ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาไม่เคยรักเธอเลย ไม่เคยมองเป็นอย่างอื่นนอกจากลูกสาวเพื่อนพ่อที่อยู่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวฝั่งตรงข้าม เห็นกันมานานปี ตอนนั้นบ้านเจษภัทรเปิดเป็นอู่ซ่อมรถ เขาในฐานะลูกชายคนเดียวจึงต้องคอยเป็นลูกมือช่วยกิจการพ่อมาตลอด
ครั้งหนึ่งที่เธอเคยปั่นรถจักรยานกลับจากโรงเรียนและเหยียบตะปูจนยางแบนกลางทาง ก็ได้เขาที่ผ่านมาเห็นเลยช่วยจูงรถมาช่วยเปลี่ยนยางให้ที่ร้านโดยไม่คิดเงิน ตั้งแต่นั้นเตชิตาซึ่งกำลังอยู่ในวัยแรกสาวก็เกิดรู้สึกดีๆ กับพี่ชายข้างบ้านจนความรักเริ่มก่อตัวในหัวใจ
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาเธอก็คอยหาเหตุทำยางรถจักรยานตัวเองแบนเป็นประจำ เพื่อจะได้เอามันไปให้เขาช่วยซ่อมที่ร้าน แล้วแอบเฝ้ามองเขาตามประสาคนแอบรัก หรือแม้กระทั่งวันไหนที่เขามาสั่งก๋วยเตี๋ยวที่ร้านพ่อเธอให้ไปส่งที่อู่ ต่อให้มีงานล้นมือแค่ไหนเตชิตาก็จะคอยอาสาเป็นคนไปส่งให้เขาที่บ้านเอง
จนกระทั่งพลอยสนิทกับครอบครัวของอีกฝ่ายและสามารถเข้านอกออกในบ้านเขาได้โดยไม่มีใครสงสัย เพราะคิดว่าทั้งสองคบหาเป็นเพื่อนพี่น้องกันเหมือนที่พ่อของทั้งสองเองก็เป็นเกลอกันมานาน
หรือแม้แต่ตอนที่เจษภัทรเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอก็เป็นคนที่รู้ความลับที่เขาปิดบังที่บ้านเรื่องเลือกคณะ ทั้งๆ ที่พ่อของเขาอยากให้เรียนวิศวกรรม หมายจะให้มาสานต่อกิจการอู่ซ่อมรถ แต่ลูกชายดันเลือกเรียนบริหารการโรงแรม จนพ่อของเขามารู้ทีหลังเมื่อลูกชายสอบติดแล้วเลยโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงบ้านเกือบแตกมาแล้ว
ทั้งๆ ที่เธอมองเขาเป็นมากกว่าพี่ชายมานาน และอุตส่าห์ขยันเรียนเพื่อให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับเขาในคณะเดียวกันได้ในที่สุด แต่ทว่าเจษภัทรไม่เคยมองเธอเป็นอื่นใดนอกจากน้องสาวคนสนิท จนกระทั่งเหตุการณ์ในวันนั้น
‘วินนี่! อย่าทิ้งพี่ไป อย่าไปนะ...’ เสียงคนเมาทั้งเหล้าเมาทั้งรักเอะอะโวยวาย อย่างสิ้นสภาพหนุ่มหล่อประจำคณะบริหารฯ หลังถูกดาวคณะสาวสวยหักอกยับเยิน
เตชิตาในวันนั้นต้องยื่นมือเข้าไปช่วยพาเขากลับไปที่หอพักเพราะทนเห็นสภาพไม่ได้ โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่ทำเพราะหวังดีในวันนั้นจะนำพาอะไรเข้ามาในชีวิต
‘วินนี่! อย่าไปเลยนะ...’
ชื่อนั้นทำให้คนฟังแอบทอดถอนหายใจ
วินนี่หรือวินรดาเป็นพี่รหัสของเตชิตานั่นเอง เธอเป็นหญิงสาวที่สวยมีเสน่ห์ ทั้งรูปร่างหน้าตา ฐานะทางครอบครัว หรือความเก่งอะไรก็มีพร้อมไปเสียหมดจนน่าอิจฉา จึงไม่แปลกที่สาวเนื้อหอมอย่างเธอจะมีหนุ่มๆ มารุมขายขนมจีบให้ตลอด รวมถึงเจษภัทรด้วย
‘พี่รักเธอนะวินนี่’
คิดเพลินๆ ก็มีอันต้องตกใจเมื่อ จู่ๆ คนเมาก็หันมาคว้าตัวเธอเข้าไปกอดแนบอก และซบหน้าที่ต้นคอชวนให้ใจหวั่นไหว หากเป็นผู้ชายคนอื่นเธอคงจะผลักไสไม่ก็ยันเปรี้ยง แล้วตบเรียกสติอีกสักฉาดสองฉาดไปแล้ว แต่กับชายหนุ่มตรงหน้านั้น เธอไม่อาจทำเช่นนั้นกับเขาได้ เพราะหัวใจเจ้ากรรมที่ดันรักเขาเต็มเปา
‘พี่เจ ทำอะไรเนี่ย ปล่อยก่อน อื้อ...’ เตชิตาพยายามจะดันตัวออกจากอ้อมแขนของเขา แต่มันไม่ง่ายเลย
‘ไม่ปล่อย พี่ไม่มีวันปล่อยเธอไปวินนี่ เรารักกันไม่ใช่เหรอ’
ใช่! เตชิตารักเขา แต่เธอไม่ใช่วินรดาผู้หญิงที่เขารักไง แค่คิดกระบอกตาก็พลันแสบร้อนจนเจียนน้ำตาจะหยด เธอพยายามแทบตายที่จะได้อยู่ใกล้ๆ เขา พยายามพาตัวเองมาอยู่ในสายตาเขา แต่เขากลับไม่เคยเห็นเพราะมัวแต่มองคนอื่นอยู่
เธอมันน่าสมเพชสิ้นดี แต่ทำไงได้ก็ใจมันรักเขาไปแล้วนี่นา ใช่ว่าไม่เคยคิดตัดใจ แต่หัวใจรักมันตัดกันง่ายดาย เธอคงไม่ต้องมานั่งชอกช้ำมองคนที่ตัวเองรักสวีตกับผู้หญิงคนอื่น กระทั่งตอนนี้ที่เธอได้อยู่ในอ้อมกอดอุ่น ปากเขาก็ยังพร่ำเรียกหาแต่ผู้หญิงคนนั้น...วินรดา
‘พี่เจ! นี่แตมค่ะ ไม่ใช่พี่วินนี่ อุ้บ!’
เสียงหวานถูกกลืนหายเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนแนบลงมาปิดปากเธอไว้ กลิ่นแอลกอล์ฮอล์ฉุนกึกชวนให้คนไม่ดื่มเหล้าเบียร์พลอยมึนเมาบวกกับรสจูบที่เขามอบให้อย่างดูดดื่ม มันยิ่งทำให้เธอเหมือนคนใกล้จมน้ำขาดอากาศ ในท้องปั่นป่วนเหมือนมีคลื่นซัดวน
จูบแรกกับชายที่แอบรัก!
‘วินนี่...’ ปากเขาพร่ำเรียกหาผู้หญิงที่คิดถึง หากมือก็ไม่ยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ ริมฝีปากเขาก็คอยและเล็มป่วนหัวใจเธอจนสติอันน้อยนิดใกล้ขาดสะบั้นด้วยความเสน่หาที่ก่อตัวขึ้นจากการโลมเล้า
เพียงไม่นาน เตชิตาก็เหลือเพียงร่างกายอันเปลือยเปล่า หญิงสาวรีบตะปบปิดความสวยงามของกายสาวให้พ้นจากสายตาหวานฉ่ำที่มองสำรวจนวลเนื้อบริสุทธิ์ผุดผ่องจนไม่เหลืออณูใดที่เป็นความลับอีกต่อไป
ใบหน้าเธอแดงซ่าน ผิวกายขาวนวลสวยที่ไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อนถูกเขาจูบซับอย่างเร่าร้อน
‘พี่เจ...’
เสียงหวานครางแผ่วระโหยหวังจะเรียกสติ แต่คนที่เมาทั้งเหล้าเมาทั้งรักหรือจะฟัง มือของเขาเคล้นคลึงดอกบัวตูมที่ชูช่ออย่างเมามัน ก่อนที่ริมฝีปากชุ่มชื้นจะครอบครองปลายยอดทรวงและดูดดื่มความหวานจนเธอผวาไปทั้งร่าง สมองขาวโพลนจนเผลอตัวแอ่นกายป้อนให้เขาชิมหูแว่วได้ยินเสียงห้าวครางกระเส่าอย่างพอใจ หัวใจไม่รักดีก็เต้นรัวแรงไม่ยั้ง‘วินนี่ สวยมาก สวยทั้งตัวเลย’ เตชิตากัดริมฝีปากแน่น อารมณ์รัญจวนเกือบหายเมื่อได้ยินชื่อหญิงอื่นจากปากเขา‘พี่เจ! นี่แตมค่ะ ไม่ใช่พี่วินนี่ แตมเอง อ๊ะ! อื้ม...”หญิงสาวเอ่ยไม่ทันจบก็ต้องผวาสะดุ้ง เมื่อมือใหญ่เคลื่อนต่ำลงไปที่จุดศูนย์กลางร่างสาว ก่อนที่จะกรีดกลีบกายอันบอบบางจากกันเพื่อสำรวจความพร้อม และเขาก็คลี่ยิ้ม ดวงตาฉ่ำเยิ้มมีเสน่ห์ทอประกายวาวอย่างพอใจ เมื่อพบว่าอีกฝ่ายพรักพร้อมสำหรับเขาแล้ว‘พี่เจ...อย่า!” เตชิตากรีดร้องเบาๆ เมื่อถูกปลายนิ้วเรียวยาวสะกิดเบาๆ ที่เกสรสาวสะพรั่ง จนเธอสั่นสะท้านไปทั้งกาย เพราะเขาคลึงขยี้มันจนน้ำหวานในกายซึมออกมาล้นปรี่ เจษภัทรยิ้มร่าเมื่อเห็นภาพอันแสนรัญจวนตรงหน้า เขาไม่รอช้าหรือหยุดคิดที่จะลิ้มลองมันด้วยริมฝีปาก‘อร้ายยยย...’ เสียงหวาน
เสียงครวญครางหวานหูเคล้าเสียงหอบกระเส่าของสองหนุ่มสาวบ่งบอกถึงความหวานซ่านรัญจวนที่มอบให้แก่กันอย่างเร่าร้อนถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ ตราบจนกระทั่งหญิงสาวใกล้จะคว้าดวงดาวมาไว้ในมือ‘พี่เจ...แตมไม่ไหวแล้ว อ๊ะ...’ เตชิตากัดฟันบอก เธอรู้สึกดีระคนทรมานไปพร้อมกัน‘ไปพร้อมกันนะที่รัก’คำว่าที่รักของเขาช่างหวานหูเหลือเกิน หญิงสาวยิ้มรับ ก่อนที่จะยกสะโพกขึ้นรับการบดขยี้อย่างดุดันปนเร่าร้อนของเขาอย่างเต็มใจจนร่างกายเธอกระตุกถี่ๆ เมื่อทุกอย่างระเบิดพร่างพราวจนเกิดแรงสั่นสะเทือนไปถึงดวงดาวเตชิตากอดร่างของเขาไว้ รู้สึกอุ่นวาบในท้องน้อยเมื่ออีกฝ่ายปลดปล่อยธารลาวาสวาทสาดเข้าใส่จนหยาดหยดสุดท้าย และซบใบหน้าลงที่ทรวงอกเธอ‘พี่รักเธอนะวินนี่ รักมากที่สุด...’อารมณ์วาบหวามรัญจวนของหญิงสาวแทบมอดมลายเมื่อได้ยินคำนั้นจากปากเขา น้ำตาอุ่นร้อนไหลรินอาบแก้ม อยากจะผลักร่างหนาหนักออกไปให้พ้น แต่ก็ไร้เรี่ยวแรง จำต้องยอมให้เขาฝากตัวตนไว้ภายในตัวเธออยู่อย่างนั้นเธอรักเขา...แต่เขากลับบอกรักคนอื่นทั้งๆ ที่มีนอนกอดเธอแน่น เจ็บปวดใจเหลือเกิน...คืนนั้นแม้จะถูกปรนเปรอจนบรรลุความสุขซ่านแห่งปรารถนา แต่เตชิตากลับต้องหลับไปทั
คำขอโทษจากเขาคือคำตอบสุดท้ายที่ทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอจนแตกสลายลงในวินาทีนั้น ความสาวก็เสียไปแล้ว ส่วนคนที่รักสุดหัวใจก็ไม่อาจรักเธอได้เพราะหัวใจเขามีใครอีกคนเธอควรทำยังไง ดันทุรังต่อไป หรือควรถอยดี...‘งั้นก็ช่างมันเถอะค่ะ พี่ลืมทุกอย่างให้หมด เราจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วกัน แบบนี้ดีไหม’ทุกคำที่ออกจากปากเธอมันช่างยากเย็นราวกับถูกใบมีดคมกรีดหัวใจขาดเป็นริ้วๆ เสี้ยวความหวังน้อยนิดที่อยากได้ยินเขาแย้งขึ้นว่าเขาไม่อาจยอมรับข้อเสนอของเธอได้ในฐานะสุภาพบุรุษที่กล้าทำกล้ารับผิดชอบแต่ทว่า...ชายหนุ่มกลับนิ่งเงียบ มีเพียงสายตาที่ฉายความรู้สึกสับสนในใจระหว่างความรู้สึกผิดชอบชั่วดี กับหัวใจที่มอบความรักให้ผู้หญิงคนอื่นไปแล้วทั้งดวง‘เธอไม่ได้แค่ประชดพี่หรอกใช่ไหม’‘เปล่าค่ะ แตมพูดจริง’เตชิตาในวันนั้นช่างอ่อนหัดและโลกสวยเกินไป เธอคิดเพียงว่าเวลาอาจจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น บางทีเขาและเธออาจกลับมารู้สึกดังเดิมได้ หรือไม่ชายหนุ่มอาจจะมีใจเอนเอียงมาให้เธอสักนิดเมื่อคิดถึงสิ่งที่เธอมอบให้เขาทั้งตัวและใจ เหมือนในนิยายแสนโรแมนติกหลายเรื่องที่เคยอ่านว่าหากนางเอกมอบความสาวบริสุทธิ์ของตนให้พระเอกไป
“มายืนทำอะไรตรงนี้คะ”“เปล่านี่ ผมแค่เดินผ่านมา แล้วนี่คุณไม่ต้องเข้าประชุมหรือไงกัน ทำไมไม่ไปเตรียมตัว มัวแต่แอบมาคุยกับแฟนอยู่...”คนถูกตำหนิกลายๆ ตวัดสายตามอง เธอคิดไปเองหรือเปล่าที่น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวไปกว่าปกติ“ฉันกำลังจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”“ก็ดี...เพราะผมไม่ชอบคนที่ไม่รักษาเวลาหรือมาสาย” พูดจบก็เดินจากไปเตชิตามองตามแผ่นหลังกว้าง ในใจนึกฉุนกับคำตำหนิกลายๆ ของเขาฮึ! ใครกันแน่ที่ไม่รักษาเวลา ต่อให้เธอจะรักษาเวลาหรือไม่ เธอก็ไม่ใช่คนที่เขาชอบอยู่แล้วนี่นาเอาเถอะ...ไม่ชอบก็ไม่ต้องชอบสิ ใครแคร์ ต่อไปนี้สิ่งที่เธอต้องทำคือตัดใจจากเขาให้เด็ดขาดเสียที ต่างคนต่างอยู่ ท่องไว้สิยัยแตม เขาเป็นเจ้านาย เธอมันก็แค่พนักงานตัวเล็กๆ ในแผนกคนหนึ่งก็เท่านั้น พอกันทีกับการรอคอยที่แสนไร้ค่า!การประชุมของแผนกขายปกติจะจัดทุกวันอยู่แล้วเพื่อคอยอัพเดตการทำงานตามที่ได้รับมอบหมายในแต่ละวันให้กับคนในแผนกและหัวหน้างานทราบ หากมีปัญหาก็จะได้หารือแก้ไขกันในที่ประชุมปกติเตชิตานั้นไม่ต้องเข้าประชุมที่ว่าก็ได้ แต่ทว่าการประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทุกคนในแผนกจะได้ทำความรู้จักกับผู้อำนวยการฝ่ายขายคนใหม่อย่าง
เตชิตามองสบตาคนพูดก่อนหลบตาเขาเมื่อเห็นแววตาที่มองมาอย่างมีนัยยะแฝงเพื่อนร่วมงานงั้นเหรอ...ไม่เข้าใจว่าเขาจะตอกย้ำเธอไปถึงไหน เธอรู้แล้วน่าว่าไม่อาจเป็นได้มากกว่านั้น ระหว่างที่กำลังอึดอัดใจนั้นเองก็มีเสียงใครบางคนแทรกขึ้นมา“ไปด้วยกันเถอะนะครับน้องแตม ไปหลายๆ คนสนุกดี เดี๋ยวขากลับพี่ไปส่งที่บ้านเองก็ได้” เตชิตาหันไปมองชายหนุ่มที่เสนอไมตรีมาให้“พอดีคราวก่อนผมก็เคยไปส่งน้องเขาที่บ้านแล้วน่ะครับ ยังไงบ้านเราก็อยู่ทางเดียวอยู่แล้ว สบายมากครับ”คำว่า ‘บ้านเรา’ ของเซลล์เอ็กเซกคลูทีฟหนุ่มคนนั้นทำให้หางตาใครบางคนกระตุกนิดๆ โดยไม่มีใครทันสังเกต ใบหน้าเคร่งขรึมขมวดขึ้ง รู้สึกหงุดหงิดหัวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ขอบคุณมากนะคะพี่ธัช”เตชิตาตอบกลับน้ำใจของธัชพงศ์เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ด้วยรอยยิ้ม โดยไม่ยอมหันไปมองเจ้านายคนใหม่ให้เสียอารมณ์อีกแล้วสุดท้ายหญิงสาวก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงต้องมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับผู้อำนวยการฝ่ายขายคนใหม่จนได้ งานนี้จัดให้ร้านอาหารกึ่งบาร์ แต่วันนี้เพื่อต้องการความเป็นส่วนตัวทางแผนกจึงจองห้องแยกต่างหาก มีทั้งบาร์ส่วนตัว และหากมีใครอยากร้องเพลงก็สามารถทำได้เตชิตาเลือกที่นั่งห่
“ไม่หนวกหูหรอกค่ะ เสียงหล่อๆ อย่างดอสน่ะน่าฟังจะตายไป จริงไหมพวกเรา”“งั้นก็ได้ครับ” ชายหนุ่มตอบรับตามสปิริทของผู้นำ หากแต่ตอนเลือกเพลง หางตาเขาก็บังเอิญหันไปสบตากับหญิงสาวที่อยู่หลังห้อง ก่อนที่เธอจะรีบหลบตาและหันไปคุยกับชายหนุ่มข้างกาย ราวกับเขาไม่อยู่ในสายตาก็ดี! แต่ทำไมนะ มันถึงรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ ใจหนึ่งก็บอกไม่ให้สนใจเธอ ในเมื่อไม่ต้องการกวนตะกอนให้ขุ่น ก็ควรปล่อยเรื่องต่างๆ ให้จบไปแต่อีกใจมันก็อดห่วงไม่ได้ ผู้ชายด้วยกันทำไมจะดูไม่ออกว่านายธัชพงศ์อะไรนั่นมันสนใจเธอคนนั้นจนออกนอกหน้า ยิ่งงานคืนนี้รายนั้นก็ยิ่งเผยท่าทีออกมาอย่างชัดเจน เขาไม่รู้ว่าเธอคิดยังไงเตชิตาในวันนี้ไม่เหมือนน้องสาวข้างบ้านที่เขาเคยรู้จัก เขารู้จักเธอจนกระทั่งคืนแห่งความทรงจำนั้นมาทำให้เกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องคนสนิทจนยากจะเหมือนเดิม แต่แววตาของเธอที่มองเขาในยามแรกที่ได้พบกันอีกครั้ง เขาพอดูออกว่าเธอยังคงมีใจให้เขาอยู่ไม่มากก็น้อยมีใจทั้งๆ ที่พูดคุยโทรศัพท์กระหนุงกระหนิงกับผู้ชายคนอื่น แล้วไหนจะเจ้าธัชพงศ์อะไรนี่อีก เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเตชิตาคนนี้ต้องการอะไรกันแน่หรือว่าสัมพันธ์ลึกซึ้งในคื
“อีกเดี๋ยวแม่กำลังจะกลับแล้วครับลูก”“แม่แตมอยู่ไหน ไมเสียงดังจังครับ” หญิงสาวรีบเดินออกห่างจากห้องกินเลี้ยงที่ยังคงมีเสียงเขาตามมาหลอกหลอนหู ไม่อยากให้ลูกชายได้ยินความใจร้ายของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่า...พ่อให้เธอเจ็บแค่คนเดียวก็พอแล้ว“งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ แม่จะรีบกลับไปหาลูกชิ้นแล้ว” ปลายสายส่งเสียงส่งจูบมาให้ก่อนที่เธอจะตัดใจกดวางสายไปตอนนี้เธอไม่อยากเดินกลับเข้าไปในห้องนั้นอีกแล้ว ไม่อยากเห็นหน้าหรือได้ยินเสียงเขาคนนั้นให้หัวใจเจ็บปวดอีกต่อจากนี้ไปเธอทำอย่างที่เขาบอก จะไม่หันกลับไปคิดถึงเขาอีกแล้ว สารที่เขาส่งให้เธอจะรับมันไว้เพื่อเตือนใจตัวเอง อย่าโง่รักใครที่เขาไม่เห็นค่าความรักของเราอีก!เตชิตาตัดสินใจไม่กลับเข้าไป แต่โดยมารยาทเธอจึงส่งข้อความไปบอกกับรุ้งลาวัณย์ว่าเธอขอตัวกลับก่อน เพราะมีธุระด่วนที่บ้าน หลังจากนั้นเธอก็รีบเดินออกไปยืนรอแท็กซี่ที่หน้าร้านหญิงสาวเงยหน้ามองฟ้าที่ตอนนี้มืดครึ้มเหมือนหัวใจเธอไม่มีผิด ดูเหมือนวันนี้ฝนกำลังจะตกเสียด้วยแหม...เข้าสูตรซ้ำเติมคนช้ำรักได้ดีเสียจริง เพียงไม่นานฝนใจร้ายก็โปรยปรายลงมาจริงๆ หญิงสาวจึงรีบถอยเข้าไปหลบใต้ชายคาร้าน ตาก็มองหารถแท็
“ลูก...”“ค่ะ ลูกชายแตมเอง ตอนนี้สี่ขวบกว่าแล้ว”“พี่ไม่เห็นรู้เลยว่าน้องแตมมีสามีมีลูกแล้ว” เตชิตาขมวดคิ้วนิดๆ ไม่แน่ใจว่าเธอคิดไปเองไหมว่าน้ำเสียงคนพูดแปลกๆ ไปคล้ายกับผิดหวัง จากที่จะบอกว่าเธอเป็นซิงเกิ้ลมัม จึงเปลี่ยนใจนิ่งเสีย“เอ่อ...พี่แค่หมายถึง น้องแตมหน้าตายังเด็กอยู่เลย พี่แค่คิดไม่ถึงน่ะครับ”“แตมมีลูกเร็วน่ะค่ะ อ๊ะ! เดี๋ยวพี่ธัชช่วยจอดที่ข้างหน้าร้านสะดวกซื้อนั่นก็ได้ค่ะ พอดีแตมสัญญาว่าจะซื้อขนมฝากเจ้าแสบที่บ้านหน่อย”เตชิตาพยายามข่มสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติ หางตาแอบเห็นชายหนุ่มข้างกายถอนหายใจเบาๆ แต่ก็ยอมเปิดไฟเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าร้านให้โดยดีก็โล่งใจ เธออาจคิดไปเองก็ได้ แต่กันไว้ก็ดีกว่ามาแก้ไขทีหลัง“พี่ธัชกลับก่อนก็ได้นะคะ บ้านแตมอยู่แค่นี้เอง” หญิงสาวรีบดักทาง “แตมอาจจะเลือกนาน เกรงใจพี่เปล่าๆ”“ไม่เป็นไรนี่ครับพี่รอได้”คำว่ารอของเขาฟังแล้วแปลกๆ“อย่ารอเลยค่ะ แตมเกรงใจจริงๆ”ธัชพงศ์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนพยักหน้า ในใจแอบนึกเสียดายหญิงสาวตรงหน้าที่เขาแอบหมายตาตั้งแต่เธอมาทำงานวันแรก แต่เมื่อรู้ว่าเธอมีพันธะแล้ว ถึงจะเจ้าชู้ตามประสาหนุ่มโสด แต่เขาก็ไม่ชอบแย่งเมียชาวบ้าน“งั
“ผมอยากถามว่าอันนี้คืออะไร...”เจษภัทรจ้องมองใบหน้าหวานที่เผือดซีดของเธออย่างเอาเรื่อง“จดหมายลาออกค่ะ”“ของใคร...”เตชิตาสูดลมหายใจเข้าช้าๆ แล้วเงยหน้าสบสายตาคมกริบเอาเรื่องคู่นั้นกลับไป“ของฉันเองค่ะ”“ขอเหตุผล”“ทุกอย่างระบุในจดหมายแล้วค่ะ...”“ผมไม่ต้องการเหตุผลจอมปลอมพวกนั้น เพราะลูกชิ้นงั้นหรือ...”หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ แต่เธอพยายามข่มใจเอาไว้ไม่ให้ลนลานจนเสียเรื่อง แต่มันก็ยากเต็มทีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายเลือดเย็นตรงหน้า สำหรับเขาอาจจะลืมทุกอย่างไปหมดแล้ว แต่เธอไม่เคยลืมเรื่องในคืนนั้นได้...“มะ...ไม่ใช่”เจษภัทรถอนหายใจ ดวงตาดุเข้มมองสบตาหญิงสาวตรงหน้านิ่ง“คุณคิดจะหนีอะไร หนีผมหรือความจริงกันแน่”“เปล่าค่ะ...ฉันไม่ได้หนีอะไรทั้งนั้น”“แน่ใจนะว่าไม่ได้หนี”“ฉันไม่ได้ทำผิดอะไรนี่คะ ทำไมต้องหนีด้วย”“นั่นสิ คุณไม่ได้ทำผิด แล้วทำไมต้องหนีผมด้วย”“นี่คุณ!” หญิงสาวฉุนกึก ตาวาวโรจน์ “สำคัญตัวผิดไปหรือเปล่าคะ”“ผิดหรือถูก ลองพิสูจน์ดูไหมล่ะ”“คะ...คุณจะทำอะไร”เตชิตาถามเสียงสั่น เมื่อสบตาคมกริบราวกับรู้ทันคู่นั้น มันยิ่งทำให้หัวใจไม่รักดีเต้นรัวแรง ใบหน้าหล่อคมคายค่อยๆ โน้มลงมาใก
“เสียดายว่ะ ถ้าตอนนั้นฉันรู้ว่าแกไม่เอา จะได้จีบมาเป็นแฟนไปแล้ว น่ารักดีออก สเปคเลย”เคร้ง! แก้วในมือถูกปัดล้มลงทันใด ทำให้คนพูดเพลินชะงักกึก มองใบหน้าหล่อเหลาที่บอกบุญไม่รับ“อะไรของแกวะ ทำหน้าแบบนี้ อย่าบอกนะว่าแกหึงน้องเขา”“เปล่า”“ไม่เอาน่า อย่าทำตัวเป็นหมาหวงก้างสิวะ แกก็มีวินนี่อยู่แล้วทั้งคนนี่หว่า”“หมดธุระแล้ว ฉันกลับก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ต้องทำงานอีก ถ้าแกจะอยู่ต่อก็ตามใจ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเองตอบแทนที่แกมีน้ำใจช่วย ส่วนเรื่องที่ฝากไป ถ้าได้คำตอบยังไง หรือจะนัดเจาะเลือดฉันเมื่อไหร่ ก็โทรมาได้ทุกเมื่อ งั้นฉันกลับก่อนนะ” ภาคภูมิมองตามแผ่นหลังของคนที่ชวนเขาออกมาดื่มแต่กลับชิ่งหนีกลับก่อนอย่างงุนงง เป็นอะไรของมันอีกวะเนี่ยภาคภูมิก้มมองซองพลาสติกใสในมือ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน หรือแม่ของเด็กที่ว่าจะเป็น...“ฮึ่ย...ไม่ใช่หรอกมั้ง”เตชิตามองดูซองจดหมายสีขาวตรงหน้าอย่างใจลอย หลังจากนอนไม่หลับมาทั้งคืน เพราะคิดไม่ตกว่าจะแก้ปัญหาชีวิตยังไงดี งานก็เสียดายอยู่หรอก แต่ปัญหาที่ตามมานี่สิ จริงๆ มันก็มีอยู่ปัญหาเดียวคือเจ้านายคนใหม่นี่แหละเมื่อวานเธอต่อว่าเขาไปแบบนั้น เขาคงโกรธแน่ๆ“โกรธก็โกรธไ
“ไม่รู้ว่ะ ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน”“เดี๋ยวๆ ไม่แน่ใจอะไรของแกวะ ตกลงไปทำสาวคนไหนท้อง บอกมา วินนี่น่ะเหรอ” คนพูดดักคอทีเล่นทีจริง เพราะเขาเองก็พอรู้เรื่องคนที่เพื่อนรักปักใจมานานเหมือนกัน“เปล่า...ไม่ใช่”“เฮ้ย! ไม่ใช่ยัยวินนี่หวานใจนาย แล้วมันใครกันวะ ฉันรู้จักหรือเปล่า”“เรื่องนั้นฉันยังบอกอะไรมากไม่ได้ เพราะยังไม่มีหลักฐาน เป็นแค่ความสงสัยของฉัน”“วินนี่รู้เรื่องนี้ไหม ก็ไหนคราวก่อนนายบอกว่าจะขอเขาแต่งงานไม่ใช่หรือไง แล้วไหงไปทำสาวคนอื่นท้องแบบนี้วะ ลืมป้องกันงี้” คนเป็นเพื่อนกันย่อมรู้จักนิสัยแต่ไหนแต่ไรมาเจษภัทรไม่ใช่คนเจ้าชู้ เหลวไหล แม้จะมีสาวๆ มาทอดสะพานให้ตั้งแต่สมัยเรียน ด้วยรูปลักษณ์อันหล่อเหลา คุณสมบัติโดดเด่น เรียนเก่ง เป็นนักกีฬา นักดนตรี แถมยังเป็นเดือนมหาวิทยาลัย แต่ทว่าเรื่องความรักนั้น เพื่อนๆ ต่างรู้กันดีว่าอีกฝ่ายมีหวานใจอยู่แล้วคือวินรดา แม้ฝ่ายหญิงจะเคยรักๆ เลิกๆ อยู่หลายหน แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นกลับมารักกันอีกเหมือนเดิม“เรื่องนี้วินนี่ไม่รู้ ฉันเองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน”“หมายความว่ายังไงวะ เล่าให้มันชัดๆ หน่อย”“แกจำตอนที่วินนี่บอกเลิกฉัน ไปคบกับรุ่นพี่คณะวิศวะ
“ลูกชิ้นกลัวว่าถ้าแม่แตมโกรธลุงเจ แล้วลูกชิ้นจะไม่ได้เจอลุงเจอีก” เตชิตาสะดุดลมหายใจตัวเองกับคำพูดซื่อๆ ของลูกรักนี่คือสายสัมพันธ์ระหว่างสายเลือดใช่ไหม เพียงครั้งแรกที่ได้พบกัน เขาก็ทำให้ลูกชายของเธอเทใจให้ได้ง่ายดายถึงเพียงนี้แล้ว หญิงสาวดึงร่างเล็กเข้ามากอดไว้แนบอก พร้อมจูบซับที่ศีรษะเบาๆ น้ำตาซึม“แม่ขอโทษ แม่ขอโทษนะลูก”“แม่แตมร้องไห้ทำไมครับ” เด็กน้อยรีบผละออกอย่างงุนงง ก่อนใช้มือเล็กๆ ช่วยเช็ดน้ำตาให้แม่เบาๆ“โอ๋ๆ แม่แตมคนเก่งไม่ร้องนะครับ ลูกชิ้นเป็นเด็กดีไม่ดื้อไม่ซน แม่แตมอย่าร้องนะ โอ๋ๆ” หญิงสาวหลุดยิ้มเมื่อได้ยินคำปลอบอันไร้เดียงสานั้นใช่ว่าเธออยากจะกีดกันพ่อลูก แต่เขาก็บอกเองว่ากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักมาตลอดคนนั้น และเธอไม่ต้องการเป็นมารขัดขวางความรักของใคร แม้เธอกับลูกไม่มีเขาก็อยู่ได้ อยู่ได้มานานแล้ว จากนี้ไปก็ต้องอยู่ให้ได้เธอยอมเจ็บก็ได้ แต่จะยอมให้ลูกรักเจ็บไม่ได้ แต่เธอควรจัดการเรื่องนี้ยังไงดี...“หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” เสียงตอบรับปลายสายทำให้คิ้วเรียวงามขมวดแน่น มือก็กดโทรออกอีกครั้ง คำตอบก็เป็นเหมือนเดิมจนชักหงุดหงิด“คนบ้า! ห
หากแล้วก่อนที่เขาจะได้โต้ตอบอะไรไป หางตาก็พลันแลเห็นคนตัวเล็กเดินคอตกกลับไปทางชั้นวางหุ่นยนต์ และวางของในมือลงที่เดิมเงียบๆ ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำขณะที่มองหุ่นยนต์ทั้งสองตัวนั่นอย่างอาลัยอาวรณ์“ทำไมเธอต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย ก็แค่ของเล่นราคาไม่กี่บาทเอง พี่อยากให้ลูกชิ้นบ้าง ทำไมเธอต้องมาขัดขวาง”เตชิตามองภาพเดียวกันกับเขา ด้วยหัวใจที่ปวดหนึบ แต่จำเป็นต้องแข็งใจไว้ เพราะไม่อยากติดค้างสิ่งใดกับเขาอีก“แต่ลูกชิ้นไม่ใช่ลูกของคุณสักหน่อย ราคากี่บาทก็ไม่ใช่ประเด็นหรอกค่ะ ฉันแค่อยากให้ลูกรู้คุณค่าของทุกสิ่งที่เขาได้รับมาต่างหาก จะได้รู้จักรักษาทะนุถนอม ไม่ใช่ได้อะไรมาง่ายๆ พอเบื่อแล้ว หรือมีของที่ใหม่กว่า แพงกว่า ก็ทิ้งๆ ขว้างๆ ของเก่าไปเหมือนใครบางคน”“เตชิตา!” เจษภัทรตาลุกวาว แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรก็มีเสียงเล็กๆ แทรกขึ้นมาระหว่างเขาและเธอ พร้อมมือที่กระตุกชายเสื้อของมารดาเบาๆ“แม่ครับ คุณลุงเจครับ ลูกชิ้นไม่เอาหุ่นยนต์แล้วก็ได้ อย่าทะเลาะกันนะครับ ฮึ่กๆ ฮือ...”คนพูดน้ำตาคลอหน่วย จนคนเป็นแม่อดสงสารไม่ได้ เธอรีบอ้าแขนโอบร่างเล็กเข้ามากอดไว้อย่างปลอบขวัญ รู้ดีว่าตัวเองทำเกินไปหน่อย จนเผลอ
“ชอบไหมครับคนเก่ง”“ชอบครับ ลูกชิ้นชอบกินไอติมที่สุดเลย” ปากพูด มือน้อยๆ ก็หยิบก้านลูกเชอร์รี่สีแดงสดที่เคลือบช็อกโกแลตไว้ด้านบนไปวางบนถ้วยไอศกรีมของผู้เป็นแม่ตามความเคยชิน“อ่ะ ลูกชิ้นให้”“ลูกชิ้นไม่ชอบกินลูกเชอร์รี่เหรอครับ” เจษภัทรมองการกระทำนั้นอย่างแปลกใจ“ชอบครับ แต่แม่แตมชอบมากกว่า” เตชิตาส่งยิ้มให้ลูก พลางตักวิปครีมของตนให้ลูกรักเหมือนเช่นทุกครั้งเป็นการตอบแทนน้ำใจ“ขอบคุณครับคนเก่งของแม่” หญิงสาวยื่นริมฝีปากไปหอมแก้มใสๆ ฟอดใหญ่ ก่อนยื่นแก้มให้ลูกชายหอมคืนตามความเคยชิน แต่ทว่าพอแลเห็นสายตาของใครบางคนมองมานิ่งๆ เธอก็ชะงักไปนิดๆ นั่นเขาจ้องเธอแบบนี้ทำไมนักหนายังไม่ทันได้คำตอบ เตชิตาก็เบิกตาค้างเมื่อ จู่ๆ ชายหนุ่มก็ตักลูกเชอร์รี่ในถ้วยของเขามาวางในถ้วยไอศกรีมของเธอ แล้วก็ยังตักวิปครีมใส่ในถ้วยไอศกรีมของลูกชายเธออีกทีหญิงสาวมองลูกเชอร์รี่ในถ้วยของตนตาปริบๆ นี่มันหมายความว่าอย่างไร อย่าบอกนะว่าเขาทำเพื่อเรียกรางวัลพิเศษจากเธอและลูก!“เอ้า...ลุงยกวิปครีมให้ครับ”“เย้ๆ คุณลุงใจดีจัง”เด็กชายตัวน้อยปรบมือร้องดีใจ ก่อนที่จะทำในสิ่งที่ทำให้คนเป็นแม่หัวใจแทบหยุดเต้น เมื่อลูกน้อยยื่นจม
เขาเผลอแตะเบรกรถให้ช้าลงอีกนิด มีคำถามมากมายมารอที่ริมฝีปาก แต่กลับถามไม่ออกสักคำ ในลำคอมันตีบตันและขมปร่าไปหมด ใจนึกอยากเอื้อมไปคว้าร่างเล็กที่อยู่ห่างเพียงเอื้อมเข้ามากอดปลอบประโลมแต่เขาจะกอดอีกฝ่ายในฐานะใดกัน เขาจะใช้สิทธิ์ใดมาอ้างได้ด้านนอกฝนเริ่มลงเม็ดหนักขึ้นเรื่อยๆ และการจราจรเริ่มติดขัด เตชิตาหูอื้อ รู้สึกอึดอัดเหมือนจะหายใจไม่ออก ขอบตาเธอร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้อย่างมิดชิด เบาะรถนุ่มๆ ราวกับมีหนามแหลมงอกจนทำให้นั่งไม่ติด“แล้วถ้า...” ชายหนุ่มพยายามกลืนสิ่งที่จุกในลำคอลงไป “แล้วถ้าลูกชิ้นได้เจอพ่อจริงๆ จะทำยังไงครับ”เตชิตาหันขวับไปมองคนถามตาค้าง หัวใจแทบจะเด้งออกมานอกอก มือที่โอบกอดลูกกระชับแน่น“อืม...ลูกชิ้นอยากกอดพ่อครับ อยากให้พ่ออุ้ม อยากให้พ่อพาไปเที่ยว ไปซื้อขนม ซื้อของเล่นเหมือนพ่อโปเต้ แล้วก็พาไปกินไอติมด้วย” คำพูดไร้เดียงสาของเด็กน้อยทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองคนถึงกับจุกแปลบในหัวใจสติ...สติ...เตชิตาพยายามคุมสติไม่ให้หวั่นไหวใจอ่อนไปกับความเปราะบางทางอารมณ์ตรงหน้า“หิวหรือเปล่าลูก” หญิงสาวรีบหาทางเปลี่ยนเรื่อง“หิวครับ” เด็กชายตอบอย่างไม่ลังเล ปกติหาก
“แม่แตมครับ” เจ้าตัวเล็กกระตุกมือแม่เบาๆ พลางจ้องตาแป๋วไปที่รถตรงหน้าที่สวยกว่าและใหม่กว่ารถของตารกาที่เขาเคยนั่งอยู่ทุกวี่วันอย่างสนใจตามประสาเด็กเตชิตาได้สติ เหลียวซ้ายแลขวาหาทางหนีทีไล่ หวังได้เห็นรถแท็กซี่ ไม่ก็รถเมล์สักคันเพื่อเป็นข้ออ้างให้เลี่ยงรับความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย แต่ทว่าความหวังของเธอก็เลือนลางเต็มที หนำซ้ำฝนก็เริ่มลงเม็ดโปรยลงมาราวกลับสวรรค์ไม่ยอมเป็นใจเสียนี่“แม่ครับ ฝนตกแล้ว”หญิงสาวเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้มราวกับต่อว่าที่จู่ๆ ก็มาซ้ำเติมกันเช่นนี้“ฝนตกแล้ว อยากให้ลูกเปียกจนไม่สบายอีกคนหรือไง” แม้น้ำเสียงจะเย็นชาแต่กลับเจือกระแสอ่อนโยนบางอย่างลึกๆ“ขึ้นมาเถอะน่า ตรงนี้ป้ายรถเมล์จอดนานไม่ได้ เดี๋ยวตำรวจจับ” ชายหนุ่มเร่งเร้า สีหน้าจริงจังจนทำให้เธอจำต้องตัดสินใจเอื้อมมืออันสั่นเทาไปเปิดประตูรถอย่างไม่มีทางเลือกเอาเถอะ ถือว่าเห็นแก่ลูกน้อยแล้วกันพอสองแม่ลูกขึ้นไปนั่งบนรถเรียบร้อย เจษภัทรก็รีบออกรถทันที ชายหนุ่มลอบมองผู้โดยสารทั้งสอง รู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมาเมื่อได้อยู่ใกล้คนที่ทำให้ว้าวุ่นใจจนนอนไม่หลับมาหลายคืนตอนแรกเขาคิดเพียงว่าจะแอบดูทั้งสองอยู่ห่างๆ อยากเห
มันยุติธรรมแล้วหรือที่เธอต้องเป็นฝ่ายไป ที่ผ่านมาเธอก็ทำเพื่อเขามาตลอด ส่วนเขากลับไปเสวยสุขกับคนที่ตัวเองรักอย่างสบายๆ มันใช่หรือเลิกโง่งมงายได้แล้ว เขาจะเป็นยังไงก็ช่าง ที่ผ่านมาไม่มีเขา เธอก็อยู่ได้นี่นา อย่างมากก็แค่ต่างคนต่างอยู่เท่านั้นหญิงสาวนั่งกอดเข่า ครุ่นคิดไปเรื่อยเปื่อย จนเผลอหลับไปด้วยความอ่อนล้าในที่สุดมารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พอเห็นว่าเป็นใครเธอก็รีบกดรับสายทันที“ค่ะพี่ตาล มีอะไรหรือเปล่าคะ”“อืม พี่แค่จะโทรมาถามว่าเธอเป็นไงบ้าง เห็นบอกไม่สบาย กินยาหรือยัง”“ถามเหมือนแม่เปี๊ยบเลย” เตชิตาบ่นพึมพำ นึกสีหน้าพี่สาวออก“ตอบแบบนี้แสดงว่ายังไม่ได้กินยาและพักผ่อนล่ะสิยัยเด็กดื้อ” คนเป็นพี่ดักคออย่างรู้ทัน“แตมนอนไปงีบแล้วค่ะ งานไม่ยุ่งเหรอคะพี่ตาล”“ยุ่งสิ นี่ก็จะโทรมาบอกว่าวันนี้พี่ไปรับเจ้าลูกชิ้นไม่ได้แล้วล่ะ พอดีมีคุณครูเขามาขอแลกเวรสอน แล้วยังมีประชุมช่วงบ่ายอีกน่ะสิ”“ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้แตมหยุดงาน เดี๋ยวไปรับลูกชิ้นเองค่ะ”“เธอไปไหวแน่นะ”“สบายมากค่ะ พี่ไม่ต้องห่วง เย็นนี้อยากทานอะไรไหม เดี๋ยวแตมทำไว้ให้”“อะไรก็ได้ แต่พี่น่าจะกลับเย็นๆ นู่นเล