เช้าวันใหม่มนต์มีนาเดินไปซื้อข้าวเหนียวหน้าปากซอยพอกลับมาถึงบ้านชาลิดาก็อุ่นไส้อั่วกับไก่ย่างที่เหลือเมื่อวานไว้รออยู่แล้ว
ทั้งสองทานอาหารเช้าด้วยกันจากนั้นก็ช่วยกันเก็บล้างทำความสะอาดก่อนจะนั่งดูทีวีเพื่อรอเวลาให้คนของเจ้านายมารับ
รถตู้คันหรูจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับชายฉกรรจ์สวมสูทเดินลงมาจากรถ เขากดออดและยืนรอไม่นานเจ้าของบ้านก็เดินมาเปิด
“คุณสุทัศน์คะมีนมีอะไรจะขออย่างหนึ่งได้ไหม”
“เรื่องอะไรครับ” เขาถามหญิงเจ้านายอย่างสุภาพ
“เรื่องที่มีนบอกว่ามีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งแล้วขาบอกความจริงกับเขา”
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นเจ้านายผมบอกว่าไม่มีปัญหา”
“คือวันนี้เขาก็อยู่ที่นี่ด้วยมีนอยากให้เขาไปด้วยตอนเราไปตรวจร่างกายได้ไหมคะ”
“รอสักครู่นะครับ” คุณสุทัศน์เดินหลบไปบริเวณหลังรถตู้ไม่นานก็กลับออกมาพยักหน้าให้กับหญิงสาว
“เจ้านายบอกว่าไม่มีปัญหา”
“งั้นคุณรอตรงนี้นะคะมีนขอไปตามเพื่อนก่อน” มนต์มีนารีบวิ่งเข้ามาในบ้านและชวนชาลิดาที่ตอนนี้เตรียมตัวพร้อมอยู่ก่อนแล้ว
“ว่าไงมีนเขาให้ออยไปด้วยได้ใช่ไหม”
“เขาบอกว่าได้ เราไปกันเถอะเพื่อทำธุระเสร็จเร็วมีนจะได้เบิกเงินไปจ่ายหนี้เจ๊ที่ตลาดด้วย มีนจะรีบทำธุระทุกอย่างให้เสร็จก่อน 4 โมงเย็น” เพราะรู้ว่าเพื่อนมีงานตอนในเวลาเย็นมนต์มีนาจึงจะรีบจัดการธุระให้เสร็จก่อนเวลางาน
มนต์มีนาพาชาลิดามาที่รถและแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกันก่อนจะนั่งรถไปตรวจร่างกาย
คุณสุทัศน์พามีนมีนาและชาลิดามายังโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่เขาแจ้งเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ว่าจะพาหญิงสาวมาตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานจากนั้นก็ให้หญิงสาวเขาไปตรวจเลือดเอกซเรย์ปอดและอัลตราซาวด์ช่องท้อง
กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็กินเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงและมันก็ถึงเวลาทานอาหารกลางวันพอดี
“ถ้าผลเลือดออกแล้วผมจะติดต่อคุณไปอีกครั้งนะครับ”
“ได้ค่ะ แล้วเรื่องฉีดยาคุมล่ะคะ”
“ผมจะพาคุณไปคุยกับคุณหมออีกที หลังจากได้รับผลเลือดแล้วครับ”
“ถ้างั้นวันนี้มีนกับเพื่อนขอตัวเลยนะคะ”
“จะให้ผมไปส่งพวกคุณที่บ้านไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ เราว่าจะไปทำธุระกันต่อขอบคุณนะคะ” เธอและเพื่อนยกมือไหว้สุทัศน์ก่อนจะเดินแยกออกมา
หลังจากทานอาหารกลางวันที่ร้านข้างโรงพยาบาลแล้วมนต์มีนาก็เบิกเงินสดจากธนาคารใส่กระเป๋าเป้ใบเล็กและ เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งบริเวณหน้าตลาดเพราะไม่กล้านั่งรถเมล์ในขณะที่มีเงินมากมายแบบนั้นอยู่ในกระเป๋า
“ไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะล่ะมีน เจ๊บอกแล้วว่าทยอยใช้ก็ได้” เจ๊เจ้าของตลาดบอกกับหญิงสาวเพราะถ้าเธอทยอยใช้ก็หมายความว่าดอกเบี้ยก็จะได้เยอะมากขึ้นเรื่อยๆ
มนต์มีนาลืมคิดว่าจะตอบคำถามนี้กับเจ๊ยังไงแต่ชาลิดาก็รีบชิงตอบก่อน
“พอดีพ่อหนูขายที่ได้เงินมานิดหน่อยค่ะหนูก็เลยให้มีนยืม”
“อ๋อแบบนี้เอง นี่นะสัญญาเงินกู้ที่ทำไว้นะ ส่วนนี่เป็นหนังสือสัญญาที่ระบุว่าเธอใช้หนี้เจ๊หมดแล้ว” มนต์มีนาและชาลิดาช่วยกันดูสัญญาเมื่อเห็นว่าทุกอย่างถูกต้องแล้วก็ขอตัวกลับ
“ขอบคุณนะคะเจ๊” หญิงสาวยกมือไว้ขอบคุณเจ้าของตลาด
“ขาดเหลือก็มายืมอีกได้นะ” เจ๊เจ้าของตลาดบอกอย่างใจดี
“ใช้หนี้เจ๊แกไปแบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อยแล้วเรื่องบ้านล่ะจะเข้าไปคุยวันไหน” ชาลิดาถามเมื่อเดินออกมาจากตลาด
“ก็น่าจะเป็นพรุ่งนี้แหละจะขอจ่ายงวดแรกเขาก่อนสักแสนห้า มีนจะเก็บเงินสดไว้กับตัวซักห้าหมื่นเผื่อระหว่างนี้มีอะไรจำเป็นต้องใช้กลับมาจากเกาะก็ค่อยไปใช้ที่เหลือทั้งหมด” มนต์มีนาพูดแล้วยิ้มเมื่อมองเห็นอนาคตที่มันเริ่มจะสดใสขึ้น
“ถ้าเป็นแบบนี้เปิดเทอมมีนก็มีเงินจ่ายค่าเทอมแล้วนะ”
“อือ เราไม่คิดเลยนะว่าตัวเองจะได้รับเลือก แล้วออยล่ะมีค่าเทอมไหมให้มีนช่วยได้นะ ไม่เป็นไรเรื่องค่าเทอมแม่เรากันไว้ให้แล้วที่เหลือก็แค่ค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เราต้องทำงานพิเศษนี่แหละ”
“ตอนนี้มีนก็พอจะมีเงินใช้จ่ายบ้างถ้าออยติดขัดปัญหาตรงไหนก็บอกนะ”
“ขอบใจนะมีนที่มีน้ำใจกับเรามากจริงๆ แค่เรามาอยู่ที่บ้านด้วยแบบนี้ก็เกรงใจมากๆ แล้ว”
“จะต้องเกรงใจทำไมล่ะ มีออยมาอยู่ด้วยก็ทำให้หายเหงา”
“เพิ่งบ่ายสองเองกลับไปนอนพักกันก่อนดีไหม” ชาลิดาชวนเพราะอีกนานกว่าจะถึงเวลางาน
ทั้งสองคนกลับมาถึงบ้านก็นอนคุยกันไปเรื่อยจนกระทั่งถึงเวลาที่ชาลิดาจะต้องไปทำงาน
“มีนยังไม่ต้องตามออยไปตอนนี้ก็ได้ ออยเลิกงานประมาณทุ่มหนึ่ง มีนไปตอนนั้นดีไหมจะได้ช่วยกันซื้อของ”
“ก็ได้งั้นมีนจะไปถึงนู่นประมาณสักหกโมงนะ ซื้อของรอออยไปก่อนพอออยทำงานเสร็จก็ค่อยดูว่าขาดเหลืออะไรบ้าง เรากินข้าวที่ห้างเลยดีไหม”
“ดีเหมือนกัน ถ้างั้นเราไปนะมีนก็พักผ่อนเถอะ”
“ได้จ้ะโชคดีนะ”
เมื่อเพื่อนออกจากบ้านไปแล้วมนต์มีนาก็ล้มตัวลงบนที่นอนอย่างเดิม เธอกำลังคิดถึงงานที่จะไปรับครั้งนี้และก็เพิ่งนึกออกว่าตัวเองลืมถามคุณสุทัศน์เกี่ยวกับรูปร่างของเจ้านาย
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์โทรที่บันทึกไว้ลังเลว่าจะกดหาเขาดีหรือเปล่า แต่เพราะไม่อยากเก็บความไม่สบายใจไว้กับตัวเองมนต์มีนาก็เลยตัดสินใจโทรหา
“สวัสดีครับคุณมีน”
“สวัสดีค่ะคุณสุทัศน์ มีนโทรมารบกวนหรือเปล่า”
“ไม่ครับคุณมีอะไรจะใช้งานผมหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะมีนไม่กล้าใช้งานคุณสุทัศน์หรอกเพียงแต่มีนมีเรื่องอยากจะถามนิดหน่อย”
“ครับ”
“คือมีนอยากรู้ว่าเจ้านายของคุณสุทัศน์อ้วนไหมคะ”
“ถามทำไมครับ”
“มีนก็แค่อยากรู้ว่าคุณที่ตัวเองจะต้องไปนอนด้วยหุ่นแบบไหน”
“ถ้าหากเจ้านายผมอ้วนคุณจะเปลี่ยนใจไม่รับงานเหรอครับ”
“เปล่าค่ะไม่ใช่อย่างนั้น คือมีนไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เอาเป็นว่ามีนอยากรู้รูปร่างของเขาเพราะมีนจะได้เตรียมตัวถูกยังไงล่ะคะ”
“อ้อ ถ้าเป็นเรื่องการเตรียมตัวทำงานบนเตียงละก็ คุณสบายใจได้เลยเจ้านายของผมก็เหมือนคนปกติทั่วไปสูงประมาณร้อยแปดสิบกว่าหนักไม่น่าจะเกินเจ็ดสิบกิโลครับ แบบนี้คงไม่อ้วนหรอกใช่ไหมครับ”
“ไม่อ้วนเลยค่ะ” มนต์มีนาจินตนาการถึงผู้ชายรูปร่างสูงมีกล้ามท้องสวยก็ยิ้ม เธออยากให้เจ้านายเธอหุ่นแบบนั้นจริงๆ
“ในเมื่อคุณก็โทรถามผมเรื่องนี้แล้วเพราะฉะนั้นผมอยากจะให้คุณเตรียมตัวอะไรบางอย่าง”
“เตรียมตัวอะไรคะ”
“ถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยนอนกับผู้ชายคุณก็ควรจะต้องศึกษาท่าทางและลีลาไว้บ้างเผื่อจะมัดใจเจ้านายของผม แต่ถ้าคุณผ่านเรื่องอย่างนั้นมาแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหา”
“ค่ะ”
“แต่ถ้าอยากมั่นใจก็หาคลิปมาดูก็ได้ ผมหวังว่าคุณคงรู้แล้วว่าคลิปพวกนั้นจะหาดูได้จากที่ไหน แต่ถ้าคุณหาไม่ได้จริงๆ ก็บอกเดี๋ยวผมจัดส่งให้ทางอีเมล”
“ไม่เป็นไรค่ะไม่ต้องส่งมานะคะฉันหาดูเองได้” หญิงสาวรีบปฏิเสธทันควัน
“คุณมีเรื่องจะถามผมแค่นี้ใช่ไหมคุณมีน”
“ค่ะมีนมีเรื่องจะถามคุณแค่นี้แหละค่ะขอโทษนะคะที่รบกวนสวัสดีค่ะ” เธอวางสายแล้วถอนหายใจเพราะยังกังวลกับงานที่รับมา
มนต์มีนากำลังจัดเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นลงกระเป๋าเดินทางสองใบที่คุณสุทัศน์ซื้อมาให้ เมื่อตรวจดูจนแน่ใจว่าไม่ลืมอะไรแล้วก็รูดซิปปิดก่อนจะลากมารอที่ห้องรับแขก“ไม่ลืมอะไรแน่นะมีน” ชาลิดาที่ช่วยเพื่อนจัดกระเป๋าตั้งแต่บ่ายเมื่อวานมองกระเป๋าใบใหญ่หนึ่งใบและใบขนาดกลางอีกหนึ่งใบด้วยใบหน้าที่เป็นกังวล“ไม่หรอกน่าจะลืมอะไรแล้ว”“ใจหายเหมือนกันนะจะไม่ได้ติดต่อกันตั้งหนึ่งเดือน”“ถ้าไปถึงที่นู่นแล้วมีนจะพยายามหาทางติดต่อมานะ บางที่เกาะที่เราไปมันอาจจะพอมีสัญญาณมือถืออยู่บ้างแต่อาจไม่แรงเท่าในเมือง”“ออยก็ขอให้เป็นแบบนั้น ดูแลตัวเองด้วยนะมีน”“ออยก็เหมือนกันนะ อย่าหักโหมงานมาก”“ขอให้มีนเจอนายจ้างที่ใจดี หล่อๆ หุ่นเหมือนนายแบบนะ”“ขอบใจนะออย”พอถึงเวลานัดคุณสุทัศน์ก็มารักเธอเพื่อไปยังสนามบินและบินบินจากสนามบินสุวรรณภูมิมายังสนามบินภูเก็ต จากนั้นก็ขึ้นรถไปยังท่าเรือแห่งหนึ่งและก็นั่งเรืออีกเกือบสองชั่วโมงกว่าจะมาถึงเกาะแห่งหนึ่งเรือจอดเทียบท่าบริเวณด้านหน้าของเกาะมนต์มีนาเห็นว่ามีร้านอาหารและโรงแรมตั้งอยู่แต่คุณสุทัศน์บอกว่าบ้านพักของเจ้านายจะต้องอ้อมไปอีกด้านหนึ่งของเกาะซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวหญิ
“ขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพแล้วเจอกันใหม่โอกาสหน้านะคะ ขอบคุณทุกท่านมากๆ ค่ะ สวัสดีค่ะ”เสียงปรบมือดังขึ้นและค่อยๆ เงียบหายพร้อมกับไฟบนเวทีดับลง มนต์มีนาถอนหายใจและเดินลงมาด้านหลังเวทีไหล่ผึ่งผายด้วยความสง่างามยามเมื่ออยู่กลางแสงไฟลู่ลงใบหน้าสวยไร้รอยยิ้ม“ไหวมั้ยมีน” ชาลิดาเดินมาประคองเพื่อนให้นั่งลงบนเก้าอี้“ไม่ไหวก็ต้องไหวแหละออย” มนต์มีนายิ้มอ่อน“ออยว่าช่วงนี้มีนรับงานหนักมากเกินไปแล้วนะ วันนี้ก็ตั้งสามงาน” หญิงสาวพูดด้วยความเป็นห่วงเพราะแต่ละงานก็ใช้พลังงานค่อนข้างเยอะและต้องยื่นนานๆ ขนาดตัวเองรับแค่งานเดียวยังเหนื่อยแทบแย่“ขนาดมีนรับงานเยอะอย่างนี้ เงินยังไม่พอใช้หนี้เลยนะออย ตอนนี้บ้านก็กำลังจะถูกยึดแล้ว ส่วนเงินที่ไปกู้มาตอนรักษาแม่ดอกเบี้ยก็โหดเหลือเกินที่ทำทุกวันนี้แทบจะไม่ได้ส่งเงินต้นด้วยซ้ำ”“เงินตั้งมากมายขนาดนั้นออยก็ไม่รู้จะช่วยมีนยังไงนะเหมือนกันนะเฮ้อ...” เพราะทางบ้านของชาลิดาเองก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรมากนัก ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันและวันนี้มนต์มีนาก็มาทำงานพิธีกรให้กับผลิตภัณฑ์แห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้
มนต์มีนาและชาลิดามาถึงโมเดลลิงเกือบจะสิบนาฬิกา ตอนนี้พี่ปานทิพย์เจ้าของโมเดลลิงยังไม่ได้เข้ามา ด้านในจึงมีแค่ลูกน้องของเธอเด็กในสังกัดคนอื่นๆ ที่มานั่งรออยู่มนต์มีนายิ้มทักทายให้กับทุกคนก่อนจะเข้าไปนั่งรอทางด้านใน ซึ่งตอนนี้มีเด็กในสังกัดของพี่ปานทิพย์มารออยู่เกือบสามสิบคน“ทำไมวันนี้คนมาเยอะจังมีอะไรกันเหรอ” ชาลิดาสะกิดถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ“ไม่ได้อ่านไลน์กลุ่มเหรอออยหรือวันนี้พี่ปานทิพย์เขาเรียกให้ทุกคนมาประชุมกันที่นี่เห็นว่ามีงานใหญ่จะให้ทำ”“อ้าวเหรอเราไม่รู้เลยมัวแต่ทำงานหนัก”“เราก็นึกว่ารู้แล้วก็เลยไม่ได้ไลน์ส่วนตัวไปบอก”“มีนรู้ไหม” ชาลิดากันไปถามมนต์มีนา“มีนก็ไม่รู้เหมือนกันมัวแต่ยุ่งๆ ไม่ได้อ่านไลน์กลุ่มเลย แต่ก็ดีนะที่วันนี้เรานัดกันจะมาหาพี่ปานอยู่พอดี”“นั่นสิไม่รู้พี่เขามีงานอะไรจะคุยนะ ถึงเรียกมากันเยอะขนาดนี้ขอให้เป็นงานใหญ่ทีเถอะ พวกเราจะได้งานกันทุกคน”“นั่นสิช่วงนี้ปิดเทอมด้วยใครๆ ก็ว่างกันทั้งนั้นถ้างานเล็กๆ ก็คงต้องแย่งกันอีกตามเคย” มนต์มีนาหวังว่างานวันนี้คงจะใหญ่มากพอที่พวกเธอจะได้ไม่ต้องแย่งกัน“เห็นว่าช่วงนี้งานจากต่างประเทศค่อนข้างเยอะ นี่เราว่าจะลงเรี
เมื่อทุกคนทยอยกันออกไปจัดห้องจนหมด ตอนนี้ในห้องก็เหลือแค่มนต์มีนากับชาลิดาเท่านั้น“มีนกับออยมีอะไรจะคุยกับพี่ใช่ไหม”“ค่ะพี่ปาน”“มีอะไรว่ามาเลยจ้ะ ใช่เรื่องเมื่อกี้หรือเปล่า”“ไม่ใช่ค่ะคือมีนกับออยอยากจะมาถามพี่ปานว่าช่วงนี้มีงานอะไรให้เราสองคนทำเพิ่มไหม เรากำลังร้อนเงินค่ะ”“เดี๋ยวพี่จะดูให้นะ ช่วงนี้มันเป็นช่วงปิดเทอมคนก็ว่างกันเยอะลูกค้าก็เลยมีโอกาสที่จะเลือก จริงๆพี่อยากจะช่วยให้เราทุกคนได้งาน ได้เงินแต่บางครั้งโมเดลลิงอื่นเขาก็สู้ไม่ถอยเหมือนกัน ช่วงนี้มันก็เลยมีการตัดราคากันบ้าง” ปานทิพย์ก็หนักใจเรื่องนี้อยู่มาก“ออยเข้าใจค่ะพี่ปาน”“แล้วเราสองคนไม่สนใจจะส่งใบสมัครให้พี่บ้างเหรอ หน้าตาก็สวยหุ่นก็ดีแบบนี้เผื่อจะได้รับเลือกขึ้นมาเงินตั้งหนึ่งล้าน มันเยอะมากพี่ ก็ไม่เห็นด้วยหรอกนะที่จะทำเรื่องแบบนี้แต่เงินมันก็ล่อตาล่อใจจริง”“หนูขอถามอีกนิดได้ไหมค่ะพี่ปาน”“ถามได้เลยจ้ะออย”“ผู้ชายที่เขามาจ้างเราเขาไม่ได้เป็นพวกซาดิสต์อะไรแบบในหนังใช่ไหมคะ”“ไม่หรอกจ้ะ เพราะครั้งที่แล้วเขามาเมืองไทยก็มีเด็กจากโมเดลลิงอื่นไปรับงาน ก็ไม่เห็นมีความผิดปกติอะไร เขาก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่อยากจะมาห
แฟ้มประวัติของหญิงสาวเกือบห้าสิบคนถูกวางลงบนโต๊ะของยานอฟนักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งไทยยูเครน ขณะที่เจ้าตัวนั้นเพิ่งคุยโทรศัพท์กับลูกค้าคนสำคัญเสร็จพอดี“ผมคัดมาให้บอสมีห้าสิบคนครับ ที่เหลือดูแล้วไม่น่าจะถูกใจก็เลยไม่ได้เอาเข้ามาให้” กาซิมลูกน้องคนสนิทคัดเลือกแฟ้มผู้หญิงทั้งหมดที่ทางโมเดลลิงส่งมารวมร้อยกว่าคนเขาคัดออกจนเหลือแค่ห้าสิบคนที่คิดว่าตรงสเปกเจ้านายของตนเองมากที่สุด“ครั้งนี้ส่งมาทั้งหมดเท่าไหร่เหรอกาซิม”“เกือบร้อยห้าสิบครับ ถ้าบอสไม่สนใจห้าสิบคนตรงนี้ ผมค่อยเอาที่เหลือมาให้”“ไม่เป็นไรฉันเชื่อใจนาย” ยานอฟทำงานร่วมกับกาซิมมาตั้งแต่เขาอายุสิบแปดปี จนถึงตอนนี้ก็สิบสองปีแล้ว กาซิมเป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งพี่และเป็นผู้ช่วยที่รู้ใจเขามากที่สุด ชายหนุ่มช่วยงานเขาได้ในทุกๆ เรื่องรวมถึงการจัดหาผู้หญิงมาให้เขาด้วย ยานอฟมีคู่หมั้นอยู่แล้วเขากับเธอหมั้นกันมาได้เกือบห้าปีแต่ก็ยังไม่คิดจะแต่งงานกัน ทั้งสองต่างรู้ว่าการหมั้นหมายที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดจากความรัก ไลลาเองมีคนรักอยู่แล้วแต่ก็ขัดคำสั่งของบิดาไม่ได้ ยานอฟก็อยากจะถอนหมั้นแต่ตอนนี้บิดาของเธอกำลังป่วยหนัก เธอจึงขอร้องให้เขาอย่าพึ่งพูดเรื
ยานอฟกับไลลามาถึงโรงพยาบาลก็รีบวิ่งขึ้นไปบนแผนกของผู้ป่วยซึ่งตอนนี้บิดาของหญิงสาวนอนรักษาอยู่ตอนนี้ข้างเตียงบิดามีมารดาและพี่ชายของเธออีกสองคนยืนอยู่ข้างๆ“พ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“พ่อบ่นว่าเหนื่อย”“พ่อขาหนูมาแล้วค่ะ หนูพายานอฟมาด้วยนะคะ”ชายชราที่นอนอยู่บนเตียงพยายามจะอ้าปากพูด ไลลาขยับเข้าไปใกล้ท่านมากขึ้น หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ กุมมือของท่านไว้แน่น เขาจับมือของไลลาแน่นและหันไปมองหน้ายานอฟที่ยืนอยู่ปลายเตียง พอชายหนุ่มเห็นสายตานั้นก็รีบเข้ามาใกล้และนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับไลลา“ฝากไลลาด้วยนะยานอฟ” เสียงอันแผ่วเบาออกมาจากปากของชายสูงวัยเขาเหนื่อยล้ามากกว่าทุกครั้งที่ยานอฟเคยมาเยี่ยม“ไม่ต้องห่วงผมจะดูแลไลลาอย่างดี” ยานอฟรีบรับปากเพราะเห็นนะว่าตอนนี้คนป่วยอาการเริ่มจะแย่ลงแล้วหลังจากฝากลูกสาวกับคู่หมั้นแล้วชายชราก็หายใจแรงขึ้นและถี่ขึ้นจนหมอและพยาบาลต้องพากันวิ่งเข้ามาดูชายชรามองหน้าทุกคนแล้วยิ้มก่อนที่ลมหายใจของเขาจากแผ่วลง จนในที่สุดท่านก็ไม่หายใจ ตัวเลขอัตราการเต้นหัวใจบนมอนิเตอร์ที่ติดไว้ค่อยๆ ลดลงจนเหลือศูนย์ไลลาและพี่ชายทั้งสองคนจับมือชายชราแน่นขณะที่มารดาก็กำลังจะล้มลงยานอฟที
มนต์มีนาได้รับโทรศัพท์จากพี่ปานทิพย์แจ้งเรื่องงานที่เธอส่งใบสมัครไว้ตั้งแต่เย็นวันอาทิตย์ พี่ปานทิพย์นัดให้หญิงสาวไปเจอเช้าวันจันทร์เพื่อจะคุยรายละเอียดเรื่องสัญญาต่างๆ และมนต์มีนาจะตัดสินใจอีกครั้งได้อีกครั้งหลังจากอ่านสัญญาทั้งหมดอย่างเข้าใจแล้วพี่ปานทิพย์บอกอีกว่าให้เธอมาคนเดียวและสถานที่นัดครั้งนี้ไม่ใช่ที่โมเดลลิงแต่เป็นอาคารสำนักงานหญิงสาวอยากบอกเรื่องนี้กับชาลิดาเพื่อนสนิทแต่ก็ไม่สามารถบอกกับใครได้ เธอตื่นตั้งแต่เช้าแต่งตัวด้วยชุดสบายๆ กางเกงยีนรองเท้าผ้าใบกับเสื้อยืดสีขาวจากนั้นก็ใส่เสื้อแขนยาวทับ ก่อนจะเดินออกไปยังปากซอยและนั่งรถเมล์ไปยังสำนักงานที่พี่ปานทิพย์ส่งโลเคชันมาให้หญิงสาวมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย เธอเข้านั่งรอด้านล่างของอาคารแห่งหนึ่งไม่นานนักพี่ปานทิพย์ก็เดินตามเข้ามา“มีนมาถึงนานหรือยัง”“เกือบสิบนาทีแล้วค่ะ ทำไมเราต้องมาที่นี่ด้วยคะพี่ปาน”“เขาให้เรามาเจอตัวแทนของเขาก่อน จะได้อ่านสัญญากัน ไปกันเถอะเขาน่าจะรออยู่แล้ว”ปานทิพย์กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 23 ซึ่งเธอนัดกับตัวแทนของผู้ว่าจ้างไว้ที่นี่“เชิญด้านไหนเลยครับ” พนักงานต้อนรับที่อยู่หน้าลิฟต์บอกให้หญิงสาวสองคนเดินเข
มนต์มีนานั่งรถปานทิพย์มาที่โมเดลลิงของเธอก่อนเพราะที่นี่อยู่ใกล้บ้านของหญิงสาวมากกว่าอาคารที่เพิ่งไปเซ็นสัญญามา เธอเดินตามเจ้าของโมเดลลิงเข้าไปนั่งข้างในห้องทำงานซึ่งตอนนี้ผู้ช่วยของพี่ปานทิพย์ไม่ได้อยู่ในห้อง“พี่เห็นสัญญาแล้วพี่ว่ามันก็ค่อนข้างโอเคนะ เรื่องนี้จะมีคนรู้แค่พี่มีนแล้วก็ออยเท่านั้น ถ้ามีคนถามถึงมีนพี่จะบอกว่ามีนไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัดดีไหม คนอื่นจะได้ไม่สงสัย”“ได้ค่ะ หนูก็จะบอกออยให้บอกคนอื่นไปแบบนั้นเหมือนกัน”“ถ้าไปอยู่ที่นู่นอาจจะติดต่อกันลำบากแต่ถ้ามีนมีเรื่องด่วนก็อย่าลืมขอใช้โทรศัพท์ของเจ้านายโทรมาหาพี่ได้ทุกเมื่อ” เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ส่งเด็กไปทานแบบนี้ปานทิพย์เลยค่อนข้างจะห่วง“ค่ะพี่ปาน”ขณะที่มนต์มีนากำลังนั่งคุยอยู่กับปานทิพย์เสียงแจ้งจากแอพพลิเคชันธนาคารก็ดังขึ้นยอดเงินที่โอนเข้ามาให้หญิงสาวคือห้าแสน บาทถ้วน มนต์มีนาไม่เคยมีเงินแบบนี้มากมายในบัญชีแบบนี้มาก่อน หญิงสาวมองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง“พี่ปานคะเขาโอนมาให้หนูจริงๆ ค่ะ” หญิงสาวพูดด้วยความตื่นเต้น“เมื่อกี้เขาก็บอกแล้วว่าเขาจะโอนเงินงวดแรกให้ก่อนครึ่งหนึ่งของพี่เองก็ได้มาแล้วแสนห้าจบงานก็คงได้แส
มนต์มีนากำลังจัดเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นลงกระเป๋าเดินทางสองใบที่คุณสุทัศน์ซื้อมาให้ เมื่อตรวจดูจนแน่ใจว่าไม่ลืมอะไรแล้วก็รูดซิปปิดก่อนจะลากมารอที่ห้องรับแขก“ไม่ลืมอะไรแน่นะมีน” ชาลิดาที่ช่วยเพื่อนจัดกระเป๋าตั้งแต่บ่ายเมื่อวานมองกระเป๋าใบใหญ่หนึ่งใบและใบขนาดกลางอีกหนึ่งใบด้วยใบหน้าที่เป็นกังวล“ไม่หรอกน่าจะลืมอะไรแล้ว”“ใจหายเหมือนกันนะจะไม่ได้ติดต่อกันตั้งหนึ่งเดือน”“ถ้าไปถึงที่นู่นแล้วมีนจะพยายามหาทางติดต่อมานะ บางที่เกาะที่เราไปมันอาจจะพอมีสัญญาณมือถืออยู่บ้างแต่อาจไม่แรงเท่าในเมือง”“ออยก็ขอให้เป็นแบบนั้น ดูแลตัวเองด้วยนะมีน”“ออยก็เหมือนกันนะ อย่าหักโหมงานมาก”“ขอให้มีนเจอนายจ้างที่ใจดี หล่อๆ หุ่นเหมือนนายแบบนะ”“ขอบใจนะออย”พอถึงเวลานัดคุณสุทัศน์ก็มารักเธอเพื่อไปยังสนามบินและบินบินจากสนามบินสุวรรณภูมิมายังสนามบินภูเก็ต จากนั้นก็ขึ้นรถไปยังท่าเรือแห่งหนึ่งและก็นั่งเรืออีกเกือบสองชั่วโมงกว่าจะมาถึงเกาะแห่งหนึ่งเรือจอดเทียบท่าบริเวณด้านหน้าของเกาะมนต์มีนาเห็นว่ามีร้านอาหารและโรงแรมตั้งอยู่แต่คุณสุทัศน์บอกว่าบ้านพักของเจ้านายจะต้องอ้อมไปอีกด้านหนึ่งของเกาะซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวหญิ
เช้าวันใหม่มนต์มีนาเดินไปซื้อข้าวเหนียวหน้าปากซอยพอกลับมาถึงบ้านชาลิดาก็อุ่นไส้อั่วกับไก่ย่างที่เหลือเมื่อวานไว้รออยู่แล้วทั้งสองทานอาหารเช้าด้วยกันจากนั้นก็ช่วยกันเก็บล้างทำความสะอาดก่อนจะนั่งดูทีวีเพื่อรอเวลาให้คนของเจ้านายมารับรถตู้คันหรูจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับชายฉกรรจ์สวมสูทเดินลงมาจากรถ เขากดออดและยืนรอไม่นานเจ้าของบ้านก็เดินมาเปิด“คุณสุทัศน์คะมีนมีอะไรจะขออย่างหนึ่งได้ไหม”“เรื่องอะไรครับ” เขาถามหญิงเจ้านายอย่างสุภาพ“เรื่องที่มีนบอกว่ามีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งแล้วขาบอกความจริงกับเขา”“ถ้าเป็นเรื่องนั้นเจ้านายผมบอกว่าไม่มีปัญหา”“คือวันนี้เขาก็อยู่ที่นี่ด้วยมีนอยากให้เขาไปด้วยตอนเราไปตรวจร่างกายได้ไหมคะ”“รอสักครู่นะครับ” คุณสุทัศน์เดินหลบไปบริเวณหลังรถตู้ไม่นานก็กลับออกมาพยักหน้าให้กับหญิงสาว“เจ้านายบอกว่าไม่มีปัญหา”“งั้นคุณรอตรงนี้นะคะมีนขอไปตามเพื่อนก่อน” มนต์มีนารีบวิ่งเข้ามาในบ้านและชวนชาลิดาที่ตอนนี้เตรียมตัวพร้อมอยู่ก่อนแล้ว“ว่าไงมีนเขาให้ออยไปด้วยได้ใช่ไหม”“เขาบอกว่าได้ เราไปกันเถอะเพื่อทำธุระเสร็จเร็วมีนจะได้เบิกเงินไปจ่ายหนี้เจ๊ที่ตลาดด้วย มีนจะรีบทำธุระทุกอย่างให้
เมื่อทานอาหารไปได้สักพักมนต์มีนาก็เริ่มเกริ่นเรื่องที่ตัวเองได้รับเลือกให้กับชาลิดาฟัง“ออยมีนมีเรื่องจะบอกออย”“เรื่องอะไรล่ะ พูดมาเลย” ชาลิดาหยิบไก่ย่างเข้าปากแล้วเคี้ยวด้วยความเอร็ดอร่อย“ก็เรื่องที่พี่ปานพูดวันก่อน”“วันนี้วันจันทร์แล้วนี่ พี่ปานยังไม่ได้แจ้งข่าวมาเลยไม่รู้ว่าใครได้รับเลือก มีนรู้แล้วใช่ไหมว่าใครได้รับเลือก”“จริงๆ เขาแจ้งมาตั้งแต่เมื่อวาน”“อะไรนะทำไมออยไม่เห็นรู้เลยล่ะ”“พี่ปานเขาโทรมาแจ้งที่มีนน่ะ”“มีนได้งานนี้ใช่ไหม เขาถึงแจ้งที่มีนคนเดียว”“อือ มีนได้งานนี้แล้ว วันนี้ก็เพิ่งไปเซ็นสัญญามา”“อะไรนะมีนทำไมมันเร็วจังล่ะ ออยขอดูสัญญาด้วยได้ไหม เผื่อมีอะไรไม่ชอบมาพากลจะได้ยกเลิกทัน”“ได้สิ” มนต์มีนาหยิบสัญญาในกระเป๋าผ้าส่งให้เพื่อน ชาลิดาตั้งใจอ่านบรรทัดด้วยความตั้งใจ ก่อนจะวางกระดาษลงเมื่ออ่านถึงบรรทัดสุดท้าย“ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงนะ ออยว่าดีด้วยซ้ำ คนอื่นก็จะได้ไม่รู้เรื่องนี้ด้วย แล้วมีนมาบอกแบบนี้จะไม่เป็นการผิดสัญญาเหรอ”“ไม่หรอกมีนขอเขาแล้วว่าขอบอกเพื่อนสนิทคนหนึ่งถ้ามีนหายไปเฉยๆ ออยก็ต้องสงสัยแน่ๆ และถ้าไปถามเอาจากคนอื่นเรื่องมันก็จะบานปลาย”“แล้วมีนต้องไปอยู
มนต์มีนานั่งรถปานทิพย์มาที่โมเดลลิงของเธอก่อนเพราะที่นี่อยู่ใกล้บ้านของหญิงสาวมากกว่าอาคารที่เพิ่งไปเซ็นสัญญามา เธอเดินตามเจ้าของโมเดลลิงเข้าไปนั่งข้างในห้องทำงานซึ่งตอนนี้ผู้ช่วยของพี่ปานทิพย์ไม่ได้อยู่ในห้อง“พี่เห็นสัญญาแล้วพี่ว่ามันก็ค่อนข้างโอเคนะ เรื่องนี้จะมีคนรู้แค่พี่มีนแล้วก็ออยเท่านั้น ถ้ามีคนถามถึงมีนพี่จะบอกว่ามีนไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัดดีไหม คนอื่นจะได้ไม่สงสัย”“ได้ค่ะ หนูก็จะบอกออยให้บอกคนอื่นไปแบบนั้นเหมือนกัน”“ถ้าไปอยู่ที่นู่นอาจจะติดต่อกันลำบากแต่ถ้ามีนมีเรื่องด่วนก็อย่าลืมขอใช้โทรศัพท์ของเจ้านายโทรมาหาพี่ได้ทุกเมื่อ” เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ส่งเด็กไปทานแบบนี้ปานทิพย์เลยค่อนข้างจะห่วง“ค่ะพี่ปาน”ขณะที่มนต์มีนากำลังนั่งคุยอยู่กับปานทิพย์เสียงแจ้งจากแอพพลิเคชันธนาคารก็ดังขึ้นยอดเงินที่โอนเข้ามาให้หญิงสาวคือห้าแสน บาทถ้วน มนต์มีนาไม่เคยมีเงินแบบนี้มากมายในบัญชีแบบนี้มาก่อน หญิงสาวมองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง“พี่ปานคะเขาโอนมาให้หนูจริงๆ ค่ะ” หญิงสาวพูดด้วยความตื่นเต้น“เมื่อกี้เขาก็บอกแล้วว่าเขาจะโอนเงินงวดแรกให้ก่อนครึ่งหนึ่งของพี่เองก็ได้มาแล้วแสนห้าจบงานก็คงได้แส
มนต์มีนาได้รับโทรศัพท์จากพี่ปานทิพย์แจ้งเรื่องงานที่เธอส่งใบสมัครไว้ตั้งแต่เย็นวันอาทิตย์ พี่ปานทิพย์นัดให้หญิงสาวไปเจอเช้าวันจันทร์เพื่อจะคุยรายละเอียดเรื่องสัญญาต่างๆ และมนต์มีนาจะตัดสินใจอีกครั้งได้อีกครั้งหลังจากอ่านสัญญาทั้งหมดอย่างเข้าใจแล้วพี่ปานทิพย์บอกอีกว่าให้เธอมาคนเดียวและสถานที่นัดครั้งนี้ไม่ใช่ที่โมเดลลิงแต่เป็นอาคารสำนักงานหญิงสาวอยากบอกเรื่องนี้กับชาลิดาเพื่อนสนิทแต่ก็ไม่สามารถบอกกับใครได้ เธอตื่นตั้งแต่เช้าแต่งตัวด้วยชุดสบายๆ กางเกงยีนรองเท้าผ้าใบกับเสื้อยืดสีขาวจากนั้นก็ใส่เสื้อแขนยาวทับ ก่อนจะเดินออกไปยังปากซอยและนั่งรถเมล์ไปยังสำนักงานที่พี่ปานทิพย์ส่งโลเคชันมาให้หญิงสาวมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย เธอเข้านั่งรอด้านล่างของอาคารแห่งหนึ่งไม่นานนักพี่ปานทิพย์ก็เดินตามเข้ามา“มีนมาถึงนานหรือยัง”“เกือบสิบนาทีแล้วค่ะ ทำไมเราต้องมาที่นี่ด้วยคะพี่ปาน”“เขาให้เรามาเจอตัวแทนของเขาก่อน จะได้อ่านสัญญากัน ไปกันเถอะเขาน่าจะรออยู่แล้ว”ปานทิพย์กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 23 ซึ่งเธอนัดกับตัวแทนของผู้ว่าจ้างไว้ที่นี่“เชิญด้านไหนเลยครับ” พนักงานต้อนรับที่อยู่หน้าลิฟต์บอกให้หญิงสาวสองคนเดินเข
ยานอฟกับไลลามาถึงโรงพยาบาลก็รีบวิ่งขึ้นไปบนแผนกของผู้ป่วยซึ่งตอนนี้บิดาของหญิงสาวนอนรักษาอยู่ตอนนี้ข้างเตียงบิดามีมารดาและพี่ชายของเธออีกสองคนยืนอยู่ข้างๆ“พ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“พ่อบ่นว่าเหนื่อย”“พ่อขาหนูมาแล้วค่ะ หนูพายานอฟมาด้วยนะคะ”ชายชราที่นอนอยู่บนเตียงพยายามจะอ้าปากพูด ไลลาขยับเข้าไปใกล้ท่านมากขึ้น หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ กุมมือของท่านไว้แน่น เขาจับมือของไลลาแน่นและหันไปมองหน้ายานอฟที่ยืนอยู่ปลายเตียง พอชายหนุ่มเห็นสายตานั้นก็รีบเข้ามาใกล้และนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับไลลา“ฝากไลลาด้วยนะยานอฟ” เสียงอันแผ่วเบาออกมาจากปากของชายสูงวัยเขาเหนื่อยล้ามากกว่าทุกครั้งที่ยานอฟเคยมาเยี่ยม“ไม่ต้องห่วงผมจะดูแลไลลาอย่างดี” ยานอฟรีบรับปากเพราะเห็นนะว่าตอนนี้คนป่วยอาการเริ่มจะแย่ลงแล้วหลังจากฝากลูกสาวกับคู่หมั้นแล้วชายชราก็หายใจแรงขึ้นและถี่ขึ้นจนหมอและพยาบาลต้องพากันวิ่งเข้ามาดูชายชรามองหน้าทุกคนแล้วยิ้มก่อนที่ลมหายใจของเขาจากแผ่วลง จนในที่สุดท่านก็ไม่หายใจ ตัวเลขอัตราการเต้นหัวใจบนมอนิเตอร์ที่ติดไว้ค่อยๆ ลดลงจนเหลือศูนย์ไลลาและพี่ชายทั้งสองคนจับมือชายชราแน่นขณะที่มารดาก็กำลังจะล้มลงยานอฟที
แฟ้มประวัติของหญิงสาวเกือบห้าสิบคนถูกวางลงบนโต๊ะของยานอฟนักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งไทยยูเครน ขณะที่เจ้าตัวนั้นเพิ่งคุยโทรศัพท์กับลูกค้าคนสำคัญเสร็จพอดี“ผมคัดมาให้บอสมีห้าสิบคนครับ ที่เหลือดูแล้วไม่น่าจะถูกใจก็เลยไม่ได้เอาเข้ามาให้” กาซิมลูกน้องคนสนิทคัดเลือกแฟ้มผู้หญิงทั้งหมดที่ทางโมเดลลิงส่งมารวมร้อยกว่าคนเขาคัดออกจนเหลือแค่ห้าสิบคนที่คิดว่าตรงสเปกเจ้านายของตนเองมากที่สุด“ครั้งนี้ส่งมาทั้งหมดเท่าไหร่เหรอกาซิม”“เกือบร้อยห้าสิบครับ ถ้าบอสไม่สนใจห้าสิบคนตรงนี้ ผมค่อยเอาที่เหลือมาให้”“ไม่เป็นไรฉันเชื่อใจนาย” ยานอฟทำงานร่วมกับกาซิมมาตั้งแต่เขาอายุสิบแปดปี จนถึงตอนนี้ก็สิบสองปีแล้ว กาซิมเป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งพี่และเป็นผู้ช่วยที่รู้ใจเขามากที่สุด ชายหนุ่มช่วยงานเขาได้ในทุกๆ เรื่องรวมถึงการจัดหาผู้หญิงมาให้เขาด้วย ยานอฟมีคู่หมั้นอยู่แล้วเขากับเธอหมั้นกันมาได้เกือบห้าปีแต่ก็ยังไม่คิดจะแต่งงานกัน ทั้งสองต่างรู้ว่าการหมั้นหมายที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดจากความรัก ไลลาเองมีคนรักอยู่แล้วแต่ก็ขัดคำสั่งของบิดาไม่ได้ ยานอฟก็อยากจะถอนหมั้นแต่ตอนนี้บิดาของเธอกำลังป่วยหนัก เธอจึงขอร้องให้เขาอย่าพึ่งพูดเรื
เมื่อทุกคนทยอยกันออกไปจัดห้องจนหมด ตอนนี้ในห้องก็เหลือแค่มนต์มีนากับชาลิดาเท่านั้น“มีนกับออยมีอะไรจะคุยกับพี่ใช่ไหม”“ค่ะพี่ปาน”“มีอะไรว่ามาเลยจ้ะ ใช่เรื่องเมื่อกี้หรือเปล่า”“ไม่ใช่ค่ะคือมีนกับออยอยากจะมาถามพี่ปานว่าช่วงนี้มีงานอะไรให้เราสองคนทำเพิ่มไหม เรากำลังร้อนเงินค่ะ”“เดี๋ยวพี่จะดูให้นะ ช่วงนี้มันเป็นช่วงปิดเทอมคนก็ว่างกันเยอะลูกค้าก็เลยมีโอกาสที่จะเลือก จริงๆพี่อยากจะช่วยให้เราทุกคนได้งาน ได้เงินแต่บางครั้งโมเดลลิงอื่นเขาก็สู้ไม่ถอยเหมือนกัน ช่วงนี้มันก็เลยมีการตัดราคากันบ้าง” ปานทิพย์ก็หนักใจเรื่องนี้อยู่มาก“ออยเข้าใจค่ะพี่ปาน”“แล้วเราสองคนไม่สนใจจะส่งใบสมัครให้พี่บ้างเหรอ หน้าตาก็สวยหุ่นก็ดีแบบนี้เผื่อจะได้รับเลือกขึ้นมาเงินตั้งหนึ่งล้าน มันเยอะมากพี่ ก็ไม่เห็นด้วยหรอกนะที่จะทำเรื่องแบบนี้แต่เงินมันก็ล่อตาล่อใจจริง”“หนูขอถามอีกนิดได้ไหมค่ะพี่ปาน”“ถามได้เลยจ้ะออย”“ผู้ชายที่เขามาจ้างเราเขาไม่ได้เป็นพวกซาดิสต์อะไรแบบในหนังใช่ไหมคะ”“ไม่หรอกจ้ะ เพราะครั้งที่แล้วเขามาเมืองไทยก็มีเด็กจากโมเดลลิงอื่นไปรับงาน ก็ไม่เห็นมีความผิดปกติอะไร เขาก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่อยากจะมาห
มนต์มีนาและชาลิดามาถึงโมเดลลิงเกือบจะสิบนาฬิกา ตอนนี้พี่ปานทิพย์เจ้าของโมเดลลิงยังไม่ได้เข้ามา ด้านในจึงมีแค่ลูกน้องของเธอเด็กในสังกัดคนอื่นๆ ที่มานั่งรออยู่มนต์มีนายิ้มทักทายให้กับทุกคนก่อนจะเข้าไปนั่งรอทางด้านใน ซึ่งตอนนี้มีเด็กในสังกัดของพี่ปานทิพย์มารออยู่เกือบสามสิบคน“ทำไมวันนี้คนมาเยอะจังมีอะไรกันเหรอ” ชาลิดาสะกิดถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ“ไม่ได้อ่านไลน์กลุ่มเหรอออยหรือวันนี้พี่ปานทิพย์เขาเรียกให้ทุกคนมาประชุมกันที่นี่เห็นว่ามีงานใหญ่จะให้ทำ”“อ้าวเหรอเราไม่รู้เลยมัวแต่ทำงานหนัก”“เราก็นึกว่ารู้แล้วก็เลยไม่ได้ไลน์ส่วนตัวไปบอก”“มีนรู้ไหม” ชาลิดากันไปถามมนต์มีนา“มีนก็ไม่รู้เหมือนกันมัวแต่ยุ่งๆ ไม่ได้อ่านไลน์กลุ่มเลย แต่ก็ดีนะที่วันนี้เรานัดกันจะมาหาพี่ปานอยู่พอดี”“นั่นสิไม่รู้พี่เขามีงานอะไรจะคุยนะ ถึงเรียกมากันเยอะขนาดนี้ขอให้เป็นงานใหญ่ทีเถอะ พวกเราจะได้งานกันทุกคน”“นั่นสิช่วงนี้ปิดเทอมด้วยใครๆ ก็ว่างกันทั้งนั้นถ้างานเล็กๆ ก็คงต้องแย่งกันอีกตามเคย” มนต์มีนาหวังว่างานวันนี้คงจะใหญ่มากพอที่พวกเธอจะได้ไม่ต้องแย่งกัน“เห็นว่าช่วงนี้งานจากต่างประเทศค่อนข้างเยอะ นี่เราว่าจะลงเรี