หลังจากวันนั้นหลิวถิงถิงก็ยุ่งวุ่นวายกับการทำโปรเจคจบกับเพื่อนๆ จนลืมนึกถึงเรื่องที่เขาไม่ได้ป้องกัน เธอหลงลืมไปและไม่กังวลใจอะไรก็เพราะเขาเป็นคนบอกเธอเองว่า ‘เขาเป็นหมัน’ หญิงสาวทำโปรเจ็คจบหามรุ่งหามค่ำ ดีที่ซือมู่อันเข้าใจและไม่เรียกหาเธอ ทั้งๆ ที่ใจเขานั้นคิดถึงร่างกายหอมๆ ของเธอแทบขาด “เย้ ในที่สุดโปรเจคจบของฉันก็ผ่านสักที” เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยความดีใจที่ความพยายามของเธอตลอดหลายวันที่ผ่านมาสำเร็จ “ฉันก็ผ่านแล้วเหมือนกัน” เฉินเหม่ยหานเอ่ยออกมาบ้าง “เธอล่ะซือซือ แต่ฉันว่าเธอไม่น่าจะพลาด” หลิวถิงถิงเอ่ยถามเพื่อนสนิทก่อนที่จะเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน “ถ่ะ..ถูกต้องนะค้า...... วันนี้เราไปฉลองกัน ฉันอยากกินสุกี้หม้อไฟกับหม่าล่าเผ็ดๆ” สาวสวยดีกรีนักแสดงหญิงคนใหม่ของวงการบันเทิงเมืองแอลเอ่ยชวนขึ้นอย่างตื่นเต้น“เออ แล้วนี่เธอไม่ได้เจอกับคุณชายซือมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย เขารู้หรือยังว่าเธอทำโปรเจ็คจบผ่านแล้ว” จ้าวซือซือเอ่ยถามเพื่อนด้วยความสงสัย เพราะเห็นพักหลังๆ มาเพื่อนสนิทคนสวยก็เอาแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับโปรเจคจบของตนเองจนไม่ได้ติดต่อกับผู้อุปการะเลย “ก็มีทักมาถามบ้างนั่นแหละ เขาบอกอ
มื้ออาหารฉลองเรียนจบผ่านไปอย่างสนุกสนาน กลุ่มของฟางอี้หลงกลับไปก่อนกลุ่มของหลิวถิงถิง สามสาวลองดื่มเบียร์ยี่ห้อหนึ่งที่ผลิตขึ้นจากผลไม้ จ้าวซือซือดูจะชำนาญและดื่มเก่งที่สุด ส่วนคนที่คออ่อนที่สุดน่าจะเป็นเฉินเหม่ยหาน เพราะเธอเริ่มพูดคุยด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ตั้งแต่หมดไปกระป๋องที่สามแล้ว สามสาวจึงพากันกลับหอพัก หากแต่หลิวถิงถิงนั้นมีคนของคุณชายซือมารอรับอยู่ที่หน้าร้าน เธอจึงบอกให้เพื่อนทั้งสองกลับไปก่อนเพราะเธอคงจะต้องไปคุยกับเขาให้เข้าใจว่าเธอกำลังจะไปทำงานที่เมืองอื่นหลังจากเรียนจบ รถตู้คันหรูติดฟิล์มสีดำเคลื่อนเข้าไปจอดที่คอนโดหรู สถานที่ประจำที่เธอมาบ่อยๆ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา หญิงสาวมองไปรอบๆ ราวกับต้องการที่จะจดจำเอาไว้เป็นครั้งสุดท้าย จางหลงที่เดินมาส่งเธอก็มองอาการคนสำคัญของคุณชายด้วยความแปลกใจ เพราะปกติเวลาที่เธอมา เธอไม่เคยที่จะอ้อยอิ่งหรือสำรวจสถานที่นานเหมือนวันนี้ แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไป “สวัสดีค่ะคุณชายซือ” เสียงหวานเอ่ยทักทายชายหนุ่มรูปงามที่กำลังนั่งจิบไวน์รอเธออยู่อย่างใจเย็น “มานั่งนี่สิ” เขาใช้มือหนาตบลงบนที่นั่งข้างกาย ขาเรียวพาร่างระหงเยื้องย่างเข้าไปหาชา
และแล้ววันรับปริญญาของนักศึกษามหาวิทยาลัยแอลรุ่นของหลิวถิงถิงก็มาถึง สามสาวนั้นรวบผมขึ้นพร้อมกับแต่งหน้าจางๆ มองแล้วดูสวยงามทุกคนจนหนุ่มๆ อดที่จะเหลียวหลังมองตามไม่ได้ ส่วนสาวๆ ที่หมั่นไส้ในทีก็มองมาด้วยความอิจฉาแก๊งนางฟ้าหัวใจเย็นชาที่ไม่เคยมีข่าวว่าคบกับผู้ชายคนไหนเลยตลอดสี่ปีที่ผ่านมา และวันนี้คนที่ไม่คาดคิดว่าจะมาก็มา “สวัสดีสาวๆ สบายดีกันนะ พี่ขอแสดงความยินดีด้วยที่เรียนจบกันเสียที” เสียงทุ้มดังมาจากหนุ่มรูปหล่อร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีขาวดำ “อ้าว สวัสดีค่ะพี่เจียอี พวกเราสบายดีค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะที่มา ว่าแต่ไม่เจอกันนานเลย พี่เจียอีสบายดีนะคะ” เป็นหลิวถิงถิงที่เอ่ยทักขึ้นตามแบบของคนที่มีอัธยาศัยและจิตใจดีก่อนที่จะมองไปยังเพื่อนสาวคนสนิท“พี่ทำงานอยู่ที่ไหนคะตอนนี้” เสียงหวานของเฉินเหม่ยหานเอ่ยถามขึ้นบ้าง“ก็บริษัทอสังหาริมทรัพย์ย่านกลางเมืองนั่นแหละ พอดีตอนนี้พี่ได้เป็นหัวหน้าวิศวกรที่นั่นแล้วล่ะ” หลินเจียอีตอบออกมาอย่างภูมิใจก่อนที่จะมองไปท่ใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาวที่เขาตกหลุมรักเธอมานานหลายปีจนป่
“ว่าไง เธอมีแฟนมาก่อนหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็คงจะเครียดแหละ แต่เท่าที่สังเกตตั้งแต่เธออยู่กับฉันมาเกือบสองอาทิตย์ ฉันเห็นเธอกินเก่งมากเลยนะ ดูเหมือนเธอจะหิวตลอด แล้วก็ชอบกินพวกของเปรี้ยวๆ บ่อยๆ ด้วย จนฉันอดที่จะคิดไปไม่ได้ว่าเธอกำลังจะมีน้อง” ด้วยความช่างสังเกตแต่เพราะยังไม่สนิทเลยไม่กล้าที่จะเอ่ยถามออกมา แต่ตอนนี้ทั้งเธอและเพื่อนใหม่เริ่มที่จะสนิทกันแล้วจึงไม่ยากที่จะถามด้วยความเป็นห่วง “ฉัน...ไม่เคยมีแฟนหรอก” เธอตอบเพื่อนใหม่ตามความจริง แต่เลือกที่จะปิดบังว่าเธอเคยนอนกับใครมา “ถ้าอย่างนั้นก็คงจะเป็นเพราะเครียดกับพักผ่อนน้อยแหละ วันนี้เธอไม่ได้ไปทำงานใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นก็พักผ่อนต่อเถอะ ฉันจะไปทำงานก่อนล่ะ พรุ่งนี้ได้ข่าวว่าพี่ชายท่านประธานมาจากต่างเมืองด้วยนะ หล่อระเบิดเลยแหละจะบอกให้ พรุ่งนี้อย่าป่วยล่ะ เดี๋ยวจะพลาดอาหารตาเอาคิกๆ” ลี่หลินเอ่ยออกมาพรางโล่งใจที่เพื่อนสาวคนสวยของเธอไม่ใช่ว่าที่คุณแม่ เพราะเพิ่งจะเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงเดือนเลยแถมยังเพิ่งเรียนจบอีกด้วย คงลำบากไม่น้อยถ้าฐานะไม่ดีแล้วต้องมาดูแลเด็กน้อยที่กำลังจะเกิดมา
ทันทีที่รถตู้คันหรูจอดลงบริเวณที่จอดรถวีไอพีของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ร่างหนาสูงโปร่งก็แทบจะปลิวลงจากรถทันที ขายาวๆ ก้าวตรงไปขึ้นลิฟต์เพื่อตรงไปห้องทำงานของท่านประธานทันทีโดยมีสายตาจากสาวๆ ในบริษัทที่มองมาที่เขาอย่างตื่นเต้น แต่คนตัวสูงก็ไม่ได้สนใจสายตาของคนรอบข้างไม่ บอดี้การ์ดทั้งสองผู้ที่คอยทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของคุณชายก็แทบจะเดินแกมวิ่งตามเจ้านายมือหนาเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ เลขาที่อยู่หน้าห้องที่กำลังจะเอ่ยปากบอกอะไรบางอย่างแก่ผู้มาใหม่ยังไม่ทันได้อ้าปากห้ามเลยด้วยซ้ำ“เห้ย!!! อะไรกันเนี่ยพี่มู่อัน เข้ามาไม่เคาะประตูก่อนเล่า” เสียงทุ้มสบถออกมามือหนาพรางรีบดึงเสื้อเกาะอกของแฟนสาวขึ้นไปอยู่ในสภาพเดิม ใบหน้าหวานของฉินเวยเวยแดงก่ำด้วยความอายพร้อมกับซบลงบนหน้าอกหนั่นแน่นของแฟนหนุ่ม ดีที่เธอหันหลังออกไปทางประตู ผู้มาใหม่อย่างคุณชายซือเลยไม่ทันเห็นอกอวบของตน ฟางถงมองคนมาใหม่อย่างงุนงง ปกติพี่ชายต่างเมืองคนนี้ของเขามักจะมีมารยาทเสมอ วันนี้มาแปลกที่ไม่โทรมาบอกก่อนและยังไม่ให้เลขาหน้าห้องรายงานเขาก่อนที่จะเข้ามาอีก “ขอโทษๆ ขอโท
“ไม่ต้องทำหน้าตกใจ มันคือเรื่องจริง ฉันจะมารับเธอกลับเมืองแอล แม่ของฉันอยากเจอเธอ” ซือมู่อันบอกน้องชายที่ทำหน้าประหลาดใจ เขาได้ปรึกษากับมารดาเรื่องของเธอแล้ว มารดาบอกเขาว่าเขารักเธอ ให้เขาลองถามหัวใจตัวเองดู แต่ปากเจ้ากรรมมันดันพูดออกมาไม่ได้ เขาเลยอยากมาเจรจากับเธอเพื่อที่จะให้สถานะที่ไม่เคยให้ใครกับเธอ ยิ่งมารู้ความจริงที่ว่าเธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา เขายิ่งมั่นใจ ไม่ว่ายังไงเขาก็จะตามเมียและลูกกลับไปเมืองแอลกับเขาให้ได้ “แล้วนี่พี่เคยบอกกับเธอหรือยังว่าพี่รู้สึกยังไงกับเธอ ผู้หญิงน่ะ ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าคนที่รักเธอจากหัวใจบอกคำว่ารักให้เธอได้ยินหรอกนะพี่มู่อัน ผมอยากให้พี่บอกความในใจกับเธอ เชื่อผมเถอะ สิ่งที่พี่คิดว่ายากจะง่ายภายในพริบตาเลยล่ะ” ฟางถงเอ่ยถามก่อนที่จะแนะนำตามประสบการณ์ของตนกับฉินเวยเวย ที่ตอนแรกเธอคิดแค่ว่าเขารักสนุกกับเธอ ไม่ได้จริงจังอะไร จนวันที่เขาสารภาพออกมา มันทำให้เธอกล้าเปิดหัวใจและรักเขากลับเช่นกัน “ยังไม่เคยบอก นายก็รู้ว่าฉันมันเย็นชาไร้หัวใจ ฉันเคยรักใครซะที่ไหนกัน” เสียง
เช้าวันใหม่ที่แสนสดใสของใครหลายๆ คน แต่ไม่ใช่สำหรับเธอ หลิวถิงถิงตื่นมาอาเจียนตั้งแต่เช้ามืดจนลี่หลินพลอยต้องตื่นนอนแต่เช้าไปด้วย ร่างบางก้มๆ เงยอยู่ที่หน้าคอห่านจนเพื่อนอีกคนต้องเดินเข้ามาถามพร้อมกับลูบหลังให้ “เป็นไงบ้างถิงถิง ไปทำงานไหวไหมเนี่ย” “อืม ไหว เมื่อวานน่าจะทานอาหารเยอะไปหน่อยจนอาหารไม่ย่อย เช้ามาเลยอาเจียนเยอะแบบนี้ ขอโทษนะลี่หลินที่ทำให้เธอต้องตื่นแต่เช้าเลย ทั้งๆ ที่เป็นวันหยุดพักผ่อนของเธอแท้ๆ” หลิวถิงถิงเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิด “ไม่เป็นไรหรอก เวลานอนเรามีทั้งวัน ว่าแต่เธอเถอะไปทำงานไหวแน่นะ ถ้าไม่ไหวจะได้โทรไปลาที่ฝ่ายบุคคลให้” ลี่หลินตอบก่อนที่จะเอ่ยถามเพื่อนสาวเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “เป็นไร เราไหวจ้ะ ขอบใจนะ” หลิวถิงถิงลุกขึ้นก่อนที่จะเตรียมตัวอาบน้ำ ลี่หลินจึงเดินออกมาและมองกลับไปด้วยสายตาสงสัย ‘สรุปหลิวถิงถิงไม่เคยมีแฟนมาก่อนแน่เหรอ แต่อาการของเธอเหมือนท้องเลยอะ’ ลี่หลินคิดในใจ แต่ก็ไม่กล้าที่จะคาดคั้นอะไรกับเพื่อนมากเพราะเรื่องบางเรื่องถ้าเพื่อนไม่อยากบอกนั่นแสดงว่าเธอไม่อยากให้รู้ หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวและทานอาหารเช้าเสร็จหลิวถิงถิงก็ไปขึ้นรถเมล์ที่หน
พนักงานสาวๆ ต่างมองไปที่หุ้นส่วนของท่านประธานเป็นตาเดียวกัน และดูออกได้ไม่ยากว่าสาวๆ คิดอะไรกับเขา ก็เขานั้นทั้งสูง ทั้งหล่อล่ำ หุ่นราวกับเทพบุตรกรีก มู่หลินก็เป็นหนึ่งในนั้นที่แอบหวังในตัวของหุ้นส่วนท่านประธานคนนี้อยู่ไม่น้อย สายตายั่วยวนทอดสะพานไปให้คนข้างหน้าอย่างปิดไม่มิด หากแต่คนบนเวทีนั้นไม่ได้สนใจกับสายตาของสาวๆ เท่าไหร่นัก ดวงตาคมยังคงมองไปรอบๆ ก่อนที่จะกระซิบถามน้องชายต่างเมือง “ถิงถิงไปไหน วันนี้เธอมาทำงานไม่ใช่เหรอ” เสียงเย็นชากระซิบที่ข้างหูของฟางถง “ก็ใช่นะพี่มู่อัน ผมว่าเธอคงไม่ได้มาเข้าประชุมด้วย พี่จะไปดูที่ห้องทำงานไหมล่ะ” ฟางถงกระซิบถามเขากลับเช่นกัน ซือมู่อันจึงพยักหน้าให้เป็นการตอบตกลง “ครับ วันนี้ก็ขอให้ทุกคนทำงานกันอย่างมีความสุข และสนุกกับงานที่ทำด้วยนะครับ แยกย้ายกลับไปทำงานได้ครับ” เสียงเข้มของฟางถงเอ่ยขึ้นก่อนที่สองหนุ่มร่างสูงใหญ่ไล่เลี่ยกันจะพากันเดินออกจากห้องประชุมไป เสียงพูดคุยกรี๊ดกร๊าดราวกับผึ้งแตกรัง โดยเฉพาะกับสาวๆ ที่จับกลุ่มพูดคุยกันขณะที่เดินกลับไปทำงานที่แผนก หลิวถิงถิงยังคงไม่ได้สนใจอะไรหรือรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่พวกรุ่นพี่ได้ไปพบเจอก
การที่ไม่จัดพิธีฉลองมงคลสมรสแบบสากลในตอนเย็นนั้นเป็นความต้องการของเจ้าสาวเอง ไม่ใช่เพราะเธออยากที่จะช่วยทางเจ้าบ่าวประหยัดงบหนือเกรงใจ แต่เป็นเพราะช่วงนี้เธอรู้สึกเพลียง่ายและง่วงนอนเร็ว เลยเลือกที่จะทำพิธีแบบจีนอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเจ้าบ่าวอย่างคุณชายซือก็ไม่ขัด ถึงแม้ว่ามารดาจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม เพราะความที่อยากจะกู้ศักดิ์ศรีให้กับลูกสะใภ้ แต่ก็ต้องจำยอมเพราะเธอเอาหลานๆ ในท้องมาอ้างว่าหากเธอเพลียอาจจะไม่เป็นผลดีกับสองแฝดน้อยในครรภ์คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองแอลพอรถจอดซือมู่อันก็อุ้มร่างบอบบางที่เริ่มอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของภรรยาขึ้นก่อนที่สองขาแข็งแรงจะก้าวยาวๆ ตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว ใบหน้าหวานขึ้นสีเลือดฝาดขึ้นมาทันทีที่มองใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสามีทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันก่อนที่จะจัดพิธีแต่งงานมาได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว คนถูกมองเหมือนจะไม่รู้ตัวว่าภรรยาตัวน้อยในอ้อมแขนแข็งแรงของเขาแอบมองเขาอยู่ แต่นั่นไม่จริงเลยสักนิด เขากำลังตั้งใจอุ้มเธอด้วยความระมัดระวังเพราะมีลูกๆ สองคนอยู่ในท้องของเธอ ประตูคอนโดถูกเปิดออกโดยสองหนุ่มบอดี้ก
หนึ่งเดือนต่อมาวันนี้เป็นวันที่ใครหลายคนเฝ้าจับตาและรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลซือซึ่งงานนั้นถูกจัดขึ้นภายในอาณาจักรตระกูลซือที่มีพื้นที่เกือบร้อยไร่ และเหตุผลที่เลือกจัดงานโดยใช้สถานที่เดียวในวันนี้ก็เพราะที่บ้านของเจ้าสาวนั้นค่อนข้างที่จะคับแคบ คุณนายใหญ่แห่งตระกูลซือเลยออกความเห็นว่าให้จัดที่บ้านเจ้าบ่าวและไปเข้าหอกันที่คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองของเจ้าบ่าว ทางฝ่ายเจ้าสาวที่มีญาติเหลือเพียงสองคนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรภายในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีเจ้าสาวแสนสวยในชุดกี่เพ้าสีแดงสไตล์เรียบหรูแบบผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรป ทรงผมถูกทักเปียเก็บอย่างสวยงามมีปิ่นเงินปิ่นทองและใบทับทิมพร้อมดอกไม้สดประดับอยู่ข้างหลังส่งกลิ่นหอมอบอวลด้วยเจ้าสาวนั้นชอบกลิ่นของมันจึงไม่ใช่ปัญหาของอาการแพ้ท้องที่ตอนนี้ครบกำหนดสามเดือนแล้ว ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ร่างระหงกำลังนั่งรอเจ้าบ่าวมารับตัวเพื่อลงไปประกอบพิธี ขั้นตอนนี้ผ่านพิธีมอบสินสอดและสวมแหวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่รอให้เจ้าบ่าวมารับเจ้าสาวพาไปเข้าหอ “เธอสวยมากเล
หลิวถิงถิงมองพนักงานทั้งสองด้วยรอยยิ้ม เธอยังไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นผู้หญิงทั้งสองคือใคร เสียงดนตรีบรรเลงเพลงสากลขึ้นมาเบาๆ ซึ่งเธอก็จำได้ว่ามันเป็นเพลง Perfect ของEd Sheeran และมาถึงช่วงจังหวะทำนองWell, I found a woman, stronger than anyone I knowShe shares my dreams, I hope that someday I'll share her homeI found a love, to carry more than just my secretsTo carry love, to carry children of our own ร่างสูงโปร่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายซือก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ บริกรสาวภายใต้หน้ากากเปิดฝาที่ครอบถาดกลมเอาไว้ออก ซึ่งเผยให้เห็นว่าภายในมีกระปุกกลมสีทองวางอยู่ มือเรียวของซือมู่อันยื่นไปหยิบมาถือไว้ หลิวถิงถิงรู้สึกใจเต้นแรงแทบจะไม่เป็นจังหวะก่อนที่เธอจะมองไปที่บริกรสาวทั้งสองอย่างคุ้นเคย หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรออกไป กล่องสีทองก็ถูกว่าที่สามีสุดหล่อของเธอเปิดออกตรงหน้า แหวนเพชรวงเล็กแต่มีเพชรล้อมรอบส่งแสงระยิบระยับดูงามตา พอถึงตอนนี้เธอจึงเข้าใจทันทีว่าเธอกำลังถูกเขาขอแต่งงาน “มาเป็นคน
ร่างสูงโปร่งที่เดินโอบไหล่บอบบางเรือนร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของว่าที่ภรรยาสาวเข้ามาภายในบ้านมองไปที่มารดาอย่างงุนงง ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น “เดินไปเดินมาทำไมครับแม่ เดี๋ยวก็เวียนหัวหรอก” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยขณะจับจูงโอบประคองภรรยาสาวให้ไปนั่งลงที่โซฟานุ่มภายในห้องรับแขก“มากันพอดีเลย แหม...แม่โทรไปไม่รับเลยนะ แม่อยากจะรู้ว่าหนูถิงถิงท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นี่อะไรกันไม่ยอมรับสายแม่เลย แม่โทรหาหนูตั้งหลายที ส่วนลูกโทรศัพท์ทำไมทิ้งไว้ในรถแบบนั้น เวลามีงานด่วนเข้ามาจะรู้ได้ยัง” พอนั่งลงปุ๊บคุณนายใหญ่ก็อดที่จะบ่นออกมาให้กับสองหนุ่มสาวไม่ได้ “ขอโทษค่ะแม่ พอดีหนูปิดเสียงเปิดสั่นเอาไว้” ว่าที่ลูกสะใภ้ตอบด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดขึ้นมาทันที “ผมก็รีบพาน้องไปตรวจไงครับ เลยไม่ได้พกโทรศัพท์ลงไปด้วย” ซือมู่อันเอ่ยออกมาบ้าง “แล้วเป็นไงลูก สรุปหนูท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” คุณนายใหญ่ถอนหายใจออกมาอย่
วันต่อมา หลังจากจัดการเตรียมสถานที่สำหรับการเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงานครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตเรียบร้อยแล้ว วันนี้ก็เป็นวันที่เขาตัดสินใจจะขอว่าที่ภรรยาสาวแต่งงาน แต่ในตอนเช้าเขานั้นมีแพลนว่าจะพาเธอไปตรวจครรภ์และฝากครรภ์กับแพทย์หญิงที่เขานั้นรู้จัก เธอเป็นภรรยาของเพื่อนต่างเมืองแต่เธอนั้นย้ายมาประจำอยู่ที่เมืองแอลตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน“สวัสดีเจียวมี่ เธอสบายดีนะ ลู่เพ่ยเป็นยังไงบ้าง เขายอมย้ายตามเธอมาหรือยัง” เสียงเข้มติดเย็นชาเอ่ยทักทายภรรยาของเพื่อนที่เป็นสูตินรีแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงของเมืองแอลแห่งนี้“สบายดีมู่อัน ลูเพ่ยเขาก็เป็นแบบนั้นแหละ ไม่ย้ายมาหรอกแต่ขอบอกว่ามาหาบ่อยมากคิกๆๆ” แพทย์หญิงเอ่ยทักทายเพื่อนสามีกลับเช่นกัน ก่อนที่จะหลี่ตามองสาวน้อยหน้าหวานข้างๆ เพื่อนของสามีด้วยแววตาสงสัย “อ้อ......นี่ถิงถิงว่าที่ภรรยาของฉันเอง วันนี้ฉันพาเธอมาตรวจครรภ์ พร้อมฝากครรภ์กับเธอไปด้วยเลย” คำบอกเล่าแนะนำแม่สาวน้อยข้างกายของเพื่อนสามีทำเอาคุณหมอสาวตกใจแบบไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่หวงความโสดแบบคุณชาย
การวางแผนของซือมู่อันและคนสนิทของหลิวถิงถิงเป็นไปอย่างลับๆ โดยที่หลิวถิงถิงไม่รู้เรื่องเลย ทางด้านคุณนายซือที่ออกไปพบกับบิดาของหลิวถิงถิงก็อดที่จะทำให้ฝ่ายนั้นตกอกตกใจไม่ได้ แต่พอได้รู้ว่าผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้มาสู่ขอบุตรสาวของตนให้กับบุตรชาย ใบหน้ากังวลจึงแปรเปลี่ยนเป็นยินดี “ขอบพระคุณคุณนายกับคุณชายซือนะครับที่ให้เกียรติลูกสาวของผม ถ้าถิงถิงตกลงผมก็ไม่ขัดข้องอะไรหรอกครับ” ใบหน้าเหี่ยวย่นไปตามวัยเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุข ใครจะไปคิดว่าบุตรสาวของตนจะได้แต่งเข้าไปในตระกูลที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลของเมืองแอล “อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ เพราะลูกชายของดิฉันทำอะไรข้ามขั้นตอนไปมาก การมาสู่ขอให้ถูกต้องตามประเพณีก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่ควรแล้วค่ะ” ซือหลินซู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ข้ามขั้นตอน หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าลูกสาวของผมชอบพออยู่กับคุณชาย อาจจะเป็นเพราะผมไม่ใช่พ่อที่ดีมากด้วยแหละครับ ถึงไม่ค่อยจะรู้เรื่องส่วนตัวของลูกๆ” น้ำเสียงงุนงงในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นสลดลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ใช่พ่อที่ดีที่ใส่
เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนที่มารดาของว่าที่สามีเตรียมไว้ให้ก็ต้องตกตะลึงกับความกว้างขวางใหญ่โต ดวงตากลมโตมองไปที่เตียงกว้างขนาดหกฟุตซึ่งมีทั้งตุ๊กตา หมอนหนุนสีหวานและหมอนข้างแสนนุ่มวางอยู่บนเตียง ก่อนที่ขาเรียวจะพาร่างระหงของเธอตรงไปที่เตียง เพราะเมื่อคืนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยทำให้เธอรู้สึกง่วงเป็นอย่างมาก ร่างบางปีนป่ายขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มที่มีผ้าปูสีชมพูแสนหวานแล้วล้มตัวลงนอนเปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงโดยที่ไม่รู้สึกตัวอีกเลย“อะไรกันมู่อัน ไปพาน้องมาแต่ไม่ขอน้องแต่งงานเนี่ยนะ แม่ถามลูกจริงๆ ลูกพาน้องกลับมาบ้านในฐานะอะไร แม่ของลูก ผู้ที่หญิงที่รัก หรือแค่ผู้หญิงที่มีไว้เพื่อมีทายาทให้เท่านั้น” คำถามของผู้เป็นมารดาทำเอาซือมู่อันตกตะลึงก่อนที่จะเพิ่งคิดได้ ใช่สิ เขาต้องขอแต่งงานให้ถูกต้องและการแต่งงานของเขาจะต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่ให้สมกับการที่ตระกูลเขาเป็นตระกูลใหญ่ของเมืองแอล“ผมนึกไม่ถึงครับคุณแม่ว่าต้องขอเธอด้วย ตอนแรกก็กะจะจัดงานเลย แต่ก็เหมือนว่าผมทำข้ามขั้นตอนไปอีกตามเคย คือผมต้องขอน้องแต่งงานก่อนใช่ไหมครับ” ซือมู่อันนั่งปรึกษากับมารดาพอดี เขา
มือบางชื้นเหงื่อขึ้นมาทันทีที่รถตู้คันหรูเลี้ยวเข้ามาภายในอาณาจักรของตระกูลซือในพื้นที่เกือบร้อยไร่ใจกลางเมืองแอล ซือมู่อันหันไปมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดของคนข้างๆ ก็พอจะดูออกทันทีว่าแม่สาวน้อยภรรยาทางพฤตินัยของเขากำลังกังวล เพราะนี่คือการพาเธอไปแนะนำให้ครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาได้รู้จัก มือหนาคว้ามือบางมากุมไว้ก่อนที่จะบีบเบาๆ หลิวถิงถิงหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีทางพฤตินัยก็พบว่าเขากำลังส่งยิ้มบางๆ มาให้กับเธอ หญิงสาวจึงยิ้มตอบแล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ “ไม่ต้องกังวลนะที่รัก แม่พี่ใจดี อีกอย่างตอนที่ท่านรู้ว่าหนูกำลังจะมีหลานคนแรกให้ท่าน ท่านดีใจจนร้องไห้เลยล่ะ” ซือมู่อันปลอบเธอ และสิ่งที่เขาบอกเธอนั้นเป็นความจริงทั้งหมด ตอนที่เขารู้ว่าเธอตั้งครรภ์เขาก็รีบโทรปรึกษามารดาทันที และเมื่อมารดาได้ฟังเรื่องที่เขาเล่าแล้วเธอก็รีบกดวางสายแล้วเปลี่ยนเป็นวิดิโอคอลหาเขา ท่านร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ โดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าท่านจะมีหลานที่กำลังจะได้ลืมตามาดูโลกในเร็วๆ นี้ “จริงหรือคะ ท่านจะไม่ว่าจริงๆ ใช่ไหมที่หนูท้องก่อนแต่ง” เสียงหวานเอ
มู่หลินไม่ได้รู้สึกยินดีเท่าไหร่นักที่ต้องไปไกลถึงเมืองอื่น แต่หากจะให้เลือกตกงานกับยังมีงานทำ เธอขอเลือกอย่างหลังมากกว่า และข่าวที่มู่หลินถูกสั่งย้ายไปอยู่สาขาต่างเมืองก็ดังไปทั่วทั้งตึก หลายๆ คนรู้สึกโล่งใจและสบายใจที่มู่หลินจอมแสบนั้นถูกย้ายไปไกล แต่บางคนก็ยังรู้สึกว่ามันไม่พอกับการกระทำที่แสดงออกต่อพนักงานใหม่ ถ้าเมื่อวานผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ภรรยาของหุ้นส่วนท่านประธานก็ไม่รู้ว่าวันนี้เธอจะยังได้รับความยุติธรรมอยู่ไหมซือมู่อันให้จางหลงไปรับหลิวถิงถิงมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เพราะเขาจองโต๊ะสำหรับมื้อกลางวันเอาไว้แล้ว และรู้ดีว่าเด็กสาวอยากจะเลี้ยงขอบคุณเพื่อนสนิทที่อยู่ที่นี่ของเธอก่อนที่เธอจะกลับไปพร้อมกับเขา “ขอบคุณนะคะที่ทำเพื่อหนูมากขนาดนี้” เสียงหวานเอ่ยขึ้นหลังจากที่โดนเขาดึงไปสวมกอดภายในร้านอาหารโดยไม่แคร์สายตาของคนอื่นๆ ที่มองมาอย่างอิจฉา มือหนากอบกุมมือบางเอาไว้ก่อนที่จะจับจูงเธอให้เดินตามไปที่โต๊ะ เขาเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย หัวใจก็รู้สึกมีความสุข หลังจากที่ร