“คุณกันต์จะให้เนยช่วยยังไงคะ”
“ผมอยากให้คุณไปทำงานที่โรงพยาบาลของผม”
“ทำงานที่โรงพยาบาลของคุณ”
“ใช่ครับ โรงพยาบาล XX คือกิจการของครอบครัวที่ผมดูแลอยู่”
“คุณต้องล้อเนยเล่นแน่ๆ ใช่ไหมคะ”
“เปล่านะผมพูดจริงนะเนย ผมขอโทษที่ไม่บอกตั้งแต่แรกว่าครอบครัวของผมทำธุรกิจอะไร”
“เพราะกลัวว่าเนยจะหวังผลประโยชน์จากคุณใช่ไหมคะ” หญิงสาวมองหน้าเขาอย่างผิดหวัง
“เปล่าเลยนะ ผมไม่เคยคิดแบบนั้น”
“แล้วทำไมถึงไม่ยอมบอกตั้งแต่แรกล่ะคะ”
“ผมกลัวว่าพอคุณรู้แล้วคุณจะไม่คุยกับผมเหมือนเดิม”
“ทำไมต้องไม่คุยด้วยล่ะคะ”
“บางคนมองว่าผมต่างจากเขา”
“ต่างยังคะ”
“ก็เรื่องฐานะและสังคม ถ้าคุณรู้คุณจะยอมรับผมเป็นแฟนไหมล่ะครับ บางที่คุณอาจไม่ให้ผมเป็นเพื่อนเลย”
“คุณมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่าคะ”
“ไม่หรอกครับ”
“ตอนผมเรียนหมอพอเพื่อนรู้ว่าผมเป็นลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลพวกเขาก็เปลี่ยนไป พวกเขาเกรงใจผมมากขึ้น ความสนิทก็หายไป”
“อะไรนะคะ คุณเรียนหมอ เนยไม่รู้ว่าจะตกใจเรื่องไหนก่อนดีระหว่างครอบครัวคุณเป็นเจ้าของโรงพยาบาลกับเรื่องที่คุณเรียนหมอ”
“ผมรู้ว่าเรื่องที่บอกมันน่าตกใจแต่เนยจะไม่โกรธใช่ไหม”
“มันก็น่าโกรธนะคะ คุณหลอกให้เนยหลงกลยอมรับปากไปช่วยงาน”
“ผมไม่คิดจะหลอกอะไรคุณเลยนะ ผมจะบอกคุณหลายครั้งแล้วแต่ทุกครั้งที่เจอกันเราก็คุยกันเรื่องอื่นตลอด”
“แล้วทำไมถึงบอกวันนี้ล่ะคะ ที่บอกเพราะเนยตกลงเป็นแฟนคุณหรือเปล่า”
“ผมตั้งใจจะบอกเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวานตอนที่ไลน์ไปถามว่าคุณว่างช่วงเย็นไหม แต่พอเราจะมาเที่ยวด้วยกันผมเลยตัดสินใจพูดเรื่องของเราก่อน”
“ทำไมไม่บอกก่อนว่าเป็นใครแล้วค่อยขอเป็นแฟนล่ะคะ”
“ผมกลัวเนยจะปฏิเสธ”
“ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ชอบผู้ชายรวยๆ อยู่แล้วนะคะ ถ้าเนยรู้ว่าบ้านคุณรวยเนยอาจจะรีบเป็นแฟนคุณก็ได้นะคะ”
“นั่นไม่ใช่นิสัยของคุณ”
“คุณรู้ได้ยังไง เนยก็เหมือนผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ชอบคนรวย”
“ระยะเวลาที่ผมรู้จักคุณมันก็นานพอที่ให้ผมรู้จักนิสัยของคุณนะเนย คุณไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผมเคยรู้จัก เรื่องที่คุณคุยกับผมไม่เคยมีเรื่องเงิน เรื่องเที่ยวหรือของฟุ่มเฟือยอะไรเลย คุณคุยแค่เรื่องงานและคนไข้เท่านั้น คุณไม่เคยถามว่าที่บ้านผมทำธุรกิจอะไร คุณยินดีช่วยผมทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมอยากให้คุณช่วยทำอะไร”
“แล้วคุณอยากให้เนยไปช่วยจริงๆ เหรอคะ”
“จริงสิ ตอนนี้โรงพยาบาลกำลังต้องการทั้งหมอและพยาบาลมากๆ จะฟูลไทม์หรือพาร์ทไทม์เราก็รับหมด ขนาดจบใหม่เรายังรับเลยนะ ขอแค่มีใบประกอบวิชาชีพ เนยตกลงแล้วนะว่าจะไปช่วย”
“ตกลงว่าจะช่วยค่ะ แต่คงไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอกค่ะ ตารางเวรเดือนหน้าออกมาแล้ว ถ้าจะไปสมัครงานก็คงรอเป็นเดือนถัดไป”
“แค่รู้ว่าคุณจะไปสมัครผมก็ดีใจแล้ว ผมจะบอกฝ่ายบุคคลไว้นะ”
“เนยอยากไปสมัครเองมากกว่าค่ะ อยากให้เขารับเพราะความสามารถมากกว่าค่ะ หรือคุณคิดว่าเขาจะไม่รับ”
“ผมไม่ได้คิดแบบนั้น ผมแค่อยากมั่นใจว่าคุณจะไม่หลอกให้ผมดีใจเก้อ”
“ไม่หรอกค่ะ เนยเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น”
“ผมไม่ผิดหวังเลยที่ได้รู้จักคุณ”
“แต่เนยยังไม่รู้จักคุณดีเท่าไหร่ อยากเล่าเรื่องของตัวเองให้เนยฟังบ้างไหมคะ”
“ได้สิ เราหาที่นั่งกันก่อนได้ไหมล่ะเรื่องของผมมันยาวมาก”
“เล่าตอนนั่งรถกลับก็ได้ค่ะ”
“จะกลับแล้วเหรอ”
“นี่มันก็เกือบจะทุ่มหนึ่งแล้วนะคะ กว่าจะถึงก็น่าจะดึก”
“ผมลืมดูเวลาไปเลย พรุ่งนี้คุณทำงานไหมครับ”
“พรุ่งนี้เนยเข้าเวรบ่ายต่อดึกค่ะ” หญิงสาวพูดขณะเดินตามเขามาที่รถ
“หมายถึงลงเวรตอนเช้าเหรอครับ” พีรกันต์ถามหลังจากขึ้นรถและขับออกมาจากชายหาดชะอำ
“ค่ะ”
“เวรคุณหนักน่าดูเลยนะครับ”
“ค่ะ พยาบาลในแผนกลาพักร้อนค่ะ คนที่เหลือก็เลยทำงานกันหนักขึ้น”
“แล้วคุณพักร้อนตอนไหน”
“ยังไม่ได้วางแผนเลยค่ะ”
“ถ้าวางแผนจะหยุดหรือไปเที่ยวไหนอย่าลืมเอาผมเข้าไปอยู่ในแผนของคุณด้วยนะครับ”
“ถ้าคุณว่างตรงกับเนยก็ไม่น่ามีปัญหาค่ะ”
“ผมหาเวลาว่างได้ตลอดแค่เนยบอก”
“งานบริหารไม่หนักเหรอคะ ถึงได้มีเวลามาเจอเนยบ่อยๆ”
“หนักครับ บางครั้งผมก็ออกมาเจอเนยแล้วกลับไปทำงานต่อ”
“คุณคงเหนื่อยแย่”
“ไม่หรอกครับ การได้ออกมาเจอเนยได้มากินข้าวด้วยกันนั่งคุยกันมันทำให้ผมหายเหนื่อย เหมือนมาชาร์ตแบต”
“ไม่นึกเลยว่าคนช่างพูดอย่างคุณจะเป็นถึงผู้บริหาร”
“แล้วผู้บริหารต้องเป็นแบบไหมล่ะ”
“ก็มาดนิ่งๆ ดูเป็นผู้ใหญ่แต่คุณไม่ใช่แบบนั้นเลย เราเจอกันครั้งแรกก็เป็นสถานบันเทิงและคุณยังมาทำเจ้าชู้อีก”
“ผมเป็นหุ้นส่วนที่นั่นก็เลยไปนั่งดื่มและนัดเจอเพื่อนประจำ”
“คุณทำให้เนยประหลาดใจอีกแล้วนะคะ”
“มีอีกหลายอย่างที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับตัวผม”
พีรกันต์เล่าเรื่องของตนเองให้กับรัญรวีฟังตั้งแต่เรียนแพทย์จนถึงการไปเรียนต่อที่อเมริกา เขาอยากให้เธอรู้จักเขาทุกแง่มุม
“เสียดายไหมคะที่ไม่ได้ทำงานเป็นหมอ”
“ก็มีเสียดายบ้าง ถึงผมจะไม่เป็นหมอแล้วแต่งานที่ทำก็ยังเกี่ยวข้องกันอยู่ มันก็ดีนะครับเพราะตอนเรียนผมรู้จักคนเยอะ ตอนนี้ก็เลยชวนให้มาทำงานด้วยกัน บางคนก็มาทำพาร์ทไทม์แต่บางคนก็ยอมลาออกมาทำงานเต็มเวลา”
“ค่าจ้างคงแพงมาก”
“แพงก็ต้องยอมแลกครับเพราะผู้ป่วยเราเยอะขึ้นทุกวัน เราก็เลยต้องจ้างทั้งหมอและพยาบาลเพิ่ม”
“รุ่นพี่พยาบาลที่รู้จักเขาก็ไปรับขึ้นเวรที่นั่นอยู่หลายคนค่ะ บางครั้งก็รับเฝ้าไข้พิเศษ”
“ใช่ครับ เราต้องหารพยาบาลเฝ้าไข้พิเศษมากเพราะผู้ป่วยของเราทุกคนต้องมีญาติมาเฝ้าใคร ถ้าญาติใครไม่สะดวกก็ต้องจ้างพยาบาลหรือไม่ก็ผู้ช่วยพยาบาล แค่ส่วนใหญ่พวกเขาก็จะเลือกจ้างพยาบาลมากกว่า”
“แต่ก็ต้องแลกด้วยจำนวนเงินที่เยอะกว่าใช่ไหมคะ”
“ครับเพราะความเป็นเอกชนทุกอย่างก็ต้องแลกมาด้วยเงิน”
“แต่คนที่ใช้บริการก็คงเป็นคนที่มีฐานะระดับหนึ่ง”
“ใช่ครับบางคนก็ยินดีจะจ่ายเพราะเห็นถึงความสะดวกสบาย”
พีรกันต์คุยกับหญิงสาวมาตลอดทางเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่คุยเรื่องงานกับเขาได้นานเป็นชั่วโมง ยิ่งได้รู้จักก็ยิ่งได้เห็นถึงความแตกต่างของรัญรวีกับผู้หญิงที่เคยคบมา เธอดูมีความคิดเป็นผู้ใหญ่มีความรับผิดชอบและขยันทำงานมากๆ
“เราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ครับเนย” เขาถามเมื่อจอดรถที่หน้าหอพัก
“อีกหลายวันกว่าจะได้หยุดค่ะ”
“เย็นวันไหนคุณว่างบอกผมนะ จะได้มากินข้าวด้วยกัน”
“ดูคุณจะชอบกินข้าวร้านป้าแอ๋วนะคะ”
“ก็สมัยเรียนผมกินร้านนี้ประจำ”
“ถึงว่าวันนั้นคุณถึงหาร้านเจอ”
“คุณคงคิดว่าผมจะหาไม่เจอใช่ไหมล่ะ ถึงได้นัดร้านป้าแอ๋ว”
“เปล่านะคะก็แค่อยากพาคุณมากินร้านที่กินประจำ”
“ผมไม่สนใจหรอกว่าตอนนั้นคุณคิดอะไร เพราะตอนนี้ผมกับคุณเป็นแฟนกันแล้ว ขอตารางเวรได้ไหม”
“จะขอไปทำไม”
“ผมจะได้รู้ว่าเวลาไหนโทรหาคุณได้บ้าง แต่สัญญาว่าจะไม่รบกวนเวลางานของคุณเลย”
“ได้ค่ะเดี๋ยวส่งให้ทางไลน์นะคะ”
“คืนนี้ขอโทรหาได้ไหม คุณจะนอนดึกหรือเปล่า”
“ได้ค่ะ ขับรถดีนะคะ ขอบคุณมากที่พาไปหาของอร่อยกิน”
“ยินดีครับคุณแฟน ผมไปก่อนนะ”
รัญรวีลงจากรถแล้วก็รีบเดินเข้าหอพักในเวลาเกือบจะสี่ทุ่มหญิงสาวอาบน้ำสระผมและเก็บชุดทำงานที่ร้านซักรีดเอามาแขวนไว้หน้าห้องใส่ตู้จากนั้นก็ตรวจดูว่ามีของใช้อะไรที่จะต้องซื้อไหมเพราะคิดว่าพรุ่งนี้สายๆ จะไปหาซื้อให้ครบก่อนจะทำงานยาวอีกหลายวันแต่ยังตรวจไม่ครบพีรกันต์ก็โทรศัพท์มาบอกว่าเขาถึงบ้านแล้ว เธอคุยกับเขาอีกไม่นานเพราะอยากให้เขาได้พักผ่อนเนื่องจากขับรถไปกลับวันนี้รวมแล้วก็หลายชั่วโมงหญิงสาวก็อยากจะช่วยเขาขับอยู่หรอกแต่มันติดตรงที่เธอนั้นขับรถไม่เป็น เธอเคยคิดที่จะซื้อรถมือสองมาใช้แต่เพราะหออยู่ในโรงพยาบาลก็เลยไม่คิดจะซื้อ รัญรวีจึงเปลี่ยนใจมาเก็บเงินเพื่อซื้อคอนโดมิเนียมห้องเล็กๆ แทนเพราะถ้าจะออกไปทำงานพาร์ทไทม์ที่โรงพยาบาลเอกชนก็รู้สึกว่าตนเองจะเอาเปรียบโรงพยาบาลมากเกินไปเมื่อวางสายแล้วก็เปิดตู้เย็นดูว่ามีอาหารกึ่งสำเร็จรูปอะไรที่ต้องซื้อมาเพิ่มไหมเพราะที่หอไม่อนุญาตให้ทำอาหาร ในห้องของเธอจึงมีแค่ไมโครเวฟ กระติกน้ำร้อนและหม้อชาบูใบเล็กที่เอาไว้ทำกินเองคนเดียวเสียงเคาะประตูทำให้เธอรีบปิดตู้เย็นแล้วเดินไปเปิดเพราะดึกแบบนี้คนที่มาเคาะน่าจะมีเรื่องด่วน“อ้าว จุ๋มวันนี้ไม่ขึ้นเวรบ่ายเ
โครงการคอนโดมิเนียมที่รัญรวีและจริญญามาดูนั้นเป็นโครงการขนาดกลาง มีซึ่งมีอยู่หลายตึกแต่ละตึกก็มีลักษณะห้องที่แตกต่างกันไปเมื่อหญิงสาวบอกว่าอยากจะดูห้องขนาดเล็กที่มีพื้นที่ใช้สอยไม่มากเพราะอยู่คนเดียวพนักงานขายจึงพาเธอมาดูห้องตัวอย่าง“เชิญตามสบายนะคะ ถ้าสงสัยตรงไหนสอบถามได้ตลอด ฉันจะรออยู่นอกห้องค่ะ”“ขอบคุณค่ะ”“ห้องน่าอยู่ดีนะเนยขนาดไม่กว้างมาก แต่ก็มีเฟอร์นิเจอร์ครบทุกอย่าง”“เนยก็ชอบนะ ราคาก็พอรับได้”“แต่ถ้าซื้อที่นี่เวลาไปทำงานก็คงต้องนั่งรถเมล์ไป ถ้าเวรเช้าก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้าเวรบ่ายกับดึกล่ะ”“เราก็กำลังคิดเรื่องนี้ แต่ถ้าให้ซื้อคอนโดด้วยซื้อรถด้วยก็คงผ่อนไม่ไหวหรอก”“หรือเราจะอยู่ที่เดิมไปก่อนละเนยคนอื่นเขาก็ทำงานพาร์ทไทม์กันนะไม่เห็นมีใครจะย้ายออก”“ที่เนยอยากย้ายออกไม่ใช่เพราะเรื่องทำงานพาร์ทไทม์อย่างเดียวหรอกนะจุ๋ม”“แล้วเพราะอะไร” จริญญาไม่เคยรู้เหตุผลของเพื่อนมาก่อนว่าทำไมถึงอยากจะย้ายออก“เนยไม่มีบ้าน ไม่มีที่อยู่ที่ไหนเลย เนยก็อยากมีพื้นที่ที่เป็นของเนยจริงๆ บ้าง อย่างจุ๋มยังมีบ้านให้กลับแต่เนยมีแค่หอพัก”“เนยอึดอัดเหรอที่อยู่หอ”“มันก็ไม่ถึงกับอึดอัดหรอกนะ แต่มันเล็กแล
เมื่อมาถึงโครงการคอนโดมิเนียมที่กำลังก่อสร้างพวกเขาทั้งสามก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี ขนาดห้องที่นี่ไม่ได้กว้างเท่าแห่งแรกที่ไปดูและราคาต่ำสุดก็ห้องละ 2.9 ล้านบาทซึ่งแพงมากเมื่อเทียบกับเงินเดือนของรัญรวี“อีกนานไหมคะกว่าคอนโดจะสร้างเสร็จ” จริญญาเป็นคนเริ่มต้นถาม“ถ้าเสร็จพร้อมเข้าอยู่ก็คงอีก 2 เดือนค่ะ ตอนนี้ห้องเหลือให้เลือกไม่มากเท่าไหร่ทางเรามีส่วนลดให้ 5 เปอร์เซ็นต์สำหรับคนที่มาจองทีหลังเพราะถือว่าไม่ได้สิทธิ์เลือก และมีส่วนลดของคุณกันต์อีก 25 เปอร์เซ็นต์รวมเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ค่ะ”“เหลือเท่าไหร่คะ”“เหลือสองล้านเก้าหมื่นสามพันค่ะ แต่ถ้าจองภายใน 7 วันที่มาดูเราลดให้เหลือสองล้านค่ะ” พนักงานบอกตามที่เจ้านายโทรศัพท์มาสั่ง“น่าสนใจดีนะเนย”“เราลดให้ทั้งสองห้องเลยนะคะ สนใจจองเลยไหม”“ถ้าห้องเดียวลดไหมคะ”“ลดค่ะ จะกี่ห้องก็ลดตามนี้เลยค่ะ”“ขอกลับไปคิดดูก่อนได้ไหมคะ” แม้จะถูกใจกับราคาและห้องมากแต่รัญรวีก็อยากขอเวลาคิดดูก่อน“ทำไมล่ะเนย ผมว่าราคานี่โอเคเลยนะ มันถูกมาก”“ค่ะ มันถูกมากแค่เนยก็อยากขอเวลาคิดอีกนิดค่ะ”“ฉันขอเบอร์โทรศัพท์คุณไว้หน่อยไหมคะ เผื่อมีโปรโมชันอะไรเพิ่มเติมจะได้โทรไปแจ้ง
ผ่านมาเกือบสี่เดือนแล้วที่รัญรวีกับพีรกันต์รู้จักกัน หญิงสาวอุ่นใจขึ้นมากเพราะมันเกินสามเดือนอย่างที่เคยได้ยินมาตอนนี้รัญรวีไปทำงานพาร์ทไทม์ที่โรงพยาบาลของเขาค่อนข้างบ่อยเพราะได้เงินดีกว่ารับขึ้นเวรที่โรงพยาบาลเดิม เวลาที่ได้เจอกับพีรกันต์ก็ลดน้อยลงไปบ้างแต่เขาก็เข้าใจเธอดีแม้ว่าจะได้ทำงานที่เดียวกันแต่เธอและเขาก็ไม่เคยเจอกันที่โรงพยาบาลเลยและที่นั่นก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอกับพีรกันต์กำลังคบหากันอยู่นอกจากจริญญาแต่เธอก็ไม่เคยบอกคนอื่น“ต่ายมาทำงานที่นี่นานหรือยัง” รัญรวีถามเพื่อนที่เคยเรียนมาด้วยกันหลังจากทั้งสองทำงานในส่วนที่รับผิดชอบเสร็จในเวลาสามทุ่มพรชนกหรือต่ายเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนก็ทำงานที่โรงพยาบาลเดียวกับรัญรวีแต่คนละแผนก แต่ตนเองนั้นลาออกจากโรงพยาบาลของรัฐบาลเพื่อไปดูแลมารดาที่ป่วยพอมารดาเสียชีวิตก็เลยกลับมาทำงานที่กรุงเทพอีกครั้ง“เข้าปีที่สองแล้วล่ะ”“มันดีไหม ถ้าเทียบกับที่เดิม”“ในมุมมองของเรา เราก็ว่าดีนะ ถึงแม้ไม่ใช่ข้าราชการแต่ก็มีกองทุนประกันสังคมให้ ค่ารักษาพยาบาลก็ฟรีเพียงแต่พ่อแม่เบิกไม่ได้แต่เราไม่เดือดร้อนเพราะไม่มีพ่อแม่แล้ว สิ้นปีก็มีโบนัส วันหยุดวันลาพักร้อนก็มีเ
พีรกันต์มองหน้าคนรักที่อยู่ใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นผสมไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ“ตอนนี้เราเป็นอะไรกันคะ”“เป็นแฟน”“แล้วผู้หญิงที่คุณพาไปโรงพยาบาลล่ะคะ”“ก็บอกแล้วว่าเป็นน้องสาวข้างบ้าน”“แต่เนยไม่เคยได้ยินคุณพูดถึงเธอเลย”“เอวาเพิ่งกลับมาจากอังกฤษ”“แน่เหรอ ไม่ได้หลอกกันใช่ไหม”“ผมจะหลอกคนที่ผมรักทำไม”“คุณกันต์ น่ารัก ปากหวาน”“เคยชิมเหรอถึงได้รู้ว่าหวาน”“ถ้าอย่างนั้นขอชิมได้ไหม”หญิงสาวไม่รอให้เขาตอบเธอโน้มใบหน้าลงมาใกล้แล้วแตะริมฝีปากลงบนริมฝีปากของชายหนุ่มเบาๆ แต่คนที่รอจังหวะอยู่ก่อนแล้วก็ไม่ปล่อยเธอทำเพียงแค่นั้นเขาใช้มือดันท้ายทอยของเธอไว้แล้วจูบแผ่วเบาไปบนเรียวสีสวย ปลายลิ้นร้อนสอดเข้าไปในโพรงปากที่เผยอรับเขาเมื่อถูกเขาปลุกเร้า ด้วยความชำนาญ ฝ่ามือหนาเคลื่อนไปตามผิวเนียนนุ่ม“อื้อ...”เธอครางประท้วงเมื่อรู้สึกจูบของเขามันมากกว่าที่ตนเองคิดไว้“หวานไหม” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู จมูกโด่งคลอเคลียอยู่อยู่ที่ซอกคอระหง“พอได้”“แค่พอได้เองเหรอ”“แล้วจะให้ตอบยังไง”“ก็ตอบว่าชอบอยากให้จูบอีก”“ถ้าตอบแบบนั้นเนยจะได้อะไร”“อยากได้อะไรล่ะ”“อยากให้คุณกันต์มองแค่เนยคนเดียว ห้ามมีคนอื่น”“
คำพูดที่ได้ยินทำให้รัญรวีรู้ว่าจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นเธอ แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันก็ยากที่จะปฏิเสธ เขาทำให้เธอได้พบกับความสุขแบบนี้ไม่เคยได้รับแต่เธอก็รู้ว่ามันไม่จบเพียงแค่นี้เธอครางสะท้านและสั่นไปทั้งตัวอีกครั้งเมื่อนิ้วเรียวยาวสอดเข้าไปยังกลางกายทีละนิด มันคับแน่นจนพีรกันต์แปลกใจอยู่ไม่น้อยเธอบอกเขาว่าไม่ใช่ผู้ชายคนแรกแต่ช่องทางรักยังคับแน่น“อ๊ะ! เนยเจ็บ”“ไหนว่าผมไม่ใช่ผู้ชายคนแรก”ชายหนุ่มคิดว่าครั้งสุดท้ายที่รัญรวีนอนกับผู้ชายน่าจะนานมาแล้ว เขาไม่ใช่คนหัวโบราณที่จะรับเรื่องนี้ไม่ได้ พีรกันต์ไม่สนใจอดีตเขาขอแค่ระหว่างที่คบกับเธอมีเขาเพียงคนเดียวก็พอแล้ว หญิงสาวสะดุ้งเมื่อนิ้วยาวของเขาเข้ามาจนลึก เธอรู้สึกเจ็บแต่พอเขาขยับความเจ็บก็เปลี่ยนมาเป็นความเสียวซ่านได้อย่างประหลาดและมันมากกว่าเมื่อครู่อยู่มากพีรกันต์รู้ขนาดของตัวเองดีเขาเลยต้องเตรียมความพร้อมกับเธอให้มากขึ้นอีกนิด ปากร้อนก้มไปสัมผัสกลีบทิวลิปสีสวยอีกครั้ง พร้อมขยับนิ้วเข้าออกปลายลิ้นตวัดเลียจุดกระสันจนร่างที่อยู่บนที่นอนดิ้นพล่านเนื้อตัวแดงระเรื่อผิวกายร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟที่แผดเผา“อื้อ....คุณกันต์”เสียงหวานครางอีกครั
รัญรวีนอนเล่นมือถือและเผลอหลับอยู่บนโซฟากลางห้องรับแขกรู้สึกตัวตื่นอีกครั้งก็ตอนที่โซฟามีคนมานั่ง“คุณกันต์”“ผมเองหิวไหม ผมซื้อข้าวมาให้นะ”“ยังไม่หิวค่ะ คุณเอากระเป๋ามาทำไมคะ”“ผมจะย้ายมาอยู่ที่นี่ไง”“ใครชวนกัน หรือเมื่อคืนตอนเมาเนยชวน”“ก็ใช่น่ะสิ” เขาเอาเรื่องเมามาอ้างทั้งที่ตัวเองเป็นคนอยากจะย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะรู้ว่าถ้าชวนเธอไปอยู่ด้วยหญิงสาวคงไม่ยอมแน่ๆ“อย่าจริงจังกับคำพูดของคนเมาเลยนะคะ”“รังเกียจผมเหรอ” เขาถามพลางทำหน้าเศร้า“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ เนยแค่กลัวคนอื่นจะรู้”“กลัวทำไม หรือคุณไม่คิดจะบอกคนอื่นว่าเราเป็นอะไรกัน"“มันเร็วไปหรือเปล่าคะ”“ไม่นะเนย เราสองคนไม่ใช่เด็กแล้วนะ”“แต่คุณกับเนยต่างกันมากนะคะ คุณเป็นถึงเจ้าของโรงพยาบาลแต่เนยเป็นแค่พยาบาลในโรงพยาบาลของคุณเท่านั้นนะคะ เขาคงมองว่าที่เนยคบกับคุณก็เพื่อเงิน” รัญรวีไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลยแต่เธอเริ่มกังวลเมื่อความสัมพันธ์มันเกินกว่าแค่แฟนธรรมดา“ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยเรารักกันด้วยใจ คุณเป็นแฟนผมก่อนที่จะรู้ว่าผมคือใคร”“คนอื่นคงไม่คิดแบบนั้นหรอกค่ะ”“ผมไม่สนใจคนอื่น ครอบครัวผมก็คงคิดแบบเดียวกัน ถ้าคุณพร้อมเมื่อไห
พีรกันต์พาลินรดาออกมานอกสำนักงานให้ไกลพอที่คนด้านในจะไม่ได้ยินบทสนทนาของตนเอง“หลินบอกผมมาว่าทำไมลูกของหลินถึงเรียกผมว่าพ่อ”“ก็น้องข้าวหอมเป็นลูกของกันต์จริงๆ นี่”“อย่ามาพูดเรื่องเหลวไหลนะหลินเราเลิกกันไปนานแล้ว ก่อนเลิกหลินก็ยังไม่ท้อง”“ก็ใช่น่ะสิเราเลิกกันไปนานแล้วหลินย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นถึงได้รู้ว่าท้องลูกของกันต์”“แล้วทำไมถึงเพิ่งมาบอกตอนนี้เพราะอะไรกัน""เพราะหลินคิดว่าหลินดูแลลูกได้ไม่จำเป็นต้องมีพ่อ”“แต่คุณก็พาลูกมาเจอผม”“หลินไม่ได้ตั้งใจจะให้ข้าวหอมมาเจอกันต์หรอกนะ”“ไม่ได้ตั้งใจเหรอ”“หลินก็แค่มาดูบ้านแต่บังเอิญเจอก็เท่านั้นเอง”“แล้วคิดจะบอกเรื่องนี้กับผมตอนไหน”“ไม่เลยหลินไม่เคยคิดจะบอก”“คุณใจร้ายมากนะถ้าข้าวหอมเป็นลูกของผมจริงๆ ผมก็ต้องมีสิทธิ์ในตัวเธอ”“คุณจะเอาสิทธิ์อะไรมาอ้างในเมื่อตอนนี้คุณก็มีผู้หญิงคนอื่นแล้ว”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง”“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”“ก็หมายความว่าผมจะเป็นพ่อของข้าวหอม”“หมายถึงแล้วจะกลับมาคบกันเหรอคะ”“ผมก็พูดชัดเจนอยู่นะหลินว่าผมจะเป็นพ่อของข้าวหอมแต่เรื่องระหว่างผมกับคุณมันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว” เขาไม่คิดจะกลับไปคืนดีกับลินรดาเพรา
เกินจะทน (ตอบจบ)พีรกันต์เครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพราะเขาเองก็เคยคิดเรื่องนี้แต่เพราะกลัวว่าจะไม่ได้เจอลูกอีกจึงยอมปล่อยเลยตามเลย“ถ้าเขาไม่ยอมให้ตรวจมึงก็แอบตรวจสิ เป็นถึงเจ้าของโรงพยาบาลเรื่องแค่นิคิดไม่ได้”“แต่มันผิดกฎหมายนะ” นุกูลทนายหนุ่มพูดขึ้น“กูถามมึงหน่อยนะไอ้นุถ้ามึงเป็นไอ้กันต์มึงอยากจะรู้ไหมว่าเด็กที่เรียกว่าลูกน่ะเป็นลูกของมึงจริงๆ หรือเปล่า”“เป็นใครก็ต้องอยากรู้”“งั้นมึงก็เงียบไปเลยนะ” ธนวินท์หันมาทำตาดุใส่เพื่อน“ถ้ายังไม่อยากตรวจDNAก็ตรวจแค่กรุ๊ปเลือดก่อนก็ได้ มึงรู้ไหมน้องข้าวหอมกรุ๊ปเลือดอะไร”“กูไม่รู้แต่น่าจะมีในผลตรวจเลือด” เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูอีเมลที่ทางโรงพยาบาลส่งให้เมื่อครั้งก่อนพอเห็นกรุ๊ปเลือดของลูกสาวแล้วก็หน้าซีด“ไหนกูขอดูหน่อย” เมฆาคว้าโทรศัพท์ในมือเพื่อนไปดูจากนั้นก็เงยหน้ามองพีรกันต์แล้วนิ่ง“มึงเลือดกรุ๊ปอะไร”“AB” เขาตอบเหมือนคนไร้วิญญาณเพราะถ้าเขาเลือดกรุ๊ปABก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ข้าวหอมจะมีเลือดกรุ๊ปO“นั่นมึงจะไปไหนกันต์” อธิษถามเห็นพีรกันต์ลุกขึ้น“กูจะไปถามหลินให้รู้เรื่อง”“ใจเย็นก่อน” เมฆาที่นั่งอยู่ใกล้ฉุดมือของพีรกันต์ให้นั
การอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวไม่ง่ายเลยสำหรับพีรกันต์เพราะนอกจากเขาจะคอยดูแลข้าวหอมแล้วยังต้องคอยหลบหลีกลินรดาที่มักจะเข้าใกล้และยุ่งกับการใช้ชีวิตของเขามากกว่าที่คุยกันไว้“นี่มันดึกแล้วนะกันต์จะออกไปไหนอีก”“หน้าที่ของผมคือเล่านิทานและพาลูกเข้านอนตอนนี้ผมก็ทำหน้าที่ของผมเสร็จแล้วผมจะไปไหนมันก็เรื่องของผม” พีรกันต์ตอบอย่างหัวเสีย“หลินอยากคุยกับคุณ ขอเวลาหลินได้ไหมเราไปคุยกันที่ห้องนะคะ”“เรามีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีก”“ก็เรื่องของเรา”“ระหว่างผมกับคุณมีแค่เรื่องของลูก ไม่มีเรื่องของเราหรอกนะ”“คุณชวนหลินมาอยู่ที่บ้านแต่คุณไม่เคยสนใจหลินเลยนะคะ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ คุณไม่มีใครหลินก็ไม่มีใครทำไมเราไม่ลองคุยกันอีกสักครั้ง”“ผมว่าผมชัดเจนแล้วนะว่าจะเป็นแค่พ่อของข้าวหอมที่ผมทำทุกอย่างก็เพื่อลูก ผมไม่เคยคิดอะไรกับคุณเลย”“คุณจะกลับไปหาผู้หญิงที่ชื่อเนยเหรอคะ คุณคิดว่าเธอจะรอคุณเหรอ”“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเนยเพราะถึงไม่มีเนยผมก็คิดจะกลับไปคบกับคุณ อะไรที่มันผ่านไปแล้วปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ ผมอยากทำหน้าที่พ่อที่ดีของข้าวหอมเรื่องอื่นผมไม่อยากคิด”“หลินทำผิดอะไรคุณถึงไม่คิดจะกลับมาเป
“พี่กานต์มีเบอร์อาจารย์หมอศาสตราไหมขอผมหน่อยสิ”“มีสิ นายจะเอาไปทำอะไรหรือจะจ้างอาจารย์มาตรวจพี่ว่าอย่าเสียเวลาเลยพี่เคยชวนท่านหลายครั้งแล้ว”“เปล่าครับ”“แล้วจะเอาเบอร์ไปทำไมหรือมีใครป่วย”“ผมอยากปรึกษาท่าน”“กันต์มีอะไรหรือเปล่า หรือลูกไม่สบาย” เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กมีสีหน้าเครียดคนเป็นมารดาก็ร้อนใจ“เปล่าครับแม่ คนที่ใม่สบายคือข้าวหอม”“อะไรนะ หลานแม่ป่วยเป็นอะไร”“เนยบอกผมว่าข้ามหอมเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวครับแม่”“ป่วยถึงขั้นไหนแล้วตรวจเจอนานหรือยังรักษาไปถึงขั้นไหนแล้ว ต้องให้คีโมหรือเปล่า”“ผมยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมากครับวันนี้ว่าจะพาข้าวหอมไปหาอาจารย์หมอ”“น่าสงสารจังตัวแค่นั้นก็ป่วยแล้ว กันต์ต้องดูแลลูกดีๆ”“ครับแม่”“คนที่บอกนายว่าข้าวหอมป่วยคือเนยเหรอ”“ครับพี่ เนยบอกผมเมื่อคืน”“แปลกดีนะทำไมคนที่บอกไม่ใช่แม่ของข้าวหอมล่ะ แล้วเนยไปรู้มาได้ยังไง”“ผมมัวแต่ตกใจเลยลืมถามเรื่องนี้ไปเลย แต่ก็ช่างมันเถอะจะรู้จากใครความจริงก็คือความจริง”“ถ้าต้องไปดูแลข้าวหอมบ่อยๆ กันต์ก็คุยกับหนูเนยให้เข้าใจนะลูก แบ่งเวลาให้ดี” เพราะคนหนึ่งก็หลานสาวอีกคนก็ว่าที่ลูกสะใภ้“คงไม่ต้องแล้วล่ะครับแม่”“ก
เพราะมีข้าวหอมมาอยู่ด้วยที่บ้านพีรกันต์เลยไม่คิดมากเรื่องรัญรวีเท่าไหร่จนกระทั่งผ่านไปสามวันหญิงสาวก็ยังไม่ติดต่อกลับมาพีรกันต์ไม่อยากรออีกต่อไปแล้ววันนี้เขาจึงมาดักรอหญิงสาวตรงทางเดินระหว่างโรงพยาบาลกับคอนโดมิเนียม“เนย”“พี่กันต์” รัญรวีตกใจเพราะจู่ๆ เขาก็โผล่ออกมาจากมุมถนน“พี่ขอคุยด้วยหน่อย”“เอาไว้คุยวันหลังดีไหมคะ ตอนนี้มันดึกแล้ว”“พี่ไม่อยากรอแล้วนะ สามวันมานี้เนยไม่ติดต่อพี่มาเลย”“เนยงานยุ่งค่ะ”“ไปนั่งคุยกันในรถก่อน”“แต่เนยจะกลับไปพักแล้ว”“จะไปดีๆ หรือจะให้พี่อุ้มไปละเนย"เพราะคำขู่ของเขารัญรวีเลยยอมเดินตามมาที่รถ เธอขึ้นไปนั่งยังตำแหน่งเดิมที่เคยนั่งแต่ความรู้สึกแปลกออกไปเพราะตอนนี้คนข้างกายของเธอไม่ใช่คนที่เธอจะใช้ชีวิตด้วยอีกต่อไปแล้ว“พี่กันต์จะคุยอะไรคะ”“เนยเป็นอะไร โกรธอะไรพี่หรือเปล่า พี่ทำอะไรผิดเหรอเนยถึงไม่ติดต่อพี่เลยแล้วยังเก็บของพี่ออกจากคอนโด”“พี่กันต์ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยค่ะ เนยเองที่ผิด ผิดที่ไปรักคนมีเจ้าของอย่างพี่”“กำลังพูดเรื่องอะไรพี่ไม่เห็นรู้เรื่องเลย”“ก็พี่กับครอบครัวของพี่”“ครอบครัวของพี่ก็คือเนย เราจะแต่งงานและร่วมสร้างมันด้วยกัน”“พี่กันต์ค่ะ
รัญรวีตื่นขึ้นมาในตอนสายเธอในขณะที่พีรกันต์ออกไปทำงานแล้ว หญิงสาวมองสภาพห้องนอนแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความสุขที่เขามอบให้เมื่อคืนมันยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำ คำบอกรักที่เขากระซิบข้างหูเธอจำมันได้อย่างดีและจะจดจำมันไปตลอดว่าตนเองเคยมีความสุขมากแค่ไหนหญิงสาวเข้าห้องน้ำมองตัวเองในกระจกร่างกายเต็มไปด้วยรอยรักที่เขาฝากไว้ มันตอกย้ำว่าเธอและเขาผ่านเรื่องบนเตียงมาแล้วอย่างเร่าร้อนแต่มันก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกเพราะรัญรวีไม่คิดจะนอนกับใครอีกแล้ว การอยู่ตัวคนเดียวมันอาจเหงาแต่ที่ผ่านมาเธอก็เคยอยู่คนเดียวมาตลอดหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วหญิงสาวก็เก็บของใช้ของพีรกันต์ลงกระเป๋าก่อนะจะเอาไปฝากไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์ด้านล่างและสั่งไว้แล้วว่าห้ามเขาขึ้นมาบนห้องเธออีก รหัสที่ประตูหน้าห้องถูกเปลี่ยน รัญรวีตัดการติดต่อทุกช่องทางเพราะกลัวว่าถ้าได้ยินเสียงของเขาเธอจะตัดเขาออกไปจากชีวิตไม่ได้หญิงสาวใช้เวลาว่างตลอดวันจัดห้องใหม่เพราะถ้าอยู่ในบรรยากาศเดิมๆ ก็จะคิดถึงเขา กว่าทุกอย่างจะเข้าที่ก็เป็นเวลาเย็น เธอทำอาหารจากของสดที่เหลืออยู่ในตู้จากนั้นก็นั่งทานคนเดียวเงียบๆโทรศัพท์ที่อยู่ตรงหน้าดังขึ้นรีญ
พีรกันต์กอดกระชับร่างที่หอบเหนื่อยรอจนเธอหายใจเป็นปกติจากนั้นก็รีบอาบน้ำและเช็ดตัวให้เธอก่อนจะอุ้มมาวางบนเตียง“เนยจ๋า พี่ไม่ไหวขออีกคืนนี้ขอแรงหน่อยไหม” เพราะท่าทางยั่วยวนและลีลารักเมื่อครู่มันปลุกความดิบเถื่อนในกายเขาจนต้องเอ่ยขอ“เนยตามใจพี่กันต์ทุกอย่าง” เพราะนี่จะเป็นคืนสุดท้ายเธอก็อยากให้เขาทำทุกอย่างไปตามใจปรารถนา รัญรวีอยากเก็บทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขาขึ้นไว้เป็นความทรงจำเมื่อเธอพูดออกมาแบบนั้นพีรกันต์ก็เริ่มบทรักอีกครั้ง ปากร้อนจูบไปทั่วใบหน้าซอกคอดูดแรงจนขึ้นรอย รัญรวีทั้งเจ็บทั้งเสียวจนได้แต่ครางหวาน“อื้อ...พี่กันต์ขาจูบเนยหน่อยได้ไหม”ลิ้นร้อนสอดเข้าโพรงปากนุ่มตวัดรัดลิ้นเล็กอย่างเร่าร้อน เธอเองก็จูบกลับไปอย่างถึงพริกถึงขิงทำให้เขาครางอย่างพอใจหญิงสาวหูอื้อตาลายไปกับปากร้อนที่จูบเบียดแนบชิด เธอปล่อยกายปล่อยใจไปตามแรงปรารถนาพีรกันต์จูบจนพอใจก็ยอมให้ปากเล็กเป็นอิสระ เขาลากไล้ความเปียกชื้นมาตามผิวนุ่มขบเม้มแทะเล็ม ฝากรอยประทับไว้ทั่วเนินอกอิ่ม ตาคมมองยอดถันที่ชูชัน ลิ้นร้อนลากวนอย่างปลุกเร้าก่อนจะครอบครองเข้าอุ้งปากร้อน ดูดแรงอย่างคนกระหาย ยิ่งเธอแอ่นโค้งเข้าหาเ
พีรกันต์กลับขึ้นมาบนห้องแต่เขาไม่เห็นรัญรวีชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปตามเพราะดูจากเวลาเธอน่าจะอาบน้ำเสร็จแล้ว เมื่อเดินเข้ามาถึงห้องนอนก็ได้เสียงน้ำกระทบพื้นกระเบื้องดังออกมาจากห้องน้ำชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะรีบถอดชุดของตัวเองออกอย่างรวดเร็วแล้วเดินเข้าไปหาเธอในห้องน้ำ เสียงเปิดประตูทำให้รัญรวีหันมามอง“พี่กันต์ รอก่อนได้ไหมเนยอาบใกล้เสร็จแล้ว” เธอพูดแล้วยกมือปิดร่างกายเป็นพัลวัน“ไม่ต้องอายพี่หรอก พี่เห็นเนยไปทั้งตัวแล้ว”เขาแล้วเดินเข้ามาใกล้จนเธอรู้สึกถึงความอุ่นจากร่างกาย“ให้พี่ช่วยอาบนะ จะได้เสร็จเร็วๆ”เสียงนั้นแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์จนขนฟังขนลุกเพราะเขาไม่น่าจะช่วยอาบน้ำอย่างที่พูดจริงๆพีรกันต์กดครีมอาบน้ำแล้วลงมือลูบไล้ไปตามผิวของเธออย่างแผ่วเบาปลายนิ้วเลื่อนผ่านช้าๆ จนเธอรู้สึกร้อนไปกับสัมผัสที่มือใหญ่เลือนผ่าน“เนยจ๋า”“ขาพี่กันต์”“หิวเนยอยากกินตรงนี้”“อยากกินก็กินสิคะ”รัญรวีตอบเขาไปตามความรู้สึกเธอตัดสินใจแล้วว่าจะคืนเขาให้กับคุณลินรดาและน้องข้าวหอมแต่ก่อนที่จะคืนเธอก็ขอตักตวงความสุขให้กับตัวเองอย่างเต็มที่เสียก่อนชายหนุ่มขยับเข้าใกล้จนกายแกร่งเบียดกับผิวเนียนนุ่มปาก
รัญรวีเดินมายังลานจอดรถเหมือนทุกครั้งเธอมองหารถคันที่คันที่คุ้นเคยแต่มองจนทั่วก็ไม่เห็นเลยสักคัน หญิงสาวเดินลัดเลาะไปยังถนนด้านหลังโรงพยาบาล แม้จะดึกแล้วแต่ไฟก็ยังส่องสว่างเธอใช้เวลาไม่นานก็ถึงคอนโดมิเนียมของตนหญิงสาวเปิดประตูห้องอย่างเบาที่สุดในใจแอบคิดว่าจะเจอพีรกันต์นอนหลับอยู่แต่ทุกอย่างก็เงียบเหมือนก่อนหน้าที่เธอจะออกไปทำงาน เขายังไม่กลับมาและไม่รู้ว่าจะกลับมาอีกหรือเปล่าสองคืนแล้วที่พีรกันต์หายไปโดยไม่มีการติดต่อกลับ ไม่มีทั้งสายโทรเข้าหรือไลน์หา เธออยากโทรไปถามว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่าแต่ก็กลัวว่าจะเป็นการรบกวนเวลาของเขาและครอบครัวเพราะมีเขาอยู่ตลอดจนเกิดความเคยชิน พอเขาไม่อยู่ก็รู้สึกเหงาทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็อยู่คนเดียวมาได้ตลอด เธอนอนคิดและกำลังทำใจให้กลับมาชินกับการอยู่คนเดียวอีกครั้งในเมื่อเคยอยู่ได้มันก็ไม่ยากถ้าจะอยู่คนเดียวอีกครั้งเมื่อคิดแล้วยิ่งเครียดรัญรวีเลยเปิดเพลงฟังเพื่อให้บทเพลงกล่อมให้ตนเองหลับ แต่การนอนคนเดียวมันก็เหงามากเธอได้แต่กอดผ้าห่มดมกลิ่นกายของเขาที่ยังพอมีเหลืออยู่เช้าวันใหม่ไม่ค่อยสดใสอย่างที่ควรแต่รัญรวีก็ยังไปทำงานตามปกติ วันนี้หญิงสาวทำงานแค่เวรเ
ความสุขเวลาที่ได้อยู่กับคนรักมันเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดมันสุขจนรัญรวีนึกไม่ออกว่าถ้าไม่มีเขาอยู่ข้างๆ ชีวิตของเธอจะเป็นยังไง“หนูเนยทั้งสวยทั้งฉลาดแบบนี้นี่เองลูกชายแม่ถึงได้ยอมหยุดความเจ้าชู้” มารดาของพีรกันต์เอ่ยชมเมื่อเขาพาเธอมาแนะนำให้กับครอบครัวรู้จัก“แบบนี้พ่อว่าเราจัดงานแต่งพร้อมกันเลยดีไหม พ่อแม่ของหนูอยู่ที่ไหนล่ะ พ่อจะได้รีบไปจัดการทุกอย่างให้มันถูกต้อง” คุณเอกวิทย์บอกว่าที่สะใภ้เล็กที่เขาเห็นครั้งแรกก็รู้สึกถูกชะตา“เนยไม่มีญาติที่ไหนหรอกค่ะ”“ตายจริงพ่อกับแม่ขอโทษนะลูกที่ถามไปอย่างนั้น”“ไม่เป็นไรค่ะ”“ถึงไม่มีใครเหลือแล้วก็ต้องทำให้มันถูกต้อง”“เนยว่ารออีกหน่อยก็ได้ค่ะ เนยยังไม่พร้อมเท่าไหร่”“นี่ลูกชายแม่ทำอะไรให้เนยไม่มั่นใจหรือเปล่า”“เปล่าค่ะ พี่กันต์ดีกับเนยมาก”“เหลือเวลาอีกหลายเดือนแม่ว่าระหว่างนี้กันต์ต้องหาทางพูดให้หนูเนยยอมแต่งงาน แม่อยากจะอุ้มหลานเต็มแก่แล้ว”“ผมจะพยายามเต็มที่ครับแม่” พีรกันต์รับปากมารดาการได้มาเจอกับครอบครัวของพีรกันต์ทำให้รัญรวีมีความสุขมาก เธอดีใจที่ครอบครัวของเขาไม่รังเกียจถึงแม้ว่าเธอจะเป็นแค่คนธรรมาคนหนึ่งเท่านั้น“แวะมาหาแม่บ่อยๆ นะ หร