ทางด้านหลิวถิงถิงเมื่อเยื้องย่างเข้ามาในบริษัทก็ต้องรู้สึกแปลกใจที่พนักงานหลายคนหลบสายตาเธอ ไม่กล้ามองและทักทายเอ่ยแซวเหมือนเช่นเมื่อวาน จนเดินไปถึงแผนกของตนผู้จัดการแผนกอย่างจินหยูเข้ามาถามไถ่ความจริงทันที เผื่อเธอจะได้ทำตัวกับเด็กสาวคนนี้ถูก
“สวัสดีค่ะพี่ๆ” หญิงสาวเอ่ยทักทายรุ่นพี่ที่มาถึงที่ทำงานก่อนหน้าแล้วทันทีที่วางกระเป๋าลงบนโต๊ะทำงานเสร็จ “สวัสดีจ้ะถิงถิง” ทุกคนในแผนกแทบจะเอ่ยทักทายเธอพร้อมๆ กันจนหญิงสาวอดที่จะงงไม่ได้ จนผู้จัดการแผนกเดินเข้ามาถามนั่นแหละเธอถึงได้รู้ว่า เรื่องที่คุณชายซือหรือท่านประธานของทุกคนเข้ามาคุยกับเธอก่อนที่เขาจะออกจากบริษัทไปทำให้เธอตกเป็นหัวข้อที่ทุกคนพูดถึงในเช้านี้“คือ อันที่จริงถิงถิงเป็นเด็กที่คุณชายซือ เอ่อ...ท่านประธานน่ะค่ะ ท่านรับอุปการะส่งเสียให้เรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยแอล แล้วเมื่อวานที่ท่านเข้ามากระซิบบอกคือท่านจะให้ถิงถิงไปทำความสะอาดคอนโดให้น่ะค่ะ ไม่ได้มีอะไรแบบที่พวกพี่เข้าใจหรอก” หลิวถิงถิงหาทางแก้ตัวด้วยการไม่ได้พูดเรื่องจริงทั้งหมดให้พวกพี่ๆ ในแผนกหลิวถิงถิงใช้ชีวิตในการเป็นเด็กฝึกงานจนเวลาล่วงเลยเข้ามาได้เดือนกว่าๆ หนุ่มๆ หลายคนที่เคยคิดจะเข้ามาขายขนมจีบให้เธอต่างก็ต้องถอยทัพ เพราะใครบ้างที่จะกล้ามายุ่งกับเด็กของท่านประธาน มีแต่พนักงานสาวๆ บางคนที่แอบหมั่นไส้หญิงสาวอยู่ไม่น้อย แต่ที่ยังไม่ยุ่งก็เพื่อจะรอดูให้แน่ใจว่าเธอคือคนสำคัญของท่านประธานจริงๆ หรือแค่ของที่เขาเก็บไว้เล่นๆ เพราะอาจจะยังไม่ได้พาขึ้นเตียงก็ได้ “พี่จินหยู มีอะไรให้ถิงถิงช่วยอีกไหมคะ พอดีถิงถิงต้องเข้ามหาวิทยาลัยด่วนน่ะค่ะ” เด็กสาววัยใสเอ่ยถามผู้จัดการแผนกสาววัยสี่สิบกว่าๆ “อ้อ ไม่มีจ้ะ ไปเถอะ” จินหยูเอ่ยบอกเด็กสาวที่เจอหน้ากันมาร่วมเดือนทันที“ค่ะ ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวเสร็จแล้วจะรีบกลับมาทำงานเลยค่ะ” หลิวถิงถิงเอ่ยก่อนที่จะส่งยิ้มจนตาหยีให้กับผู้จัดการแผนกที่ให้ความเมตตากรุณาต่อเธอ ทุกคนในแผนกใจดีกับเธอจนอดที่จะแปลกใจไม่ได้ และทุกคนก็พยายามเหมือนจะถ่ายทอดความรู้ที่มีให้เธอได้เรียนรู้แบบไม่มีกั๊กเลยตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาผู้จัดการสาวมองตามแผ่นหลังของเด็กสาวไปด้วยสายตา
ฮุ่ยเหมยไม่ได้สนใจคำเตือนของเพื่อน ในวันต่อมาขณะที่เธอกำลังเข้าไปในห้องน้ำเธอบังเอิญเจอเข้ากับหลิวถิงถิงพอดี สาวสวยสุดมั่นเลยหาเรื่องเด็กสาวด้วยความหมั่นไส้“หลบไป ขวางหูขวางตาจริงๆ” เสียงแว้ดดังขึ้นทันทีที่เห็นว่าเด็กสาวยืนอยู่หน้ากระจกเพียงลำพัง“ดิฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ได้ไปยืนขวางทางใครสักหน่อย” เป็นครั้งแรกที่หลิวถิงถิงรู้สึกรำคาญจนทนไม่ไหว เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องนี้จะจบยังไง ในเมื่ออีกฝ่ายคอยจ้องแต่จะจิกกัดเธออยู่เรื่อย“หึ ทำมาเป็นปากดี ต่อหน้าคนอื่นนี่ทำตัวหนิมๆ หงิมๆ ทำไม กลัวคนอื่นจะว่าเธอตีสองหน้าเหรอจ๊ะ ทำมาเป็นเชิดเดินชูคอไปเดินชูคอมาให้ท่าท่านประธาน คนแบบท่านประธานน่ะเขาไม่จริงจังกับหล่อนหรอกย่ะ นี่คงยังไม่ได้นอนกับเขาสิท่าเขาถึงยังไม่ปล่อยเธอไป” ฮุ่ยเหมยจีบปากจีบคอเอ่ยออกมาก่อนที่จะจ้องใบหน้างามเขม็ง หากแต่ว่าหลิวถิงถิงไม่ได้หลบดังเช่นทุกครั้ง เธอจ้องหน้าอีกฝ่ายกลับเช่นกัน ในเมื่ออยู่กันแบบสงบไม่ได้ก็มาเคลียร์กันให้จบๆ ไปเลยดีกว่า เธอชักจะรำคาญเต็มทีแล้วเหมือนกัน “แล้วคุณรู้ได้ยังไงคะว่า
ร่างบางในอ้อมแขนพยายามที่จะลงไปยืนเองทันทีที่อยู่ภายในลิฟต์กันสองต่อสอง ซือมู่อันก้มหน้าลงมองคนในอ้อมแต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอลงตามที่เธอต้องการ ขายาวๆ ก้าวผ่านโต๊ะของเลขาหน้าห้องไปอย่างรวดเร็วจนคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานเงยหน้าขึ้นมามองแทบไม่ทัน เธอทำได้แต่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ ตั้งแต่ทำงานที่นี่มาตั้งแต่รุ่นพ่อเธอไม่เคยเห็นคุณชายหรือท่านประธานพาผู้หญิงคนไหนมาที่ห้องทำงานมาก่อน ยิ่งอุ้มขึ้นแนบอกแบบนี้ยิ่งยากที่จะเชื่อ ถ้าวันนี้ไม่เห็นกับตาก็คงคิดว่าเป็นเรื่องโกหก เธอรีบส่งข้อความไปบอกใครบางคนด้วยความตื่นเต้น หลังจากประตูห้องทำงานปิดลง ร่างสูงโปร่งยังคงอุ้มสาวสวยไว้อ้อมแขนก่อนที่จะกดจมูกโด่งลงบนหน้าผากเนียนของหญิงสาวจนหลิวถิงถิงตกใจ“ค่ะ..คุณชาย ท่ะ..ทำอะไรคะ” หลิวถิงถิงอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า แล้วนี่เธอโดนแบบนี้มานานหรือยัง นอกจากผู้หญิงคนนั้นยังมีใครอีกไหมที่ทำกับเธอแบบวันนี้” น้ำเสียงที่ยังคงความเย็นชาแต่เธอฟังทีไรมันกลับรู้สึกอบอุ่นในหัวใจดังมาจากริมฝีปากสีกุหลาบ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ วางเธอลงกับพื้นห้อง &ldq
“ขออนุญาตครับท่านประธาน คุณฮุ่ยเหมยมาแล้วครับ” เสียงของต้าฉินดังขึ้นรายงานท่านประธานจากด้านนอก“เข้ามาได้” เสียงเข้มเย็นชาดังขึ้นแต่ไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ก่อนแล้วรู้สึกถึงความน่ากลัวจากคนตรงหน้าเลยสักนิดร่างอวบอิ่มเดินเข้ามาหลังจากที่บอดี้การ์ดมือขวาของท่านประธานเปิดประตูออกแล้วผายมือเชิญให้เธอก้าวเข้าไปด้านใน ร่างอวบอิ่มสั่นสะท้านแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งๆ ที่การเข้ามาในห้องนี้เป็นความใฝ่ฝันของสาวๆ หลายๆ คนแต่คงไม่มีใครอยากที่จะเข้ามาในสถานการณ์แบบนี้ ขาเรียวก้าวไปยืนอยู่ด้านหน้าของท่านประธานก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองสาวหน้าหวานคู่กรณีของตน เธอกำลังนั่งอยู่อย่างสบายและมองมาที่เธอเช่นกัน ฮุ่ยเหมยเป็นคนที่หลบสายตาก่อน ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ใช่คนที่เธอควรจะมีเรื่องด้วย“คุณรู้ใช่ไหมว่าผมเรียกคุณให้มาพบด้วยเรื่องอะไร” เสียงเย็นชาดังขึ้นพร้อมกับสายตาเย็นชาที่มองมาทำให้หญิงสาวร่างอวบรู้สึกขนลุกแล้วร่างกายมันก็สั่นสะท้านแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ร่ะ.ร่ะ..รู้ค่ะ” เสียงแหลมๆ ที่เคยได้ยินกลายเ
การฝึกงานสามเดือนที่ผ่านมาทำให้นักศึกษาสาวได้ทั้งประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองร่ำเรียนมาและเวลาที่หญิงสาวรอคอยก็ใกล้จะมาถึงเต็มที นั่นก็คือวันที่เธอเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแอล “น้องถิงถิง ฝึกงานวันสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวพวกพี่จะพาไปเลี้ยงส่ง” จินหยูผู้จัดการแผนกบัญชีและการเงินของบริษัทเอ่ยขึ้นหลังจากได้เวลาเลิกงาน “ไปเลี้ยงที่ไหนกันหรอคะ” นักศึกษาฝึกงานเพียงหนึ่งเดียวของแผนกเอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจ“คลับแถวบริษัทเรานี่แหละจ้ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะ คลับนี้เป็นของเครือตระกูลซือ นั่นก็คือของท่านประธานนั่นแหละจ้ะ ว่าแต่เราไปได้หรือเปล่า ถ้าไปไม่ได้นี่งานกร่อยเลยนะ เพราะงานนี้เป็นงานเลี้ยงส่งหนู” สาวใหญ่เอ่ยขึ้น หลิวถิงถิงรู้สึกเกรงใจจึงไม่ปฏิเสธ “ไปก็ได้ค่ะ อีกอย่างถิงถิงอยากจะขอบคุณพี่ๆ ทุกคนด้วยที่คอยสั่งสอนถิงถิงจนเรียนรู้งานได้ดีตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา” เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มดีใจของพี่ๆ ทุกคนในแผนก “ดีมากจ้ะ อ้อ แล้วเปลี่ยนชุดด้วยนะเดี
สองสาวรุ่นพี่จัดการเนรมิตสาวน้อยวัยใสในชุดแซกเซ็กซี่อวดแผ่นหลังขาวเนียนไปจนเกือบจะถึงช่วงเอว ความสั้นก็เลยเข่ามาเล็กน้อย หลิวถิงถิงรู้สึกเย็นวูบวาบจนต้องคว้าเสื้อคลุมมาสวมไว้ สองสาวได้แต่ขำให้กับอาการของสาวน้อย เพราะดูๆ เด็กสาวคงยังไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดที่เปิดเผยเนื้อหนังมังสาขนาดนี้ ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนเข้มขึ้นริมฝีปากที่เคยเป็นสีชมพูอ่อนๆ กลายเป็นสีแดงเข้ากับชุดสีแดงเพลิง ทรงผมก็ถูกถักเปียเก็บขึ้นจนเผยให้เห็นลำคอระหง สองสาวมองดูผลงานของตนเองก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างพอใจ ‘รับรองงานนี้มีคนคอเคล็ดหลายคน’ซีแอล คลับ ร่างบางหุ่นสวยทรงนาฬิกาทรายในชุดเดรสเปิดไหล่คว้านหลังลึกไปถึงช่วงเอว ความยาวระดับเคลียร์หน้าขา ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มจนจำลุคส์เดิมแทบจะไม่ได้ แต่ความสวยและเซ็กซี่ที่เปร่งประกายออกมานั้นทำให้นักเที่ยวชายหลายคนมองไปที่ร่างบางในชุดสีแดงเพลิงกันคอแทบเคล็ด อีกทั้งสองสาวที่ก้าวมาพร้อมกันก็สวยเปรี้ยวไม่แพ้กัน รวมๆ คือสวยงามลงไปตัวไปหมด “โอ้พระเจ้า นั่นคุณหลิวหรือนั่น” เสียงเข้มเอ่ยดังขึ้นพร้อม
หลิวถิงถิงรู้สึกว่าหนุ่มๆ มาชนแก้วกับเธอมากเกินไปจนเธอต้องหันไปหาจินหยูเพื่อขอความช่วยเหลือ ด้วยความที่เธอเป็นคนที่มีวุฒิภาวะมากสุดจึงทำหน้าที่กันหนุ่มๆ ให้เด็กสาวไปโดยปริยาย ซือมู่อันที่แอบมองอยู่บนชั้นสองยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยและหมายมาดจะมอบเงินโบนัสเพิ่มเติมให้แก่ผู้จัดการสาวใหญ่ที่ทำหน้าที่ดูแลเด็กสาวใต้การปกครองเป็นอย่างดี “หน้าแดงมากแล้วนะเราอ่ะ เมาหรือเปล่าเนี่ย” จินหยูขยับเข้ามาใกล้ร่างบางของหลิวถิงถิงก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสดงความห่วงใย “นิดหน่อยค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยถิงถิงกันผู้ชายพวกนั้นไว้ให้ อันที่จริงถิงถิงไม่ค่อยชอบมาเที่ยวสถานที่แบบนี้เท่าไหร่หรอกค่ะ เสียงมันดังแถมรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยด้วย” หลิวถิงถิงเอ่ยออกมาให้ผู้จัดการสาวใหญ่ฟังอย่างไม่ปิดบัง “ไม่ต้องกังวลนะ ที่นี่เป็นคลับของท่านประธาน รับรองเราทุกคนจะปลอดภัย ไม่มีใครกล้ามารังแกเราหรอก อ้อ!! แล้วท่านประธานฝากต้าฉินมาบอกว่าวันนี้ท่านประธานจะเลี้ยงเองให้ทุกคนเต็มที่ได้เลย” ทันทีที่ได้ยินสาวใหญ่เอ่ยถึงซือมู่อัน หลิวถิงถิงก็ถึงกับเหลีย
ร่างสูงสง่าเดินเข้าไปในห้องวีวีไอพีของคลับเพื่อพบกับคนที่บังอาจมาทำเรื่องน่าเกลียดในคลับของเขา เพราะเขาไม่เคยสนับสนุนให้นักเที่ยวคนไหนใช้วิธีหลอกลวงหญิงสาวด้วยการวางยาในแอลกอฮอล์อย่างนี้ เพราะเวลามีปัญหาอะไรมา คลับของเขาก็ต้องร่วมรับผิดชอบเช่นกัน “จ่ะ..จับผมมาทำไมครับ” น้ำเสียงหวาดกลัวหากแต่ยังทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามขึ้น ใครบ้างในเมืองแอลที่จะไม่รู้จักซือมู่อันหรือคุณชายซือผู้เย็นชาคนนี้ หากใครได้มีเรื่องหรือมีปัญหากับเขารับรองว่าชีวิตนี้จบไม่สวย ถ้าเขายังใจดีก็ยังคงมีที่ยืนอยู่ในเมืองแอล หากเขาใจร้ายถ้าไม่ตายก็คงต้องถูกบีบให้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแล้วอย่าหวังว่าจะได้กลับมาเหยียบที่เมืองนี้อีกเลย “แล้วนาย...ได้ทำอะไรผิดหรือเปล่าล่ะ” น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นมาจากริมฝีปากสีกุหลาบของคนตรงหน้า มือหนาหยิบปืนสีดำเมื่อมขึ้นมา ก่อนที่จะใช้ผ้าเช็ดและถูไปมา บนกระบอกปืนเบาๆ สายตาของชายหนุ่มนักเที่ยวสั่นไหวก่อนที่ร่างหนาจะสั่นเทิ้มเช่นเดียวกันด้วยความกลัว “ป่ะ...เปล่านะครับ ผมก็มาดื่มมาเที่ยวตามปกติ” เขาพยายามทำใจดีสู้เสือแบบ
การที่ไม่จัดพิธีฉลองมงคลสมรสแบบสากลในตอนเย็นนั้นเป็นความต้องการของเจ้าสาวเอง ไม่ใช่เพราะเธออยากที่จะช่วยทางเจ้าบ่าวประหยัดงบหนือเกรงใจ แต่เป็นเพราะช่วงนี้เธอรู้สึกเพลียง่ายและง่วงนอนเร็ว เลยเลือกที่จะทำพิธีแบบจีนอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเจ้าบ่าวอย่างคุณชายซือก็ไม่ขัด ถึงแม้ว่ามารดาจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม เพราะความที่อยากจะกู้ศักดิ์ศรีให้กับลูกสะใภ้ แต่ก็ต้องจำยอมเพราะเธอเอาหลานๆ ในท้องมาอ้างว่าหากเธอเพลียอาจจะไม่เป็นผลดีกับสองแฝดน้อยในครรภ์คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองแอลพอรถจอดซือมู่อันก็อุ้มร่างบอบบางที่เริ่มอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของภรรยาขึ้นก่อนที่สองขาแข็งแรงจะก้าวยาวๆ ตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว ใบหน้าหวานขึ้นสีเลือดฝาดขึ้นมาทันทีที่มองใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสามีทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันก่อนที่จะจัดพิธีแต่งงานมาได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว คนถูกมองเหมือนจะไม่รู้ตัวว่าภรรยาตัวน้อยในอ้อมแขนแข็งแรงของเขาแอบมองเขาอยู่ แต่นั่นไม่จริงเลยสักนิด เขากำลังตั้งใจอุ้มเธอด้วยความระมัดระวังเพราะมีลูกๆ สองคนอยู่ในท้องของเธอ ประตูคอนโดถูกเปิดออกโดยสองหนุ่มบอดี้ก
หนึ่งเดือนต่อมาวันนี้เป็นวันที่ใครหลายคนเฝ้าจับตาและรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลซือซึ่งงานนั้นถูกจัดขึ้นภายในอาณาจักรตระกูลซือที่มีพื้นที่เกือบร้อยไร่ และเหตุผลที่เลือกจัดงานโดยใช้สถานที่เดียวในวันนี้ก็เพราะที่บ้านของเจ้าสาวนั้นค่อนข้างที่จะคับแคบ คุณนายใหญ่แห่งตระกูลซือเลยออกความเห็นว่าให้จัดที่บ้านเจ้าบ่าวและไปเข้าหอกันที่คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองของเจ้าบ่าว ทางฝ่ายเจ้าสาวที่มีญาติเหลือเพียงสองคนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรภายในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีเจ้าสาวแสนสวยในชุดกี่เพ้าสีแดงสไตล์เรียบหรูแบบผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรป ทรงผมถูกทักเปียเก็บอย่างสวยงามมีปิ่นเงินปิ่นทองและใบทับทิมพร้อมดอกไม้สดประดับอยู่ข้างหลังส่งกลิ่นหอมอบอวลด้วยเจ้าสาวนั้นชอบกลิ่นของมันจึงไม่ใช่ปัญหาของอาการแพ้ท้องที่ตอนนี้ครบกำหนดสามเดือนแล้ว ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ร่างระหงกำลังนั่งรอเจ้าบ่าวมารับตัวเพื่อลงไปประกอบพิธี ขั้นตอนนี้ผ่านพิธีมอบสินสอดและสวมแหวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่รอให้เจ้าบ่าวมารับเจ้าสาวพาไปเข้าหอ “เธอสวยมากเล
หลิวถิงถิงมองพนักงานทั้งสองด้วยรอยยิ้ม เธอยังไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นผู้หญิงทั้งสองคือใคร เสียงดนตรีบรรเลงเพลงสากลขึ้นมาเบาๆ ซึ่งเธอก็จำได้ว่ามันเป็นเพลง Perfect ของEd Sheeran และมาถึงช่วงจังหวะทำนองWell, I found a woman, stronger than anyone I knowShe shares my dreams, I hope that someday I'll share her homeI found a love, to carry more than just my secretsTo carry love, to carry children of our own ร่างสูงโปร่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายซือก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ บริกรสาวภายใต้หน้ากากเปิดฝาที่ครอบถาดกลมเอาไว้ออก ซึ่งเผยให้เห็นว่าภายในมีกระปุกกลมสีทองวางอยู่ มือเรียวของซือมู่อันยื่นไปหยิบมาถือไว้ หลิวถิงถิงรู้สึกใจเต้นแรงแทบจะไม่เป็นจังหวะก่อนที่เธอจะมองไปที่บริกรสาวทั้งสองอย่างคุ้นเคย หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรออกไป กล่องสีทองก็ถูกว่าที่สามีสุดหล่อของเธอเปิดออกตรงหน้า แหวนเพชรวงเล็กแต่มีเพชรล้อมรอบส่งแสงระยิบระยับดูงามตา พอถึงตอนนี้เธอจึงเข้าใจทันทีว่าเธอกำลังถูกเขาขอแต่งงาน “มาเป็นคน
ร่างสูงโปร่งที่เดินโอบไหล่บอบบางเรือนร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของว่าที่ภรรยาสาวเข้ามาภายในบ้านมองไปที่มารดาอย่างงุนงง ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น “เดินไปเดินมาทำไมครับแม่ เดี๋ยวก็เวียนหัวหรอก” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยขณะจับจูงโอบประคองภรรยาสาวให้ไปนั่งลงที่โซฟานุ่มภายในห้องรับแขก“มากันพอดีเลย แหม...แม่โทรไปไม่รับเลยนะ แม่อยากจะรู้ว่าหนูถิงถิงท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นี่อะไรกันไม่ยอมรับสายแม่เลย แม่โทรหาหนูตั้งหลายที ส่วนลูกโทรศัพท์ทำไมทิ้งไว้ในรถแบบนั้น เวลามีงานด่วนเข้ามาจะรู้ได้ยัง” พอนั่งลงปุ๊บคุณนายใหญ่ก็อดที่จะบ่นออกมาให้กับสองหนุ่มสาวไม่ได้ “ขอโทษค่ะแม่ พอดีหนูปิดเสียงเปิดสั่นเอาไว้” ว่าที่ลูกสะใภ้ตอบด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดขึ้นมาทันที “ผมก็รีบพาน้องไปตรวจไงครับ เลยไม่ได้พกโทรศัพท์ลงไปด้วย” ซือมู่อันเอ่ยออกมาบ้าง “แล้วเป็นไงลูก สรุปหนูท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” คุณนายใหญ่ถอนหายใจออกมาอย่
วันต่อมา หลังจากจัดการเตรียมสถานที่สำหรับการเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงานครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตเรียบร้อยแล้ว วันนี้ก็เป็นวันที่เขาตัดสินใจจะขอว่าที่ภรรยาสาวแต่งงาน แต่ในตอนเช้าเขานั้นมีแพลนว่าจะพาเธอไปตรวจครรภ์และฝากครรภ์กับแพทย์หญิงที่เขานั้นรู้จัก เธอเป็นภรรยาของเพื่อนต่างเมืองแต่เธอนั้นย้ายมาประจำอยู่ที่เมืองแอลตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน“สวัสดีเจียวมี่ เธอสบายดีนะ ลู่เพ่ยเป็นยังไงบ้าง เขายอมย้ายตามเธอมาหรือยัง” เสียงเข้มติดเย็นชาเอ่ยทักทายภรรยาของเพื่อนที่เป็นสูตินรีแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงของเมืองแอลแห่งนี้“สบายดีมู่อัน ลูเพ่ยเขาก็เป็นแบบนั้นแหละ ไม่ย้ายมาหรอกแต่ขอบอกว่ามาหาบ่อยมากคิกๆๆ” แพทย์หญิงเอ่ยทักทายเพื่อนสามีกลับเช่นกัน ก่อนที่จะหลี่ตามองสาวน้อยหน้าหวานข้างๆ เพื่อนของสามีด้วยแววตาสงสัย “อ้อ......นี่ถิงถิงว่าที่ภรรยาของฉันเอง วันนี้ฉันพาเธอมาตรวจครรภ์ พร้อมฝากครรภ์กับเธอไปด้วยเลย” คำบอกเล่าแนะนำแม่สาวน้อยข้างกายของเพื่อนสามีทำเอาคุณหมอสาวตกใจแบบไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่หวงความโสดแบบคุณชาย
การวางแผนของซือมู่อันและคนสนิทของหลิวถิงถิงเป็นไปอย่างลับๆ โดยที่หลิวถิงถิงไม่รู้เรื่องเลย ทางด้านคุณนายซือที่ออกไปพบกับบิดาของหลิวถิงถิงก็อดที่จะทำให้ฝ่ายนั้นตกอกตกใจไม่ได้ แต่พอได้รู้ว่าผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้มาสู่ขอบุตรสาวของตนให้กับบุตรชาย ใบหน้ากังวลจึงแปรเปลี่ยนเป็นยินดี “ขอบพระคุณคุณนายกับคุณชายซือนะครับที่ให้เกียรติลูกสาวของผม ถ้าถิงถิงตกลงผมก็ไม่ขัดข้องอะไรหรอกครับ” ใบหน้าเหี่ยวย่นไปตามวัยเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุข ใครจะไปคิดว่าบุตรสาวของตนจะได้แต่งเข้าไปในตระกูลที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลของเมืองแอล “อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ เพราะลูกชายของดิฉันทำอะไรข้ามขั้นตอนไปมาก การมาสู่ขอให้ถูกต้องตามประเพณีก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่ควรแล้วค่ะ” ซือหลินซู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ข้ามขั้นตอน หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าลูกสาวของผมชอบพออยู่กับคุณชาย อาจจะเป็นเพราะผมไม่ใช่พ่อที่ดีมากด้วยแหละครับ ถึงไม่ค่อยจะรู้เรื่องส่วนตัวของลูกๆ” น้ำเสียงงุนงงในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นสลดลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ใช่พ่อที่ดีที่ใส่
เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนที่มารดาของว่าที่สามีเตรียมไว้ให้ก็ต้องตกตะลึงกับความกว้างขวางใหญ่โต ดวงตากลมโตมองไปที่เตียงกว้างขนาดหกฟุตซึ่งมีทั้งตุ๊กตา หมอนหนุนสีหวานและหมอนข้างแสนนุ่มวางอยู่บนเตียง ก่อนที่ขาเรียวจะพาร่างระหงของเธอตรงไปที่เตียง เพราะเมื่อคืนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยทำให้เธอรู้สึกง่วงเป็นอย่างมาก ร่างบางปีนป่ายขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มที่มีผ้าปูสีชมพูแสนหวานแล้วล้มตัวลงนอนเปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงโดยที่ไม่รู้สึกตัวอีกเลย“อะไรกันมู่อัน ไปพาน้องมาแต่ไม่ขอน้องแต่งงานเนี่ยนะ แม่ถามลูกจริงๆ ลูกพาน้องกลับมาบ้านในฐานะอะไร แม่ของลูก ผู้ที่หญิงที่รัก หรือแค่ผู้หญิงที่มีไว้เพื่อมีทายาทให้เท่านั้น” คำถามของผู้เป็นมารดาทำเอาซือมู่อันตกตะลึงก่อนที่จะเพิ่งคิดได้ ใช่สิ เขาต้องขอแต่งงานให้ถูกต้องและการแต่งงานของเขาจะต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่ให้สมกับการที่ตระกูลเขาเป็นตระกูลใหญ่ของเมืองแอล“ผมนึกไม่ถึงครับคุณแม่ว่าต้องขอเธอด้วย ตอนแรกก็กะจะจัดงานเลย แต่ก็เหมือนว่าผมทำข้ามขั้นตอนไปอีกตามเคย คือผมต้องขอน้องแต่งงานก่อนใช่ไหมครับ” ซือมู่อันนั่งปรึกษากับมารดาพอดี เขา
มือบางชื้นเหงื่อขึ้นมาทันทีที่รถตู้คันหรูเลี้ยวเข้ามาภายในอาณาจักรของตระกูลซือในพื้นที่เกือบร้อยไร่ใจกลางเมืองแอล ซือมู่อันหันไปมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดของคนข้างๆ ก็พอจะดูออกทันทีว่าแม่สาวน้อยภรรยาทางพฤตินัยของเขากำลังกังวล เพราะนี่คือการพาเธอไปแนะนำให้ครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาได้รู้จัก มือหนาคว้ามือบางมากุมไว้ก่อนที่จะบีบเบาๆ หลิวถิงถิงหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีทางพฤตินัยก็พบว่าเขากำลังส่งยิ้มบางๆ มาให้กับเธอ หญิงสาวจึงยิ้มตอบแล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ “ไม่ต้องกังวลนะที่รัก แม่พี่ใจดี อีกอย่างตอนที่ท่านรู้ว่าหนูกำลังจะมีหลานคนแรกให้ท่าน ท่านดีใจจนร้องไห้เลยล่ะ” ซือมู่อันปลอบเธอ และสิ่งที่เขาบอกเธอนั้นเป็นความจริงทั้งหมด ตอนที่เขารู้ว่าเธอตั้งครรภ์เขาก็รีบโทรปรึกษามารดาทันที และเมื่อมารดาได้ฟังเรื่องที่เขาเล่าแล้วเธอก็รีบกดวางสายแล้วเปลี่ยนเป็นวิดิโอคอลหาเขา ท่านร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ โดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าท่านจะมีหลานที่กำลังจะได้ลืมตามาดูโลกในเร็วๆ นี้ “จริงหรือคะ ท่านจะไม่ว่าจริงๆ ใช่ไหมที่หนูท้องก่อนแต่ง” เสียงหวานเอ
มู่หลินไม่ได้รู้สึกยินดีเท่าไหร่นักที่ต้องไปไกลถึงเมืองอื่น แต่หากจะให้เลือกตกงานกับยังมีงานทำ เธอขอเลือกอย่างหลังมากกว่า และข่าวที่มู่หลินถูกสั่งย้ายไปอยู่สาขาต่างเมืองก็ดังไปทั่วทั้งตึก หลายๆ คนรู้สึกโล่งใจและสบายใจที่มู่หลินจอมแสบนั้นถูกย้ายไปไกล แต่บางคนก็ยังรู้สึกว่ามันไม่พอกับการกระทำที่แสดงออกต่อพนักงานใหม่ ถ้าเมื่อวานผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ภรรยาของหุ้นส่วนท่านประธานก็ไม่รู้ว่าวันนี้เธอจะยังได้รับความยุติธรรมอยู่ไหมซือมู่อันให้จางหลงไปรับหลิวถิงถิงมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เพราะเขาจองโต๊ะสำหรับมื้อกลางวันเอาไว้แล้ว และรู้ดีว่าเด็กสาวอยากจะเลี้ยงขอบคุณเพื่อนสนิทที่อยู่ที่นี่ของเธอก่อนที่เธอจะกลับไปพร้อมกับเขา “ขอบคุณนะคะที่ทำเพื่อหนูมากขนาดนี้” เสียงหวานเอ่ยขึ้นหลังจากที่โดนเขาดึงไปสวมกอดภายในร้านอาหารโดยไม่แคร์สายตาของคนอื่นๆ ที่มองมาอย่างอิจฉา มือหนากอบกุมมือบางเอาไว้ก่อนที่จะจับจูงเธอให้เดินตามไปที่โต๊ะ เขาเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย หัวใจก็รู้สึกมีความสุข หลังจากที่ร