“อ้อ หลินหลิน ข่าวอะไรหรอ” ต้าฉินเอ่ยถามนักข่าวสาวเพื่อนสมัยเรียน “ก็เป็นรูปคุณชายซือกับดาราชื่อดังในโรงแรมน่ะ ดูๆ แล้วแม่ดารานี่น่าจะเซลฟี่เองนะเนี่ย จากมุมภาพ ไม่น่าจะโดนแอบถ่าย แถมยังเป็นในห้องนอนด้วย คุณชายซือรู้ตัวหรือเปล่าเนี่ย” หลินหลินบอกก่อนจะเอ่ยถาม “ขอบใจนะที่เธอโทรมาบอก เดี๋ยวเราจัดการเอง อย่าให้ข่าวนี้หลุดออกไปนะ เธอก็รู้ว่าคุณชายซือท่านไม่ชอบเป็นข่าวกับผู้หญิงคนไหน” ต้าฉินเอ่ยขอบคุณก่อนที่จะบอกเพื่อนสาวด้วยความหวังดี “อืม ก็ว่ามันแปลกๆ แหละเลยโทรมาถามก่อน แค่นี้แหละ ดูแลตัวเองด้วยนะนายน่ะ” หลินหลินวางสายไป หัวใจเย็นชาของบอดี้การ์ดหนุ่มรู้สึกอุ่นวาบ ก่อนที่แววตาจะวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความโกรธ ดูเหมือนว่าคู่นอนของนายคืนนี้จะโลภมากซะแล้ว เขาต้องรีบไปรายงานเรื่องนี้ให้คุณชายได้รู้ “บัดซบ!!! สงสัยไม่อยากจะอยู่ในวงการบันเทิงอีกแล้วสินะ หวงจือหลิน!!!!!” เสียงเกรี้ยวกราดดังออกมาจากปากหนาสีกุหลาบ หลังจากได้รู้เรื่องนี้จากบอดี้การ์ดมือขวาของตน เขารังเกียจที่สุดสำหรับผู้หญิงที่คิดจะจับเขาด้วยวิธีแบบนี้ “ใจเย็นๆ ก่อนนะครับคุณชาย เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจะจัดการให้เอง เบื้องต้นจะไม่ม
หนึ่งปีผ่านไป ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยในปีแรกของหลิวถิงถิงกับอีกสองสาวเพื่อนรักนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะกับหลิวถิงถิง ตั้งแต่วันนั้นที่แม่เลี้ยงมหาภัยของเธอโผล่มาบังคับข่มขู่ให้เธอลาออกจากมหาวิทยาลัย ซึ่งเธอก็ยืนกรานว่าจะไม่ออกแน่นอน เพราะนี่มันคืออนาคตของเธอ และคือทั้งหมดในชีวิตของเธอ เธอแอบงงอยู่ไม่น้อยที่แม่เลี้ยงใจร้ายของเธอยอมรามือแต่โดยดี ซึ่งมันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ อันที่จริงบิดาของเธออาจจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่แม่เลี้ยงของเธอทำก็ได้ คิดได้แบบนั้นหลิวถิงถิงก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ อย่างน้อยบิดาก็ยังเห็นใจเธอบ้าง ส่วนพี่ชายของเธอนั้นเขาโทรมาหาเธอหลังจากที่แม่เลี้ยงมาหาเธอได้เพียงสองวันว่าเขามีงานทำแล้ว เป็นการ์ดอยู่ที่ผับแห่งหนึ่ง สร้างความดีใจให้กับสาวน้อยได้เป็นอย่างดี ที่พี่ชายหันหลังให้การพนันและหันหน้ามาทำงานทำการ “ปีนึงแล้วนะถิงถิง เธอยังไม่เคยเจอคุณชายซืออีกหรอ” เพื่อนคนหนึ่งในคณะเอ่ยถามขึ้น “อืม ทำไมเค้าต้องมาเจอเราด้วยล่ะ เราไม่ใช่คนสำคัญขนาดนั้นสักหน่อย ที่สำคัญเราก็เป็นแค่เด็กที่อยู่ภายใต้การอุปการะของเขาก็เท่านั้นเอง” หลิวถิงถิงเอ่ยขึ้นอย่างไม่สนใจ เธอได้ยินคำถา
เมื่อได้เวลาประชุม ผู้บริหารทุกระดับของโรงแรมต่างเข้าร่วมประชุมครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่มีใครกล้าที่จะมาสายเลยสักครั้ง หากมีประกาศออกมาว่า คุณชายซือเปิดการประชุม ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกโดยสองบอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่ไม่แพ้ผู้เป็นนาย ก่อนที่ร่างสูงสง่าของซือมู่อันจะก้าวเดินเข้ามาอย่างสง่างาม “สวัสดีครับ/ค่ะ คุณชายซือ” เสียงผู้บริหารทั้งชายหญิงทักทายประธานหนุ่มขึ้นพร้อมกัน “สวัสดีครับ ผู้บริหารทุกท่าน เชิญนั่งตามสบายครับ” เสียงเยือกเย็นแต่สุภาพเอ่ยขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาหากแต่เฉยชานั้นเป็นบุคลิกของคุณชายซือมู่อันที่พวกเขารู้จักมาตั้งแต่ต้น หากวันไหนที่มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าคมนี้ คงจะเป็นวันที่ถ้าฝนไม่ตกใหญ่ก็คงแห้งแล้งไปทั้งปีอย่างแน่นอน “ที่ผมเรียกประชุมวันนี้ เพราะมันคือปัญหาที่สะสมมานาน ผมอยากจะทราบถึงเหตุผลว่า ทำไมอยู่ๆยอดจองเข้าพักของโรงแรมแห่งนี้ถึงได้ลดน้อยลง” เสียงราบเรียบเอ่ยถามออกไปจากปากหนาสีกุหลาบ“คือ โรงแรมของเราโดนลูกค้าคอมแพลนมาหลายครั้งมากแล้วครับ แล้วส่วนมากลูกค้าก็จะเป็นกลุ่มคนเดิมๆ” ผู้บริหารคนหนึ่งเอ่ยขึ้น “กลุ่มเดิมๆ” เสียงสู
สนามยิงปืนขนาดใหญ่ในเมืองแอล “แกร๊ก ปังๆๆๆๆ .....ปัง ปัง ปัง ปัง” เสียงบรรจุกระสุนและเสียงลั่นไกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากว่าไม่ใส่หูฟังสำหรับเก็บเสียงแล้วล่ะก็ หูของทั้งคนยิงและคนที่อยู่ใกล้ๆ คงจะดับอย่างแน่นอน อารมณ์โกรธเคืองที่เกิดจากเรื่องราวภายในห้องประชุมที่มีก่อนหน้าเริ่มผ่อนคลายลงจากการที่ได้ระบายออกมา ร่างสูงสง่าถอดหูฟังออกจากศีรษะ ก่อนที่จะหันไปคุยกับบอดี้การ์ดมือขวา “แกว่าใครที่มันกล้ามาเล่นกับตระกูลซือ ต้าฉิน” “ผมว่า ต้องเป็นคนที่ทำธุรกิจเดียวกับคุณชายแน่นอนเลยครับ อีกไม่นานจางหลงคงจะสืบได้เรื่อง รอสักหน่อยเถอะครับ” ต้าฉินเป็นบอดี้การ์ดที่มีความใจเย็นและคอยเตือนสติซือมู่อันอยู่เสมอ “มันกล้ามากที่มาลองดีกับตระกูลซือ!!” เสียงกร้าวดังมาจากปากหนาสีกุหลาบ เขาหันหลังกลับไปก่อนที่จะหยิบหูฟังมาสวมใส่ไว้ที่ศีรษะเช่นเดิม มือหนาบรรจุกระสุนอย่างคล่องแคล่วชำนาญ ก่อนที่มือหนาจะจับกระบอกปืนจนมั่นและสาดกระสุนออกไปส่งเสียงดังไปทั่วทั้งบริเวณ หากแต่กระสุนทุกลูกที่ถูกยิงออกไปนั้นกลับเข้าเป้าจนเป้ากระดาษตรงกลางฉีกขาดจนโบ๋ คนที่เห็นต่างตกตะลึงในฝีมือของคุณชายซือ นักธุรกิจหนุ่มพันล้าน
ในกลุ่มรูมเมทของจ้าวซือซือไม่มีใครเลยที่ไม่สวย เรียกได้ว่ากลุ่มเบ้าหน้าฟ้าประทานทั้งสามคน แต่เพื่อนทั้งสองก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ ที่สามสาวต่างคณะนั้นยังไม่มีใครเลยที่มีแฟน หลายๆ คนเลยได้ให้ฉายาของกลุ่มหลิวถิงถิง จ้าวซือซือและเฉินเหม่ยหาน ว่าเย็นชาไร้หัวใจ แต่ทุกคนหารู้ไม่ว่าทั้งสามสาวนั้นมีเป้าหมายในชีวิตของแต่ละคนอยู่“ซือซือพูดจริงๆนะ ถ้าถึงวันนั้นแล้วพี่ยังไม่มีใครและยังไม่เปลี่ยนใจ ซือซือจะให้โอกาสพี่แน่นะครับ” หลินเจียอีเอ่ยถามอย่างดีใจ จ้าวซือซือพยักหน้าน้อยๆ “เธอสองคนเป็นพยานให้พี่ด้วยนะ” เขาหันไปบอกสองสาวร่วมคณะของจ้าวซือซือ ซึ่งสองสาวที่กำลังนั่งอึ้งก็พยักหน้าขึ้นลงกันเป็นสัญญาณ นั่นแหละเลยทำให้หนุ่มหล่อรุ่นพี่ปี4คณะวิศวะเดินหน้าบานกลับออกไป“เฮ้ย เอาจริงดิ ถ้าเธอเรียนจบแล้วได้เป็นดาราดังแกจะยอมคบพี่เจียอีจริงๆ หรอ ฉันนี่ไม่อยากจะเชื่อนี่ถ้าได้ยินคนอื่นเล่าให้ฟังฉันคงจะไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าแก๊งนางฟ้าเย็นชาไร้หัวใจอย่างแกจะให้โอกาสใครเป็น” เพื่อนสาวคนแรกถามอย่างไม่อยากเชื่อ“อืม จริง จะกลัวไปทำไม ใจคนมันเปลี่ยนกันง่ายจะตาย กว่าจะถึงวันนั้น พี่เจียอีคงแต่งงานมีลูกมีเมียไปแล้
งานที่ซือมู่อันสั่งให้สองบอดี้การ์ดจัดการเป็นไปอย่างเรียบร้อย คนที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับทางโรงแรมถูกจับกุมและฟ้องร้องชดใช้ค่าเสียหายที่ทำให้ชื่อเสียงของโรงแรมเสียหายโดยหลักฐานทุกอย่างจางหลงกับต้าฉินเป็นฝ่ายส่งให้ตำรวจ ส่วนโฮมสเตย์ของนายทุนต่างถิ่นถูกร้องเรียนเนื่องจากห้องพักไม่ได้มาตรฐาน ความสะอาดติดลบ และความปลอดภัยต่ำ เมื่ออาทิตย์ก่อนมีลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการที่โฮมสเตย์ดังกล่าว ปรากฏว่ามีทรัพย์สินบางอย่างหายไป ซึ่งตรวจสอบแล้วจับมือใครดมไม่ได้ สุดท้ายทางโฮมสเตย์ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ลูกค้าที่เกิดเรื่องจึงคอมแพลนและฟ้องร้องทางโฮมสเตย์เรียกร้องค่าเสียหายไปพอสมควร จึงต้องปิดตัวลงหลังจากการโดนร้องเรียน และถูกทางการเข้ามาตรวจสอบ เรียกได้ว่างานนี้สองบอดี้การ์ดแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย ทางด้านเจินถงต้าพอรู้ตัวว่ากำลังโดนเจ้าถิ่นเล่นงานกลับจึงยอมถอยแต่โดยดี ก่อนหน้านี้เขาแค่เคยได้ยินชื่อเสียงของตระกูลซือมาบ้าง หากแต่วันนี้ได้เห็นกับตาได้เจอกับตัวแล้ว นั่นก็เป็นเพราะเขาเล่นสกปรกกับอีกฝ่ายก่อนเอง เพราะคิดว่าหากทำเช่นนั้นแล้ว จะสามารถดิสเครดิตอีกฝ่ายได้ ทำให้แบ่งแขกจากที่นั่นมาพักที่โฮมสเ
มหาวิทยาลัยแอลขณะที่หลิวถิงถิงกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่กับเพื่อนสนิทสาวทั้งสองที่โต๊ะไม้หินอ่อนที่หน้าคณะ ก็ได้ยินเสียงข้อความดังขึ้นจากสมาร์ทโฟนเครื่องเล็กของตน มือบางวางหนังสือเล่มที่อ่านอยู่ลงก่อนที่จะหยิบสมาร์ทโฟนของตนขึ้นมาเปิดดูข้อความ ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกโพลงอย่างตกใจกับเนื้อหาในนั้น ‘พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปเยี่ยมเธอที่มหาวิทยาลัย จากซือมู่อัน’ “คุณชายซือ” เสียงหวานครางชื่อเขาออกมาเบาๆ แต่สองสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆกันนั้นต่างได้ยินกันเต็มสองหู “ห๊า...อะไร ใครนะ” จ้าวซือซือเอ่ยถามอย่างตกใจปนตื่นเต้น “นั่นสิ ฉันเหมือนได้ยินเธอครางชื่อคุณชายซือออกมาเลย” เฉินเหม่ยหานเอ่ยถามขึ้นเช่นกัน “อืม ก็ใช่น่ะสิ เขาส่งข้อความมาบอกว่าพรุ่งนี้จะเข้ามาเยี่ยมฉันที่มหาวิทยาลัย” หลิวถิงถิงบอกเนื้อหาของข้อความที่ได้รับให้เพื่อนสนิททั้งสองฟัง สองสาวต่างตาโตอย่างตกใจ โดยเฉพาะจ้าวซือซือ “ห๊า....จริงอะ ผ่านมาเป็นปีเพิ่งจะมาเจอเธอนี่นะ แต่จะช้าจะเร็วเธอก็ต้องได้เจอเขาอยู่ดี อุ๊ย ฉันล่ะอดตื่นเต้นแทนแกไม่ได้เลยยัยถิงถิง” จ้าวซือซือเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น เธอเองก็อยากที่จะเห็นคุณชายซือตัวเป็นๆเหมือนกัน“ใช่ ยังไง
หลังจากการไปเลือกซื้อของขวัญให้กับเด็กในอุปการะเสร็จ คุณชายซือก็ตรงกลับเมืองแอลทันที และการที่เขามาเยือนเมืองเคนั้นก็เป็นข่าวแพร่สะพัดออกไปทันที บ้างก็ว่าเขาไปทำธุรกิจ บ้างก็ว่าเขาไปจัดการกับคนที่เข้าไปยุ่งกับธุรกิจของตระกูลซือ บ้างก็ว่าเขามีผู้หญิงอยู่ในเมืองเค หากก็มีส่วนจริงอยู่บ้างในเรื่องที่เขาไปสะสางปัญหาเฉพาะบุคคลกับคนที่มายุ่งกับธุรกิจของตระกูลซือวันนี้หลิวถิงถิง และเพื่อนสนิทสาวทั้งสองต่างตื่นเต้นกันเป็นอย่างมากที่จะได้เจอคุณชายซือจริงๆสักที หลังจากที่ทั้งสามเรียนมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาเกือบจะสองปีแล้ว"นี่เขามาแบบส่วนตัวจริงดิ ดูไม่มีใครรู้เรื่องที่เขาจะมาหาเธอสักคนเลย” จ้าวซือซือกระซิบกระซาบขณะที่กำลังเดินไปเรียนในคาบเช้าของวันนี้“แล้วเขาบอกเธอหรือเปล่าถิงถิง ว่าเขาจะมากี่โมง” เฉินเหม่ยหานเอ่ยถามขึ้นเบาๆเช่นกัน“ไม่อะ เขาคงจะทักมาบอกเองนั่นแหละมั้ง” หลิวถิงถิงเอ่ยขึ้นขณะที่หยิบสมาร์ทโฟนของตนขึ้นมาเช็คดู แต่ก็ไม่มีข้อความอะไรส่งมาจากคนที่เธอและเพื่อนๆกำลังรอคอยเช่นเดิม สายๆทั้งสามสาวแยกย้า
การที่ไม่จัดพิธีฉลองมงคลสมรสแบบสากลในตอนเย็นนั้นเป็นความต้องการของเจ้าสาวเอง ไม่ใช่เพราะเธออยากที่จะช่วยทางเจ้าบ่าวประหยัดงบหนือเกรงใจ แต่เป็นเพราะช่วงนี้เธอรู้สึกเพลียง่ายและง่วงนอนเร็ว เลยเลือกที่จะทำพิธีแบบจีนอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเจ้าบ่าวอย่างคุณชายซือก็ไม่ขัด ถึงแม้ว่ามารดาจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม เพราะความที่อยากจะกู้ศักดิ์ศรีให้กับลูกสะใภ้ แต่ก็ต้องจำยอมเพราะเธอเอาหลานๆ ในท้องมาอ้างว่าหากเธอเพลียอาจจะไม่เป็นผลดีกับสองแฝดน้อยในครรภ์คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองแอลพอรถจอดซือมู่อันก็อุ้มร่างบอบบางที่เริ่มอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของภรรยาขึ้นก่อนที่สองขาแข็งแรงจะก้าวยาวๆ ตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว ใบหน้าหวานขึ้นสีเลือดฝาดขึ้นมาทันทีที่มองใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสามีทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันก่อนที่จะจัดพิธีแต่งงานมาได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว คนถูกมองเหมือนจะไม่รู้ตัวว่าภรรยาตัวน้อยในอ้อมแขนแข็งแรงของเขาแอบมองเขาอยู่ แต่นั่นไม่จริงเลยสักนิด เขากำลังตั้งใจอุ้มเธอด้วยความระมัดระวังเพราะมีลูกๆ สองคนอยู่ในท้องของเธอ ประตูคอนโดถูกเปิดออกโดยสองหนุ่มบอดี้ก
หนึ่งเดือนต่อมาวันนี้เป็นวันที่ใครหลายคนเฝ้าจับตาและรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลซือซึ่งงานนั้นถูกจัดขึ้นภายในอาณาจักรตระกูลซือที่มีพื้นที่เกือบร้อยไร่ และเหตุผลที่เลือกจัดงานโดยใช้สถานที่เดียวในวันนี้ก็เพราะที่บ้านของเจ้าสาวนั้นค่อนข้างที่จะคับแคบ คุณนายใหญ่แห่งตระกูลซือเลยออกความเห็นว่าให้จัดที่บ้านเจ้าบ่าวและไปเข้าหอกันที่คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองของเจ้าบ่าว ทางฝ่ายเจ้าสาวที่มีญาติเหลือเพียงสองคนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรภายในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีเจ้าสาวแสนสวยในชุดกี่เพ้าสีแดงสไตล์เรียบหรูแบบผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรป ทรงผมถูกทักเปียเก็บอย่างสวยงามมีปิ่นเงินปิ่นทองและใบทับทิมพร้อมดอกไม้สดประดับอยู่ข้างหลังส่งกลิ่นหอมอบอวลด้วยเจ้าสาวนั้นชอบกลิ่นของมันจึงไม่ใช่ปัญหาของอาการแพ้ท้องที่ตอนนี้ครบกำหนดสามเดือนแล้ว ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ร่างระหงกำลังนั่งรอเจ้าบ่าวมารับตัวเพื่อลงไปประกอบพิธี ขั้นตอนนี้ผ่านพิธีมอบสินสอดและสวมแหวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่รอให้เจ้าบ่าวมารับเจ้าสาวพาไปเข้าหอ “เธอสวยมากเล
หลิวถิงถิงมองพนักงานทั้งสองด้วยรอยยิ้ม เธอยังไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นผู้หญิงทั้งสองคือใคร เสียงดนตรีบรรเลงเพลงสากลขึ้นมาเบาๆ ซึ่งเธอก็จำได้ว่ามันเป็นเพลง Perfect ของEd Sheeran และมาถึงช่วงจังหวะทำนองWell, I found a woman, stronger than anyone I knowShe shares my dreams, I hope that someday I'll share her homeI found a love, to carry more than just my secretsTo carry love, to carry children of our own ร่างสูงโปร่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายซือก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ บริกรสาวภายใต้หน้ากากเปิดฝาที่ครอบถาดกลมเอาไว้ออก ซึ่งเผยให้เห็นว่าภายในมีกระปุกกลมสีทองวางอยู่ มือเรียวของซือมู่อันยื่นไปหยิบมาถือไว้ หลิวถิงถิงรู้สึกใจเต้นแรงแทบจะไม่เป็นจังหวะก่อนที่เธอจะมองไปที่บริกรสาวทั้งสองอย่างคุ้นเคย หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรออกไป กล่องสีทองก็ถูกว่าที่สามีสุดหล่อของเธอเปิดออกตรงหน้า แหวนเพชรวงเล็กแต่มีเพชรล้อมรอบส่งแสงระยิบระยับดูงามตา พอถึงตอนนี้เธอจึงเข้าใจทันทีว่าเธอกำลังถูกเขาขอแต่งงาน “มาเป็นคน
ร่างสูงโปร่งที่เดินโอบไหล่บอบบางเรือนร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของว่าที่ภรรยาสาวเข้ามาภายในบ้านมองไปที่มารดาอย่างงุนงง ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น “เดินไปเดินมาทำไมครับแม่ เดี๋ยวก็เวียนหัวหรอก” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยขณะจับจูงโอบประคองภรรยาสาวให้ไปนั่งลงที่โซฟานุ่มภายในห้องรับแขก“มากันพอดีเลย แหม...แม่โทรไปไม่รับเลยนะ แม่อยากจะรู้ว่าหนูถิงถิงท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นี่อะไรกันไม่ยอมรับสายแม่เลย แม่โทรหาหนูตั้งหลายที ส่วนลูกโทรศัพท์ทำไมทิ้งไว้ในรถแบบนั้น เวลามีงานด่วนเข้ามาจะรู้ได้ยัง” พอนั่งลงปุ๊บคุณนายใหญ่ก็อดที่จะบ่นออกมาให้กับสองหนุ่มสาวไม่ได้ “ขอโทษค่ะแม่ พอดีหนูปิดเสียงเปิดสั่นเอาไว้” ว่าที่ลูกสะใภ้ตอบด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดขึ้นมาทันที “ผมก็รีบพาน้องไปตรวจไงครับ เลยไม่ได้พกโทรศัพท์ลงไปด้วย” ซือมู่อันเอ่ยออกมาบ้าง “แล้วเป็นไงลูก สรุปหนูท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” คุณนายใหญ่ถอนหายใจออกมาอย่
วันต่อมา หลังจากจัดการเตรียมสถานที่สำหรับการเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงานครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตเรียบร้อยแล้ว วันนี้ก็เป็นวันที่เขาตัดสินใจจะขอว่าที่ภรรยาสาวแต่งงาน แต่ในตอนเช้าเขานั้นมีแพลนว่าจะพาเธอไปตรวจครรภ์และฝากครรภ์กับแพทย์หญิงที่เขานั้นรู้จัก เธอเป็นภรรยาของเพื่อนต่างเมืองแต่เธอนั้นย้ายมาประจำอยู่ที่เมืองแอลตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน“สวัสดีเจียวมี่ เธอสบายดีนะ ลู่เพ่ยเป็นยังไงบ้าง เขายอมย้ายตามเธอมาหรือยัง” เสียงเข้มติดเย็นชาเอ่ยทักทายภรรยาของเพื่อนที่เป็นสูตินรีแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงของเมืองแอลแห่งนี้“สบายดีมู่อัน ลูเพ่ยเขาก็เป็นแบบนั้นแหละ ไม่ย้ายมาหรอกแต่ขอบอกว่ามาหาบ่อยมากคิกๆๆ” แพทย์หญิงเอ่ยทักทายเพื่อนสามีกลับเช่นกัน ก่อนที่จะหลี่ตามองสาวน้อยหน้าหวานข้างๆ เพื่อนของสามีด้วยแววตาสงสัย “อ้อ......นี่ถิงถิงว่าที่ภรรยาของฉันเอง วันนี้ฉันพาเธอมาตรวจครรภ์ พร้อมฝากครรภ์กับเธอไปด้วยเลย” คำบอกเล่าแนะนำแม่สาวน้อยข้างกายของเพื่อนสามีทำเอาคุณหมอสาวตกใจแบบไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่หวงความโสดแบบคุณชาย
การวางแผนของซือมู่อันและคนสนิทของหลิวถิงถิงเป็นไปอย่างลับๆ โดยที่หลิวถิงถิงไม่รู้เรื่องเลย ทางด้านคุณนายซือที่ออกไปพบกับบิดาของหลิวถิงถิงก็อดที่จะทำให้ฝ่ายนั้นตกอกตกใจไม่ได้ แต่พอได้รู้ว่าผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้มาสู่ขอบุตรสาวของตนให้กับบุตรชาย ใบหน้ากังวลจึงแปรเปลี่ยนเป็นยินดี “ขอบพระคุณคุณนายกับคุณชายซือนะครับที่ให้เกียรติลูกสาวของผม ถ้าถิงถิงตกลงผมก็ไม่ขัดข้องอะไรหรอกครับ” ใบหน้าเหี่ยวย่นไปตามวัยเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุข ใครจะไปคิดว่าบุตรสาวของตนจะได้แต่งเข้าไปในตระกูลที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลของเมืองแอล “อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ เพราะลูกชายของดิฉันทำอะไรข้ามขั้นตอนไปมาก การมาสู่ขอให้ถูกต้องตามประเพณีก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่ควรแล้วค่ะ” ซือหลินซู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ข้ามขั้นตอน หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าลูกสาวของผมชอบพออยู่กับคุณชาย อาจจะเป็นเพราะผมไม่ใช่พ่อที่ดีมากด้วยแหละครับ ถึงไม่ค่อยจะรู้เรื่องส่วนตัวของลูกๆ” น้ำเสียงงุนงงในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นสลดลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ใช่พ่อที่ดีที่ใส่
เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนที่มารดาของว่าที่สามีเตรียมไว้ให้ก็ต้องตกตะลึงกับความกว้างขวางใหญ่โต ดวงตากลมโตมองไปที่เตียงกว้างขนาดหกฟุตซึ่งมีทั้งตุ๊กตา หมอนหนุนสีหวานและหมอนข้างแสนนุ่มวางอยู่บนเตียง ก่อนที่ขาเรียวจะพาร่างระหงของเธอตรงไปที่เตียง เพราะเมื่อคืนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยทำให้เธอรู้สึกง่วงเป็นอย่างมาก ร่างบางปีนป่ายขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มที่มีผ้าปูสีชมพูแสนหวานแล้วล้มตัวลงนอนเปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงโดยที่ไม่รู้สึกตัวอีกเลย“อะไรกันมู่อัน ไปพาน้องมาแต่ไม่ขอน้องแต่งงานเนี่ยนะ แม่ถามลูกจริงๆ ลูกพาน้องกลับมาบ้านในฐานะอะไร แม่ของลูก ผู้ที่หญิงที่รัก หรือแค่ผู้หญิงที่มีไว้เพื่อมีทายาทให้เท่านั้น” คำถามของผู้เป็นมารดาทำเอาซือมู่อันตกตะลึงก่อนที่จะเพิ่งคิดได้ ใช่สิ เขาต้องขอแต่งงานให้ถูกต้องและการแต่งงานของเขาจะต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่ให้สมกับการที่ตระกูลเขาเป็นตระกูลใหญ่ของเมืองแอล“ผมนึกไม่ถึงครับคุณแม่ว่าต้องขอเธอด้วย ตอนแรกก็กะจะจัดงานเลย แต่ก็เหมือนว่าผมทำข้ามขั้นตอนไปอีกตามเคย คือผมต้องขอน้องแต่งงานก่อนใช่ไหมครับ” ซือมู่อันนั่งปรึกษากับมารดาพอดี เขา
มือบางชื้นเหงื่อขึ้นมาทันทีที่รถตู้คันหรูเลี้ยวเข้ามาภายในอาณาจักรของตระกูลซือในพื้นที่เกือบร้อยไร่ใจกลางเมืองแอล ซือมู่อันหันไปมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดของคนข้างๆ ก็พอจะดูออกทันทีว่าแม่สาวน้อยภรรยาทางพฤตินัยของเขากำลังกังวล เพราะนี่คือการพาเธอไปแนะนำให้ครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาได้รู้จัก มือหนาคว้ามือบางมากุมไว้ก่อนที่จะบีบเบาๆ หลิวถิงถิงหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีทางพฤตินัยก็พบว่าเขากำลังส่งยิ้มบางๆ มาให้กับเธอ หญิงสาวจึงยิ้มตอบแล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ “ไม่ต้องกังวลนะที่รัก แม่พี่ใจดี อีกอย่างตอนที่ท่านรู้ว่าหนูกำลังจะมีหลานคนแรกให้ท่าน ท่านดีใจจนร้องไห้เลยล่ะ” ซือมู่อันปลอบเธอ และสิ่งที่เขาบอกเธอนั้นเป็นความจริงทั้งหมด ตอนที่เขารู้ว่าเธอตั้งครรภ์เขาก็รีบโทรปรึกษามารดาทันที และเมื่อมารดาได้ฟังเรื่องที่เขาเล่าแล้วเธอก็รีบกดวางสายแล้วเปลี่ยนเป็นวิดิโอคอลหาเขา ท่านร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ โดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าท่านจะมีหลานที่กำลังจะได้ลืมตามาดูโลกในเร็วๆ นี้ “จริงหรือคะ ท่านจะไม่ว่าจริงๆ ใช่ไหมที่หนูท้องก่อนแต่ง” เสียงหวานเอ
มู่หลินไม่ได้รู้สึกยินดีเท่าไหร่นักที่ต้องไปไกลถึงเมืองอื่น แต่หากจะให้เลือกตกงานกับยังมีงานทำ เธอขอเลือกอย่างหลังมากกว่า และข่าวที่มู่หลินถูกสั่งย้ายไปอยู่สาขาต่างเมืองก็ดังไปทั่วทั้งตึก หลายๆ คนรู้สึกโล่งใจและสบายใจที่มู่หลินจอมแสบนั้นถูกย้ายไปไกล แต่บางคนก็ยังรู้สึกว่ามันไม่พอกับการกระทำที่แสดงออกต่อพนักงานใหม่ ถ้าเมื่อวานผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ภรรยาของหุ้นส่วนท่านประธานก็ไม่รู้ว่าวันนี้เธอจะยังได้รับความยุติธรรมอยู่ไหมซือมู่อันให้จางหลงไปรับหลิวถิงถิงมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เพราะเขาจองโต๊ะสำหรับมื้อกลางวันเอาไว้แล้ว และรู้ดีว่าเด็กสาวอยากจะเลี้ยงขอบคุณเพื่อนสนิทที่อยู่ที่นี่ของเธอก่อนที่เธอจะกลับไปพร้อมกับเขา “ขอบคุณนะคะที่ทำเพื่อหนูมากขนาดนี้” เสียงหวานเอ่ยขึ้นหลังจากที่โดนเขาดึงไปสวมกอดภายในร้านอาหารโดยไม่แคร์สายตาของคนอื่นๆ ที่มองมาอย่างอิจฉา มือหนากอบกุมมือบางเอาไว้ก่อนที่จะจับจูงเธอให้เดินตามไปที่โต๊ะ เขาเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย หัวใจก็รู้สึกมีความสุข หลังจากที่ร