รัญรวีลงจากรถแล้วก็รีบเดินเข้าหอพักในเวลาเกือบจะสี่ทุ่มหญิงสาวอาบน้ำสระผมและเก็บชุดทำงานที่ร้านซักรีดเอามาแขวนไว้หน้าห้องใส่ตู้จากนั้นก็ตรวจดูว่ามีของใช้อะไรที่จะต้องซื้อไหมเพราะคิดว่าพรุ่งนี้สายๆ จะไปหาซื้อให้ครบก่อนจะทำงานยาวอีกหลายวัน
แต่ยังตรวจไม่ครบพีรกันต์ก็โทรศัพท์มาบอกว่าเขาถึงบ้านแล้ว เธอคุยกับเขาอีกไม่นานเพราะอยากให้เขาได้พักผ่อนเนื่องจากขับรถไปกลับวันนี้รวมแล้วก็หลายชั่วโมง
หญิงสาวก็อยากจะช่วยเขาขับอยู่หรอกแต่มันติดตรงที่เธอนั้นขับรถไม่เป็น เธอเคยคิดที่จะซื้อรถมือสองมาใช้แต่เพราะหออยู่ในโรงพยาบาลก็เลยไม่คิดจะซื้อ รัญรวีจึงเปลี่ยนใจมาเก็บเงินเพื่อซื้อคอนโดมิเนียมห้องเล็กๆ แทนเพราะถ้าจะออกไปทำงานพาร์ทไทม์ที่โรงพยาบาลเอกชนก็รู้สึกว่าตนเองจะเอาเปรียบโรงพยาบาลมากเกินไป
เมื่อวางสายแล้วก็เปิดตู้เย็นดูว่ามีอาหารกึ่งสำเร็จรูปอะไรที่ต้องซื้อมาเพิ่มไหมเพราะที่หอไม่อนุญาตให้ทำอาหาร ในห้องของเธอจึงมีแค่ไมโครเวฟ กระติกน้ำร้อนและหม้อชาบูใบเล็กที่เอาไว้ทำกินเองคนเดียว
เสียงเคาะประตูทำให้เธอรีบปิดตู้เย็นแล้วเดินไปเปิดเพราะดึกแบบนี้คนที่มาเคาะน่าจะมีเรื่องด่วน
“อ้าว จุ๋มวันนี้ไม่ขึ้นเวรบ่ายเหรอ”
“ขายให้น้องแขน่ะ พอดีตอนเย็นมีญาติมาจากต่างจังหวัดเลยไปกินข้าวกับเขา จุ๋มแวะมาหาที่ห้องไม่เจอลุงยามบอกว่ามีหนุ่มมารับคุณกันต์เหรอ”
“ก็เขานั่นแหละ รีบกลับห้องไหมเนยมีอะไรจะเล่าให้ฟัง”
“ไม่รีบพรุ่งนี้ขึ้นบ่าย เรื่องยาวไหมจะได้เอาที่นอนมาที่นี่”
“ก็ยาวอยู่ เอาที่นอนมานอนด้วยกันก็ได้เราไม่ได้นอนคุยกันนานแล้ว”
“รอเดี๋ยวนะขอไปเอาก่อน” จริญญากลับมาที่ห้องของตนเองและกลับมาอีกครั้งในเวลาไม่ถึง 5 นาที จากนั้นก็ช่วยกันจัดที่นอน
รัญรวีเล่าเรื่องที่เธอยอมตกลงเป็นแฟนกับพีรกันต์ให้เพื่อนฟังก่อนเป็นเรื่องแรก
“ดีใจด้วยนะเนย อย่าลืมพาเขามาเจอจุ๋มล่ะ”
“อยากเจอเหรอ”
“ใช่สิ จุ๋มอยากเจอคนที่ทำให้ทำเพื่อนจุ๋มหัวใจเป็นสีชมพูอีกครั้ง”
“ก็เคยเจอแล้วนี่”
“ตอนนั้นยังไม่รู้นี่ว่าเขามาจีบเนย”
“จุ๋มว่ามันเร็วไปไหมที่เรายอมเป็นแฟนเขา”
“ไม่หรอกจุ๋มว่าช้าไปด้วยซ้ำสมัยนี้บางคนเจอกันไม่กี่วันก็เป็นแฟนกันแล้วหรือถ้าเร็วหน่อยยังไม่ทันรู้จักกันก็นอนด้วยกันแล้ว”
“นั่นก็เร็วเกินไปแล้ว”
“จุ๋ทพูดจริงนี่ ไม่อยากจะเม้าท์เลย”
“เม้าท์อะไร”
“ก็ได้ข่าวมาว่าน้องหวานฝ่ายบัญชีนางอกหักแล้วไปเที่ยวผับ ทีนี้นางก็เมามากก็เลยประชดชีวิตด้วยการไปวันไนท์สแตนด์กับผู้ชายที่เพิ่งเจอกัน”
“แล้วได้ป้องกันไหม” รัญรวีถามด้วยความเป็นห่วงเพราะเธอก็รู้จักรุ่นน้องคนนี้เหมือนกัน
“เรื่องนั้นไม่น่ากังวลเท่าไหร่”
“แล้วกังวลเรื่องอะไร”
“ก็คนที่นางไปวันไนท์ด้วยเขาเป็นพ่อหม้ายลูกติด พอตื่นมาตอนเช้าลูกเขาเข้ามาที่ห้องแล้วคิดว่านางเป็นแม่เรื่องเลยยุ่งกันไปใหญ่ นี่ก็ไม่รู้จะเอายังไงต่อ”
“น่าเห็นใจนะ หวังว่าหวานจะผ่านเรื่องนี้ไปได้”
“เราสองคนก็คงได้แต่เอาใจช่วย ว่าแต่เนยมีเรื่องจะเล่าอีกไม่ใช่เหรอ”
“ก็เรื่องคุณกันต์นั่นแหละ อยากฟังต่อไหม”
“อยากสิ เล่ามาเลย”
“เขาชวนพวกเราไปทำงานกับเขา”
“พวกเราเหรอ แสดงว่าชวนหลายคนเลยแล้วเขาทำงานอะไรที่ไหนล่ะ”
“จุ๋มรู้จักโรงพยาบาลเอกชน XX ไหม”
“รู้จักสิ ก็โรงพยาบาลนี้ที่เพื่อนเราหลายคนไปทำพาร์ทไทม์เงินดีมากเลยนะ คุณกันต์เขาทำงานที่นี่เหรอ”
“ใช่ เขาบอกว่าที่นั่นเป็นโรงพยาบาลของที่บ้านเขา”
“อะไรนะ โรงพยาบาลของที่บ้านหมายถึงเขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเหรอ”
“ก็คงอย่างนั้นเนยไม่กล้าถามเยอะ”
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวจุ่มสืบเอง”
“นั้นจะโทรไปไหนดึกแล้วนะ” รัญรวีตกใจที่เพื่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาในเวลาเกือบจะตีหนึ่งแบบนี้
“ไม่ได้โทรก็แค่จะถามในไลน์ไปถามในกลุ่มว่ามีใครรู้จักผู้บริหารโรงพยาบาลนั้นบ้าง”
เมื่อกดส่งข้อความไปแล้วสองสาวก็ลุ้นคำตอบและนับว่าโชคดีมากที่เพื่อนในกลุ่มมีรูปถ่ายผังองค์กรของที่นั่น
“นี่ใช่คุณคุณกันต์ของเนยไหม”
“คุณกันต์ไม่ใช่ของเนยสักหน่อยเราเพิ่งคบกัน”
“เขาเป็นประธานเลยนะ”
“คุณกันต์บอกว่าพ่อเพิ่งมอบตำแหน่งให้เมื่อไม่นาน ตอนนี้พ่อเขาก็ยังเป็นที่ปรึกษาอยู่ ส่วนคนนี้น่าจะเป็นพี่ชายเขา” เธอชี้มือไปยังคุณหมอท่านหนึ่งที่มีนามสกุลเดียวกับเขา
“คนนี้จุ๋มเคยได้เคยได้ยินชื่ออยู่เขาเคยส่งคนไข้มาที่นี่อยู่หลายครั้ง”
“เนยก็พอจะคุ้นชื่ออยู่”
“แล้วเนยจะเอายังไงต่อเรื่องไปทำงานที่นั่น”
“เนยรับปากว่าจะไปช่วยงานเขาก่อนที่จะรู้ว่าเขาคือเจ้าของโรงพยาบาล แต่คงยังไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอก ถ้าจะออกไปทำงานพาร์ทไทม์ที่อื่นเนยว่าจะลองหาที่พักใหม่”
“คอนโดที่จุ๋มบอกไง พรุ่งนี้เราไปดูกันไหม”
“ได้สิ เนยเวรบ่ายจุ๋มก็เวรบ่ายเราไปดูคอนโดแล้วไปซื้อของเข้าหอกันดีไหม”
“ดีเหมือนกันงั้นรีบนอนกันดีกว่าพรุ่งนี้จะได้ไปกันแต่เช้า”
รัญรวีเอื้อมปิดไฟที่หัวเตียงแต่ยังไม่ทันจะหลับจริญญาก็ลุกขึ้นมานั่งอีกครั้ง
“เป็นอะไร”
“จุ๋มอยากรู้เรื่องของคุณกันต์อีกนิด”
“เนยก็เล่าไปหมดแล้วนะ”
“จุ๋มไม่ได้หมายถึงเรื่องที่เนยรู้มา แต่อยากรู้ว่าคุณกันต์ตอนที่อยู่โรงพยาบาลเขาเป็นยังไงบ้าง” จริญญาไลน์ไปถามเพื่อนที่ตอนนี้กำลังขึ้นเวรอยู่ที่โรงพยาบาลของพีรกันต์ รอไม่นานเพื่อนก็ตอบกลับเพราะเวลาดึกแบบนี้คนไข้จะหลับหมดแล้ว
‘คุณกันต์เป็นขวัญใจของสาวๆ ที่นี่ ทั้งหมอทั้งพยาบาลต่างก็ชอบเขาทั้งนั้น’
‘แล้วเขาชอบใครหรือเปล่า’
‘เท่าที่รู้คือไม่ คุณกันต์อัธยาศัยดี วางตัวดีแต่ไม่เคยยุ่งกับพนักงานของตัวเองเลย จุ๋มถามทำไมหรือสนใจคุณกันต์’
‘พอดีว่าจุ๋มเคยเจอคุณกันต์เห็นว่าเขาหล่อดีก็เลยอยากจะรู้ว่ายังโสดอยู่หรือเปล่า’
‘เรื่องโสดตอนนี้ก็น่าจะโสดนะ แต่เรื่องเจ้าชู้ก็ขึ้นชื่อ’
‘ทำไมเหรอ’
‘เราได้ข่าวว่าเขาเจ้าชู้มาก คบผู้หญิงแต่ละคนก็ไม่เกินสามเดือน’
‘ขอบใจนะสำหรับข้อมูล’
‘เมื่อไหร่จุ๋มจะมาทำงานที่นี่บ้างล่ะ เงินดีนะ ตอนนี้กำลังเปิดรับสมัครพยาบาลอีกเยอะเลยนะ ชวนเนยกับคนอื่นๆ มาด้วย’
‘เราก็กำลังจะไปสมัครอยู่แต่ยังไม่ว่าง ว่าแต่เขามีหมดเขตไหม’
‘ไม่หรอกมาสมัครได้เรื่อยๆ เลย อย่าลืมชวนเพื่อนมาเยอะๆ นะ’
“คุณกันต์เขาเคยบอกเนยไหมว่าเขาเจ้าชู้”
“บอก แต่ไม่ได้บอกว่าคบแต่ละคนไม่เกินสามเดือน”
“จุ๋มขอโทษนะที่ทำให้เนยไม่สบายใจ”
“ไม่เป็นไรหรอก เราตกลงคบกับเขาไปแล้วอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ถ้าเขาจะเลิกคุยก่อนสามเดือนมันก็เหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว”
“เนยยังไม่รักเขาใช่ไหม ถอนตัวตอนนี้ยังทันนะ”
“ยังไม่รักหรอกแค่รู้สึกดี เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เวลาเนยบ่นเรื่องงานหรือเรื่องคนไข้เขาก็เป็นผู้รับฟังที่ดี”
“พูดแบบนี้แสดงว่าจะคบต่อ”
“ก็อยากจะลอง เราอยากให้โอกาสเขา”
“จุ๋มเชื่อว่าเนยมองคนออก บางเรื่องที่คนอื่นพูดถึงเขาอาจไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้ จุ๋มมองว่าเขาจริงใจกับเนยนะ ถ้าคนเจ้าชู้จริงๆ เขาไม่เสียเวลาคบเป็นเพื่อนนานถึงสองเดือนหรอก”
“เนยก็หวังอย่างนั้น”
“นอนกันดีกว่านะ พรุ่งนี้เรามีอะไรต้องทำกันอีกเยอะ”
รัญรวีเอื้อมปิดไฟตรงหัวเตียงอีกครั้งแต่กว่าจะนอนหลับเวลาก็ผ่านไปเกือบชั่วโมง
โครงการคอนโดมิเนียมที่รัญรวีและจริญญามาดูนั้นเป็นโครงการขนาดกลาง มีซึ่งมีอยู่หลายตึกแต่ละตึกก็มีลักษณะห้องที่แตกต่างกันไปเมื่อหญิงสาวบอกว่าอยากจะดูห้องขนาดเล็กที่มีพื้นที่ใช้สอยไม่มากเพราะอยู่คนเดียวพนักงานขายจึงพาเธอมาดูห้องตัวอย่าง“เชิญตามสบายนะคะ ถ้าสงสัยตรงไหนสอบถามได้ตลอด ฉันจะรออยู่นอกห้องค่ะ”“ขอบคุณค่ะ”“ห้องน่าอยู่ดีนะเนยขนาดไม่กว้างมาก แต่ก็มีเฟอร์นิเจอร์ครบทุกอย่าง”“เนยก็ชอบนะ ราคาก็พอรับได้”“แต่ถ้าซื้อที่นี่เวลาไปทำงานก็คงต้องนั่งรถเมล์ไป ถ้าเวรเช้าก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้าเวรบ่ายกับดึกล่ะ”“เราก็กำลังคิดเรื่องนี้ แต่ถ้าให้ซื้อคอนโดด้วยซื้อรถด้วยก็คงผ่อนไม่ไหวหรอก”“หรือเราจะอยู่ที่เดิมไปก่อนละเนยคนอื่นเขาก็ทำงานพาร์ทไทม์กันนะไม่เห็นมีใครจะย้ายออก”“ที่เนยอยากย้ายออกไม่ใช่เพราะเรื่องทำงานพาร์ทไทม์อย่างเดียวหรอกนะจุ๋ม”“แล้วเพราะอะไร” จริญญาไม่เคยรู้เหตุผลของเพื่อนมาก่อนว่าทำไมถึงอยากจะย้ายออก“เนยไม่มีบ้าน ไม่มีที่อยู่ที่ไหนเลย เนยก็อยากมีพื้นที่ที่เป็นของเนยจริงๆ บ้าง อย่างจุ๋มยังมีบ้านให้กลับแต่เนยมีแค่หอพัก”“เนยอึดอัดเหรอที่อยู่หอ”“มันก็ไม่ถึงกับอึดอัดหรอกนะ แต่มันเล็กแล
เมื่อมาถึงโครงการคอนโดมิเนียมที่กำลังก่อสร้างพวกเขาทั้งสามก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี ขนาดห้องที่นี่ไม่ได้กว้างเท่าแห่งแรกที่ไปดูและราคาต่ำสุดก็ห้องละ 2.9 ล้านบาทซึ่งแพงมากเมื่อเทียบกับเงินเดือนของรัญรวี“อีกนานไหมคะกว่าคอนโดจะสร้างเสร็จ” จริญญาเป็นคนเริ่มต้นถาม“ถ้าเสร็จพร้อมเข้าอยู่ก็คงอีก 2 เดือนค่ะ ตอนนี้ห้องเหลือให้เลือกไม่มากเท่าไหร่ทางเรามีส่วนลดให้ 5 เปอร์เซ็นต์สำหรับคนที่มาจองทีหลังเพราะถือว่าไม่ได้สิทธิ์เลือก และมีส่วนลดของคุณกันต์อีก 25 เปอร์เซ็นต์รวมเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ค่ะ”“เหลือเท่าไหร่คะ”“เหลือสองล้านเก้าหมื่นสามพันค่ะ แต่ถ้าจองภายใน 7 วันที่มาดูเราลดให้เหลือสองล้านค่ะ” พนักงานบอกตามที่เจ้านายโทรศัพท์มาสั่ง“น่าสนใจดีนะเนย”“เราลดให้ทั้งสองห้องเลยนะคะ สนใจจองเลยไหม”“ถ้าห้องเดียวลดไหมคะ”“ลดค่ะ จะกี่ห้องก็ลดตามนี้เลยค่ะ”“ขอกลับไปคิดดูก่อนได้ไหมคะ” แม้จะถูกใจกับราคาและห้องมากแต่รัญรวีก็อยากขอเวลาคิดดูก่อน“ทำไมล่ะเนย ผมว่าราคานี่โอเคเลยนะ มันถูกมาก”“ค่ะ มันถูกมากแค่เนยก็อยากขอเวลาคิดอีกนิดค่ะ”“ฉันขอเบอร์โทรศัพท์คุณไว้หน่อยไหมคะ เผื่อมีโปรโมชันอะไรเพิ่มเติมจะได้โทรไปแจ้ง
ผ่านมาเกือบสี่เดือนแล้วที่รัญรวีกับพีรกันต์รู้จักกัน หญิงสาวอุ่นใจขึ้นมากเพราะมันเกินสามเดือนอย่างที่เคยได้ยินมาตอนนี้รัญรวีไปทำงานพาร์ทไทม์ที่โรงพยาบาลของเขาค่อนข้างบ่อยเพราะได้เงินดีกว่ารับขึ้นเวรที่โรงพยาบาลเดิม เวลาที่ได้เจอกับพีรกันต์ก็ลดน้อยลงไปบ้างแต่เขาก็เข้าใจเธอดีแม้ว่าจะได้ทำงานที่เดียวกันแต่เธอและเขาก็ไม่เคยเจอกันที่โรงพยาบาลเลยและที่นั่นก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอกับพีรกันต์กำลังคบหากันอยู่นอกจากจริญญาแต่เธอก็ไม่เคยบอกคนอื่น“ต่ายมาทำงานที่นี่นานหรือยัง” รัญรวีถามเพื่อนที่เคยเรียนมาด้วยกันหลังจากทั้งสองทำงานในส่วนที่รับผิดชอบเสร็จในเวลาสามทุ่มพรชนกหรือต่ายเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนก็ทำงานที่โรงพยาบาลเดียวกับรัญรวีแต่คนละแผนก แต่ตนเองนั้นลาออกจากโรงพยาบาลของรัฐบาลเพื่อไปดูแลมารดาที่ป่วยพอมารดาเสียชีวิตก็เลยกลับมาทำงานที่กรุงเทพอีกครั้ง“เข้าปีที่สองแล้วล่ะ”“มันดีไหม ถ้าเทียบกับที่เดิม”“ในมุมมองของเรา เราก็ว่าดีนะ ถึงแม้ไม่ใช่ข้าราชการแต่ก็มีกองทุนประกันสังคมให้ ค่ารักษาพยาบาลก็ฟรีเพียงแต่พ่อแม่เบิกไม่ได้แต่เราไม่เดือดร้อนเพราะไม่มีพ่อแม่แล้ว สิ้นปีก็มีโบนัส วันหยุดวันลาพักร้อนก็มีเ
พีรกันต์มองหน้าคนรักที่อยู่ใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นผสมไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ“ตอนนี้เราเป็นอะไรกันคะ”“เป็นแฟน”“แล้วผู้หญิงที่คุณพาไปโรงพยาบาลล่ะคะ”“ก็บอกแล้วว่าเป็นน้องสาวข้างบ้าน”“แต่เนยไม่เคยได้ยินคุณพูดถึงเธอเลย”“เอวาเพิ่งกลับมาจากอังกฤษ”“แน่เหรอ ไม่ได้หลอกกันใช่ไหม”“ผมจะหลอกคนที่ผมรักทำไม”“คุณกันต์ น่ารัก ปากหวาน”“เคยชิมเหรอถึงได้รู้ว่าหวาน”“ถ้าอย่างนั้นขอชิมได้ไหม”หญิงสาวไม่รอให้เขาตอบเธอโน้มใบหน้าลงมาใกล้แล้วแตะริมฝีปากลงบนริมฝีปากของชายหนุ่มเบาๆ แต่คนที่รอจังหวะอยู่ก่อนแล้วก็ไม่ปล่อยเธอทำเพียงแค่นั้นเขาใช้มือดันท้ายทอยของเธอไว้แล้วจูบแผ่วเบาไปบนเรียวสีสวย ปลายลิ้นร้อนสอดเข้าไปในโพรงปากที่เผยอรับเขาเมื่อถูกเขาปลุกเร้า ด้วยความชำนาญ ฝ่ามือหนาเคลื่อนไปตามผิวเนียนนุ่ม“อื้อ...”เธอครางประท้วงเมื่อรู้สึกจูบของเขามันมากกว่าที่ตนเองคิดไว้“หวานไหม” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู จมูกโด่งคลอเคลียอยู่อยู่ที่ซอกคอระหง“พอได้”“แค่พอได้เองเหรอ”“แล้วจะให้ตอบยังไง”“ก็ตอบว่าชอบอยากให้จูบอีก”“ถ้าตอบแบบนั้นเนยจะได้อะไร”“อยากได้อะไรล่ะ”“อยากให้คุณกันต์มองแค่เนยคนเดียว ห้ามมีคนอื่น”“
คำพูดที่ได้ยินทำให้รัญรวีรู้ว่าจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นเธอ แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันก็ยากที่จะปฏิเสธ เขาทำให้เธอได้พบกับความสุขแบบนี้ไม่เคยได้รับแต่เธอก็รู้ว่ามันไม่จบเพียงแค่นี้เธอครางสะท้านและสั่นไปทั้งตัวอีกครั้งเมื่อนิ้วเรียวยาวสอดเข้าไปยังกลางกายทีละนิด มันคับแน่นจนพีรกันต์แปลกใจอยู่ไม่น้อยเธอบอกเขาว่าไม่ใช่ผู้ชายคนแรกแต่ช่องทางรักยังคับแน่น“อ๊ะ! เนยเจ็บ”“ไหนว่าผมไม่ใช่ผู้ชายคนแรก”ชายหนุ่มคิดว่าครั้งสุดท้ายที่รัญรวีนอนกับผู้ชายน่าจะนานมาแล้ว เขาไม่ใช่คนหัวโบราณที่จะรับเรื่องนี้ไม่ได้ พีรกันต์ไม่สนใจอดีตเขาขอแค่ระหว่างที่คบกับเธอมีเขาเพียงคนเดียวก็พอแล้ว หญิงสาวสะดุ้งเมื่อนิ้วยาวของเขาเข้ามาจนลึก เธอรู้สึกเจ็บแต่พอเขาขยับความเจ็บก็เปลี่ยนมาเป็นความเสียวซ่านได้อย่างประหลาดและมันมากกว่าเมื่อครู่อยู่มากพีรกันต์รู้ขนาดของตัวเองดีเขาเลยต้องเตรียมความพร้อมกับเธอให้มากขึ้นอีกนิด ปากร้อนก้มไปสัมผัสกลีบทิวลิปสีสวยอีกครั้ง พร้อมขยับนิ้วเข้าออกปลายลิ้นตวัดเลียจุดกระสันจนร่างที่อยู่บนที่นอนดิ้นพล่านเนื้อตัวแดงระเรื่อผิวกายร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟที่แผดเผา“อื้อ....คุณกันต์”เสียงหวานครางอีกครั
รัญรวีนอนเล่นมือถือและเผลอหลับอยู่บนโซฟากลางห้องรับแขกรู้สึกตัวตื่นอีกครั้งก็ตอนที่โซฟามีคนมานั่ง“คุณกันต์”“ผมเองหิวไหม ผมซื้อข้าวมาให้นะ”“ยังไม่หิวค่ะ คุณเอากระเป๋ามาทำไมคะ”“ผมจะย้ายมาอยู่ที่นี่ไง”“ใครชวนกัน หรือเมื่อคืนตอนเมาเนยชวน”“ก็ใช่น่ะสิ” เขาเอาเรื่องเมามาอ้างทั้งที่ตัวเองเป็นคนอยากจะย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะรู้ว่าถ้าชวนเธอไปอยู่ด้วยหญิงสาวคงไม่ยอมแน่ๆ“อย่าจริงจังกับคำพูดของคนเมาเลยนะคะ”“รังเกียจผมเหรอ” เขาถามพลางทำหน้าเศร้า“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ เนยแค่กลัวคนอื่นจะรู้”“กลัวทำไม หรือคุณไม่คิดจะบอกคนอื่นว่าเราเป็นอะไรกัน"“มันเร็วไปหรือเปล่าคะ”“ไม่นะเนย เราสองคนไม่ใช่เด็กแล้วนะ”“แต่คุณกับเนยต่างกันมากนะคะ คุณเป็นถึงเจ้าของโรงพยาบาลแต่เนยเป็นแค่พยาบาลในโรงพยาบาลของคุณเท่านั้นนะคะ เขาคงมองว่าที่เนยคบกับคุณก็เพื่อเงิน” รัญรวีไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลยแต่เธอเริ่มกังวลเมื่อความสัมพันธ์มันเกินกว่าแค่แฟนธรรมดา“ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยเรารักกันด้วยใจ คุณเป็นแฟนผมก่อนที่จะรู้ว่าผมคือใคร”“คนอื่นคงไม่คิดแบบนั้นหรอกค่ะ”“ผมไม่สนใจคนอื่น ครอบครัวผมก็คงคิดแบบเดียวกัน ถ้าคุณพร้อมเมื่อไห
พีรกันต์พาลินรดาออกมานอกสำนักงานให้ไกลพอที่คนด้านในจะไม่ได้ยินบทสนทนาของตนเอง“หลินบอกผมมาว่าทำไมลูกของหลินถึงเรียกผมว่าพ่อ”“ก็น้องข้าวหอมเป็นลูกของกันต์จริงๆ นี่”“อย่ามาพูดเรื่องเหลวไหลนะหลินเราเลิกกันไปนานแล้ว ก่อนเลิกหลินก็ยังไม่ท้อง”“ก็ใช่น่ะสิเราเลิกกันไปนานแล้วหลินย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นถึงได้รู้ว่าท้องลูกของกันต์”“แล้วทำไมถึงเพิ่งมาบอกตอนนี้เพราะอะไรกัน""เพราะหลินคิดว่าหลินดูแลลูกได้ไม่จำเป็นต้องมีพ่อ”“แต่คุณก็พาลูกมาเจอผม”“หลินไม่ได้ตั้งใจจะให้ข้าวหอมมาเจอกันต์หรอกนะ”“ไม่ได้ตั้งใจเหรอ”“หลินก็แค่มาดูบ้านแต่บังเอิญเจอก็เท่านั้นเอง”“แล้วคิดจะบอกเรื่องนี้กับผมตอนไหน”“ไม่เลยหลินไม่เคยคิดจะบอก”“คุณใจร้ายมากนะถ้าข้าวหอมเป็นลูกของผมจริงๆ ผมก็ต้องมีสิทธิ์ในตัวเธอ”“คุณจะเอาสิทธิ์อะไรมาอ้างในเมื่อตอนนี้คุณก็มีผู้หญิงคนอื่นแล้ว”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง”“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”“ก็หมายความว่าผมจะเป็นพ่อของข้าวหอม”“หมายถึงแล้วจะกลับมาคบกันเหรอคะ”“ผมก็พูดชัดเจนอยู่นะหลินว่าผมจะเป็นพ่อของข้าวหอมแต่เรื่องระหว่างผมกับคุณมันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว” เขาไม่คิดจะกลับไปคืนดีกับลินรดาเพรา
“คุณไม่เชื่อใจผมเลยเหรอ”“เคยเชื่อค่ะ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว”“ผมสาบานเลยว่าไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน”“แต่ตอนนี้ก็รู้แล้วนี่คะ”“ถึงผมจะรู้แต่ความรู้สึกของผมก็ยังเหมือนเดิมนะ ผมกับเนยจะแต่งงานกัน”“แล้วน้องข้าวหอมล่ะคะ นั่นลูกคุณนะคะ”“ข้าวหอมก็ยังเป็นลูกของผมอย่างเดิม ผมยินดีรับผิดชอบเรื่องลูกทุกอย่างแต่ไม่ได้หมายความว่าผมกับแม่ของแกจะกลับไปคืนดีกัน”“คุณพูดง่ายนะคะ แต่เนยว่ามันทำยากค่ะ”“มันทำยากแต่ผมก็คิดว่าผมทำได้นะ” เขายืนยันเสียงแข็ง“เนยไม่รู้ว่าคุณสองคนเลิกกันเพราะอะไร และโอกาสจะกลับมาคืนดียังมีอยู่ไหม แต่ถ้าคุณต้องทำเพื่อลูกเพื่อครอบครัวเนยยินดีถอยออกมาค่ะ”“ไม่นะเนย ผมไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”“คุณจะเลือกอยู่กับเนยแล้วลูกคุณล่ะคะ”“ผมว่าไม่จำเป็นต้องเลือกคนใดคนหนึ่ง ผมรักคุณและจะแต่งงานกับคุณในขณะที่ยังทำหน้าที่พ่อ ผมเชื่อว่าลูกของผมจะเข้าใจ”“น้องข้าวหอมแค่สี่ขวบเองนะคะ เนยว่ายากมากที่เด็กวัยนี้จะเข้าใจ”“ผมจะค่อยๆ บอกเธอเอง”“บอกตามตรงนะคะตอนนี้เนยสับสนไปหมดแล้วค่ะ ไม่รู้จะเอายังไงต่อ เนยรักคุณนะคะแต่ก็ไม่อยากให้ความรักของเนยทำลายครอบครัวของใคร”“ครอบครัวของผมมันไม่มีตั้งแต่แรกแล้วนะ
เกินจะทน (ตอบจบ)พีรกันต์เครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพราะเขาเองก็เคยคิดเรื่องนี้แต่เพราะกลัวว่าจะไม่ได้เจอลูกอีกจึงยอมปล่อยเลยตามเลย“ถ้าเขาไม่ยอมให้ตรวจมึงก็แอบตรวจสิ เป็นถึงเจ้าของโรงพยาบาลเรื่องแค่นิคิดไม่ได้”“แต่มันผิดกฎหมายนะ” นุกูลทนายหนุ่มพูดขึ้น“กูถามมึงหน่อยนะไอ้นุถ้ามึงเป็นไอ้กันต์มึงอยากจะรู้ไหมว่าเด็กที่เรียกว่าลูกน่ะเป็นลูกของมึงจริงๆ หรือเปล่า”“เป็นใครก็ต้องอยากรู้”“งั้นมึงก็เงียบไปเลยนะ” ธนวินท์หันมาทำตาดุใส่เพื่อน“ถ้ายังไม่อยากตรวจDNAก็ตรวจแค่กรุ๊ปเลือดก่อนก็ได้ มึงรู้ไหมน้องข้าวหอมกรุ๊ปเลือดอะไร”“กูไม่รู้แต่น่าจะมีในผลตรวจเลือด” เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูอีเมลที่ทางโรงพยาบาลส่งให้เมื่อครั้งก่อนพอเห็นกรุ๊ปเลือดของลูกสาวแล้วก็หน้าซีด“ไหนกูขอดูหน่อย” เมฆาคว้าโทรศัพท์ในมือเพื่อนไปดูจากนั้นก็เงยหน้ามองพีรกันต์แล้วนิ่ง“มึงเลือดกรุ๊ปอะไร”“AB” เขาตอบเหมือนคนไร้วิญญาณเพราะถ้าเขาเลือดกรุ๊ปABก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ข้าวหอมจะมีเลือดกรุ๊ปO“นั่นมึงจะไปไหนกันต์” อธิษถามเห็นพีรกันต์ลุกขึ้น“กูจะไปถามหลินให้รู้เรื่อง”“ใจเย็นก่อน” เมฆาที่นั่งอยู่ใกล้ฉุดมือของพีรกันต์ให้นั
การอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวไม่ง่ายเลยสำหรับพีรกันต์เพราะนอกจากเขาจะคอยดูแลข้าวหอมแล้วยังต้องคอยหลบหลีกลินรดาที่มักจะเข้าใกล้และยุ่งกับการใช้ชีวิตของเขามากกว่าที่คุยกันไว้“นี่มันดึกแล้วนะกันต์จะออกไปไหนอีก”“หน้าที่ของผมคือเล่านิทานและพาลูกเข้านอนตอนนี้ผมก็ทำหน้าที่ของผมเสร็จแล้วผมจะไปไหนมันก็เรื่องของผม” พีรกันต์ตอบอย่างหัวเสีย“หลินอยากคุยกับคุณ ขอเวลาหลินได้ไหมเราไปคุยกันที่ห้องนะคะ”“เรามีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีก”“ก็เรื่องของเรา”“ระหว่างผมกับคุณมีแค่เรื่องของลูก ไม่มีเรื่องของเราหรอกนะ”“คุณชวนหลินมาอยู่ที่บ้านแต่คุณไม่เคยสนใจหลินเลยนะคะ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ คุณไม่มีใครหลินก็ไม่มีใครทำไมเราไม่ลองคุยกันอีกสักครั้ง”“ผมว่าผมชัดเจนแล้วนะว่าจะเป็นแค่พ่อของข้าวหอมที่ผมทำทุกอย่างก็เพื่อลูก ผมไม่เคยคิดอะไรกับคุณเลย”“คุณจะกลับไปหาผู้หญิงที่ชื่อเนยเหรอคะ คุณคิดว่าเธอจะรอคุณเหรอ”“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเนยเพราะถึงไม่มีเนยผมก็คิดจะกลับไปคบกับคุณ อะไรที่มันผ่านไปแล้วปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ ผมอยากทำหน้าที่พ่อที่ดีของข้าวหอมเรื่องอื่นผมไม่อยากคิด”“หลินทำผิดอะไรคุณถึงไม่คิดจะกลับมาเป
“พี่กานต์มีเบอร์อาจารย์หมอศาสตราไหมขอผมหน่อยสิ”“มีสิ นายจะเอาไปทำอะไรหรือจะจ้างอาจารย์มาตรวจพี่ว่าอย่าเสียเวลาเลยพี่เคยชวนท่านหลายครั้งแล้ว”“เปล่าครับ”“แล้วจะเอาเบอร์ไปทำไมหรือมีใครป่วย”“ผมอยากปรึกษาท่าน”“กันต์มีอะไรหรือเปล่า หรือลูกไม่สบาย” เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กมีสีหน้าเครียดคนเป็นมารดาก็ร้อนใจ“เปล่าครับแม่ คนที่ใม่สบายคือข้าวหอม”“อะไรนะ หลานแม่ป่วยเป็นอะไร”“เนยบอกผมว่าข้ามหอมเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวครับแม่”“ป่วยถึงขั้นไหนแล้วตรวจเจอนานหรือยังรักษาไปถึงขั้นไหนแล้ว ต้องให้คีโมหรือเปล่า”“ผมยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมากครับวันนี้ว่าจะพาข้าวหอมไปหาอาจารย์หมอ”“น่าสงสารจังตัวแค่นั้นก็ป่วยแล้ว กันต์ต้องดูแลลูกดีๆ”“ครับแม่”“คนที่บอกนายว่าข้าวหอมป่วยคือเนยเหรอ”“ครับพี่ เนยบอกผมเมื่อคืน”“แปลกดีนะทำไมคนที่บอกไม่ใช่แม่ของข้าวหอมล่ะ แล้วเนยไปรู้มาได้ยังไง”“ผมมัวแต่ตกใจเลยลืมถามเรื่องนี้ไปเลย แต่ก็ช่างมันเถอะจะรู้จากใครความจริงก็คือความจริง”“ถ้าต้องไปดูแลข้าวหอมบ่อยๆ กันต์ก็คุยกับหนูเนยให้เข้าใจนะลูก แบ่งเวลาให้ดี” เพราะคนหนึ่งก็หลานสาวอีกคนก็ว่าที่ลูกสะใภ้“คงไม่ต้องแล้วล่ะครับแม่”“ก
เพราะมีข้าวหอมมาอยู่ด้วยที่บ้านพีรกันต์เลยไม่คิดมากเรื่องรัญรวีเท่าไหร่จนกระทั่งผ่านไปสามวันหญิงสาวก็ยังไม่ติดต่อกลับมาพีรกันต์ไม่อยากรออีกต่อไปแล้ววันนี้เขาจึงมาดักรอหญิงสาวตรงทางเดินระหว่างโรงพยาบาลกับคอนโดมิเนียม“เนย”“พี่กันต์” รัญรวีตกใจเพราะจู่ๆ เขาก็โผล่ออกมาจากมุมถนน“พี่ขอคุยด้วยหน่อย”“เอาไว้คุยวันหลังดีไหมคะ ตอนนี้มันดึกแล้ว”“พี่ไม่อยากรอแล้วนะ สามวันมานี้เนยไม่ติดต่อพี่มาเลย”“เนยงานยุ่งค่ะ”“ไปนั่งคุยกันในรถก่อน”“แต่เนยจะกลับไปพักแล้ว”“จะไปดีๆ หรือจะให้พี่อุ้มไปละเนย"เพราะคำขู่ของเขารัญรวีเลยยอมเดินตามมาที่รถ เธอขึ้นไปนั่งยังตำแหน่งเดิมที่เคยนั่งแต่ความรู้สึกแปลกออกไปเพราะตอนนี้คนข้างกายของเธอไม่ใช่คนที่เธอจะใช้ชีวิตด้วยอีกต่อไปแล้ว“พี่กันต์จะคุยอะไรคะ”“เนยเป็นอะไร โกรธอะไรพี่หรือเปล่า พี่ทำอะไรผิดเหรอเนยถึงไม่ติดต่อพี่เลยแล้วยังเก็บของพี่ออกจากคอนโด”“พี่กันต์ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยค่ะ เนยเองที่ผิด ผิดที่ไปรักคนมีเจ้าของอย่างพี่”“กำลังพูดเรื่องอะไรพี่ไม่เห็นรู้เรื่องเลย”“ก็พี่กับครอบครัวของพี่”“ครอบครัวของพี่ก็คือเนย เราจะแต่งงานและร่วมสร้างมันด้วยกัน”“พี่กันต์ค่ะ
รัญรวีตื่นขึ้นมาในตอนสายเธอในขณะที่พีรกันต์ออกไปทำงานแล้ว หญิงสาวมองสภาพห้องนอนแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความสุขที่เขามอบให้เมื่อคืนมันยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำ คำบอกรักที่เขากระซิบข้างหูเธอจำมันได้อย่างดีและจะจดจำมันไปตลอดว่าตนเองเคยมีความสุขมากแค่ไหนหญิงสาวเข้าห้องน้ำมองตัวเองในกระจกร่างกายเต็มไปด้วยรอยรักที่เขาฝากไว้ มันตอกย้ำว่าเธอและเขาผ่านเรื่องบนเตียงมาแล้วอย่างเร่าร้อนแต่มันก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกเพราะรัญรวีไม่คิดจะนอนกับใครอีกแล้ว การอยู่ตัวคนเดียวมันอาจเหงาแต่ที่ผ่านมาเธอก็เคยอยู่คนเดียวมาตลอดหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วหญิงสาวก็เก็บของใช้ของพีรกันต์ลงกระเป๋าก่อนะจะเอาไปฝากไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์ด้านล่างและสั่งไว้แล้วว่าห้ามเขาขึ้นมาบนห้องเธออีก รหัสที่ประตูหน้าห้องถูกเปลี่ยน รัญรวีตัดการติดต่อทุกช่องทางเพราะกลัวว่าถ้าได้ยินเสียงของเขาเธอจะตัดเขาออกไปจากชีวิตไม่ได้หญิงสาวใช้เวลาว่างตลอดวันจัดห้องใหม่เพราะถ้าอยู่ในบรรยากาศเดิมๆ ก็จะคิดถึงเขา กว่าทุกอย่างจะเข้าที่ก็เป็นเวลาเย็น เธอทำอาหารจากของสดที่เหลืออยู่ในตู้จากนั้นก็นั่งทานคนเดียวเงียบๆโทรศัพท์ที่อยู่ตรงหน้าดังขึ้นรีญ
พีรกันต์กอดกระชับร่างที่หอบเหนื่อยรอจนเธอหายใจเป็นปกติจากนั้นก็รีบอาบน้ำและเช็ดตัวให้เธอก่อนจะอุ้มมาวางบนเตียง“เนยจ๋า พี่ไม่ไหวขออีกคืนนี้ขอแรงหน่อยไหม” เพราะท่าทางยั่วยวนและลีลารักเมื่อครู่มันปลุกความดิบเถื่อนในกายเขาจนต้องเอ่ยขอ“เนยตามใจพี่กันต์ทุกอย่าง” เพราะนี่จะเป็นคืนสุดท้ายเธอก็อยากให้เขาทำทุกอย่างไปตามใจปรารถนา รัญรวีอยากเก็บทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขาขึ้นไว้เป็นความทรงจำเมื่อเธอพูดออกมาแบบนั้นพีรกันต์ก็เริ่มบทรักอีกครั้ง ปากร้อนจูบไปทั่วใบหน้าซอกคอดูดแรงจนขึ้นรอย รัญรวีทั้งเจ็บทั้งเสียวจนได้แต่ครางหวาน“อื้อ...พี่กันต์ขาจูบเนยหน่อยได้ไหม”ลิ้นร้อนสอดเข้าโพรงปากนุ่มตวัดรัดลิ้นเล็กอย่างเร่าร้อน เธอเองก็จูบกลับไปอย่างถึงพริกถึงขิงทำให้เขาครางอย่างพอใจหญิงสาวหูอื้อตาลายไปกับปากร้อนที่จูบเบียดแนบชิด เธอปล่อยกายปล่อยใจไปตามแรงปรารถนาพีรกันต์จูบจนพอใจก็ยอมให้ปากเล็กเป็นอิสระ เขาลากไล้ความเปียกชื้นมาตามผิวนุ่มขบเม้มแทะเล็ม ฝากรอยประทับไว้ทั่วเนินอกอิ่ม ตาคมมองยอดถันที่ชูชัน ลิ้นร้อนลากวนอย่างปลุกเร้าก่อนจะครอบครองเข้าอุ้งปากร้อน ดูดแรงอย่างคนกระหาย ยิ่งเธอแอ่นโค้งเข้าหาเ
พีรกันต์กลับขึ้นมาบนห้องแต่เขาไม่เห็นรัญรวีชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปตามเพราะดูจากเวลาเธอน่าจะอาบน้ำเสร็จแล้ว เมื่อเดินเข้ามาถึงห้องนอนก็ได้เสียงน้ำกระทบพื้นกระเบื้องดังออกมาจากห้องน้ำชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะรีบถอดชุดของตัวเองออกอย่างรวดเร็วแล้วเดินเข้าไปหาเธอในห้องน้ำ เสียงเปิดประตูทำให้รัญรวีหันมามอง“พี่กันต์ รอก่อนได้ไหมเนยอาบใกล้เสร็จแล้ว” เธอพูดแล้วยกมือปิดร่างกายเป็นพัลวัน“ไม่ต้องอายพี่หรอก พี่เห็นเนยไปทั้งตัวแล้ว”เขาแล้วเดินเข้ามาใกล้จนเธอรู้สึกถึงความอุ่นจากร่างกาย“ให้พี่ช่วยอาบนะ จะได้เสร็จเร็วๆ”เสียงนั้นแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์จนขนฟังขนลุกเพราะเขาไม่น่าจะช่วยอาบน้ำอย่างที่พูดจริงๆพีรกันต์กดครีมอาบน้ำแล้วลงมือลูบไล้ไปตามผิวของเธออย่างแผ่วเบาปลายนิ้วเลื่อนผ่านช้าๆ จนเธอรู้สึกร้อนไปกับสัมผัสที่มือใหญ่เลือนผ่าน“เนยจ๋า”“ขาพี่กันต์”“หิวเนยอยากกินตรงนี้”“อยากกินก็กินสิคะ”รัญรวีตอบเขาไปตามความรู้สึกเธอตัดสินใจแล้วว่าจะคืนเขาให้กับคุณลินรดาและน้องข้าวหอมแต่ก่อนที่จะคืนเธอก็ขอตักตวงความสุขให้กับตัวเองอย่างเต็มที่เสียก่อนชายหนุ่มขยับเข้าใกล้จนกายแกร่งเบียดกับผิวเนียนนุ่มปาก
รัญรวีเดินมายังลานจอดรถเหมือนทุกครั้งเธอมองหารถคันที่คันที่คุ้นเคยแต่มองจนทั่วก็ไม่เห็นเลยสักคัน หญิงสาวเดินลัดเลาะไปยังถนนด้านหลังโรงพยาบาล แม้จะดึกแล้วแต่ไฟก็ยังส่องสว่างเธอใช้เวลาไม่นานก็ถึงคอนโดมิเนียมของตนหญิงสาวเปิดประตูห้องอย่างเบาที่สุดในใจแอบคิดว่าจะเจอพีรกันต์นอนหลับอยู่แต่ทุกอย่างก็เงียบเหมือนก่อนหน้าที่เธอจะออกไปทำงาน เขายังไม่กลับมาและไม่รู้ว่าจะกลับมาอีกหรือเปล่าสองคืนแล้วที่พีรกันต์หายไปโดยไม่มีการติดต่อกลับ ไม่มีทั้งสายโทรเข้าหรือไลน์หา เธออยากโทรไปถามว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่าแต่ก็กลัวว่าจะเป็นการรบกวนเวลาของเขาและครอบครัวเพราะมีเขาอยู่ตลอดจนเกิดความเคยชิน พอเขาไม่อยู่ก็รู้สึกเหงาทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็อยู่คนเดียวมาได้ตลอด เธอนอนคิดและกำลังทำใจให้กลับมาชินกับการอยู่คนเดียวอีกครั้งในเมื่อเคยอยู่ได้มันก็ไม่ยากถ้าจะอยู่คนเดียวอีกครั้งเมื่อคิดแล้วยิ่งเครียดรัญรวีเลยเปิดเพลงฟังเพื่อให้บทเพลงกล่อมให้ตนเองหลับ แต่การนอนคนเดียวมันก็เหงามากเธอได้แต่กอดผ้าห่มดมกลิ่นกายของเขาที่ยังพอมีเหลืออยู่เช้าวันใหม่ไม่ค่อยสดใสอย่างที่ควรแต่รัญรวีก็ยังไปทำงานตามปกติ วันนี้หญิงสาวทำงานแค่เวรเ
ความสุขเวลาที่ได้อยู่กับคนรักมันเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดมันสุขจนรัญรวีนึกไม่ออกว่าถ้าไม่มีเขาอยู่ข้างๆ ชีวิตของเธอจะเป็นยังไง“หนูเนยทั้งสวยทั้งฉลาดแบบนี้นี่เองลูกชายแม่ถึงได้ยอมหยุดความเจ้าชู้” มารดาของพีรกันต์เอ่ยชมเมื่อเขาพาเธอมาแนะนำให้กับครอบครัวรู้จัก“แบบนี้พ่อว่าเราจัดงานแต่งพร้อมกันเลยดีไหม พ่อแม่ของหนูอยู่ที่ไหนล่ะ พ่อจะได้รีบไปจัดการทุกอย่างให้มันถูกต้อง” คุณเอกวิทย์บอกว่าที่สะใภ้เล็กที่เขาเห็นครั้งแรกก็รู้สึกถูกชะตา“เนยไม่มีญาติที่ไหนหรอกค่ะ”“ตายจริงพ่อกับแม่ขอโทษนะลูกที่ถามไปอย่างนั้น”“ไม่เป็นไรค่ะ”“ถึงไม่มีใครเหลือแล้วก็ต้องทำให้มันถูกต้อง”“เนยว่ารออีกหน่อยก็ได้ค่ะ เนยยังไม่พร้อมเท่าไหร่”“นี่ลูกชายแม่ทำอะไรให้เนยไม่มั่นใจหรือเปล่า”“เปล่าค่ะ พี่กันต์ดีกับเนยมาก”“เหลือเวลาอีกหลายเดือนแม่ว่าระหว่างนี้กันต์ต้องหาทางพูดให้หนูเนยยอมแต่งงาน แม่อยากจะอุ้มหลานเต็มแก่แล้ว”“ผมจะพยายามเต็มที่ครับแม่” พีรกันต์รับปากมารดาการได้มาเจอกับครอบครัวของพีรกันต์ทำให้รัญรวีมีความสุขมาก เธอดีใจที่ครอบครัวของเขาไม่รังเกียจถึงแม้ว่าเธอจะเป็นแค่คนธรรมาคนหนึ่งเท่านั้น“แวะมาหาแม่บ่อยๆ นะ หร