แชร์

บทที่6 แก้ไขเล็กน้อย

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2024-11-28 10:25:38

เฉินอันหนิงตระหนักได้ว่ามิควรเปลี่ยนแปลงการเรื่องราวของพี่เหยียน ในเมื่อนางเองก็หาตัวคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังไม่เจอ และหากช่วยเหลือพี่เหยียนให้อยู่ข้างกายต่อไปรังแต่จะทำให้เขาเป็นอันตราย เช่นนั้นก็ให้เขาไปพบเจอเรื่องราวข้างนอกเพื่อเป็นไปตามเนื้อเรื่องของเขาก็แล้วกัน...หากแต่บทสรุปสุดท้ายนางมิอาจยินยอมให้เป็นเช่นในฝันได้

จะให้พี่เหยียนผู้นั้นมาตายตามนางได้อย่างไรในเมื่อชาตินี้นางจะไม่ตาย

เปลี่ยนการออกจากแคว้นไปของพี่เหยียนไม่ได้ เพื่อตัวของเขาเองก็ไม่เป็นไรแต่นางปรับแก้สถานการณ์อื่นมิให้ต้องพบจุดจบเช่นเดิมได้ใช่หรือไม่

แก้ไขเล็กน้อย...คงมิเป็นอันใด

“แล้วจะแก้เรื่องใดกัน”

นางพึมพำเพียงลำพังได้ไม่นานอี้กงกงก็เข้ามาโค้งคำนับและรายงาน “องค์หญิง ฉินกงกงมาขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”

“ให้เข้ามา”

“ฉินกงกง!” องค์หญิงน้อยกระโดดมาหาคนมาใหม่ทันทีอย่างคุ้นเคย แม้ว่าจะทำให้ผู้มีอายุใจหายใจคว่ำไปไม่น้อยเพราะเกรงว่าจะหกล้มก็ตาม 

ฉินกงกง ขันทีอาวุโสจากตำหนักชินอ๋องโค้งคำนับองค์หญิงใหญ่ก่อนจะเอ่ยจุดประสงค์ของตน “วันนี้ชินอ๋องมาเฝ้าไท่เฟย จึงให้ข้าน้อยนำถังหูลู่และขนมกุ้ยฮวาจากร้านประจำมาถวายองค์หญิงพะย่ะค่ะ”

“เสด็จอายังคงนึกถึงหนิงเอ๋อร์เสมอเลย...พี่ซวงซวง นำไปเก็บไว้ หนิงเอ๋อร์จะไปเฝ้าเสด็จอากับเสด็จย่าไท่เฟยก่อน ค่อยกลับมากิน”

“เพคะ”

องค์หญิงตัวน้อยไม่รอช้าพุ่งออกนอกตำหนักมุ่งหน้าสู่ตำหนักไท่เฟยในทันที หนึ่งคืออยากจะพบเจอเสด็จอาชินอ๋องที่ในชาติที่แล้วก็เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ตายจากไปเพราะแผนชั่วข้าของเฉินซูเหมยอีกครั้ง  และสองก็คือเรื่องเกี่ยวกับตระกูลฟู่

นางเพิ่งจะจดจำได้ว่าในฝันเมื่อชาติก่อนนางฝันเห็นชินอ๋องที่กำลังควบม้าออกจากวัดด้วยสีหน้าร้อนลน

นางเพิ่งตระหนักได้ว่าเหตุร้ายของตระกูลฟู่เกิดขึ้นในวันที่อันไท่เฟยและชินอ๋องไปไหว้พระที่อารามบนเขา โดยมีฟู่ฮูหยินที่ครรภ์แก่ใกล้คลอดติดตามไปขอพรให้คลอดลูกอย่างปลอดภัยด้วย

ในครั้งนั้นนางและพี่เหยียนก็ติดตามไปด้วยและเพราะนางอยากเที่ยวเล่นในตลาด พี่เหยียนถึงหนีทหารที่มาตามจับตัวไปสำเร็จโทษได้ ส่วนฟู่ฮูหยิน ตกเลือดและเสียชีวิตระหว่างคลอด...ทารกในครรภ์มิพ้นภัย 

ยามนั้นนางกล่าวโทษชินอ๋องว่าเหตุใดเขาถึงมิห้ามปรามและรักษาชีวิตบริสุทธ์เอาไว้ เสด็จอาผู้นั้นจึงได้บอกเล่าว่าเขาถูกเรียกตัวออกไปด้วยข่าวลวง กว่าจะกลับมาทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว

และการไปไหว้พระของอันไท่เฟยก็จะมาถึงในไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว...นี่คือวันที่อันไท่เฟยจะพูดเรื่องไหว้พระกับชินอ๋อง

หากยับยั้งมิให้ชินอ๋องติดกับข่าวลวง ฟู่ฮูหยินกับทารกในครรภ์ก็มีโอกาสปลอดภัย...มีหนทางเปลี่ยนชะตากรรมพี่เหยียนและตระกูลฟู่แล้ว

ตำหนักอันไท่เฟย

ชินอ๋องเฉินเทียนหยางเป็นพระอนุชาองค์เล็กของฮ่องเต้ไท่เสียน ทว่าเก่งกาจการรบ อายุสิบหกหนาวก็จับดาบควบม้าทะลวงฟันกองทัพต่างแคว้นที่มารุกรานแล้ว ด้วยความสามารถที่โดดเด่นจึงถูกแต่งตั้งให้เป็นชินอ๋องตั้งแต่อายุสิบเจ็ด ปีนี้เพิ่งจะอายุได้สิบเก้าเท่านั้น 

ผู้คนต่างเกรงกลัวและกล่าวว่าเขาคือท่านอ๋องบ้าเลือดทว่าเฉินอันหนิงกลับรักใคร่และชื่นชอบเสด็จอาผู้นี้ที่สุดในบรรดาอ๋องทั้งหลาย

เสด็จอาเล็กมิได้ต้องการช่วงชิงตำแหน่งฮ่องเต้ คนผู้นี้มิอยากจะเข้ามาในพระราชวังอันโอ่อ่าเลยด้วยซ้ำ หากมิใช่เพราะพระมารดายังอยู่ที่นี่ พระองค์ก็คงหายหน้าหายตาจนมิมีผู้ใดในวังได้พบเห็นเป็นแน่

เสด็จอาเล็กจะมาเฝ้าอันไท่เฟยผู้เป็นมารดา หนึ่งครั้งทุกสองสัปดาห์ ทุกครั้งที่มาก็ไม่ลืมจะนำขนมหรือของเล่นนอกวังติดไม้ติดมือมาฝากนางและน้อง ๆ  และอาจจะเพราะนางเป็นองค์หญิงองค์แรก คุ้นหน้าคุ้นตาเสด็จอาผู้ไม่ใคร่อยากสนใจโลกผู้นี้มากกว่าน้อง ๆ พระองค์จึงมีของมาให้นางมากกว่าหลาน ๆ คนอื่น และให้ความเอ็นดูนางมากกว่าผู้ใด เช่นนี้แล้วจะไม่ให้นางรักใคร่ได้อย่างไรเล่า

ทันทีที่มาถึงตำหนักอันไท่เฟยองค์หญิงตัวน้อยก็ไม่รอให้นางกำนันเข้าไปกราบทูล นางวิ่งเข้าไปเกาะท่อนขาของบุรุษผู้องอาจในทันทีอย่างไร้เดียงสา

“เสด็จอา หนิงเอ๋อร์คิดถึงเสด็จอา”

“ประจบประแจงยิ่ง” แม้คำพูดจะคล้ายตำหนิ หากแต่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีความเอ็นดูเจือปนอยู่ บุรุษชาตินักรบอยู่ในสนามรบเกือบทั้งชีวิตย่อมแข็งกระด่าง ไหนเลยจะพูดจาอ่อนโยนได้

องค์หญิงตัวน้อยคุ้นชินกับท่าทีเช่นนี้ดี แม้ว่าลึก ๆ แล้วนางจะคิดถึงท่าทีเช่นนี้มากเพียงใดทว่าก็ยังแสดงออกอย่างไร้เดียงสา

“เสด็จย่าไท่เฟยเพคะ เสด็จอากล่าวร้ายหนิงเอ๋อร์”

“เจ้านี่ช่างฟ้องยิ่ง”

“เสด็จย่าไท่เฟย...”

“หยุดฟ้องได้แล้วเจ้าก้อนแป้ง มิเช่นนั้น...”

“มิเช่นนั้นเสด็จอาจะฟ้องเสด็จพ่อของหนิงเอ๋อร์ใช่หรือไม่ เช่นนั้นก็ฟ้องได้เลย หนิงเอ๋อร์ไม่กลัวหรอก” ไม่ปล่อยให้ชินอ๋องบ้าเลือดได้กล่าว นางก็ชิงพูดก่อนด้วยท่าทีเป็นต่อ ท่านอ๋องหนุ่มได้แต่ส่งสีหน้าหมั่นไส้มาให้ก่อนจะโต้แย้ง

“หึ หากฟ้องบิดาเจ้า เกรงว่าอาของเจ้าผู้นี้จะถูกส่งไปประจำชายแดนเสียน่ะสิ”

“คิกคิก”

“พวกเจ้าอาหลานพอเถิด...เด็ก ๆ ตั้งเครื่องเสวยได้แล้ว แล้วก็นำขนมกุ้ยฮวาออกมาด้วย” อันไท่เฟยผู้เป็นมารดาของชินอ๋องกล่าวแทรกขึ้นก่อนจะสั่งนางกำนันและหันกลับมาชักชวนองค์หญิงตัวน้อย “เสวยมื้อเช้ากับขนมด้วยกันนะเพคะองค์หญิงน้อย”

“เพคะเสด็จย่าไท่เฟย”

“ข้าให้ฉินกงกงนำไปให้แล้วมิใช่หรือ กลับไปกินที่ตำหนักสิ” ผู้เป็นเสด็จอามิวายทำทีขับไล่หลานสาว หากแต่เฉินอันหนิงกลับยังคงลอยหน้าลอยตา

“ไม่ไปเพคะ หนิงเอ๋อร์อยากอยู่กับเสด็จอา กับเสด็จย่าไท่เฟย”   

“หึ”

อันไท่เฟยมองท่าทีแข็งกระด้างและปากร้ายของบุตรชายก่อนจะลอยถอนใจ ความจริงก็อยากให้องค์หญิงตัวน้อยอยู่ด้วยแท้ ๆ แต่ท่าทีที่แสดงออกกลับคล้ายรำคาญเสียทุกครั้ง

ช่างเป็นคนที่ปากไม่ตรงกับใจเสียจริง ๆ 

เช่นนี้อย่างไรเล่าถึงได้ยังมิมีสตรีที่ต้องใจเสียที

“ได้ยินว่าป่วยไข้เพิ่งหาย เช่นนั้นองค์หญิงน้อยเสวยเยอะ ๆ นะเพคะ จะได้มีพระวรกายแข็งแรง” อันไท่เฟยไม่เพียงแค่ชักชวนให้องค์หญิงตัวน้อยเสวยแต่ยังคีบเนื้อให้ด้วยความเอ็นดู

กล่าวตามความจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไทเฮา หรือสนมอื่นในอดีตฮ่องเต้ที่ยังอาศัยอยู่ในวังต่างก็ให้ความเอื้อเอ็นดูองค์หญิงผู้นี้ เพราะนางช่างออดอ้อนและมักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนพวกนางอยู่บ่อย ๆ ร้องเรียกเสด็จย่าอย่างนั้น เสด็จย่าอย่างนี้ ผู้ใดเล่าจะไม่เอ็นดู

ยิ่งคิดถึงเรื่องที่มารดาจากไปเร็วพวกนางก็ยิ่งเอ็นดูองค์หญิงผู้นี้มากกว่าโอรสธิดาองค์อื่น ๆ 

“เสวยนี่ด้วยสิเพคะ”

“ขอบพระทัยเพคะเสด็จย่าไท่เฟย”

“เสด็จแม่อย่าคีบแต่เนื้อให้นางซิพะย่ะค่ะ ประเดี๋ยวนางก็อ้วนเป็นหมูกันพอดี” ชินอ๋องที่ควรได้รับการเอาอกเอาใจจากมารดาที่ไม่ได้พบเจอกันบ่อยแทรกขึ้นก่อนจะคีบผักไปใส่ในจานของหลานสาว “เอ้านี่...กินผักเสียบ้าง จะได้ไม่ป่วยไข้อีก”

“เสด็จอา หนิงเอ๋อร์ไม่ชอบ”

“ไม่ชอบเจ้าก็ต้องกิน กินแต่เนื้อจนอ้วนกลมเช่นนี้อย่างไรเล่าจึงได้เจ็บไข้ง่าย ๆ” 

“แต่...” นางอยากจะแย้ง หากแต่มิทันได้แย้งชินอ๋องก็คีบผักมาใส่ให้เพิ่มและข่มขู่

“หากเจ้าไม่กินผักด้วย คราวหน้าข้าจะไม่เอาขนมกุ้ยฮวาและถังหูลู่มาฝากอีก”

“เพคะ หนิงเอ๋อร์กินก็ได้”

“หึ” ชินอ๋องส่งเสียงอย่างพอใจก่อนจะคีบเนื้อเอาใจมารดา อันไท่เฟยมองค้อนอย่างหมั่นไส้ ท่าทีกลั่นแกล้งไปเช่นนั้นที่แท้ก็ห่วงใยหลานสาวนั่นล่ะ

“เอ้อ หยางเอ๋อร์ ปีนี้เจ้าไปอารามซุยหลิงกับแม่หรือไม่ หรือจะอยู่ร่วมงานเลี้ยงที่พระราชวัง” และแล้วอันไท่เฟยก็พูดถึงการไปอารามซุยหลิง ในทุกปีเพื่อกราบไหว้บิดามารดาผู้ล่วงลับอันไท่เฟยจะเดินทางไปอารามซุยหลิงและอยู่ถือศีลที่อารามเป็นเวลาสามวัน หลายปีมานี้ชินอ๋องก็ติดตามไปดูแลเสมอมา หากแต่ปีนี้ช่วงเวลาที่นางจะไปอารามซุยหลิงเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ภายในวังมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูต มิทราบชินอ๋องจะได้ไปด้วยหรือไม่

องค์หญิงน้อยมิได้แทรกอันใดหากแต่นางรู้แก่ใจอยู่แล้วว่าปีนี้เสด็จอาเองก็ต้องไปกับพระมารดาอย่างแน่นอน

และก็เป็นเช่นนั้นเมื่อชินอ๋องตอบพระมารดา “งานเลี้ยงน่าเบื่อหน่ายเช่นนั้นลูกมิเข้าร่วมหรอกพะย่ะค่ะ และเสด็จพี่ก็ทรงเมตตาให้ลูกนำกำลังทหารอารักขาเสด็จแม่ไปการามซุยหลิงด้วยพะย่ะค่ะ”

“ดี ดีแล้ว”

บทสนทนาที่ไม่ได้แตกต่างไปจากในอดีตตกอยู่ในการรับรู้ขององค์หญิงตัวน้อยทั้งหมด นางวางตะเกียบลงก่อนจะเกาะแขนอันไท่เฟยผู้เมตตา “เสด็จย่าไท่เฟยเพคะ...หนิงเอ๋อร์ไปด้วยได้หรือไม่ หนิงเอ๋อร์อยากไปไหว้พระ”

“เจ้าจะไปเที่ยวเล่นแต่อาศัยเสด็จแม่เป็นข้ออ้างสินะ” เป็นชินอ๋องที่แทรกมา ไม่ต่างจากกาลก่อน และเฉินอันหนิงก็ไม่ได้ทำให้บทสนทนานั้นแตกต่างไปจากอดีต

“เสด็จอากล่าวร้ายหนิงเอ๋อร์ หนิงเอ๋อร์เพียงอยากไหว้พระ”

“หึ ข้าหรือจะรู้ไม่ทันเจ้า”

“เสด็จย่าไท่เฟยเพคะ เสด็จอากล่าวร้ายหนิงเอ๋อร์อีกแล้ว”

“เจ้าตัวขี้ฟ้อง อย่าเอานางไปเป็นภาระนะพะย่ะค่ะเสด็จแม่”

“แต่หนิงเอ๋อร์อยากไปด้วย” สายตาออดอ้อนถูกส่งให้ ไหนเลยอันไท่เฟยจะใจแข็งได้ พระนางทอดถอนใจหากแต่ยังสอบถาม

“องค์หญิงมิอยู่ร่วมงานเลี้ยงหรือเพคะ”

“ไม่สนุกเพคะ งานเลี้ยงน่าเบื่อมาก ๆ เลยเพคะ หนิงเอ๋อร์ไม่ชอบ” ไม่ชอบที่มีความหมายว่าไม่ชอบจริง ๆ ในอดีตนางก็ขอติดตามไปก็เพราะเบื่อหน่ายงานเลี้ยง แต่คำตอบของนางกลับถูกใจผู้เป็นอาเป็นอย่างมาก

“เจ้าอ้าปากพูดจ้อมาหลายคำ พูดได้ดีก็ประโยคเมื่อครู่นี้เอง งานเลี้ยงน่าเบื่อหน่ายยิ่ง”

“เฮ้อ ทั้งอาทั้งหลาน เหตุใดจึงได้มองว่างานเลี้ยงน่าเบื่อหน่ายเช่นนี้ไปได้เล่า”

“ก็มันไม่สนุกจริง ๆ นี่เพคะ สนมทั้งหลายเอาแต่ช่วงชิงความโปรดปราน องค์หญิงองค์ชายจะขยับตัวสักนิดก็ถูกจับตา เล่นงานมารดามิได้ ก็มาลงกับโอรสธิดา น่าเบื่อหน่ายเพคะ ให้หนิงเอ๋อร์เดินทางไปอารามซุยหลิงกับไท่เฟยยังจะสนุกยิ่งกว่า”

“แต่ฝ่าบาท...”

“เสด็จพ่อตามใจหนิงเอ๋อร์อยู่แล้วเพคะ” องค์หญิงผู้ได้รับการตามใจจากพระบิดาเหนือกว่าผู้ใดกล่าวอย่างมุ่งมั่น 

อันไท่เฟยแม้จะใจอ่อนไปแล้วแต่ก็ยังกังวล ฮ่องเต้หวงแหนองค์หญิงตัวน้อยเป็นอย่างยิ่ง หากการไปวัดซุยหลิงครั้งนี้เกิดสิ่งใดขึ้น นางและบุตรชายจะชดใช้เช่นไรหมดเล่า

พระนางหันไปมองชินอ๋องอย่างขอความเห็น ชินอ๋องยักไหล่ก่อนจะกล่าว “ให้นางติดตามไปเถิดเสด็จแม่ ฟู่ฮูหยินและบุตรชายก็จะติดตามไปด้วย นางคงอยากเที่ยวเล่นกับคุณชายฟู่แทนที่จะอยู่ในวังนั่งมองสนมตบตีกัน”

“เช่นนั้น...หากฝ่าบาทอนุญาต ก็ไปด้วยกันได้เพคะ”

“ขอบพระทับเพคะเสด็จย่าไท่เฟย...หนิงเอ๋อร์จะไปทูลขอเสด็จพ่อหลังจากกินเสร็จเพคะ” นางแสดงออกอย่างยินดีก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบผักเข้าปากเคี้ยวตุ๊บ ๆ ต่อ เรื่องต่อจากนี้ย่อมราบรื่น เสด็จพ่อย่อมไม่ขัดขวาง แม้ว่าจะห่วงใยนางมากก็ตาม...จากนี้ก็เหลือเพียงเปลี่ยนแปลงเรื่องของฟู่ฮูหยินและบุตรในครรภ์

หากช่วยเหลือให้รอดได้ทั้งมารดาและบุตรก็คงจะดี...

และหากช่วยเหลือท่านลุงฟู่ได้ด้วยก็ยิ่งดี...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่7 ให้หนิงเอ๋อร์ไปนะ

    “เสด็จพ่อ!!!” น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใสร้องเรียกบุรุษผู้สูงศักดิ์เหนือผู้ใดในทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องทรงพระอักษร ก่อนที่ร่างเล็กจะวิ่งอย่างไม่รักษากิริยาเข้าไปเกาะแขนพระบิดาฮ่องเต้ไท่เสียนมิได้ขุ่นเคืองกับท่าทีของพระธิดาองค์โตแม้แต่น้อย กลับกันพระองค์กลับชื่นชอบท่าทีสดใสราวกับดวงตะวันที่เจิดจรัสเช่นนี้ของบุตรสาวมากกว่าท่าทีอ่อนช้อยเป็นไหน ๆ “นึกอย่างไรมาหาพ่อถึงที่นี่เจ้าก้อนแป้ง”“หนิงเอ๋อร์คิดถึงเสด็จพ่อเพคะ” ผู้อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงห้องทรงพระอักษรทั้งที่ไม่ได้มีรับสั่งเรียกหาเอ่ยอย่างออดอ้อนก่อนจะถูกอุ้มไปวางบนตักและหอมแก้วเสียฟอดใหญ่“พ่อรู้เจ้ามิได้คิดถึงพ่อเพียงเท่านั้น แต่พ่อก็ยินดีที่เจ้าคิดถึง” “เสด็จอาทรงฟ้องเสด็จพ่ออีกแล้วหรือเพคะ”“เขาไม่ได้ฟ้อง เพียงเกริ่นให้พ่อฟังเท่านั้น” บุรุษสูงศักดิ์กล่าวแย้งให้พระอนุชาที่พระองค์มีรับสั่งให้เข้าเฝ้าก่อนหน้าที่บุตรสาวจะเข้ามา พระอนุชาองค์นี้ย่อมช่วยเหลือพูดให้องค์หญิงน้อยบ้างแล้วพระองค์จึงพอทราบเรื่องราวอยู่บ้าง“ก้อนแป้งของพ่อไม่อยากไปงานเลี้ยงเช่นนั้นหรือ”“หนิงเอ๋อร์ไม่ชอบงานเลี้ยงเพคะ ไปอารามซุยหลิงกับเสด็จย่าไท่เฟยได้บุ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-29
  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่8 ย้าย

    “เสด็จพี่หญิงมาเล่นกับเสี่ยวหลงหรือพะย่ะค่ะ” เจ้าตัวน้อยร้องถามทันทีทั้งยังไม่ยอมปล่อยเชษฐาภคินีที่เสด็จแม่พร่ำบอกเสมอว่าให้รักและเชื่อฟังให้มากองค์หญิงน้อยอมยิ้มพร้อมกับเอ่ยตอบในทันที “ใช่แล้ว พี่มาเล่นกับเสี่ยวหลง”“ท่านลุงฟู่ก็มาเล่นกับเสี่ยงหลงด้วยหรือขอรับ”ในบรรดาโอรสธิดาของฮ่องเต้ไท่เสียนมีเพียงองค์หญิงใหญ่ องค์ชายรอง และองค์ชายสามเท่านั้นที่คุ้นเคยกับฟู่เสวียนจนเรียกขานว่าท่านลุงฟู่ ฟู่เสวียนที่ติดตามฮ่องเต้ไท่เสียนแวะเวียนมาหาโอรสธิดาอยู่บ่อยครั้งไม่เพียงกับโอรสมังกรแต่ยังเต็มไปด้วยความเอ็นดูและรักดุจบุตรของตน ทว่าหลัง ๆ ราชกิจฮ่องเต้รัดตัว ซ้ำวังหลังไม่มีเซี่ยฮองเฮาคอยเป็นผู้แบ่งเบาให้ฮ่องเต้ผ่อนคลายแล้ว จึงไม่บ่อยนักที่ฟู่เสวียนจะได้พบกับองค์หญิงองค์ชาย โอรสธิดาองค์อื่นต่างก็ยังไม่รู้ความจึงมีเพียงแค่สามพระองค์นี้เท่านั้นที่ยังเรียกขานเขาว่าท่านลุงฟู่ทว่าต่อให้เสียงเรียก

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-30
  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่9 จะปกป้อง

    หรงกุ้ยเฟยจ้องลึกเข้าไปในดวงตามุ่งมั่นของหลานสาวก่อนจะถอนใจ สองปีก่อนหลังจากที่น้องสาวของนางจากไปในวังมีสนมชายาช่วงชิงความโปรดปรานกันนับไม่ถ้วน ผู้มีบุตรก็ใช้บุตรเป็นสะพาน ผู้ใดไม่มีก็ทำทุกทางเพื่อจะได้ตั้งครรภ์มังกร ทว่านางไม่เคยสนใจสิ่งเหล่านั้น ตำแหน่งฮองเฮาด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องการฮองเฮาผู้เดียวในใจฮ่องเต้ไท่เสียนมีเพียงเซี่ยฮองเฮาเท่านั้น จะแย่งชิงกันไปก็เท่านั้น สองปีมานี้องค์หญิงใหญ่อยู่ในตำหนักอันหนิงได้รับความดูแลจากฮ่องเต้โดยตรงก็เพราะไม่ต้องการให้องค์หญิงถูกผู้ใดใช้เป็นเครื่องมือปีนขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮา และตัวองค์หญิงเองก็ไม่ยินยอมให้ผู้ใดขึ้นมาแทนที่มารดา แม้แต่นางที่เป็นป้า แล้ววันนี้...“เด็กน้อยเช่นเจ้า เหตุใดจึงกล่าวเรื่องเช่นนี้”“เสด็จป้าหนิงเอ๋อร์รู้ความกว่าที่ท่านคิด มีแค่ท่านเป็นฮองเฮา พวกเราถึงจะปลอดภัย โดยเฉพาะเสี่ยวเซวียนกับเสี่ยวหลง...ท่านเป็นฮองเฮาเถอะ”“เด็กน้อยเอ๋ย คลื่นลมในวังหลัง ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าหลี่ซูเฟยคือผู้ที่เสด็จพ่อของเจ้าโปรดปรานที่สุด นางงดงามเพียงนั้น ไหนเลยจะช่วงชิงความโปรดปรานมาได้ ไหนจะเจาอี๋จากนอกวังที่เข้ามาพร้อมกับบุตรสาวนั่นอีก ได้ยินว่านาง

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-12-02
  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่10 ไม่เปิดโอกาส

    ในตำหนักเซียนซือเต็มไปด้วยบรรยากาศชวนซึ้งทว่าที่ตำหนักใหญ่โอรสสวรรค์กลับเลิกคิ้วมององครักษ์คนสนิทที่มารายงานตามรับสั่งของพระธิดาด้วยความสงสัยแล้วก็เปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นใจ“เจ้าว่าเจ้าก้อนแป้งโกรธอะไรเจิ้นอีกหรือไม่”“น่าชังเช่นฝ่าบาททำให้องค์หญิงขุ่นเคืองย่อมไม่แปลก” องค์รักษ์ฟู่เสวียนเอ่ยอย่างไม่เกรงกลัวก่อนจะลอยหน้าลอยตาเมื่อนายเหนือหัวส่งสายตาดุมาให้ ฟู่เสวียนที่อยู่กับองค์หญิงองค์ชายและครอบครัวคือบุรุษอบอุ่น ฟู่เสวียนที่อยู่ต่อหน้าขุนนางคือองค์รักษ์ผู้สุขุมเลือดเย็น แต่ฟู่เสวียนที่อยู่ตามลำพังกับนายเหนือหัวคือ….สหายน่าตายคนผู้นี้มีหลายหน้ายิ่งนัก เรื่องนี้มีเพียงฮ่องเต้ไท่เสียนที่รู้ดีที่สุด ไอ้เจ้านี่หน้าหนาและปากจัดยิ่ง ทั้งยังไม่เกรงกลัวเขาอีกต่างหาก“เจ้านี่ช่าง…”“ฝ่าบาท ได้เวลาพลิกแผ่นป้ายแล้วพะย่ะค่ะ” ไม่ทันจะต่อว่าสหายผู้กล้าหาญกล่าวตรง ๆ ต่อหน้าฮ่องเต้ เหรินฉิน ขันทีคนสนิทก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดแผ่นป้าย...ได้เวลาต้องพลิกแผ่นป้ายแล้วแม้ว่าความจริงเหร

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-12-02
  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่11 องค์หญิงห้า

    เพลี่ยง!เสียงข้าวของที่แตกกระจายจากด้านในตำหนักไม่ได้ส่งผลให้เฉินซูเหมยในวัยเพียงหกขวบตัวสั่นระริก หรือมีอาการหวาดกลัวใด ๆ กลับกันนางกลับมีเพียงความไม่พอใจและกรุ่นโกรธไม่ต่างจากมารดาที่ขว้างปาสิ่งของผู้มีศักดิ์เป็นองค์หญิงลำดับที่สองของราชวงค์ และเป็นธิดาลำดับที่ห้าของฮ่องเต้ไม่สนใจมารดาที่ระบายโทสะด้วยการขว้างปาสิ่งของก่อนจะก้าวเข้าไปยังแท่นบรรทมด้วยท่าทีที่เงียบสงบเกินวัยถึงแม้ว่าร่างกายของนางจะเป็นเด็กหกขวบ แต่ผู้ใดเล่าจะรับรู้เท่านาง ว่าแท้จริงแล้วนางไม่ได้อายุเพียงหกขวบ...นางตายเพราะเฉินอี้หลง และได้หวนกลับมายังอดีตเฉินซูเหมยกำหมัดแน่น ในอดีตมารดานางกระทำต่ำช้าอาศัยโอกาสที่ฮ่องเต้ปลอมตัวออกไปเยี่ยมราษฏรวางยาปลุกกำหนัดในเหล้าจนทำให้มีนาง ทว่าเพราะเหตุการณ์หลายสิ่งหลายอย่างทำให้นางได้เติบโตนอกวังโดยที่เสด็จพ่อไม่รู้ถึงหกปีเต็ม การได้เข้ามาในวังที่เต็มไปด้วยความแก่งแย่งช่วงชิงใช่ว่าจะมีความสุข มารดานางได้ตำแหน่งแค่เพียงเจาอี๋ ไร้อำนาจซ้ำยังรังแกได้ง่าย นางจึงเกลียดทุกคนที่มีอำนาจ เฝ้าใฝ่ฝันจะเ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-12-02
  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่12 ค้างคืน

    ตำหนักเซียนซือเป็นสถานที่ไม่คุ้นเคยสำหรับฮ่องเต้ไท่เสียน แต่กับโอรสทั้งสองพระองค์ทรงคุ้นเคยไม่ต่างจากองค์หญิงใหญ่ แม้ว่าภายนอกผู้คนจะรับรู้ว่าฮ่องเต้ไม่ใคร่สนใจใยดีองค์ชายรองและองค์ชายสามเพราะผู้หนึ่งมารดาจากไปตอนคลอด อีกผู้หนึ่งมารดาไม่เป็นที่โปรนปราน และให้ความสนใจไปที่องค์ชายสี่ซึ่งประสูตรจากหลี่ซูเฟยมากกว่า แต่ความเป็นจริงแล้วพระองค์ทรงลอบพาองค์ชายทั้งสองเข้าไปหาที่ตำหนักใหญ่อยู่บ่อยครั้งโอรสที่ไม่มีมารดาปกป้อง หากโปรดปรานเกินหน้าเกินตาย่อมเป็นอันตราย พระองค์ไม่อาจดูแลได้ตลอดจึงต้องให้เฉินชิงเซวียนอยู่ในมุมมืดไม่โดดเด่นเกินผู้ใดเช่นนี้ ส่วนเฉินอี้หลง เพราะมารดาไม่ปรารถนาความโปรดปราน อำนาจย่อมไม่มี หากให้ความใส่ใจโอรสเป็นพิเศษ ก็ย่อมนำภัยมาให้องค์ชายทั้งสองจึงจำต้องกลายเป็นผู้ไม่ได้รับความโปรดปรานเสมอมา เฉินอันหนิงเข้าใจข้อนี้มาโดยตลอด และนางก็เข้าใจที่เสด็จพ่อไม่ได้ซ่อนนางเอาไว้ในมุมมืดเช่นน้อง ๆ แต่ให้ความโปรดปรานเหนือโอรสธิดาทั่วไป ใช่ว่าเสด็จพ่อต้องการให้นางเป็นหนังหน้าไฟ หากแต่นางเป็นสตรี ไม่มีผู้ใดคิดว่านางจะเป็นภัยต่อตำแหน่งรัชทายาทหรือตำแหน่งฮ่องเต้องค์ถัดไป ซ้ำนางยังมีสก

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-12-03
  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่13 ออกเดินทาง

    สองวันต่อมาในวังหลวงในเช้าวันนี้แม้จะครึกครื่นเพราะมีงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตในวังแต่ก็ไม่อาจจะทำให้บิดาและมารดาที่ต้องห่างจากบุตรรู้สึกสนุกได้แม้แต่น้อย ฮ่องเต้ไท่เสียนและหรงกุ้ยเฟยออกมาส่งองค์หญิงอันหนิงด้วยตนเองขณะที่องค์ชายรองและองค์ชายสามนั้นนอนร้องไห้อยู่ที่ตำหนักเพราะพี่สาวห้ามไม่ให้ติดตามไปด้วย“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ รักษาตัวด้วยเพคะ หนิงเอ๋อร์จะรีบกลับมา”“ไปดีมาดีนะลูกพ่อ” ฮ่องเต้ไท่เสียนผู้ไม่เคยให้องค์หญิงใหญ่อยู่ไกลหูไกลตาตรัสทั้งที่ไม่อาจทำใจปล่อยบุตรสาวออกไปนอกวังได้ ทว่าสุดท้ายก็ยอมปล่อยและเฝ้ามองขบวนของอันไท่เฟยออกจากวังหลวงไปจนลับตาองค์หญิงใหญ่แหวกม่านมองกลับไปยังผู้สูงศักดิ์เบื้องหลังเนิ่นนานก่อนจะเปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแย้มเมื่อคุณชายใหญ่สกุลฟู่ขึ้นมานั่งบนรถม้าพร้อมกับฟู่ฮูหยินที่อุ้มท้องอุ้ยอ้าย“พี่เหยียน ท่านป้าฟู่ค่อย ๆ นั่ง ระวังเจ้าก้อนแป้งด้วยเจ้าค่ะ” ไม่ว่าเปล่าองค์หญิงตัวน้อยยังยื่นมือมาประคองผู้ที่นางเรียกว่าท่านอาหญิงด้วยมือคู่เล็กให้นั่งลงข้าง ๆ“ขอบพระทัยเพคะองค์หญิง” สายตาที่มององค์หญิงตัวน้อยเต็มไปด้วยความเอ็นดู ใจก็ครุ่นคิดว่าหากลูกในครรภ์เป็นหญิงและน่าเ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-12-06
  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่14 จากลา

    “พี่เหยียน วันหน้าท่านต้องแต่งกับหนิงเอ๋อร์นะ หนิงเอ๋อร์จะรอท่าน”ถ้อยคำอันเอาแต่ใจหากแต่ไร้เดียงสาที่เอื้องเอ่ยมาจากปากของแม่นางน้อยในอาภรณ์หรูหราบ่งบอกฐานันดรศักดิ์ที่ไม่ธรรมดาทำให้ผู้ที่นางเรียกว่าฟู่จื่อเหยียนต้องชะงักฝีเท้าและปล่อยมือที่จับจูงนางอยู่พลางมองมาที่นางด้วยความตระหนกแต่แล้วก็หลุดหัวเราะอย่างขบขัน“มิพูดเล่นเช่นนี้สิพะย่ะค่ะองค์หญิง” คุณชายสกุลฟู่เอ่ยอย่างนอบน้อมพร้อมกับยิ้มอ่อนโยนส่งให้ดั่งเช่นปกติ อย่างไรเสียเขาก็คิดว่าเป็นการพูดเล่นมิได้จริงจังอันใดเพราะแม่นางน้อยตรงหน้าเป็นเพียงแค่เด็กน้อยห้าหนาวยังคงไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจเรื่องการแต่งงาน ซ้ำยังเป็นถึงเชื้อพระวงค์หญิงพระองค์โตแห่งราชวงค์ต้าเฉิน คู่ครองในอนาคตของนางมิมีทางเป็นเพื่อนเล่นที่เป็นเพียงบุตรชายหัวหน้าหน่วยองค์รักษ์รักษาพระองค์อย่างเขาเป็นแน่...นางต้องเติบโตไปเป็นนางหงส์ต่างหากเล่า“วันหน้าองค์หญิงจะได้เป็นฮองเฮาของแคว้นที่ยิ่งใหญ่ อย่าทรงกล่าววาจาล้อเล่นเช่นนี้เลยพะย่ะค่ะ กระหม่อมจะอายุสั้นเอาได้”“หนิงเอ๋อร์มิได้ล้อเล่นนะพี่เหยียน หนิงเอ๋อร์จะแต่งให้ท่าน...หนิงเอ๋อร์พูดจริง ๆ นะ!”“พะย่ะค่ะ ๆ วันหน้า

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-12-06

บทล่าสุด

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทส่งท้าย

    หกเดือนต่อมา...ในที่สุดงานมงคลของกู้หลุนอันหนิงกงจู่อันเป็นที่รักของผู้คนและราชวงศ์ก็เกิดขึ้น ฟู่จื่อเหยียนในชุดสีแดงปักเย็บอย่างดีขี่ม้าคู่ใจนำหน้าแห่ขบวนเจ้าสาวอันยาวเหยียดด้วยสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มกว่าจะมีวันนี้ มิใช่ง่าย ๆ เลย แม้ว่าบิดาของเขาจะใช้หลายคำพูดทำให้ฮ่องเต้ไท่เสียนยินยอมให้เขาและบุตรสาวอันเป็นที่รักออกเรือนได้แต่เหล่าอ๋องมิใช่จะยินยอมง่าย ๆ แม้จะทำสิ่งใดเขาไม่ได้แต่ก็พยายามขัดขวางอย่างถึงที่สุดกว่าที่จะยินยอมให้พี่สาวได้ออกเรือน ก็ล่วงเลยมาถึงครึ่งปีทีเดียวฟู่จื่อเหยียนในตอนที่กลับมาต้าเฉินในฐานะบุตรชายคนโตของสกุลฟู่มิได้มีตำแหน่งใดนอกจากสถานะคุณชายฟู่ แต่ระยะเวลาหกเดือนจากคุณชายฟู่ก็ได้เปลี่ยนแปลงไป ผู้คนเรียกขานเขาว่าแม่ทัพฟู่ อันเนื่องมาจากแม้เหตุการณ์หลายอย่างจะเปลี่ยนไป แต่แคว้นฉีก็ยังดันทุรังจะตีต้าเฉิน เหล่าอ๋องต้องการยื้อเวลาไม่ให้พี่ใหญ่ของตนได้ออกเรือนเร็วเกินไป จึงเสนอให้เขาออกรบและกำราบแคว้นฉีเสียแม้การทำศึกกับฉีไม่ได้ยากเย็น แต่ก็กินเวลาไปหลายเดือน

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่98 อำลาต้าไห่

    เรื่องราวทุกสิ่งจบลงที่การแต่งตั้งหยางอ้ายฉิงเป็นหยางฮองเฮา ก่อนกำหนดพิธีอภิเษกสมรสในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเรื่องงานอภิเษกเป็นเรื่องภายใน ฮ่องเต้ไท่เสียนแม้เอ็นดูไห่ซุนหลิงดั่งบุตรชายแต่ก็ไม่อาจรั้งอยู่ต่อรอถึงงานอภิเษกได้ ครั่นจะเดินทางกลับก่อนแล้วค่อยมาก็ไม่ทันอย่างแน่นอน จึงได้แต่ตัดใจ ไม่รั้งอยู่กำหนดเดินทางกลับต้าเฉินจึงเป็นเช้าวันรุ่งขึ้น หลังเสร็จการประชุมฮ่องเต้และฮองเฮาบอกลาคนเป็นดุจบุตรชายและขอตัวกลับตำหนักรับรองไปแล้ว เหลือเพียงเฉินอันหนิงและจิวหูที่ยังอยู่รับน้ำชากับฮ่องเต้ซุนหลิงและว่าที่ฮองเฮา วันนี้เองที่เฉินอันหนิงได้พูดคุยกับหยางอ้ายฉิงอีกครั้ง ทั้งคู่เข้ากันได้ดีเมื่อได้พูดคุยขอโทษขอโพยที่ต่างล่วงเกินกันในวันแรกที่เจอก่อนที่เฉินอันหนิงจะกล่าวขออภัยที่ไม่อาจอยู่ร่วมงานอภิเษกได้“ขออภัยพี่ใหญ่จิว และคุณหนูหยาง ที่มิอาจอยู่ร่วมงานอภิเษกได้”“อย่าได้คิดมาก ข้ามิใช่คนคิดเล็กคิดน้อย” จิวหลิงพูดแล้วก็ยกยิ้มและเอายคล้ายจะแกล้งเย้า “แต่งานของเจ้ากับเขา ช่วยเผื่อเวลาให้

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่97 ไม่มีคำปฏิเสธ

    “เห็นได้ชัดว่าท่านยังโง่งมอยู่ ท่านจะป้อนยาล้ำค่าที่มีเพียงหกเม็ดให้พี่ใหญ่ได้อย่างไรกัน นั่นคือของสำคัญของท่านนะ” เป็นเฉินไป๋เสวี่ยที่มาห้ามเอาไว้ ในขณะที่สถานการณ์รอบข้างคลี่คลายลงได้แล้วด้วยฝีมือของหานอ๋องและเหล่าองครักษ์ร่วมมือกับคนของพรรคเมฆาสุริยันต์เฉินไป๋เสวี่ยส่ายหน้าพร้อมกับกำข้อมือของผู้เป็นศิษย์สำนักเดียวกันเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้จิวหูได้ทำตามใจ เขาเป็นศิษย์หมอเทวดาย่อมรู้ว่ายาลูกกลอนในมือของอีกฝ่ายนั้นเป็นยาล้ำค่าที่สามารถรักษาคนที่อาการสาหัสให้ฟื้นคืนได้ ทว่าสิ่งนั้นมีเพียงน้อยนิด หลายปีก่อนเจ้าสำนักโอวหยางเหวินหลงปรุงยาขึ้นมาได้หกเม็ด เก็บเอาไว้เองหนึ่งเม็ดและมอบให้กับลูกศิษย์ทั้งห้าคนละเม็ดและไม่คิดจะปรุงเพิ่มอีก หวังให้ศิษย์ใช้ยานี้เมื่อถึงคราวคับขันแต่คราวคับขันนั้นมิใช่ให้ใช้กับผู้อื่น...คนผู้นี้ไม่รักชีวิตถึงขั้นจะแลกเพื่อพี่สาวของเขาเชียวหรือ หากวันหน้าเป็นอันใดไปจะทำอย่างไรเล่า“ยานี้ไม่สำคัญอันใด ถ้าไม่มีนาง ต่อให้ต้องแลกกับโลกใบนี้เพื่อนาง ข้าก็จะแลก” ไม่มีสิ่งใดม

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่96 มีคนร้าย

    รถม้าเคลื่อนไปแล้ว แต่ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่ ไม่ได้เข้าไปภายในตำหนักรับรอง และไม่ได้จากไปที่ใดมิใช่เพราะลังเลอันใดอีก แต่เพราะกำลังขบคิดกับคำของอาจารย์ สิ่งที่อาจารย์ตักเตือนเขาและเหล่าเศิษย์พี่น้องไม่เคยไม่เชื่อ ด้วยว่าอาจารย์ไม่เคยมองสิ่งใดผิดพออาจารย์เอ่ยเช่นนี้ เขาก็ชักสังหรณ์ใจไม่ดีเสียแล้ว“อะ พี่ใหญ่” ไม่ทันจะได้คิดสิ่งใดมากไปกว่านั้นเสียงเรียกจากด้านหลังก็ดังขึ้น“เหยาเหยา” จิวหูส่งเสียงให้น้องสาวที่ส่งเสียงเรียกก่อนจะได้เห็นว่าด้านหลังของฟู่จื่อเหยายังมีเฉินอันหนิง เฉินลี่หลิน และอ๋องทั้งสอง กับฟู่จื่อหมิงและฟู่จื่อหลิงอยู่ด้วย“จะออกไปที่ใดกัน”“หอเมฆาเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ก็ไปด้วยกันนะเจ้าคะเหยาเหยาอยากอยู่กับพี่ใหญ่” ฟู่จื่อเหยามิได้ชักชวนแต่ดึงแขนผู้เป็นพี่ให้เดินตามเหล่าเชื้อพระวงศ์ทั้งสี่ที่เดินนำไปก่อนแล้ว นั่นย่อมหมายถึงนางไม่เปิดโอกาสให้จิวหูได้ปฏิเสธ บุรุษผู้ไม่มีสิ่งใดให้ต้องลังเลอีกก้าวตามไปด้วยโดยไร้คำใดโต้แย้ง

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่95 ที่แท้เป็นเช่นนี้

    เฉินอันหนิงเป็นฝ่ายก้าวนำบุรุษหน้ากากออกไปด้านนอกก่อนจะนำเขาไปยังสวนด้านหลังซึ่งเงียบสงบ แค่เพียงหยุดเดินบทสนทนาก็เริ่มต้นขึ้นจากฝ่ายของผู้หยั่งรู้ฟ้าดินในทันที“เขายังสบายดีได้ ย่อมเพราะชะตาของท่านยังปลอดภัย”“หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ?”“เจ้าสามจะอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ขึ้นอยู่ที่ชะตาของท่าน”คำบอกเล่าของคนตรงหน้ามิได้แตกต่างจากหนิงอันมากนัก ทว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องรองในใจของนาง เฉินอันอันหนิงมองสบตาคู่คมกริบก่อนจะสอบถามออกไปโดยตรง “ท่านพอจะบอกได้หรือไม่ ว่าเหตุใดข้าจึงได้รับโอกาส”“ต้าเฉินมีมังกรและหงส์เพลิงพิทักษ์อยู่ เรื่องนี้ข้าคงไม่ต้องบอกท่านกระมัง”ตำนานมังกรและหงส์พิทักษ์ต้าเฉิน ผู้คนทั้งต้าเฉินล้วนเคยได้ยิน ยิ่งมีตำนานว่าราชวงค์คือลูกหลานของมังกรและหงผู้พิทักษ์ นางย่อมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ๆ ในชาติก่อนแล้ว เฉินอันหนิงไม่ได้มีคำถามใด ๆ นางพยักหน้าให้เท่านั้นอีกฝ่ายก็บอกเล่าต่อ “ยามใดที่ต้าเฉินลุกเป็นไ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่94 เซียนทวน

    “เมื่อก่อนข้าคิดว่าฮวาเอ๋อร์จะรักกับฟู่เสวียน แต่นางกลับเลือกหยวนจิ้ง ชะตาของคนเราช่างแปลกนัก” ฮ่องเต้ไท่เสียนที่ผายมือเชิญแขกผู้มาเยือนให้ไปนั่งเอ่ยก่อนจะหัวเราะอย่างขบขันขึ้นมาและพูดต่อถึงโชคชะตาที่เล่นตลก “ส่วนฟู่เสวียน ไปตกหลุมรักบุตรสาวเซียนทวนจนถึงขั้นขโทยบุตรสาวผู้อื่นกลับบ้าน”“ห๊า ท่านพ่อ...ท่านแม่เป็นถึงบุตรสาวเซียนทวนเชียวหรือเจ้าคะ” ฟู่จื่อเหยาแทรกขึ้นก่อนมองบิดาด้วยความสงสัย ทั้งยังหันไปสะกิดพี่สาวบุตรธรรมเพื่อบอกเล่า “พี่หญิง ท่านแม่เป็นบุตรสาวเซียนทวนล่ะ”“บิดาเจ้ายังไม่ได้ตอบเลย” เฉินลี่หลินแทรกขึ้นบ้างแต่สายตาก็บ่งบอกว่าสนใจเรื่องนี้เช่นกันด้วยอายุนาง ในยามเด็กนางย่อมทันฟู่ฮูหยินที่ผู้คนกล่าวว่างดงามเป็นที่ต้องตาของบุรุษ และรับรู้เพียงแค่นั้นมาโดยตลอด...เรื่องที่ว่าฟู่ฮูหยินเป็นบุตรสาวเซียนทวนแห่งสำนักเฟยผิง นั่นย่อมน่าสนใจไม่เพียงแค่เฉินลี่หลินที่สนใจ เฉินอันหนิงเองก็คิดไม่ต่างกันและนั่นทำให้สายตาแทบทุกคู่มองไปยังฟู่เสวี

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่93 โอวหยางเหวินหลง

    งานเลี้ยงต้อนรับในช่วงเช้าเป็นไปอย่างราบรื่น และหลังงานเลี้ยงสิ้นสุดอาคันตุกะต่าง ๆ ก็กลับที่พัก ฮ่องเต้ซุนหลิงมาส่งฮ่องเต้ไท่เสียนและคณะจากแคว้นเฉินด้วยตนเองก่อนจะกลับไปจัดการเรื่องในวังหลังของตน ยิ่งบ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสองแคว้น และทำให้ผู้คนเข้าใจว่ากู้หลุนกงจู่ผู้สูงส่งแห่งต้าเฉินไม่ปรารถนาให้วังหลังมีสนมมากมายหากตนจะต้องอยู่ที่นี่จึงได้ยื่นคำขาดให้ฮ่องเต้ซุนหลิงปัดกวาดวังหลังให้ดีซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่กู้หลุนกงจู่ผู้ถูกเอ่ยถึงและโอรสสวรรค์แห่งต้าไห่ต้องการให้นางสนมทั้งหลายเข้าใจ เพื่อให้อะไร ๆ ง่ายขึ้นเรื่องในวังหลังจะเป็นเช่นไร เฉินอันหนิงไม่ได้ให้ความสนใจอีก นางเพียงเดินทางกลับตำหนักรับรองพร้อมบิดามารดา มิได้เข้าไปมีบทบาทเพิ่มเติมอันใดบทบาทอีกครั้งของนาง ก็คงจะเป็นในตอนจะกลับต้าเฉิน ที่จะเฉลยให้ผู้คนรู้ว่านางมิได้จะมาเป็นมารดาแห่งแผ่นดินนี้...ถึงตอนนั้นเหล่าสนมที่เลือกออกจากวัง ก็กลับเข้าไปมิได้อีกทุกอย่างนับว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์ตำหนักใหญ่ใบหน้าเต็มเปี่ย

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่92 ข้อตกลง

    วันต่อมาเช้าวันนี้มีการต้อนรับอาคันตุกะทั้งหลายอย่างเป็นทางการ หลายแคว้นที่เชื้อพระวงค์มาร่วมด้วยตนเอง แต่ก็มีหลายแคว้นที่ส่งมาเพียงขุนนาง ด้วยว่าแคว้นไห่นับว่าห่างไกล และตกต่ำมาหลายปีเพราะฮ่องเต้ทรราชองค์เก่าทำให้หลายแคว้นดูแคลน จึงส่งเพียงขุนนางมา ทว่าเมื่อผู้คนทั้งหลายได้เห็นว่าฮ่องเต้แห่งแคว้นเฉินเดินทางมาด้วยพระองค์เองพร้อมกับฮองเฮาทั้งยังสนิทสนมกับฮ่องเต้ซุนหลิงราวกับเป็นบิดามารดาและบุตร ท่าทีเย่อหยิ่งของเหล่าขุนนางต่างแคว้นก็เปลี่ยนไป แม้แต่เชื้อพระวงค์จากแคว้นต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปเช่นกันทว่านอกจากท่าทีของอาคันตุกะจะมีความเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ท่าทีของเหล่าสนมและขุนนางในต้าไห่เองก็ผิดปกติเช่นกันเฉินอันหนิงมองท่าทีของคนเหล่านั้นก่อนจะสบตากับว่าที่ฮ่องเต้อย่างเป็นทางการของต้าไห่ที่ยกยิ้มอยู่ก่อนแล้ว....เรื่องนี้ มันเริ่มขึ้นเมื่อสายของวานนี้หนึ่งวันก่อน...กลับมาถึงตำหนักรับรองแทนที่จะได้พักผ่อนหรืออาละวาดที่คนผู้นั้นไม่ตามมาพูดคุยต่อเฉินอันหนิงกลับต้องเก็บกังความคิดเอาไว้เพราะแขกที่ย่อ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่91 ไม่พากลับมิได้แล้ว

    ครืดไม่ทันทีผู้ถูกหาว่าไม่ยอมออกจากห้องจนทำให้น้อง ๆ เบื่อหน่ายจะได้เอ่ยสิ่งใดประตูห้องก็เปิดออก ทว่าผู้ที่เข้ามากลับมิใช่เสี่ยวเอ้อที่นำอาหารและสุรามาให้ แต่เป็นผู้ถูกเจ้าของห้องนินทาว่ามิออกจากห้องตั้งแต่เมื่อวาน“ถิงถะ...แม่นางเสียน” ผู้มาใหม่ที่คิดจะเรียกน้องสาวถึงกับชะงักเมื่อเห็นว่าภายในห้องมิได้มีเพียงน้องสาว“แม่นางหลัน พบกันอีกแล้ว” เฉินอันหนิงทักทายก่อนจะส่งยิ้มให้และอธิบาย “พวกข้าเห็นหอเมฆาน่าสนใจ จึงแวะเข้ามาแล้วก็ได้เจอกันหลันถิงน่ะ หลันถิงชวนพวกข้าขึ้นมาดื่มกินที่ห้องของนาง”“อย่างนี้เอง เช่นนั้นก็ตามสบายนะเจ้าคะ” หลันซิ่วอิงยังคงมิได้มีท่าทีเปลี่ยนไปจากตอนที่ได้พบกัน นางยังคงมีท่าทีเป็นมิตรเช่นเดิม และยังคงเห็นสหายร่วมทางทั้งหลายเป็นผู้มีคุณทว่าสายตาที่เฉินอันหนิงมองไปกลับมิได้เป็นเช่นเดิม ตอนเจอกันนางเพียงรู้สึกว่าสตรีผู้นี้เป็นสตรีน่าสนใจ แต่หลังจากที่รู้ว่าคนตรงหน้าคือคนรักของฟู่จื่อหลิงที่เดินทางหลายร้อยพันลี้เพื่อติดตาม

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status