เมื่อวานตอนหัวค่ำหลังจากกินมื้อค่ำเสร็จ เขาชวนเธออาบน้ำด้วยกันบนดาดฟ้า แต่เธอรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะไม่สบายก็เลยปฏิเสธไปแล้วก็หยิบยาในกระเป๋ามากินดักไข้ไว้ก่อนสรุปทั้งเธอและเขาก็เลยทำเพียงแค่นอนกอดกันบนเตียงนุ่มโดยมีหอมบั่วนอนหงายท้องสบายใจเฉิบอยู่บนเบาะสุนัขปลายเตียงเช้านี้เหนือฟ้าตื่นตั้งแต่ไก่โห่เพราะรู้สึกมึนหัวเพราะเมื่อวานอยู่กลางแดดร้อน ๆ เป็นเวลานาน ไหน ๆ นอนไม่หลับแล้วก็เลยเตรียมอาหารเช้าให้เจ้าของบ้านรับประทานก่อนไปทำงานแม่บ้านชาวกรุงเตรียมอาหารเช้าด้วยวัตถุดิบในตู้เย็นประจำบ้านตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น โดยมีหอมบั่วหมอบนอนคอยให้กำลังใจ"เหนือ ทำไมรีบตื่นจังจะไปเก็บขี้ควายแต่เช้าเลยเหรอ" เขาแซวหวังให้เธอยิ้ม"ไม่ใช่แค่การเก็บขี้ควายหรอกค่ะ แต่เหนืออยากทำทุกอย่าง ๆ ในไร่เท่าที่จะทำได้ เพื่อแบ่งเบาภาระพี่คี" พูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง"เป็นอะไร ป่วยเหรอ หืม" ภาคีรีบสาวเท้าเข้ามายกหลังมือทาบหน้าผากมน "ตัวอุ่น ๆ นะ พี่ว่านอนพักดีกว่า""นิดหน่อยค่ะ แต่เหนือกินยาไปแล้ว" สาวอวบหย่อนก้นลงบนเก้าอี้แล้วเริ่มตักข้าวต้มหมูสับร้อน ๆ ใส่ปากด้วยสีหน้าเซื่องซึมหลังมือเช้าภาคีสั่งใ
พ่อเลี้ยงหนุ่มกระกองกอดเหนือฟ้าวางลงบนเตียง เขาโอบกอดเธอแน่นปลอบประโลมด้วยการนิ่งเงียบแล้วปล่อยให้เธอระบายความทุกข์ในใจออกมาจนกว่าจะสบายใจ"มีอะไรจะเล่าพี่ฟังไหม เล่าเรื่องที่เหนือเจ็บปวดอยู่ตอนนี้" โพล่งถามออกไปอย่างไม่ลังเล"เหนือกลัวค่ะ เหนือไม่กล้าเล่า" แก้มอวบเกยกับแผ่นอก แหงนมองใบหน้าหล่อที่ก้มลงมาสบตาหวานเยิ้ม "โกรธไหมคะที่เหนือไม่เล่าให้พี่คีฟัง""พูดอะไรเด็กดี พี่จะโกรธทำไม มันเป็นสิทธิ์ของเหนือ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยเล่าให้พี่ฟังแล้วกั๋นเน้อ" มืออุ่นนาบข้างแก้มป่องจ๊อกกก จ๊อกกกเสียงท้องของเหนือฟ้าคำรามก้อง"ดีใจจังที่หิวแล้ว เหนืออยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม" เขาหยิบเส้นผมระใบหน้าออกไป"กินพี่คี ฮ่าฮ่า" เธอแค่ล้อเล่น แต่ภาคีคิดจริง เขากดตัวเธอลงกับหมอนอย่างเร็ว "นี่! เหนือแค่พูดเล่น""ถ้ากินพี่แล้วอิ่ม ก็กินเลย" เขาเสนอตัวด้วยห
สองครอบครัวพากันไปดูฤกษ์งามยามดีของพิธีมงคล และได้กำหนดการจากเจ้าอาวาสที่วัดใกล้กับไร่พิทักษ์มหิงสา เมื่อเวลามงคลคือช่วงต้นเดือนหน้า ทำให้การแต่งงานขยับเข้ามาเร็วขึ้นหลังจากที่พ่อแม่ของเหนือฟ้าและภาคีบุกมาคุยเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่เมื่อกลางเดือนก่อนในวันงานสมรส ตั้งแต่ปากทางเข้าไร่ยาวไปจนถึงบ้านหลังใหญ่ของภาคี ถูกตกแต่งด้วยร่มบ่อสร้างและดอกกุหลาบสีขาว สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ ร่มหลากสีถูกกางห้อยประดับตกแต่งให้เข้ากับธีมงานแต่งล้านนากลางสวนพิธีการในเช้าวันแต่งงาน เริ่มด้วยคณะเจ้าสาวไปขอเขย หรือการไปขอเจ้าบ่าวที่บ้านนั่นเอง โดยฝั่งเจ้าบ่าวอย่างภาคีเตรียมพานดอกไม้และธูปเทียน โดยมีผู้อำนวยการทัพฟ้าและครูนับเก้าทำหน้าที่เชิญพ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวแห่ขบวนขันหมากไปที่บ้านของเจ้าสาวตามฤกษ์มงคลในวันแต่งงานหลังจากภาคียกบ้านตัวเองให้ทำเป็นบ้านของเจ้าสาว หลังจบพิธีแห่ขันหมากที่กินเวลาหลายชั่วโมง เพราะถูกกั้นประตูเงินประตูทองนับสิบยี่สิบประตูจากเพื่อนฝูงและพี่น้องที่ไม่ใช่สายเลือด
ประเทศญี่ปุ่นสวนผลไม้ยาบุคู่รักข้าวใหม่ปลามันเดินทางจากสถานีรถไฟซัปโปโรแล้วต่อรถไฟท้องถิ่นไปยังเมืองโยอิจิที่ตั้งอยู่บนเกาะฮอกไกโด จนมาถึงสวนผลไม้ที่ภาคีเคยมาฝึกงานและทำวิจัยระหว่างปริญญาโท"ว้าว สวนเขากว้างขวางจังเลยค่ะ" เหนือฟ้าแก้มแดงซ่านหันมากระโดดโลดเต้นเขย่าแขนสามีที่กำลังล้วงหาบางอย่างในกระเป๋าเป้"แล้วผลไม้ที่นี่ก็เยอะมาก ๆ" บอกแล้วสวมที่คาดปิดหูเขาควายลงบนหัวของภรรยา"นี่มันเขาควายนี่ ไปหาซื้อมาจากไหนคะ" เหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์มาส่องหน้าตัวเอง"ซื้อมาจากร้านค้าข้างโรงแรม สวมเอาไว้หิมะจะได้ไม่กัดผิว ดูสิแก้มแตกหมดแล้ว" บ่นอุบอิบแล้วล้วงโลชั่นแบบหลอดออกมาจากเสื้อโค้ทบุนวมของตนเอง เนื้อครีมสีขาวถูกบีบลงบนนิ้วเรียวสวย ภาคีจิ้มลงบนแก้มป่องสองข้าง บรรงจงวาดวนไปทั่วบริเวณผิวที่เริ่มลอกเป็นขุยเหนือฟ้าอมยิ้ม
อากาศนอกโรงแรมเย็นวาบไปด้วยเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมา ยิ่งฟ้าสลัวมัวลงความหนาวเหน็บส่งผลให้อุณหภูมิในลดลงร่างอวบอิ่มในชุดยูกาตะสีฟ้าลายดอกสึบากิสีขาวยืนประสานมืออย่างเกร็ง ๆแววตากลมเพ่งมองไปยังอ่างสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ติดกับกระจกใสของห้องพักวิวตรงนี้ทำให้เห็นบรรยากาศและแสงสีของเมืองซัปโปโรในยามค่ำคืนที่ส่องประกายระยับหลากเฉดสีเหนือฟ้าแกว่งมือลงไปในน้ำร้อน เพราะความเยือกเย็นของฤดูหนาวทำให้ผิวสัมผัสรู้สึกว่าน้ำในอ่างนี้อุ่นกำลังดีครืด! ครืด!"ฮัลโหล ได้ฉันพกมาด้วย จะเอาข้อมูลใช่ไหม เดี๋ยวฉันส่งให้เลย" ภาคีกดวางสาย"มีงานด่วนเหรอคะ" เหนือฟ้าแกว่งน้ำเล่นนั่งยอง ๆ หันไปถามสามี"อืม เดี๋ยวพี่ขอส่งงานก่อนนะ" ภาคียิ้ม ตรงเข้าไปในห้องนอน เปิดแล็ปทอปด้วยความรีบเร่ง เสียบแฟลชไดร์ฟด้
อ่างออนเซ็นพวยพุ่งด้วยไอร้อนสีขาวจาง ๆ ภายในกระแสธารมีร่างกายของชายหญิงกอดก่ายกันในน้ำอย่างสนุกสนาน ทั้งสองหยอกล้อกันด้วยการจับโน่น จับนี่ไปเรื่อยเปื่อย"อันนี้นุ่มจังเหมือนเต้าหู้ยักษ์" มือหนาเอื้อมกอบกุมทรวงอกอิ่มใต้น้ำ นวด ๆ ขยำ ๆ จนเจ้าของเต้าหู้ถึงกับสั่นสะท้านหน้าขา"พี่คีจับอยู่คนเดียวเลย ให้เหนือจับบ้าง" สาวอวบทำใจห้าวหาญลุกขึ้นแล้วคร่อมลงบนตัก ดวงตาคมเบิกกว้างตั้งรับกับการรุกฆาตของเมียไม่ทัน"หนุนน้อยหิวเหรอ" ภาคีช้อนสะโพกเหนือฟ้าให้เบื้องล่างเสียดสีกันไปมา"พี่คี หยุดนะคะ เหนือแค่จะนั่งเฉย ๆ ไม่ได้จะ อื้อ" มือที่สั่นและเตรียมผลักอกห้าม กลับต้องจับบ่าสองข้าง เพราะอาวุธใต้น้ำของเขากำลังเสยตัวไปมาระหว่างรอยแยกกลางลำตัวของเธอ"ก็ยอมรับความจริงกับพี่มาก่อน ว่าเหนืออยากได้พี่ใจจะขาด ใช่ก่อ" เขาให้โอกาสอีกครั้ง ถ้าเหนือฟ้ายังอ้ำอึ้งเขาก็จะแกล้งด้วยการหยุดแหย่เธอทันที
จบภารกิจปั๊มลูกในยกแรกที่ออนเซ็น ภาคีพาเหนือฟ้าขึ้นมาซับเนื้อซับตัวจนแห้ง นั่งไดร์ผมและบรรจงหวีผมให้ด้วยท่าทางละเมียดละไมภาคีหยิบเส้นผมสลวยสีน้ำตาลอ่อนขึ้นมาหอม ก้มลงฝังจมูกลงกับหลังคอขาว"พี่คีขา หยุดก่อนค่ะ" เหนือฟ้ารีบหันหลังไปหาแล้วกดบ่าภาคีลงกับหมอนอย่างไว "ฮ่ะ ๆ""ติดใจแล้วสิ" เสียงทุ้มนุ่มหูถามพลางใช้นิ้วม้วนเส้นผมของเหนือฟ้าเล่น"ค่ะ ติดใจแล้ว" สาวอวบนอนทับลงบนตัวภาคี สรีระที่ฟูฟ่องจึงกองท่วมอยู่บนตัวเขา เหนือฟ้านอนคว่ำแล้วเกยคางบนหลังมือของตน ตีขาสลับซ้ายขวาไปมา"คิดถึงจัง ถึงเหนือจะอยู่ต่อหน้าพี่แล้ว แต่พี่ก็ยังคิดถึงอยู่ดี คิดถึงที่สุดเลย" พร่ำบอกคำว่าคิดถึง ส่วนมือเคลื่อนไปยังบั้นท้ายงอนเด้งเหนือฟ้ายิ้มเจ้าเล่ห์ใช้ปากงับลงบนยอดถันประดับกล้ามอกแกร่ง ในเมื่อเขาหยอกเธอได้ เธอก็หยอกเขาได้เช่นกันเส
1 เดือนต่อมาคู่รักข้าวใหม่ปลามันอยู่เที่ยวญี่ปุ่นเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น เพราะที่นครนายกจะมีเทศกาลผักผลไม้และควายงามประจำปีซึ่งไร่พิทักษ์มหิงสาของภาคีได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานหลักในปีนี้พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงต้องรีบวางแผนผังและเตรียมงานให้เสร็จก่อนสิ้นเดือน"พี่คีคะเหนือจะจัดให้โซนนี้เป็นโซนอาหารเครื่องดื่ม ส่วนโซนนี้เป็นพวกสินค้าท้องถิ่นของแต่ละจังหวัด แล้วตรงนี้ก็เป็น...อุ้ย" ภาคีดึงเก้าอี้เหนือฟ้าเข้ามาหา ขณะที่เขาทำงานอยู่บนโต๊ะฝั่งตรงข้ามทุกครั้งที่เห็นเหนือฟ้าแสดงความคิดเห็นด้วยความมั่นอกมั่นใจ ทำให้เขานึกย้อนไปถึงวันที่เธอเป็นสาวพลัสไซซ์ที่ขาดความมั่นใจ ถึงขนาดไม่กล้าคบหากับตนแต่สาวอวบทรงตุ่มคนนั้นในวันนี้ได้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยพลังบวก เวลาที่ได้อยู่ใกล้เธอ เขาก็พลอยได้รับพลังงานดี ๆ ไปด้วย ทั้งที่เขาเอ่ยปากบอกแล้วว่าจะให้ออแกไนซ์ที่นายอำเ
โรงพยาบาลทั้งครอบครัวเดินทางมาให้กำลังใจภาคีในวันที่มีผ่าตัดทำหมันกับหมอที่โรงพยาบาล หลังจากที่เขาตัดสินใจจะหยุดการสืบพันธ์ุนี้เพราะเกรงว่าภรรยาจะเผลอท้องขึ้นมาอีกในอนาคต และเพื่อแสดงตนว่าเขาจริงใจที่จะเสียสละเพื่อเธอดังนั้นวิธีการนี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพราะเขาอยากให้เหนือฟ้ารู้ว่าทายาททั้งหกคนของเขาจะเป็นของเธอตลอดไป และจะมีใครมีโอกาสแย่งชิงเขาไปจากเธอ"ปี้ปี้" หมูยอเดินเลาะไปมาเกาะแข้งเกาะขาพวกพี่ ๆ ขณะที่แป้งจี่นอนหลับอยู่บนตักแม่ ส่วนน้ำเงี้ยวนั้นนอนแผ่ยาวหนุนตักน่านฟ้าและนิ่มฟ้าเสมือนว่าพี่สาวพี่ชายเป็นเตียงนอนส่วนตัว"หมูยอคะมานั่งเฉย ๆ สิลูก" เหนือฟ้าอุ้มลูกชายสายปราดเปรียวที่ไม่ยอมหลับยอมนอน เอาแต่ปีนป่ายโซฟาไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย"หม่ำ ๆ" หมูยอเริ่มเดินเหนื่อยหนูน้อยหยิบขวดนมในกระเป๋าสัมภาระเด็กที่วางอยู่บนเก้าอี้ แล้วเปิดฝาขวดนมบริการตัวเอง"อะหยังป้อต้องตัดหำโตยก๊ะ" น่านฟ้าสงสัยตั้งแต่พ่อบอกว่ามีนัดตัดสิ่งที่อยู่ใต้หว่างขา เด็กชายก็มีคำถามกับเธออยู่ตลอด"ป้อตัดเพื่อคุมกำเนิดพวกเราจะได้มีกันแค่หกคนไงคะ ไม่ดีเหรอหรือหนูอยากมีน้องเพิ่ม" เหนือฟ้าหันไปอธิบายกับลูกชาย"อึ๋ย
ล่วงเลยมาจวบจนแฝดสามตัวป่วนอายุย่างเข้าวัยหัดอ้อแอ้ ความโกลาหลก็เพิ่มระดับขึ้นทำให้ในแต่ละวันพ่อแม่ต้องสลับกันควักยาดมตอนนี้บะแต๋งขึ้นประถมศึกษาชั้นปีที่หกส่วนนิ่มฟ้าและน่านฟ้าขึ้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง“เย้นิ่งเป็นฉาวแล้ว” นิ่มฟ้าสะบัดผมเปียของตัวเองขณะสวมชุดกระโปรงแบบไม่มีเอี๊ยม เด็กหญิงชะม้อยชะม้ายชายตามองกระจกขณะที่แม่ทำหน้าที่จัดทรงผมตามระเบียบของโรงเรียนที่กำหนดว่าต้องมัดผมให้เรียบร้อย“แก่แดดแก่ลมเกินไปแล้วนะแม่คนนี้” เหนือฟ้ายื่นมือมาบีบแก้มอูมของลูกสาว“ที่รักอาหารเช้าเสร็จแล้ว” ภาคีตะโกนเสียงดังขึ้นมาบนห้องนอนชั้นสาม สองแม่ลูกจึงพากันลงไปลิ้มรสมื้อเช้าขณะที่แฝดสาม บะแต๋งและน่านฟ้านั่งประจำตำแหน่งที่โต๊ะอาหารของใครของมันเรียบร้อย ที่คอของหมูยอ แป้งจี่และน้ำเงี้ยวมีผ้ากันเปื้อนลายลายการ์ตูนคนละสี ผมของทารกวัยหนึ่งขวบกว่าเริ่มดกดำคลุมทั้งหัว“หม่ำ ๆ” หมูยอกระแทกช้อนส้อมกับเก้าอี้กินข้าวที่มีกระบะสำหรับใส่ภาชนะอย่างร้อนใจ“ครับเสร็จแล้วลูก” ภาคีวางถ้วยบะหมี่ผักหมูน้ำลงบนกระบะกินข้าวของแฝดสาม แล้วยกจานข้าวผัดปลาแซลมอนจานใหญ่มาตั้งตรงกลางให้บะแต๋ง นิ่มฟ้าและน่านฟ้าบริการตัวเองทว่า
หนึ่งสัปดาห์ของการปิดเทอมที่เงียบเหงาทำให้นิ่มฟ้าที่ใจจดจ่อรอคอยต้องออกไปหากิจกรรมทำพร้อมกับพี่น้อง ช่วงเช้าเด็กหญิงนั่งรถซาเล้งออกมากับภาคีที่กระเต็งน้ำเงี้ยวไว้ในเป้อุ้มทารก ในรถพ่วงข้างยังมีส้มปู๋กับบะแว้งและบะแปปเจ้าแพะแคระติดสอยห้อยตามมาด้วย ส่วนบะแต๋งกับน่านฟ้านั้นไปทำงานกับแม่ที่โรงเลี้ยงวนิลา"เทพมาสไม่มาหาหนูแล้วเหรอ" จู่ ๆ พ่อก็ตัดสินใจถามเด็กหญิงที่กำลังใช้คราดขุดมันม่วงโอกินาว่า นิ่มฟ้าผงะเล็กน้อยกับคำถามที่เธอไม่อยากตอบเท่าไหร่"ดะดะ" แต่เพราะน้ำเงี้ยวเอียงคอมองพี่สาวที่กำลังทำหน้าจ๋อย พี่จึงยิ้มกว้างเพื่อให้น้องสบายใจ"บ่มาแล้ว จะไปตี้ไหนก็ไปเต๊อะนิ่งมุดออนแล้วเจ้า" หนูน้อยวัยอนุบาลที่มีวาจาฉะฉานประหนึ่งคนโตตอบพ่อด้วยความมั่นใจ แล้วกลับไปใช้คราดถากหญ้าถอนมันต่อ"เขาเรียกว่ามูฟออนจ้ะ ทำใจ๋เต๊อะความรักก็แบบนี้แหละน้า" ภาคีอุ้มน้ำเงี้ยวออกมาแล้วจับใส่สนับเข่าให้เจ้าตัวเล็กหัดคลานไปบนพื้นดินและได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มที่"ตะตะ" น้ำเงี้ยวเห็นใครบางคนกำลังกวักมือเรียก หนูน้อยสวมหมวกลายดอกไม้กับชุดผ้าหม้อฮ่อมสไตล์ล้านนารีบเร่งคลานแบบติดเทอร์โบไปหาเป้าหมายที่กำลังเปล่งแสงเร
ผ่านมาแล้วเกือบเจ็ดเดือนแล้วที่เหนือฟ้ากับภาคีได้กลายเป็นพ่อแม่ลูกหก แม้ในแต่ละวันทั้งคู่จะวุ่นวายกับการเลี้ยงเจ้าตัวเล็กต่างวัยทั้งหลาย แต่กลับไม่รู้เลยว่าการมีเด็กน้อยเหล่านี้เป็นภาระเพราะพวกเขามีพร้อมทุกอย่าง ทั้งเวลาอาชีพ เงินทองและความรักทว่ากลับมีเด็กหญิงเพียงคนเดียวที่กลายเป็นเด็กไม่สดใสร่าเริง เนื่องจากเธอเฝ้ารอคอยใครคนนั้นให้แวะเวียนมาหา โชคร้ายที่คำสวดอ้อนวอนและภาวนารวมทั้งการทำความดีของเธอไม่ได้ช่วยให้เทวดาคนโปรดปรากฏกายถึงแม้นี่จะเป็นวันปิดเทอมวันแรกของภาคเรียนที่หนึ่ง แทนที่นิ่มฟ้าจะดีใจแต่เธอกลับรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ไปโรงเรียน เพราะการไปเจอเพื่อน ๆ นั้นทำให้เธอได้พบกับความสนุกสนาน เสียงหัวเราะและพูดคุยของเพื่อนสนิทนั้นช่วยคลายความเหงาและความคิดถึงที่มีต่อเทพมาส“นิ่มฟ้าหนูมีการบ้านปิดเทอมหรือเปล่าคะ” เหนือฟ้าที่กำลังทำงุ่มง่ามวุ่นวายกับการเตรียมมื้อเช้าให้ทารกแฝดสามวัยอายุเจ็ดเดือนเศษอยู่หน้าเตาชะเง้อคอมองลูกสาวที่กำลังนั่งเฝ้าน้องในคอกกั้นโดยไม่พูดไม่จา “นิ่มฟ้าแม่ถามว่ามีการบ้านหรือเปล่าลูก” สาวอวบปิดเตาแก๊สแล้วล้างมือเดินไปดูอาการของลูกสาวที่ซึมเศร้าเหงาหงอยมาพักใ
หลังจากครูนับเก้าและผอ.ทัพฟ้าเดินทางกลับบ้าน เช้าวันต่อมาหม่อมเจ้าภูวสินและเจ๊ต่ายจึงแวะเวียนมาหาลูกชายกับลูกสะใภ้ บริเวณโต๊ะรับประทานอาหารของห้องพักเด็กแฝดสองคนกำลังรอพี่ชายทำอุ่นข้าวกล่องในไมโครเวฟให้กิน ระหว่างที่พ่อกำลังวุ่นวายกับการช่วยแม่ประคองน้องแฝดสามเข้าเต้า“มาแล้วข้าวกระเพราไก่ของนิ่มฟ้า ส่วนนี่ข้าวหมูกระเทียมของน่านฟ้า” บะแต๋งใช้ถุงมือกันร้อนหยิบกล่องข้าวมาวางตรงหน้าน้องสองคนที่ยังคงสะลืมสะลือเหมือนยังไม่พร้อมตื่นนอน เพราะพยาบาลกับหมอเดินเข้ามาเช็กความดันเช็ดสุขภาพแม่ตลอดทั้งคืน“บ่กิ๋นข้าวกา” บะแต๋งนั่งลงข้างน้องสาว หยิบหวีมาสางผมน้องที่ยุ่งกระเซอะกระเซิงเด็กหญิงทำหน้าจ๋อยส่งให้พี่ชาย เพราะเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วที่เธอเรียกเทวดาคนโปรดมาแต่เขากลับเบี้ยวไม่มาตามนัด“นิ่งตูดเต ป้อจายเตนิ่ง” นิ่มฟ้าผ่อนลมหายใจหนัก ๆ“ไผตี้ไหนทำย้ายฉิดใจ๋ก๋องปี้นิ่ง” น่านฟ้าถามพลางอมข้าวเก็บไว้ข้างแก้ม“อ้ายมาสทำย้ายใจ๋ปี้ ฉงฉัยมีฟันใหม่” เด็กหญิงคิดว่าเทวกุมารคงมีเด็กหญิงคนอื่นอยู่ในหัวใจ ถึงได้หมางเมินกับเธอเช่นนี้“ไม่หรอกน่า เทวดาก็มีภารกิจมากมายคงไม่มีเวลามาหาแฟนใหม่หรอก กิ๋นข้าวเต๊อะ” มื
9 เดือนต่อมาห้องคลอดบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้าและวงศาคณาญาติต่างนั่งลุ้นรอลุ้นกับทายาทคนใหม่ที่กำลังจะลืมตาดูโลก แต่มีเพียงคนเดียวที่เอาแต่เดินไปเดินมาจนทุกคนพากันเวียนหัว"หยุ๋ดเตวซะทีเต๊อะ อ้ายเมาหัวโจ้น ๆ แล้ว" บะแต๋งคว้าข้อมือน้องสาว"ก็นิ่งตื่นเต้นเจ้า" นิ่มฟ้าบอกพี่ชายพลางเหลือบมองหน้าประตูห้องคลอด"มานั่งตักอ้ายมา" บะแต๋งอุ้มน้องสาวนั่งลงบนตัก สวมกอดน้องแล้วจับมือที่เย็นเฉียบขึ้นมาเป่า"อ้ายแต๋งหนุนน้อยจะปดพัยก่อ" เด็กหญิงตบมือเปาะแปะลงบนมือพี่"ปลอดภัยสิครับ" พี่ชายกอดรัดน้องสาวแล้วโยกตัวเบา ๆ ขณะที่น่านฟ้าเพิ่งกลับมาจากร้านสะดวกซื้อพร้อมกับยายนับเก้าและตาทัพฟ้า เนื่องจากหม่อมเจ้าภูวสินกับเจ๊ต่ายติดธุระจึงส่งพ่อตาแม่ยายลูกชายมาแทน"น้องออกมารึยัง" เด็กชายนั่งลงพร้อมส่งเยลลี่รูปหมูให้พี่ชายกับพี่สาวกินเล่นระหว่างรอพ่อกับแม่"ยังเลย แต่เดี๋ยวก็คงออกมาแล้วล่ะ" บะแต๋งหันไปคุยกับน้องชายพลันนั้นไฟที่หน้าห้องคลอดก็ดับลงพร้อมกับประตูที่เปิดออก เตียงผู้ป่วยที่มีร่างเหนือฟ้านอนยิ้มแป้นชูสองนิ้วออกมาให้ลูกทั้งสามคนและครอบครัวของเธอและสามีขณะที่ภาคีเดินตามออกมาหลังสุดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับหย
เด็กหญิงเปิดโคมไฟดอกไม้ที่หัวเตียงนั่งพับเพียบไหว้พระแล้วเริ่มอธิษฐานถึงพระจันทร์กลมโตที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านเมฆสีเทา"อ้ายมาสฉา อ้ายมาสฉุดหย่อมาหานิ่งเต๊อะ" นิ่มฟ้าประสานมือแน่น มองท้องฟ้าที่เคลื่อนตัวผ่านหน้าต่างห้อง ทว่าเทพมาสกลับไม่ปรากฏกายเสียที หนูน้อยนั่งรอนอนรอจนตาแทบปิด แล้วรู้สึกน้อยอกน้อยใจที่เทวดาคนโปรดไม่ยอมมาหาแต่ช่วงเวลาเคลิ้มหลับเทพมาสกลับร่วงตุ้บลงมาบนเตียงของนิ่มฟ้าโป๊ก!หน้าผากของทั้งคู่เขกชนกัน"โอ๊ย! เจ๋บ ๆ" นิ่มฟ้าจับหน้าผากของตน ดวงตากลมใสสอดประสานกับคนด้านบน เทวกุมารรูปหล่อกะพริบตาปริบ ๆ นิ่มฟ้าได้โอกาสรวบกอดอีกฝ่ายเสมือนเป็นตุ๊กตาขนาดเท่ามนุษย์"ได้โอกาสเอาใหญ่เชียว" เขายิ้มแต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามเด็กหญิง แต่รู้ดีว่าไม่เหมาะสมจึงรีบดึงตัวออกอย่างว่องไว"อ้าว หนีนิ่งตำไมล่ะ นิ่งกิ๊ดเติงหาอ้ายมาสเน้อ" นิ่มฟ้าคลานสี่ขามาถึงปลายเตียง แล้วนั่งพับเพียบเรียบร้อยทำหน้าจ๋อย"เป็นเด็กเป็นเล็กไม่สมควร" เขามักจะย้ำเรื่องความไม่สมควรจนเด็กหญิงจำได้ขึ้นใจ"ตำไมซอบอู้เรื่องไม่ฉมควร ไม่ฉมควรเป็นยังไงเจ้า""เอาไว้อธิบายวันหลังละกัน ตอนนี้ดึกมากแล้วน้องควรนอนหลับ" เทพมาสพยักพเยิดใ
ภารกิจที่ญี่ปุ่นจบลงอย่างรวดเร็วแม้ก่อนวันเดินทางภาคีต้องไปเป็นวิทยากรที่มหาลัยเก่าพร้อมกับพาบะแต๋งไปโชว์ตัว เนื่องจากคลิปที่เป็นไวรัลในญี่ปุ่นนั้นมีภาพการแสดงของบะแต๋งและหุยหุยรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ทุกคนยังให้การต้อนรับและชื่นชมเขาและลูกชายอย่างอบอุ่น หลายคนยังออกปากว่าถ้ามีโอกาสจะไปเที่ยวที่ไร่พิทักษ์มหิงสาเพื่อชมการแสดงควายแคระหลังจากเดินทางถึงบ้าน ครอบครัวเขาและครอบครัวภรรยาต่างแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน ขณะที่เหนือฟ้ามีอาการเจ็ทแลคทำให้มีอาการอ่อนเพลีย ทั้งที่กลับมาได้เกือบสามวันแล้วแต่เธอกลับไม่สดใสร่าเริงนั่นจึงจนทำให้ภาคีเริ่มวิตกจริต"เหนือโอเคไหม ไม่สบายตัวตรงไหนบอกพี่นะ" เขาหยิบหวีมาสางผมที่พันกันยุ่งเหยิง รู้เลยว่าภรรยากำลังเหนื่อยล้าขนาดผมเผ้ายังไม่หวีให้เรียบร้อย"แค่เหนื่อยค่ะ แล้วเหนือก็รู้สึกกลัวด้วย ฮึก..ฮึก" เธอมักจะเห็นภาพตอนที่ตัวเองตกเลือดซ้ำ ๆ ในหัว ครั้งนั้นมันเหมือนฝันร้ายที่ฝังอยู่ในใจของเธอเรื่อยมา เหตุการณ์ในวันวานที่สูญเสียลูกคนที่สองไป"ไม่เป็นไรครับ ดีแล้วที่กลัว การที่เรากลัวไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนะ และเวลาที่เหนือกลัวพี่จะได้รู้ว่าต้องดูแลเหนือยังไง" เข
กองถ่ายรายการให้เวลาเด็กทั้งสามคนซักซ้อม เหนือฟ้าที่นั่งกินผลไม้จนจุกจึงลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เดินมาให้กำลังใจลูก ๆ“บะแต๋ง นิ่มน่านมาหาแม่เร็วค่ะ” เหนือฟ้ากวักมือเรียกแก๊งเด็กแสบจึงรีบสับขาไปหาอย่างไว“มีอะหยังบะหนุนน้อย” บะแต๋งกุมมือแม่“แม่แค่อยากให้กำลังใจครับ แม่เชื่อว่าพวกลูกทำได้” เหนือฟ้าลูบศีระษะเล็กของลูกทั้งสามคนละที“แต๋งทำได้ครับ” บะแต๋งโผเข้ากอดแม่ พิงหน้ากับท้องเพื่อขอกำลังใจจากน้องแฝดสามที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่ช้า “อ้ายขอกำลังใจ๋หน่อยเน้อละอ่อนทั้งหลาย” “น่านก็ตำได้ น่านไปฝึกฉ้อมกับปาขี้ก่อนเน้ออี่แม่” น่านฟ้าชูสองนิ้ววิ่งนำไปหาพ่อเป็นคนแรก ตามด้วยบะแต๋งเป็นคนที่สอง เหลือเพียงนิ่มฟ้าที่ยังยืนท่องภาษาญี่ปุ่นวนไปเวียนมาด้วยความไม่มั่นใจ“คนนี้ล่ะทำได้หรือเปล่า” เหนือฟ้ายื่นมือไปให้ลูกสาวจับ เด็กหญิงจับมือแม่มาหอมเพื่อสร้างกำลังใจให้ตนเอง“นิ่งตำอย่างอื่นได้จ้าว แต่นิ่งจำปาสายี่ปุ่งบ่ได้” นิ่มฟ้าบอกปัญหาที่ตนเองมีให้แม่ฟัง“เขาให้พูดว่า ชิอาวาเสะ เดส เนะ ก็แค่คำพูดเพียงหกคำเท่านั้นเอง เหมือนตอนที่หนูนับควายหกตัวนั่นแหละ”เพราะเธอรู้ดีว่าลูกสาวเห็นทุกอย่างเป็นควายไปซะหม