เขาเป็นเจ้าของรถม้าคันนี้มาตั้งแต่แรกเริ่ม เมื่อสักครู่ตอนที่ขับรถม้าไม่ทันระวังทาง ชนเข้ากับหินก้อนหนึ่ง ทำให้ถุงยาสูบของเขากระเด็นตกไปบนถนนหลังจากที่รถม้าหยุด เขาบอกกับเฉินฝาน แล้วก็กลับไปหาหาถุงยาสูบกลับมาก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามา“เจ้าหลบไป พวกข้าจะจับโจรขโมยรถม้า!” จูต้าอันอยากจะจับชายวัยกลางคนที่ยืนตรงหน้ารถม้าโยนออกไป“อะไรนะ? ”ชายวัยกลางคนขยับไปยืนด้านนั้น คนที่ขับรถม้ามานานหลายปี มีรูปร่างหน้าตาสูงใหญ่และกำยำเพียงเขาพลิกผ่ามือ สามารถทำให้จูต้าอันล้มลงได้ทันที“โจรขโมยรถม้าอะไรกัน? อยู่ที่ใด? ”“พี่ชายท่านนี้ ใจเย็นลงก่อน!” เฉินเจียงพูดด้วยท่าทางที่นุ่มนวล “หัวขโมยก็คือคนที่อยู่บนรถม้าด้านหลังท่าน พวกเรารู้จักเขาดี ไม่สามารถจ้างรถม้าแบบนี้ไหวหรอก”“โอ้!” ชายวัยกลางคนพยักหน้า “แท้ที่จริงแล้วรถม้านี้ไม่ใช่น้องชายจ้างมาหรอก”“เฮ้อ!” เมื่อได้ยินชายวัยกลางคนพูดเช่นนี้ เฉินเจียงถอนหายใจทันที พูดอย่างรู้สึกผิดว่า “บ้านข้ามีชายที่เลวทรามต่ำช้าเช่นนี้ พวกข้ากราบขออภัยอย่างยิ่ง”ชายวัยกลางคนมองเฉินเจียงด้วยสายตารังเกียจ “เจ้ากำลังพูดจามีมารยาทอะไรของเจ้า รถม้า
การกอดรัดฉินเย่ว์โหรวลงจากรถม้าที่ไม่ควรเช่นนี้ นี่คือวิธีคิดที่คุ้นชินของเฉินฝานในฐานะคนยุคปัจจุบันตอนที่เขากำลังเตรียมจะปล่อยฉินเย่ว์โหรวลง พบว่าหน้าของนางอยู่ในอ้อมอกของเขาอย่างแนบแน่ ร่างบางสั่นเทาอย่างต่อเนื่อง เผยครึ่งใบหน้าเรียวเล็กที่แดงเกือบจะคล้ายกับมีเลือดไหลออกมาเอ่อ...เฉินฝานยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวณ ห้วงเวลานั้น เขาลืมไปเลยว่าที่นี้คือยุคโบราณหญิงสาวในอ้อมอกเกรงว่าจะเดินกลับเองไม่ได้แล้วก็เลยปล่อยเลยตามเลยไปเสียเฉินฝานอุ้มฉินเย่ว์โหรวตรงเข้าไปในบ้าน“นายท่าน ท่านจะปล่อยข้าลงได้หรือยัง? ”เฉินฝานก้มหน้ามองฉินเย่ว์โหรวที่เหมือนแมวน้อยขดตัวอยู่ในอ้อมอกของเขาฉีกยิ้มเบาๆพลางวางนางลงพอเท้าของฉินเย่ว์โหรวแตะพื้น ก็รีบวิ่งไปหลบในห้องทันทีณ ช่วงเวลาสั้นๆนี้ ถึงแม้ว่าบ้านจะโดนฟ้าผ่า เดาว่านางก็คงไม่ออกมาปล่อยนางไปเถอะเขายังต้องทำความเข้าใจกับสถานการณ์ด้านนอกบ้านด้านนนอก ตอนที่เฉินฝานอุ้มเฉินเย่ว์โหรวเข้าไปในบ้าน เฉินเจียงกับเฉินฟู่ก็แอบหนีกลับเข้าบ้านของตัวเองจูต้าอันยังไม่กลับ พวกเขายืนอยู่ไกลๆในก้นบึ้งของหัวใจมีความไม่เต็มใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นถ
ส่วนเรื่องที่ว่าเฉินฝานจะสามารถทำให้พวกเขาหาเงินได้หรือไม่นั้น แท้จริงแล้วพวกเขาก็ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้มากมายผ่านคืนวานที่สงบจิตสงบใจ และวันนี้จูต้าอันยังหัวเราะเยาะพวกเขาอีกพวกเขาได้สติกลับมาหาเงินมันง่ายแบบนั้นที่ไหนกัน โดยเฉพาะในเหมันตฤดูที่สภาพการณ์ไม่ค่อยดี“พี่ฝาน ท่านพูดจริงหรือ? ” จูจื้ออันตื่นเต้นจนปากสั่น“จริงสิ!” เฉินฝานยิ้มพลางพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ “ไม่ได้บอกว่าจะพาเจ้าหาเงินมหาศาลได้ ทว่าสามารถทำให้ภรรยาเจ้ากินอิ่มนอนอุ่นอย่างแน่นอน ทำให้สามารถนำมาเลี้ยงดูลูกสาวของเจ้าให้ข้ามผ่านฤดูหนาวนี้ได้”“พี่ลิ่ว ข้าไม่แน่ใจว่าค่ายาของแม่ท่านชุดหนึ่งต้องใช้เงินเท่าใด ทว่าข้าจะพยายามอย่างสุดกำลังให้ท่านหาเงินได้เยอะขึ้น”เมื่อวานรับปากว่าจะนำทุกคนสาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากเฉียนลิ่วและจูจื้ออันเฉียนลิ่วร่างกายสูงใหญ่กำยำ ปกติแล้วก็ไม่ค่อยกวนโมโหข้าเสียเท่าไหร่ในความทรงจำ เขากับเจ้าของร่างเดิมก็ไม่ลงรอยกันอย่างยิ่ง ทว่าเพื่อแม่ของตนเอง วางความโกรธลงนอบน้อมเจียมตัวมาขอความช่วยเหลือจากเขาจูจื้ออัน อ่อนกว่าสองปี ประพฤติตัวดีปีก่อนพ่อแม่ไปตัดไม้ในภูเขา ตกลงไปในหุบเขา ตอน
“จูต้าอัน ทำไมเจ้าปากปีจอเช่นนี้!” ฉินเย่ว์เจียวหงุดหงิดอย่างมากเวลาที่คนอื่นมาพูดให้ร้ายเฉินฝานเฉินฝานดึงมือฉินเย่ว์เจียวไว้ “รู้ว่ามันปากปีจอ จะไปสนใจมันทำไม? กลับกันเถอะ!”ทุกคนล้วนแยกย้าย หน้าบ้านของเฉินฝานเหลือเพียงแต่ครอบครัวของเฉินผิงครอบครัวเดียว“ท่านลุง ท่านดูไม่กังวลเลยนะ ไม่กลัวว่าพวกเราจะไม่กลับมาหรือ? ”เฉินผิงยิ้ม “ข้าจะกังวลอะไรกัน สองสามวันมานี้เจ้าทั้งให้เงินเหวินให้เนื้อสัตว์แก่พวกเรา ถ้าไม่ได้หวังดีกับพวกเราอย่างจริงใจ จะตั้งใจทำไปเพื่ออะไรกัน”“แต่ว่า!” เฉินผิงหุบยิ้ม “วันนี้พวกเรากลับมาดึกดื่นขนาดนี้ พวกเรากังวลจริงๆ กังวลว่าพวกเจ้าจะเจออุบัติเหตุด้านนอก”“โอ้ย! ไม่ต้องพูดเรื่องพวกนี้แล้ว พวกเจ้ากลับมาก็ดีแล้ว” เฉินผิงหันหน้าไปพูดกับนางเจิ้งผู้เป็นภรรยา“พวกเฉินฝานเพิ่งจะกลับมา ต้องทั้งเหนื่อยทั้งหิว เจ้ารีบพาลูกสาวคนโตเข้าไปทำอาหารให้พวกเขา”“รับทราบ!”นางเจิ้งพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางพาลูกสาวคนโตวิ่งตรงไปที่ห้องครัวของเฉินฝานในมือของนางยังหิ้วตะกร้าใบหนึ่ง ในตะกร้านั้นล้วนเป็นอาหารเห็นอาหารที่ปรุงสุกเย็นแล้ว ตอนนี้ก็เอาไปอุ่นในครัวเฉินผิงเดิน
เห้อครอบครัวนี้นี่มัน...ในใจของเฉินฝานทั้งรู้สึกจนปัญญาและซาบซึ้ง“เอ้อร์ยา มา ช่วยพี่ฝานกินไข่ฟองหนึ่งสิ” เฉินฝานนำไข่หนึ่งฟองไปไว้ในถ้วยของเอ้อร์ยา“พี่ฝาน... ”เอ้อร์ยามองไปที่พ่อแม่ของตนเองไม่แตะต้องไข่ทอดในถ้วย“ท่านลุงท่านป้า ข้ารู้ว่าพวกท่านต้องการจะสื่ออะไร ทว่าตอนนี้เอ้อร์ยากำลังอยู่ในวัยกำลังโต นางต้องการมัน! อีกอย่าง ท่านป้าเมื่อครู่ท่านก็พูดไม่ใช่หรือว่าพวกเราคือครอบครัวเดียวกัน? เหตุใดครอบครัวเดียวกันยังต้องแบ่งแยกซึ่งกันและกัน ? ”ฟังเฉินฝานพูดจบประโยคนี้ นางเจิ้งพูดอย่างสะอึกสะอื้น “ลูกรอง พี่ฝานของเจ้าให้เจ้า เจ้าก็กินเถอะ”นางกับเฉินผิงไม่มีลูกชาย อีกทั้งยังไม่มีสมบัติอะไรซักอย่าง งานวิวาห์ของลูกสาวคนโตก็พังล้มเหลวไม่เป็นท่าชาตินี้ครอบครัวของพวกเขาคงไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้คนในหมู่บ้านมีผลประโยชน์ที่ดี เรื่องอะไรจะนึกถึงพวกเขา ทว่าใครก็ตามอยากทำผลประโยชน์ที่ดีให้กับตระกูลเฉิน ล้วนไปที่บ้านเฉินเจียงกันหมดทว่าเงินทองที่เฉินฝานหามาด้วยตัวเอง ไม่ได้นำไปไว้ที่บ้านเฉินเจียง และไม่ได้ให้ผลประโยชน์ที่ดีกับบ้านเฉินเจียง ทว่าดูแลพวกเขาที่ไม่มีอำนาจที่สุดอย่างไร้
“ท่านพ่อ ลูกสาวยื่นนิ้วมือออกมาเก้านิ้ว เดือนหนึ่งพี่ฝานจะให้เงินครอบครัวพวกเราเก้าตำลึง”“เก้า เก้าตำลึง!”เฉินผิงและนางเจิ้ง ตาโตพร้อมกันเงินเก้าตำลึง สำหรับเฉินผิงกับนางเจิ้งแล้ว นั่นมันจำนวนยิ่งใหญ่กว่าตัวเลขระดับจักรวาลเสียอีกนะรวมรวบเงินที่พวกเขาสองคนแต่งงานกันมานานสิบปีกว่า ยังหาได้ไม่เยอะขนาดนี้“หลานฝาน เยอะเกินไป เยอะเกินไปแล้ว ข้ารับไว้ไม่ได้ รับไว้ไม่ได้!”“ถูกต้อง! หลานฝาน” นางเจิ้งรีบพูดต่อจากเฉินผิงทันที “ถึงแม้พวกเราจะขาดแคลนทุนทรัพย์ ทว่าก็ไม่สามารถเอาเงินมาจากเจ้าเช่นนี้”“ท่านลุง ท่านป้า!” เฉินฝานเก็บสีหน้าที่เปื้อนยิ้ม พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “เงินนี้ไม่ถือว่าเยอะ ให้เงินก้อนนี้แก่พวกท่าน ข้าต้องการพวกท่านจริงๆ งานที่พวกท่านทำก็สมราคากับเงินก้อนนี้”หลังจากที่เฉินฝานพูดจบ ในบ้านก็เงียบสนิทครอบครัวเฉินผิงปฏิเสธไม่ได้ ทว่าก็กระอักกระอ่วนที่จะรับไว้“เห้อ เงินเยอะก็ดีแล้ว! หลังจากนี้ลูกสาวคนโตของพวกเราก็สามารถแต่งงานกับบ้านสามีที่ดีได้แล้ว ดีที่ตระกูลหูที่หมู่บ้านหลิงนั้น ไม่มาสู่ขอลูกสาวคนโตของพวกเรา ทำให้พวกเขาเสียใจภายหลังกันเถอะ!”เดิมทีลูกสาวคน
วันนี้พวกเขาได้ 208 ตำลึงจากทักษะจับปลา และ 201 เหวินจากการขายปลาย่าง 67 ตัว เมื่อบวกกับ 400 ตำลึง-เหวินจากยอดเดิม วันนี้พวกเขาน่าจะได้ 208 ตำลึง 601 เหวินจ่ายค่าแรงจับปลาให้กับครอบครัวเฉินผิง 50 เหวิน ซื้อรถม้าใช้ไป 30 ตำลึง ซื้ออาหารแห้ง เนื้อ น้ำมันและของใช้ประจำวันใช้ไป 3 ตำลึงยอดคงเหลือจริงปัจจุบันคือ: 175 ตำลึง 551 เหวิน“อืม!”เฉินฝานพยักหน้าอย่างพอใจ “เรามีเงินซ่อมแซมเรือนทั้งห้าห้องแล้ว”“ใช่แล้ว!” ฉินเย่ว์โหรวรู้สึกดีใจมากเช่นกัน “ตอนนี้ข้ากับพี่สามก็ไปนอนอีกห้องได้แล้ว”“หืม”เฉินฝานลืมตาขึ้นทันทีมีบางอย่างไม่ถูกต้อง!“อะไรนะ พวกเจ้าไม่อยากอยู่ห้องเดียวกับข้าขนาดนั้นเชียวหรือ”ถ้าเช่นนั้นเขาซ่อมแซมห้องจำนวนมากขนาดนั้นทำไม!ควรซ่อมแซมสามห้องตามแผนเดิม หนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องเก็บของและหนึ่งห้องครัวก็เพียงพอแล้ว“ไม่ใช่ ๆ!” ฉินเย่ว์โหรวส่ายหัวไปมาและรีบปฏิเสธ “พวกข้าไม่มีเจตนาไม่อยากอยู่ห้องเดียวกับนายท่านเจ้าค่ะ!”หากเฉินฝานยังคงเป็นเฉินฝานคนเก่า พวกนางไม่อยากอยู่ห้องเดียวกับเขาจริง ๆแต่เฉินฝานคนปัจจุบัน......ฉินเย่ว์โหรวก้มศีรษะลง อาการเขินอายแสดงที่ใบหน้าข
ตื่นเต้นเพราะเฉินฝานจะเชิญพวกเขาไปจับปลาไม่สบายใจเพราะกังวลว่าเฉินฝานมีเงินให้พวกเขาจริง ๆ หรือไม่?“ทำไมพวกเจ้ามาที่นี่เร็วจัง มาถึงแล้วทำไมไม่เคาะประตู ข้างนอกหนาวขนาดนี้”หลายคนหนาวจนหน้าแดงหูแดงและตัวสั่นระริก“เอ่อ!” เฉียนลิ่วเกาหัวด้วยความเกรงใจ “ก็กลัวจะรบกวนพวกท่านไงล่ะ!”เมื่อคืนคนกลุ่มนี้ไม่ได้นอน ตอนที่เฉินฝานเห็นพวกเขา พวกเขานั่งยอง ๆ อยู่ข้างนอกเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง-ชั่วยาม“ใช่ กลัวจะรบกวนพี่ฝานและพี่สะใภ้” จูจื้ออันยิ้มอย่างซื่อบื้อ สองมือหนาวจนแดงระเรื่อ“เฮ้อ พวกเจ้า…...”เฉินฝานรีบผลักประตูออกให้กว้างที่สุด“ทุกคนเข้ามาก่อน ข้างนอกหนาว”เมื่อฉินเย่ว์เจียวกับฉินเย่ว์โหรวได้ยินเสียงดังกล่าว ก็ลงจากเตียงเตาและออกจากห้อง“เย่ว์เจียว เย่ว์โหรว รีบก่อไฟสองกองมาวางตรงนี้หน่อย”ที่เรือนมีเก้าอี้ไม่มากนัก เดิมทีเฉินฝานอยากให้ฉินเย่ว์เจียวกับฉินเย่ว์โหรวย้ายฟืนออกจากห้องเก็บของเพื่อให้ทุกคนได้นั่งคนเหล่านี้พากันกล่าวปฏิเสธและพูดว่านั่งพื้นได้เมื่อพูดจบ ทุกคนก็นั่งล้อมเตาอั้งโล่ที่พื้นทันทีแสงไฟส่องบนใบหน้าของพวกเขา ทุก ๆ ใบหน้าแสดงรอยยิ้มที่ตื่นเต้นเอ
“ท่านอาจารย์ ไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็น...”“ใต้เท้า ข้ารู้ว่าท่านกังวลสิ่งใด ทว่าพุทธศาสนามีหลักธรรมเมตตาต่อสรรพชีวิต ตอนนี้คงอันกำลังจะตาย พระพุทธต้องเข้าใจแน่นอน หากพระพุทธองค์พิโรธ เช่นนั้นข้าจะขอรับผิดชอบสิ่งที่ตามมาเอง”“ท่านผู้ดูแล ท่านผู้ดูแล!”เสียงร้อนรนดังมาจากในวัดตามด้วยร่างของคนๆ หนึ่งปรากฏตัวด้วยความเร็วสูง“ใต้เท้า!”นางพุ่งตัวออกมาแล้วหยุดตรงหน้าเฉินฝานคนคนนี้คือชิงหนิง นางคุกเข่าบนพื้น “โปรดช่วยท่านผู้ดูแลด้วย”ชิงหนิงไม่รอเฉินฝานรับปาก นางลุกขึ้นก่อน “ใต้เท้า ล่วงเกินแล้ว!”พูดจบ นางคว้าแขนของเฉินฝาน วิ่งเข้าไปในสำนักชิงเมี่ยวด้วยความเร็วสูงรอเฉินฝานดึงสติกลับมาได้ เขาก็อยู่ในห้องของเถียนเสี่ยวอวี่แล้ว“ปั้ง!”“ใต้เท้า โปรดช่วยท่านผู้ดูแลด้วยเจ้าค่ะ”“ใต้เท้า โปรดช่วยคงอันด้วย”ด้านนอก เสียงของชิงหนิงและหลิงอวี้ ดังขึ้นตามๆ กัน“ปั้ง!”เฉินฝานล้มลงบนพื้นเถียนเสี่ยวอวี่ที่เดิมทีอยู่บนเตียง ไม่รู้ว่านางอยู่ข้างกายเขาตั้งแต่เมื่อใด นางกระโจนเข้าไปหาเฉินฝาน เขาไม่ทันตั้งตัว จึงไม่อาจทรงตัวได้ทำให้ล้มลงกับพื้นเถียนเสี่ยวอวี่ไม่มีสติ
เฉินฝานเปิดม่านรถม้ามองใบหน้าแดงก่ำของเฉินฝาน แววตาจางหย่งเชาฉายความตกตะลึง เขาย่อมทราบเรื่องที่สวี่ซื่อเจี๋ยวางแผนสวี่ซื่อเจี๋ยยังบอกเขาอีกว่า หากเฉินฝานมาถึงเมืองหรงตู เช่นนั้นหมายความว่าแผนการของสวี่ซื่อเจี๋ยสำเร็จแล้ว รอเฉินฝานมาถอนคำสั่งเนรเทศเท่านั้นจางหย่งเชามองใบหน้าแดงก่ำของเฉินฝาน รวมถึงดวงตาแดงจัดที่ผ่านการอดกลั้นอย่างแรงกล้า เขารู้สึกทันทีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นย่อมไม่ธรรมดาเฉินฝานกวาดมองเขาด้วยแววตาเย็นชา “จางหย่งเชาเจ้าช่างเก่งจริงๆ ข้ายังไม่ได้ส่งคนมาแจ้ง เจ้าก็รู้ล่วงหน้าแล้วว่าข้าจะมา”“ใต้เท้า” ตัวของจางหย่งเชาสั่นเทาเล็กน้อย “มีทหารมารายงานว่า ท่านออกจากสำนักชิงเมี่ยวแล้ว”“ช่างใจกล้ายิ่งนัก ถึงขนาดกล้าส่งคนไปสะกดรอยข้า”“ใต้เท้า!” จางหย่งเชารีบอธิบาย “ข้าเปล่าขอรับ ข้าเปล่า ข้าเพียงเป็นห่วงความปลอดภัยของใต้เท้า ดังนั้นจึงส่งพวกเขาไปคุ้มกันความปลอดภัยของใต้เท้าที่สำนักชิงเมี่ยว”“คุ้มกันหรือจับตาดู เจ้ารู้ดีแก่ใจ!”เฉินฝานไม่เปลืองน้ำลายกับจางหย่งเชา เหยียบแผ่นหลังของเขาลงจากรถม้า แล้วตรงไปยังรถคุมขังสวี่ซื่อเจี๋ยสวี่ซื่อเจี๋ยเฝ้ารอเฉินฝานด้วยความมั่นใจเต
คำพูดของคงจิ้งทำให้เฉินฝานโอบเถียนเสี่ยวอวี่ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัวราวกับคนจมน้ำเจอขอนไม้ เถียนเสี่ยวอวี่ตะเกียกตะตายขึ้นมาความร้อนในร่างกายแทบจะเผาทำลายสติของนางจนหมดสิ้นเถียนเสี่ยวอวี่ดีดดิ้นในอ้อมกอดของเฉินฝาน นางหงุดหงิดเสื้อผ้าที่เฉินฝานสวมใส่ จึงฉีกเสื้อของเฉินฝาน วินาทีที่ริมฝีปากของเถียนเสี่ยวอวี่ประทับลงบนตัวเขา เฉินฝานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลูกกระเดือกของเขากลิ้งไปมา ร่างกายของเขารู้สึกราวถูกมดนับหมื่นตัวกัดเฉินฝานกัดฟันแน่น ยกมือขึ้นประคองศีรษะของเถียนเสี่ยวอวี่ ล็อกศีรษะของนางเอาไว้แน่นเวลานี้ คงจิ้งเดินเข้ามาแล้ว“สมกับเป็นท่านอัครเสนาบดีจริงๆ เจอข้าก็ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย ใต้เท้า...” คงจิ้งหยุดชะงักครู่หนึ่ง น้ำเสียงเบาลงมาก“พวกข้าไม่ได้อยากทำให้ท่านลำบากใจ ขอเพียงท่านปล่อยตัวท่านอาของข้า ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในเมืองหรงตูอีก เรื่องระหว่างท่านกับคงอัน จะถือว่าไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้น”“หากใต้เท้าไม่ยอม เช่นนั้นเราคงต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!” ถ้อยคำประโยคนี้ คงจิ้งพูดไม่ดังนัก แต่เปี่ยมไปด้วยพลังเฉินฝานไม่ตอบคงจิ้ง เขาอดทนกับความร้อนในร่างกาย เอาตัวเถียนเสี่ยวอวี่ไปใ
“ใต้เท้า!”“เสี่ยวอวี่...” เฉินฝานมองเถียนเสี่ยวอวี่ที่แนบชิดเขาด้วยแววตาตกตะลึงเถียนเสี่ยวอวี่ที่ไร้วรยุทธ์ ตั้งแต่เตียงมาถึงจุดที่เฉินฝานยืนอยู่ ความเร็วของนางเทียบเท่าชิงหนิงที่มีวรยุทธ์“ใต้เท้า ข้า...ข้า...อยาก...”เช่นเดียวกับเหตุการณ์ครั้งนั้นที่เกิดขึ้นกับเฉินฝาน นางถูกวางยาที่คล้ายคลึงกัน เถียนเสี่ยวอวี่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตนเอง นางอยากให้เฉินฝานช่วยนาง แต่นางก็กลัวว่าจะเป็นการทำลายเฉินฝานร่างกายและความคิดย้อนแย้งกันอย่างมาก ทำให้เถียนเสี่ยวอวี่ดูทรมานมากยิ่งขึ้นนางผละออกจากเฉินฝานหลายครั้ง แล้วกลับมาแนบชิดเขาอีกหลายครา“ใต้เท้า พวกเขา...พวกเขาช่างอำมหิตยิ่งนัก ยาครั้งนี้ รุนแรงกว่าของท่านพ่อมาก”เถียนเสี่ยวอวี่กัดฟันแน่นแล้วผละออกมาจากเฉินฝาน นางพยายามผลักเฉินฝานไปไกล “ใต้เท้า ท่านรีบไปเร็วเข้า ไม่ต้องสนใจข้า”เฉินฝานก้มหน้ามองเถียนเสี่ยวอวี่ที่ผละจากเขา แล้วกัดมือตนเองอย่างแรง พยายามห้ามไม่ให้ตนแนบชิดเฉินฝานอีกครั้งปลายจมูกและพวงแก้มของนางแดงระเรื่อ ผิวขาวในเวลานี้อมชมพู ผิวเปล่งประกาย ริมฝีปากอวบอิ่มและชุ่มฉ่ำราวกับกลีบดอกกุหลาบพรมน้ำร่างกายที่ร้อนระอ
มีชายสองคนปรากฎตัวขึ้นกะทันหันโชคดีที่เฉินฝานผ่านการฝึกอย่างหนักในยุคปัจจุบัน หลังจากเดินทางทะลุมิติมาเขาก็ยังคงฝึกฝนด้วยตนเอง แม้จะถูกวางยา ก็ไม่ถูกใครจับได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นเรือนหลังนี้อยู่ไม่ห่างจากเรือนของหลิงอวี้เฉินฝานหนีเข้าไปในเรือนของหลิงอวี้ได้สำเร็จเพิ่งเข้าไปในเรือนของหลิงอวี้ ชายทั้งสองคนก็ชะงักฝีเท้าเพราะชิงหนิงเดินมาเมื่อวานชิงหนิงแสดงความสามารถของนางให้เห็นแล้ว ชิงซีไม่กล้าให้ชายทั้งสองคนบุ่มบ่ามเข้าไป“ใต้เท้า เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับท่านเจ้าคะ?”ชิงหนิงที่อยู่ไกลๆ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเฉินฝาน“ใต้เท้า เหตุใดหน้าท่านถึงแดงก่ำเช่นนี้? เป็นไข้หรือเจ้าคะ?”“อย่างแตะต้องข้า!”เฉินฝานปัดมือของชิงหนิงที่จะพยุงเขาทิ้งตอนนี้ไม่อาจให้สตรีคนใดแตะต้องตัวเขาได้ ความรู้สึกที่อัดแน่นในร่างกาย อยู่ในจุดที่ใกล้จะสูญเสียการควบคุมแล้ว“ใต้เท้า?”ชิงหนิงเบิกตากว้าง มองเฉินฝานด้วยความงุนงงเฉินฝานไม่มีแรงอธิบายให้ชิงหนิงฟัง เขาเพียงพูดไม่หยุด “ข้าร้อน! น้ำ ข้าต้องการน้ำเย็น น้ำเย็นจำนวนมาก!”“เจ้าค่ะๆ! ข้าจะรีบไปเตรียมให้เดี๋ยวนี้!”ตอนเฉินฝานบอกว่าร้อน ชิงหนิงเข้
“ข้าจะบอกพวกเจ้าให้นะ ข้าขอบอกไว้เลยว่า หากวันนี้ใต้เท้าก้าวออกไปจากเรือนหลังนี้ ข้าจะส่งพวกเจ้าทุกคนไปหุบเขาพยัคฆ์”เดิมทีเมื่อแม่ชีได้ยินคำพูดของเฉินฝาน ก็ไม่ได้แนบชิดกลับเฉินฝานขนาดนั้นแล้ว แต่ทว่า เมื่อชิงซีพูดขึ้นเช่นนี้ แววตาของพวกนางเริ่มเปี่ยมไปด้วยความหวาดผวา กลับมาแนบชิบเขาอีกครั้งด้วยความหวาดกลัว พวกนางเริ่มถอดเสื้อผ้าของเฉินฝาน แห่กันเข้าไปยั่วยวนเฉินฝานด้วยท่าทีเก้กังเฉินฝานบีบรัดจนแทบระเบิดแล้ว มือทั้งสองข้างของเขาจับเตียงแน่น ไม่ให้ตนมีท่าทีใดๆเวลานี้ แม้แต่นิ้วมือเพียงนิ้วเดียวของตนเอง เขาก็ไม่อาจควบคุมได้แล้วเขาไม่ใช่คนหัวโบราณ ตบแต่งภรรยาได้หลายคน ทว่าเขาไม่อาจทำอะไรแม่ชีได้จริงๆ มนุษย์ไม่อาจทำลายหลักการพื้นฐานของตนได้เขาลืมตาที่ตอนนี้พร่ามัวไปหมด มองไปทางชิงฮวนที่อยู่บนตัวเขา “ชิงฮวน ข้าขอถามเจ้า เจ้าไม่กลัวจริงๆ หรือ?”ชิงฮวนที่ก้มหน้าจูบและเลียเฉินฝาน ตัวสั่นเทาเล็กน้อย“ก่อนหน้านี้ใต้เท้าคนนั้นก็พูดกับพี่เซียงเช่นนี้ สุดท้ายใต้เท้าคนนั้นก็หลับนอนกับหญิงอื่น ส่วนพี่เซียงก็ไปหุบเขาพยัคฆ์”“ท่านรู้หรือไม่? เดิมทีหุบเขาพยัคฆ์ไม่ได้มีชื่อว่าหุบเขาพยัคฆ์ หลา
เขารู้สึกมีแรงกระตุ้นอย่างไม่คาดคิดเฉินฝานรู้สึกตัวทันทีว่ายิ่งเขาอยากควบคุมตนเองมากเพียงใดก็ยิ่งควบคุมสติไม่อยู่เพียงนั้นเขากระชับเสื้อผ้าขึ้นลุกขึ้นยืน อาจเป็นเพราะในเรือนร้อนเกินไป เขาจึงอยากออกไปสูดอากาศด้านนอกไฉนเลยจะรู้ว่า เพิ่งจะลุกขึ้นยืนไม่นาน เท้าเดินโซซัดโซเซขาอ่อนแรงทั้งสองข้าง“ใต้เท้า ท่านเป็นอันใดไปเจ้าคะ?”ชิงฮวนรีบรุดหน้าไปพยุงเฉินฝาน“เจ้าหลบไป!” เฉินฝานผลักชิงฮวนออกอย่างสุดแรง“ใต้เท้า ไม่สบายงั้นรึ? ชิงฮวนเจ้ารีบพยุงใต้เท้าไปพักที่เตียง”ด้วยคำสั่งของชิงซี ชิงฮวนไม่เพียงแต่ไม่ออกไป แถมยังพยุงอย่างแนบชิดมากกว่าเดิม“เร็วเข้า พวกเจ้าก็รีบมาช่วยกันพยุงใต้เท้าไปที่เตียง”เมื่อได้ยินเสียงของชิงซี ก็มีแม่ชีน้อยอีกสามคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับชิงฮวนเดินออกมาเฉินฝานชำเลืองมองเล็กน้อย รีบหลับตาลงทันทีแม่ชีน้อยสองสามคนนั้น คิดไม่ถึงว่าจะสวมชุดที่บางเฉียบเช่นนี้พวกนางแนบชิดร่างกายเขาเย้ายวนด้วยท่าทางเก้ ๆกัง ๆเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว มีเพียงบุรุษเท่านั้นจึงเข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้นเฉินฝานผลักแม่ชีน้อยสี่คนที่ล้อมเขาออกอย่างสุดกำลัง “ชิงฮวน เจ้าช่างกล้ายิ่งน
ของตกแต่งภายในเรือนประณีตและภายนอกเรือนมีลักษณะที่เรียบง่ายสวยงาม แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงผ้าคลุมบนโต๊ะและเก้าอี้ สีสว่างเปล่งประกาย ด้านบนมีลายปักที่ประณีตเตียงที่อยู่ไม่ไกล มีผ้าห่มที่นุ่มสบายและม่านมุ้งที่ลอยละล่องบนโต๊ะมีผลไม้นานาชนิด ถึงขั้นมีผลไม้บางชนิด เป็นผลไม้ที่ไม่สามารถปลูกในเมืองหรงตูได้มีกาน้ำชาที่ประณีตวางไว้ด้านข้างผลไม้ ใบชาในกาน้ำชา ดูแล้วคงจะราคาแพงเช่นกันหากไม่ใช่ว่าชิงซีส่งเสียงออกมาทันเวลา เฉินฝานคงคิดว่าตนเองออกมาจากสำนักชีชิงเมี่ยวแล้ว“ที่แห่งนี้เป็นที่พักที่สำนักชีชิงเมี่ยวจัดไว้ให้ผู้ศรัทธาคนสำคัญ เจ้าอาวาสกล่าวว่าท่านอัครเสนาบดีเป็นผู้ศรัทธาคนสำคัญที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสำนักชีชิงเมี่ยวมา จะให้ใต้เท้าลำบากไม่ได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”จู่ ๆ ชิงซีก็พูดเสียงดัง “มีแขกคนสำคัญมา ยังไม่ออกมาประเคนชาอีกรึ?”พูดจบไม่นาน ก็มีสตรีนางหนึ่งเดินมาจากห้องข้าง ๆไม่สิ หากจะกล่าวให้ถูกต้อง ไม่ใช่สตรีนางหนึ่ง แต่เป็นเด็กสาวคนหนึ่งเสียมากกว่าเด็กสาวสุดสวมชุดแม่ชีสีอ่อน ความเยาว์วัยและความนุ่มเด้งบนใบหน้ายังคงมีอยู่ ดูแล้วคงจะไม่เกินอายุสิบสามสิบสี่ปีอายุไล่เลี่ย
เถียนเสี่ยวอวี่ก็พยักหน้าเช่นกัน “ถูกต้องแล้ว ปกติแล้วประตูบานนั้นจะไม่เปิดออก และยังล็อกกลอนไว้ด้วย จู่ ๆก็บังเอิญ...” เถียนเสี่ยวอวี่หยุดพูดทันที สีหน้าค่อย ๆ มืดมนลง“หรือว่าคนจงใจเปิดออกงั้นรึ? มีคนที่ไม่อยากเจ้าอาวาสพูดต่อ ดูแล้ว อาของคงจิ้งจะต้องทำเรื่องหายนะอย่างใหญ่หลวงเป็นแน่”“เสี่ยวอวี่!” เฉินฝานหยุดชะงักฝีเท้าทันที สีหน้าเคร่งเครียด “สวี่ซื่อเจี๋ยเป็นผู้ว่าการมณฑลเมืองหรงตู เป็นขุนนางขั้นหกระดับสูงในราชสำนัก เรื่องนี้จะคาดเดาส่งเดชไม่ได้”“ใต้เท้า ข้า...”“พอเถอะ ช่างเรื่องนี้ก่อน”เฉินฝานพูดตัดบทเถียนเสี่ยวอวี่อย่างไม่เกรงใจหลิงอวี้ไม่ให้เถียนเสี่ยวอวี่รู้เรื่องของสวี่ซื่อเจี๋ย ก็เพื่อที่จะปกป้องนางเรื่องบางเรื่อง ไม่รู้จึงปลอดภัยที่สุดเฉินฝานอยากรักษาความพยายามที่หวังดีของหลิงอวี้ให้คงอยู่ต่อไปไม่ว่าสวี่ซื่อเจี๋ยจะทำเรื่องอันใด จะเกี่ยวข้องกับเถียนเสี่ยวอวี่หรือไม่ เฉินฝานก็ไม่ยอมให้นางเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ดี“ชิงหนิง พานางกลับเรือนไปพักผ่อนเถอะ”“เจ้าค่ะ!”ชิงหนิงรีบหิ้วตัวเถียนเสี่ยวอวี่ที่ไม่ยอมกลับจากไปทันที นางคิดเหมือนกับเฉินฝานคือ ไม่อยากให้เถียนเสี่