และผมก็ปล่อยให้เธอเดินกลับไปสนุกกับเพื่อนต่อ ในเมื่อเธอบอกว่าจะกลับก็ต่อเมื่อร้านปิด ผมก็ตามใจเธออย่างไม่เรื่องมาก สั่งลูกน้องไปบอกดีเจให้ประกาศว่าวันนี้ร้านปิดห้าทุ่ม และชดเชยโดยการไม่คิดค่ามิกเซอร์และกับแกล้มทุกโต๊ะ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ แต่จะให้ฟรีเลยคงจะไม่ได้เพราะแต่ละโต๊ะสั่งเครื่องดื่มดุดุกันทั้งนั้น ไหนจะค่าแรงพนักงานค่าน้ำค่าไฟที่ต้องจ่ายอีก ทำคนตัวเล็กหันขึ้นมามองห้องทำงานของผมตาขวางทันทีเมื่อได้ยินประกาศ 'หึ' ผมทำผิดตรงไหน ออกจะใจดีกับเธอมากด้วยซ้ำ
พอห้าทุ่มปุ๊บไฟในร้านก็ปรับแสงลงปั๊บตามคำสั่งของผม ยืนจับตามองคนตัวเล็กอยู่นานกว่าเธอจะเดินขึ้นมาหาผมบนห้องทำงาน ผมเลยกลับมานั่งยกแก้วเหล้าแกว่งไปมาอย่างใจเย็น ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครทำอะไรเธอ เพราะตลอดทางมีลูกน้องของผมคอยจับตาดูแลความปลอดภัยของเธออยู่แล้ว "พี่ฟิล์มละคะ" "พี่ให้กลับไปแล้ว" "ยุ่งมาก" "จะกลับเลยมั้ย พี่ไปส่ง" "ก็ร้านปิดแล้วนี่ โฟก็ต้องกลับรึป่าวเอ่ย" "..." นั่งมองเด็กดื้อที่เวลานี้ยืนกอดอกกลอกบนไปมาทุกคำที่พูดกับผม แถมยังทำสีหน้าเอาแต่ใจเชิดเชิดเหวี่ยงเหวี่ยงอีก ผมได้แต่กัดฟันมองอย่างอดทน เพี๊ยะ! "พี่ติณโฟเจ็บนะ" แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปฟาดก้นงอนๆ ระบายความมันเขี้ยวสักหน่อย ทำเธอโวยวายลั่นถลึงตาใส่จนหน้าแดงด้วยความโมโหเพราะทำอะไรผมไม่ได้ ได้แต่ยืนควันออกหูอยู่อย่างนั้น "ให้พี่เป่าให้มั้ย" "จิ๊ โฟจะฟ้องป๊า" "หึ กลัวแล้วคับผม" ผมยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบอย่างอารมณ์ดี เวลาเธอเชิดหน้างอนๆ เอาแต่ใจดูน่ามันเขี้ยวมากอยากจะจับมาฟัดแก้มป่องๆ ให้เข็ด "นอนคอนโดพี่นะ" เขาเอ่ยสิ่งที่ตัวเองต้องการทันทีที่ขึ้นรถ "อยากนอนห้องโฟ" ฉันก็ตอบกลับไปอย่างไม่ยอมกัน จะให้ยอมได้ยังไง เขาทำฉันหงุดหงิดอยู่นะ "ได้" "โฟอยากนอนคนเดียว" "ไม่" "พี่ติณเอาแต่ใจ" "ก็จริง" ไม่ใช่ว่าเราจะไม่เคยนอนด้วยกัน เอาเป็นว่าตั้งแต่ฉันจำความได้ภาพที่พี่ติณนั่งอยู่ข้างเตียงเป็นภาพที่ชินตามาก จนกระทั่งฉันเข้ามหาวิทยาลัยและย้ายมาอยู่ที่คอนโดเดียวกับพี่เลนส์พี่ฟิล์มแต่คนละชั้น พี่ติณก็ยังมาค้างที่คอนโดฉันอยู่บ่อยครั้งบางวันก็มารับฉันไปคอนโดเขา จนที่ห้องของเราสองคนมีเสื้อผ้าของเราทั้งคู่ไว้พร้อม แต่อย่าเข้าใจผิดกันนะ ฉันกับพี่ติณยังไม่ได้ไปถึงขั้นเรื่องอย่างว่ากันหรอก แค่นอนจับมือกันเฉยๆ แค่นั้นแหละ ฉันพูดจริงๆ "โฟอยากแวะกินโจ๊ก พี่ติณกินมั้ย" "กินได้" และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันอนุญาตให้เขาเข้ามาใกล้ได้ ก็เพราะความตามใจของเขานี่แหละ ถึงแม้ว่าจะดุจะขัดใจฉันอยู่บ้าง แต่สุดท้ายพี่ติณก็เป็นคนคอยพาฉันไปกินของอร่อยๆ พาไปช้อปปิ้ง พาไปเที่ยว เพราะว่าพี่แฝดสลับกันบินไปดูงานบ้างโดนพี่ติณแย่งซีนบ้าง เหมือนวันนี้ที่ให้พี่ฟิล์มกลับไปก่อนนั่นแหละ "โจ๊กหมูไม่ใส่เครื่องใน ใส่ไข่เค็มสองครับ" "พาแฟนไปนั่งรอก่อนนะพ่อหนุ่ม" "ครับ" "พี่ติณมานั่งเบียดโฟทำไมคะ" "ที่ตั้งกว้าง" "จิ๊" จุ๊บ "งอแง" ขโมยจูบฉันอีกแล้วนะ เป็นแบบนี้ทุกทีเลย ทุกครั้งเวลาไปกินข้าวด้วยกัน พี่ติณก็จะมานั่งลงข้างกันไม่ยอมเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างตอนนี้ก็ขยับเก้าอี้พลาสติกสีแดงเข้ามาเบียดฉัน จนแทบจะเกยตักกันแล้ว เดี๋ยวก็ขึ้นไปนั่งทับให้ขาชาเลยซะดีมั้ยเนี่ย ฟู่ ฟู่ "อ้าปาก มัวแต่เล่นมือถือ" "ก็มันร้อนนี่ โฟรอให้อุ่นๆ ก่อน" "พี่เป่าให้แล้ว" "โฟขอหมูด้วยสิคะ" "ครับ" นั่งมองตัวเล็กเล่นมือถือเข้าแอพนั้นดูแอพนี้อย่างเพลิดเพลิน ผมเลยทำหน้าที่ตักโจ๊กในชามมาเป่าจนหายร้อนและป้อนเข้าปากสีกุหลาบอย่างตามใจสลับกับกินของตัวเองจนหมด นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ผมชอบเลือกนั่งข้างเธอ ถ้าไม่ติดว่าเป็นที่สาธารณะผมก็อยากอุ้มเธอมานั่งบนตักกว้างนี้ด้วย เพราะชอบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเธอที่ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่อยู่ใกล้ "ง่วง?" "ค่ะ" "มานอนตรงนี้มา" "..." หลังจากกินโจ๊กกันเสร็จ ผมก็จูงมือตัวเล็กไปขึ้นรถขับกลับคอนโดเธอ เปิดลิสต์เพลงโปรดของเธอคลอเบาเบา จับมือนุ่มนิ่มมาบีบเล่นระหว่างทางเพลินดีนะ... แต่คงเป็นเพราะแอร์ที่เย็นฉ่ำ หรืออาจจะเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และหนังท้องที่ตึงจากการกินอิ่ม มองเธออีกที ตัวเล็กก็นั่งสัปหงกเอนไปเอนมาจนผมกลัวว่าจะไปชนเข้ากับกระจก เลยอุ้มมานอนบนตักให้เธอกอดคอซบอกผมสบายๆ มีมือใหญ่โอบเอวบางไว้แทนผ้าห่มชั่วคราวตลอดทาง "โฟ ถึงแล้ว" "น้องโฟกัสครับ" "อือ อือ" "หึ" ฟอด ตอนเด็กขี้เซายังไง วันนี้ตัวเล็กของผมก็ขี้เซาเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ผมเลยต้องค่อยๆ อุ้มเธอในท่าเจ้าสาวเดินเข้าลิฟต์ส่วนตัวขึ้นไปบนห้องของเธอ วางตัวเล็กนั่งบนชั้นวางรองเท้าและก้มลงถอดรองเท้าส้นเข็มให้อย่างเบามือ ก่อนจะพาไปนั่งหลับต่อที่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ เช็ดเครื่องสำอางบนใบหน้าหวานซ่อนเปรี้ยวจนหมด แต่ที่ทำให้ผมยืนชั่งใจอยู่นานก็เพราะกำลังคิดว่าจะแค่เช็ดตัวหรือจะอาบน้ำให้ร่างนุ่มนิ่มนี้ดี ถ้าเช็ดตัวเฉยๆ ตัวเล็กก็จะนอนไม่สบายเท่าไหร่แต่ถ้าอาบน้ำให้เลย กลายเป็นผมนี่แหละที่จะลำบากทีหลัง เลยตัดสินใจกระซิบถามความสมัครใจของแมวน้อยขี้เซาก่อนจะได้ไม่ตื่นมาโวยวายกันทีหลัง "โฟ เช็ดตัวหรืออาบน้ำ" "หืม" "อยากเช็ดตัว หรือ อยากอาบน้ำ" "เช็ดตัว โฟง่วง" "จะเช็ดเอง หรือ พี่เช็ดให้" "พี่ติณ" เสียงงุ้งงิ้งเหมือนลูกแมวขี้อ้อนนิดๆ ทำผมอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ เลยกดริมฝีปากลงไปที่ปากเล็กๆ นั่นหนึ่งทีพอหอมปากหอมคอ จุ๊บ "รอแป็บนะ" เวลาหลับก็น่ารักเหมือนลูกแมวตัวเล็กตัวน้อย เวลาตื่นบทจะเอาแต่ใจก็เหมือนลูกแมวพองขนขู่ฟ่อฟ่อ น่ามันเขี้ยวจนอยากจับตีก้นใช้เวลาไปประมาณสิบห้านาทีในการเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดนอนกระโปรงสีชมพูให้จนเรียบร้อย เป็นสิบห้านาทีที่ยากมากสำหรับผม ทุกครั้งที่มือสัมผัสกับผิวเนียนลื่น ผมได้แต่กัดฟันแน่นข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ไม่ให้เผลอจับอะไรๆ ที่ดูนุ่มมือจนเกินเลย ทั้งที่ใจอยากจะจับอยากจะทำให้ได้มากกว่านี้ แต่ติดที่ผมรับปากกับอานายเอาไว้ว่าจะรอให้น้องเรียนจบก่อน มาถึงตอนนี้ผมถึงได้รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ทรมานมากแค่ไหน นับถือตัวเองเหมือนกันนะ... หลังจากที่พาเธอมานอนบนเตียงเจ้าหญิง ผมก็เข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำและกลับออกมาในชุดนอนสีชมพูขายาวที่ตัวเล็กซื้อให้และถูกบังคับให้ใส่เวลามานอนที่นี่ มันเป็นอะไรที่ขัดกับลุคของผมมากแต่ผมก็ได้แต่ใส่อย่างตามใจ มีเธอคนเดียวเท่านั้นที่จะได้เห็นผมใส่อะไรแบบนี้...คนเดียวจริงๆ"พี่ติณ กอด""..."จุ๊บผมใช้เวลานั่งเช็คอีเมล์ต่ออีกครู่หนึ่ง เสียงงัวเงียสะลึมสะลือก็เรียกผมให้รีบปิดหน้าจอและล้มตัวลงนอน เพื่อที่เธอจะได้ปีนขึ้นมานอนบนตัวผมเหมือนตอนเด็กๆ และเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เรานอนด้วยกัน ทำให้อะไรต่อมิอะไรของตัวเล็กแนบชิดทุกสัดส่วนที่แข็งแกร่งจนรู้สึกปวดหนึบไปหมด กว่าผมจะข่มตานอนได้ก็
"พี่ติณ โฟขอยืมข้อมือหน่อยสิ" ตัวเล็กยื่นนาฬิกาสองเรือนมาวางทาบข้อมือใหญ่อย่างลังเล"...""พี่ติณว่า พี่เลนส์พี่ฟิล์มชอบเรือนไหน""เรือนนี้มั้ย บอกเวลาสามประเทศ" ผมเลือกในแบบที่คิดว่าเพื่อนทั้งสองคนชอบและน่าจะเลือกใส่บ่อย อันที่จริงไอ้สองคนนั้นก็ชอบทุกอย่างที่น้องสาวให้นั่นแหละ"เนอะ เดินทางกันบ่อยด้วย""รับเรือนนี้สองเรือนค่ะ" ความเห็นเป็นเอกฉันท์เพราะเราชอบเรือนเดียวกัน เธอจึงหันไปบอกพนักงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม"สักครู่นะคะ"ผมยื่นแบล็คการ์ดให้พนักงานก่อนที่คนตัวเล็กจะหยิบบัตรเครดิตในกระเป๋า ทำเธอหน้ามุ้ยเพราะอยากจะเป็นคนจ่ายเงินซื้อของขวัญให้พี่ชายตัวเองเอง แต่สำหรับผมจะเงินผมหรือเงินเธอมันก็เหมือนกัน และที่ผ่านมาผมกับเธอก็ให้ของขวัญไอ้แฝดชิ้นเดียวกันมาตลอด ของมินินและเพื่อนคนอื่นๆ ก็ด้วย"อยากได้อะไรอีกมั้ย" "ไม่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพี่ติณต้องเข้าร้านนี่""ไปด้วยกันมั้ย""โฟอยากดูซีรีย์""ไปดูบนห้องทำงานพี่""ก็ได้ค่ะ ขอกลับไปเปลี่ยนชุดก่อนได้มั้ย""เสื้อยืดกางเกงยีนส์พอนะ""..." ดูสีหน้าแววตาซุกซนของเธอก็รู้ว่าชุดที่อยากกลับไปเปลี่ยนเป็นชุดแบบไหน ผมเลยต้องพูดดักทางเอาไว้ก่อน ทำเธอแอบหั
"จะกลับยัง" เสียงทุ้มดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่เดินมายืนซ้อนหลังเก้าอี้ของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ ยัยแนนนี่มองหน้าหล่อๆ จนตาหวานยิ่งกว่าซอสคาราเมลตรงหน้าซะอีก"โฟว่าจะไปหาข้าวกินกันต่อ""อืม ไปสิพี่เป็นเจ้ามือ" เขาพยักหน้าบอกอย่างใจดี เพราะอย่างนี้สิเพื่อนสาวของฉันถึงเอ่ยปากชมไม่หยุด ทั้งที่ตอนเจอกันครั้งแรกพากันกลัวจนตัวสั่นไม่กล้าแม้แต่สบตา"ไปรถพี่""โฟขับรถมา""เดี๋ยวแนนนี่กับลูกแพรขับรถยัยโฟไปเองค่ะพี่ติณขา" ฉันละเบื่อความอ้อล้อของยัยแนนนี่จริงๆ เลยเชียว"จุ้นจ้านมาก""หรือแกจะให้ฉันนั่งตักพี่ติณไปละ" เรื่องอะไรฉันจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นละ ยัยแนนนี่ได้จับพี่ติณรวบหัวรวบหางกันพอดีสิ เคยได้ยินมั้ย อย่าฝากปลาย่างไว้กับแมว ยัยแนนนี่เนี่ย แมวยักษ์เลยนะจะบอกให้พอเราตกลงเลือกร้านกันได้ ยัยแนนนี่ก็แบมือขอกุญแจรถคู่ใจของฉันขับพาลูกแพรไปจองคิวที่ร้านก่อน เพราะร้านที่พวกเราเลือกเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลวิวแม่น้ำเจ้าพระยาคนเลยค่อนข้างมาก ส่วนฉันก็นั่งรอพี่ติณคุยกับพนักงานในร้านต่อ จะว่าไปตั้งแต่มายังไม่ได้ถ่ายรูปเลยนี่นา นึกได้อย่างนั้นก็จัดแจงตั้งกล้องเซลฟี่ห้าวิ และวิ่งไปยืนเผลอๆ
"แฮปปี้เบิร์ดเดย์ค่ะ พี่ชายสุดหล่อทั้งสองคนของน้องโฟ" ฉันวิ่งเข้าไปกอดพี่ชายทั้งสองคนที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ข้างสระว่ายน้ำ สถานที่จัดงานวันเกิดในคืนนี้คือบ้านฉันเอง ที่ป๊ากับมามี๊ยกให้พี่แฝดจัดงาน ส่วนพวกท่านก็บินไปสวีทที่ญี่ปุ่นกันสองคน พี่แฝดอยู่ในชุดคล้ายกันเสื้อฮาวายปลดกระดุมสามเม็ดโชว์หน้าอกหน้าใจและซิกแพคแน่นๆ สมฐานะเจ้าของงาน"โฟรักพี่เลนส์พี่ฟิล์มนะคะ" "พี่ก็รักหมูอ้วนเหมือนกัน" เรียกกันแบบนี้ก็มีแต่พี่ฟิล์มนั่นแหละ ส่วนพี่เลนส์ก็ยื่นหน้ามากดจมูกโด่งๆ ลงที่ผมฉันฟอดใหญ่ ตั้งแต่ฉันจำความได้เราสามคนพี่น้องก็ชอบแสดงความรักกันแบบนี้มาตลอด ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยสักนิด"ธีมงานอะไรของพวกมึง" พี่ติณถามพี่ฟิล์มอย่างหงุดหงิด"ชุดว่ายน้ำไง กูพิมพ์บอกชัดเจน" "หาเรื่อง"ใช่ ธีมงานวันเกิดของพี่แฝดปีนี้ทำเอาฉันรู้สึกเซอร์ไพร์สมาก เพราะเป็นปาร์ตี้ชุดว่ายน้ำ ซึ่งพอฉันรู้ก็รีบแชทหาพี่มินินนัดกันไปซื้อชุดว่ายน้ำคอลเลคชั่นล่าสุดของแบรนด์ดังโดยที่ไม่บอกคนที่กำลังทำหน้ายักษ์อยู่ตอนนี้พอมาถึงที่งานชุดของฉันดูเบาไปเลยเพราะเป็นเกาะอกวันพีชลายน่ารักๆ ใส่กางเกงยีนส์สีขาวขาสั้นทับอีกชั้นมีเสื้อคลุมตัวยาวกั
fo.focus : หนาวนี้กอดใคร เหงามั้ยกอดกัน❄️☃️ สเตตัสในไอจีพร้อมกับรูปฉันที่นอนกอดน้องคายเบบี้อยู่บนเตียงเจ้าหญิงดูน่าสงสารมาก อุตส่าห์มีฟิลลิ่งอากาศหนาวกับเขาทั้งที แต่น้องโฟคนนี้กลับได้นอนเหงาๆ อยู่ห้องคนเดียว เพราะป๊าพามามี๊ไปเที่ยวอีกหลายวันกว่าจะกลับ ส่วนพี่แฝดก็บินไปดูงานต่างประเทศทั้งสองคน ทักหาเพื่อนเพื่อนก็เงียบหาย เฮ้อ...สงสารตัวเองสุดสุดnanny.sohot : เหงาจริง? 🤭noopear : กอดตัวเองอ่าาา 😭pie.pp : มาพี่กอดnew.nithit : @pie.pp มึงโดน 💣 แน่ยัยสองคนนั้นไม่ว่างตอบแชทแต่มีเวลามาคอมเมนต์ฉันนะ ชิ!หลังจากไล่อ่านคอมเมนต์จากเพื่อนๆ และพี่ๆเสร็จ ฉันก็มาปักหลักดูซีรีย์แดนมังกรแทน ที่เขาว่ากันว่าถ้าลองโดนพระเอกแดนมังกรตกแล้วจะลืมหนุ่มเกาหลีเกาใจไปเลย มันถูกต้องมากๆ เพราะฉันกำลังตกหลุมแบบหาทางขึ้นไม่เจอเลย"อ้ากกกก หล่อจัง""น้องโฟเขิน"อาการของฉันเวลาโดนผู้ชายตกก็จะประมาณนี้ ได้แต่นอนกลิ้งไปมาบนที่นอนสีขาวพร้อมกับสองมือจิกหมอนอย่างเขินอาย ยิ่งเวลาถึงฉากกุ๊กกิ๊กกับนางเอกนะ สายตาของเขาทำฉันแทบละลายไปกับที่นอนเลย งือ...น้องโฟอยากเป็นนางเอกครืด ครืด ครืด"My Tinn" (สายเรียกเข้าแบบวิด
หลังจากดูพลุจบ ผมก็พาเธอไปซื้อนมสดกลับมากินกันก่อนนอนที่ห้อง ห้องของเธอ"พี่ไม่อยู่หลายวันนะ" เพราะผมต้องบินไปงานเปิดตัวไฮเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดที่ต่างประเทศเพื่อนำเข้ามาเป็นน้องใหม่ที่โชว์รูม"หลายวันคือกี่วัน" หลายวันของผมคือสามวัน ไม่รู้ว่าเป็นหลายวันสำหรับเธอด้วยรึเปล่า"จะหนีเที่ยว?" "ป่าวซะหน่อย" คำถามรู้ทันจากผมทำเธอเลิ่กลั่กรีบยกแก้วนมสดที่ผมวางไว้ให้มาดื่ม แต่สายตายังคงแอบเหล่มองมาเล็กน้อย 'หึ' แสบมั้ยละ เพราะอย่างนี้ผมถึงไม่บอกวันกลับที่แน่นอน เก็บไว้หาเรื่องรอทำโทษเด็กแสบน่าสนุกกว่าเยอะจุ๊บ"นมเลอะ พี่เช็ดให้""...""ฮัลโหล ลูกแพร" ฉันพึ่งเคลียร์ซีรีย์และงานบ้านเสร็จซึ่งหมดเวลาไปถึงสองวัน เลยอยากจะใช้วันว่างไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนสนุกๆ ซะหน่อย"ว่าไงจ๊ะสาว""ไปดื่มไปแดนซ์กันมั้ย""สี่ทุ่มกลับไม่เอานะ" สงสัยนางจะเข็ดจากครั้งก่อน เพียงแต่วันนี้ทางสะดวกปลอดโปร่งมาก ฉันดูต้นทางมาแล้ว"ใครบอก ร้านปิดเท่านั้นค่ะ""โอเคดิล เดี๋ยวฉันโทรหาแนนนี่ให้วนรถรับ""โอเค บายยยย"และแน่นอนว่าชุดคืนนี้มันต้องจัดเต็มไม่ต้องกลัวพี่แฝดบ่นไม่ต้องห่วงว่าใครจะเอาเสื้อกันหนาวมาให้ใส่ บอกแล้วไงว่าทางสะดว
"อื้อ" ลิ้นร้อนซุกซนตวัดลิ้นเล็กของเธอไว้ในโพรงปากตักตวงความหวานไม่มีท่าทีจะหยุดราวกับกำลังลงโทษตามที่เขาว่าไว้ ส่วนนิ้วเรียวยาวก็ลากไล่ผ่านเกาะอกกั้นจนถึงผิวเนียนลื่นไร้สิ่งปกคลุมพาตัวเล็กขนลุกซู่รู้สึกมวนท้องอย่างบอกไม่ถูกก้อนอวบอิ่มบดเบียดเข้าหาร่างสูงจนแนบชิดเผลอลงเล็บตรงคอแกร่งไปตามอารมณ์ยิ่งทำให้ไฟในตัวคนโตลุกโชนบางอย่างขยายใหญ่คับแน่นจนปวดหนึบต้องระบายความรู้สึกผ่านมือร้อนที่กำลังบีบขยำก้นงอนบนหน้าตัก"พะ พอ นะ" เสียงหวานพยายามเอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงติดขัด ก้มหน้างุดซบตรงซอกคอคนพี่อย่างเขินอาย กลัวว่าใจจะเผลอปล่อยไปตามอารมณ์คนโตจนหยุดไม่ได้ ตรงนี้มันน่าอายเกินไป"อยากต่อ" เสียงแหบพร่าบอกอย่างเอาแต่ใจอยากจะขอลองทำตามความรู้สึกสักครั้ง อยากลงโทษต่ออีกสักหน่อย แค่นิดเดียวฟอด"ได้มั้ย" "ฟะ โฟไม่รู้" สองแขนแกร่งกระชับร่างบางจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนระอุของกันและกัน วางหน้าผากกว้างลงหน้าผากมนสบตาหวานที่ใบหน้าแดงระเรื่อคล้ายลูกมะเขือเทศ สื่อความต้องการที่กำลังพลุ่งพล่านออกมาหวังว่าคนน้องจะยอมปล่อยใจไปกับเขา"ลองมั้ย นิดเดียว""ถ้าโฟไม่ชอบ พี่จะหยุด""ที่ห้องได้มั้ย"จุ๊บ"ครับ" "ซี้
"คุณป๊า คุณมี๊" ทันทีที่รถสปอร์ตสีดำจอดสนิท ฉันก็รีบเปิดประตูวิ่งเข้าบ้านไปหาป๊ากับมามี๊ในห้องนั่งเล่น ปล่อยให้คนตัวโตขับรถไปจอดที่อาคารจอดรถคนเดียว ก็ฉันคิดถึงคุณป๊าคุณมี๊นี่นา"ไงจ๊ะลูกสาว""น้องโฟคิดถึงคุณมี๊ที่สุดเลยค่ะ" ร่างบางโผเข้ากอดมามี๊อย่างออดอ้อนเพราะไม่ได้เจอกันนานเกือบหนึ่งเดือน"แล้วป๊าละ?" เสียงทุ้มของชายวัยกลางคนเอ่ยถามลูกสาวคนสวยอย่างตัดพ้อ"คิดถึงคุณป๊านิดหน่อยค่ะ" "มันน่าน้อยใจมั้ย"ฟอดจมูกทรงสวยกดหอมเข้าแก้มสากราวกับกลัวว่าปะป๊าจะน้อยใจจริงๆ ก่อนที่ท่านจะยื่นมือมาลูบผมหนาพร้อมกับแววตาอันอบอุ่นฉันกอดหอมกับคุณป๊าคุณมี๊อยู่ไม่นาน ร่างสูงของใครบางคนที่ขับรถพาฉันกลับมาก็เดินเข้ามาพร้อมกับผลไม้ถุงใหญ่ในมือที่แวะซื้อกันที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเมื่อชั่วโมงก่อน เลือกแต่ของโปรดของพวกท่านมาทั้งนั้นเลยนะ"สวัสดีครับอานาย น้ามาย""ผลไม้ครับ""จ๊ะตริติณ ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลยลูก""..."คุณมี๊ยิ้มให้พี่ติณอย่างใจดีเพราะเอ็นดูเขามาตั้งแต่เด็กๆ ต่างจากคุณป๊าที่เหมือนจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่ฉันจำความได้ นอกจากจะไม่ยิ้มให้แล้ว ยังทำเพียงปรายตามองเล็กน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ชอบนะ
หลังจากถ่ายรูปกันเสร็จ ครอบครัวของเราสองคนก็พากันไปทานมื้อเย็นฉลองให้กับคนเก่งที่โรงแรมสุดหรูของอากาย ซึ่งทางผู้ใหญ่ก็ได้คุยกันถึงฤกษ์แต่งงานที่ผมขอให้มามี๊หาฤกษ์ที่เร็วที่สุดให้...อีกสองสัปดาห์ข้างหน้าทำตัวเล็กของผมบ่นอุบทันทีที่ถึงห้องเพราะกลัวจะเตรียมตัวไม่ทัน ไหนจะคอร์สเจ้าสาวไหนจะชุดที่ยังไม่ได้เลือก แถมยังยื่นคำขาดสั่งห้ามชวนและพาเธอไปหาของกินอร่อยๆ เด็ดขาด ทำผมถึงกับแอบขำเพราะคงไม่พ้นมีคนเอ่ยปากบ่นหิวก่อนแน่นอน"พี่ติณ" เพราะเธออยากดูซีรีย์ตอนจบ ทำให้เราสองคนย้ายที่เช็ดผมมานั่งกันอยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น ผมนั่งที่พื้นให้ตัวเล็กใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้อยู่บนโซฟา มีเจ้าขนฟูนอนเล่นตุ๊กตาปลาอยู่ข้างๆ"หืม" ผมเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าใสๆ ตากลมโตที่ก้มมองอยู่ก่อน"โฟขอถามอะไรหน่อยสิ" "ครับ" "ทำไมพี่ติณถึงรักโฟ" "..." เป็นคำถามที่ตอบยากมากสำหรับผม เพราะผมเองไม่เคยคิดหาคำตอบเลยสักครั้ง"ตอบมาเร็ว""เป็นความลับของพี่ไม่ได้?" ผมเฉไฉหันไปอุ้มฟินิกซ์มาเล่นบนตัก"ไม่ได้สิ" "ทำไม""ก็โฟอยากรู้""..."...ย้อนกลับไปวันนั้นวันที่เธอเกิดป๊ากับมามี๊พาผมไปหาคุณน้ามายกับอานายที่โรงพยาบาล ส่วนมินินอย
จากที่ตั้งใจจะจูบลงโทษแค่นิดนิดหน่อยหน่อยกลายเป็นเครื่องติดปลุกเสือหลับอย่างเขาให้ลุกขึ้นมาล่าเหยื่อ สองมือหนาดันไหล่บางให้ล้มตัวนอน เปลี่ยนมาค่อยๆ ลูบไล้ต้นขาขาวแผ่วเบาจนใกล้จุดอ่อนไหวที่มีเพียงแพนตี้ตัวจิ๋วปกปิด จุ๊บ"ตกลงจะสารภาพมั้ย" ริมฝีปากร้อนถอนออกจากริมฝีปากบวมเจ่อแต่ยังคงวางทาบไว้แนบชิด"อ๊ะ มะ ไม่..." นิ้วซุกซนที่เขาใช้แทนไม้เรียว ค่อยๆ เลื่อนเข้าไปสัมผัสผิวบอบบางใต้แพนตี้ลูกไม้ลูบไล้เบาเบาให้พอรู้สึกวาบหวาม ทำคนน้องหายใจติดขัด"ไม่ตอบ?" ระหว่างรอคำตอบ ไม้เรียวของเขาก็เริ่มปัดไป่เฉียดตรงนั้นนิดผ่านตรงนี้หน่อยจนน้ำหวานเริ่มเปรอะเปื้อน ทำเขาแทบจะรอไม่ไหว"ย ยอม โฟยอมแล้ว" คนตัวเล็กรีบผละตัวลุกขึ้นท่าทางเหมือนกระต่ายน้อยเพราะกลัวจะโดนเขาลงโทษจนไม่มีเรี่ยวแรงลงไปแดนซ์ต่อ ทำเขาต้องยอมลุกตามอย่างขัดใจ ก่อนจะรวบตัวนุ่มนิ่มมานั่งตักรอฟังคำรับสารภาพจากจำเลยและเป็นไปตามที่ผมคิด ทุกอย่างเป็นแผนของเด็กดื้อทั้งหมด เธอแอบโทรไปสั่งชุดสั้นๆ นี้จากร้านเดียวกันโดยไม่ให้ผมรู้ เพราะให้ไปส่งที่คอนโดมินินแทน แถมโทรไปสั่งให้ที่ร้านมาส่งด่วนเพิ่มอีกหนึ่งชุดสำหรับเพื่อนใหม่อย่างวาดฝัน ใจดีมั้ยละ
วันนี้ฉันได้ไปงานเปิดร้านเหล้าของพี่ติณกับพี่แฝดด้วยแหละ ตอนที่รู้ว่างานจัดในธีมอวกาศทำฉันตื่นเต้นมาก เพราะยังไม่เคยใส่ธีมแนวนี้มาก่อน จริงๆ ภาพในหัวไม่ใช่ชุดมนุษย์อวกาศอย่างที่ใส่อยู่ในตอนนี้หรอกนะ แต่เพื่อไม่ให้พี่ติณดุจนหน้าตึงแล้วตึงอีก ฉันก็เลยเลือกชุดนี้แล้วก็บังคับให้เขาใส่คู่กัน ตรงคอนเซ็ปต์พี่ติณเป๊ะ 'มิดชิด ไม่โป๊'"พี่ติณ เสร็จยัง โฟเสร็จแล้วนะ""เรียบร้อยครับ" "ไหน เรียบร้อยจริงรึป่าว" ฉันหมุนตัวไปดูความเรียบร้อยของชุดให้เขาพร้อมกับดูว่ารูดซิปครบมั้ยจัดทรงให้อีกนิดหน่อย พึ่งเคยเห็นพี่ติณใส่ชุดแบบนี้ครั้งแรกถึงสีหน้าจะดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่แต่ดูหล่อและเท่มาก จนฉันต้องขอถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้อีก"สนุกมั้ย แกล้งพี่""ใครแกล้ง โฟเปล่าแกล้งนะ" ถึงปากจะบอกปฏิเสธอย่างนั้นแต่ก็อดแอบหัวเราะไม่ได้อยู่ดี จนเขาหาทางเอาคืนโดยการรวบร่างบางที่อยู่ในชุดมนุษย์อวกาศไปกดจมูกฟัดแก้มนุ่มอยู่หลายนาทีพอให้หายมันเขี้ยวฟอด ฟอด ฟอด"พะ พอแล้วๆ ไปกันเดี๋ยวเลยเวลานะ" "ไม่อยากไปแล้ว ให้ไอ้แฝดจัดการแทน" เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูคนน้องบ่งบอกถึงอารมณ์
"ธีมงานอะไรดีวะ" วันนี้ผมกับหุ้นส่วนอย่างไอ้แฝดนัดประชุมกันเรื่องงานเปิดร้าน พวกผมสามคนอยากได้งานแบบปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกค้าวีไอพีซึ่งก็เป็นเพื่อนสนิทและนักธุรกิจที่จริงใจของพวกเรา แน่นอนว่าเรื่องหลักสำคัญที่ผมจะไม่ปล่อยให้ไอ้แฝดคิดก็คือธีมงาน"ไม่เอาชุดว่ายน้ำ""กูก็ไม่เอา" ไอ้ฟิล์มเปลี่ยนไปจนไอ้เลนส์สงสัย"ไอ้ติณกูเข้าใจ แต่กูไม่เข้าใจมึงไอ้แฝด" "ดะ เดี๋ยวคอนเทนต์ซ้ำกับวันเกิด" เพื่อนผมไม่เนียนแล้วหนึ่งอัตรา"หึ""ชุดนอน" "ไม่ / ไม่" ชุดนอนผมก็ยิ่งไม่ไว้ใจว่าเมียผมจะใส่มาแบบไหน ถ้าเกิดชวนกันกับมินินใส่แบบสายเดี่ยวผ้าลื่นสั้นๆ ผมได้ปวดหัวมากแน่ยิ่งชอบแอบชวนกันซนอยู่ด้วย เพราะงั้นตัดไฟตั้งแต่ต้นลมดีที่สุดแค่เรื่องธีมงานก็ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงจนโดนไอ้เลนส์ด่าชุดใหญ่ในความเรื่องมากของผมกับไอ้ฟิล์ม จนสรุปกันที่ธีมอวกาศ ซึ่งผมก็เห็นด้วยดูแปลกใหม่ดี คนมาร่วมงานจะได้รู้สึกสนุกไปกับงาน"แล้วเครื่องดื่มมึงจะเอายังไง" หัวใจสำคัญของร้านเหล้าก็คือเครื่องดื่ม"กูหาวิสกี้มาครบ เสิร์ฟตามบิลที่เปิด" แน่นอนว่าหน้าที่หาเครื่องดื่มมาให้ลูกค้าได้ดื่มสนุกๆ คือผมเพราะมีดีกรีเจ้าของร้านเหล้าก
ฟอด"ยังไม่หมดนะ" พอฉันเล่าเรื่องมากมายของห้องนี้ให้เขาฟังจนเริ่มรู้สึกคอแห้ง เขาก็กดจมูกหอมแก้มฉันฟอดใหญ่ ฉันเลยต้องรีบพูดต่อเพราะกลัวว่าเขาจะพลาดไฮไลท์ของห้องนี้"หึ มีอีก?""แน่นอนสิ" ฉันแกะแขนแกร่งที่โอบกอดเอวบางไว้ออกเปลี่ยนเป็นจับมือใหญ่พาเดินไปตรงตู้แช่เครื่องดื่มที่ดูเนียนไปกับผนังห้อง ก่อนจะกดปุ่มเล็กๆ ให้ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเห็นห้องด้านในฉันไม่แน่ใจว่าตอนนี้เป็นเขาหรือฉันที่รู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องเซอร์ไพร์สนี้มากกว่ากัน ดอกกุหลาบโอลิเวียออสตินสีชมพูอ่อนมากมายเต็มไปทุกพื้นที่ของห้องทั้งพื้นทางเดินและบนเพดานสูง มันสวยมากๆ และเป็นดอกไม้ที่ฉันชอบมากที่สุดชอบมากกว่าตุ๊กตาตัวโปรดซะอีก ลองแอบนับๆ ดูแล้วมันมากกว่าหนึ่งร้อยดอกแน่ๆ แต่ก่อนจะถ่ายรูปสวยๆ นี้ไว้ ขอถามให้หายสงสัยก่อนแล้วกัน"ชอบมั้ย" เป็นเขาที่แย่งถามคำถามก่อนเผยให้รู้ว่าทั้งหมดที่ฉันคิดเป็นเรื่องจริง"ของพี่ติณหรอ""อือฮึ" เขาพยักหน้าตอบรับในลำคอ"พี่ติณรู้ทั้งหมดเลยหรอ""ไม่ทั้งหมด""แต่ชอบทั้งหมด" เพียงเท่านี้ใจดวงน้อยของฉันก็เต้นแรงอีกครั้ง โดยเฉพาะแววตาวิบวับคู่นี้ที่มีไว้มองแค่ฉัน ขยันทำให้ฉันหวั่นไหวจนไม่เป็นตัวเอง
เสียงสัญญาณแจ้งเตือนของแอพลิเคชั่นกล้องวงจรส่งเสียงดังว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในห้องทำงาน ทำผมสงสัยจนคิ้วขมวดยุ่งพันกันไปหมด จนต้องหยิบมือถือกดเข้าไปดูความผิดปกติและสิ่งที่ทุกคนไม่รู้คือ ผมแอบซ่อนกล้องวงจรปิดตัวเล็กๆ ไว้ตรงมุมห้องทำงานที่ยังตกแต่งไม่เสร็จเชื่อมเข้ากับมือถือส่วนตัว ไม่รู้ว่าวันนั้นตัวเองคิดยังไงถึงได้ทำแบบนี้เหมือนกัน "หึ" มาวันนี้ภาพที่ผมเห็นในกล้องทำลายความเหนื่อยล้าจากงานที่มีจนหมด จากคิ้วที่ผูกเป็นปมเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจนเห็นลักยิ้มสองข้าง อยากจะบินกลับไปหาคนตัวเล็กที่กำลังนั่งทาสีผนังอยู่ที่พื้น อยากรู้ว่าเธอจะใช้วิธีไหนพาผมไปดูของขวัญที่เธอทำให้ ที่สำคัญอยากให้รางวัลคนเก่งด้วยแน่นอนว่าความลับไม่มีในโลก กล้องที่ผมซ่อนไว้มีคนรู้เพิ่มหนึ่งคนคือ แนนนี่ ที่ปีนบันไดขึ้นมาทาสีผนังด้านบนส่งยิ้มเบาเบาผ่านกล้องมาให้โดยที่ไม่เผยความลับนี้ให้คนตัวเล็กรู้ ถือว่าทำได้ดีเพราะผมก็เก็บความลับไว้ให้เหมือนกันและตลอดสองสามวันมานี้ที่ผมอยู่ต่างประเทศ ทุกวันหลังจากกลับมาถึงห้องพักสิ่งแรกที่ผมเลือกทำคือการเปิดกล้องดูว่าวันนี้เธอทำอะไรให้บ้าง เหมือนตอนนี้ที่เธอกำลังสั่งให้ช่างยกโซ
"พวกแก" ฉันต่อสายหาเพื่อนทันทีหลังจากที่ไปส่งพี่ติณขึ้นเครื่อง"ว่าไงยัยโฟ" เป็นลูกแพรที่กดรับสายและเปิดกล้อง ส่วนแนนนี่ก็เปิดกล้องนะ แต่เปิดให้ฉันมองเพดานแทน"วันนี้ติดอะไรกันมั้ย ฉันมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือหน่ะ" "ไม่ติด" แนนนี่โผล่หน้ามาจากจอมือถือของลูกแพร หืม...อยู่ด้วยกันหรอกเหรอ แต่ก็ไม่แปลกเพราะสองคนนี้ตัวติดกันมากยิ่งกว่าฝาแฝดซะอีก และถ้าฉันอยู่ด้วยก็จะกลายเป็นแฝดสาม เพราะงั้นขับรถไปหาเลยแล้วกันฉันเล่ารายละเอียดของโปรเจ็คใหญ่ที่ฉันจะทำเซอร์ไพร์สพี่ติณให้เพื่อนทั้งสองคนฟังอย่างละเอียด ซึ่งทั้งสองคนก็ตอบตกลงทันทีที่ฉันเอ่ยปากขอความช่วยเหลือให้มาช่วยกันทาสีและจัดห้องให้เสร็จภายในสามวันก่อนพี่ติณจะเดินทางกลับ ซึ่งฉันเผื่อเวลาไว้หนึ่งวันเพราะหวั่นใจกลัวว่าเขาจะกลับมาเซอร์ไพร์สเหมือนคราวที่แล้วอีก"ต้องซื้ออะไรเพิ่มมั้ย" ลูกแพรหันมาถามฉันที่นั่งอยู่เบาะหลัง สลับตำแหน่งให้แนนนี่ทำหน้าที่ขับรถ"ฉันให้ลูกน้องคุณป๊าเตรียมไว้ให้หมดแล้วหน่ะ""แต่ถ้าขาดอะไรค่อยออกมาดูเพิ่มก็ได้" "โอเค" เกือบสี่ชั่วโมงที่ฉันกับเพื่อนๆ ช่วยกันลงรองพื้นทั้งเพดานและผนังห้องทั้งโซนห้องทำงานและห้องน
ยี่สิบปีที่รู้จักเขามา มีปีนี้แหละที่ฉันเริ่มรู้สึกว่าพี่ติณนิสัยไม่ดีที่สุด เอาแต่ใจตัวเองมากที่สุด ขี้หวงมากที่สุด รวมทุกเรื่องที่สุดไว้ที่เขาคนเดียวเลย ดูสิ...ทำร่างอันบอบบางของฉันปวดเมื่อยไปหมด "กลับคอนโดกัน""..." ฉันถึงกับต้องมองค้อนคนที่นอนกอดอยู่ด้านหลัง ถึงเขาจะพาฉันมานอนพักที่โซฟาเบดอยู่เกือบชั่วโมง แต่ฉันก็ยังเหนื่อยอยู่ดี"ทำไมมองพี่แบบนั้นครับ""พี่ใจไม่ดีนะ" ยังจะไม่หยุดแกล้งกันอีกนะ ร้ายเกินไปแล้วเขากดจูบลงหัวไหล่เปล่าเปลือยของฉันพร้อมกับสายตาหยอกล้อที่ไม่มีความกลัวกันเลยสักนิด กลับไปฉันจะให้ฟินิกซ์เมินใส่เขาให้เข็ด"แวะกินอะไรก่อนมั้ย" "แวะๆ โฟหิวมาก หิวจนกินพี่ติณได้แล้ว""หึ ไม่เห็นจะกิน" ฉันได้แต่กลอกตาอย่างเหนื่อยใจ รู้หรอกนะว่าหมายถึงอะไรหน่ะคนตัวเล็กหันมากดหาร้านอาหารที่อร่อยและใกล้ที่สุดในเวลานี้ ก่อนจะบอกทางคุณคนขับให้รีบพาเธอไปร้านกระเพาะปลาเจ้าดัง หิวจนท้องร้อนไม่ไหวแล้วหละ"พี่ติณ""หืม""ขอไข่นกกะทาได้มั้ย""หึ เอาอะไรมาแลก" คนโตกว่าเลิกคิ้วถามน้องอย่างเจ้าเล่ห์"..." ไข่นกกะทาสองฟองเอง ต้องมีอะไรแลกด้วยหรอ ฉันมองกระเพาะปลาในชามอย่างลังเล ตักเนื้อปูก
หนึ่งเดือนที่ผ่านมาฉันใช้เวลาช่วงวันหยุดช่วยพี่ติณออกแบบและตกแต่งภายในร้านเหล้าสาขาใหม่ที่เขาร่วมหุ้นกับพี่แฝดของฉัน ทำฉันตื่นเต้นสุดสุด เพราะเป็นการลองลงสนามจริงครั้งแรกเลยก็ว่าได้ จะว่าสนุกก็สนุก จะว่าปวดหัวก็ที่สุดโหมดพี่ติณจริงจังกับงานโหดและดุมาก มากที่สุด เกือบทำให้เราสองคนทะเลาะกันตั้งหลายครั้ง จนพี่เลนส์ต้องส่งพี่ฟิล์มมาเป็นตัวกลางประสานงาน หรือจะเรียกว่าคนคอยห้ามศึกก็ว่าได้ แน่นอนว่าพี่ชายของฉันทำหน้าที่นี้ได้ดีมากๆเหมือนอย่างตอนนี้... ฉันเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าทำไมคู่รักถึงไม่ควรทำงานด้วยกัน"หมูอ้วน ช่วยแก้ตรงนี้ให้พี่อีกนิดได้มั้ยคะ" พี่ฟิล์มถือแบบของฉันเดินมาหา เป็นห้องวีวีไอพีที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ฉันแก้แบบห้องนี้ไปถึงสองรอบ"ตรงไหนหรอ" ฉันขยับเก้าอี้เข้าไปหาพี่ฟิล์มที่มายืนพิงขอบโต๊ะทำงานชั่วคราวของฉัน โดยมีเจ้าของห้องทำงานนั่งหน้ายักษ์มองอยู่ไม่ไกล"คือ พวกพี่อยากได้โทนสีน้ำเงิน" ใช่สีน้ำเงิน ฉันเปลี่ยนให้แล้วนี่นา"โฟให้พี่ติณเลือกเฉดแล้วนะคะ""อ่าว ไอ้ติณ มึง" พี่ฟิล์มทำทีเป็นเอี้ยวหลังไปหาเขาอย่างเอาเรื่อง รู้หรอกว่าเตรียมกันมาหน่ะ"กูเลือก indigo แต่ได้ berry"