“พ่อของฉันบอกแบบนี้หรอ!!!” หลิวถิงถิงแทบจะตะโกนใส่หน้าของแม่เลี้ยง
“ใช่ ก็แกเคยเป็นคนหาเงินให้ครอบครัว พอแกเข้ามหาวิทยาลัยแกก็แยกตัวออกมาไม่ดูดำดูดีพวกฉัน แบบนี้แกกลับไปอยู่ที่บ้านดีกว่า จะได้ช่วยหาเงินเข้าบ้านด้วย แกรู้หรือเปล่าตอนนี้ที่บ้านแทบจะไม่มีอะไรจะกินกันอยู่แล้ว” หยินเยว่ไม่สนใจสายตาที่ดูถูกมองมาเลยแม้แต่น้อย เพราะยังไงเธอก็ไม่ได้อายคนเดียว นังเด็กนี่ต้องอับอายไปกับเธอด้วย “ไม่มีมือมีตีน อุ้ย เท้า กันแล้วหรือไงคะคุณป้าถึงได้มาบังคับให้ลูกสาวคนอื่นเค้าออกไปหาเงินมาเลี้ยงตัวเอง” จ้าวซือซือพอได้ยินว่ามีคนมาหาหลิวถิงถิง เธอจึงรีบตามมาและได้ยินนักศึกษาที่เดินผ่านคุยกันเรื่องของเพื่อนสนิทเธอพอดี หยินเยว่หันไปมองคนที่มาใหม่อย่างโมโห “แกมันคนนอกมาเกี่ยวอะไรด้วย แม่ลูกเค้าจะคุยกัน” หยินเยว่ตวาดใส่จ้าวซือซือ “หึๆ แม่งั้นหรอ นางมารร้ายในคราบแม่เลี้ยงล่ะสิไม่ว่า ถิงถิงมันลำบากกับพวกป้ามานานเท่าไหร่แล้ว อีกอย่างเงินเรียนมหาวิทยาลัยนี้ มันก็ไม่ได้เอาเงินป้ามาเรียนด้วย เพราะฉะนั้นมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลยจ้ะ” จ้าวซือซือเบะปาก ก่อนที่จะพูดความจริงออกมา คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างอยากรู้อยากเห็น ต่างก็จับใจความได้ว่าผู้หญิงที่มาหาหลิวถิงถิงนั้นคือแม่เลี้ยง แถมยังมาบังคับให้ถิงถิงลาออกจากมหาวิทยาลัยด้วย “นังเด็กปากเสีย ที่บ้านแกไม่สั่งสอนหรือยังไงว่าเรื่องของคนอื่นอย่ามาเสือกน่ะ” หยินเยว่บอกออกไปอย่างโมโห “โทษทีนะ พอดีป๊ากับม๊าสอนให้พูดดีดีกับคนที่เป็นคนดีเท่านั้น พอดีว่าป้าไม่ใช่ไง อีกอย่างหลิวถิงถิงคือเพื่อนรักของฉัน จะไม่ให้ฉันเสือกเรื่องของเพื่อนตัวเองได้ไง” หลิวถิงถิงมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของจ้าวซือซืออย่างซาบซึ้งใจ “ไปบอกพ่อมาคุยเองสิ ถ้าพ่อต้องการให้ฉันออกจากมหาวิทยาลัยแล้วไปหาเงินเลี้ยงครอบครัว ฉันจะลาออกเอง แต่ไม่ใช่พ่อแล้ว ใครก็มาสั่งให้ฉันลาออกไม่ได้” หลิวถิงถิงประกาศกร้าว หยินเยว่โมโหที่ลูกเลี้ยงที่เคยยอมให้โขกสับตอนนี้เธอเปลี่ยนไปแล้ว อาจจะเพราะโตขึ้นหรือปีกกล้าขาแข็งขึ้นก็อาจจะใช่ทั้งสองอย่าง หยินเยว่มองหลิวถิงถิงอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ เธอไม่กลัวกลับจ้องตอบ แววตาดุดันที่หยินเยว่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากเด็กสาวตรงหน้าทำให้ใจของเธอสั่นเล็กน้อย ก่อนที่จะจ้องไปที่ใบหน้าสวยเฉี่ยวของจ้าวซือซืออย่างคาดโทษ “ฝากไว้ก่อนเถอะ แกสองคน แล้วฉันจะมาทำให้แกออกจากมหาวิทยาลัยให้ได้” เสียงกร้าวดังรอดไรฟันออกมาจากปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดง นักศึกษาเริ่มจะเข้ามา มุงหยินเยว่จึงต้องถอยทัพก่อน คงไม่ดีแน่ถ้ามาทำให้คนอื่นรู้ว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงแบบไหน หยินเยว่เดินจากไปโดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาแข็งกร้าวสามคู่มองเห็นการกระทำทั้งหมดเมื่อสักครู่ “เอาไงดีครับคุณชาย จัดการเลยไหมครับ ผมเพิ่งจะเคยเจอนางมารร้ายในคราบของแม่เลี้ยง หึๆ น่าจับมาสั่งสอนซะให้เข็ด บังอาจจะมาสั่งให้หลิวถิงถิงลาออกจากมหาวิทยาลัยทั้งๆที่ตัวเองไม่มีส่วนในการช่วยเหลืออะไรหลิวถิงถิงสักอย่าง” จางหลงอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ “นี่ไม่รู้ว่านายหลิวหยางจะรู้หรือเปล่านะครับว่าภรรยาใหม่ของตัวเองทำกับลูกสาวคนกลางถึงขนาดนี้ ถ้ารู้เห็นเป็นใจด้วยนี่ไม่น่าเกิดมาเป็นพ่อคนเลยนะครับ” ต้าฉินเอ่ยเสริม “สั่งให้คนไปจับตัวหยินเยว่มา สั่งสอนเบาๆก่อน อย่าให้มายุ่งกับเด็กในอุปการะของฉันอีก ส่วนเรื่องนายหลิวหยางถ้ารู้เห็นเป็นใจด้วยก็ให้สั่งสอนพร้อมๆกับหยินเยว่เลย งานนี้ฉันมอบหมายให้นายทำ ต้าฉิน อย่าให้พลาดเด็ดขาด ฉันจะรอฟังข่าวดี อ้อ จางหลง คืนนี้จัดผู้หญิงมาให้ฉันด้วย ขออย่าให้เรื่องมากหรือมีปัญหาตามมาอีกนะ” ซือมู่อันสั่งสองบอดี้การ์ดขณะที่มองตามร่างท้วมที่เดินห่างออกไปด้วยสายตาเย็นชา “ครับนาย” สองบอดี้การ์ดรับคำสั่งก่อนที่จะเดินตามผู้เป็นนายไปขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกลหลังจากที่ออกจากมหาวิทยาลัยแอลไปด้วยความโมโห หยินเยว่ก็ตรงกลับบ้านทันที ตอนนี้ลูกสาวสุดที่รักของเธอคงใกล้จะกลับมาถึงบ้านแล้ว เธอต้องทำอาหารอร่อยๆ ให้ลูกสาวทาน คิดได้ดังนั้นก็อดที่จะนึกโมโหตัวเองไม่ได้ ที่ไม่ได้ขอเงินจากหลิวถิงถิงมาบ้าง ดูมันแต่งตัวนักศึกษาแล้วดูดีมีออร่าขึ้นมาเชียว มันไปเอาเงินที่ไหนมาเรียนต่อกันนะ หรือว่ามันจะไปเป็นเด็กป๋าที่ไหน ความคิดแย่ๆ ของหยินเยว่เริ่มทำงานเพราะความอิจฉาในตัวของหลิวถิงถิง ที่เกิดมามีรูปงามเป็นดังอาวุธ ที่สำคัญเรียนหนังสือเก่ง สอบได้อันดับหนึ่งของเมืองแอลทั้งๆ ที่ไม่เคยไปเรียนพิเศษจากที่ไหนเลยด้วยซ้ำ ขณะที่กำลังคิดขุ่นเคืองอยู่ภายในใจก็มีผ้าสีขาวมาปิดที่จมูกของเธอ ภาพที่เคยมองเห็นชัดเจนก็จางลงจนสติดับไป หยินเยว่ถูกพาตัวไปไว้ในโกดังร้างแถวชานเมือง ทางด้านหลิวหยางที่กำลังจะเข้าบ้านหลังจากออกไปหาเพื่อนข้างนอกมา แต่ยังไม่ทันเข้าบ้านเขาก็ถูกผู้ชายร่างใหญ่ใส่ชุดสีดำทั้งชุดเดินชน ผ่านไปไม่นานสติที่มีก็เลือนรางและดับไป เขาไม่รู้ตัวเลยว่าภรรยาตัวดีของตนได้ไปกระตุกหนวดสิงโตเข้าให้เสียแล้ว ร่างไร้สติของสองสามีภรรยาถูกนำมามัดไว้ที่โกดังร้างนอกชานเมือง ต
“แล้วเธอ ทำไมไม่ทำงาน มัวงอมืองอเท้าเป็นคนพิการรึยังไง หยินเยว่ ฉันอดทนให้เธอโขกสับลูกสาวฉันมานานเกินไปแล้ว ต่อจากนี้ไปอย่าไปยุ่งกับถิงถิงมันอีก!!!” หลิวหยางตวาดใส่ภรรยาของตนอย่างไม่ไว้หน้า หยินเยว่มองเขาตาขวาง “หึๆ ถ้าฉันจะยุ่งกับมันพี่จะทำไม มันต้องออกมาช่วยดูแลน้องสิ ในเมื่อพ่อมันไม่มีปัญญา มันเป็นลูก มันจะทิ้งให้น้องลำบากแล้วตัวมันมาสุขสบายอยู่ที่นั่นคนเดียวได้ยังไงกัน” หลิวหยางเอือมระอากับหยินเยว่ เขารู้สึกเสียใจที่ปล่อยให้ความหลงครอบงำเขา จนยอมขายสมบัติที่มีทุกอย่างมาปรนเปรอนังจิ้งจอกตัวนี้ ที่วันนี้ได้แว้งกัดจะมาทำร้ายลูกของเขา ก่อนที่หลิวหยางจะได้พูดอะไรขึ้นมาอีก ต้าฉินก็เอ่ยขึ้นเสียงเย็น“เมื่อก่อนหลิว ถิงถิงอาจจะโดนป้าโขกสับ หรือใช้ได้ตามใจชอบ แต่ตอนนี้ป้าไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นแล้วล่ะ” “ทำไมยะ แล้วแกเป็นใคร จับพวกฉันมาทำไม!!!” หยินเยว่เอ่ยถามข่มความกลัว ดวงตาที่เกรี้ยวกราดของผู้ชายตรงหน้า น่ากลัวกว่าสามีของเธอที่นั่งอยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก“เราต้องขอโทษคุณหลิวด้วยนะครับ ที่ต้องเชิญคุณมาด้วยวิธีนี้ นั่นก็เพราะตอนแรกเรายังไม่แน่ใจว่าคุณมีส่วนที่บังคับให้หลิวถิงถิงลาออกจาก
ทางด้านหลิวถิงถิงที่เพิ่งโดนแม่เลี้ยงใจร้ายมารังควานถึงมหาวิทยาลัยก็ตกเป็นเป้าสายตาของนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัย แต่สายตาที่มองมานั้นส่วนมากจะเป็นสายตาของความเห็นอกเห็นใจ และก็มีสายตาของคนบางกลุ่มที่มองมาด้วยสายตาสมเพช เวทนา และดูถูกดูแคลน จ้าวซือซืออดที่จะโมโหแทนเพื่อนไม่ได้จึงสบถออกไปจนคนพวกนั้นเดินหนีแทบไม่ทัน ใครบ้างจะไม่รู้จักจ้าวซือซือ คุณหนูตระกูลจ้าว ที่ฐานะทางบ้านติดความร่ำรวยในสิบอันดับของเมืองแอล “ไม่มีเรียนกันหรือไง มองมาอยู่ได้!!!” เสียงหวานดังขึ้นจนคนที่มองมาไม่รีบเดินจากไป ก็ก้มหน้าอ่านหนังสือในมือทันที “ไม่เอาน่าซือซือ พวกนั้นมีตามีปากก็ปล่อยพวกเขาพูดไปเถอะ เราไม่เป็นไรหรอก” หลิวถิงถิงบอกเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ถิงถิง เธอก็ใจดีแบบนี้ทุกที คนพวกนี้มันถึงจ้องแต่จะกดเธอให้ต่ำลง บ้านจนแล้วไงวะ ไม่ได้ไปขอใครกินก็แล้วกัน” จ้าวซือซืออดที่จะบ่นให้เพื่อนรักไม่ได้ ก่อนที่เฉิน เหม่ยหานเดินมาหาที่โต๊ะที่ทั้งสองนั่งอยู่ “เป็นไงบ้างถิงถิง ฉันได้ข่าวว่าแม่เลี้ยงเธอมาด่าเธอที่นี่หรอ” เฉินเหม่ยหานถามเพื่อนใหม่ด้วยความเป็นห่วง เธอได้ยินเพื่อนๆที่ห้องคุยกันว่าแม่เลี้ยงของ
“เชิญ” น้ำเสียงติดเย็นชาเอ่ยดังขึ้น จางหลงเปิดออกก่อนที่จะเข้าไปรายงานนาย “ คุณชายครับ หวงจือหลิน มาถึงแล้วครับ คุณชายจะให้เธอเข้ามาเลยไหมครับ” จางหลงเข้ามารายงาน ซือมู่อันพยักหน้าส่งสัญญาณ จางหลงจึงโค้งคำนับก่อนที่จะเดินกลับไปยังที่ประตูแล้วกล่าวเชิญนางเอกสาวชื่อดังเข้ามา “เชิญครับคุณหวง อย่าลืมทำตามสัญญาที่เซ็นไปแล้วด้วยนะครับ คุณชายไม่ชอบให้ผมตามเก็บกวาดทีหลัง” จางหลงบอกหญิงสาวร่างบางก่อนที่จะโค้งคำนับให้และเดินออกห้องไป ดาราสาวสวยยกยิ้ม ในที่สุดวันที่เธอรอคอยก็มาถึง วันที่จะได้ขึ้นเตียงกับคุณชายซือสักครั้ง “ ไปอาบน้ำก่อนเถอะ ฉันไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมของเธอ ห้องน้ำอยู่ด้านโน้น ” เสียงเย็นเอ่ยออกมาจากปากหนาสีกุหลาบ ดาราสาวมองเขาอย่างตกตะลึง ตัวจริงเขาหล่อกว่ารูปภาพพวกนั้นอีก ก่อนที่เธอจะทำตามที่เขาต้องการโดยง่าย เธอเดินตรงไปตามทางที่เขาบอก ใช้เวลาผ่านไปไม่นานร่างบางที่มีผ้าขนหนูผืนเดียวห่มกายอยู่ก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำ งานนี้ไม่ใช่งานแรกของดาราสาว เธอร่วมรักกับคนในวงการมาบ้างแล้ว ไหนจะผู้กำกับและพวกผู้จัดละครอีก แต่การมาครั้งนี้มันทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างมาก สายตา
หลังจากการปลดปล่อยเมื่อครู่ที่ผ่านมา ซือมู่อันก็เดินเข้าห้องน้ำไปชำระล้างร่างกาย ก่อนที่จะเดินออกมาในชุดคลุมสีขาว สายตาของดาราสาวนั้นยังคงมองไปที่ชายหนุ่มอย่างหลงใหล หากเธอได้ครอบครองเขาคงจะดีไม่น้อย เพราะเขาทั้งหล่อ ทั้งรวย และเร้าใจ ความคิดด้านมืดทำให้เธอลืมคิดถึงผลที่จะตามมา“ไปอาบน้ำใส่เสื้อผ้าซะสิ อะนี่ ที่ตกลงกันไว้” ซือมู่อันบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนที่จะส่งเช็คให้กับดาราสาวที่เพิ่งจะร่วมเตียงกันไปก่อนหน้า “จะมีโอกาสที่จือหลินจะได้มารับใช้คุณชายอีกไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นขณะที่มือบางยื่นออกไปรับเช็คมาจากมือหนาของเขา ชายหนุ่มชะงัก ก่อนที่จะส่งสายตาเย็นชาแต่ดุดันมองไปที่เธอ “ถ้าเธออ่านสัญญา เธอจะรู้ดีว่าฉันไม่นิยมกินใครซ้ำ ต่อให้เด็ดขนาดไหนก็ไม่มีวัน” ชายหนุ่มประกาศกร้าวจนหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงต้องสะดุ้ง รีบคว้าเช้คมาก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำแล้วกลับออกมาในชุดเดิมเหมือนตอนที่เพิ่งมาถึงเรียบร้อย คุณชายซือไม่แม้แต่จะหันมามองหรือพูดคุยอะไรกับเธออีก สาวสวยอดที่จะเสียฟอร์มไม่ได้ ด้วยรูปร่างหน้าตา ที่ผ่านมาเธอทำให้คู่นอนคนก่อนๆ หลงใหลได้อยู่ไม่น้อย แต่รู้สึกว่าคงไม่ใช่ก
“อ้อ หลินหลิน ข่าวอะไรหรอ” ต้าฉินเอ่ยถามนักข่าวสาวเพื่อนสมัยเรียน “ก็เป็นรูปคุณชายซือกับดาราชื่อดังในโรงแรมน่ะ ดูๆ แล้วแม่ดารานี่น่าจะเซลฟี่เองนะเนี่ย จากมุมภาพ ไม่น่าจะโดนแอบถ่าย แถมยังเป็นในห้องนอนด้วย คุณชายซือรู้ตัวหรือเปล่าเนี่ย” หลินหลินบอกก่อนจะเอ่ยถาม “ขอบใจนะที่เธอโทรมาบอก เดี๋ยวเราจัดการเอง อย่าให้ข่าวนี้หลุดออกไปนะ เธอก็รู้ว่าคุณชายซือท่านไม่ชอบเป็นข่าวกับผู้หญิงคนไหน” ต้าฉินเอ่ยขอบคุณก่อนที่จะบอกเพื่อนสาวด้วยความหวังดี “อืม ก็ว่ามันแปลกๆ แหละเลยโทรมาถามก่อน แค่นี้แหละ ดูแลตัวเองด้วยนะนายน่ะ” หลินหลินวางสายไป หัวใจเย็นชาของบอดี้การ์ดหนุ่มรู้สึกอุ่นวาบ ก่อนที่แววตาจะวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความโกรธ ดูเหมือนว่าคู่นอนของนายคืนนี้จะโลภมากซะแล้ว เขาต้องรีบไปรายงานเรื่องนี้ให้คุณชายได้รู้ “บัดซบ!!! สงสัยไม่อยากจะอยู่ในวงการบันเทิงอีกแล้วสินะ หวงจือหลิน!!!!!” เสียงเกรี้ยวกราดดังออกมาจากปากหนาสีกุหลาบ หลังจากได้รู้เรื่องนี้จากบอดี้การ์ดมือขวาของตน เขารังเกียจที่สุดสำหรับผู้หญิงที่คิดจะจับเขาด้วยวิธีแบบนี้ “ใจเย็นๆ ก่อนนะครับคุณชาย เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจะจัดการให้เอง เบื้องต้นจะไม่ม
หนึ่งปีผ่านไป ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยในปีแรกของหลิวถิงถิงกับอีกสองสาวเพื่อนรักนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะกับหลิวถิงถิง ตั้งแต่วันนั้นที่แม่เลี้ยงมหาภัยของเธอโผล่มาบังคับข่มขู่ให้เธอลาออกจากมหาวิทยาลัย ซึ่งเธอก็ยืนกรานว่าจะไม่ออกแน่นอน เพราะนี่มันคืออนาคตของเธอ และคือทั้งหมดในชีวิตของเธอ เธอแอบงงอยู่ไม่น้อยที่แม่เลี้ยงใจร้ายของเธอยอมรามือแต่โดยดี ซึ่งมันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ อันที่จริงบิดาของเธออาจจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่แม่เลี้ยงของเธอทำก็ได้ คิดได้แบบนั้นหลิวถิงถิงก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ อย่างน้อยบิดาก็ยังเห็นใจเธอบ้าง ส่วนพี่ชายของเธอนั้นเขาโทรมาหาเธอหลังจากที่แม่เลี้ยงมาหาเธอได้เพียงสองวันว่าเขามีงานทำแล้ว เป็นการ์ดอยู่ที่ผับแห่งหนึ่ง สร้างความดีใจให้กับสาวน้อยได้เป็นอย่างดี ที่พี่ชายหันหลังให้การพนันและหันหน้ามาทำงานทำการ “ปีนึงแล้วนะถิงถิง เธอยังไม่เคยเจอคุณชายซืออีกหรอ” เพื่อนคนหนึ่งในคณะเอ่ยถามขึ้น “อืม ทำไมเค้าต้องมาเจอเราด้วยล่ะ เราไม่ใช่คนสำคัญขนาดนั้นสักหน่อย ที่สำคัญเราก็เป็นแค่เด็กที่อยู่ภายใต้การอุปการะของเขาก็เท่านั้นเอง” หลิวถิงถิงเอ่ยขึ้นอย่างไม่สนใจ เธอได้ยินคำถา
เมื่อได้เวลาประชุม ผู้บริหารทุกระดับของโรงแรมต่างเข้าร่วมประชุมครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่มีใครกล้าที่จะมาสายเลยสักครั้ง หากมีประกาศออกมาว่า คุณชายซือเปิดการประชุม ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกโดยสองบอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่ไม่แพ้ผู้เป็นนาย ก่อนที่ร่างสูงสง่าของซือมู่อันจะก้าวเดินเข้ามาอย่างสง่างาม “สวัสดีครับ/ค่ะ คุณชายซือ” เสียงผู้บริหารทั้งชายหญิงทักทายประธานหนุ่มขึ้นพร้อมกัน “สวัสดีครับ ผู้บริหารทุกท่าน เชิญนั่งตามสบายครับ” เสียงเยือกเย็นแต่สุภาพเอ่ยขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาหากแต่เฉยชานั้นเป็นบุคลิกของคุณชายซือมู่อันที่พวกเขารู้จักมาตั้งแต่ต้น หากวันไหนที่มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าคมนี้ คงจะเป็นวันที่ถ้าฝนไม่ตกใหญ่ก็คงแห้งแล้งไปทั้งปีอย่างแน่นอน “ที่ผมเรียกประชุมวันนี้ เพราะมันคือปัญหาที่สะสมมานาน ผมอยากจะทราบถึงเหตุผลว่า ทำไมอยู่ๆยอดจองเข้าพักของโรงแรมแห่งนี้ถึงได้ลดน้อยลง” เสียงราบเรียบเอ่ยถามออกไปจากปากหนาสีกุหลาบ“คือ โรงแรมของเราโดนลูกค้าคอมแพลนมาหลายครั้งมากแล้วครับ แล้วส่วนมากลูกค้าก็จะเป็นกลุ่มคนเดิมๆ” ผู้บริหารคนหนึ่งเอ่ยขึ้น “กลุ่มเดิมๆ” เสียงสู
การที่ไม่จัดพิธีฉลองมงคลสมรสแบบสากลในตอนเย็นนั้นเป็นความต้องการของเจ้าสาวเอง ไม่ใช่เพราะเธออยากที่จะช่วยทางเจ้าบ่าวประหยัดงบหนือเกรงใจ แต่เป็นเพราะช่วงนี้เธอรู้สึกเพลียง่ายและง่วงนอนเร็ว เลยเลือกที่จะทำพิธีแบบจีนอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเจ้าบ่าวอย่างคุณชายซือก็ไม่ขัด ถึงแม้ว่ามารดาจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม เพราะความที่อยากจะกู้ศักดิ์ศรีให้กับลูกสะใภ้ แต่ก็ต้องจำยอมเพราะเธอเอาหลานๆ ในท้องมาอ้างว่าหากเธอเพลียอาจจะไม่เป็นผลดีกับสองแฝดน้อยในครรภ์คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองแอลพอรถจอดซือมู่อันก็อุ้มร่างบอบบางที่เริ่มอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของภรรยาขึ้นก่อนที่สองขาแข็งแรงจะก้าวยาวๆ ตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว ใบหน้าหวานขึ้นสีเลือดฝาดขึ้นมาทันทีที่มองใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสามีทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันก่อนที่จะจัดพิธีแต่งงานมาได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว คนถูกมองเหมือนจะไม่รู้ตัวว่าภรรยาตัวน้อยในอ้อมแขนแข็งแรงของเขาแอบมองเขาอยู่ แต่นั่นไม่จริงเลยสักนิด เขากำลังตั้งใจอุ้มเธอด้วยความระมัดระวังเพราะมีลูกๆ สองคนอยู่ในท้องของเธอ ประตูคอนโดถูกเปิดออกโดยสองหนุ่มบอดี้ก
หนึ่งเดือนต่อมาวันนี้เป็นวันที่ใครหลายคนเฝ้าจับตาและรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลซือซึ่งงานนั้นถูกจัดขึ้นภายในอาณาจักรตระกูลซือที่มีพื้นที่เกือบร้อยไร่ และเหตุผลที่เลือกจัดงานโดยใช้สถานที่เดียวในวันนี้ก็เพราะที่บ้านของเจ้าสาวนั้นค่อนข้างที่จะคับแคบ คุณนายใหญ่แห่งตระกูลซือเลยออกความเห็นว่าให้จัดที่บ้านเจ้าบ่าวและไปเข้าหอกันที่คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองของเจ้าบ่าว ทางฝ่ายเจ้าสาวที่มีญาติเหลือเพียงสองคนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรภายในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีเจ้าสาวแสนสวยในชุดกี่เพ้าสีแดงสไตล์เรียบหรูแบบผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรป ทรงผมถูกทักเปียเก็บอย่างสวยงามมีปิ่นเงินปิ่นทองและใบทับทิมพร้อมดอกไม้สดประดับอยู่ข้างหลังส่งกลิ่นหอมอบอวลด้วยเจ้าสาวนั้นชอบกลิ่นของมันจึงไม่ใช่ปัญหาของอาการแพ้ท้องที่ตอนนี้ครบกำหนดสามเดือนแล้ว ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ร่างระหงกำลังนั่งรอเจ้าบ่าวมารับตัวเพื่อลงไปประกอบพิธี ขั้นตอนนี้ผ่านพิธีมอบสินสอดและสวมแหวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่รอให้เจ้าบ่าวมารับเจ้าสาวพาไปเข้าหอ “เธอสวยมากเล
หลิวถิงถิงมองพนักงานทั้งสองด้วยรอยยิ้ม เธอยังไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นผู้หญิงทั้งสองคือใคร เสียงดนตรีบรรเลงเพลงสากลขึ้นมาเบาๆ ซึ่งเธอก็จำได้ว่ามันเป็นเพลง Perfect ของEd Sheeran และมาถึงช่วงจังหวะทำนองWell, I found a woman, stronger than anyone I knowShe shares my dreams, I hope that someday I'll share her homeI found a love, to carry more than just my secretsTo carry love, to carry children of our own ร่างสูงโปร่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายซือก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ บริกรสาวภายใต้หน้ากากเปิดฝาที่ครอบถาดกลมเอาไว้ออก ซึ่งเผยให้เห็นว่าภายในมีกระปุกกลมสีทองวางอยู่ มือเรียวของซือมู่อันยื่นไปหยิบมาถือไว้ หลิวถิงถิงรู้สึกใจเต้นแรงแทบจะไม่เป็นจังหวะก่อนที่เธอจะมองไปที่บริกรสาวทั้งสองอย่างคุ้นเคย หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรออกไป กล่องสีทองก็ถูกว่าที่สามีสุดหล่อของเธอเปิดออกตรงหน้า แหวนเพชรวงเล็กแต่มีเพชรล้อมรอบส่งแสงระยิบระยับดูงามตา พอถึงตอนนี้เธอจึงเข้าใจทันทีว่าเธอกำลังถูกเขาขอแต่งงาน “มาเป็นคน
ร่างสูงโปร่งที่เดินโอบไหล่บอบบางเรือนร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของว่าที่ภรรยาสาวเข้ามาภายในบ้านมองไปที่มารดาอย่างงุนงง ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น “เดินไปเดินมาทำไมครับแม่ เดี๋ยวก็เวียนหัวหรอก” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยขณะจับจูงโอบประคองภรรยาสาวให้ไปนั่งลงที่โซฟานุ่มภายในห้องรับแขก“มากันพอดีเลย แหม...แม่โทรไปไม่รับเลยนะ แม่อยากจะรู้ว่าหนูถิงถิงท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นี่อะไรกันไม่ยอมรับสายแม่เลย แม่โทรหาหนูตั้งหลายที ส่วนลูกโทรศัพท์ทำไมทิ้งไว้ในรถแบบนั้น เวลามีงานด่วนเข้ามาจะรู้ได้ยัง” พอนั่งลงปุ๊บคุณนายใหญ่ก็อดที่จะบ่นออกมาให้กับสองหนุ่มสาวไม่ได้ “ขอโทษค่ะแม่ พอดีหนูปิดเสียงเปิดสั่นเอาไว้” ว่าที่ลูกสะใภ้ตอบด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดขึ้นมาทันที “ผมก็รีบพาน้องไปตรวจไงครับ เลยไม่ได้พกโทรศัพท์ลงไปด้วย” ซือมู่อันเอ่ยออกมาบ้าง “แล้วเป็นไงลูก สรุปหนูท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” คุณนายใหญ่ถอนหายใจออกมาอย่
วันต่อมา หลังจากจัดการเตรียมสถานที่สำหรับการเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงานครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตเรียบร้อยแล้ว วันนี้ก็เป็นวันที่เขาตัดสินใจจะขอว่าที่ภรรยาสาวแต่งงาน แต่ในตอนเช้าเขานั้นมีแพลนว่าจะพาเธอไปตรวจครรภ์และฝากครรภ์กับแพทย์หญิงที่เขานั้นรู้จัก เธอเป็นภรรยาของเพื่อนต่างเมืองแต่เธอนั้นย้ายมาประจำอยู่ที่เมืองแอลตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน“สวัสดีเจียวมี่ เธอสบายดีนะ ลู่เพ่ยเป็นยังไงบ้าง เขายอมย้ายตามเธอมาหรือยัง” เสียงเข้มติดเย็นชาเอ่ยทักทายภรรยาของเพื่อนที่เป็นสูตินรีแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงของเมืองแอลแห่งนี้“สบายดีมู่อัน ลูเพ่ยเขาก็เป็นแบบนั้นแหละ ไม่ย้ายมาหรอกแต่ขอบอกว่ามาหาบ่อยมากคิกๆๆ” แพทย์หญิงเอ่ยทักทายเพื่อนสามีกลับเช่นกัน ก่อนที่จะหลี่ตามองสาวน้อยหน้าหวานข้างๆ เพื่อนของสามีด้วยแววตาสงสัย “อ้อ......นี่ถิงถิงว่าที่ภรรยาของฉันเอง วันนี้ฉันพาเธอมาตรวจครรภ์ พร้อมฝากครรภ์กับเธอไปด้วยเลย” คำบอกเล่าแนะนำแม่สาวน้อยข้างกายของเพื่อนสามีทำเอาคุณหมอสาวตกใจแบบไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่หวงความโสดแบบคุณชาย
การวางแผนของซือมู่อันและคนสนิทของหลิวถิงถิงเป็นไปอย่างลับๆ โดยที่หลิวถิงถิงไม่รู้เรื่องเลย ทางด้านคุณนายซือที่ออกไปพบกับบิดาของหลิวถิงถิงก็อดที่จะทำให้ฝ่ายนั้นตกอกตกใจไม่ได้ แต่พอได้รู้ว่าผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้มาสู่ขอบุตรสาวของตนให้กับบุตรชาย ใบหน้ากังวลจึงแปรเปลี่ยนเป็นยินดี “ขอบพระคุณคุณนายกับคุณชายซือนะครับที่ให้เกียรติลูกสาวของผม ถ้าถิงถิงตกลงผมก็ไม่ขัดข้องอะไรหรอกครับ” ใบหน้าเหี่ยวย่นไปตามวัยเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุข ใครจะไปคิดว่าบุตรสาวของตนจะได้แต่งเข้าไปในตระกูลที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลของเมืองแอล “อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ เพราะลูกชายของดิฉันทำอะไรข้ามขั้นตอนไปมาก การมาสู่ขอให้ถูกต้องตามประเพณีก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่ควรแล้วค่ะ” ซือหลินซู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ข้ามขั้นตอน หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าลูกสาวของผมชอบพออยู่กับคุณชาย อาจจะเป็นเพราะผมไม่ใช่พ่อที่ดีมากด้วยแหละครับ ถึงไม่ค่อยจะรู้เรื่องส่วนตัวของลูกๆ” น้ำเสียงงุนงงในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นสลดลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ใช่พ่อที่ดีที่ใส่
เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนที่มารดาของว่าที่สามีเตรียมไว้ให้ก็ต้องตกตะลึงกับความกว้างขวางใหญ่โต ดวงตากลมโตมองไปที่เตียงกว้างขนาดหกฟุตซึ่งมีทั้งตุ๊กตา หมอนหนุนสีหวานและหมอนข้างแสนนุ่มวางอยู่บนเตียง ก่อนที่ขาเรียวจะพาร่างระหงของเธอตรงไปที่เตียง เพราะเมื่อคืนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยทำให้เธอรู้สึกง่วงเป็นอย่างมาก ร่างบางปีนป่ายขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มที่มีผ้าปูสีชมพูแสนหวานแล้วล้มตัวลงนอนเปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงโดยที่ไม่รู้สึกตัวอีกเลย“อะไรกันมู่อัน ไปพาน้องมาแต่ไม่ขอน้องแต่งงานเนี่ยนะ แม่ถามลูกจริงๆ ลูกพาน้องกลับมาบ้านในฐานะอะไร แม่ของลูก ผู้ที่หญิงที่รัก หรือแค่ผู้หญิงที่มีไว้เพื่อมีทายาทให้เท่านั้น” คำถามของผู้เป็นมารดาทำเอาซือมู่อันตกตะลึงก่อนที่จะเพิ่งคิดได้ ใช่สิ เขาต้องขอแต่งงานให้ถูกต้องและการแต่งงานของเขาจะต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่ให้สมกับการที่ตระกูลเขาเป็นตระกูลใหญ่ของเมืองแอล“ผมนึกไม่ถึงครับคุณแม่ว่าต้องขอเธอด้วย ตอนแรกก็กะจะจัดงานเลย แต่ก็เหมือนว่าผมทำข้ามขั้นตอนไปอีกตามเคย คือผมต้องขอน้องแต่งงานก่อนใช่ไหมครับ” ซือมู่อันนั่งปรึกษากับมารดาพอดี เขา
มือบางชื้นเหงื่อขึ้นมาทันทีที่รถตู้คันหรูเลี้ยวเข้ามาภายในอาณาจักรของตระกูลซือในพื้นที่เกือบร้อยไร่ใจกลางเมืองแอล ซือมู่อันหันไปมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดของคนข้างๆ ก็พอจะดูออกทันทีว่าแม่สาวน้อยภรรยาทางพฤตินัยของเขากำลังกังวล เพราะนี่คือการพาเธอไปแนะนำให้ครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาได้รู้จัก มือหนาคว้ามือบางมากุมไว้ก่อนที่จะบีบเบาๆ หลิวถิงถิงหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีทางพฤตินัยก็พบว่าเขากำลังส่งยิ้มบางๆ มาให้กับเธอ หญิงสาวจึงยิ้มตอบแล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ “ไม่ต้องกังวลนะที่รัก แม่พี่ใจดี อีกอย่างตอนที่ท่านรู้ว่าหนูกำลังจะมีหลานคนแรกให้ท่าน ท่านดีใจจนร้องไห้เลยล่ะ” ซือมู่อันปลอบเธอ และสิ่งที่เขาบอกเธอนั้นเป็นความจริงทั้งหมด ตอนที่เขารู้ว่าเธอตั้งครรภ์เขาก็รีบโทรปรึกษามารดาทันที และเมื่อมารดาได้ฟังเรื่องที่เขาเล่าแล้วเธอก็รีบกดวางสายแล้วเปลี่ยนเป็นวิดิโอคอลหาเขา ท่านร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ โดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าท่านจะมีหลานที่กำลังจะได้ลืมตามาดูโลกในเร็วๆ นี้ “จริงหรือคะ ท่านจะไม่ว่าจริงๆ ใช่ไหมที่หนูท้องก่อนแต่ง” เสียงหวานเอ
มู่หลินไม่ได้รู้สึกยินดีเท่าไหร่นักที่ต้องไปไกลถึงเมืองอื่น แต่หากจะให้เลือกตกงานกับยังมีงานทำ เธอขอเลือกอย่างหลังมากกว่า และข่าวที่มู่หลินถูกสั่งย้ายไปอยู่สาขาต่างเมืองก็ดังไปทั่วทั้งตึก หลายๆ คนรู้สึกโล่งใจและสบายใจที่มู่หลินจอมแสบนั้นถูกย้ายไปไกล แต่บางคนก็ยังรู้สึกว่ามันไม่พอกับการกระทำที่แสดงออกต่อพนักงานใหม่ ถ้าเมื่อวานผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ภรรยาของหุ้นส่วนท่านประธานก็ไม่รู้ว่าวันนี้เธอจะยังได้รับความยุติธรรมอยู่ไหมซือมู่อันให้จางหลงไปรับหลิวถิงถิงมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เพราะเขาจองโต๊ะสำหรับมื้อกลางวันเอาไว้แล้ว และรู้ดีว่าเด็กสาวอยากจะเลี้ยงขอบคุณเพื่อนสนิทที่อยู่ที่นี่ของเธอก่อนที่เธอจะกลับไปพร้อมกับเขา “ขอบคุณนะคะที่ทำเพื่อหนูมากขนาดนี้” เสียงหวานเอ่ยขึ้นหลังจากที่โดนเขาดึงไปสวมกอดภายในร้านอาหารโดยไม่แคร์สายตาของคนอื่นๆ ที่มองมาอย่างอิจฉา มือหนากอบกุมมือบางเอาไว้ก่อนที่จะจับจูงเธอให้เดินตามไปที่โต๊ะ เขาเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย หัวใจก็รู้สึกมีความสุข หลังจากที่ร