรกิจที่จริงใจของพวกเรา แน่นอนว่าเรื่องหลักสำคัญที่ผมจะไม่ปล่อยให้ไอ้แฝดคิดก็คือธีมงาน"ไม่เอาชุดว่ายน้ำ""กูก็ไม่เอา" ไอ้ฟิล์มเปลี่ยนไปจนไอ้เลนส์สงสัย"ไอ้ติณกูเข้าใจ แต่กูไม่เข้าใจมึงไอ้แฝด" "ดะ เดี๋ยวคอนเทนต์ซ้ำกับวันเกิด" เพื่อนผมไม่เนียนแล้วหนึ่งอัตรา"หึ""ชุดนอน" "ไม่ / ไม่" ชุดนอนผมก็ยิ่งไม่ไว้ใจว่าเมียผมจะใส่มาแบบไหน ถ้าเกิดชวนกันกับมินินใส่แบบสายเดี่ยวผ้าลื่นสั้นๆ ผมได้ปวดหัวมากแน่ยิ่งชอบแอบชวนกันซนอยู่ด้วย เพราะงั้นตัดไฟตั้งแต่ต้นลมดีที่สุดแค่เรื่องธีมงานก็ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงจนโดนไอ้เลนส์ด่าชุดใหญ่ในความเรื่องมากของผมกับไอ้ฟิล์ม จนสรุปกันที่ธีมอวกาศ ซึ่งผมก็เห็นด้วยดูแปลกใหม่ดี คนมาร่วมงานจะได้รู้สึกสนุกไปกับงาน"แล้วเครื่องดื่มมึงจะเอายังไง" หัวใจสำคัญของร้านเหล้าก็คือเครื่องดื่ม"กูหาวิสกี้มาครบ เสิร์ฟตามบิลที่เปิด" แน่นอนว่าหน้าที่หาเครื่องดื่มมาให้ลูกค้าได้ดื่มสนุกๆ คือผมเพราะมีดีกรีเจ้าของร้านเหล้าก
ฟอด"ยังไม่หมดนะ" พอฉันเล่าเรื่องมากมายของห้องนี้ให้เขาฟังจนเริ่มรู้สึกคอแห้ง เขาก็กดจมูกหอมแก้มฉันฟอดใหญ่ ฉันเลยต้องรีบพูดต่อเพราะกลัวว่าเขาจะพลาดไฮไลท์ของห้องนี้"หึ มีอีก?""แน่นอนสิ" ฉันแกะแขนแกร่งที่โอบกอดเอวบางไว้ออกเปลี่ยนเป็นจับมือใหญ่พาเดินไปตรงตู้แช่เครื่องดื่มที่ดูเนียนไปกับผนังห้อง ก่อนจะกดปุ่มเล็กๆ ให้ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเห็นห้องด้านในฉันไม่แน่ใจว่าตอนนี้เป็นเขาหรือฉันที่รู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องเซอร์ไพร์สนี้มากกว่ากัน ดอกกุหลาบโอลิเวียออสตินสีชมพูอ่อนมากมายเต็มไปทุกพื้นที่ของห้องทั้งพื้นทางเดินและบนเพดานสูง มันสวยมากๆ และเป็นดอกไม้ที่ฉันชอบมากที่สุดชอบมากกว่าตุ๊กตาตัวโปรดซะอีก ลองแอบนับๆ ดูแล้วมันมากกว่าหนึ่งร้อยดอกแน่ๆ แต่ก่อนจะถ่ายรูปสวยๆ นี้ไว้ ขอถามให้หายสงสัยก่อนแล้วกัน"ชอบมั้ย" เป็นเขาที่แย่งถามคำถามก่อนเผยให้รู้ว่าทั้งหมดที่ฉันคิดเป็นเรื่องจริง"ของพี่ติณหรอ""อือฮึ" เขาพยักหน้าตอบรับในลำคอ"พี่ติณรู้ทั้งหมดเลยหรอ""ไม่ทั้งหมด""แต่ชอบทั้งหมด" เพียงเท่านี้ใจดวงน้อยของฉันก็เต้นแรงอีกครั้ง โดยเฉพาะแววตาวิบวับคู่นี้ที่มีไว้มองแค่ฉัน ขยันทำให้ฉันหวั่นไหวจนไม่เป็นตัวเอง
เสียงสัญญาณแจ้งเตือนของแอพลิเคชั่นกล้องวงจรส่งเสียงดังว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในห้องทำงาน ทำผมสงสัยจนคิ้วขมวดยุ่งพันกันไปหมด จนต้องหยิบมือถือกดเข้าไปดูความผิดปกติและสิ่งที่ทุกคนไม่รู้คือ ผมแอบซ่อนกล้องวงจรปิดตัวเล็กๆ ไว้ตรงมุมห้องทำงานที่ยังตกแต่งไม่เสร็จเชื่อมเข้ากับมือถือส่วนตัว ไม่รู้ว่าวันนั้นตัวเองคิดยังไงถึงได้ทำแบบนี้เหมือนกัน "หึ" มาวันนี้ภาพที่ผมเห็นในกล้องทำลายความเหนื่อยล้าจากงานที่มีจนหมด จากคิ้วที่ผูกเป็นปมเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจนเห็นลักยิ้มสองข้าง อยากจะบินกลับไปหาคนตัวเล็กที่กำลังนั่งทาสีผนังอยู่ที่พื้น อยากรู้ว่าเธอจะใช้วิธีไหนพาผมไปดูของขวัญที่เธอทำให้ ที่สำคัญอยากให้รางวัลคนเก่งด้วยแน่นอนว่าความลับไม่มีในโลก กล้องที่ผมซ่อนไว้มีคนรู้เพิ่มหนึ่งคนคือ แนนนี่ ที่ปีนบันไดขึ้นมาทาสีผนังด้านบนส่งยิ้มเบาเบาผ่านกล้องมาให้โดยที่ไม่เผยความลับนี้ให้คนตัวเล็กรู้ ถือว่าทำได้ดีเพราะผมก็เก็บความลับไว้ให้เหมือนกันและตลอดสองสามวันมานี้ที่ผมอยู่ต่างประเทศ ทุกวันหลังจากกลับมาถึงห้องพักสิ่งแรกที่ผมเลือกทำคือการเปิดกล้องดูว่าวันนี้เธอทำอะไรให้บ้าง เหมือนตอนนี้ที่เธอกำลังสั่งให้ช่างยกโซ
"พวกแก" ฉันต่อสายหาเพื่อนทันทีหลังจากที่ไปส่งพี่ติณขึ้นเครื่อง"ว่าไงยัยโฟ" เป็นลูกแพรที่กดรับสายและเปิดกล้อง ส่วนแนนนี่ก็เปิดกล้องนะ แต่เปิดให้ฉันมองเพดานแทน"วันนี้ติดอะไรกันมั้ย ฉันมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือหน่ะ" "ไม่ติด" แนนนี่โผล่หน้ามาจากจอมือถือของลูกแพร หืม...อยู่ด้วยกันหรอกเหรอ แต่ก็ไม่แปลกเพราะสองคนนี้ตัวติดกันมากยิ่งกว่าฝาแฝดซะอีก และถ้าฉันอยู่ด้วยก็จะกลายเป็นแฝดสาม เพราะงั้นขับรถไปหาเลยแล้วกันฉันเล่ารายละเอียดของโปรเจ็คใหญ่ที่ฉันจะทำเซอร์ไพร์สพี่ติณให้เพื่อนทั้งสองคนฟังอย่างละเอียด ซึ่งทั้งสองคนก็ตอบตกลงทันทีที่ฉันเอ่ยปากขอความช่วยเหลือให้มาช่วยกันทาสีและจัดห้องให้เสร็จภายในสามวันก่อนพี่ติณจะเดินทางกลับ ซึ่งฉันเผื่อเวลาไว้หนึ่งวันเพราะหวั่นใจกลัวว่าเขาจะกลับมาเซอร์ไพร์สเหมือนคราวที่แล้วอีก"ต้องซื้ออะไรเพิ่มมั้ย" ลูกแพรหันมาถามฉันที่นั่งอยู่เบาะหลัง สลับตำแหน่งให้แนนนี่ทำหน้าที่ขับรถ"ฉันให้ลูกน้องคุณป๊าเตรียมไว้ให้หมดแล้วหน่ะ""แต่ถ้าขาดอะไรค่อยออกมาดูเพิ่มก็ได้" "โอเค" เกือบสี่ชั่วโมงที่ฉันกับเพื่อนๆ ช่วยกันลงรองพื้นทั้งเพดานและผนังห้องทั้งโซนห้องทำงานและห้องน
ยี่สิบปีที่รู้จักเขามา มีปีนี้แหละที่ฉันเริ่มรู้สึกว่าพี่ติณนิสัยไม่ดีที่สุด เอาแต่ใจตัวเองมากที่สุด ขี้หวงมากที่สุด รวมทุกเรื่องที่สุดไว้ที่เขาคนเดียวเลย ดูสิ...ทำร่างอันบอบบางของฉันปวดเมื่อยไปหมด "กลับคอนโดกัน""..." ฉันถึงกับต้องมองค้อนคนที่นอนกอดอยู่ด้านหลัง ถึงเขาจะพาฉันมานอนพักที่โซฟาเบดอยู่เกือบชั่วโมง แต่ฉันก็ยังเหนื่อยอยู่ดี"ทำไมมองพี่แบบนั้นครับ""พี่ใจไม่ดีนะ" ยังจะไม่หยุดแกล้งกันอีกนะ ร้ายเกินไปแล้วเขากดจูบลงหัวไหล่เปล่าเปลือยของฉันพร้อมกับสายตาหยอกล้อที่ไม่มีความกลัวกันเลยสักนิด กลับไปฉันจะให้ฟินิกซ์เมินใส่เขาให้เข็ด"แวะกินอะไรก่อนมั้ย" "แวะๆ โฟหิวมาก หิวจนกินพี่ติณได้แล้ว""หึ ไม่เห็นจะกิน" ฉันได้แต่กลอกตาอย่างเหนื่อยใจ รู้หรอกนะว่าหมายถึงอะไรหน่ะคนตัวเล็กหันมากดหาร้านอาหารที่อร่อยและใกล้ที่สุดในเวลานี้ ก่อนจะบอกทางคุณคนขับให้รีบพาเธอไปร้านกระเพาะปลาเจ้าดัง หิวจนท้องร้อนไม่ไหวแล้วหละ"พี่ติณ""หืม""ขอไข่นกกะทาได้มั้ย""หึ เอาอะไรมาแลก" คนโตกว่าเลิกคิ้วถามน้องอย่างเจ้าเล่ห์"..." ไข่นกกะทาสองฟองเอง ต้องมีอะไรแลกด้วยหรอ ฉันมองกระเพาะปลาในชามอย่างลังเล ตักเนื้อปูก
หนึ่งเดือนที่ผ่านมาฉันใช้เวลาช่วงวันหยุดช่วยพี่ติณออกแบบและตกแต่งภายในร้านเหล้าสาขาใหม่ที่เขาร่วมหุ้นกับพี่แฝดของฉัน ทำฉันตื่นเต้นสุดสุด เพราะเป็นการลองลงสนามจริงครั้งแรกเลยก็ว่าได้ จะว่าสนุกก็สนุก จะว่าปวดหัวก็ที่สุดโหมดพี่ติณจริงจังกับงานโหดและดุมาก มากที่สุด เกือบทำให้เราสองคนทะเลาะกันตั้งหลายครั้ง จนพี่เลนส์ต้องส่งพี่ฟิล์มมาเป็นตัวกลางประสานงาน หรือจะเรียกว่าคนคอยห้ามศึกก็ว่าได้ แน่นอนว่าพี่ชายของฉันทำหน้าที่นี้ได้ดีมากๆเหมือนอย่างตอนนี้... ฉันเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าทำไมคู่รักถึงไม่ควรทำงานด้วยกัน"หมูอ้วน ช่วยแก้ตรงนี้ให้พี่อีกนิดได้มั้ยคะ" พี่ฟิล์มถือแบบของฉันเดินมาหา เป็นห้องวีวีไอพีที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ฉันแก้แบบห้องนี้ไปถึงสองรอบ"ตรงไหนหรอ" ฉันขยับเก้าอี้เข้าไปหาพี่ฟิล์มที่มายืนพิงขอบโต๊ะทำงานชั่วคราวของฉัน โดยมีเจ้าของห้องทำงานนั่งหน้ายักษ์มองอยู่ไม่ไกล"คือ พวกพี่อยากได้โทนสีน้ำเงิน" ใช่สีน้ำเงิน ฉันเปลี่ยนให้แล้วนี่นา"โฟให้พี่ติณเลือกเฉดแล้วนะคะ""อ่าว ไอ้ติณ มึง" พี่ฟิล์มทำทีเป็นเอี้ยวหลังไปหาเขาอย่างเอาเรื่อง รู้หรอกว่าเตรียมกันมาหน่ะ"กูเลือก indigo แต่ได้ berry"