แชร์

ปัญหาของลูกจ้าง

ผู้เขียน: ซูเจิน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-23 15:52:42

เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด

ปัญหาของลูกจ้าง

*****

"จัดร้านเป็นอย่างไรบ้างครับ สินค้าเข้ามาส่งแล้วใช่ไหม" เหอตี้ถามเมิ่งหลันขณะที่นั่งรอรับประทานในตอนเย็น

"สินค้ามาส่งแล้วค่ะ เรื่องจัดร้านก็ใกล้เสร็จแล้ว น่าจะอีกวันหรือสองวันน่าจะเรียบร้อยทั้งหมด" เมิ่งหลันบอกออกไป เพราะจัดของเข้าชั้นเสร็จหมดแล้ว เหลือแค่แพ็คข้าว น้ำตาล แป้งชนิดต่างๆเท่านั้นเอง

"คุณก็อย่าทำให้ตัวเองเหนื่อยเกินไปนะครับ มีอะไรก็ใช้คนงานทำก็ได้" เขาอดเป็นห่วงไม่ได้กลัวว่าเธอจะทำงานหนักเกินไป

"ฉันรู้แล้วล่ะค่ะ คุณเถอะทำงานเป็นอย่างไรบ้างคะ" เธอถามกลับไปบ้าง

"ตอนนี้งานของผมยังไม่เยอะเท่าไหร่ จะมีแค่ศึกษางานก่อนเท่านั้น" ช่วงนี้เป็นช่วงเรียนรู้งานทั่วไป ส่วนงานที่ต้องรับผิดชอบจริงๆเขายังไม่ได้รับมอบหมาย

"เหอนี้คะ วันนี้ฉันมีความรู้สึกว่า คนงานทั้งสองคนน่าจะมีปัญหาบางอย่างจากที่บ้านค่ะ" เธอปรึกษาเรื่องคนงานทั้งสองคนในวันนี้

"ยังไงหรือครับ" เขาอดสงสัยไม่ได้

"ก็วันนี้น่ะสิคะ ฉันบอกให้พวกเธอพักเที่ยงไปทานอาหารได้ แต่ว่าทั้งสองคนไม่ยอมไปทานอาหารกันค่ะ บอกว่าไม่ได้ห่อข้าวมา คุณคิดว่าแปลกไหมคะ" เธอยังคิดว่ามันแปลกเลย

"นั่นสิคร
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   เปิดร้านแล้ว

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดเปิดร้านแล้ว*****หลังจากที่เมิ่งหลันได้ยินปัญหาของครอบครัวนี้ จึงคิดว่าจะช่วยเหลือ แต่คงต้องปรึกษาหวังเหอตี้เสียก่อน เผื่อว่าเขาจะมีความคิดดีๆให้กับเธอ บางทีเธอเองก็ไม่ได้มีความคิดที่ดีไปซะทุกเรื่องหรอกนะ ระหว่างที่เธอใช้ความคิดอยู่นั้น ก็มีคนเดินเข้ามาทักเธอ"สวัสดีค่ะคุณหลิวเมิ่งหลัน" เธอจำน้ำเสียงแบบนี้ได้ จึงหันกลับไปดู เธอไม่ตกใจเลยสักนิดที่เจอผู้หญิงคนนี้ที่นี่เวลานี้"สวัสดีค่ะคุณจางจื่ออี๋ ลมอะไรหอบมาแถวนี้หรือคะ" เมิ่งหลันทักทายกลับตามมารยาท"แหม..ฉันก็บอกแล้วว่าบ้านของฉันอยู่แถวนี้ แค่นี้ก็ลืมแล้วหรือคะ" จางจื่ออี๋ใช้น้ำเสียงยั่วโมโหในการตอบทำเป็นสองปลาทองไปได้"อ้อค่ะ..พอดีฉันจำแต่เรื่องที่สำคัญน่ะค่ะ ถ้าเรื่องไม่สำคัญฉันไม่จำหรอกนะคะ มันเสียเวลา" เมิ่งหลันลอยหน้าลอยตาพูด ท่าทางที่แสดงออกมานั้นช่างน่าหมันไส้ยิ่งนัก นี่เธอไม่ค่อยได้แสดงท่าทางแบบนี้นัก เพราะปกติแล้วก็เจอแต่คนดีๆทั้งนั้น"ช่างใจร้ายจังเลยนะคะ นี่เหอตี้เขารู้หรือเปล่าคะ ว่าคุณมีคำพูดคำจาที่ร้ายกาจขนาดนี้" เมื่อเมิ่งหลันได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้างทันที พร้อมกับตอกย้ำสถานะของเธอและเห

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   แยกบ้าน

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดแยกบ้าน*****ตอนนี้ร้านของเมิ่งหลันเปิดใกล้จะครบหนึ่งเดือนแล้ว ซึ่งยอดขายถือว่าดีมากทีเดียว ทำให้คนงานทั้งสองคนของเธอทำงานค่อนข้างหนักทีเดียว "เหอตี้คะ ฉันมีเรื่องจะปรึกษาหน่อยค่ะ" เธอพูดกับเขาขณะที่กำลังจะเข้านอน "มีอะไรหรือครับ ที่ร้านมีอะไรหรือเปล่า" เมื่อเห็นว่าภรรยาทำหน้าคิดมากก็อดเป็นกังวนไม่ได้"ที่ร้านไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะจะมีก็แต่ 2 คนพี่น้องนั่นแหละค่ะที่มีปัญหา" เธอพูดให้ชายหนุ่มงงยิ่งกว่าเดิม"ก็ไหนว่าพวกเขาทำงานดียังไงล่ะครับ มันมีปัญหาได้ยังไง" เขาเห็นว่าเธอชมคนงานทั้งสองคนบ่อยๆว่าทำงานดีมาก แล้วมันมีปัญหาอะไรกันล่ะ"เรื่องการทำงานไม่มีไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ มีแต่ปัญหาครอบครัวนั่นแหละค่ะ" คราวนี้เธอเข้าประเด็นทันทีเมื่อเห็นว่าเหอตี้ทำหน้าสงสัยขั้นสุด"ยังไงหรือครับ" "ฉันจะพูดยังไงดีล่ะ คือพวกเธอ...." แล้วก็เมิ่งหลันก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เหอตี้ฟัง"คุณว่าเราพอจะมีทางช่วยเหลือพวกเขาไหมคะ" หลังจากที่เล่าเรื่องทั้งหมดแล้วเธอจึงถามเขาว่าพอจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่จริงๆแล้วเธอก็คิดไว้บ้างแล้วแต่อยากจะลองฟังความคิดของเหอตี้ด้วยอีกทาง หลังจากที่เ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ช่วยได้เท่านี้

    เมื่อฉันต้องย้อนเวลามาเป็นคุณแม่ลูกแฝดช่วยได้เท่านี้*****เมื่อสองคนพี่น้องมาถึงร้านค้าของเมิ่งหลัน ก็เห็นว่าเธอมาถึงก่อนแล้ว กำลังจัดเตรียมเครื่องคิดเงินอยู่"สวัสดีค่ะเถ้าแก่เนี้ย/สวัสดีค่ะเถ้าแก่เนี้ย" ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน "พวกเราต้องขอโทษด้วยนะคะที่วันนี้มาสาย พอดีว่าเมื่อเช้านี้พ่อของพวกเราพูดเรื่องแยกบ้านกับย่าน่ะค่ะ กว่าจะตกลงกันได้ จึงใช้เวลาค่อนข้างนาน" ซูเหวินเป็นคนพูดขึ้นมา และอยากจะอธิบายให้เฒ่าแก่เนี้ยฟังด้วยว่าทำไมพวกตนถึงได้มาทำงานสายในวันนี้"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ แล้วตกลงว่ายังไงบ้างจ้ะ" "พ่อกับแม่ตัดสินใจจะมาทำงานที่นี่ค่ะ น่าจะเดินทางมาถึงภายในวันนี้ หลังจากที่ทำเรื่องแยกบ้านเสร็จ" "ฉันขอถามได้หรือไม่จ้ะ ว่าตกลงกันอย่างไรบ้าง" อย่างน้อยเธอก็ต้องรู้เรื่องบ้าง ไม่อย่างนั้นถึงเวลาที่มีปัญหาเธอจะได้ช่วยแก้ปัญหาได้ถูก"ได้ค่ะ " แล้วทั้งสองคนพี่น้องก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เมิ่งหลันได้ฟัง พ่อของเธอทำเรื่องแยกบ้าน และหนังสือสัญญาเลี้ยงดูบุพการี โดยที่จะให้เงิน เดือนละ 5 หยวน เพื่อเป็นการทดแทนบุญคุณ และจะให้จนกว่าย่าของเธอจะเสียชีวิต โดยที่ย่าของเธอไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายกา

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   อะไรๆก็เมิ่งหลัน

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดอะไรๆก็เมิ่งหลัน*****วันนี้หลิวเมิ่งหลัน ก็ยังมาเปิดร้านแต่เช้าเช่นเคย เพราะว่าเธอต้องเข้ามาเติมสินค้าบางอย่างก่อน เธอไม่อยากให้ลูกน้องทั้งสองคนได้เห็นสิ่งที่พิเศษสำหรับเธอ และเพียงไม่นานเธอก็เห็นว่าทั้ง 4 คนพ่อแม่ลูกได้เดินมาถึงที่หน้าร้านแล้ว"สวัสดีค่ะคุณเมิ่งหลัน มาแต่เช้าเชียวนะคะ" เป็นซูเจินที่เอ่ยทักทาย"ก็ไม่เช้าหรอกค่ะนี่เป็นเวลาปกติแล้วล่ะ ว่าแต่เมื่อคืนนี้พักผ่อนกันเป็นยังไงบ้างคะนอนหลับสบายดีกันใช่ไหม""ดีมากเลยค่ะ พวกเราทุกคนต้องขอบคุณเมิ่งหลันอีกครั้งนะคะ" ซูเหวินกล่าวขอบคุณ เธอซึ้งใจเป็นอย่างมาก ที่ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้านายคนนี้ เธอได้แต่หวังว่าต่อไปนี้ครอบครัวของเธอจะต้องกินอิ่มนอนหลับแน่นอน"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะยังไงทุกคนก็ต้องมาทำงานให้ฉันอยู่ดี" เมิ่งหลันไม่อยากให้ทุกคนคิดว่านี่คือการเป็นหนี้บุญคุณ"ก่อนที่ร้านจะเปิดเรามาคุยเรื่องค่าแรงกันก่อนนะคะ" เธอเริ่มเข้าเรื่องงานทันที“ฉันจะให้ค่าแรงทุกคนเท่ากัน คือเดือนละ 30 หยวน ในการทำงานของทุกคนนั้นก็จะเหมือนเดิมอย่างที่ฉันเคยบอกไปแล้ว ซูเหวินและซูเจินก็จะมีหน้าที่ในร้านค้านี้เหมือน

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   มีเรื่องอีกแล้ว

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดมีเรื่องอีกแล้ว*****หลังจากที่วุ่นวายมาหลายวัน วันนี้เมิ่งหลันจะพาสองแฝดไปสมัครเรียน เธอได้ไปติดต่อโรงเรียนไว้แล้ว เพียงแค่วันนี้จะพาสองแฝดไปทำความคุ้นเคยเท่านั้น“แม่ขา โรงเรียนมีเพื่อนเยอะไหมคะ” หลิวฟางหลินถามผู้เป็นแม่ หลังจากที่ได้ยินแม่พูดว่าจะพาโรงเรียน“ใช่ครับ พวกเราจะมีเพื่อนไหมครับ” หลิวเหวินหลงเองก็เหมือนกัน เขาก็อยากรู้ว่าจะมีเพื่อนหรือเปล่า“อืม คุณครูบอกแม่มาว่า ที่โรงเรียนนั้นมีเพื่อนหลายคนเลยล่ะจ้ะ เป็นเด็กที่มีอายุเท่าเท่ากันกับ ฟางหลินและเหวินหลง และยังมีพี่ๆอีกหลายคนเลยนะ” เมิ่งหลันอธิบายให้เด็กๆได้ฟัง เธอคิดว่าลูกของเธอทั้งสองคนนั้นน่าจะเข้ากันได้ดีกับเพื่อนร่วมห้อง“แม่จะไปเรียนด้วยไหมคะ” ฟางหลินถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “แม่ไปเรียนด้วยไม่ได้หรอกค่ะ แม่ต้องขายของ ไม่อย่างนั้นแม่จะเงินที่ไหนมาจ่ายค่าโรงเรียนล่ะคะ”“แม่ไม่มีเงินหรือครับ” เหวินหลงถามและอดสงสารแม่ไม่ได้ที่ต้องไปขายของเพื่อหาเงินให้เขาเรียน“แม่มีเงินค่ะ แต่ว่าต้องหาให้มากกว่านี้ เพราะลูกทั้งสองคนต้องเรียนสูงๆ มันจึงต้องใช้เงินเยอะ”เมื่อสองแฝดได้ยินแบบนั้น ก็ได้แต่คิดว่า

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   หนีเสือปะจระเข้

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดหนีเสือปะจระเข้*****ตอนนี้คุณแม่เหอพาเด็กๆเข้ามาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง“คุณย่าขา เราจะทานอาหารที่นี่กันหรือคะ” ฟางหลินเอ่ยถามขึ้นเมื่อคุณย่าพามานั่งที่ร้านอาหารแห่งนี้“ใช่แล้วค่ะหลานย่า ร้านนี้อร่อยมากเลยนะคะ คุณย่าเคยมาทานกับเพื่อนๆค่ะ”“คุณย่าครับ ที่นี่มีข้าวผัดหรือเปล่าครับ” เหวินหลงที่เริ่มหิวแล้วตอนนี้ได้เอ่ยถามขึ้น“มีแน่นอนจ้ะ ถ้าหลานอยากกิน”เธออดหัวเราะไม่ได้ หลานของเธอนี่น่ารักเสียจริง“แล้วนี่แม่ของพวกหลานไปไหนเสียแล้วล่ะ ทำไมไม่เข้ามาเสียที” เมื่อสามย่าหลานนั่งไปสักครู่ก็ยังไม่เห็นเมิ่งหลันเดินเข้ามาเสียทีจึงได้ถามขึ้น“ขอโทษทีค่ะคุณแม่ พอดีเจอคนรู้จักกันก็เลยแวะทักทายน่ะค่ะ”คนรู้จักที่ว่าก็คือจางจื่ออี๋นั่นแหละ ก่อนที่เธอจะมานั้นเธอได้หย่อนระเบิดไปหนึ่งลูก ไม่รู้ว่าป่านนี้หายช็อคไปหรือยัง คิดจะรักผู้ชายแต่ไม่หาข้อมูลเขาบ้างเลย เป็นยังไงล่ะทีนี้ ไปทะเลาะกับแม่เขาเสียได้ “คุณแม่สั่งอาหารหรือยังคะ”เธอถามดูเพราะยังไม่เห็นอาหารมาเสริฟย์“ยังเลยล่ะ แต่เหวินหลงอยากกินข้าวผัดน่ะ เธออย่าลืมสั่งให้ลูกด้วยนะ”“คุณย่าขา ฟางหลินก็อยากกินข้าวผัดค่ะ”ฟาง

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ข่าวลือน่ารำคาญ

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดข่าวลือน่ารำคาญ*****“นี่มันอะไรกันคุณ ทำไมถึงมีข่าวลือเสียหายออกไปขนาดนั้น” พ่อหวังหรือท่านนายพลหวัง กำลังถามภรรยาถึงข่าวลือที่แพร่สะพัดในสองสามวันมานี้“ก็วันก่อนน่ะสิคะ ฉันเจอเหยาซีและลูกสาวที่ห้าง ตอนแรกเราก็ทักทายกันปกตินั่นแหละค่ะ แต่พอรู้ว่าลูกชายของเรามีลูกมีเมียแล้วเท่านั้นแหละค่ะ หางนี่โผล่ออกมาเลย หาว่าฉันอยากเกี่ยวดองกับครอบครัวของเธอเพราะต้องการให้ลูกชายของเรานั้นนั้นมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน และยังดูถูกครอบครัวของเราอีกนะคะว่าไม่มีความสามรถในการทำงาน ฉันนี่อึ้งจนพูดไม่ออกเลยล่ะค่ะ” แม่เหอเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้สามีฟัง "นี่ก็แสดงว่าข่าวลือนี้คงมาจากเหยาซีสินะ เฮ้อ คุณว่าเราควรจะทำอย่างไรกันดี"พ่อหวังเองก็กลัวว่าจะกะทบกับหน้าที่การงานของลูกชาย"ทำอะไรได้ล่ะคะ แก้ข่าวได้ก็เท่านั้นเดี๋ยวอีกหน่อยคนก็ลืมไปเอง"แม่เหอคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรซึ่งคิดต่างจากสามี"หรือว่าเราจะจัดงานแต่งให้กับลูกชายของเราดีหรือไม่คะ จะได้ประกาศไปเลยว่าครอบครัวของเราไม่ได้ต้องการคนหนุนหลัง ถึงจะมีลูกสะใภ้เป็นคนชนบทก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรแถมสะใภ้ของเรายังเก่งกาจถึงกับม

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   คุณแต่งงานกับผมได้ไหม

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดคุณแต่งงานกับผมได้ไหม*****เมื่อทุกคนทานอาหารเย็นกันเรียบร้อยแล้ว ก็พากันขึ้นห้องนอนรวมทั้งเด็กๆด้วย ก่อนหน้านี้ได้ขึ้นห้องมาก่อนแล้ว แม่บ้านจับอาบน้ำ ปะแป้งจนตัวหอมฟุ้งไปหมด“ไหน ขอแม่หอมหน่อยสิคะ ฟอด ฟอด ชื่นใจจังเลย” เมิ่งหลันหอมสองแฝดอย่างเต็มที่ จนทั้งเด็กทั้งสองอดที่จะหัวเราะชอบใจไม่ได้“แม่ขา แม่ทำงานเหนื่อยไหมคะ” ฟางหลินถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน“ตอนแรกแม่ก็เหนื่อยนะ แค่ได้หอมแก้มซาลาเปาก็หายเหนื่อยแล้วล่ะ” ตอนนี้ลูกของเธอนั้นแทบจะกลิ้งได้อยู่แล้ว ไหนจะนม ไหนจะขนม อาหารการกินที่สมบูรณ์นั่นอีก“แม่คับ เหวินหลงของไปขายของด้วยได้ไหมคับ” เขาอยากออกไปช่วยแม่เหมือนที่เคยทำ “อืม ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราไปด้วยกันนะคะ”เมิ่งหลันทำท่าคิดเล็กน้อยแล้วตอบตกลงออกมา“เย้ ๆๆๆๆๆ” สองแฝดร้องดีใจมากที่จะได้ออกไปช่วยแม่ขายของ“ฟางหลิน เห็นไหมแม่ให้ไป”“อืม ดีจังเลยเนอะเหวินหลง”“พรุ่งนี้เราจะไปคอยจับขโมยนะฟางหลิน”“อืม แต่เราต้องแอบดูนะ”สองแฝดพูดคุยกันอย่างน่ารัก เหมือนกับว่าเรื่องนี้เด็กไทั้งสองคนได้ปรึกษากันไว้แล้ว สองแฝดคงจะคิดถึงเมื่อครั้งที่อยู่บ้านที่อำเภ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23

บทล่าสุด

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   พวกเราคือครอบครัว…

    พวกเราคือครอบครัว…สี่ปีต่อมา…หลังจากวันที่เมิ่งหลันคลอดลูกชายฝาแฝด ก็ผ่านมามานานหลายปีแล้ว การเลี้ยงดูลูกของเธอช่างวุ่นวายเป็นอย่างมาก ดีที่เหอตี้ออกจากงานมาช่วยเธอดูแลร้าน ไม่อย่างนั้นเธอเองคงไม่มีเวลาพัก การเลี้ยงลูกถึงสี่คนไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยฟางหลินและเหวินหลงนั้น ดีที่โตพอจนรู้ความแล้ว ตอนนี้อายุก็เข้าปีที่สิบแล้ว หนูน้อยฟางหลินในตอนนี้ความงดงามนั้นเปล่งประกายมากถึงจะยังเด็กอยู่ก็ตาม จนทำให้คุณพ่อนั้นหวงมากเป็นพิเศษ เพราะยิ่งโตหน้าตาก็ยิ่งเหมือนกับคนเป็นแม่ส่วนแฝดน้องเหวินหลงเองก็ใช่ย่อย ความหล่อเหลาก็ไม่ได้แพ้ใคร ในทุกวันที่ไปโรงเรียนมักจะมีสาวน้อยมอบขนมให้อยู่เสมอ จนทุกวันนี้สหายมู่มู่ที่ไปโรงเรียนด้วยกันไม่ต้องเสียเงินซื้อขนมเลยส่วนแฝดชาย หวังจางหมิ่น และหวังเจียวจิ้นนั้น ตอนนี้ก็อายุสี่ขวบแล้ว ซึ่งความซุกซนไม่ต้องพูดถึง ขนาดที่ว่าเมิ่งหลันจ้างพี่เลี้ยงมาเพิ่ม ทั้งสองคนก็ยังหลุดลอดสายตาออกไปซนที่อื่นได้ “จางหมิ่น เจียวจิ้น แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามออกมาเล่นข้างนอกแบบนี้” เมิ่งหลันที่ออกมาเจอลูกๆของเธออยู่ที่ด้านนอกพอดี จึงอดที่จะดุไม่ได้“แม่ครับ พวกเราไม่อยากอยู่ในบ้าน” เ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ออกมาแล้ว…

    ออกมาแล้ว…“หลันหลัน คุณไม่ต้องกลัวนะครับ” เหอตี้ผู้เป็นสามีปลอบใจภรรยาอยู่ที่ข้างเตียง วันนี้เป็นวันที่คุณหมอนั้นนัดผ่าคลอดให้กับเมิ่งหลัน เพราะว่าเธอนั้นมีความเสี่ยงจึงต้องใช้วิธีการผ่าคลอดแทนการคลอดธรรมชาติ“เหอตี้คะ ฉันกลัวจังเลยค่ะ” เธอบอกสามีออกไป นี่คือการคลอดครั้งแรกของเธอ เธอจะไม่กลัวได้อย่างไร ถึงแม้ว่าเมิ่งหลันคนก่อนจะเคยคลอดลูกแต่มันก็ไม่ใช่เธออยู่ดี“ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะครับ หมอที่นี่เก่งอยู่แล้ว คุณนอนพักก่อนดีกว่า” เมื่อเหอตี้เห็นว่าภรรยานั้นมีความเครียดจึงอยากให้เธอได้พักผ่อน“แล้วสองแฝดอยู่ที่ไหนหรือคะ” เมิ่งหลันถามหาลูกทั้งสองคน เพราะเธอมารอคลอดตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ก็ยังไม่ได้เจอหน้าลูกเลย“อยู่กับน้าอี้ฝานครับ สองแฝดไม่มีงอแงเลย พูดจารู้เรื่องมาก แค่บอกว่าแม่กำลังจะมาคลอดน้องพวกเขาก็เข้าใจ” เหอตี้เมื่อเช้านี้ได้กลับไปที่บ้านและพูดเรื่องนี้ให้สองแฝดฟัง ซึ่งทั้งสองก็เข้าใจ และบอกว่าจะรอแม่และน้องอยู่ที่บ้าน“คุณจะรอฉันที่ด้านนอกใช่หรือเปล่าคะ” เมิ่งหลันถามสามีเมื่อมองเวลาแล้วไกล้ที่จะเข้าห้องคลอดเต็มที“ผมจะรอคุณอยู่ข้างนอกห้องคลอดแน่นอน ผมรับรองเลยว่าเมื่อคุณออกมา คุ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   งานแต่งงานของพี่ใหญ่เหอซาน

    งานแต่งงานของพี่ใหญ่เหอซาน…วันนี้เป็นวันที่เมิ่งหลันนั้นต้องมาตรวจครรภ์เป็นครั้งที่สอง และการตรวจก็เป็นไปด้วยดี การเติบโตของทารกในครรภ์นั้นดีมากทีเดียวและอีกเรื่องที่ทำให้หลิวเมิ่งหลันและหวังเหอตี้ ต้องตกตะลึงกันอีกครั้ง นั่นก็คือในท้องของเมิ่งหลันนั้นมีลูกน้อยถึงสองคน นั่นก็หมายความว่าในตอนนี้เมิ่งหลันนั้นกำลังท้องลูกแฝดอีกครั้งนั่นเองแต่การแพทย์ในยุคสมัยนี้ก็ไม่สามารถตรวจได้ว่าเจ้าก้อนแป้งที่กำลังนอนอยู่ในท้องของเมิ่งหลันนั้นเป็นเพศไหน จะเป็นชายชาย หญิงหญิง หรือหญิงชาย ก็ไม่อาจรู้ได้ ถึงแม้เจ้าก้อนแป้งทั้งสองจะแข็งแรงดี แต่เมิ่งหลันก็ยังอดเป็นกังวลไม่ได้ เธอกลัวการคลอดลูก เธอกลัวว่าจะไม่สามารถคลอดลูกออกมาได้อย่างปลอดภัย เหอตี้ที่รับรู้ได้ถึงความกังวลก็ได้แต่ปลอบใจภรรยา ไม่ว่าอย่างไรเขาจะหาหมอที่มีฝีมือที่สุดมาทำคลอดให้ภรรยาให้ได้“เดี๋ยววันนี้ผมจะพาคุณไปเที่ยวนะครับ” เหอตี้เอ่ยขึ้นเมื่อพากันออกมาจากในโรงพยาบาลหลังจากที่ตรวจการตั้งครรภ์เสร็จแล้ว“คุณจะพาฉันไปที่ไหนหรือคะ” เมิ่งหลันเองก็เดาไม่ถูก เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็ยังไม่ได้ออกไปที่ไหนแบบจริงจังสักที เพราะเธอทุ่มเทเวลาใ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   คู่มือการเลี้ยงลูก

    คู่มือการเลี้ยงลูก…หลังจากที่ทุกคนรู้ข่าวเรื่องการท้องของเมิ่งหลันก็ยินดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบ้านใหญ่หวัง แม่เหอที่รู้ข่าวก็ไปสรรหาของบำรุงต่างๆมาให้เมิ่งหลันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโสมหรือรังนกก็ตาม“ฉันต้องขอบคุณคุณแม่มากเลยนะคะสำหรับของบำรุงพวกนี้” เมิ่งหลันบอกแม่สามี ถึงแม้เธอจะรู้ว่าของพวกนี้ดีมีสรรพคุณมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่สามารถที่จะกินมันได้ เพราะเมื่อครั้งก่อนที่แม่เหอก็ฝากให้เหอตี้เอามาให้เธอทาน พอเธอทานเข้าไปถึงกับอาเจียนไม่ยอมหยุด “ไม่เป็นไรเลยจ้ะ เธอต้องกินมันให้หมดนะ หลานของฉันจะได้ออกมาแข็งแรง” แม่เหอบอกด้วยรอยยิ้ม “ว่าแต่เจ้าใหญ่ จะแต่งงานเมื่อไหร่ดีล่ะ เหอตี้มีลูกแซงหน้าไปแล้วนะ” แม่เหอเอ่ยถามลูกชายคนโต ที่ตอนนี้สานสัมพันธ์กับคู่หมั้นได้อย่างราบรื่น“แล้วคุณแม่ว่ายังไงล่ะครับ พร้อมที่จะไปสู่ขอสะใภ้ใหญ่ได้หรือยัง” เหอซานหันมาถามแม่ของตนบ้างแม่เหอที่ได้ยินแบบนั้นก็ตาโตทันที นี่เจ้าใหญ่ของเธอกำลังบอกให้ไปขอภรรยาให้เขาใช่หรือไม่“นี่ลูกพูดจริงใช่ไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่กับพ่อจะได้ไปพูดเรื่องนี้กับบ้านกงแต่เช้าเลย” “555” เหอซานอดที่จะยิ้มขำแม่ของตนไม่ได้ คงอยากได้สะใภ้มากเลยถ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   สองแฝดจะมีน้อง

    สองแฝดจะมีน้อง…“ท้อง???”“คุณหมอช่วยพูดอีกครั้งได้หรือเปล่าคะ” เมิ่งหลันที่ต้องการได้ยินอีกครั้ง ว่าอาการที่เธอเป็นนั้นเป็นโรคอะไรกันแน่ เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม“คนไข้ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรนะครับ อาการที่เป็นอยู่ เป็นอาการของคนท้องเท่านั้นครับ” หมอเองได้ตรวจซ้ำถึงสองรอบจากการจับชีพจร ซึ่งผลที่ออกมาก็เหมือนกันทั้งสองครั้งและเขาเองก็มั่นใจเป็นอย่างมากเมิ่งหลันคิดว่ากลับบ้านไปเธออาจจะเรียกเอาชุดทดสอบการตั้งครรค์ออกมาตวจอีกสักครั้ง เพื่อความแน่ใจ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ไว้ใจหมอในยุคนี้หรอกนะ แค่เธออยากมีโมเม้นท์ขึ้นสองขีดแบบคนอื่นบ้างเท่านั้นเอง“แล้วไม่ทราบว่าตอนนี้ฉันท้องกี่เดือนแล้วหรือคะ” เมิ่งหลันเองก็แอบงงเหมือนกัน ทั้งที่เธอเองก็กินยาคุม แล้วลูกของเธอนั้นทะลุยาคุมออกมาได้ยังไงกัน หรือยาที่เธอกินจะหมดอายุนะ แต่ก็ไม่น่าใช่“ประมาณ เดือนกว่าได้แล้วครับ ช่วงนี้คุณก็ดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะครับ ของหนักก็ห้ามยกเพราะมันจะเสี่ยงต่อการแท้ง ส่วนในเรื่องของอาหารก็ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ทั้งเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ และก็อย่าลืมดื่มนมด้วยนะครับ อ้อ…และอีกอย่างเรื่องบนเตียงช่วงนี้ก็ให้งดไปก่อนนะครับจนกว่าจะมีอ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   เมิ่งหลันป่วย???

    เมิ่งหลันป่วย???วันนี้เป็นวันที่ห้าแล้ว ที่เมิ่งหลันและคนงานช่วยกันบรรจุของเพื่อทำถุงยังชีพ และทุกวันก็จะทำได้ประมาณหนึ่งพันชุดทุกวัน“คุณเมิ่งหลันคะ วันนี้มีคนมาโวยวายที่หน้าร้านอีกแล้วค่ะ” ซูเหวินเข้ามารายงานเมิ่งหลัน เพราะหลายวันมานี้มีคนต้องการมาซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง แต่ทางร้านไม่สามารถเปิดขายให้ได้ เพราะต้องนำไปช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน นั้นจึงสร้างความไม่พอใจกับลูกค้าบางคน“แล้วได้บอกเหมือนที่ฉันสั่งไว้หรือเปล่าจ๊ะ” เมิ่งหลันเองให้ลูกจ้างทุกคนนั้นบอกลูกค้าไปตามความจริง ว่าทางร้านไมาสามารถขายสินค้าให้ได้ ให้ไปหาซื้อที่อื่นก่อน “บอกแล้วค่ะ….” ทั้งสองพูดกันไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงดังโวยวายกันอยู่ที่ด้านนอก“เฮอะ ที่ไม่ยอมขายข้าวให้พวกฉัน เป็นเพราะว่าจะเอาไปขายให้กับทางการใช่หรือเปล่าล่ะ” เสียงลูกค้าที่เป็นสตรีเอ่ยขึ้น“ไม่อยากขายให้พวกเราก็พูดมาตรงๆเถอะ ไม่ต้องอ้างทางการหรอก มันน่าอาย” เธอยังพูดไม่หยุด“ทำมาเป็นบอกว่าเอาไปช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ฉันเองก็เดือดร้อนเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้ของพวกนี้กับฉันด้วย” ผู้หญิงทืี่มาด้วยกันเอ่ยขึ้น“ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเราก็ไม่มีเงินมากพอที่จะซ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

    ช่วยเหลือผู้ประสบภัย…….“ทำไมคุณถึงได้ทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ” เมิ่งหลันถามเหอตี้ที่พึ่งจะกลับมาจากที่ทำงาน ก็เห็นว่าสีหน้าของสามีนั้นไม่ค่อยจะดีนัก ทั้งที่ปกติแล้วเวลาที่เขากลับมาบ้านนั้นมักจะส่งยิ้มมาให้ก่อนเสมอเหอตี้ที่ได้ยินเมิ่งหลันถามก็ถอนหายใจ “วันนี้พี่ใหญ่มาหาผมที่ทำงานครับ” เขาเว้นหายใจไปช่วงหนึ่ง จึงทำให้เมิ่งหลันสงสัยเข้าไปอีก“พี่ใหญ่มาขอความช่วยเหลือน่ะครับ ตอนนี้ทางตอนเหนือเกิดภัยธรรมชาติร้ายแรง ฝนตกหนักมาหลายวัน จนตอนนี้ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ บางพื้นที่ก็มีน้ำป่าลงมาจากเขาทำให้บ้านเรือนเสียหายเป็นอย่างมาก” เหอตี้พูดพร้อมกับจ้องหน้าของภรรยา “แล้วยังไงต่อคะ” เมิ่งหลันอดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ที่เหอตี้ไม่ยอมพูดให้เสร็จเสียที“ตอนนี้ประชาชนในแถบนั้นหลายพันคนกำลังเดือดร้อนเรื่องอาหาร และที่อยู่อาศัย พี่ใหญ่เลยอยากจะขอให้คุณช่วยเรื่องอาหารครับ” เหอตี้พูดออกมาได้ในที่สุด ที่เขาไม่กล้าพูดออกมาในทีแรกเพราะกลัวว่าภรรยาจะไม่ยอมช่วยเหลือในเรื่องนี้ ทั้งๆที่เขาก็รู้แหละว่าเมิ่งหลันนั้นเป็นคนจิตใจดี แต่ในเรื่องนี้ที่ต้องช่วยคนจำนวนมากเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน“แค่นี้หรือคะ??” เม

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ธุรกิจขายเหล้า

    หลักจากวันที่ช่วยจางเย่วในวันนั้นก็ผ่านมาสองสัปดาห์แล้ว จางเย่วเองก็ไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้านเดิม แต่มาเช่าบ้านเพื่อเปิดร้านค้าตามคำแนะนำของเมิ่งหลันแทนจางเย่วนั้นเปิดร้านขายของชำ ไม่ได้ขายครบทุกอย่างเหมือนร้านของเมิ่งหลัน เพราะเธอนั้นอยู่ตัวคนเดียว เธอจึงเลือกขายของจำพวก ข้าวสาร แป้ง น้ำตาล อาหารแห้ง“คุณจางคะ ของชุดนี้ฉันเตรียมให้แล้วนะคะ ส่วนครั้งหน้าคุณโทรมาบอกที่ร้านก็ได้ค่ะ ฉันจะให้เด็กไปเอาใบรายการที่ร้านให้เอง คุณจางจะได้ไม่ต้องลำบากมาเอง ไหนจะต้องดูแลร้านอีก” เมิ่งหลันที่ให้ความช่วยเหลือก็พร้อมที่จะช่วยแบบเต็มที่ อะไรที่พอช่วยได้ก็ช่วยทันทีถ้าไม่เดือดร้อนตัวเธอ“จะดีหรือคะ มันจะเป็นการรบกวนเกินไปหรือเปล่า ทีี่พวกคุณช่วยฉันเอาไว้ ฉันเองก็ตอบแทนไม่ไหวแล้วค่ะ” จางเย่วนั้นเกรงใจจริงๆ คนที่นี่ช่วยเธอเอาไว้ตั้งมากมาย ชดใช้ด้วยชีวิตก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนได้หมดหรือเปล่าและการที่เธอนั้นมีความกล้าเรื่องค้าขายก็เพราะผู้หญิงตรงหน้านี้ จางเย่วชื่นชมเมิ่งหลันเป็นอย่างมาก ผู้หญิงที่เก่งไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องการค้า การปกครองคน การดูแลครอบครัว ผู้หญิงคนนี้เก่งมากจริงๆ และเธอเองก็หวังที่จะเป

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ทวงสินเดิม

    “จะเป็นไปได้ยังไงครับ ในเมื่อเธอขอกลับบ้านเดิมไปตั้งหลายวันแล้วก็ยังไม่กลับมา ไม่รู้ว่าหนีไปกับชู้แล้วหรือเปล่า แล้วใครบอกให้พวกคุณมาที่นี่กัน แล้ว….” นายหนิวหันไปบอกเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ทันที แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อจางเย่วก็เอ่ยขึ้นทันที“ฉันเอง…” จางเย่วอดทนไม่ไหวต่อคำพูดของคนเป็นสามีจึงได้แสดงตัวออกมานายหนิวที่ได้ยินเสียงก็หันไปดู ก็เจอเข้ากับภรรยาของตนที่เข้าใจว่าตายไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน เขาเองก็ตกใจเป็นอย่างมาก ตาของเขาปูดโปนจนแทบจะถลำออกมา“นี่..นี่ เธอยังไม่ตะ..เธอกลับมาแล้วหรือ” ก่อนที่นายหนิวจะเผลอพูดอะไรออกไป เขาเองก็ดึงสติของตัวเองกลับมาเสียก่อน ในเมื่อเรื่องนี้ไม่มีคนรู้เห็นยังไงก็ไม่มีคนเอาผิดเขาได้“ใช่ฉันกลับมาแล้ว ว่าแต่คุณเถอะไปที่ไหนมาหรือคะ อย่าบอกนะว่าออกไปตามหาฉัน” จางเย่วถามขึ้น ทั้งที่รู้ว่าเขาคงออกไปตามสืบเรื่องของตน เพราะนี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ก็ยังไม่มีใครหรือเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่าเจอศพของเธอ“เธอหายไปไหนมาหลายวันล่ะ รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงเธอมาก” นายหนิวหยิบยกคนอื่นมาอ้าง ทั้งที่ทุกคนก็รู้ว่าเธอเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปตามเจ้าหน้าที่มาทำเรื่องหย่าและทวงสินเด

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status